INETREIT Management

INETREIT Management INETREIT
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทดาต้าเซนเตอร์ทั้งหมด

📢 ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนงวดเดือน กรกฎาคม 2569จ่ายวันที่ 12 ตุลาคม 2569อัตรา 0.0675 บาท / หน่วย วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผ...
15/09/2026

📢 ประกาศจ่ายปันผลรายเดือน
งวดเดือน กรกฎาคม 2569
จ่ายวันที่ 12 ตุลาคม 2569
อัตรา 0.0675 บาท / หน่วย
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 25 กันยายน 2569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=106783201&symbol=INETREIT
#ปันผลรายเดือน #ดาต้าเซนเตอร์

เจาะลึกทิศทางดอกเบี้ยกับโอกาสทำกำไรใน “กอง REITs”ในสภาวะเศรษฐกิจที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการล...
11/09/2026

เจาะลึกทิศทางดอกเบี้ยกับโอกาสทำกำไรใน “กอง REITs”
ในสภาวะเศรษฐกิจที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุน สิ่งที่นักลงทุนมองหาไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น
ซึ่ง REITs (Real Estate Investment Trust) หรือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะกองรีทที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งการขึ้นลงของดอกเบี้ยในแต่ละช่วงอาจเป็นปัจจัยที่บ่งบอกได้ว่า พื้นฐานของกอง REITs นั้นๆ มีคุณภาพมากแค่ไหน
อ่านต่อได้ใน Infographic นี้
#ดาต้าเซนเตอร์

เจาะลึกทิศทางดอกเบี้ยกับโอกาสทำกำไรใน “กอง REITs”ในสภาวะเศรษฐกิจที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการล...
04/09/2026

เจาะลึกทิศทางดอกเบี้ยกับโอกาสทำกำไรใน “กอง REITs”
ในสภาวะเศรษฐกิจที่อัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการลงทุน สิ่งที่นักลงทุนมองหาไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น
ซึ่ง REITs (Real Estate Investment Trust) หรือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะกองรีทที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งการขึ้นลงของดอกเบี้ยในแต่ละช่วงอาจเป็นปัจจัยที่บ่งบอกได้ว่า พื้นฐานของกอง REITs นั้นๆ มีคุณภาพมากแค่ไหน
“ดอกเบี้ย” ส่งผลอย่างไรต่อทิศทางการลงทุน?
การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อพฤติกรรมการลงทุนโดยตรง เพราะดอกเบี้ยคือปัจจัยที่กำหนดผลตอบแทนของสินทรัพย์ ซึ่งนักลงทุนมักใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน สามารถอธิบายได้ดังนี้
[ดอกเบี้ยขาขึ้น]
เมื่อดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุน และเลือกลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนกว่าเพิ่มขึ้น เช่น ตราสารหนี้ (Bond) การฝากเงินในธนาคาร เป็นต้น ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และราคาหน่วยลงทุนของ REITs โดยรวมมักถูกกดดัน เพราะนักลงทุนมักจะย้ายไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน
[ดอกเบี้ยขาลง]
ในทางกลับกัน เมื่อดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวลง REITs มักได้รับความสนใจกลับมา ทำให้ราคาหน่วยลงทุนของกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ (Bond Yield) จะลดลงตามดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนมอง REITs เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น
[สรุปได้ว่า]
- ดอกเบี้ยขาขึ้น: นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง เช่น ตราสารหนี้ (Bond)
- ดอกเบี้ยขาลง: สินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนน้อยลง นักลงทุนจึงหันไปให้ความสำคัญกับ REITs ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า
ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศทาง ความน่าสนใจของ REITs เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกว่ากอง ​REITs นั้นมีคุณภาพ
- Demand ในกระแสยังคงเติบโต
กอง REITs ที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในกระแสความต้องการระยะยาว เช่น คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่เติบโตตาม e-commerce, Data Center ที่เติบโตตามความต้องการใช้ Cloud และ AI, หรือนิคมอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต มักมีโอกาสการเช่าต่อเนื่องในระยะยาว
- ผู้เช่าแข็งแรง และค่าเช่าที่เติบโต
สะท้อนความมั่นคงของรายได้จากผู้เช่าที่มีคุณภาพ และความสามารถในการปรับขึ้นค่าเช่า ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของกระแสเงินสด
- กระแสเงินสดมีความมั่นคง
อัตราการเช่าพื้นที่ที่อยู่ในระดับสม่ำเสมอ ประกอบกับสัญญาเช่าระยะยาว ช่วยให้กองสามารถจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ
กอง REITs แบบไหน "แข็งแกร่ง" ในกระแสโลกยุคใหม่
หากมองในมิติของประเภทสินทรัพย์ REITs แต่ละ Sector มีความสามารถในการต้านทานความผันผวนของดอกเบี้ยไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มค้าปลีกหรือโรงแรมมักผูกกับกำลังซื้อและฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มอย่างโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ที่เติบโตตามการขยายตัวของ e-commerce และการย้ายฐานการผลิต และ Data Center โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในไทยคือ INETREIT เป็นกองทรัสต์แรกและกองเดียวในไทยที่เข้าลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ Data Center ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้ Cloud และ AI ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยกองนี้มีรูปแบบการจ่ายปันผลรายเดือน ช่วยสร้างกระแสเงินสดให้ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีผู้เช่าหลักที่แข็งแรงและมีการปรับเพิ่มค่าเช่าตามสัญญาในอัตราประมาณ 2% ต่อปี ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และสนับสนุนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างต่อเนื่อง
จะเห็นได้ว่า REITs ที่ผูกอยู่กับสินทรัพย์ในกระแสเมกะเทรนด์ และมีพื้นฐานโครงสร้างรายได้ที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคง อาจมีแนวโน้มรองรับความผันผวนของดอกเบี้ยได้ดีกว่ากลุ่มอื่น
ท้ายที่สุด ไม่ว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นหรือขาลง สิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญคือการทบทวนเป้าหมายและแผนการลงทุนของตัวเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์อยู่เสมอ เพราะการวางแผนที่รอบคอบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้ได้
หมายเหตุ: เนื้อหาในบทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลและกรณีศึกษาเท่านั้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้การันตีถึงผลลัพธ์ในอนาคต ผู้อ่านควรศึกษาลักษณะสินทรัพย์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
#ดาต้าเซนเตอร์

INETREIT โชว์ผลงานไตรมาส 2 กวาดรายได้ 242.08 ลบ. โต 38.37% เดินหน้าสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่องทรัสต์เพื่อการล...
12/08/2026

INETREIT โชว์ผลงานไตรมาส 2 กวาดรายได้ 242.08 ลบ. โต 38.37% เดินหน้าสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนโดยตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี Data Center ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 242.08 ล้านบาท เติบโต 38.37% และกำไรสุทธิ 203.69 ล้านบาท เติบโตกว่า 49.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เตรียมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 8 กันยายน 2569 สะท้อนศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์และสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
คุณภพ ดำรงค์สุวัฒน์ และ คุณวิริญจ์ จูหงี รักษาการกรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินเนินงานไตรมาส 2 (เมษายน - มิถุนายน) ว่า “ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมกว่า 242.08 ล้านบาท เติบโต 38.37%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 203.69 ล้านบาท เติบโตกว่า 49.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้ของทรัพย์สินที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ประกอบกับความต้องการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center, Cloud และ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการใช้บริการ และประสิทธิภาพในการสร้างรายได้จากทรัพย์สินของกองทรัสต์เติบโตไปในทิศทางที่ดี”
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนรายเดือนสำหรับผลการดำเนินงานประจำเดือนมิถุนายน 2569 ในอัตรา 0.0675 บาทต่อหน่วย กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 สิงหาคม 2569 และจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 8 กันยายน 2569
ทั้งนี้ INETREIT ยังคงมุ่งบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างกระแสรายรับที่สม่ำเสมอและสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว
#ดาต้าเซนเตอร์

📢 ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนงวดเดือน มิถุนายน 2569จ่ายวันที่ 8 กันยายน 2569อัตรา 0.0675 บาท / หน่วย วันที่ไม่ได้รับสิทธิปัน...
12/08/2026

📢 ประกาศจ่ายปันผลรายเดือน
งวดเดือน มิถุนายน 2569
จ่ายวันที่ 8 กันยายน 2569
อัตรา 0.0675 บาท / หน่วย
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 24 สิงหาคม 2569
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=105924801&symbol=INETREIT
#ปันผลรายเดือน #ดาต้าเซนเตอร์

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงน้อมรำลึกในพระมหากรุ...
11/08/2026

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙
วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน
บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด

เทรนด์ลงทุน Data Center โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ ของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลรายงานจาก CBRE บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เ...
11/08/2026

เทรนด์ลงทุน Data Center โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ ของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
รายงานจาก CBRE บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยแนวโน้มตลาด Data Center ปี 2026 (บทความ Global Data Center Trends 2026) พบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 กำลังรองรับของตลาด Data Center ในภูมิภาคหลักทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยตลาดหลักในลาตินอเมริกามีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 41.3% ตามมาด้วยอเมริกาเหนือที่ 33% ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการของผู้ให้บริการธุรกิจ Cloud และงานประมวลผลด้าน AI
ตลอดจนการใช้บริการผ่าน Digital Platform รวมถึงการเร่งทำ Digital Transformation ของภาครัฐและภาคธุรกิจที่ทำให้องค์กรหันมาใช้เทคโนโลยี Cloud มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและรองรับการขยายตัวของบริการดิจิทัล จนกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ Data Center มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะบริการเหล่านี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแรง เพื่อการประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Data Center ยังนำไปสู่ประเด็นที่หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญในหลายด้าน อาทิ ข้อมูลถูกจัดเก็บอยู่ที่ไหน ใครสามารถเข้าถึงหรือควบคุมได้ และอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของกฎหมายประเทศใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ความมั่นคงขององค์กร และการให้บริการภาคประชาชน
Data Sovereignty เทรนด์หนุนส่งคลาวด์ไทยโตแรง
ปัจจุบัน Data Sovereignty หรือ อธิปไตยทางข้อมูล ได้รับความสนใจมากขึ้น หลายองค์กรเริ่มมองหาการเก็บข้อมูลในประเทศเพื่อให้สามารถมีอำนาจการควบคุมข้อมูลของตัวเองได้
สำหรับประเทศไทย ความต้องการดังกล่าวมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นผ่านนโยบายของภาครัฐอย่าง Cloud-First ที่เข้มงวดด้านการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับชาติ
รวมถึงยังมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่ถูกกำหนดให้ผู้บริโภคมีสิทธิในการควบคุมข้อมูลของตัวเอง และให้ธุรกิจที่จัดเก็บข้อมูลต้องมีมาตรการปกป้องอย่างเหมาะสม เมื่อองค์กรต้องการใช้ Cloud ที่สามารถควบคุมและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างชัดเจน ก็ย่อมส่งผลให้ธุรกิจ Data Center ภายในประเทศเติบโตตามปัจจัยดังกล่าว ทั้งในด้านพื้นที่จัดเก็บ ความต่อเนื่องในการให้บริการ และมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ที่กลายเป็นอีกแรงหนุนส่งเสริมให้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยเติบโต
สอดคล้องกับการประเมินของ Fortune Business Insights บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก ซึ่งคาดว่าตลาด Sovereign Cloud ทั่วโลกจะเติบโตเพิ่มขึ้น 195.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และอาจแตะ 1.32 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2034 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 27% ระหว่างปี 2026-2034 ส่วน Research and Markets ศูนย์รวมข้อมูลและงานวิจัยระดับโลก ก็ได้ประเมินว่า ตลาด Data Center ของประเทศไทยจะเพิ่มจาก 1.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เป็น 6.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 27.71%
สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของธุรกิจ Data Center ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่แรงหนุนจากความต้องการใช้งาน Cloud การทำ Digital Transformation หรือการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่กระแส Data Sovereignty ยังมีส่วนช่วยผลักดันความต้องการใช้ Cloud และ Data Center ภายในประเทศร่วมด้วย อันส่งผลทำให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยเสริมทั้งความมั่นคงทางข้อมูลและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
#เศรษฐกิจดิจิทัล

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตต...
28/07/2026

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
วันอาสาฬหบูชา
เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และทำให้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์

๒๘ กรกฎาคมวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวขอพระองค์ทรงพร...
27/07/2026

๒๘ กรกฎาคม
วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด

เปิดโครงสร้างรายได้ INETREIT เบื้องหลังการจ่ายปันผลตอบแทนที่สม่ำเสมอทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอ...
17/07/2026

เปิดโครงสร้างรายได้ INETREIT เบื้องหลังการจ่ายปันผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีสัดส่วนการลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ 58% และกรรมสิทธิ์ (Freehold) ที่ 42% ทำให้ INETREIT มีความมั่นคง ส่งผลให้สร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ
INETREIT ลงทุนในสินทรัพย์อะไร?
ทรัพย์สินหลักของ INETREIT ประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในอาคารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล INET-IDC3 ได้แก่ เฟส 1 เฟส 2 ส่วนแรก และเฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลของ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยเป็นผู้เช่ารายเดียวในสินทรัพย์ที่กองทรัสต์ถือครองปัจจุบัน มีบทบาทรองรับการให้บริการ Cloud และ Digital Platfrom ขององค์กรไทย ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 2% ต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและยั่งยืน
ลงทุนเฟสใหม่เพิ่มฐานค่าเช่า หนุนผลการดำเนินงานเติบโต
หนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนผลการดำเนินงานล่าสุด คือการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง โดยหากดูข้อมูลรายได้รวมไตรมาส 1/2569 INETREIT มีรายได้ที่ 241.53 ล้านบาท เติบโต 43.70% และกำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 203.07 ล้านบาท เติบโต 57.14 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการเติบโตของทรัพย์สินเดิมในอัตรา 2% ต่อปีแล้ว INETREIT ยังมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายฐานสินทรัพย์ลงทุนใหม่ จากการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ด้วยมูลค่า 2,415 ล้านบาทเป็นที่สำเร็จในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้และกำไรของกองทรัสต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ ที่มีความมั่นคงและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้แก่นักลงทุน
กองทรัสต์แรกในไทยที่ปันผลรายเดือน
อีกหนึ่งจุดเด่นของ INETREIT คือการเป็นกองทรัสต์แรกในประเทศไทยที่ประกาศจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน (ปันผล) ในรูปแบบรายเดือน เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
นับตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ INETREIT ได้ประกาศจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วสะสม รวมกว่า 30 ครั้ง (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569) คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,715 ล้านบาท และภายหลังจากปรับรูปแบบการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายเดือน INETREIT ได้ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนแบบรายเดือนต่อเนื่องแล้วกว่า 16 ครั้ง ครอบคลุมงวดดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 โดยจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 0.0666-0.0675 บาทต่อหน่วย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและการบริหารกองทรัสต์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
INETREIT ลงทุนสินทรัพย์เมกะเทรนด์ ที่มีอัตราการเติบโตกว่า 8.37% ต่อปี
หากดูข้อมูลของอุตสาหกรรม Data Center โลกจะพบว่ามีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 8.37% ต่อปี (2568-2572) จากความต้องการใช้งาน Cloud, Big Data และ Digital Platform ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายองค์กรมีความต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเพิ่มตามมา ซึ่งช่วยเป็นแรงหนุนสำคัญให้ธุรกิจ Data Center เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Research and Markets คาดการณ์ว่า มูลค่าการลงทุนในตลาด Data Center ของไทยจะเติบโตเฉลี่ย 27.71% ต่อปีในช่วงปี 2568-2572 จาก 1.45 พันล้านดอลลาร์ เป็น 6.29 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Data Center ในประเทศ
ทั้งหมดนี้ คือปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างรายได้ของ INETREIT ตั้งแต่รายได้ค่าเช่าภายใต้สัญญาระยะยาว การลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพื่อขยายฐานรายได้ และการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นเมกะเทรนด์ ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยสร้างการเติบโตของกองทรัสต์ได้ต่อเนื่อง ที่สนับสนุนให้สามารถส่งต่อผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยอย่างเป็นระบบตามผลการดำเนินงานได้ในระยะยาว

ที่อยู่

1768 Thai Summit Tower, 12th Floor, New Petchaburi Road, Khwaeng Bang Kapi, Khet Huay Khwang
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ INETREIT Management โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์