Easy Asset-ອີຊີແອັສເຊັດທ໌

Easy Asset-ອີຊີແອັສເຊັດທ໌ ບໍລິການຊື້-ຂາຍ, ເຊົ່າດິນ ແລະ ເຮືອນ ໃນ?

10/07/2023
09/07/2023

ການຮຽນຮູ້ຈາກຜູ້ທີ່ມີປະສົບການເປັນສິ່ງທີ່ດີຫຼາຍ ເພາະເຮົາສາມາດຖອດຖອນບົດຮຽນຈາກສິ່ງທີ່ເພາະເຂົາເຮັດຜ່ານມາໃນອະດີດໄດ້ ແລ້ວເປັນແນວທາງໃຫ້ເຮົາໃນອະນາຄົດ ສິ່ງໃດທີ່ດີເຮົາກໍຮຽນຮູ້ ແລະ ນຳມາປະຍຸກໃຊ້ ສິ່ງໃດທີ່ເປັນອຸປະສັກເຮົາກໍເຫັນຮຽນຮູ້ ແລະ ຫາວິທີຮັບມືໄວ້ລ່ວງຫນ້າ.
ນີ້ແມ່ນຄຳແນະນຳຈາກຜູ້ປະກອບການ 11 ຄົນ ທີ່ຈະເປັນແຮງບັນດານໃຈທີ່ດີໃນການເລີ່ມຕົ້ນເຮັດທຸລະກິດ ທີ່ຮວບຮວມຈາກເວັບໄຊ Shopify:
1. ຖ້າເຈົ້າກຳລັງເລີ່ມທຸລະກິດ ໃຫ້ເລີ່ມຈາກສິ່ງທີ່ສຳຄັນແທ້ແທ້ ເລີ່ມໃນສິ່ງທີ່ສ້າງກະແສ ເປັນສິ່ງທີ່ຄົນຕ້ອງການເວົ້າເຖິງ ຢ່າເລີ່ມສ້າງສິ່ງອື່ນທີ່ມີຢູ່ແລ້ວຕາມທ້ອງຕະຫຼາດ ແລະ ເຮັດໃຫ້ມັນພິເສດຂຶ້ນ - Katonya Breaux (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Unsun Cosmetic).
2. ຫຼັງຈາກຊີວິດທີ່ສົດໃສໃນໄວບໍານານຈົບລົງ ຂ້ອຍກໍຄົ້ນພົບວ່າ ຊີວິດຍັງຕ້ອງສ້າງ ແລະ ຕໍ່ຍອດບາງຢ່າງຢູ່ ນັ້ນຄືສາເຫດທີ່ເຮັດໃຫ້ຂ້ອຍ ກະໂດດກັບເຂົ້າມາສູ່ໂລກທຸລະກິດອີກຄັ້ງ ຄຳແນະນະຂອງຂ້ອຍສຳລັບຄົນທີ່ກຳລັງເລີ່ມເຮັດທຸລະກິດແມ່ນ:
ຖ້າບໍ່ຕ້ອງການທີ່ຈະໃຊ້ Social media, SEO , ອີເມວ, ແລະ ການອອກແບບເວັບໄຊ, ໃຫ້ແນມຫາພັນທະມິດທາງທຸລະກິດທີ່ເຮັດສິ່ງເຫຼົ່ານັ້ນໃຫ້ເຈົ້າ - Rob Urry (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Kogalla).
3. ການຮຽນຮູ້ເຕັກໂນໂລຊີ ເປັນສ່ວນທີ່ຍາກທີ່ສຸດ ໃນການປ່ຽນແປງສຳລັບຂ້ອຍ ແຕ່ຍ້ອນຈິດວິນຍານທີ່ແຂງແຮງ ຈຶ່ງເຮັດໃຫ້ເຮັດຕາມເສັ້ນທາງເຫຼົ່ານີ້ໄດ້ - Nonna Nerina (ເຈົ້າຂອງ Nonna Live).
4. ຂ້ອຍສອນລູກໆສະເໝີວ່າ ຢ່າຍອມແພ້, ໃນມື້ທີ່ຂ້ອຍລົ້ມ ພວກເຂົາຄອຍໃຫ້ກຳລັງໃຈຂ້ອຍ, ເຊິ່ງນັ້ນ ເຮັດໃຫ້ຂ້ອຍບໍ່ສາມາດຍອມແພ້ໄດ້ ເພາະນັ້ນບໍ່ແມ່ນສິ່ງທີ່ຂ້ອຍສອນໃຫ້ພວກເຂົາເຮັດ - Rowena Montoya (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ JulieAnn Caramels).
5. ຄວາມສຳເລັດຂອງຂ້ອຍສ່ວນໃຫຍ່ມາຈາກ TikTok ຈາກການສ້າງຄອນເທັ້ນທີ່ກົງໄປກົງມາ ເພາະຂ້ອຍເປັນຜູ້ຍິງໃນໄວອາຍຸ 50 ປີ ຂ້ອຍບໍ່ມີແຮງທີ່ຈະໄປເຮັດບໍ່ດີກັບໃຜ - Sonja Detrinidad (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Partly Sunny Projects).
6. ຈົ່ງແນມຂ້າມຄວາມຢ້ານທັງໝົດ ຄວາມສຳເລັດທີ່ເກີດຂຶ້ນຈະມາຈາກປະສົບການທັງໝົດໃນຊີວິດ ການເຮັດທຸລະກິດເປັນວຽກທີ່ໜັກ ແຕ່ຜົນຕອບແທນກໍຫຼາຍເຊັ່ນກັນ - Jaswant Kular (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Jaswant's Kitchen).
7. ໃນຂະນະທີ່ເຕັກໂນໂລຊີເປັນສິ່ງທີ່ທ້າທາຍໃນກນເຮັດທຸລະກິດຫຼາຍທີ່ສຸດ ກະແຈສຳຄັນຂອງທາງອອກເລື່ອງນີ້ ແມ່ນ ເປີດຮັບ ແລະ ຈ້າງຄົນຮຸ່ນໃໝ່ ທີ່ຊ່ຽວຊານດ້ານເຕັກໂນໂລຊີໃນປັດຈຸບັນ ເພາະນີ້ເປັນເວລາທີ່ຈະເພີດເພີນກັບສິ່ງທີ່ເຈົ້າກຳລັງຈະລົງມື - Colleen ແລະ Jim Seiler (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Kushley).
8. ລົງມືເຮັດມັນໄດ້ແລ້ວ ອອກຈາກຮັງຂອງຕົວເອງທັນທີ ເພາະຕອນນີ້ເປັນເວລາທີ່ຈະເຈາະເລິກ ແລະ ປ່ຽນແປງໂລກຢ່າງແທ້ຈິງ - Carole Baskin (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Big Cat Rescue)
9. ຂ້ອຍບໍ່ມີຂໍ້ຜິດພາດ ໃນການເປັນຜູ້ປະກອບການແທ້ໆ ຄວາມສຳເລັດເກີດຂຶ້ນໂດຍບັງເອີນ ສິ່ງຕ່າງໆເຫຼົ່ານີ້ຫາກໍໄດ້ຜົນ Bernie Rothrock (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Maximus & Penelope).
10. ການມີທຸລະກິດຂະໜາດນ້ອຍຕ້ອງໂຟກັສ ເປັນສິ່ງທີ່ຄົນຕ້ອງຮັບຜິດຊອບ, ຮູ້ສຶກຂອບໃຈສຳລັບຄວາມສຳເລັດເລັກໆນ້ອຍໆ ເຊັ່ນການໃຫ້ອາຫານນົກ ແລະ ກະຮອກ ແລະ ຄວາມຈິງທີ່ວ່າຂ້ອຍມີເງິນພໍທີ່ຈະໄປສ້າງຮ້ານສະຕາບັກໄດ້ເກືອບທຸກມື້ - Trisa Trout (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Prairie Sage Soap Co.)
11. ພວກເຮົາເລີ່ມຕົ້ນຮ້ານກາເຟຈາກຊັ້ນໃຕ້ດິນ ກ່ອນຈະກາຍເປັນໜ້າຮ້ານຈິງ 2 ແຫ່ງ, ທີ່ຜ່ານມາເຮົາຕ້ອງເຮັດວຽກ 7 ມື້ ຕໍ່ອາທິດ ແຕ່ມັນກໍຄຸ້ມຄ່າ ເຮົາຮູ້ສຶກດີຫຼາຍກັບຈຸດທີ່ເຮົາຢູ່ຕອນນີ້, ເຮົາກຳລັງເຮັດດີກັບຊຸມຊົນ ແລະ ລູກໆ ຂອງເຮົາເບິ່ງມາທີ່ເຮົາ ແລະ ພູມໃຈໃນທຸລະກິດທີ່ເຮົາສ້າງເປັນຄອບຄົວ -Carl Churcill (ຜູ້ກໍ່ຕັ້ງ Apha Coffee).
ແຫຼ່ງຂໍ້ມູນ:
- 100WEALTH
- https://ecommercefastlane.com/life-lessons-from-11-entrepreneurs-over-50/
--------------------
#ນັກທຸລະກິດລາວ
#ນັກທຸລະກິດມືໃໝ່

#ນັກທຸລະກິດNewCEOLaos

18/11/2022

ດິນຕິດທາງໃຫຍ່ຫນອງພະຍາເນື້ອທີ່ 1.365 ຕມ, ຂາຍດ່ວນ

11/09/2022

รวมหลักการ “จิตวิทยา” แบบง่าย ๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ “การตลาด” ได้ - MarketThink

ทำไมเราถึงรู้สึกว่าสินค้าแทบจะทุกชิ้นที่ออกมาใหม่ของ Apple นั้น “มีคุณภาพ” ?

ทำไมเราถึงรู้สึกว่ายิ่งสินค้าชิ้นไหนขายดี หรือราคาแพง
นั่นหมายถึงคุณภาพของสินค้า จะดีตามไปด้วย ?

แล้วทำไมเรามักรู้สึกว่าแบรนด์ที่ใช้สีเขียวนั้น จะดูมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าสีอื่น ?

และรู้หรือไม่ว่า ความรู้สึกทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของ “จิตวิทยา”
หรือเรื่องที่เล่นกับ “จิตใจคน” โดยในปัจจุบันก็มีหลายแบรนด์ที่นำเรื่องของจิตวิทยา มาปรับใช้กับการตลาด แถมได้ผลดีจนหลายคนไม่รู้ตัวเสียด้วย..

ทั้งนี้การตลาดโดยอาศัยหลักจิตวิทยานั้นมีข้อดีคือ เป็นการตลาดที่แทบจะไม่ต้องสนใจว่า กลุ่มเป้าหมายจะอยู่ Segment ไหน, Gen อะไร, รายได้เยอะเท่าไร
เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็คือมนุษย์ที่ต้องใช้สมอง + อารมณ์ ในการตัดสินเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตอยู่ดี

พูดง่าย ๆ คือ การนำหลักจิตวิทยามารวมกับกลยุทธ์การตลาด สามารถใช้ทำตลาดได้แทบทุกระดับ ตั้งแต่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ไปจนถึงตลาดขนาดใหญ่ (Mass Market) เลยทีเดียว

บทความนี้ จึงรวบรวม “อาการทางจิตวิทยา” ที่มักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว
และแบรนด์สามารถหยิบไปใช้เป็นกลยุทธ์ เพื่อสร้างการรับรู้หรือเพิ่มยอดขายได้ง่าย ๆ มาแนะนำกัน..

อย่างแรกคือ “Halo Effect”
การที่แบรนด์นำ “อคติในใจคน” มาใช้เพิ่มยอดขาย

เพราะสมองของคนเรามีขีดจำกัดของการรับข้อมูลเข้ามาอยู่พอสมควร และเพื่อจัดการกับข้อมูลมหาศาลที่คนเรารับมาโดยไม่รู้ตัว สมองจะมีการทำปฏิกิริยาเพื่อลดขั้นตอนการประมวลผลซ้ำซ้อนอยู่เสมอ

เช่น หากคนเรากำลังมองเห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง นั่นหมายความว่า สมองของเรากำลังรับข้อมูล หน้าตาของเขา, เสื้อผ้าที่เขาใส่, สถานที่ที่เขาอยู่ และข้อมูลอื่น ๆ พร้อม ๆ กัน

ดังนั้นเพื่อลดขั้นตอนการประมวลผล สมองของเราจะสั่งการให้เราจดจำแต่ลักษณะที่โดดเด่นของสิ่งนั้น ๆ ก่อน

ซึ่งในกรณีนี้ สมองของเราจะจดจำผู้ชายคนดังกล่าวว่า “เป็นคนหน้าตาดี” และส่งผลให้คนเราเกิดอคติว่า คนคนนั้นต้องใช้ของดี มีฐานะดี และมีการศึกษาที่สูง หรือเป็นคนดี ก่อนที่เราจะรู้จักเขาจริง ๆ ด้วยซ้ำ

จนเป็นที่มาของ “Halo Effect” อาการทางจิตวิทยาที่หลายแบรนด์เลือกหยิบมาใช้นั่นเอง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกับธุรกิจการบริการ เช่น โรงแรม
ที่เลือกหยิบ Halo Effect มาใช้ประโยชน์ จากการที่แบรนด์มักจะมีเกณฑ์การคัดเลือกพนักงานจากรูปร่างและหน้าตาของพนักงานด่านหน้าให้ดูดีอยู่เสมอ

เพราะพนักงานในส่วนนี้จะทำหน้าที่เป็น Touchpoint ของลูกค้าเป็นกลุ่มแรก ๆ ดังนั้นถ้าพนักงานต้อนรับมีรูปร่างหน้าตาที่ดี นั่นหมายความว่าลูกค้าจะเกิดอคติว่า สินค้าและบริการของโรงแรมนั้นดีด้วยนั่นเอง

ยกตัวอย่างอีกกรณีกับ Apple หนึ่งในแบรนด์ที่ใช้ประโยชน์จาก Halo Effect ได้ดีมากที่สุดแบรนด์หนึ่ง

เพราะอย่างที่ทราบกันว่า ผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของ “คุณภาพ” ทั้งนี้ก็เป็นเพราะความสำเร็จของ iPhone ที่เคยทำไว้ดีมาก ๆ มาตลอด

จึงทำให้ไม่ว่า Apple จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อะไรออกมา ก็มักจะดูมี “คุณภาพ” ในสายตาของผู้บริโภคตั้งแต่วันเปิดตัวอยู่เสมอ..

ยกตัวอย่างเช่น สินค้าอย่าง Apple Pencil หรือของจำพวกเคส, อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่มีคู่แข่งเป็นสินค้าจากกลุ่ม Third-Party ที่สามารถใช้ทดแทนกันได้อยู่เต็มตลาด แถมราคาก็ยังถูกกว่า

แต่ Apple ยังสามารถตั้งราคาสินค้าของตัวเองให้สูงกว่าคู่แข่งได้อยู่เสมอ และก็มีคนซื้อ..
เพราะเป็นผลจาก Halo Effect ของผู้บริโภคที่พร้อมจะเชื่อในแบรนด์ Apple ว่าจะทำสินค้าที่ดีมีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งออกมาขายนั่นเอง

อย่างต่อมาคือ อาการ “FOMO” (Fear of Missing Out)
อาการของคนที่กลัวพลาดกระแสสังคม

เพราะมนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคมที่มีแนวโน้มความคิดและการตัดสิน เอนเอียงไปตามคนส่วนใหญ่ในสังคม เพื่อเอาตัวรอดมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว

ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้คนเรามักจะกลัวการแปลกแยกและแตกต่างอยู่เสมอ ไม่ว่ามนุษย์จะวิวัฒนาการไปไกลแค่ไหนก็ตาม

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ ในตอนเด็กคนเรามักจะกลัวการใส่เครื่องแบบผิดไปโรงเรียนอยู่เสมอ และแน่นอนว่าเหตุผลส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะกฎระเบียบและบทลงโทษ แต่เหตุผลลึก ๆ ที่ทุกคนต้องรู้สึกแน่ ๆ เลยก็คือ ความ “อาย” ที่จะต้องแปลกแยกจากสังคมหมู่มากนั่นเอง

นี่เองที่เป็นพื้นฐานของอาการ FOMO หรืออาการของคนที่กลัวพลาดของดี ๆ และกลัวตกกระแสสังคม ทั้งจากกลุ่มเพื่อนและครอบครัว โดยที่ผ่านมาก็มีหลายแบรนด์ที่หยิบยกอาการ FOMO ของคนมาผสมกับการตลาดกันอยู่บ่อย ๆ

ยกตัวอย่างง่าย ๆ กับการติดป้ายสินค้าด้วยคีย์เวิร์ด ประมาณว่า “สินค้าขายดี” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าชิ้นนี้ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม และนำมาสู่การตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าเดิม

ซึ่งคล้ายกับธุรกิจโรงหนัง ที่มักจะมีการโปรโมตรายได้ของหนังเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อดึงดูดให้คนเข้าไปดูหนังเรื่องนั้นมากขึ้น เพราะตัวเลขของรายได้นั้นสะท้อนให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้ ได้รับการยอมรับจากสังคมหมู่มากนั่นเอง

โดยในปัจจุบันแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำอาการ FOMO มาปรับใช้กับสินค้าและบริการของตัวเอง คงหนีไม่พ้น Netflix ที่จะมีการจัดอันดับคอนเทนต์ที่คนดูมากที่สุดบนแพลตฟอร์มเป็นประจำ

เพื่อดึงดูดให้คนหันมาดูคอนเทนต์มากขึ้น จากความ FOMO กลัวตกกระแส เดี๋ยวไปคุยกับคนรอบตัวไม่รู้เรื่อง
ซึ่งนี่ก็เป็นการช่วยสร้างเอนเกจเมนต์ และดึงดูดให้คนอยู่กับ Netflix ได้นานขึ้นตามไปด้วย

และอย่างสุดท้ายคือ เรื่องของ “สี”
จิตวิทยาง่าย ๆ ที่หลายแบรนด์ไม่ควรมองข้าม

รู้หรือไม่ว่า สมองของคนเรานั้นสามารถประมวลผลด้วยรูปภาพได้เร็วกว่าตัวหนังสือถึง 60,000 เท่า
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า คนเรานั้นสามารถจดจำสีได้ดีกว่าข้อความ..

จึงทำให้ “สี” กลายมาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่แบรนด์มักหยิบมาใช้สื่อสาร “อารมณ์” ของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภค

ดังนั้นในแง่ของการสื่อสารการตลาด สีเหลืองนั้นไม่ได้หมายถึง Yellow เพียงอย่างเดียว.. แต่หมายถึง ความรวดเร็ว, ความสนุก และสดใสได้อีกด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะเห็นแบรนด์หยิบจิตวิทยาของสี มาใช้สื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทางโลโกหรืออัตลักษณ์ของแบรนด์ (CI) เสียมากกว่า

เช่น VISA เลือกใช้สีน้ำเงิน ที่หมายถึงความน่าเชื่อถือ มาใช้ในโลโก เพื่อสร้างความมั่นใจและสื่อถึงระบบการชำระเงินที่ไว้วางใจได้

KFC และ สุกี้ตี๋น้อย เลือกใช้สีแดง ที่สามารถกระตุ้นความหิวของมนุษย์ได้ มาเป็นธีมหลักในการตกแต่งร้านทุกสาขา..

หรือ Flash Express ที่ใช้สีเหลือง มาสื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความเร็วในการจัดส่งพัสดุ

จะเห็นได้ว่าทุกตัวอย่าง ไม่ได้มีการใช้ตัวหนังสือสักตัวมาสื่อถึงความน่าเชื่อถือ, ความหิว และความเร็ว แต่ก็สามารถสื่ออารมณ์ของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคได้สำเร็จ..

สุดท้ายนี้ การนำหลักจิตวิทยามาปรับใช้กับการตลาดนั้น ก็ยังต้องดูบริบทและความเหมาะสมควบคู่กันไปด้วย

เพราะต่อให้หลักจิตวิทยาจะได้ผลดีแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วมันมักจะใช้ได้ผลแค่ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ซึ่งในระยะยาว คุณภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงประสบการณ์ที่แบรนด์ให้กับลูกค้าต่างหาก ที่จะเป็นตัวตัดสินว่าแบรนด์ไหนจะเป็นผู้ชนะ..
—--------------------------
Sponsored by JCB

JCB แบรนด์ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิตจากประเทศญี่ปุ่น - พิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต JCB พบกับโปรโมชั่นในไทยและต่างประเทศมากมาย สิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง กิน เที่ยว ช้อป ติดตามความพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะคุณได้ที่ www.facebook.com/JCBCardThailandTH และ LINE Official Account : (https://bit.ly/JCBTHLine)

้ได้ทุกที่ทุกเวลา
—--------------------------
อ้างอิง:
-https://dmh.go.th/news/view.asp?id=1220
-https://medium.com//psychological-marketing-101-a969c6ff558f

06/01/2022

ດິນດີດິນງາມ, ດິນແຄມທາງຕິດຕໍ່ມາມີໃຫ້ເລືອກຫລາຍຕອນ

ໂຊກຊາຕາວາດສະຫນາ, ບຸນ, ຫລື ເວົ້າຢູ່າງໜຶ່ງກໍ່ຄືໂຊກລາບ, ຄຸນງາມຄວາມດີຄົນເຮົາສາມາດສ້າງໄດ້ດ້ວຍໂຕຂອງເຮົາເອງ, ເຊີ່ງທຸກຄົນສາມາດເລ...
13/12/2021

ໂຊກຊາຕາວາດສະຫນາ, ບຸນ, ຫລື ເວົ້າຢູ່າງໜຶ່ງກໍ່ຄືໂຊກລາບ, ຄຸນງາມຄວາມດີຄົນເຮົາສາມາດສ້າງໄດ້ດ້ວຍໂຕຂອງເຮົາເອງ, ເຊີ່ງທຸກຄົນສາມາດເລີ່ມໄດ້ຈາກທີ່ໂຕຂອງຂອງໂຕເອງກ່ອນ, ພຽງແຕ່ເຮົາສາມາດເລີ່ມໄດ້ຈາກການທຳ 3 ຢ່າງນີ້ທຸກວັນຄື: ຄິດດີ, ເວົ້າດີ ແລະ ເຮັດດີ.

1). ຄິດດີ: ຄົນເຮົາເລີ່ມຈາກແນວຄິດຖ້າຄິດດີແລ້ວສິທີ່ຕາມມາກໍ່ຄືການກະທຳ ຫຼື ການປະພຶດຈະອອກມາດີ, ມີແຕ່ສິ່ງດີໆເຂົ້າມາເພາະຄວາມຄິດຄືພະລັງແລກໃນການດຶງດູດສິງຕ່າງໆເຂົ້າມາໃນຊີວິດ. ສະນັ້ນ, ຈົ່ງຄິດດີທັງກັບຕົນເອງ, ຄົນໃນຄອບຄົວ, ຜົວ-ເມຍ, ລູກຫລານ, ພໍ່ແມ່, ເພື່ອນສະນິດ, ມິດສະຫາຍ, ຍາດຕີພີ່ນ້ອງ, ຄົນອ້ອມຂ້າງ, ສັງຄົມເປັນຕົ້ນ, ທີ່ສຳຄັນກໍ່ຄືຕົນເອງ ແລະ ຄົນໃນຄອບຄົວແມ່ນລອງຄິດດີກັບພວກນີ້ກ່ອນເພາະທ່ານໃຊ້ຊີວິດກັບຄົນເຫຼົານີ້ທຸກມື້ທຸກວັນ, ຕື່ນນອນມາແລ້ວເຫັນກັນແລ້ວ...ລອງສັງເກດຕົນເງລອງເບີ່ງວ່າມື້ໃດຕື່ນມາແລ້ວຄິດແຕ່ສິ່ງດີໆປາສະຈາກມົນທິນອັກຄະຕິມົວຫມອງ, ມື້ນັ້ນຈິດໃຈຈະເສົ້າຫມອງເຮັດວຽກເຮັດງານ, ຈະເຮັດຫຍັງກໍ່ຕາມຈະມີອຸປະສັກໄປຫມົດ, ບາງຄົນຕື່ນມາກໍ່ເລີ່ມຄິດຢາກປ້ອຍຢາກດ່າລູກດ່າຜົວ ຫລື ເລີ່ມຄິດໂມໂຫໂກດແຄ້ນໃຫ້ຄົນອື່ນໂດຍລວມກໍ່ຄືຄິດບໍ່ດີເຊື່ອໂລດວ່າ ຄວາມໂຊກຮ້າຍຈະຕາມມາເນື່ອງຈາກຄິດບໍ່ດີ.
2). ເວົ້າດີ: ທຳມະຊາດຂອງຄົນເຮົາເມື່ອເລີ່ມຄິດດີໄດ້ແລ້ວມັນຈະສື່ສານອອກມາທາງປາກຄື ຄຳເວົ້າທີ່ດີຄືຄຳສຸພາສິດເພີ່ນວ່າ "ປາກດີມີສີແກ່ຕົວ ປາກຊົ່ວພາຕົວໝົ່ນໝອງ", ຫຼື ອີກຄຳສຸພາສິດໜຶ່ງ"ພາສາບອກຊາດ ມາລະຍາດບອກຕະກູນ". ສະນັ້ນ, ລອງເລີ່ມຈາກການເວົ້າດີກັນຕົນເອງ ແລະ ຄົນຄອບຄົວໃຫ້ໄດ້ກ່ອນ, ບາງຄົນເວົ້າດີກັບຄົນອື່ນຮ້ອຍແປດປະການ, ບາດເວົ້າກັບລູກເຕົ້າ, ຜົວເມຍປານຟ້າຜ່າກໍ່ບໍ່ປານ...ບາງຄົນເວົ້າເອົາດີເຂົ້າໂຕເປັນໆ, ເວົ້າໃສ່ຮ້າຍປ້າຍສີຄົນອື່ນຮ້ອຍແປດປະການ...ເຂົາເອີ້ນວ່າ ຂົ່ມເພີ່ນຍໍໂຕ ຫຼື ເຂົ້າກະທໍຍໍໂຕເອງ, ອັນນີ້ກໍ່ບໍ່ດີ...
3). ເຮັດດີ: ທຳມະຊາດຂອງສະຫມອງ ແລະ ຈິດໃຕ້ສຳນຶກຂອງຄົນເມື່ອມີຄວາມຄິດດີ, ຄຳເວົ້າດີ ມັນຈະສົ່ງຜົນຕໍ່ການປະພຶກປະຕິບັດ ແລະ ກິລິຍາມາລະຍາດຂອງຄົນ(ເວົ້າອີກຢ່າງໜຶ່ງຄືການກະທຳ ກຳພືດ) ຈະເຮັດແຕ່ສິ່ງດີໆ. ເລີ່ມງ່າຍໆເຮັດດີກັບຕົນເອງຄອບຄົວຜົວເມຍສາກ່ອນ, ເຮັດທຸກຢ່າງທີ່ເປັນກຳດີ....

ເມື່ອສາມາດເຮັດຄົບທັງສາມຢ່າງຄື: ຄິດດີ, ເວົ້າດີ ແລະ ທຳດີ, ຊີວິດຈະເລີນຮຸ່ງເຮືອງແນ່ນອນ ບໍ່ຖ້າໄປບະໄປບົນ, ໄປໄຫວ້ສິ່ງສັກສິດທັງຫລາຍທັງປວງ ຊີວິດຫາກດີຂຶ້ນເອງ, ໂຊກລາບຈະມາເອງໂດຍບໍ່ຮູ້ໂຕ, ທີ່ສຳຄັນຄືຄວາມຕໍ່ເນື່ອງຢ່າໃຫ້ຂາດແມ່ນແຕ່ມື້ດຽວ. ກົງກັນຂ້າມຖ້າເຮັດບໍ່ໄດ້ໃນສາມສິ່ງທີ່ກ່າວມາບໍ່ຈຳເປັນຕ້ອງໄປກາບໄຫວ້ບູຊາພະພຸດທະຮູບ ຫຼື ສິ່ງສັກສິດທັງຫຼາຍທວງປວງດອກ ຫຼື ບໍ່ຈຳເປັນຕ້ອງໄປເຮັດບຸນ 1000 ກອງກໍ່ບໍ່ທໍ່ເຮັດສາມສິ່ງນີ້ກັບຄົນໃນຄອບຄົວ

Address

Vientane

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Easy Asset-ອີຊີແອັສເຊັດທ໌ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Easy Asset-ອີຊີແອັສເຊັດທ໌:

Share

Category