28/10/2023
🎏
ยุคสินค้าล้นแบบนี้ ขายคุณภาพดี ยังไงก็ดีไม่พอ
ต้องขาย "ประสบการณ์" ช่วยให้ขายดีขึ้น 350%
Loop Earplugs
ตามการวิเคราะห์ของ McKinsey & Company พบว่าเมื่อให้ผู้คนเลือกระหว่างรองเท้าคู่ใหม่ กับบัตรคอนเสิร์ต คนส่วนใหญ่มักจะเลือกคอนเสิร์ตมากกว่า เพราะโลกของเราตอนนี้ ผู้คนกำลังโหยหาในสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์” มากกว่า “สินค้าคุณภาพ”
นอกจากนี้งานมีอีกงานวิจัยหนึ่งบอกว่า ปัจจุบันคนรุ่นมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มการใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนในด้านประสบการณ์ที่แสวงหาความสุขโดยรวม เพราะเมื่อลองถามกลุ่มคนผู้สูงอายุว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร สิ่งนั้นไม่ใช่สินค้าที่พวกเขาเคยซื้อมา แต่คือช่วงเวลาและความทรงจำของพวกเขาเอง
Maarten Bodewes ผู้ก่อตั้งบริษัท Loop Earplugs ที่ไม่ได้ขายแค่ที่อุดหูกันเสียงรบกวน แต่เขาขายสินค้าที่มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ จนได้รับการยอมรับจาก The New York Times ว่าเป็น “ที่อุดหูที่ดีที่สุดสำหรับคอนเสิร์ต”
หลายคนอาจมองว่าที่อุดหูมีไว้เพื่อใส่ตอนนอนหลับเท่านั้น แต่สำหรับ Maarten Bodewes เขามองไปถึงทุกสถานการณ์ของเสียงรบกวนที่เป็นไปได้เพื่อให้ลูกค้าได้ “ใช้ชีวิตตามระดับเสียง" ที่สร้างความได้เปรียบในตลาดไม่ใช่แค่ใส่เพื่อการนอนอย่างเดียว
และเพื่อเข้าถึงประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เขายังคงพัฒนาสินค้าให้สามารถปรับระดับเสียงตามสถานการณ์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัดเสียงรบกวนรอบข้างเพื่อให้มีสมาธิในการทำงาน ปรับเสียงตอนอยู่ในคอนเสิร์ตเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงเพลงที่ดีที่สุด
ซึ่งเขาไม่ได้สนใจแค่เรื่องฟังก์ชันเท่านั้น เพราะเขายังปรับดีไซน์ให้ทันสมัยเป็นเหมือนสินค้าแฟชั่นอีกด้วย
สิ่งที่ธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ควรทำไม่ใช่เพียงแค่การบอกว่าสินค้านี้มันดียังไง แต่ชี้ให้ตรงจุดกว่านั้นคือ เมื่อซื้อสินค้าชิ้นนี้ไปแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับในทางความรู้สึกคืออะไร พวกเขาไม่ต้องการสินค้าที่ดีที่สุด แต่ต้องการสินค้าที่สร้างประสบการณ์ให้พวกเขาได้มากที่สุด
นั่นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมบางคนถึงยอมเสียเงินมากมายเพื่อโดดร่มจากเครื่องบิน ว่ายน้ำกับฉลามในกรง ทัวร์ต่างประเทศ หรือดูหนังเริ่มเดิมได้ซ้ำ ๆ ไม่มีเบื่อ เพราะนั่นคือการมอบคุณค่าจากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับนั่นเอง
เช่นเดียวกับธุรกิจของ Maarten Bodewes คือการนำสินค้าเข้าไปแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าแบบเนียน ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้ทำแบรนด์ของเขาสามารถขายที่อุดหูมากกว่า 5 ล้านชิ้นทั่วโลก ในสหรัฐอเมริกาและอีกกว่า 150 ประเทศ มีการเติบโต 350% เมื่อเทียบเป็นรายปีในปี 2565 และมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 10 รายการในปีเดียว
การตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคถูกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา คุณค่าและการให้ความสำคัญด้านราคาและคุณภาพอาจไม่เทียบเท่ากับประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับในปัจจุบัน ดังนั้นทุกธุรกิจต้องมองหาประสบการณ์จองสินค้าตัวเองให้เจอ และนำมาเชื่อมกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้ได้
เพราะลูกค้าจะไม่บอกว่าพวกเขาต้องอะไร แต่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องค้นหาให้เจอ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
(Reference in comment)
———
“ก้าวต่อไป เริ่มต้นที่นี่”
Next Step Begins Here
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน