09/09/2023
🍊🍋🍎5 ความเชื่อเกี่ยวกับการกินผลไม้ จริงหรือไม่มาดูกัน
ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลและความเชื่อมากมายที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ หัวข้อหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ เรื่องเกี่ยวกับช่วงเวลาและพฤติกรรมในการกินผลไม้ มาดูกันเลยค่ะว่าความเชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด 5 ข้อ เกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินผลไม้เปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงแล้วมีอะไรบ้าง
🍽ความเชื่อที่ 1: ให้กินผลไม้ในขณะที่ท้องว่าง
นี่คือหนึ่งในความเชื่อที่พบได้บ่อยที่สุด ที่กล่าวว่าการกินผลไม้พร้อมอาหารจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง ส่งผลให้อาหารค้างบูดเสียอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแก๊ซและอาการไม่สบายท้องต่างๆ ขึ้นได้ ในความเป็นจริงคือ เส้นใยอาหารในผลไม้อาจทำให้อาหารในกระเพาะถูกย่อยช้าลงได้ แต่จะช้าลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่ได้เป็นสาเหตุให้อาหารตกค้างอยู่ในกระเพาะอย่างยาวนาน จริงๆ แล้วเส้นใยอาหารในผลไม้ยังช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย
🍊ความเชื่อที่ 2: การกินผลไม้ก่อนหรือหลังอาหารจะทำให้ได้สารอาหารลดลง
ความเชื่อนี้ต่อเนื่องมาจากความเชื่อที่ 1 ที่ว่าให้กินผลไม้ในขณะท้องว่างเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน ซึ่งไม่เป็นความจริง ร่างกายเราถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการดึงสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไป เมื่อเรากินอาหารเข้าไปอาหารจะถูกส่งไปย่อยที่ลำไส้ทีละน้อย ลำไส้เล็กนั้นถูกออกแบบให้ดูดซึมสารอาหารให้ได้มากที่สุด มีความยาวได้ถึง 6 เมตร และมีพื้นที่ดูดซึมอาหารมากกว่า 30 ตารางเมตรเลยทีเดียว ระบบย่อยอาหารนั้นมีความพร้อมอย่างยิ่งในการย่อยและดูดซึมสารอาหารจากผลไม้ ไม่ว่าจะกินตอนท้องว่างหรือพร้อมอาหารอื่นก็ตาม
🍦ความเชื่อที่ 3: คนที่เป็นโรคเบาหวาน ควรกินผลไม้ก่อนหรือหลังอาหารเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง
ความเชื่อนี้มาจากการที่คนเป็นเบาหวานมักมีปัญหาในการย่อยอาหาร จึงเกิดความคิดที่ว่าการกินผลไม้แยกจากมื้ออาหารน่าจะมีส่วนทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น แต่ก็ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน และยังอาจทำให้คาร์บและน้ำตาลในผลไม้เข้าไปในกระแสเลือดได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงอีกด้วย จึงควรกินผลไม้พร้อมอาหารหรือของว่างที่มีโปรตีนสูง มีใยอาหารและไขมัน จะช่วยให้กระเพาะอาหารส่งอาหารไปยังลำไส้ช้าลง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นอย่างช้าๆ ผลไม้สำหรับคนเป็นโรคเบาหวานควรเลือกชนิดที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำอีกด้วย
🕐ความเชื่อที่ 4: เวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการกินผลไม้
ไม่มีเหตุผลและหลักฐานใดๆ สนับสนุนความเชื่อนี้ มีการกล่าวว่าการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงอย่างผลไม้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเป็นการปลุกระบบย่อยอาหารให้ตื่น ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นชั่วคราวอยู่แล้วในขณะที่กลูโคสกำลังถูกดูดซึม อีกทั้งระบบย่อยอาหารของเรานั้นมีความพร้อมที่จะทำงานตั้งแต่ตอนที่ลิ้นสัมผัสกับอาหารแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของวันก็ตาม ความจริงคือผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราในทุกเวลา
🍎ความเชื่อที่ 5: ไม่ควรกินผลไม้หลังบ่ายสองโมง
ความเชื่อนี้คล้ายกับความเชื่อที่ 4 ว่าการกินผลไม้หลังช่วงบ่ายสองโมง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งร่างกายอาจไม่สามารถจัดการได้ทันเวลาก่อนนอน ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นได้ ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ชี้ว่าการกินผลไม้หรือคาร์บหลังบ่ายสองโมงจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้มากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ร่างกายคนเราไม่ได้เปลี่ยนจากการเผาผลาญแคลอรีมาเป็นสะสมไขมันในช่วงเวลาที่เรานอนหลับ อัตราการเผาผลาญพลังงานมีแนวโน้มที่จะลดลงในเวลาที่เรานอน แต่ก็ยังเผาผลาญแคลอรีในปริมาณไม่น้อยเพื่อให้ร่างกายทำงานอยู่ต่อไป มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินผลไม้และผักจำนวนมากระหว่างวันจะส่งผลให้น้ำหนักลดลงได้ และยังเป็นหนทางที่ดีที่จะทำให้เราได้สารอาหารอย่างเพียงพอ หากเราหลีกเลี่ยงผลไม้ในช่วงบ่ายและก่อนนอน จะทำให้เราอดอาหารว่างจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพไปอย่างน่าเสียดาย
🕐ช่วงเวลาใดดีที่สุดในการกินผลไม้
ผลไม้นั้นดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยสารอาหาร โดยทั่วไปแล้วสามารถบริโภคได้ทุกช่วงเวลาของวัน หากต้องการลดน้ำหนัก เส้นใยอาหารในผลไม้จะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ส่งผลให้เราบริโภคแคลอรีลดลง อาจทำให้น้ำหนักลดลงได้ การกินผลไม้ก่อนมื้ออาหารทันทีจะส่งผลได้มากขึ้นอีกด้วย หากเป็นโรคเบาหวานประเภทที่สอง การกินผลไม้พร้อมกับอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมัน หรือเส้นใยอาหาร จะส่งผลให้น้ำตาลจากผลไม้เข้าสู้ลำไส้เล็กได้ช้าลง ผลคือน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลงเมื่อเทียบกับการแยกกินเฉพาะผลไม้ล่ะค่ะ
ลิงค์ข้อมูล
https://www.healthline.com/nutrition/best-time-eat-fruit
#สุขภาพ ิถีชีวิตที่ยั่งยืน