FM PROP ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก FM PROP, อสังหาริมทรัพย์, Bangkok.

PROUD ผนึก Euro Creations เปิดยูนิตพิเศษ “VI ARI – IL MONDO COLLECTION” เสริมเฟอร์ฯหรู ตกแต่งครบ เอกสิทธิ์การใช้ชีวิตระด...
07/04/2026

PROUD ผนึก Euro Creations เปิดยูนิตพิเศษ “VI ARI – IL MONDO COLLECTION” เสริมเฟอร์ฯหรู ตกแต่งครบ เอกสิทธิ์การใช้ชีวิตระดับโลกใจกลางอารีย์

PROUD เปิดยูนิตพิเศษ “VI ARI – IL MONDO COLLECTION” บ้านเดี่ยวมาสเตอร์พีซ ผนึก Euro Creations มอบประสบการณ์อยู่อาศัยระดับโลก ตกแต่งครบด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดัง Cassina, Natuzzi, Moltine&C และ Rolf Benz มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท พร้อม Luxury Essential Package หรือบริการตกแต่งเพิ่มฟรี 2 ล้านบาท เปิดโอกาสครอบครองบ้านเดี่ยวระดับเวิลด์คลาสใจกลางอารีย์ ซอย 3 ที่อาจหาไม่ได้อีกแล้ว ให้ทุกวันคือการใช้ชีวิตท่ามกลางความพิเศษ บนทำเลที่ทรงคุณค่าตลอดกาล ในราคา 95 ล้านบาท*

นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า โครงการ VI Ari (วี อารีย์) บ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรี เปิดตัวยูนิตพิเศษ “VI ARI – IL MONDO COLLECTION” ถ่ายทอดนิยามใหม่ของการอยู่อาศัย ผ่านงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซเข้ากับไลฟ์สไตล์เหนือระดับในทำเลศักยภาพใจกลางอารีย์

โดยความพิเศษของ IL MONDO COLLECTION คือการ Fully Furnished ด้วยเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรีนำเข้าจากยุโรปทั้งหลัง ภายใต้ความร่วมมือกับ Euro Creations ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจด้าน Living & Lifestyle ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิต ผ่านแบรนด์ระดับโลก ช่วยให้ลูกค้าสามารถ “เข้าอยู่ได้ทันที” โดยไม่ต้องใช้เวลาออกแบบหรือตกแต่งเพิ่มเติม พร้อมการจัดสรรฟังก์ชันพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการต้อนรับแขกในระดับ Private Luxury ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์เฉพาะร่วมกับ P49 Deesign ทีมดีไซเนอร์ผลงานระดับโลก รังสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้เป็นดั่งโลกใบใหม่ที่สมบูรณ์แบบ สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้อยู่อาศัย ผ่านความประณีตในทุกรายละเอียด

IL MONDO COLLECTION จึงไม่ใช่เพียงบ้าน แต่เป็น “สินทรัพย์ระดับสะสม (Collectible Asset)” ที่ผสานทั้งดีไซน์ คุณภาพ และศักยภาพของทำเล เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาว โดยการตกแต่งภายใน ได้คัดสรรเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ชั้นนำของยุโรป มูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท อาทิ Cassina, Natuzzi Italia, Molteni&C และ Rolf Benz ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงงานดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซและมาตรฐานการผลิตระดับโลก

นอกจากนี้ โครงการยังมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น ผ่าน Luxury Essential Package รวมถึงบริการเสริมด้าน Interior Decoration และ Space Enhancement จาก Euro Creations มูลค่า 2,000,000 บาท* เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถต่อยอดและปรับแต่งพื้นที่ภายในให้สะท้อนตัวตน รสนิยม และรูปแบบการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง

การเปิดยูนิตพิเศษ VI ARI – IL MONDO COLLECTION ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำจุดแข็งของโครงการในฐานะบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักชัวรีหลังสุดท้ายบนทำเลอารีย์ ซึ่งถือเป็น Rare Item ที่หาได้ยากยิ่งในตลาดและแทบจะหาที่ดินพัฒนาต่อไม่ได้แล้วในทำเลศักยภาพเช่นนี้ นอกจากนี้โครงการยังมีความปลอดภัยที่เป็นส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ (Private Gated Community) และงานก่อสร้างระดับ World-class Craftsmanship

VI ARI – IL MONDO COLLECTION จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือการครอบครอง “ประสบการณ์การใช้ชีวิต” ที่หลอมรวมดีไซน์ระดับโลก ความหรูหราเหนือกาลเวลา และคุณค่าแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับไว้ในหนึ่งเดียว พร้อมเปิดโอกาสครั้งสุดท้ายสำหรับผู้ที่มองหาบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีในย่านอารีย์ ในราคาพิเศษ 95 ล้านบาท ที่อาจไม่มีอีกแล้วในอนาคต

นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ EURO กล่าวเสริมว่า สำหรับ Euro Creations เชื่อว่าการออกแบบบ้านลักชัวรีที่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้จบเพียงแค่การคัดสรรเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุระดับพรีเมียม แต่คือการรังสรรค์ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” ที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านในทุกมิติอย่างแท้จริง

ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจด้าน Living & Lifestyle ที่สร้างสรรค์ทุกพื้นที่การใช้ชีวิต ผ่านแบรนด์ระดับโลก Euro Creations ทำหน้าที่ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางและเรื่องราวของการออกแบบในฐานะ Furniture Curator ที่ตั้งใจเลือกสรรทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างบรรยากาศและคุณค่าของการอยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับแต่ละโครงการ ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของเราในฐานะ Strategic Partner ที่ได้ทำงานร่วมกับโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอแนวคิดการออกแบบที่หลอมรวมอัตลักษณ์ของแบรนด์ระดับโลกเข้ากับวิสัยทัศน์ของการอยู่อาศัยลักชัวรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว” คุณกัมบีร์ กล่าว

ผู้ที่สนใจบ้านเดี่ยว VI Ari สามารถนัดหมายเข้าชมโครงการล่วงหน้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-035-0999 หรือนัดหมายเยี่ยมชมโครงการเพิ่มเติม https://bit.ly/VIAriILMONDOCOLLECTION

“พีดีเฮ้าส์” รับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกปัดฝุ่นแบรนด์ลูก “เอคิวโฮม” บุกตลาดต่างจังหวัด ชูนวัตกรรมบ้านชั้นเดียว 2 ล.เสร็จไวใน...
30/03/2026

“พีดีเฮ้าส์” รับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกปัดฝุ่นแบรนด์ลูก “เอคิวโฮม” บุกตลาดต่างจังหวัด ชูนวัตกรรมบ้านชั้นเดียว 2 ล.เสร็จไวใน 4 เดือน

สถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามอ่าวฯ ที่ยืดเยื้อได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ภาวะชะลอตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับสร้างบ้าน ที่ต้องเผชิญกับสภาวะต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งที่ผันผวน ส่งผลให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตัดสินใจ “หั่นงบประมาณ” การสร้างบ้านลง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของครอบครัว

บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ กลุ่มบริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ ที่มีประสบการณ์โดยตรงมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insight) ที่เปลี่ยนไปสู่ความต้องการบ้านขนาดเล็กลงแต่มีคุณภาพสูง บริษัทฯ จึงหันมาขยายตลาดรับกำลังซื้อกลุ่มเป้าหมายสร้างบ้านหลังเล็ก ด้วยการปัดฝุ่นแบรนด์ลูก “เอคิวโฮม” (AQ Home) เพื่อสู้ศึกตลาดแมสในพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะ

กลยุทธ์ “Small is Beautiful”: เมื่อบ้านหลังเล็กคือคำตอบของยุคเซฟงบ

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า จากสภาวะสงครามอ่าวฯ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ เราพบว่ากลุ่มลูกค้าที่มีแผนจะสร้างบ้านระดับราคา 4-6 ล้านบาท เริ่มปรับลดสเกลลงมาเหลือเพียง 2-3 ล้านบาท ขณะเดียวกันกลุ่มที่มีความต้องการบ้านหลังแรกในต่างจังหวัด (Real Demand) ก็มองหาผู้รับสร้างบ้านที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ

การนำแบรนด์ “เอคิวโฮม” กลับมาทำตลาดในครั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มองเพียงแค่การลดต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาขาย (Price War) แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ มาปรับสเกลให้เข้ากับงบประมาณที่จำกัด โดยเปิดตัวแบบบ้านชั้นเดียวซีรีส์ใหม่ จำนวน 6 แบบ ที่เน้นความทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่าทุกตารางเมตร ในระดับราคาที่จับต้องได้หรือเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็น “Sweet Spot” ของตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด

ปฏิวัติการก่อสร้างด้วยระบบ Load-Bearing Wall: แข็งแรง เร็ว คุ้มค่า

หัวใจสำคัญที่ทำให้ เอคิวโฮม สามารถทำราคาที่แข่งขันได้ควบคู่ไปกับคุณภาพมาตรฐานสูง คือการนำเทคโนโลยี “โครงสร้างสำเร็จรูปแบบผนังรับน้ำหนัก” (Load-Bearing Wall) มาใช้แทนโครงสร้างหล่อในที่แบบดั้งเดิม ซึ่งมีข้อดีที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคหลัก ๆ คือ

- ระบบโครงสร้างสำเร็จรูป (Load-Bearing Wall) ใช้ผนังรับน้ำหนักแทนการใช้เสาและคาน ทำให้พื้นที่ภายในบ้านกว้างขวาง สวยงาม และมีความแข็งแรงทนทานสูง
- Speed to Home ด้วยระบบสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถส่งมอบบ้านที่สมบูรณ์แบบได้ภายในเวลาเพียง 4-6 เดือนเท่านั้น ลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปในการก่อสร้างแบบเดิม ๆ ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าอยู่อาศัยได้เร็วขึ้น
- มาตรฐานพีดีเฮ้าส์ แม้ราคาจะจับต้องได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงได้รับการควบคุมคุณภาพการก่อสร้างและการรับประกันจากทีมงานมืออาชีพ ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ

“ปัจจุบันระบบโครงสร้างสำเร็จรูปแบบผนังรับน้ำหนัก (Load-Bearing Wall) พบว่าในตลาดรับสร้างบ้านมีเฉพาะบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่เท่านั้น (เข้ามาแข่งขันในตลาดรับสร้างบ้าน) ที่นำมาใช้ในการก่อสร้างบ้านระดับราคา 5-10 ล้าบาทขึ้นไป บริษัทฯ จึงมองเห็นช่องว่างและโอกาสในการรุกขยายตลาดบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาท ด้วยเทคโนโลยีก่อสร้างแบบเดียวกับบ้านขนาดใหญ่” นางสาวจิราภา กล่าวทิ้งท้าย

เจาะกลุ่มเป้าหมาย “New Generation & Retiree” ในต่างจังหวัด

นายพงศธร พรขุนทด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปทุมดีไซน์ดีเวลอป 2019 (นครราชสีมา) จำกัด ในฐานะผู้บริหารศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ สาขาภาคอีสาน เปิดเผยว่า “เอคิวโฮม” มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มสร้างครอบครัวในภูมิภาค (Young Family) และกลุ่มผู้เกษียณอายุที่ต้องการบ้านขนาดกะทัดรัด ดูแลง่าย (Retirement Home) โดยแบบบ้านชั้นเดียวงบประมาณ 2 ล้านบาทนี้ ได้รับการออกแบบพื้นที่

ใช้สอยภายในที่คำนึงถึงความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของคนทุกวัย พร้อมการรับประกันโครงสร้างและบริการหลังการขายที่เป็นมาตรฐานเดียวกับแบรนด์แม่พีดีเฮ้าส์

มุมมองต่อธุรกิจรับสร้างบ้าน: การปรับตัวคือทางรอด

การรุกขยายตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดระดับราคา 2-3 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “เอคิวโฮม” ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้านว่า การยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ ในยุควิกฤติพลังงานและแรงงานขาดแคลนอาจไม่ใช่คำตอบ การนำนวัตกรรมระบบสำเร็จรูปมาใช้และการบริหารจัดการ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ

“เรามั่นใจว่าการปัดฝุ่นแบรนด์ เอคิวโฮม และการนำระบบ Load-Bearing Wall มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ จะเป็นการยกระดับมาตรฐานการสร้างบ้านเองในประเทศไทย (ไม่ใช่ บ้านจัดสรร) ให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัดได้มีบ้านที่มีคุณภาพดีในราคาที่เป็นธรรม แม้ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนเพียงใดก็ตาม” นายพงศธร กล่าวในที่สุด

อนึ่ง บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด และบริษัทลูก คือผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านที่มีสาขาครอบคลุมการให้บริการทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมทั้งในต่างจังหวัด โดยมุ่งเน้นการสร้างบ้านประหยัดพลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ดี ด้วยประสบการณ์รับสร้างบ้านนาน 35 ปี และการันตีด้วยรางวัลมาตรฐานระดับสากลมากมาย โดยมีบริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้บริหารแบรนด์และมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ (PD HOUSE) และ เอคิว โฮม (AQ HOME)

🏗️ สัญญาณอันตราย! สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ "วัสดุก่อสร้าง" พาเหรดขึ้นราคา ยกแผง!👀จับตา "ช่องแคบฮอร์มุซ" ปิด... ต้นทุนบ้า...
30/03/2026

🏗️ สัญญาณอันตราย! สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ "วัสดุก่อสร้าง" พาเหรดขึ้นราคา ยกแผง!

👀จับตา "ช่องแคบฮอร์มุซ" ปิด... ต้นทุนบ้านคุณอาจพุ่งไม่หยุด! 🚩

นาทีนี้ไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมันที่น่ากลัว! เมื่อสงครามตะวันออกกลางลุกลาม ผลกระทบกำลังส่งต่อมายัง "อุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาฯ ไทย" แบบเลี่ยงไม่ได้ SCB EIC ออกโรงเตือน ต้นทุนการผลิตพุ่งจากราคาพลังงานและวัตถุดิบนำเข้า เตรียมรับมือวิกฤตต้นทุนซ้อนวิกฤติกำลังซื้อ!

🔍 เจาะ 3 กลุ่มวัสดุ "ตัวตึง" ที่ราคาจ่อขยับ:

1.เหล็ก (วิกฤติต้นทุนนำเข้า): ราคา Billet ในจีนพุ่งแตะ 134 ดอลลาร์/ตัน (เพิ่มขึ้น 6% ในเดือนเดียว!) เพราะอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กดิบรายใหญ่ลดการผลิตลง ไทยพึ่งพาการนำเข้าสูงถึง 75% เตรียมรับแรงกระแทกทั้งราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่แพงขึ้น

2.ปูนซีเมนต์ (ต้นทุนพลังงานพุ่ง): แม้ไม่ได้นำเข้าวัตถุดิบหลักจากตะวันออกกลาง แต่การผลิตปูนใช้พลังงาน (ไฟฟ้า/ถ่านหิน) สูงถึง 35-50% เมื่อน้ำมันแพง ถ่านหินก็แพงตาม ราคาปูนมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2026

3.วัสดุอื่น ๆ: กระเบื้อง, สีทาอาคาร (ใช้ปิโตรเคมี) และไม้แปรรูป ที่ส่งออกไปตะวันออกกลางกว่า 50% กำลังเจอทางตันทั้งเรื่องค่าขนส่งและคำสั่งซื้อที่หยุดชะงัก

📉 อสังหาฯ ไทย: เมื่อ "ต้นทุนสวนทางกำลังซื้อ"

• ผู้รับเหมา: เสี่ยงขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะรายกลาง-เล็ก งานภาครัฐเบิกจ่ายช้า ค่า K ไม่สะท้อนต้นทุนจริง เสี่ยงเกิดปัญหา "ทิ้งงาน"

• ผู้พัฒนาอสังหาฯ: จะขึ้นราคาบ้านก็ยาก เพราะกำลังซื้อระดับกลาง-ล่างยังไม่ฟื้น แบงก์คุมเข้มสินเชื่อ แถมต่างชาติเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

• โครงการใหม่: คาดการณ์ปี 2026 ยอดเปิดตัวโครงการใหม่ใน กทม.-ปริมณฑล อาจหดตัวลงถึง 10% หากสงครามยืดเยื้อ

💡 ทางรอด & กลยุทธ์รับมือ:
• ผู้รับเหมา: ต้องล็อกราคาวัสดุล่วงหน้า และเร่งส่งมอบงานให้ไวที่สุดเพื่อรักษาเงินสด

• ดีเวลลอปเปอร์: จับกลุ่ม "เศรษฐีหนีสงคราม" (อิสราเอล, UAE) ที่มองหาที่พักพิงปลอดภัยในไทย และปรับโมเดลเป็น "Rent to Own" (เช่าซื้อ) เพื่อช่วยคนไทยที่กู้ไม่ผ่าน

• นวัตกรรม: ถึงเวลาของ "บ้านประหยัดพลังงาน" ติด Solar Rooftop / EV Charger เพื่อสร้างจุดขายในยุคพลังงานแพง

⚠️ บทสรุป: หากราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล... เตรียมตัวพบกับ "สภาวะของแพงแต่ไม่มีคนซื้อ" ในภาคอสังหาฯ ไทยอย่างเต็มรูปแบบ!

#เศรษฐกิจไทย #วัสดุก่อสร้าง #สงครามตะวันออกกลาง #อสังหาริมทรัพย์ #ข่าวธุรกิจ #ลงทุนบ้าน #ภาคธุรกิจก่อสร้าง

“ลลิล” ตั้งรับศึกใหญ่! เตือนปี’69 อสังหาฯ ไทยส่อระส่ำ จับตาแห่ขายกิจการหนีตาย ก่อนต้นทุนใหม่ดันราคาบ้านพุ่งปลายปี⸻“ลลิล ...
30/03/2026

“ลลิล” ตั้งรับศึกใหญ่! เตือนปี’69 อสังหาฯ ไทยส่อระส่ำ จับตาแห่ขายกิจการหนีตาย ก่อนต้นทุนใหม่ดันราคาบ้านพุ่งปลายปี



“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ส่งสัญญาณเตือนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 เข้าสู่โหมดเปราะบาง จากแรงกดดันเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่อาจลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ กระทบทั้งต้นทุนและกำลังซื้อ

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN ระบุว่า ช่วง 3–6 เดือนจากนี้ ตลาดยังพอประคองได้จากการระบาย “สต๊อกเก่า” แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 4 จะเริ่มเห็นแรงกดดันจากต้นทุนใหม่ชัดเจน และมีโอกาสผลักให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาพรวมอุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณน่าห่วง หลังพบว่าบริษัทอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 22 แห่ง อยู่ในภาวะขาดทุน และมีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการบางรายอาจตัดสินใจ “ขายกิจการ” เพื่อหลีกเลี่ยงภาระหนี้ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย

ท่ามกลางความไม่แน่นอน “ลลิล” เลือกใช้กลยุทธ์ “มวยตั้งรับ” เน้นความแข็งแรงของฐานะการเงิน คุมหนี้ให้อยู่ในระดับต่ำ พร้อมปรับองค์กรสู่แนวทาง LEAN เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยได้ล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าไปจนถึงสิ้นปี เพื่อรับมือความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

นายไชยยันต์ ยังมองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ใช่แค่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ แต่เกี่ยวข้องกับเกมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบทบาทของเงินดอลลาร์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3–6 เดือน และราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง อาจสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าธุรกิจตามแผน โดยเน้นทำเลที่มีดีมานด์จริง ล่าสุดเปิดตัวโครงการ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” มูลค่า 1,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 34 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม รวม 305 ยูนิต เจาะกลุ่มลูกค้าระดับราคา 2–8 ล้านบาท

ด้านนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ ระบุว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 4–6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500–4,500 ล้านบาท ในปีนี้ โดยยังคงโฟกัสตลาดบ้านแนวราบที่ตอบโจทย์ “เรียลดีมานด์” เป็นหลัก

สำหรับทำเลบางนา-เทพารักษ์ ยังคงเป็นหนึ่งในโซนศักยภาพของกรุงเทพฯ จากการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคม การขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ และแรงหนุนจาก EEC ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเติบโตต่อเนื่อง

โครงการ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา-เทพารักษ์ (2)” ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Flexible Function Design รองรับการอยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ พร้อมผสาน Smart Living เช่น การรองรับ EV Charger ระบบความปลอดภัย และฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ “ลลิล” เลือกยืนระยะด้วยความแข็งแรงภายในองค์กร พร้อมค่อยๆ เดินเกมรุกในจังหวะที่เหมาะสม สะท้อนภาพ “ผู้เล่นสายอึด” ในตลาดที่กำลังคัดกรองผู้รอดและผู้ร่วงอย่างเข้มข้น



#ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ #อสังหาไทย #ตลาดอสังหา2569 #บ้านแพง #ต้นทุนพุ่ง #ขายกิจการ #เศรษฐกิจโลก #สงครามตะวันออกกลาง #ข่าวเศรษฐกิจ #ลงทุนอสังหา

ดีลหยุดโลก 115 ปี “สถานทูตเนเธอร์แลนด์” ปล่อยแลนด์มาร์ก 20 ไร่ ลุ้นทุบสถิติ 5 ล้าน/ตร.ว. ใครจะเป็นเจ้าของใหม่?สมรภูมิอสั...
23/03/2026

ดีลหยุดโลก 115 ปี “สถานทูตเนเธอร์แลนด์” ปล่อยแลนด์มาร์ก 20 ไร่ ลุ้นทุบสถิติ 5 ล้าน/ตร.ว. ใครจะเป็นเจ้าของใหม่?

สมรภูมิอสังหาฯ ใจกลางกรุงเทพฯ กำลัง “ร้อนระอุ” อีกครั้ง เมื่อ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ เตรียมเปิดประมูลที่ดินผืนประวัติศาสตร์เกือบ 20 ไร่ บนทำเล “วิทยุ–ต้นสน” หนึ่งใน Super Prime CBD ที่หายากที่สุดของประเทศ

ดีลนี้ไม่ได้เป็นแค่การซื้อขาย…
แต่มันคือ “ตัวชี้วัดราคาใหม่ของประเทศ”



🔎 Rare Item ที่หาไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพฯ

ที่ดินสถานทูต ไม่ใช่แค่ที่ดินทั่วไป แต่คือ “ของหายากระดับอัญมณี” ด้วย 3 ปัจจัยสำคัญ
• ทำเล Core CBD เชื่อมเศรษฐกิจ–ไลฟ์สไตล์ครบ
• กรรมสิทธิ์ Freehold (ถือครองขาด)
• ขนาดใหญ่ระดับ 10–20 ไร่ ซึ่งแทบ “ไม่มีเหลือแล้ว”

นี่คือเหตุผลที่ทุกครั้งที่ที่ดินสถานทูตถูกขาย → ราคาจะ “ตั้ง Benchmark ใหม่” ทันที



💥 ลุ้นทะลุ 5 ล้าน/ตร.ว. ดีลประวัติศาสตร์อีกครั้ง?

ข้อมูลจากตลาดชี้ว่า
• ราคามีโอกาสอยู่ที่ 3 – 3.5 ล้านบาท/ตร.ว.
• แต่ในดีลแข่งขันจริง อาจ “ดันเพดาน” ไปแตะ 5 ล้านบาท/ตร.ว.

มูลค่ารวมอาจพุ่ง 25,000 – 30,000 ล้านบาท
และถ้าพัฒนาเต็มรูปแบบ… โปรเจกต์อาจทะลุ 1 แสนล้านบาท



🏗 เกมนี้ไม่ใช่ของรายเล็ก

โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ “ซื้อได้” แต่ต้อง “พัฒนาได้”

นายกสมาคมอาคารชุดไทยประเมินตรงกันว่า
👉 ดีเวลลอปเปอร์ไทย “อาจไม่ไหว”
👉 ต้องเป็นระดับ Global Player / กองทุนต่างชาติ เท่านั้น

เพราะโมเดลที่เป็นไปได้ที่สุดคือ
“Mixed-use Mega Project”
รวมสำนักงาน ห้าง โรงแรม และ Ultra Luxury Residence



🌍 ทำไมสถานทูตต้องขาย?

4 เหตุผลหลักที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
1. Asset Optimization – ที่ดินแพงเกินใช้งาน
2. Downsizing – องค์กรเล็กลง ใช้พื้นที่น้อยลง
3. งบประมาณรัฐ – ขายแล้วเอาเงินไปพัฒนาที่อื่น
4. เมืองบีบตัว – ตึกสูงล้อม ความปลอดภัยลด



🏙 เมื่อแลนด์มาร์กเปลี่ยน… เมืองก็เปลี่ยน

บทเรียนจากดีลในอดีตชัดเจนมาก
• Central Embassy → ดัน “เพลินจิต” สู่ Luxury Hub
• One Bangkok → ปรับโฉมพระราม 4 ทั้งเส้น

และดีลนี้…
อาจเป็น “หมุดหมายใหม่” ของถนนวิทยุ–ต้นสน



⚠️ แต่เศรษฐกิจอาจเป็นตัวแปร

แม้ดีลจะยิ่งใหญ่ระดับโลก
แต่ปี 2569 คือช่วงที่
• กำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่
• ต้นทุนสูง
• นักลงทุน “เลือกจังหวะมากขึ้น”

ทำให้เกมนี้อาจ “ลากยาว” และไม่ได้จบเร็วอย่างที่คิด



📌 บทสรุป FM PROP

นี่ไม่ใช่แค่การขายที่ดิน
แต่มันคือ “ดีลเปลี่ยนเกม” ของตลาดอสังหาฯ ไทย

ที่ดินผืนสุดท้ายบนถนนวิทยุ
กำลังจะกำหนด “อนาคตราคา” ทั้งย่าน

สุดท้ายคำถามสำคัญไม่ใช่แค่
👉 ใคร “ซื้อได้”

แต่คือ…
👉 ใคร “กล้าพอจะเดิมพันกับเศรษฐกิจโลก” ในจังหวะนี้



#อสังหาฯไทย #ที่ดินแพงสุด #วิทยุ #ต้นสน

🔥 อสังหาฯ ไทย ผงาด Safe Haven โลก!ทุนต่างชาติทะลัก “ภูเก็ต-พัทยา” โค้งสุดท้ายราคาบ้านเดิม ก่อนพุ่งอีก 4.5%โลกยิ่งเดือด…เ...
19/03/2026

🔥 อสังหาฯ ไทย ผงาด Safe Haven โลก!ทุนต่างชาติทะลัก “ภูเก็ต-พัทยา” โค้งสุดท้ายราคาบ้านเดิม ก่อนพุ่งอีก 4.5%

โลกยิ่งเดือด…เงินยิ่งไหลเข้าไทย

จากแรงปะทุของสงครามตะวันออกกลาง
กำลังดัน “อสังหาริมทรัพย์ไทย” ขึ้นแท่น
“หลุมหลบภัยระดับพรีเมียมของโลก”

กลุ่ม Ultra Luxury จากตะวันออกกลาง-เอเชีย
แห่หาบ้านหลังที่สอง
ปักหมุดชัดที่ “ภูเก็ต-พัทยา-สมุย”

แต่ในโอกาส…มี “เส้นตาย” ซ่อนอยู่

⛽ น้ำมันจ่อ 100 ดอลลาร์
📈 ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง
🏠 บ้านล็อตใหม่ เสี่ยงปรับขึ้น 4.5%

หมายความว่า…
บ้านที่ขายวันนี้ = ราคาที่ “ยังไม่แพงขึ้น”

ขณะเดียวกัน 3 สมาคมอสังหาฯ
ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล “อนุทิน 2”

⚡ ขยายมาตรการโอน-จดจำนอง 0.01%
⚡ ต่ออายุ LTV
⚡ ดันเช่าระยะยาว 60 ปี ดึงต่างชาติ

เพราะถ้า “ช้า”
เงินทุนระดับโลก…พร้อมไหลไปประเทศอื่นทันที

📍 และทั้งหมดนี้ กำลังสะท้อนชัดใน
“มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49”

ที่ไม่ใช่แค่งานขายบ้าน
แต่คือ “สนามสุดท้าย” ของราคาปัจจุบัน
ก่อนเกมใหม่…ที่ต้นทุนแพงขึ้นจะเริ่ม

นี่อาจไม่ใช่แค่จังหวะซื้อบ้าน
แต่มันคือ “จังหวะตัดสินใจ”


#อสังหาฯไทย

#บ้านและคอนโด49
#ภูเก็ตพัทยา
#ราคาบ้านพุ่ง
#ลงทุนอสังหา

🔥 ฝ่าตลาดซบ! “เมซง ดีเวลลอปเม้นท์” เปิดเกมรุกบ้านหรู 1,100 ล้าน ปั้นแบรนด์ใหม่ “MONÉT” บุกพระราม 3 เจาะเศรษฐีตัวจริงตลาด...
19/03/2026

🔥 ฝ่าตลาดซบ! “เมซง ดีเวลลอปเม้นท์” เปิดเกมรุกบ้านหรู 1,100 ล้าน ปั้นแบรนด์ใหม่ “MONÉT” บุกพระราม 3 เจาะเศรษฐีตัวจริง

ตลาดอสังหาฯ จะชะลอ…แต่ไม่ใช่สำหรับ “ตัวจริง”

“เมซง ดีเวลลอปเม้นท์” เดินเกมสวนกระแสเศรษฐกิจ เปิดแผนปี 2569 ลุยตลาดบ้านหรูเต็มสูบ ทุ่มงบกว่า 1,100 ล้านบาท เปิด 3 โครงการใหม่ พร้อมเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “MONÉT” (โมเน่ต์) ปักหมุดตลาด Ultra Luxury เจาะกลุ่มมหาเศรษฐี และทายาทธุรกิจรุ่นใหม่



💎 เกมใหม่ “ไม่แข่งราคา…แต่แข่งความเป็นส่วนตัว”

ท่ามกลางแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง และแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ
ผู้เล่นรายเล็กเริ่มสะดุด…แต่เมซงเลือก “เปลี่ยนเกม”

👉 เบนเข็มสู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
👉 โฟกัสลูกค้ากำลังซื้อสูง
👉 สร้าง “บ้านที่ไม่ใช่แค่บ้าน” แต่คือ Private Residence ระดับสูง

เพราะในตลาดนี้
“ราคาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย…แต่คือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ที่เงินก็ซื้อยาก”



🏡 เปิดไพ่ 3 โครงการใหม่

ปี 2569 เมซงเตรียมเปิด 3 โครงการ ได้แก่

▪️ Grand Morgen Privacy พรานนก–สาย 1
มูลค่า 300 ล้านบาท เปิดตัวแล้ว กวาดยอดขายกว่า 40 ล้านบาท

และไฮไลต์สำคัญคือ 2 โปรเจกต์ Ultra Luxury ใต้แบรนด์ MONÉT



✨ MONÉT: บ้านหรูที่ “คิดมาแล้วทุกมิติ”

📍 ทำเล “พระราม 3” – Rare Item ของตลาดบ้านหรู

1. MONÉT QUINN พระราม 3
• บ้านเดี่ยว 3 ชั้น
• 5 ห้องนอน / ลิฟต์ส่วนตัว / รองรับ EV
• เพียง 8 ยูนิต
• เริ่ม 44.9 ล้านบาท
• เปิดตัว Q2/69

2. MONÉT FLEUR พระราม 3
• บ้าน 3.5 ชั้น Super Exclusive
• มีสระว่ายน้ำ + whirlpool bath ทุกยูนิต
• เพียง 6 ยูนิต
• เริ่ม 52.9 ล้านบาท
• เปิดตัว Q3/69



📍 ทำไมต้อง “พระราม 3” ?

เพราะนี่คือทำเลที่
✔️ ใกล้ CBD สีลม–สาทร
✔️ เชื่อมต่อทางด่วน–สะพานหลัก
✔️ รายล้อมโรงเรียนนานาชาติระดับโลก เช่น
• King’s College International School Bangkok
• Shrewsbury International School Bangkok

👉 และที่สำคัญ “ที่ดินหายาก” คู่แข่งน้อย



🎯 ลูกค้าคือใคร?

ไม่ใช่แค่ “คนรวย” แต่คือ
• เจ้าของธุรกิจ
• นักลงทุน
• ผู้บริหารระดับสูง
• Young Successor

กลุ่มที่ต้องการ “บ้านหลังที่สองในเมือง”
และยอมจ่ายเพื่อคุณภาพ + ความเป็นส่วนตัว



📊 มั่นใจขายหมดภายในปี 2570

แม้โลกมีความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์
แต่ดีมานด์บ้าน Ultra Luxury ยัง “นิ่งและแข็งแรง”

เมซงเชื่อว่า
👉 ลูกค้ากลุ่มนี้ “ไม่ได้ซื้อเพราะจำเป็น”
👉 แต่ซื้อเพราะ “เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิต”



🔥 สรุป

ในวันที่ตลาดแมสยังเหนื่อย
“บ้านหรู” กลับกลายเป็นสนามของคนที่พร้อมจริง

และเกมนี้…
เมซงไม่ได้แค่ลงแข่ง
แต่กำลัง “ตั้งกติกาใหม่” ของตลาด Ultra Luxury







#พระราม3
#บ้านหรู

#อสังหาฯปี69

BKI กางแผนปี 69: รับมือโลกผันผวน ชูคอนเซปต์ "Fast & Flexible" พร้อมเบรกพอร์ตประกันรถ EV! 🚗⚡สรุปประเด็นร้อนจาก กรุงเทพประ...
19/03/2026

BKI กางแผนปี 69: รับมือโลกผันผวน ชูคอนเซปต์ "Fast & Flexible" พร้อมเบรกพอร์ตประกันรถ EV! 🚗⚡

สรุปประเด็นร้อนจาก กรุงเทพประกันภัย (BKI) และ BKIH เมื่อยักษ์ใหญ่ในวงการประกันภัยมองข้ามช็อตไปถึงปี 2569 ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีอะไรที่คุณต้องรู้บ้าง? สรุปมาให้แล้วที่นี่! 👇

🚀 ผลประกอบการปี 68: "ทุบสถิติ" กำไรทะลุ 3.1 พันล้าน!

แม้ปีที่ผ่านมาจะเจอมหันตภัยทั้งแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ แต่ BKI ยังแกร่ง!

• กำไรสุทธิ: 3,135.1 ล้านบาท (เติบโต 22% จากปีก่อน)

• ปันผลจุกๆ: รวมทั้งปี 17.50 บาท/หุ้น (Yield สูงถึง 5.8%)

• ความเชื่อมั่น: S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A- (Stable) ยาวนานต่อเนื่อง

⚠️ ประกันรถ EV: "ระมัดระวังและเข้มงวด"
ประเด็นที่คนใช้รถไฟฟ้าต้องฟัง! BKI เผยตัวเลขที่น่าตกใจของพอร์ต EV ปีที่ผ่านมา:

• Loss Ratio พุ่งสูงถึง 70%: ยังทำกำไรไม่ได้!

• ค่าซ่อมแพงระยับ: อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์และแร่หายาก (Rare Earth) ราคาพุ่ง เพราะเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ผลิต "ขีปนาวุธ" ในภาวะสงคราม!

• ปรับแผน: ปี 69 ตั้งเป้าเบี้ย EV เพียง 2% ของพอร์ต และหันไปเน้น "รถสันดาปอายุ 2-4 ปี" แทนรถใหม่ป้ายแดง เพราะสถิติเคลมน้อยกว่าถึง 10%

🌍 จับตาสงคราม & เศรษฐกิจปี 69
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประเมินว่าสงครามตะวันออกกลางอาจลากยาว แต่อาจจบภายในกลางปี 69:

• โอกาสหลังสงคราม: ธุรกิจไทยจะมีโอกาสจากการ "ซ่อมแซมและสร้างเมืองใหม่"

• วิกฤติพลังงาน: ราคาน้ำมันที่ผันผวนอาจฉุด GDP ไทยเหลือ 1.3-1.5%

• กลยุทธ์ BKI: มุ่งเน้นงานวิศวกรรมจากโปรเจกต์ Data Center และเมกะโปรเจกต์รัฐ (รถไฟสายสีส้ม/ความเร็วสูง)

✨ New Products & Tech: ประกันที่เข้าใจ LifeStyle

BKI ไม่ได้มีแค่ประกันรถ! ปี 69 นี้จัดเต็มโปรดักต์ใหม่:

• 🐱 ประกันเดินทาง Travel Joy: เพิ่มความคุ้มครอง "สัตว์เลี้ยง" (สุนัข/แมว) กรณีเดินทางด้วยกัน หรือฝากเลี้ยงแล้วไฟลท์ดีเลย์

• 🩺 ประกันโรคร้ายแรง: คุ้มครอง 11 โรคฮิต (รวมเบาหวาน) เจอ จ่าย จบ รับเงินก้อน 100%

• 🛵 ประกันไรเดอร์: เบี้ยเริ่มต้นแค่ 190 บาท! มีเงินชดเชยรายวันและเงินปลอบขวัญ

• 🤖 AI Claims: แจ้งเคลมผ่าน LINE OA ติดตามสถานะ Real-time และใช้ AI ช่วยพิจารณาสินไหมให้ไวขึ้นกว่าเดิม!

• "เราต้องเร็วกว่าและยืดหยุ่นกว่า (Fast & Flexible) ท่ามกลางระเบียบโลกที่เปราะบาง BKI มุ่งเน้นความมั่นคงยั่งยืน มากกว่าการเร่งโตที่เสี่ยงเกินไป"

#กรุงเทพประกันภัย #บีเคไอโฮลดิ้งส์
#ประกันภัย #เศรษฐกิจ2569 #ประกันการเดินทาง #หุ้นประกัน

10/03/2026

🌎 FULL MAX - เติมเต็มทุกข่าวสารด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน

อัปเดตข่าวสารวันนี้ ได้ที่ www.fullmax.cc
#วิกรม" กางแผน " #อมตะ" ปี 69 ปลุกรัฐเลิก "กลัว" เลิกย่ำอยู่กับที่ ชูโมเดลดูไบ-สิงคโปร์สู้ศึกเวียดนาม มั่นใจไทยยังมีดีที่ "ทำเล-เสถียรภาพ"

อัปเดตข่าวต่อ ที่นี่ https://www.facebook.com/share/1L9uj599ZC/?mibextid=wwXIfr

” สะเทือนช่องแคบฮอร์มุซ! “ระยองโอเลฟินส์” ประกาศ Force Majeure หยุดโรงงานชั่วคราว ต้นทุนพุ่ง 150 ล้าน/เดือน

อัปเดตข่าวต่อ ที่นี่ https://fullmax.cc/content/23859

” ปี 68 กำไรโต 34.77% บอร์ดเคาะปันผล 0.0340 บาท ขึ้น XD 5 พ.ค. นี้

อัปเดตข่าวต่อ ที่นี่ https://fullmax.cc/content/23810


x ลงนาม MOU ใช้ระบบขนส่งไฟฟ้าเป็น Living Lab เดินหน้าวิจัย–พัฒนานวัตกรรมขนส่งและท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืน

อัปเดตข่าวต่อ ที่นี่ https://fullmax.cc/content/23843


📌สามารถติดตามช่อง FULL MAX NEWS ข่าวเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน หุ้น ฯลฯ ได้ที่ :
🧡 Website : https://fullmax.cc/home
💙 Facebook : https://shorturl.asia/xz0fQ
❤️ Youtube : https://shorturl.asia/BTgFH
🖤 TikTok : https://shorturl.asia/5mWZ1
💚 Email : [email protected]
-
#ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเงิน #ข่าวการลงทุน #ตลาดหุ้น #ข่าวคมนาคม #ข่าวพลังงาน #ข่าวอสังหาริมทรัพย์ #ข่าวประกัน #ข่าวคมนาคม #ข่าวพลังงาน #ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย #ความยั่งยืน

A5 เดินเกม “Scaling the Core” ปั้น 5 เสาหลักธุรกิจ ลุย Luxury Ecosystem ตุนแบ็คล็อก 967 ลบ.⸻A5 เปิดวิสัยทัศน์ปี 2569 เดิ...
09/03/2026

A5 เดินเกม “Scaling the Core” ปั้น 5 เสาหลักธุรกิจ ลุย Luxury Ecosystem ตุนแบ็คล็อก 967 ลบ.



A5 เปิดวิสัยทัศน์ปี 2569 เดินกลยุทธ์ “Scaling the Core, Shaping the Future” ต่อยอดความแข็งแกร่งธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี พร้อมขยายสู่ Luxury Living Ecosystem ผ่านการเปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ A5 Design และ Upper Class Solution ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1,600 ล้านบาท พร้อมตุนยอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่า 967 ล้านบาท

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีในปี 2569 ยังมีดีมานด์จากลูกค้ากำลังซื้อสูง แม้การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับ การเลือกทำเลศักยภาพ การออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และคุณภาพโครงการ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตระยะยาว

สำหรับทิศทางธุรกิจปีนี้ บริษัทเน้น การเติบโตเชิงคุณภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Scaling the Core, Shaping the Future” ผ่านแผน 5-Pillar Expansion Strategy ได้แก่
1. ธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี (ธุรกิจหลัก)
2. A5 Design ธุรกิจด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
3. Upper Class Solution ธุรกิจบริการและโซลูชันสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง
4. การลงทุนธุรกิจใหม่ในอนาคต
5. การต่อยอดธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income)

บริษัทตั้งเป้ากระจายแหล่งรายได้และสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง โดยคาดว่าจะทยอยเห็นความชัดเจนของการลงทุนใหม่เพิ่มเติมในระยะต่อไป

ปัจจุบัน A5 มียอดขายรอโอน (Backlog) 967 ล้านบาท ณ วันที่ 8 มีนาคม 2569 จากโครงการ
• Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7
• VANA Ratchapruek–Westville
• CINQUIÈME Krungthep Kreetha
• Rachaya

ซึ่งจะทยอยโอนและรับรู้รายได้ตั้งแต่ ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป

หนึ่งในธุรกิจใหม่คือ A5 Design บริษัทในเครือ Asset Five ที่ให้บริการ Design & Build บ้านระดับลักชัวรีแบบครบวงจร ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ สถาปัตยกรรม อินทีเรียร์ จนถึงการบริหารงานก่อสร้าง

ขณะที่อีกหนึ่งธุรกิจใหม่คือ Upper Class Solution ซึ่งให้บริการ Property Management พร้อม Home Expert และ Lifestyle Services เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าในโครงการระดับลักชัวรี

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนา 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 5,140 ล้านบาท ภายในปี 2572 ในทำเลศักยภาพ เช่น กรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ และรามอินทรา–วัชรพล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดบ้านลักชัวรี

การเปิดตัว A5 Design และ Upper Class Solution ถือเป็นก้าวสำคัญของ A5 ในการต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สู่การสร้าง Luxury Living Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาโครงการ ไปจนถึงการดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต







#อสังหาฯลักชัวรี
#อสังหาริมทรัพย์

#ข่าวเศรษฐกิจ

“3 สมาคมอสังหาฯ” ผนึกกำลังสู้หนี้ ชูโมเดล “New Balance” ล่าปลาวาฬเศรษฐีโลก จี้รัฐปลดล็อกมาตรการ 3+9 ปั๊มสภาพคล่องตลาดบ้า...
08/03/2026

“3 สมาคมอสังหาฯ” ผนึกกำลังสู้หนี้ ชูโมเดล “New Balance” ล่าปลาวาฬเศรษฐีโลก จี้รัฐปลดล็อกมาตรการ 3+9 ปั๊มสภาพคล่องตลาดบ้าน

3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกาศปรับเกมธุรกิจครั้งใหญ่ รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนพุ่งและสินเชื่อเข้มงวด ชูโมเดลใหม่ “New Balance” เน้นรักษา สภาพคล่อง (Liquidity) และเร่งระบายสต๊อก พร้อมจี้รัฐบาลชุดใหม่เร่งปลดล็อกมาตรการ “3+9” เพื่อฟื้นกำลังซื้อในตลาดบ้าน

ขณะเดียวกันยังวางยุทธศาสตร์ใหม่ ดึงกลุ่มมหาเศรษฐีต่างชาติหรือ “ปลาวาฬ” จากทั่วโลกเข้าซื้ออสังหาฯ ไทย โดยมองว่าความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์กำลังผลักให้ไทยกลายเป็น Safe Haven หรือที่หลบภัยของเงินทุนระดับโลก



ตลาดอสังหาฯ เข้าสู่ยุค “New Balance” เน้นเงินสด-ระบายสต๊อก

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ระบุว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาฯ เผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่สูง และสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับ สภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับแรก

กลยุทธ์หลักคือ
• เร่งระบายสต๊อกผ่านโปรโมชัน
• ลดภาระหนี้ของบริษัท
• รักษาการหมุนเวียนของเงินสดในธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก เช่น ตะวันออกกลาง ไต้หวัน และพม่า กลับกลายเป็นโอกาส เพราะทำให้ไทยถูกมองเป็น บ้านหลังที่สองของกลุ่ม Wealth และ Ultra Luxury จากทั่วโลก ด้วยจุดแข็งด้านความปลอดภัยและระบบสาธารณสุข



แนวราบยังไปได้ มองเศรษฐกิจปี 69 ดีกว่าปีก่อน

สมนึก ตันฑเทอดธรรม อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า เศรษฐกิจปี 2569 มีแนวโน้มดีกว่าปี 2568 ทั้งจากปัจจัยการเมืองและ GDP ที่คาดว่าจะฟื้นตัว

แม้กำลังซื้อและการปล่อยสินเชื่ออาจยังไม่ต่างจากปีก่อนมากนัก แต่ตลาด บ้านแนวราบยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาทางการเงินต้องเน้นประคองธุรกิจไปก่อน



ชงรัฐบาลใหม่ดันมาตรการ “3+9” กู้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า หลังรัฐบาลชุดใหม่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้ง 3 สมาคมเตรียมเสนอ มาตรการ “3+9” เพื่อปลดล็อกตลาดอสังหาฯ

มาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ
1. ผ่อนคลาย LTV อีก 1 ปี
2. ขยายลด ค่าโอน–จดจำนองบ้านทุกระดับราคา อีก 1 ปี
3. ลดอัตราดอกเบี้ย MRR และ MLR ให้สอดคล้องดอกเบี้ยนโยบาย

มาตรการระยะยาว 9 ข้อ

เช่น
• ปรับโครงสร้าง LTV ระยะยาว
• สัญญาเช่าที่ดิน 60 ปี รองรับต่างชาติ
• รัฐจัดตั้ง Mortgage Insurance ค้ำประกันบ้านหลังแรก
• ใช้บ้านเป็นหลักประกันแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน (Debt Warehouse)
• พัฒนาโครงการระดับโลก เช่น Education Hub / Health Hub / Amusement Park
• ปรับขนาดที่ดินบ้านให้สอดคล้องกำลังซื้อประชาชน



ยุทธศาสตร์ “ล่าปลาวาฬ” ดึงเศรษฐีโลกซื้อบ้านหรูไทย

ภาคอสังหาฯ มองว่า กลุ่มลูกค้าระดับ Ultra Luxury ราคาเกิน 50 ล้านบาท ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักลงทุนจาก ดูไบ อาบูดาบี และตะวันออกกลาง

จึงเสนอให้ไทยจัด มหกรรมอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ที่ภูเก็ตหรือสมุย เพื่อดึงเงินทุนต่างชาติให้เข้ามาซื้ออสังหาฯ ไทยมากขึ้น



เตือนผู้ซื้อบ้าน “นาทีทองกำลังจะหมด”

สมาคมอสังหาฯ มองว่า ปัจจุบันเป็นช่วงที่ราคาบ้านยังไม่ปรับขึ้นแรง แต่ในอนาคตต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ดังนั้นผู้ที่มี Real Demand ควรเตรียมเครดิตและวินัยทางการเงินให้พร้อม เพราะราคาบ้านมีโอกาส ขยับขึ้นในระยะต่อไป



#อสังหาริมทรัพย์

#มาตรการ3บวก9
#ตลาดบ้าน
#เศรษฐกิจไทย

#อสังหาฯไทย

“สิงห์ เอสเตท” กางแผนปี’69 ลุย 4 ธุรกิจหลัก เปิด 2 โปรเจกต์ใหม่ 4,000 ล้าน ดันรายได้ทะลุ 1.4 หมื่นล้าน ไม่หวั่นสงครามโลก...
06/03/2026

“สิงห์ เอสเตท” กางแผนปี’69 ลุย 4 ธุรกิจหลัก เปิด 2 โปรเจกต์ใหม่ 4,000 ล้าน ดันรายได้ทะลุ 1.4 หมื่นล้าน ไม่หวั่นสงครามโลก



“สิงห์ เอสเตท” ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารพาณิชย์ และนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ แตะ 14,000 ล้านบาท พร้อมรักษาสัดส่วนรายได้ประจำจากโรงแรมและอาคารสำนักงานประมาณ 70% ของพอร์ต

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก แต่ธุรกิจโรงแรมของกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง โดยช่วง 2 เดือนแรกของปี อัตราการเข้าพักโรงแรมในเครือที่ไทย มัลดีฟส์ และฟิจิ อยู่ที่ประมาณ 70% สะท้อนความต้องการท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับดี

สำหรับปี 2569 บริษัทวาง 3 กลยุทธ์หลัก ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่
• เสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำ โดยเฉพาะโรงแรมและอาคารสำนักงาน
• ขยายการเติบโตผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
• รักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ได้แก่
• คอนโดมิเนียมทำเลใกล้ CBD กรุงเทพฯ ร่วมทุนกับบริษัท วัน เรียลเอสเตท มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท
• โครงการ Branded Residence “SAii Residence” ติดหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง โดยมุ่งดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Center รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Cloud ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ตั้งเป้าจำหน่ายที่ดิน 200–400 ไร่ มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท

ด้านธุรกิจโรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) โชว์ผลงานปี 2568 ทำกำไรจากการดำเนินงานปกติ 615 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) อีก 20–25% และดัน EBITDA Margin แตะ 30%

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าปี 2569 จะสามารถ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ (Turnaround) หลังจากปีก่อนขาดทุนสุทธิประมาณ 1,365 ล้านบาท โดยยังคงรักษากำไรจากการดำเนินงานปกติให้สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 531 ล้านบาท

#สิงห์เอสเตท #อสังหาริมทรัพย์ #โรงแรม #ภูเก็ต

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FM PROPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์