CY property ทำธุรกิจเกี่ยวกับขายอสังหาเพื่อกา?

07/05/2022
04/05/2022

สัมผัสประสบการณ์อยู่อาศัยดุจโรงแรม 5 ดาวน์ ติดถนนสุขุมวิท

25/05/2021

รู้จัก LANDMARK @ GRAND STATION คอนโดมิเนียม ที่เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย /โดย ลงทุนเกิร์ล
มนุษย์เราดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัย 4 ประการ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค
แต่ในสมัยนี้ อาจต้องนับเพิ่มอีก 2 ปัจจัย คือ โทรศัพท์มือถือ และ อินเทอร์เน็ต

และ หากถามว่า ปัจจัยตัวไหน ที่ต้องใช้กำลังทรัพย์ในการลงทุน เพื่อแลกกับความคุ้มค่า ที่เยอะที่สุด ?
คำตอบคือ ปัจจัยในเรื่องของที่อยู่อาศัย นั่นเอง

ที่อยู่อาศัย นอกจากจะให้ความสะดวกสบาย และ ความปลอดภัย เป็นพื้นฐานแล้ว
จุดที่สำคัญในสมัยนี้ ต้องทำให้เกิด ความสุข และ คุณภาพ ในการใช้ชีวิตที่ดี อีกด้วย

หนึ่งในโครงการ ที่ลงทุนเกิร์ล อยากพูดถึง คือ โครงการ “Landmark” ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่าง บริษัท Siamese Asset ที่สามารถตอบโจทย์ ทั้งความสุข คุณภาพ ของชีวิต และ ความคุ้มค่าในการลงทุนให้กับตัวเอง อย่างแน่นอน

โดย เมกะโปรเจกต์ Landmark By Siamese จะเริ่มต้นประเดิมใน 2 โครงการบน 2 ทำเล ได้แก่
-Landmark @ Grand Station By Siamese Asset อยู่ในโซนรามอินทรา
-Landmark @ MRTA Station By Siamese Asset อยู่ในโซนพระราม 9

จุดเริ่มต้นของเมกะโปรเจกต์ “ Landmark By Siamese” นี้คือ
บริษัท Siamese Asset ไม่ต้องการที่จะยึดติด กับการสร้างคอนโดมิเนียมในรูปแบบเดิมๆ ที่เน้นเพียงแค่ที่พักอาศัย เพียงอย่างเดียว

แต่บริษัทต้องการ หันมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่เน้นการรวมสิ่งอำนวยความสะดวก จำเป็นที่ต้องการใช้ชีวิต มาอยู่บนโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้คอนเซปต์ที่ชื่อว่า “The New Complete Landmark of Synergies”

หรือ เราอาจเรียกง่าย ๆ ว่า นี้เป็นการนำคอนเซปต์ Mixed Use เข้ามาปรับใช้งาน โดยภายในโครงการที่อยู่อาศัย จะมีการนำ ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อ เลาจน์ Co-working Space หรือ แม้กระทั่ง สถานที่จัดงานงาน ห้องประชุมขนาดใหญ่ เข้ามากระจุกรวมกันให้อยู่ในสถานที่แห่งเดียว

จุดที่น่าสนใจต่อมา คือ สถานที่ตั้ง ของเมกะโปรเจกต์ทั้ง 2 โครงการนี้ อยู่ในทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า/ รถไฟใต้ดิน และทางด่วน
พูดง่าย ๆ คือ เราจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหารถติด หรือ ปัญหาชุมชนแออัดในใจกลางเมือง
อีกทั้ง คอนเซปต์ Mixed Use ของโครงการนี้ ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องออกนอกโครงการเลย ก็ว่าได้..

โดยโครงการที่กำลังจะมีงานเปิดตัว และ เปิดให้จับจองล่าสุด คือ โครงการ Landmark @ Grand Station

แล้ว โครงการ Landmark @ Grand Station มีความน่าสนใจ อย่างไรบ้าง ?

1. สถานที่ตั้ง ที่สามารถเดินทางได้สะดวก

โครงการ Landmark @ Grand Station By Siamese Asset ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีวงแหวนรามอินทรา) ตรงข้าม Fashion Island และยังเชื่อมต่อกับถนนเรียบด่วน เอกมัย-รามอินทรา
อีกทั้ง เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแค่ 15 นาที เท่านั้น เหมาะกับการเป็น Business Center ที่นักลงทุน และชาวต่างประเทศเดินทางมาได้สะดวก

2. มีการให้บริการในพื้นที่ Mixed Use ต่าง ๆ เช่น Conference Room, Business Center และร้านอาหาร ที่ยกระดับบริการมาตรฐาน ให้เทียบเท่ากับโรงแรมหรูชั้นนำ

3. มีโซนที่พักอาศัย แบบ Branded Residence ที่บริหารภายใต้แบรนด์ Cassia By Banyan Tree แห่งแรกของประเทศไทย

ซึ่งแบรนด์ Cassia ค่อนข้างมีความพิเศษมาก กล่าวคือ เป็นแบรนด์ที่บริหารภายใต้ กลุ่มบริษัท Banyan Tree Group ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เรสซิเดนซ์ และ สปาหรูชั้นนำระดับโลก
โดยผู้ที่เลือกซื้อที่พักอาศัยในโครงการนี้ จะได้รับการบริการมาตรฐานโรงแรมสากล อาทิเช่น Valet Parking, Door Man, Bell boy, Sky Restaurant และ Rooftop Bar
รวมถึงการมีพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่แยกออกมาจากที่พักโซนอื่น ๆ

4. สำหรับโซนที่พักอาศัยโซน Siamese Residence
โดยจะเน้นจุดเด่นในเรื่องของไลฟ์สไตล์ ของผู้พักอาศัยเป็นหลัก โดยรูปแบบห้องจะเป็น Double Volume สูง 4.1 ม. มี 1 ห้องนอน + 1 ห้องอเนกประสงค์ที่จะตกแต่งเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องพักแขกก็ได้ มีห้องครัวเป็นแบบ Outdoor

โดยห้องสำหรับพักอาศัยในส่วนนี้ สามารถเลือกการออกแบบ และ ฟังก์ชัน ที่หลากหลาย มากถึง 4 รูปแบบ

- รูปแบบที่ 1 ชื่อว่า Residential : สำหรับผู้พักอาศัยกลุ่มวัยรุ่น ถึง วัยทำงาน โดยมีการออกแบบพื้นที่เป็น Multi-Purpose Space กล่าวคือ มีพื้นที่ Working Space และ Entertainment Space

- รูปแบบที่ 2 ชื่อว่า Pet Lover : ความพิเศษของรูปแบบห้องนี้ คือ การออกแบบเพื่อให้เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในห้องพัก นอกจากนี้ยังมีการแยกชั้นห้องพัก อย่างเป็นสัดส่วน รวมทั้งลิฟต์โดยสารเพื่อไม่ให้ห้องพักที่มีสัตว์เลี้ยง ไปรบกวนผู้พักอาศัยห้องอื่น ๆ

- รูปแบบที่ 3 ชื่อว่า Eldery : ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้สูงอายุไม่ว่าจะเป็น ในรูปแบบการนำ Universal Design มาปรับใช้ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ และ ผู้พิการ รวมถึงพื้นที่ภายในห้อง จะไม่มีการเปลี่ยนระดับพื้นห้อง
และ ขนาดของห้องก็มีความกว้างพอที่ ผู้สูงอายุจะสามารถนำรถเข็น เข้าไปได้

- รูปแบบที่ 4 ชื่อว่า Co-Living : เป็นรูปแบบของห้องพักอาศัยที่เน้นการลงทุนเป็นหลัก โดยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ มีการแบ่งแยกสัดส่วนของห้องชัดเจน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องส่วนตัว ส่วนในเรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน คือ ใน 1 ห้อง สามารถปล่อยให้ผู้เช่า ได้มากถึง 2 คน
แบบนี้หมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของห้องเช่า จึงจะสามารถทำกำไรได้มากกว่า ห้องพักปกติทั่วไป นั่นเอง

นอกจากนี้ เมกะโปรเจกต์อย่าง “Landmark by Siamese” ยังมีการ ออกแบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของผู้อยู่อาศัย ในชื่อว่า “Siamese Technology” โดยมีนวัตกรรม อาทิเช่น

- Air Ventilation Technology ระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องพัก 24 ชั่วโมง ที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้มากถึง 99%
- Smell Protection Technology ระบบแบกท่ออากาศของท่อน้ำทิ้ง เพื่อลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์
- Home Automation ระบบบ้านอัจฉริยะ ที่สามารถช่วยให้ผู้อยู่อาศัย สามารถควบคุมทุกอย่าง ผ่านปลายนิ้วสัมผัสจากแอปพลิเคชัน
- Soundproof Technology ที่ใช้ระบบกันเสียง เข้ามาช่วยดูดซึมซับเสียง และ แก้ปัญหาเสียงรบกวนภายนอก ได้อย่างเด็ดขาด
- Heat Resistance Technology ระบบช่วยลดการแผ่รังสีของความร้อน เข้าสู่ภายในอาคาร
- Easy Maintenance Technology ด้วยการวางระบบเดินท่อคอนกรีต ท่อเดียวภายใน 1 ชั้น ทำให้หมดปัญหาการรบกวนห้องข้างล่าง และ ง่ายต่อการซ่อมบำรุง

โดย โครงการ Landmark @ Grand Station By Siamese Asset พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมและจองสิทธิเพื่อซื้อห้องชุดภายในโครงการได้แล้ววันนี้ ราคา Pre-sale เริ่มต้นที่ 1.98 ลบ.
ต้องบอกว่า ราคาพิเศษนี้ สงวนสิทธิเฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Exclusive Day Pre-sale เท่านั้น
ที่จะจัดในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น

สามารถเข้าไป ลงทะเบียนได้ที่: www.landmarkatgrandstation.com หรือสอบถามรายละเอียดโทร. 1306

Reference
- เอกสารประชาสัมพันธ์ Landmark @ Grand Station By Siamese Asset

11/05/2021

PHOTO JOURNAL: ‘VICTORY DAY’
ทหารหญิงรัสเซียเดินสวนสนามที่จัตุรัสแดงในกรุงมอสโกเนื่องในวันครบรอบ 76 ปี วันแห่งชัยชนะ ที่กองทัพโซเวียตชนะกองทัพนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 - Dmitry Astakhov / TASS via Getty Images
IG: www.instagram.com/thestandardth.ig

26/04/2021

UPDATE: คณะมนตรี APRC ชี้อาเซียนต้องเรียกร้องให้ทหารเมียนมาปล่อยตัวซูจี-ผู้ถูกคุมตัว กำหนดไทม์ไลน์แก้ปัญหา
วานนี้ (25 เมษายน) ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพ และความปรองดองแห่งเอเชีย ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการประชุมผู้นําอาเซียน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 โดยมีรายละเอียดระบุว่า
คณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) มีความยินดีกับผลการประชุมผู้นําอาเซียนที่เพิ่งจัดขึ้น ณ สํานักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ได้ย้ำความห่วงกังวลยิ่งของอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและการล้มตายของผู้คนในเมียนมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะมนตรี APRC มีความยินดีกับการประกาศความเห็นพ้องห้าข้อ (Five-Point Consensus) ซึ่งเป็นท่าทีเชิงบวกและรุดหน้าในการมีปฏิสัมพันธ์ของอาเซียนต่อสถานการณ์ในเมียนมา เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาอย่างสันติระหว่างทุกฝ่าย และเพื่อให้สันติภาพและความมั่นคงกลับคืนสู่เมียนมา
เพื่อการนี้ ขอเรียกร้องทางการทหารของเมียนมาให้แสดงเจตนารมณ์อย่างจริงจังที่จะทํางานอย่างใกล้ชิดและแข็งขันกับอาเซียน เพื่อปฏิบัติตามความเห็นพ้องห้าข้อที่ได้ตกลงกันไว้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และครบถ้วน โดยทางการทหารและฝ่ายความมั่นคงเมียนมาควรเริ่มดําเนินขั้นตอนต่างๆ โดยทันทีเพื่อยุติความรุนแรง
คณะมนตรี APRC เชื่อว่า เนื่องจากจังหวะเวลามีความสําคัญยิ่ง จึงจําเป็นที่จะต้องมีการระบุรายละเอียดและช่วงเวลาของมาตรการต่างๆ เพื่อดําเนินการตามความเห็นพ้องห้าข้อโดยเร็ว โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่ต้องการอย่างเร่งด่วนโดยศูนย์ AHA รวมทั้งบทบาทและกําหนดการเยือนเมียนมาของคณะผู้แทนทางการทูตพิเศษของประธานอาเซียน
ในขณะเดียวกัน คณะมนตรี APRC มีความเห็นว่า อาเซียนควรเรียกร้องอย่างจริงจังและชัดเจนเพื่อให้มีการปล่อยตัวออง ซาน ซูจี และผู้ถูกควบคุมตัวทางการเมืองทั้งหมด อันเป็นส่วนสําคัญของการดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วนตามความเห็นพ้องห้าข้อที่ได้ตกลงกันไว้
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/

20/04/2021

UPDATE: ‘น้าค่อม’ รักษาอาการป่วยโควิด-19 ห้องไอซียู หลังเชื้อลามลงปอด ผลตรวจพบภรรยาติดเชื้อด้วย
วันนี้ (20 เมษายน) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ดาราและพิธีกรข่าว ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการป่วยของ อาคม ปรีดากุล หรือ ‘น้าค่อม’ นักแสดงตลกชื่อดังของไทย ผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากคนในครอบครัว ขณะนี้ ‘น้าค่อม’ ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่ห้องไอซียู เนื่องจากเชื้อลงไปที่ปอดแล้ว
ขณะที่ ไอซ์ ลูกสาวของน้าค่อม ได้เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า คุณแม่ได้ตรวจพบติดโควิด-19 แล้วเช่นกัน
สำหรับไทม์ไลน์การรักษาน้าค่อม ไอซ์ ลูกสาวได้โพสต์รายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กของพ่อ ระบุว่า ขออนุญาตอัปเดตอาการพ่อค่อม
17 เมษายน พ่อค่อมต้องย้ายโรงพยาบาลด่วนไปหาห้องอยู่ไอซียูกะทันหัน เนื่องจากปอดเป็นฝ้าหนา จนได้โรงพยาบาล
18 เมษายน คุณพ่อมีอาการเหนื่อยแต่ไม่มาก คุณหมอให้คุณพ่อนอนคว่ำ เพื่อออกซิเจนจะได้เข้าไปไวมากขึ้น (อันนี้ไม่ชัวร์นะคะถ้าข้อมูลผิดขออภัย) ช่วงสามทุ่มสอบถามทางโรงพยาบาล ว่าคุณพ่ออาการเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรต้องกังวลไหม โรงพยาบาลแจ้งว่า
- อาการยังคงเดิม ไม่มีเหนื่อยหอบอะไร แต่ผลเอกซเรย์ปอดยังคงมีการติดเชื้อที่ปอดอยู่ ตอนนี้ให้ออกซิเจนในระดับสูงไว้ อาการไม่มีอะไรน่ากังวล
19 เมษายน โทรหาคุณพ่อ รู้สึกได้ว่าคุณพ่อพูดช้า น่าจะเกิดจากอาการเหนื่อย มีบ่นเล็กน้อยว่าอยากออกจากห้องไอซียู (พ่อเหงา สายอะไรเต็มตัวเขาไปหมด บ่นและคงอยากดูโทรทัศน์)
วันนี้คุยกับพ่อเขาดูเหนื่อยๆ แต่ยังไม่ได้ถามอาการอัปเดตจากโรงพยาบาลช่วงเช้า ช่วงบ่ายโทรอัปเดตทางโรงพยาบาล แจ้งว่าวันนี้เหมือนออกซิเจนค่อนข้างต่ำ คุณหมอจะพาไปทำ CT Scan เย็นนี้ วันนี้มีฉีดให้ยาละลายลิ่มเลือดช่วงตอนเที่ยง คุณหมอคิดว่าลิ่มเลือดน่าจะไปอุดหลอดเลือดตรงที่ไปเลี้ยงปอด เลยทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายไม่ดี ทำให้ออกซิเจนต่ำ ช่วงสามทุ่มสอบถามทางโรงพยาบาลว่าคุณพ่ออาการเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรต้องกังวลไหม โรงพยาบาลแจ้งว่า
- ผู้ป่วยตอนนี้ไม่มีไข้ ยังใช้ออกซิเจนช่วยในการหายใจ ความดันโลหิตดี เจาะระดับน้ำตาลก่อนอาหารยังมีสูงบ้าง รับประทานอาหารได้ วันนี้นำคนไข้ไปทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่ม สี่ทุ่มผลออก แพทย์แจ้งว่าไม่มีภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด แต่ยังมีปอดอักเสบอยู่
ไอซ์ระบุว่า หากพิมพ์ข้อมูลหรือการรักษาทางการแพทย์ผิดไอซ์ต้องขออภัย นี่คือบันทึกระหว่างที่พ่อเข้าไอซียูในทุกๆ วัน พร้อมภาวนาขอให้พ่อหายทุกวัน
อ้างอิง:
https://instagram.com/ice_napatcharin?igshid=15wcz36d22e5y
https://www.facebook.com/Ch3ThailandNews/
https://www.facebook.com/100044464898184/posts/305758137583014/
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/

20/04/2021

UPDATE: ครม. เคาะแจกโครงการเราชนะ 7,000 บาท ขยายเพิ่มครอบคลุม 33.5 ล้านคน
วันนี้ (20 เมษายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเปลี่ยนแปลงโครงการเราชนะ ขยายกลุ่มเป้าหมายและกรอบวงเงิน จากกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน กรอบวงเงินไม่เกิน 210,200 ล้านบาท เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 33.5 ล้านคน กรอบวงเงินไม่เกิน 213,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท และขยายระยะเวลาใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2564 จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
นอกจากนี้ ครม. ยังรับทราบแนวทางจัดการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลการทบทวนสิทธิ์ที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และการกำหนดกรอบระยะเวลารับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้งจากประชาชนภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ด้วย
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/

22/02/2021

22 กุมภาพันธ์
วันแห่งแมวเหมียว
แด่ทาสแมวผู้รักความเหมียว วันนี้คือวัน Neko No Hi หรือวันแห่งแมวในญี่ปุ่น ที่มีไว้เฉลิมฉลองให้กับสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวน้อยที่คนทั่วโลกหลงรัก
วันแห่งแมวเหมียวมีที่มาจากเสียงร้องของแมวในภาษาญี่ปุ่นที่พ้องเสียงกับเลข 2 ทุกวันที่ 22 เดือน 2 จึงกลายเป็นวันของเจ้าเหมียวไปโดยปริยาย
จากสถิติระบุว่า ประเทศที่มีการเลี้ยงแมวมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ที่มีประชากรแมวเลี้ยงมากกว่า 74 ล้านตัว รองลงมาคือ จีน รัสเซีย บราซิล และฝรั่งเศส
ส่วนในประเทศไทย จากสถิติในปี 2559 โดยสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ ระบุว่ามีประชากรแมวกว่า 3 ล้านตัว ส่วนถ้านับเฉพาะในกรุงเทพฯ จะมีแมวมากกว่า 4.1 แสนตัว ซึ่งน้อยกว่าประชากรสุนัขที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 7 ล้านตัว และในกรุงเทพฯ กว่า 7.2 แสนตัว
อ้างอิง:
dcontrol.dld.go.th/dcontrol/index.php/rabies/747-dogpop2016
www.petsecure.com.au/pet-care/a-guide-to-worldwide-pet-ownership/

04/02/2021

UPDATE: รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งบล็อก Facebook ชั่วคราว อ้างบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ
รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งการให้บริษัทโทรคมนาคมท้องถิ่นปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook เป็นการชั่วคราว จนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 กุมภาพันธ์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 กุมภาพันธ์) โดยกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศของเมียนมา เผยแพร่หนังสือคำสั่งผ่านทางเว็บไซต์ กล่าวหา Facebook ว่ามีส่วนในการก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพในประเทศ ขณะที่คำสั่งปิดกั้น Facebook อ้างอิงมาตราในกฎหมายโทรคมนาคม ที่ให้อำนาจในการดำเนินการใดๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและรัฐ
“ปัจจุบันกลุ่มคนที่สร้างปัญหาให้กับความมั่นคงของประเทศกำลังแพร่กระจายข่าวปลอมและข้อมูลที่ผิดๆ และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ผู้คน โดยใช้ Facebook” ส่วนหนึ่งของข้อความในหนังสือคำสั่งระบุ
ด้านผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit ในเมียนมาหลายคน รายงานว่าไม่สามารถเข้าใช้งานบัญชี Facebook ในโทรศัพท์มือถือของตนได้ ซึ่งหมายความว่าทางเครือข่ายโทรคมนาคมได้ดำเนินการตามคำสั่งรัฐบาลทหาร ที่กำหนดให้ดำเนินการภายในเวลาเที่ยงคืนของเมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์)
ขณะที่ NetBlocks ที่ติดตามข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก รายงานว่าบริษัทโทรคมนาคมของรัฐบาลเมียนมาอย่าง MPT ซึ่งมีผู้ใช้งานสูงสุดถึง 23 ล้านคน ได้บล็อกการเข้าถึงทั้ง Facebook และแอปพลิเคชั่นในเครือ เช่น Messenger, Instagram และ WhatsApp
ทางด้านแอนดี สโตน โฆษกของ Facebook เปิดเผยว่าทางบริษัทรับทราบถึงการปิดกั้นการเข้าถึงบริการของ Facebook ในเมียนมา และเรียกร้องให้ทางการเมียนมายกเลิกการปิดกั้น Facebook เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานสำหรับติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้
“เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ฟื้นฟูการเชื่อมต่อ (Facebook) เพื่อให้คนในเมียนมาสามารถสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อน และเข้าถึงข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้” เขากล่าว
ปัจจุบันมีชาวเมียนกว่าครึ่งหนึ่งจากจำนวนประชากรทั้งหมดราว 53 ล้านคน ที่ใช้งาน Facebook ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นโซเชียลมีเดียที่สำคัญสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
ภาพ: Chesnot / Getty Images
อ้างอิง:
https://www.reuters.com/article/us-myanmar-politics-facebook/myanmar-internet-providers-block-facebook-services-after-government-order-idUSKBN2A32ZE
https://techcrunch.com/2021/02/03/myanmar-orders-telecom-networks-to-temporarily-block-facebook/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+Techcrunch+%28TechCrunch%29&utm_content=FaceBook&fbclid=IwAR0pdUVaTqwbFlIu6tyvNIqm9jsz59ALDRdg5oAYiRDWLzatelht6TxErXE
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/

04/02/2021

UPDATE: อาคม ชี้เศรษฐกิจไทยมี 4 ภูมิคุ้มกัน ย้ำปฏิรูปรายได้ภาษียังอยู่ในแผน
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาของมติชน หัวข้อ ‘พลิกสูตรวัคซีนสู้โควิด-19 พลิกวิกฤตเศรษฐกิจไทย’ ว่า ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกต้องเจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งไทยเจอปัญหาการว่างงาน หนี้ครัวเรือน และความยากจนที่สูงขึ้น แม้ว่าปลายปีก่อนเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้น (การส่งออก ภาคการผลิตและท่องเที่ยวในประเทศ) แต่เมื่อเจอการระบาดระลอกใหม่ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ คาดว่าจะเข้าถึงราว 41 ล้านคน โดยมุ่งกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ไม่มีกองทุนประกันสังคมดูแล จึงออกโครงการ ‘เราชนะ’ 31 ล้านคน และขยายไปที่ ‘ม.33 เรารักกัน’ 9-10 ล้านคน
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้ออกมาตรการด้านภาษีให้ภาคเอกชนเพื่อสร้างสภาพคล่อง (ขยายเวลาคิดภาษีนิติบุคคล) และยกเว้นภาษี และค่าธรรมเนียมด้านอสังหาริมทรัพย์ ในระดับรายย่อยที่ผ่านมามีการออก คนละครึ่ง ชิมช้อปใช้ ช้อปดีมีคืน
ทั้งนี้สิ่งที่รัฐต้องเร่งทำคือการลงทุนภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ ที่จะดึงดูดการลงทุนต่างชาติเข้ามา ซึ่งข้อมูลจากธนาคารโลกบอกว่า การลงทุนในไทยยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น รัฐจึงต้องพิจารณาด้วยการลงทุนของรัฐที่จะกระตุ้นการลงทุนในภาครวม
นอกจากนี้สิ่งที่คลังยังต้องให้ความสำคัญคือ ​การปฏิรูปโครงสร้างรายได้รัฐ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อรายจ่ายของรัฐบาลในโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ปี 2564 นี้ความเสี่ยงต่างๆ ยังคงอยู่ และต้องสร้างสมดุลทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและควบคุมการแพร่ระบาด ย่ิงแสดงถึงความสำคัญของภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ โดยไทยมี 4 ภูมิคุ้มกันหลัก ได้แก่
▪ เศรษฐกิจไทยต้องโตต่อเนื่องไม่ว่าจะโตสูงหรือต่ำ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 รายได้ของประเทศต้องขยายตัวต่อเนื่อง ยกเว้นในช่วงวิกฤตนี้อาจจะเห็นการลดลงบ้างชั่วคราว
▪ ฐานะการเงินระหว่างประเทศ ในส่วนของไทยมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​ซึ่งแข็งแกร่งมาก หากนำมาคิดเป็นการชำระหนี้ของไทยจะสูงกว่าถึงสามเท่า
▪ ฐานะการเงินการคลังในประเทศตอนนี้ก็มีเสถียรภาพ
▪ หนี้สาธารณะของไทย หรือหนี้ของประเทศของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ (ที่คลังค้ำประกัน) ปัจจุบันอยู่ราว 50% เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องกู้เพิ่มเติม (พ.ร.บ. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท) โดยเพดานหนี้สาธารณะมองว่าอยู่ในระดับ 60% ยังเหมาะสมและเพียงพอต่อการดำเนินนโยบาย
ทั้งนี้การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้รัฐบาลทั่วโลกและไทยต้องเร่งแก้ปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ รวมถึงมาตรการเยียวยา กระตุ้น และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้ผู้ได้รับผลกระทบ จากมาตรการปิดประเทศปีก่อนที่ล็อกดาวน์นาน 2 เดือน มีเคอร์ฟิว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหายไป
“ช่วงวิกฤตทั้งโลกและธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องผ่อนคลายนโยบายการเงิน อย่างการลดดอกเบี้ยเพื่อให้คลังสามารถใช้จ่ายได้”
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

ที่อยู่

Ban Bang Na

เบอร์โทรศัพท์

+66844515111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CY propertyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CY property:

แชร์