16/12/2025
ผ่อนบ้านครบ 3 ปีแล้ว…
ถ้าไม่รีไฟแนนซ์ จะเกิดอะไรขึ้น?
ผ่อนบ้านมาตั้งนาน แต่เงินต้นแทบไม่ขยับเลย???
เหตุผลหลักคือ “ช่วงปีแรกๆ ดอกเบี้ยมักกินสัดส่วนเยอะ”
ทำให้เงินที่เราจ่ายไปส่วนใหญ่ยังเป็นดอกเบี้ยอยู่
วันนี้ผมลองยกตัวอย่างแบบเดียวกับภาพให้ดูแบบเห็นตัวเลขชัดๆ
(สมมติผ่อนเท่าเดิม 3 ปีข้างหน้า รวมจ่ายเท่ากัน)
⸻
CASE 1: ไม่ทำอะไร ผ่อนต่อไปเรื่อยๆ (ดอกเบี้ย 7%) อีก 3 ปี
• จ่ายค่างวดทั้งหมด (3 ปี) = 756,000
• จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด (3 ปี) = 616,245
• ตัดเงินต้นทั้งหมด (3 ปี) = 139,755.35
พูดง่ายๆ คือ “จ่ายเยอะ แต่เงินต้นเดินช้า”
⸻
CASE 2: รีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ (ดอกเบี้ย 3.29%) อีก 3 ปี
• จ่ายค่างวดทั้งหมด (3 ปี) = 756,000
• จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด (3 ปี) = 273,333
• ตัดเงินต้นทั้งหมด (3 ปี) = 482,667.03
ต่างกันชัดมากครับ—เงินต้นเดินเร็วขึ้นเยอะ
⸻
แล้วประหยัดจริงไหม? ต้องหัก “ค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์” ด้วย
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย (ตามภาพ)
• ค่าจดจำนอง 1% = 30,000
• ค่าประเมินหลักทรัพย์ = 5,000
• ค่า MRTA = 158,000
รวม = 193,000
ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย)
616,245 − 273,333 = 342,912 บาท
สรุปแบบหักค่าใช้จ่ายแล้ว (Net Save)
342,912 − 193,000 = 149,912 บาท ใน 3 ปี (เฉลี่ยราวปีละ ~50,000)
และถ้าคิด “จุดคุ้มทุน” จากตัวอย่างนี้ จะอยู่ประมาณ 20–21 เดือน (ต้องผ่อนกับธนาคารใหม่ให้พ้นช่วงนี้ถึงเริ่มคุ้มจริง)
⸻
3 เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์
1. ส่วนต่างดอกเบี้ย ต่างกันพอไหม และ “โปรดอกเบี้ยต่ำ” นานแค่ไหน (อย่าดูแค่ปีแรก)
2. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยเฉพาะ MRTA/ค่าจดจำนอง/ค่าประเมิน/ค่าปรับปิดบัญชีก่อนกำหนด (ถ้ามี)
3. เราจะอยู่บ้านนี้อีกกี่ปี ถ้าจะย้าย/ขายเร็ว อาจยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
#รีไฟแนนซ์บ้าน #ผ่อนบ้าน #สินเชื่อบ้าน