โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48

โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48, อสังหาริมทรัพย์, 1003 ซอยรังสิต-นครนายก 54 ต. ประชาธิปัตย์ อ. ธัญบุรี, จังหวัดปทุมธานี.

วันปิยมหาราช  ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริ...
23/10/2024

วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี
เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" ซึ่งมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน" ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น "วันปิยมหาราช"

ในวันปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกรัชกาล พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จฯ ไปวางพวงมาลา ณ พระบรมรูปทรงม้าซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นประจำทุกปี

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราชวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรน้อมรำลึกในพร...
13/10/2024

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช
วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เปรมคอนเซ้าท์แตนท์ จำกัด และตัวแทนขาย

12 สิงหาคม 2567 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงขอพระองค์ทรงพระเจริญ...
12/08/2024

12 สิงหาคม 2567
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เปรมคอนเซ้าท์แต้นท์ จำกัดและตัวแทนขายของบริษัท

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗วันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๖ รอบพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอ...
28/07/2024

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗
วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เปรม คอนเซ้าท์แตนท์ จำกัด และตัวแทนขายของบริษัท

วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา" ที่เรียกว่า "วันพระใหญ่""วันอาสาฬหบูชา" ปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 20 ก.ค. ขึ้น 15 ค่ำ เดือน ...
21/07/2024

วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา" ที่เรียกว่า "วันพระใหญ่"
"วันอาสาฬหบูชา" ปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 20 ก.ค. ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
"วันเข้าพรรษา" ปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. แรม 1 ค่ำ เดือน 8
ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญ กิจกรรมที่มักจะทำกัน ไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่วัด ฟังธรรม ผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ ชาวพุทธยังถือโอกาสนี้ในการเว้นจากความชั่ว หรือ บาป ทั้งทางกาย วาจา และใจ อีกด้วย

"วันพระ" ความเป็นมา ความสำคัญ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่านักบวชศาสนาอื่น มีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าศาสนาพุทธยังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนา และแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชน ในวัน 8 ค่ำ, 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ

พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็น "วันธรรมสวนะ" ซึ่ง วันธรรมสวนะนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพังงา ระบุว่า เมืองไทยมีมาตั้งแต่ "สมัยกรุงสุโขทัย"

"วันโกน" กับ "วันพระ" คืออะไร
นอกจากนี้ ไทยยังมีคำเรียกวันก่อน "วันพระ" หนึ่งวันว่า "วันโกน" เป็นภาษาพูด หมายถึง วันก่อนวันพระ 1 วัน

วันโกน คือ วันขึ้น 7 ค่ำ กับ 14 ค่ำ และแรม 7 ค่ำ กับแรม 14 ค่ำ ของทุกเดือน
(หรือ แรม 13 ค่ำ หากตรง กับเดือนขาด) ซึ่งเป็นวันก่อนวัน พระ 1 วัน
วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ คือ วันขึ้น 8 ค่ำ กับ 15 ค่ำ และ แรม 8 ค่ำ กับแรม 15 ค่ำ ของทุกเดือน (หากตรงกับเดือนขาด อาจเป็น แรม 14 ค่ำ)

มาถึงตรงนี้ได้รู้แล้วว่าในเดือนนี้ มีวันพระใหญ่ เนื่องจากตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ชวนมาทำความเข้าใจ 2 วันนี้ให้มากขึ้น

ความสำคัญ "วันอาสาฬหบูชา"
วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ หรือ เดือน 8 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ในปีนี้ตรงกับ วันเสาร์ที่ 20 ก.ค.2567

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ เทศน์กัณฑ์แรก คือ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ ทั้ง 5 ได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี

การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้ "พระโกณฑัญญะ" หนึ่งในปัญจวัคคีย์ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมจนได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ได้อุปสมบทเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา และทำให้พระรัตนตรัยครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

อาสาฬหบูชา ย่อมาจากคำว่า "อาสาฬหปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ" อันเป็นเดือนที่ 4 ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย มักตรงกับเดือน ก.ค. หรือ ส.ค.

สิ่งที่พึงปฎิบัติในวันอาสาฬหบูชา
กิจกรรมในวันอาสาฬหบูชา กิจกรรมของพระภิกษุสงฆ์ ในวัดก็เตรียมจัดกิจกรรมที่วัด รวมถึงแสดงพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ส่วนสิ่งที่พุทธศาสนิกชน พึงกระทำในวันนี้ คือ

ทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน
ให้ทาน รักษาศีล งดการทำบาป
เข้าวัดสวดมนต์ ฟังธรรม
เวียนเทียนรอบอุโบสถในเวลาเย็น เพื่อน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และยังช่วยชำระล้างจิตใจให้ผ่องใส

หลักธรรมสำคัญที่พึงน้อมนำมาปฎิบัติ
"มัชฌิมาปฏิปทา" หรือ "ทางสายกลาง" ไม่ตึงนัก ไม่หย่อนนัก และไม่ตึงไปทางใดทางหนึ่ง โดยมีหลักปฎิบัติ 8 ประการ ที่เรียกว่า "มรรคมีองค์ 8"

1. สัมมาทิฏฐิ : เห็นชอบ
2. สัมมาสังกัปปะ : ดำริชอบ
3. สัมมาวาจา :การเจรจาชอบ
4. สัมมากัมมันตะ : การงานชอบ
5. สัมมาอาชีวะ : การเลี้ยงชีพชอบ
6. สัมมาวายามะ : ความเพียรชอบ
7. สัมมาสติ : ความรำลึกชอบ
8. สัมมาสมาธิ : ความตั้งใจมั่นชอบ

อ่านข่าว : เปิดปฏิทินวันหยุดเดือนกรกฎาคม 2567 วางแผนหยุดยาวได้เลย 2 รอบ

อริยสัจ 4 ความจริงอันประเสริฐ
ทุกข์ : ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
สมุทัย : เหตุให้เกิดทุกข์
นิโรธ : ความดับทุกข์
มรรค : ข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์

ความสำคัญ "วันเข้าพรรษา"
มาต่อด้วย "วันเข้าพรรษา" เป็นวันที่ต่อเนื่องมาจาก "วันอาสาฬหบูชา" เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้สืบสานต่อกันมามาแต่ครั้งโบราณ ปีนี้ 2567 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค. แรม 1 ค่ำ เดือน 8

วันเข้าพรรษา แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา อธิษฐานอยู่ประจำพรรษาวัดใดวัดหนึ่ง ไม่ไปค้างแรมที่อื่นตลอด 3 เดือนใน "ฤดูฝน" เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่มีอนุญาตไว้ในพระวินัย

"วันเข้าพรรษา" ปีนี้ 2567 ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม แรม 1 ค่ำ เดือน 8 และสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ "วันออกพรรษา" ซึ่งตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม

ทำไมพระสงฆ์ต้องอยู่ "จำพรรษา"
คำว่า "วันเข้าพรรษา" คือ วันที่พระสงฆ์ทำพิธีอธิฐานพรรษา ซึ่งเป็นวันแรกของการจำพรรษา นั่นเอง ส่วนคำว่า "พรรษา" ทั่วไปแปลว่า "ปี" หมายถึง ระยะเวลาที่ครบรอบ 12 เดือน หรือเวลาที่โลกเดินรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่ง แต่ในที่นี้แปลว่า "ฤดูฝน"

กรมการศาสนา พาย้อนไปสมัยพุทธการ โดยอธิบายว่า เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเผยแพร่ศาสนาตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งในช่วงฤดูฝน การเดินทางลำบากทำให้ไปเหยียบข้าวกล้าของชาวบ้านเสียหาย ชาวบ้านจึงตำหนิและไปกราบทูลพระพุทธเจ้า จึงทรงบัญญัติให้พระภิกษุอยู่จำพรรษา เป็นเวลา 3 เดือนในฤดูฝน

การจำพรรษาของพระสงฆ์
กำหนดวันเข้าพรรษาแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
"ปุริมพรรษา" คือ พรรษาต้น เป็นช่วงระยะเวลาที่พระสงฆ์เข้าอยู่พรรษา ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา)
"ปัจฉิมพรรษา" คือ พรรษาหลัง เป็นช่วงระยะเวลาที่พระสงฆ์เข้าอยู่พรรษา ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันลอยกระทง)

อย่างไรก็ตาม การอยู่จำพรรษาจะต้องไม่ไปค้างแรมในสถานที่อื่น หากมีธุระไม่สามารถหลับได้ในคืนเดียว พระพุทธเจ้าได้อนุญาตให้พักค้างแรมได้ไม่เกิด 7 วัน เรียกว่า "สัตตาหกรณียะ" หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่า "พรรษาขาด"

ข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่
1. การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
2. การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้
3. การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น บูรณะวิหารที่ชำรุดลงในเวลานั้น
4. หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้
สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
พระสงฆ์

ทบทวนพระธรรมวินัย
ประพฤติปฎิบัติอยู่กับพระเถระ
เทศนาธรรมแก่ญาติโยม ที่เข้าวัดรักษาอุโบสถศีล (ศีล 8)

ฆราวาส
ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล
สวดมนต์ ฟังธรรม
เจริญภาวนา ตลอดพรรษา
ถวายผ้าอาบน้ำฝน หล่อเทียน
ถวายเทียนพรรษา

การหล่อเทียนและถวายเทียนพรรษา
การหล่อเทียนเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่ครั้งโบราณกาลสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยกำหนดจัดพิธีหล่อเทียน ขึ้นในเดือน 8 ของทุกปีก่อนเข้าพรรษา

สำหรับมูลเหตุที่ต้องหล่อเทียน ในแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หรือ "วันเข้าพรรษา" ข้อมูลจาก กรมการศาสนา อธิบายว่า พระภิกษุสงฆ์ต้องอธิฐานอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอด 3 เดือน ในฤดูฝนจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ "วันออกพรรษา"

พระภิกษุในสมัยนั้นต้องจุดเทียนเพื่อเป็นแสงสว่างในการศึกษาพระธรรมวินัย และทำวัตรสวดมนต์ทุกเช้าค่ำ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เทียนไว้ สำหรับจุดบูชาตลอดพรรษา พุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันหล่อเทียนสำหรับให้พระภิกษุสงฆ์ ได้จุดบูชา

จึงเรียกเทียนที่หล่อขึ้นนี้ว่า "เทียนพรรษา" หรือ "เทียนจำนำพรรษา"

การถวายเทียนพรรษา
เมื่อหล่อเทียนแล้วในวันรุ่งขึ้น จะมีการจัดขบวนแห่ ที่เรียกว่า "แห่เทียนพรรษา" เพื่อนำไปถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่ง ปัจจุบันผู้มีจิตศรัทธาได้เปลี่ยนมาถวาย เช่น หลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีการถวายเทียนพรรษากันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นประเพณีที่ดีงามสมควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะได้ช่วยกันรักษาประเพณีนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป

คำถวายเทียนพรรษา
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า 3 จบ)

ยัคเฆ ภันเต, สังโฆ ปะฏิชานาตุ, มะยัง ภันเต, เอตัง ปะทีปะยุคัง, สะปะริวารัง, เตมาสัง, พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ, อิมัสสะหมิงอะโปสะถาคาเร

นิยยาเทมะ, สาธุ โน ภันเต, อะยัง เตมาสัง, พุทธัสสะ, ปูชะนัตถายะ, ปะทีปะยุคัสสะ, ทานัสสะ

อานิสังโส, อัมหากัญเจวะ, มาตาปิตุอาทีนัญจะ, ปิยะชะนานัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์โปรดรับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอมอบถวายเทียนคู่นี้ พร้อมกับของบริวาร ไว้ ณ อุโบสถนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายคู่ เทียน เพื่อเป็นพุทธบูชา ตลอดพรรษนี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ปิยชนทั้งหลายมีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ

อานิสงส์ของการหล่อเทียน และถวายเทียน
การถวายเทียนพรรษาเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดมาช้านานเมื่อถึงฤดู "เข้าพรรษา" ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงส์ คือ

ทำให้เกิดปัญญาดี เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน
เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
เกิดธรรมจักษุ คือ ปัญญารู้แจ้งเห็นธรรม
นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจำพรรษาของพระสงฆ์ไทยอีมาก เช่น ประเพณีการถวาย "ผ้าอาบน้ำฝน" หรือ "ผ้าวัสสิกสาฏก" แก่พระสงฆ์ก่อนเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้สรงน้ำฝนในพรรษา

ซึ่งจัดเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมามีเพียงปีละครั้งก่อนเข้าพรรษา คือ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 7 เป็นต้อนไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 โดยจะเลือกช่วงเวลาไหน วันใด ก็ได้ในช่วงเวลานี้

พิธีการและขั้นตอนการถวายผ้าอาบน้ำฝน
1.เมื่อถึงวันกำหนดแล้ว พึงประชุมพร้อมกันตามสถานที่ที่ได้กำหนดไว้ จะเป็นพระอุโบสถ หรือศาลาการเปรียญ นำผ้าอาบน้ำฝน 1 ผู้นำและของถวายอย่างอื่นเป็นบริวาร เช่น ร่ม พุ่มเทียน ไม้ขีด สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ ฯลฯ

2. เมื่อพระสงฆ์ลงประชุมเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวคำถวาย

3. เมื่อกล่าวคำถวายเสร็จแล้ว เจ้าของผ้าประเคนผ้าแก่พระภิกษุผู้จับได้ฉลากของตนเป็นคน ๆ ต่อไป

4.เสร็จการประเมินแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว

เรื่องเล่าสมัยพุทธกาล "ถวายผ้าอาบน้ำฝน"
ครั้งหนึ่ง นางวิสาขามหาอุบาสิกาใช้ให้หญิงรับใช้ (นางทาสี) ไปพระวิหารเชตวันเพื่อนิมนต์พระภิกษุไปฉันภัตตาหารที่บ้าน ในวันนั้นมีฝนตกหนัก เมื่อหญิงรับใช้ไปถึงวัด เห็นพระภิกษุเปลือยกายอาบน้ำอยู่เกิดเข้าใจผิดว่าเป็นพวกชีเปลือย จึงกลับมาบอกนางวิสาขา ว่าในวัดไม่มีพระภิกษุเลย มีแต่พวกชีเปลือยกำลังอาน้ำฝนอยู่ นางรู้ได้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ชีเปลือยตามที่หญิงรับใช้เข้าใจ แต่เป็นพระภิกษุที่เปลือยกายอาบน้ำฝนอยู่

ดังนั้น หลังจากพระพุทธเจ้าและพระสาวกฉัน ภัตตาหารแล้ว นางวิสาขาจึงเข้าไปกราบทูลขอพระพุทธเจ้าเพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระภิกษุและพระภิกษุณีเป็นประจำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเป็นประเพณีที่ชาวพุทธปฎิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

อานิสงส์ในการถวายผ้าอาบน้ำฝน
สำหรับอานิสงส์ ผู้ที่ถวายผ้าอาบน้ำฝน จะได้รับอานิสงส์เหมือนการถวายผ้าอื่น ๆ ตามนัยที่พระอรรถกจารย์กล่าวไว้ คือ

ทำให้เป็นผู้มีผิวพรรณผ่องใสสวยงาม
ไม่มีโรคภัย ไข้เจ็บ
มีความสะอาดผ่องใสทั้งกายและใจ
อ้างอิงข้อมูล กรมการศาสนา, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

3 มิถุนายน 2567 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษ...
03/06/2024

3 มิถุนายน 2567
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริการ หุ้นส่วน ตัวแทนขาย บริษัท เปรมคอนเซ้าท์แตนท์ จำกัด

๒ เมษายน ๒๕๖๗วันคล้ายวันพระราชสมภพ  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเจริญด้วย...
02/04/2024

๒ เมษายน ๒๕๖๗
วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการและพนักงาน บริษัท เปรม คอนเซ้าท์แตนท์ จำกัด

วันมาฆบูชา  24 กุมภาพันธ์ 2567วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศ...
24/02/2024

วันมาฆบูชา 24 กุมภาพันธ์ 2567
วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประชาชนชาวไทย วันมาฆบูชา เดิมเรียกว่า วันมาฆปุณณมี หมายถึง วันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ

ส่วน มาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือ วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งวันมาฆบูชานี้ เราทราบกันว่า เป็นวันที่พระภิกษุ 1250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเราถือกันว่า เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา

ประวัติวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน 3 เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจำนวน 1,250 รูป

"มาฆะ" เป็นชื่อของเดือน 3 มาฆบูชานั้น ย่อมาจากคำว่า"มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือนแปดสองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ในวันพุทธศาสนา

ความสำคัญวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์

ผู้ได้อภิญญา 6 และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส

ความเป็นมาวันมาฆบูชา
ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ 9 เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน 3 ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ เรียกว่าว่า วันจาตุรงคสันนิบาต

คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ

"จาตุร" แปลว่า 4
"องค์" แปลว่า ส่วน
"สันนิบาต" แปลว่า ประชุม
ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ

เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์
เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ
มูลเหตุวันมาฆะบูชา
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และได้ทรงประกาศพระศาสนาและส่งพระอรหันตสาวกออกไปจาริกเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนายังสถานที่ต่าง ๆ ล่วงแล้วได้ 9 เดือน ในวันที่ใกล้พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) พระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นต่างได้ระลึกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นศาสนาของตนอยู่เดิม ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า และในลัทธิศาสนาเดิมนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะ เหล่าผู้ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวาราตรี โดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้างบาปด้วยน้ำ แต่มาบัดนี้ตนได้เลิกลัทธิเดิมหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้ว จึงควรเดินทางไปเข้าเฝ้าบูชาฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เหล่านั้นซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิม จึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมาย

มีผู้กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้พระสาวกทั้ง 1,250 องค์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มาจากในวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์ เป็นวันพิธีศิวาราตรี พระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัวกันทำพิธีชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน

โอวาทปาฏิโมกข์
หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ 1,250 รูป ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญเดือน 3 ที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา (ถรรถกถากล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา 20 พรรษา ก่อนที่จะโปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา)

คาถาโอวาทปาฏิโมกข
(หันทะ มะยัง โอวาทะปาฏิโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส)

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง (การไม่ทำบาปทั้งปวง)
กุสะลัสสูปะสัมปะทา (การทำกุศลให้ถึงพร้อม)
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง (การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ)
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง (ธรรม 3 อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา (ขันตี คือความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง)
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา (ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง)
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี (ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย)
สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต (ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย)
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต (การไม่พูดร้าย, การไม่ทำร้าย)
ปาติโมกเข จะ สังวะโร (การสำรวมในปาฏิโมกข์)
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง (ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค)
ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง (การนอนการนั่งในที่อันสงัด)
อะธิจิตเต จะ อาโยโค (ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง)
เอตัง พุทธานะสาสะนัง (ธรรม 6 อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)

สถานที่สำคัญเนื่องด้วยวันมาฆบูชา (พุทธสังเวชนียสถาน)
พระพุทธรูปยืนกลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาต ในโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย (เป็นพระพุทธรูปสร้างใหม่ ปัจจุบันเป็นสถานที่จาริกแสวงบุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก)เหตุการณ์สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชา เกิดภายในบริเวณที่ตั้งของ "กลุ่มพุทธสถานโบราณวัดเวฬุวันมหาวิหาร" ภายในอาณาบริเวณของวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งลานจาตุรงคสันนิบาตอันเป็นจุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชานั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงและหาข้อสรุปทางโบราณคดีไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน

วัดเวฬุวันมหาวิหาร
"วัดเวฬุวันมหาวิหาร" เป็นอาราม (วัด) แห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาเวภารบรรพต บนริมฝั่งแม่น้ำสรัสวดีซึ่งมีตโปธาราม (บ่อน้ำร้อนโบราณ) คั่นอยู่ระหว่างกลาง นอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์ (อดีตเมืองหลวงของแคว้นมคธ) รัฐพิหาร ประเทศอินเดียในปัจจุบัน (หรือ แคว้นมคธ ชมพูทวีป ในสมัยพุทธกาล)

วัดเวฬุวันในสมัยพุทธกาล
เดิมวัดเวฬุวันเป็นพระราชอุทยานสำหรับเสด็จพระพาสของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นสวนป่าไผ่ร่มรื่นมีรั้วรอบและกำแพงเข้าออก เวฬุวันมีอีกชื่อหนึ่งปรากฏในพระสูตรว่า "พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน"หรือ "เวฬุวันกลันทกนิวาป" (สวนป่าไผ่สถานที่สำหรับให้เหยื่อแก่กระแต) พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากได้สดับพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ ณ พระราชอุทยานลัฏฐิวัน (พระราชอุทยานสวนตาลหนุ่ม) โดยในครั้งนั้นพระองค์ได้บรรลุพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาปสถานไม่นาน อารามแห่งนี้ก็ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระสงฆ์ประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา

วัดเวฬุวันหลังการปรินิพพาน
หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน วัดเวฬุวันได้รับการดูแลมาตลอด โดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มีพระสงฆ์เฝ้าดูแลทำการปัดกวาดเช็ดถูปูลาดอาสนะและปฏิบัติต่อสถานที่ ๆ พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ทุก ๆ แห่ง เหมือนสมัยที่พระพุทธองค์ทรงพระชนมชีพอยู่มิได้ขาด โดยมีการปฏิบัติเช่นนี้ติดต่อกันกว่าพันปี
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนาในวันนี้ก็คือ การทำบุญ ตักบาตรในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวาย ดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ 3 รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี

การถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย
พิธีวันมาฆบูชานี้ เดิมทีเดียวในประเทศไทยไม่เคยทำมาก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ว่าเกิดขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงถือตามแบบของโบราณบัณฑิตที่ได้นิยมกันว่า วันมาฆะบูรณมี พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะเต็มบริบูรณ์เป็นวันที่พระอรหันต์สาวกของ พระพุทธเจ้า 1,250 รูป ได้ประชุมกันพร้อมด้วยองค์ 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต

พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เป็นการ ประชุมใหญ่ และเป็นการอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา นักปราชญ์ จึงถือเอาเหตุนั้นประกอบ การสักการบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวก 1,250 รูปนั้น ให้เป็นที่ตั้งแห่งความ เลื่อมใสการประกอบพิธีมาฆะบูชา ได้เริ่มในพระบรมมหาราชวังก่อน

ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีพิธีการพระราชกุศลในเวลาเช้า พระสงฆ์ วัดบวรนิเวศวิหารและ วัดราชประดิษฐ์ 30 รูป ฉันในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำ เสด็จออกทรงจุด ธูปเทียนเครื่อง มนัสการแล้ว พระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นเสร็จแล้ว สวดมนต์ต่อไปมี สวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วยสวดมนต์ จบทรงจุดเทียนรายตามราวรอบพระอุโบสถ 1,250 เล่ม มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนา โอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลีและ ภาษาไทย เครื่องกัณฑ์ มีจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึง และขนมต่าง ๆ เทศนาจบพระสงฆ์ ซึ่งสวดมนต์ 30 รูป สวดรับการประกอบพระราชกุศลเกี่ยวกับ วันมาฆบูชาในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปีมิได้ขาด สมัยต่อมามีการเว้นบ้าง เช่น รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกเองบ้าง มิได้ เสด็จออกเองบ้างเพราะมักเป็นเวลาที่ประสบกับเวลาเสด็จประพาส หัวเมืองบ่อย ๆ หากถูกคราวเสด็จไปประพาสบางปะอินหรือพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชา ในสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีก ส่วนหนึ่งต่างหากจากในพระบรมมหาราชวังเดิมทีมีการประกอบพิธีในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาก็ขยายออกไป ให้พุทธบริษัทได้ ปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบสืบมาจนปัจจุบัน มีการบูชา ด้วยการเวียนเทียน และบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ส่วนกำหนดวันประกอบพิธีมาฆบูชานั้น ปกติตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 หากปีใด เป็นอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหนจะเลื่อนไปตรงกับวันเพ็ญเดือน 4

หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือคำสอน อันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 วิธีการ 6 ดังนี้

หลักการ 3
การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็น
ความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม
ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ
ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ
ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม
การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ
การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละ การไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาและ ปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่
ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ
ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่ว ว่ามีผลจริงหรือไม่ วิธีการทำจิตให้ปฏิบัติสมถะผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศืลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการ และวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง
อุดมการณ์ 4
ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ
ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8
วิธีการ 6
ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม
รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี
ขอบคุณข้อมูลวันมาฆบูชาจาก : dhammathai.org,วิกิพีเดีย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไ...
12/08/2023

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป"
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้จัดการเพจ และบริษัท เปรมคอนเซ้าท์แตนท์ จำกัด

วันวิสาขบูชา        วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลาย...
15/05/2022

วันวิสาขบูชา
วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนาสำหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ทั้งเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ และวันสำคัญในระดับนานาชาติตามข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธโคดม โดยทั้งสามเหตุการณ์ได้เกิด ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง และเรียกการบูชาในวันนี้ว่า "วิสาขบูชา" ย่อมาจาก "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย และมักตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนตามปฏิทินจันทรคติของไทย โดยในประเทศไทย ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 แต่ประเทศอื่นที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท และไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม ส่วนในกลุ่มชาวพุทธมหายานบางนิกายที่นับถือว่า เหตุการณ์ทั้ง 3 นั้นเกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน ซึ่งไม่ตรงกับวันวิสาขบูชาตามปฏิทินของชาวพุทธเถรวาท

วันวิสาขบูชา นั้นได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญสากลทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล โดยเหตุการณ์แรก เมื่อ 80 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ" ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน (อยู่ในเขตประเทศเนปาลในปัจจุบัน) และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) และเหตุการณ์สุดท้าย เมื่อ 1 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มสาลพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือเดือนวิสาขะนี้ทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน 6 นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด และได้นิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบมาจนปัจจุบัน

วิสาขบูชา มีการนับถือปฏิบัติกันในหลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาททุกนิกายมาช้านานแล้ว ในบางประเทศเรียกพิธีนี้ว่า "พุทธชยันตี" (Buddha Jayanti) เช่นใน อินเดีย และศรีลังกา ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศศรีลังกา สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น (ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมากที่สุด) ในฝ่ายของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้รับคติการปฏิบัติบูชาในวันวิสาขบูชามาจากลังกา (ประเทศศรีลังกา) ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานว่ามีการจัดพิธีวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

วันวิสาขบูชา ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก (ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา) และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากล" (International Day) ตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 54/112 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ "ประสูติ" ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ "ตรัสรู้" เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย "พระบริสุทธิคุณ", "พระปัญญาคุณ" ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือ ความจริงของโลก แก่ชนทั้งปวงโดย "พระมหากรุณาธิคุณ" จวบจนทรง "เสด็จดับขันธปรินิพพาน" ในวาระสุดท้าย ทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 นี้ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : วิกิพีเดีย

เถลิงศกใหม่วันที่ 16 เม.ย.‘วันพญาวัน’ผ่านไปครึ่งทางแล้วสำหรับช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทุกคนได้ฉลองสงกรานต์ เล่นน้ำ หรือ...
16/04/2022

เถลิงศกใหม่วันที่ 16 เม.ย.‘วันพญาวัน’
ผ่านไปครึ่งทางแล้วสำหรับช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทุกคนได้ฉลองสงกรานต์ เล่นน้ำ หรือได้เที่ยวตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่คะ มาดูอีกหนึ่งวันสำคัญในช่วงขึ้นปีใหม่ไทยนี้ วันเถลิงศก 2565 คือวันไหน ตรงกับวันใด ในช่วงสงกรานต์ วันเถลิงศกนี้ มีอะไรมากกว่าที่เรารู้หรือไม่ มาดูคำตอบก่อนถึงวันเดินทางกลับบ้านกันค่ะ
รู้จัก วันเถลิงศก 2565
โดยปกติแล้วคนไทยมักจะเข้าใจว่าเทศกาลสงกรานต์ทั้ง 3 วัน จะตรงกับวันสำคัญ ดังนี้
วันที่ 13 เมษายน ตรงกับวันมหาสงกรานต์ หรือ วันผู้สูงอายุ
วันที่ 14 เมษายน ตรงกับวันเนา วันเน่า หรือ วันครอบครัว
วันที่ 15 เมษายน ตรงกับวันเถลิงศก วันเริ่มจุลศักราชใหม่ หรือ วันพญาวัน
หมายความว่าคนทั่วไปจะเข้าใจว่า วันเถลิงศก ตรงกับวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี

แต่ก็มีข้อมูลจาก อาจารย์วัลลภ นามวงศ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแตกต่างไปจากความเข้าใจส่วนใหญ่ของคนไทย โดยท่านได้อธิบายไว้ว่า
ตามประกาศของโหรหลวงและสำนักต่าง ๆ ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่สมัยโบราณ วันเถลิงศก หรือวันพญาวัน ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยนับตามจุลศักราช จะแบ่งวันเถลิงศกเคลื่อนไปตามช่วงปี ดังนี้
พ.ศ. 2401 – พ.ศ. 2442 วันเถลิงศก ตรงกับวันที่ 14 เมษายน
พ.ศ. 2443 – พ.ศ 2555 วันเถลิงศก ตรงกับวันที่ 15 เมษายน
พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2585 วันเถลิงศก ตรงกับวันที่ 16 เมษายน
โดยหลังจากนั้นวันเถลิงศกก็จะเลื่อนไปเป็นวันที่ 17 -18 เมษายน ไม่ได้ตรงกับวันที่ 15 เมษายน อย่างที่เข้าใจและยึดถือมาเป็นระยะเวลา 113 ปี ในระหว่างปี พ.ศ. 2443 – พ.ศ. 2555
ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่าวันเถลิงศก ปี 2565 ตรงกับวันใด คำตอบก็คือวันที่ 16 เมษายน 65 นั่นเองค่ะ
อ้างอิงจาก
https://thethaiger.com/th/news/558545/
https://siamrath.co.th/n/339902

วันที่ 14 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอย่างถูกต้อง ปีพุทธศักราช 2565 พระบาทสมเด็จพร...

ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ตรงกับประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางช่วงเดือนเมษายน หรือเดือน ๗ เหนือ ประเพณีปีใหม่เมืองเป็นการเปลี่ยนศักร...
14/04/2022

ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ตรงกับประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางช่วงเดือนเมษายน หรือเดือน ๗ เหนือ ประเพณีปีใหม่เมืองเป็นการเปลี่ยนศักราชใหม่ และเป็นโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้มาอยู่รวมกันเพื่อทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ดำหัว เล่นน้ำ และขอพรจากผู้ใหญ่ ช่วงเวลาของประเพณีปีใหม่เมือง แบ่งออกได้ดังนี้ วันสังขารล่อง ปัจจุบันถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีเป็นวันสังขารล่อง เป็นวันแรกของกิจกรรมประเพณี ปีใหม่เมือง หลังเที่ยงคืนวันที่ ๑๓ เมษายน จะมีการจุดประทัด ยิงปืน เพื่อส่งสังขารหรือไล่สังขาร ในวันนี้สมาชิกในครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านเรือน และในวันนี้จังหวัดลำพูนได้จัดกิจกรรมในประเพณีปี๋ใหม่เมือง อาทิเช่น ขบวนแห่พระพุทธรูป ตามถนนเจริญราษฏร์ถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหารของหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่างๆ การขนทรายเข้าวัด การแสดงดนตรีพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้า อาหารพื้นเมือง เป็นต้น วันเน่าหรือวันเนาว์ วันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปี วันนี้เป็น "วันดา" คือวันที่ต้อง เตรียมสิ่งของต่างๆ เพื่อใช้ทำบุญและดำหัวผู้ใหญ่ในวันรุ่งขึ้น มีการขนทรายที่แม่น้ำเข้าวัด เพื่อก่อเป็นเจดีย์ทราย และความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันเน่า ไม่ควรด่าทอ กล่าวคำร้ายต่อกัน จะเป็นอัปมงคลไปทั้งปี วันพญาวัน ตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันเถลิงศก เปลี่ยนศักราชเริ่มต้นปีใหม่ วันนี้มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่ และอุทิศกุศลไปถึงญาติผู้ล่วงลับ หรือเรียกว่า "ทานขันข้าว” (ตานขันเข้า) หลังจากนั้นนำตุงปักลงบนกองเจดีย์ทราย และคนเฒ่าคนแก่ก็อยู่ร่วมพิธีเวนทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุงปีใหม่ และฟังเทศนาธรรมอานิสงส์ปีใหม่ ช่วงบ่ายเป็นการรดน้ำดำหัว เพื่อขอขมาคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ วันปากปี ตรงกับวันที่ ๑๖ เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้คนล้านนาจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจจะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัว และมีความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันปากปี ชาวล้านนาจะกิน "แกงขนุน” หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า "แก๋งบ่าหนุน” กันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า

ที่อยู่

1003 ซอยรังสิต-นครนายก 54 ต. ประชาธิปัตย์ อ. ธัญบุรี
จังหวัดปทุมธานี
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66626659782

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เอกชัย 48ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์