ขาย อสังหาฯ ที่ดิน อยุธยา by Pleng

ขาย อสังหาฯ ที่ดิน อยุธยา by Pleng รับฝากซื้อ-ฝากขาย อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ทั่วอยุธยา

🎏
28/10/2023

🎏

ยุคสินค้าล้นแบบนี้ ขายคุณภาพดี ยังไงก็ดีไม่พอ
ต้องขาย "ประสบการณ์" ช่วยให้ขายดีขึ้น 350%
Loop Earplugs
ตามการวิเคราะห์ของ McKinsey & Company พบว่าเมื่อให้ผู้คนเลือกระหว่างรองเท้าคู่ใหม่ กับบัตรคอนเสิร์ต คนส่วนใหญ่มักจะเลือกคอนเสิร์ตมากกว่า เพราะโลกของเราตอนนี้ ผู้คนกำลังโหยหาในสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์” มากกว่า “สินค้าคุณภาพ”
นอกจากนี้งานมีอีกงานวิจัยหนึ่งบอกว่า ปัจจุบันคนรุ่นมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มการใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนในด้านประสบการณ์ที่แสวงหาความสุขโดยรวม เพราะเมื่อลองถามกลุ่มคนผู้สูงอายุว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร สิ่งนั้นไม่ใช่สินค้าที่พวกเขาเคยซื้อมา แต่คือช่วงเวลาและความทรงจำของพวกเขาเอง
Maarten Bodewes ผู้ก่อตั้งบริษัท Loop Earplugs ที่ไม่ได้ขายแค่ที่อุดหูกันเสียงรบกวน แต่เขาขายสินค้าที่มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ จนได้รับการยอมรับจาก The New York Times ว่าเป็น “ที่อุดหูที่ดีที่สุดสำหรับคอนเสิร์ต”
หลายคนอาจมองว่าที่อุดหูมีไว้เพื่อใส่ตอนนอนหลับเท่านั้น แต่สำหรับ Maarten Bodewes เขามองไปถึงทุกสถานการณ์ของเสียงรบกวนที่เป็นไปได้เพื่อให้ลูกค้าได้ “ใช้ชีวิตตามระดับเสียง" ที่สร้างความได้เปรียบในตลาดไม่ใช่แค่ใส่เพื่อการนอนอย่างเดียว
และเพื่อเข้าถึงประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เขายังคงพัฒนาสินค้าให้สามารถปรับระดับเสียงตามสถานการณ์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัดเสียงรบกวนรอบข้างเพื่อให้มีสมาธิในการทำงาน ปรับเสียงตอนอยู่ในคอนเสิร์ตเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงเพลงที่ดีที่สุด
ซึ่งเขาไม่ได้สนใจแค่เรื่องฟังก์ชันเท่านั้น เพราะเขายังปรับดีไซน์ให้ทันสมัยเป็นเหมือนสินค้าแฟชั่นอีกด้วย
สิ่งที่ธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ควรทำไม่ใช่เพียงแค่การบอกว่าสินค้านี้มันดียังไง แต่ชี้ให้ตรงจุดกว่านั้นคือ เมื่อซื้อสินค้าชิ้นนี้ไปแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับในทางความรู้สึกคืออะไร พวกเขาไม่ต้องการสินค้าที่ดีที่สุด แต่ต้องการสินค้าที่สร้างประสบการณ์ให้พวกเขาได้มากที่สุด
นั่นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมบางคนถึงยอมเสียเงินมากมายเพื่อโดดร่มจากเครื่องบิน ว่ายน้ำกับฉลามในกรง ทัวร์ต่างประเทศ หรือดูหนังเริ่มเดิมได้ซ้ำ ๆ ไม่มีเบื่อ เพราะนั่นคือการมอบคุณค่าจากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับนั่นเอง
เช่นเดียวกับธุรกิจของ Maarten Bodewes คือการนำสินค้าเข้าไปแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าแบบเนียน ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้ทำแบรนด์ของเขาสามารถขายที่อุดหูมากกว่า 5 ล้านชิ้นทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกาและอีกกว่า 150 ประเทศ มีการเติบโต 350% เมื่อเทียบเป็นรายปีในปี 2565 และมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 10 รายการในปีเดียว
การตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคถูกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา คุณค่าและการให้ความสำคัญด้านราคาและคุณภาพอาจไม่เทียบเท่ากับประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับในปัจจุบัน ดังนั้นทุกธุรกิจต้องมองหาประสบการณ์จองสินค้าตัวเองให้เจอ และนำมาเชื่อมกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้
เพราะลูกค้าจะไม่บอกว่าพวกเขาต้องอะไร แต่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องค้นหาให้เจอ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

14/09/2023

📌

13/08/2023

เอาชนะแบบ"คนตัวเล็ก" แม้ขายสินค้าเหมือนกัน
4 สเต็ปแย่งยอดขายเจ้าใหญ่
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักคิดที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง แต่ยังไม่ลงมือทำสักทีก็เพราะ พวกเขาไม่รู้จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีปลาตัวใหญ่คอยคุมอาณาเขตอยู่แล้วได้ยังไง และแน่นอนว่าการจะคิดถึงสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น
แต่จริง ๆ แล้ว ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก พวกเขาไม่ได้ใช้แนวคิดใหม่เป็นสารตั้งต้น แต่เป็นการหยิบสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาทำใหม่ ทำซ้ำ และทำให้ดีกว่าเดิมต่างหาก
Neal Taparia ผู้ร่วมก่อตั้ง SOTA Partners บอกว่า สตาร์ทอัพจำนวนมากประสบความสำเร็จในตลาดที่มีผู้คนหนาแน่นด้วยการทำการบ้านและดำเนินการตามแผนธุรกิจของ พวกเขาไม่ได้เริ่มจากการสร้างสิ่งใหม่ ๆ แต่เป็นการค้นหาโอกาสในตลาดที่มีอยู่
เคล็ดลับที่เขาแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่อยากกระโดดเข้าสู่โลกธุรกิจที่มีคู่แข่งหนาแน่น แต่สามารถเอาตัวรอดได้คือ
1. อยากชนะคู่แข่ง อย่าเอาชนะด้วยเงิน แต่เป็นข้อมูล
ข้อดีของการเข้าสู่ตลาดที่มีอยู่คือมีข้อมูลมากมายให้วิเคราะห์ คุณรู้อยู่แล้วว่าลูกค้าต้องการอะไรและคู่แข่งที่มีอยู่ตอบสนองความต้องการเหล่านั้นอย่างไร ดังนั้นคุณต้องเจาะลึกในการวิจัยตลาดเพื่อค้นหากลุ่มตลาดหรือแนวคิดที่บริษัทที่มีอยู่พลาดไป ด้วยการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทางออนไลน์และการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ คุณจะสามารถสร้างจุดแข็งในจุดอ่อนของคู่แข่งอื่นได้
2. มองหาสินค้าเฉพาะกลุ่ม ขายให้คนเฉพาะกลุ่ม
สตาร์ทอัพยังสามารถประสบความสำเร็จในตลาดที่มีผู้คนหนาแน่นได้ด้วยการมองหาตลาดเฉพาะกลุ่มที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามพวกเขาไป บางครั้งแล้วคนกลุ่มนี้หลายคนอาจมองว่าไม่คุ้มค่าที่จะสนใจ แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาคืออาหารจานเลิศที่ปลาตัวใหญ่ไม่เคยชายตามอง
การแข่งขันที่น้อยลงที่เน้นเฉพาะกลุ่ม กลยุทธ์นี้สามารถเสนอเส้นทางสู่รายได้และผลกำไรที่เร็วขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวางรากฐานแล้ว คุณสามารถก้าวไปข้างหน้าและขยายไปยังกลุ่มตลาดเพิ่มเติมได้
3. อย่าลุยเพียงคนเดียว แต่จับมือกับเพื่อนร่วมวงการ
บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการพยายามสร้างส่วนแบ่งการตลาดด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำแบบนั้นได้ แทนที่จะพยายามหาวิธีแย่งลูกค้าจนคู่แข่ง ก็ลองเปลี่ยนเป็นพยายามหาบริษัทในอุตสาหกรรมใกล้เคียงกันที่มุ่งเน้นตลาดเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันแทน
Hinge แอพหาคู่และ Headspace แอพทำสมาธิ ดูเผินๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด แต่ Headspace ตกลงที่จะสร้างโปรแกรมทำสมาธิเพื่อช่วยสงบสติอารมณ์ก่อนออกเดต ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้รับผลประโยชน์ที่ Win-Win กันทั้งคู่
4. พัฒนาให้ดีกว่าเดิม จนพลิกวงการได้
อย่างที่ Neal Taparia บอกว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากแนวคิดใหม่เสมอไป เหมือนกับ Netflix ที่หยิบเอาร้านเช่าวิดีโอธรรมดา มายัดใส่โลกอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นสตรีมมิ่งที่เติบโตได้เร็วและมีมูลค่ามากที่สุดในโลก
แม้การเช่าหนังดูจะเป็นเรื่องทั่วไปในสมัยนั้น แต่สิ่งที่ Netflix สร้างคือการนำแนวคิดเก่ามาปรับและพัฒนาจนกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถพลิกวงการภาพยนตร์ทั่วโลกได้ นั่นจึงเป็นจุดสำเร็จแรกที่พวกเขาได้รับ
การก้าวเข้าสู่สนามที่มีผู้แข่งขันเยอะ ไม่ได้แปลว่าตัวคุณจะเป็นผู้พ่ายแพ้เสมอไป เพราะมันยังมีหนทางอีกมากมายที่ทำให้ตัวคุณโดดเด่นที่สุด และเป็นผู้อยู่รอดคนสุดท้าย จนสามารถกลายเป็นผู้นำทางการตลาดที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาแข่งกับคุณได้
การเอาชนะไม่ได้หมายถึงการมองหาสิ่งใหม่ ๆ เสมอไป แต่ต้องเป็นการมองเห็นโอกาสและต่อยอดมัน ทุกนวัตกรรมใหม่ ๆ เริ่มต้นมาจากแนวคิดเดิมก่อนทั้งนั้น แล้วทำไมธุรกิจใหม่ ๆ จะเริ่มต้นมาจากสิ่งที่มีอยุ่แล้วไม่ได้
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

05/08/2023

อยากเริ่มต้น "ทำธุรกิจของตัวเอง"
แต่กลัวลังเล ล้มเหลว ต้องทำยังไง ?
ศาสตราจารย์ที่ฮาร์วาร์ดมีคำตอบให้แล้ว
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าธุรกิจที่เกิดใหม่มักมาอายุขัยเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะล้มหายไปกว่า 50% มีเพียงอีกแค่ครึ่งหนึ่งที่ยังเหลือรอดอยู่ ซึ่งถึงแม้จะมีธุรกิจใหม่เข้ามาเสียบแทนที่ แต่ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ทุกธุรกิจ
Tom eisenmann ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้นำทีมที่สอน The Entrepreneurial Manager ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จำเป็นสำหรับ MBA ได้สัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งและนักลงทุนหลายร้อยคนเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมธุรกิจสตาร์ทอัพถึงมีอายุขัยที่สั้น และมักล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง
จากการสัมภาษณ์พบว่ามีปัญหาหลัก ๆ อยู่ 2 อย่างที่ผู้ประกอบการมักมองข้ามไปคือ...
1. Good Idea, Bad Bedfellows มีไอเดียดีแต่มีผู้ตามไม่ดี
ถึงแม้ว่าตัวคุณในฐานะผู้ก่อตั้งจะมีไอเดียบรรเจิดแค่ไหน วางกลยุทธ์มาดีแค่ไหน หรือสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าหากมีทีมที่ไม่สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับคุณได้ นั่นก็สามารถทำให้ธุรกิจล้มละลายได้เช่นกัน
แน่นอนว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้ทำได้ด้วยตัวคนเดียว คุณอาจไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมดทุกเรื่องก็ได้ แต่ในฐานะผู้นำคุณต้องสามารถมองคนให้ขาด และเลือกคนให้ถูกตำแหน่งก็พอ
2. False Starts เริ่มต้นด้วยความผิดพลาด
คนที่อยากทำธุรกิจส่วนใหญ่อาจมองว่าสินค้าหรือบริการของตัวเองวิเศษและมีคุณภาพมาก คนรอบข้างอาจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าขายออกไปยอดขายต้องพุ่งกระฉูดแน่ เพียงเพราะความคิดของคนไม่กี่คนทำให้คุณมั่นใจเกินร้อย แต่พอมาขายจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น
สาเหตุที่ธุรกิจหลายที่ต้องล้มเหลวก็เพราะไม่ลองศึกษาความต้องการของคนในปัจจุบัน เพราะสุดท้ายสินค้าที่ผลิตออกมา ผลิตมาเพื่อให้คนได้ใช้ แต่ถ้าคนรู้สึกว่าไม่ได้จำเป็น หรือนำมาตอบสนองความต้องการอะไรบางอย่างไม่ได้ ถึงสิ่งนั้นจะมีคุณภาพแค่ไหน ลูกค้าก็ไม่ได้อยากซื้ออยู่ดี
ผู้ประกอบการควรทำการวิเคราะห์สินค้าของตัวเองก่อนจะวางขาย รวมถึงการดูตลาดคู่แข่ง ทำความเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนก่อนจะวางขายจริงเพื่อลดความเสี่ยงและตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อรู้ปัญหาเหล่านี้แล้ว ศาสตราจารย์ Tom eisenmann ได้เสนอทางแก้ไขเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ในการทำธุรกิจ
1. กำหนดปัญหาให้ได้
ก่อนเริ่มกิจการ ในฐานะเจ้าของธุรกิจควรจะเริ่มดูตลาดก่อนเป็นอันดับแรก เข้มงวดกับสินค้าและการตั้งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ลองมองว่าเทรนด์ตอนนั้นคืออะไร และมันจะสามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือทำให้ชีวิตกลุ่มคนที่คิดว่าจะเป็นลูกค้าได้อย่างไร
เมื่อได้ตัวอย่างสินค้ามาแล้ว ควรลองตลาดก่อนขายจริงเพื่อดูว่ามันดีอย่างที่คิดจริงไหม และถ้ามันปัญหาของสินค้าจะได้แก้ไขก่อนจะออกมาเป็นตัวไฟนอล สำรวจความคิดเห็นของคนหลาย ๆ กลุ่ม วิเคราะห์ออกมาเป็นข้อดี - ข้อเสีย เพื่อให้สินค้ามีศักยภาพมากขึ้น
2. พัฒนาการแก้ปัญหาและทางออก
เมื่อรวบรวมความเห็นของผู้ใช้จริงแล้ว การระดมสมองของทีมเพื่อหาความแตกต่างของสินค้าระหว่างคู่แข่ง และการคิดกลยุทธ์ รวมถึงการรับมือเมื่อเจอปัญหาคือขั้นต่อไป บางที่อาจมองว่าสินค้าของตัวเองถูกออกแบบมาดีแล้ว ไม่มีที่ติ แต่การเพิกเฉยต่อความเห็นของผู้ใช้จริงคือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
ลองปรับตามความเหมาะสมเพื่อสร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทำซ้ำและทดสอบมันไปเรื่อย ๆ จนกว่าสิ่งนั้นจะตอบโจทย์ได้จริง
3. เริ่มกระบวนการแก้ไขปัญหา
หลังจากแก้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหาเวอร์ชันที่ดีที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำต่อไปคือการลองขายจริงเพื่อทดลองตลาดจริง บางครั้งมันอาจทำให้ต้องกลับไปแก้ที่จุดเริ่มต้นใหม่ เพราะสุดท้ายสิ่งที่คิดกับผลลัพธ์ก็ไม่ได้ตรงกันทุกอย่าง บางคนอาจเชื่อว่านี่แหละมาถูกทางแล้ว แต่ถ้าหากยึดติดเกิดไปจนไม่เปิดกว้าง การจะทำธุรกิจให้สำเร็จก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้น
ความล้มเหลวสามารถหลีกเลี่ยงได้หากรู้จักที่จะเรียนรู้ แก้ไข และยอมรับ ผลลัพธ์ของการทำสิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จจะเข้าใกล้มากขึ้น ความล้มเหลวไม่ได้ส่งผลต่อเพียงแค่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังส่งผลในระดับเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย
อย่ารอที่จะล้มเหลวแล้วได้บทเรียน เพราะเราสามารถเรียนรู้ได้ก่อนจะล้มเหลว
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
The Next Chapter of Business
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

ลุยยย❤️‍🔥
18/07/2023

ลุยยย❤️‍🔥

รู้แค่พอเริ่มต้นได้ ก็ทำไปเลย
ยุคนี้ "ความรู้ล้น" มีแต่คนมีข้อมูลเยอะ "แต่ไม่ทำ"
Desiree Peterkin Bell อดีตเป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีโอบามา พูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจแบบ "เด็กรุ่นใหม่ที่หลายคนมองว่าขี้เกียจ แต่ พวกเขาเนี่ยละที่จะเป็นเจนที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้"
และในความเห็นของผู้เขียนคิดว่า ต้องตีนิยามคำว่า "คนรุ่นใหม่" ให้เป็นการลงมือทำ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของ พฤติกรรมและการเปิดรับมากกว่า ดังนั้น คำว่าคนรุ่นใหม่ ให้นิยามใหม่ คือ อายุเท่าไรก็ได้แต่ต้องเปิดรับข้อมูล การเปลี่ยนแปลง และทำอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ได้ข้อมุลครบถ้วน แล้วค่อยทำ เพราะยุคนี้นั้น จะเห็นได้ว่า มีแต่คนมีข้อมูลเยอะ แต่ไม่ทำ
Desiree ได้พูดถึงลักษณะกลุ่มแบบคนรุ่นใหม่จะมีทั้งพลัง มีจิตใจที่ปราดเปรื่อง มีความมุ่งมั่น ความอุตสาหะ และความเข้าใจทางสังคมมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ใช่แค่สำหรับคนทำงานเท่านั้น แต่ผู้นำรุ่นใหม่ก็จะเป็นปัจจัยหลักที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในองค์กรให้ดีขึ้นเช่นกัน
จากประสบการณ์การทำงานในวงการการเมืองและธุรกิจมากกว่า 22 ปี
นี่คือสิ่งที่ Desiree Peterkin Bell เห็นถึงความแตกต่างที่คนรุ่นก่อนไม่เคยมี
ถ้ามีได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด และชีวิตจะเปลี่ยนไปในหลายๆด้าน นั้นคือ
1.พวกเขากล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ปรับตัว
และพร้อมกระโดดออกจาก เซฟโซนของตัวเอง
ทุกจังหวะชีวิตที่ดูแล้วมีโอกาสขยายออกไปได้
ความกลัวที่น่ากลัวที่สุดในการเป็นผู้ใหญ่คือ “การเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยง”เพราะเมื่อคุณยิ่งโตขึ้น สังคมจะบีบบังคับให้คุณทำผิดพลาดได้น้อยลง แต่คนยุคใหม่มีข้อได้เปรียบที่อายุ ทำให้วิธีคิดของเขาต่างจากคนรุ่นอื่น ๆ
แม้พวกเขาบางคนอาจโตมากับวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง พวกเขาก็ตระหนักได้ดีถึงผลกระทบและพร้อมที่จะสร้างความก้าวหน้าให้กับตัวเองและสังคมที่เขาจะต้องใช้ชีวิตต่อ
2. โอบรับทุกโอกาสทางความคิด
พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ฟังในสิ่งที่มีคุณค่า
ลงมือทำเพื่อความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่คนรุ่นใหม่มีแต่คนรุ่นก่อนไม่มีคือ การรับฟังความเห็นของกลุ่มคนที่หลากหลายและกล้าแสดงความเห็นในสิ่งที่ตัวเองคิด เพราะพวกเขารู้ตัวว่า แม้ตัวเองจะเป็นหนึ่งเสียงเล็ก ๆ แต่มันก็เป็นเสียงที่สำคัญ หรือแม้แต่มุมมองในการทำงานต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่อาจมองว่าปัญหาคือเรื่องที่ซับซ้อน แต่คนรุ่นใหม่มองว่ามันคือโอกาสในการเปลี่ยนแปลง
การนั่งเงียบในที่ประชุมไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น แม้จะเป็นพนักงานที่ตัวเล็กที่สุด
แต่คุณอาจมีความคิดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ก็ได้
3. ทำตัวให้ชินกับ 3 อย่างแบบแนบเนียน
นั้นคือ “เป็นความหวัง เป็นอนาคต และยอมรับการเปลี่ยนแปลง”
คนแบบรุ่นใหม่คือกลุ่มคนที่คุมอนาคต เวลาจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง เพราะตอนนี้เวลากับอยู่ข้างพวกเขาแล้ว ในอดีตผู้ใหญ่ที่สร้างกฎอาจเคยเป็นผู้มีอำนาจ แต่ปัจจุบันเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่นขึ้นมาเป็นผู้นำองค์กรและประเทศมากขึ้น หรือผู้หญิงขึ้นมามีบทบาทมากกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้คือสาเหตุว่าทำไม คนแบบรุ่นใหม่ถึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ มันไม่ใช่แค่พวกเขาอายุน้อยกว่า แต่เป็นเพราะพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับแนวคิดสมัยใหม่ที่พร้อมปรับตัวและเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นโดยมีแบบแผนและเหตุผล และหากในวันนี้คุณอายุเยอะแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่าเสมอไป ลองรีความคิด เปิดรับความสดใหม่ก็ได้เหมือนกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทุกช่วงชีวิต
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)

———
“ก้าวต่อไปของคนทำธุรกิจ”
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

❤️‍🔥
05/07/2023

❤️‍🔥

พอไปถึงจุดนึง คุณจะเข้าใจได้ว่า
" การนับถือตัวเองได้" นั้นดีที่สุด
อย่าเร่งสร้างภาพ เพื่อให้คนอื่นมองว่าดี
คุณแค่ต้องพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่
" คุณสามารถยอมรับตัวเองได้ "
บ้านที่อยากมี งานที่อยากทำ
ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่คุณต้องการ ฯลฯ
ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองก่อน แล้วค่อยต่อยอด
ไปใช้ชีวิตในภาพที่ คนอื่นอยากให้เป็น

#ไปให้ถึง100ล้าน

👍🏻🎉
04/07/2023

👍🏻🎉

รวมคีย์สำเร็จ
สำหรับ "เจ้าของธุรกิจ" โดยเฉพาะ
รวมคีย์สำเร็จของแต่ละธุรกิจ จากจุดเด่นที่ส่งต่อและถ่ายทอดออกมา สรุปมาให้ไว้เป็น "ทางลัด" เพื่อใช้เป็น DNA ธุรกิจและแรงฮึด ส่งตรงถึงเจ้าของธุรกิจและคนอยากมีธุรกิจโดยเฉพาะครับ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH

———
100WEALTH
คอมมูนิตี้คนทำธุรกิจขนาดใหญ่
ที่มีเป้าหมายเดียวกัน “ไปให้ถึง100ล้าน”
มาร่วมเติบโตปลดล็อก "พลังแห่งความสำเร็จ"
Unlock the Power of Success
กับผู้ร่วมเดินทางอีกกว่า 1 ล้านคนไปพร้อมๆ กัน


#ไปให้ถึง100ล้าน

29/06/2023

เคย “ลงทุนในอะไร”
ที่มารู้สึกทีหลังว่า
“ไม่ควรลงตั้งแต่แรก”

ที่อยู่

Amphoe Sena

เบอร์โทรศัพท์

+66955391802

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขาย อสังหาฯ ที่ดิน อยุธยา by Plengผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์