13/10/2026
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มีพระอาการประชวรเรื้อรัง
ในส่วนของพระหทัยเต้นผิดปกติ จากการได้รับเชื้อ
ไมโคพลาสมา ราวปี ๒๕๓๐ ขณะเสด็จไปเยี่ยมประชาชน
ที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
คณะแพทย์ไม่อาจถวายการรักษาให้หายขาดได้
ทำได้เพียงถวายพระโอสถประคองพระอาการมาตลอด
จนต้องทรงรับการผ่าตัดใหญ่เมื่อปี ๒๕๓๘
ต่อมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๒ ทรงเริ่มประชวร
อันเนื่องมาจากพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ
พระองค์แปรพระราชฐานจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ไปประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช
เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษา
ต่อมาจนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ เมื่อพระอาการเริ่มดีขึ้น
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ
ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบถ
จนกระทั่งวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ เสด็จฯ มาประทับ
ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีพระอาการไข้
คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไป
ดีขึ้นตามลำดับ
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ พระองค์ได้เสด็จ
พระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข
วังไกลกังวล เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบถอีกครั้ง
แต่เสด็จฯ ไปประทับได้ไม่นาน ก็ทรงกลับมาประทับ
ณ โรงพยาบาลศิริราช หลังจากนั้นจนถึงเดือนกันยายน
๒๕๕๙ พระอาการประชวรได้ดีขึ้นและทรุดลงเป็นครั้งคราว
โดยพระราชกรณียกิจครั้งสุดท้ายของพระองค์
คือการพระราชทานพระบรมราชวโรกาส
ให้ผู้พิพากษาประจำศาลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๘
และปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้ายในการเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทอดพระเนตรสภาพภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสวนจิตรลดา
พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๙
ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๙ เป็นต้นมา
มีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ
พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด
และพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย
คณะแพทย์จึงทำการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ
และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิต
แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย
พระอาการไม่คงที่ ก่อนที่พระอาการจะทรุดลงไปอีก
มีการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
จนเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระอาการประชวร
ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคต
ด้วยพระอาการสงบเมื่อเวลา ๑๕.๕๒ น.
รวมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา
ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี ๔ เดือน ๔ วัน
โดยหากไม่นับรวมพ่อขุนบานเมืองและพระยางั่วนำถุม
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยที่ไม่ทราบปี
พระบรมราชสมภพแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์
ที่มีพระชนมพรรษามากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
และครองราชย์ยาวนานมากที่สุดในเอเชีย
และเป็นอันดับสามของโลก
วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๑๗ น.
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรง
พระราชอิสริยยศที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปโรงพยาบาลศิริราช
เพื่อเชิญพระบรมศพไปยังพระบรมมหาราชวัง
มีพระราชพิธีถวายสรงน้ำพระบรมศพ
ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา และเป็นพระมหากษัตริย์ไทย
พระองค์แรกที่ประทับพระบรมศพในพระหีบ
ซึ่งเป็นไปตามแนวปฏิบัติของราชสกุลมหิดล
ที่สืบมาตั้งแต่ครั้งพระราชพิธีพระศพ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ประดิษฐานหลังพระแท่นแว่นฟ้าทอง
ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท