THAI KK. HOME Real Estate

THAI KK. HOME Real Estate ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก THAI KK. HOME Real Estate, อสังหาริมทรัพย์, Amphoe Muang Khon Kaen.

House for sale/rent in Khon Kaen/around Thailand, Foreigners service with immigration, house registration (Yellow book) pink card.Address Notification TM30, Residence Certificate, Thai driver license,Thai bank account, Visa,Re Entry permit,90 days report.

This house is fabulous ready to sell More detail please don’t hesitate to contact me
14/06/2026

This house is fabulous ready to sell
More detail please don’t hesitate to contact me

22/05/2026

#ไม่ใช่แค่ขยายสาขา เจาะเหตุผลทำไม?
“เซ็นทรัลพัฒนา” ต้องผุดศูนย์การค้าที่ 2 ในขอนแก่น
เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับ“ เซ็นทรัลขอนแก่น แคมปัส” หลังจากที่ CPN ทุ่มงบ 2,700 ล้านบาทพัฒนา ศูนย์การค้าลำดับที่ 45 และเป็นแห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น ชูต้นแบบศูนย์การค้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังความคิดแบบคนรุ่นใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “สุขถึงแก่น” และครั้งแรกในอีสาน คอนโดมิเนียม PHYLL KHONKAEN พร้อม GO! Hotel และ Indoor Garden
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ ‘A Future-Led Ecosystem’ ในการสร้างย่าน สร้างเมือง และสร้างอนาคต จึงเห็นการขยายโครงการมากกว่า 1 แห่งในหัวเมืองศักยภาพสูงอย่าง เชียงใหม่ ชลบุรี นครปฐม สุราษฎร์ธานี และนนทบุรี ซึ่งล้วนมีศักยภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ กำลังซื้อ และการขยายตัวของเมือง
ล่าสุดคือ การลงทุน 2,700 ล้านบาท สร้าง เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส พื้นที่ 30ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตร.ม.ประกอบด้วย ศูนย์การค้าฯ ครบครันด้วย 200 แบรนด์ดัง, ครั้งแรกในอีสาน คอนโดมิเนียม PHYLL KHONKAEN, GO! Hotel และ Indoor Garden พื้นที่สีเขียวภายในอาคาร พร้อมด้วย Co-Working Space และ Pet-Friendly Zone ขอนแก่นถือเป็นจังหวัดแรกของภาคอีสานที่มีศูนย์การค้าเซ็นทรัล 2 แห่ง สะท้อนบทบาทของเมืองในฐานะ Regional Hub สำคัญในหลายมิติ หลังจาก 16 ปีที่แล้วสร้าง ‘เซ็นทรัล ขอนแก่น’ กลายเป็น Complete Retail และ Gateway สำคัญของเมือง
ขอนแก่น เป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคอีสาน ทั้ง Medical Hub ด้วยโรงพยาบาลชั้นนำ 31 แห่ง ล่าสุด รพ. ศรีนครินทร์ ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของโลกปี 2026, ด้าน Education Hub ในฐานะเมืองแห่งการเรียนรู้โดย UNESCO ด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 5 แห่ง โดยมี ม.ขอนแก่น เป็นอันดับ 1 ของอีสานและ อันดับ 5 ของประเทศด้านงานวิจัย พร้อมโรงเรียน 48 แห่ง และโรงเรียนนานาชาติ 9 แห่ง, ด้าน Creative City เป็นเมืองคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟส อีกทั้ง MICE City ที่รองรับการประชุมตลอดปี ทำให้ขอนแก่น ติด Top 4 ของประเทศ เมือง MICE ในปี 2025
ล่าสุดกับเป้าหมายการเป็น Eco-City ในขณะเดียวกัน ด้าน Infrastructure ที่โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 5 ล้านคน/ปี โดยปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเดินทางกว่า 1.7 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ในอีสาน นอกจากนี้ ยังมีรถไฟรางเบา รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต และเป็น Logistics Gateway เชื่อมลาว เวียดนาม และพม่า
ขอนแก่น มีจำนวนประชากรกว่า 1.8 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ จากข้อมูลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยว่า ปี 2567 ขอนแก่นมี GPP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด) 238,727 ล้านบาท และ GPP Per Capita (ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว) 140,255 บาท สูงเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน โดยมีประชากรรุ่นใหม่ (GenY & Z) กว่า 760,000 คน หรือคิดเป็น 42% ของประชากรทั้งหมด(ไม่รวมประชากรแฝง) ทำให้ขอนแก่นเป็นเมืองที่เต็มไปด้วย Young energy, ความคิดสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจที่โตต่อเนื่อง
“วันนี้ เรากำลังพัฒนาย่านนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านการพัฒนา ‘เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส’ ให้เป็น ‘Living Room’ แห่งใหม่ของเมือง และสร้าง ‘Campus District’ ที่รองรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในทุกช่วงเวลา ซึ่งศูนย์ฯ นี้มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพในย่าน Education & Creativity ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เชื่อม Creative Neighborhood อย่าง TCDC และ Columbo Craft Village รองรับกลุ่มวัยทำงาน บุคลากรทางการแพทย์ และนักเรียน-นักศึกษา โดยมีประชากรใน Catchment Area กว่า 56,000 คน” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว
นางสาวจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า งานดีไซน์ศูนย์ฯนี้ สะท้อนตัวตนเมืองผ่านแนวคิด “แก่น of ขอนแก่น” ดึง 3 อัตลักษณ์ “แคน–แก่น–คูน” ถ่ายทอดในมุมมองร่วมสมัย และเป็นศูนย์ฯ แรกของเซ็นทรัลพัฒนา ที่ใช้ ‘สัจจะวัสดุ’ ในการตกแต่งเพื่อเผยผิวสัมผัสแท้ เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยมีคนรุ่นใหม่ เป็น ‘แก่น’ ของแรงบันดาลใจในการออกแบบ
ภายในศูนย์ฯ แบ่งเป็น 2 โซนไฮไลต์ คือ 1) Campus Court ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องดนตรี “แคน” ตีความใหม่ผ่านการเรียงต่อรูปทรง พร้อมถ่ายทอดความพริ้วไหวของเสียง ออกมาเป็นรูปทรงของ Void สร้างมิติใหม่ให้พื้นที่ และ “แก่น” แรงบันดาลใจจากผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูน ดีไซน์เป็นผัง รูปทรง และ Pattern บนงานสถาปัตยกรรม โซนนี้ประกอบด้วยแบรนด์ชั้นนำ และเป็นพื้นที่ Student Gallery & Creative Platform, Craft Market 2) Campus Garden แรงบันดาลใจจาก “ดอกคูน” สะท้อนพลังเมืองที่โตไม่หยุดนิ่ง เรานำรูปทรงและความพลิ้วไหวของกลีบดอกคูน มาตีความเป็น curve ของสถาปัตยกรรม ผสาน Skylight ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ เชื่อมพื้นที่ภายนอก-ใน อย่าง Seamless และโซนนี้มี Indoor Garden ใหญ่ที่สุดในจังหวัด พร้อม Free co-working space และ Pop-up Walking street”
นายกรี เดชชัย President, Residence Business บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ขอนแก่น กำลังก้าวสู่การเป็น New Growth Market ศักยภาพสูง พร้อมรองรับการอยู่อาศัยและการลงทุนเพื่อใช้ชีวิตคุณภาพในระยะยาว เราเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจน โดยเฉพาะโครงการคุณภาพที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ นักศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้ามาใช้ชีวิตและทำงานอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือราคาที่ดินในขอนแก่นอยู่ในระดับ Upside Potential เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหรือเมืองเศรษฐกิจหลักอื่นๆ
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยว่า มูลค่าตลาดคอนโดฯ ในขอนแก่น ปี 2568 มีมูลค่า 5,575 ล้านบาท เติบโตถึง 150% จากปี 2565 ใช้ระยะเวลาเพียง 3 ปี โดยเฉพาะย่านแคมปัส ที่เป็นทำเลศักยภาพ รายล้อมด้วย Real Demand จากหลายกลุ่ม เป็น Live-Work-Learn Zone ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของขอนแก่น
“เราจึงพัฒนา PHYLL KHONKAEN เป็นคอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้าฯ สูง 33 ชั้น จำนวน 583 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียม PHYLL เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายทำเลศักยภาพ เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ และภูเก็ต รวมถึงนครปฐมที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้”
นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Business บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “GO! Hotel เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เป็นโรงแรมแบรนด์ใหม่แห่งแรกในภาคอีสาน และเป็นสาขาที่ 6 ของแบรนด์ GO! Hotel ปัจจุบัน GO! Hotel เปิดให้บริการแล้ว 5 สาขา ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี และสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โดยในปี 2026 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่ และอยุธยา พร้อมแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในหัวเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดย GO! Hotel เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เป็นโรงแรมสูง 6 ชั้น จำนวน 75 ห้อง รองรับ Pet-Friendly ถูกวางให้เป็น Flagship Hotel ของแบรนด์ เพื่อรองรับทั้งนักเดินทางชาวไทยและต่างชาติในอนาคต”

Source : MGR Online
Photo : Khon Kaen City

#เซ็นทรัลขอนแก่นแคมปัส
#เซ็นทรัลพัฒนา

Family house for rent
22/05/2026

Family house for rent

เจ้าของแจ้งบอกลดจุกๆ 5.6 ล้าน฿ ราคานี้หายากมากนะคะแถวพัทยา รีบจัดเลยค่ะ
25/04/2026

เจ้าของแจ้งบอกลดจุกๆ 5.6 ล้าน฿ ราคานี้หายากมากนะคะแถวพัทยา รีบจัดเลยค่ะ

23/04/2026

บ้านเดี่ยวล้นตลาด! สวนทางคอนโด เกมอสังหาฯ กำลังเปลี่ยน
วันนี้…บ้านเดี่ยวกำลังเป็นทรัพย์ที่ถูกปล่อยขายมากที่สุดในตลาด ขณะที่อีกด้านหนึ่ง “คอนโดมิเนียม” กลับเติบโตเร็วที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ
คำถามคือนี่คือแค่ความบังเอิญของตัวเลข หรือคือ “จุดเปลี่ยน” ของพฤติกรรมคนไทยทั้งระบบ ?
📍บ้านเดี่ยวซัพพลายล้น
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า “บ้านเดี่ยว” มีประกาศขายมากถึง 90,502 หน่วย คิดเป็น 40% ของตลาดทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกว่า 532,566 ล้านบาท สะท้อนว่า “เจ้าของบ้าน” กำลังตัดสินใจปล่อยทรัพย์ออกสู่ตลาดจำนวนมาก!
เหตุผลเบื้องหลัง อาจไม่ใช่เพราะบ้านเดี่ยวไม่น่าอยู่แต่เป็นเพราะ ภาระการถือครองสูงขึ้น สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวหรือพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป พูดง่ายๆ คือไม่ใช่ Demand หาย แต่ฝั่ง Supply กำลังเพิ่มขึ้น
📍คอนโดตัวจริงในตลาดมือสอง
ขณะที่บ้านเดี่ยวแยอะสุด แต่คอนโดกลับเป็นประเภท “โตเร็วที่สุด” จำนวน ประกาศขายเพิ่มขึ้น 79.1% มูลค่าเพิ่มขึ้น 141.7% ตัวเลขนี้กำลังบอกว่าคอนโดไม่ใช่แค่สินทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยแต่เป็น “สินทรัพย์เพื่อการหมุน” ที่คล่องตัวกว่า เพราะ ราคาเข้าถึงง่ายกว่า ปล่อยเช่าได้ ซื้อ-ขายเปลี่ยนมือเร็วทำให้คอนโดกลายเป็น “เครื่องมือทางการเงิน” มากกว่าบ้าน
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1229802
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจBusiness #กรุงเทพธุรกิจRealestate

📌 For rent 50,000/month🏠 (Pool villa)🏊🏼‍♂️📍 3 Master bedroom 🛌🛌🛌📍 4 Bathroom 🚽🚿🚿🚿📍 1 Office🗃️📍 2 Kitchen and 1 BBQ room ...
20/04/2026

📌 For rent 50,000/month
🏠 (Pool villa)🏊🏼‍♂️
📍 3 Master bedroom 🛌🛌🛌
📍 4 Bathroom 🚽🚿🚿🚿
📍 1 Office🗃️
📍 2 Kitchen and 1 BBQ room by the pool🍳🥘🫕
📍 1 Big living room 🛋️
📍 1 Dinning room 🍽️
📍 1 Counter bar 🍸
📍 4 Parking 🚘🚘🚖🚖 with electric gate 
📍 1 House keeping room with bathroom

20/04/2026
Ready for rent
19/04/2026

Ready for rent

06/04/2026

📌 ในห้วงเวลาเพียง 3 ปี ภูมิทัศน์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากตลาดที่เคยขับเคลื่อนด้วย “ความฝันในการเป็นเจ้าของบ้าน” กำลังถูกแทนที่ด้วย “ความจริงทางการเงิน” และ “วิถีชีวิตใหม่” ที่เข้ามากำหนดทิศทางการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
วิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ (ฝั่งดีเวลลอปเปอร์) และ Think of Living ชี้ว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาฯมีอยู่ 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ “การเงิน” และ “ไลฟ์สไตล์” ที่เปลี่ยนไป 2 ปัจจัยนี้กำลังเขย่าสมดุลระหว่าง “ตลาดซื้อ” และ “ตลาดเช่า” จนเกิดภาพใหม่ที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง
หากมองในเชิงตัวเลข ปี 2565 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด เมื่อภาพรวมการซื้อที่อยู่อาศัยทุกประเภทหดตัวลงราว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สวนทางกับตลาดเช่าที่ยังคงทรงตัว และในบางพื้นที่กลับแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งงานสำคัญ ตลาดเช่ากลับกลายเป็น “ทางเลือกหลัก” ของคนเมืองจำนวนไม่น้อย ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า แม้ความต้องการมีที่อยู่อาศัยจะไม่ได้หายไป แต่ “รูปแบบการครอบครอง” ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
📌 คอนโดมาแรง บ้านเดี่ยวเริ่มแผ่ว

เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค จะพบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการ “ย้ายสมดุล” จากบ้านแนวราบสู่คอนโดมิเนียมในเมือง ความต้องการเช่าคอนโดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากข้อได้เปรียบด้านทำเล การเดินทาง และขนาดพื้นที่ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนเมือง
ขณะที่บ้านเดี่ยว แม้เคยได้รับความนิยมในช่วงโควิด-19 กลับเริ่มเห็นสัญญาณความต้องการที่ลดลงในแทบทุกระดับราคาในอีกมิติหนึ่ง ตลาดเช่ายังสะท้อน “การคัดกรองคุณภาพ” ของผู้บริโภคอย่างชัดเจน กลุ่มค่าเช่าต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน มีความต้องการ “ลดลง” ขณะที่กลุ่มมากกว่า 10,000 บาทต่อเดือน กลับเติบโต
นัยสำคัญคือ ผู้เช่าพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ขณะเดียวกันเจ้าของทรัพย์ก็ทยอยปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่ออัตราผลตอบแทน (Yield) ของนักลงทุน
📌 “อยากซื้อแต่ซื้อไม่ได้” ปมดอกเบี้ยสกัดดีมานด์

แม้ข้อมูลการค้นหาที่อยู่อาศัยยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดแมสของทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ช่องว่าง” ระหว่างความต้องการกับการตัดสินใจซื้อจริง ปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งคือ “อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น” ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการกู้สินเชื่อของผู้บริโภค
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ดีมานด์แฝง” (Pent-up Demand) กล่าวคือ ผู้บริโภคยังอยากซื้อ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ส่งผลให้ต้องชะลอการตัดสินใจ และหันไปพึ่งพาตลาดเช่าแทนกล่าวอีกนัยหนึ่ง ตลาดไม่ได้ขาดผู้ซื้อ แต่ขาด “กำลังซื้อที่แท้จริง”
📌 เกมใหม่ “ผู้พัฒนา” ต้องอ่านใจให้ขาด

ในอีกด้านหนึ่ง ความเข้มข้นของการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้พัฒนาโครงการต้องปรับตัวจากการ “ขายสินค้า” ไปสู่การ “ขายประสบการณ์” 4 ปัจจัยหลักที่กลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ ได้แก่
1.ความคุ้มค่าเชิงลึก (Value for Money) ไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่ต้องตอบโจทย์รอบด้าน ตั้งแต่ทำเลที่เชื่อมต่อระบบขนส่ง ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น ไปจนถึงความเป็นส่วนตัวในระดับที่สูงขึ้น
2.ความสะดวกสบาย (Convenience) โลกยุค “Economy of Laziness” ทำให้ความสะดวกกลายเป็นปัจจัยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น Smart Home, พื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยง หรือ Universal Design ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย
3.สุขภาพและสุขภาวะ (Wellness)ทั้งสุขภาพกายและใจถูกยกระดับเป็น “จุดขาย” สำคัญ ตั้งแต่พื้นที่สีเขียว การระบายอากาศ ไปจนถึงบรรยากาศที่ช่วยลดความเครียด และ4. ภาพลักษณ์และสถานะ (Social Status)ในยุคโซเชียลมีเดีย บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็น “ตัวแทนตัวตน” ที่สะท้อนรสนิยมและสถานะทางสังคม
📌 ยุคเปลี่ยนผ่าน “ความยืดหยุ่น” คือคำตอบ

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ “ยุคเปลี่ยนผ่าน” จากโมเดลเดิมที่เน้นการเป็นเจ้าของ สู่โมเดลใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต”
ตลาดเช่าจึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างหลัก” ของตลาดในเมืองใหญ่ ขณะที่ฝั่งผู้พัฒนาเอง ต้องเผชิญโจทย์ท้าทายในการออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้เช่า พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในเกมใหม่นี้ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ที่มีที่ดินมากที่สุด หรือเปิดโครงการได้เร็วที่สุด แต่คือผู้ที่ “เข้าใจจังหวะชีวิตของผู้บริโภค” ได้ลึกที่สุด เพราะในวันที่ดอกเบี้ยยังสูง และความไม่แน่นอนยังเป็นตัวแปรสำคัญ การมีบ้านอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของชีวิตอีกต่อไป แต่การมี “ทางเลือกที่ใช่” ต่างหาก ที่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในวันนี้และวันข้างหน้า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com

ที่อยู่

Amphoe Muang Khon Kaen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ THAI KK. HOME Real Estateผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์