TopicThailand หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มอบตัวแล้ว หลังร่วมแก๊งปล้นตู้เซฟแรงงานเมียนมา ]จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ อาสารักษาดินแดน จำนวน 3 นาย แ...
20/05/2026

[ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มอบตัวแล้ว หลังร่วมแก๊งปล้นตู้เซฟแรงงานเมียนมา ]
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ อาสารักษาดินแดน จำนวน 3 นาย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 1 คน ได้ใช้อาวุธปืนบุกปล้นแรงงานชาวเมียนมา ยกตู้เซฟเก็บเงิน-ทองรูปพรรณกว่าหนึ่งแสนบาท ที่บ้านพักคนงานต่างด้าวชาวเมียนมา เลขที่ 221 ม.17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ เหตุเกิดเวลา 15.30 น.วันที่ 17 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าแซะ ,ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร และชุดสืบสวตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกันเก็บหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ พยานบุคคลและภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาเป็น เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ได้ 3 นาย ประกอบด้วย 1.นายอนุชา หรือน๊อต อายุ 32 ปี เป็น อาสารักษาดินแดน สำรองจังหวัดชุมพร ,2.นายสันติพล หรือกล้า อายุ 34 ปี เป็นอาสารักษาดินแดน อำเภอละแม และ 3.นายเฉลิมพล หรือเมย์ อายุ 35 ปี เป็นอาสารักษาดินแดน จังหวัดชุมพร ชุดเฉพาะกิจโชคชัย
โดยผู้ต้องหา ทั้ง 3 นาย พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่ากระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจโดยมีหรือใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
ความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ สภ.ท่าแซะ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมพร พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ขณะที่ญาติเตรียมยื่นขอประกันตัวชั่วคราว แต่ศาลจังหวัดชุมพร ไม่ให้ประกันตัว
นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 ราย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชุมพร
ต่อมา เมื่อเวลา 13.00 วันที่ 20 พ.ค.2569 พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าซะ ได้นำหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายราม อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ที่ร่วมกันปล้น จากศาลจังหวัดชุมพร กระทั่งเวลา 14.00 น.ศาลจังหวัดชุมพร ได้อนุมัติหมายจับดังกล่าวแล้ว
จากนั้นเวลา 15.00 วันเดียวกัน ญาติๆ ของนายราม ได้นำตัว นายราม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผก.สภ.ท่าแซะ
โดย "ผู้ช่วยราม" ให้การว่า ตนเองได้ขับรถยนต์ไปบ้านนายอนุชา หรือน๊อต หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งได้นัดกันจะชวนไปเที่ยวงานบุญบั้งไฟ แต่นายน๊อต ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ชวนนั่งรถไปเที่ยวหาข่าวเรื่องยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมา โดยนายน๊อต เป็นคนขับรถยนต์ และเพื่อนๆ อาสารักษาดินแดน รวมทั้งตน 4 คน กระทั้งไปถึงบ้านหลังเกิดเหตุ นายอนุชา หรือน๊อต ,นายสันติพล หรือกล้า และนายเฉลิมพล หรือเมย์ ลงจากรถไป ส่วนตนเองไม่ได้ลงจากรถ
"ผู้ช่วยราม" กล่าวต่อว่าจากนั้น นายน๊อต ได้เข้าไปในบ้านพักแรงงานชาวเมียนมา ส่วน นายเมย์ และ นายกล้า ยืนอยู่รอบนอก จากนั้นนายน๊อต ได้ยกเอาตู้เหล็กมาใส่ในรถยนต์ซึ่งตนก็บอกว่าเอามาทำไม? อย่าทำแบบนี้ ตนไม่อยากเดือดร้อนด้วย จากนั้น นายน๊อตเรียกทุกคนขึ้นรถแล้วรถขับออกมาอย่างรวดเร็ว ระหว่างเดินทางตนมีปากเสียงกับนายน๊อต ว่าจะทำให้ตนเดือดร้อน กระทั่งนายน๊อตขับรถมาที่บ้านของนายน๊อต ส่วนตนได้ลงแล้วขับรถกลับบ้าน หลังจากนั้นทั้ง 3 คน ทำอะไรกันตนไม่รู้เรื่องอีกเลย จนกระทั้งตำรวจออกมายจับแล้วตนก็มามอบตัวดังกล่าว.
#อาชญากรรม #ปล้นตู้เซฟแรงงาน #แก๊งสามอาสารักษาดินแดน #ชุมพร
ขอบคุณภาพข่าว : ทิวา ทองศิริ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชุมพร

20/05/2026

เจาะลึกเหตุผล ทำไม! แอนโธนี ฮัดสัน ยังเรียก "ธีรศิลป์" ติดช้างศึกในวัยใกล้ 38 ปี?
ไขข้อข้องใจแฟนบอลไทย! 🧐 ทำไม "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ในวัยกำลังจะเต็ม 38 ปี ถึงยังคงมีชื่อติดโผ 23 ขุนพลช้างศึก ยุคแอนโธนี ฮัดสัน ลุยศึกฟีฟ่าเดย์ มิ.ย. นี้? 🐘🇹🇭
ในขณะที่ทีมชาติไทยกำลังเดินหน้าสู่สายเลือดใหม่ พักแกนหลักเพื่อขยายฐานนักเตะ แต่ทำไมดาวยิงจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้ถึงยังได้รับความไว้วางใจ?
⚽️ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคำตอบทั้งในแง่แท็กติก "False Nine" วิกฤตกองหน้าไทย และวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง!
#ทีมชาติไทย #ช้างศึก #ธีรศิลป์แดงดา #แอนโธนีฮัดสัน #ฟุตบอลไทย

16/05/2026

โต้เดือด! อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จี้ขอหลักฐานหากไม่มีต้องขอโทษ
เดือด! อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โต้ คณะกรรมการ กกร. ทำงานตามหลักวิชาการ ไม่มีหน้าที่เอื้อการ รับสินบน จี้ขอหลักฐาน ภายใน 7 วัน หากไม่มีขอให้ กกร.แถลงขอโทษ และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ยืนยัน คพ. ยึดมั่นในองค์กรแห่งความโปร่งใส #กรมควบคุมมลพิษ #รับสินบน #กกร #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ อนุทิน ชี้ หากกล้าบอกใครทำผิด ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ ]นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณี...
16/05/2026

[ อนุทิน ชี้ หากกล้าบอกใครทำผิด ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ ]
นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์​ ยาเสพติด​ บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์
"ผมยืนยันได้เลยว่า ในรัฐบาลชุดนี้ ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปราม ด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน"
เมื่อถามว่ากรณี กกร.จัด 10 หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายอนุทิน​ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนี ที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึกหรือการทำแบบสอบถาม หรือ ทำโพล ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ ก็ไม่ได้จบ แค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผล เห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อน อาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์ มีคนมาขอ
เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง
"หากเรากล้าที่จะบอก ว่าคุณทำผิด คุณโกงคุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อม ที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวาน ที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชัน ว่ามาจากไหน ส่วนนึงก็มาจาก การสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้น จะนำไปวัด ว่า เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาป ที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราปาบ แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง "
#อนุทิน #กกร #หน่วยงานรับสินบน #เตรียมฟ้องกลับ #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

16/05/2026

🚨 โปรโม! : กกร.เป็นใคร? ถึงกล้าเปิดชื่อหน่วยงานรัฐรับสินบน
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! ภาคเอกชนไทยไม่ทนอีกต่อไป ดันดัชนีแฉยับหน่วยงานรัฐเรียกรับสินบน!
📊 ผลสำรวจล่าสุดจากคณะทำงาน "Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน" เผยตัวเลขสุดช็อก! ภาคธุรกิจกว่า 45.9% ยอมรับว่า "เคยจ่ายสินบน" เพื่อแลกความสะดวก และกว่า 37.3% ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะสูงถึง 11-15% ของมูลค่าสัญญา เพื่อให้ได้งานภาครัฐ!
เปิดโพย 10 อันดับหน่วยงานที่เอกชนติดต่อแล้ว "โดนเรียกสิ่งตอบแทนบ่อยที่สุด" นำโด่งโดย ตำรวจทางหลวง/จราจร (100%) และ อบต. (91.7%)
ขณะที่หน่วยงานเรียกสินบน "มูลค่าเฉลี่ยต่อครั้งสูงที่สุด" ตกเป็นของ กรมควบคุมมลพิษ (ทะลุ 1 แสนบาทต่อครั้ง!) ตามมาด้วยกรมเจ้าท่า และกรมสรรพสามิต
เจาะลึกเชิงโครงสร้างและกฎหมาย: เอกชนส่งสัญญาณอะไรถึงรัฐบาล? #กกร #ปราบคอร์รัปชัน #สินบน #เศรษฐกิจไทย #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

16/05/2026

ไขข้อข้องใจแฟนบอลไทย! 🧐 ทำไม "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ในวัยกำลังจะเต็ม 38 ปี ถึงยังคงมีชื่อติดโผ 23 ขุนพลช้างศึก ยุคแอนโธนี ฮัดสัน ลุยศึกฟีฟ่าเดย์ มิ.ย. นี้? 🐘🇹🇭
ในขณะที่ทีมชาติไทยกำลังเดินหน้าสู่สายเลือดใหม่ พักแกนหลักเพื่อขยายฐานนักเตะ แต่ทำไมดาวยิงจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้ถึงยังได้รับความไว้วางใจ?
⚽️ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคำตอบทั้งในแง่แท็กติก "False Nine" วิกฤตกองหน้าไทย และวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง!
#ทีมชาติไทย #ช้างศึก #ธีรศิลป์แดงดา #แอนโธนีฮัดสัน #ฟุตบอลไทย

[ ทหารพราน จ.เชียงราย ไล่สกัดรถขนยาบ้า 4 ล้านเม็ด ก่อนเข้าพื้นที่ชั้นในของไทย ]เชียงราย - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันท...
16/05/2026

[ ทหารพราน จ.เชียงราย ไล่สกัดรถขนยาบ้า 4 ล้านเม็ด ก่อนเข้าพื้นที่ชั้นในของไทย ]
เชียงราย - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่กองบังคับการ กองร้อยทหารพรานที่ 3105 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ประสานเจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงข่าวกรณีทหารพรานไล่สกัดรถขนยาบ้า 4 ล้านเม็ด
พ.อ.สุพรรณ เปิดเผยว่า ทหารกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ได้รับรายงานว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะใช้รถยนต์ลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ผ่านพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย จึงสั่งการให้ กองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ร่วมกับ บก.สกัดกั้นที่ 4 บก.ยส.35 ไปตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่หน้าทางเข้าเทศบาลตำบลหงาว เขตบ้านปี้ ต.หงาว อ.เทิง เพื่อสกัดกั้นและจับกุม
ต่อมา เมื่อค่ำคืนของวันที่ (14 พ.ค.) ที่ผ่านมา พบรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่นเอฟเวอเรสต์ สีแดง ติดป้ายทะเบียน จ.เชียงใหม่ ขณะที่จะผ่านเข้ามาจุดตรวจ คนขับเห็นเจ้าหน้าที่ได้เร่งเครื่องขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจนพบว่า รถคันดังกล่าวเสียหลักตกลงไปข้างทาง ส่วนคนขับได้ทิ้งรถแล้วอาศัยความมืดหลบหนีไป ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบฟางสีรุ้งจำนวน 16 กระสอบ ข้างในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทยาบ้า กระสอบละ 250,000 เม็ด นับรวมทั้งหมดได้ 4,000,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากการตรวจสอบ ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้กับ พนักงานสอบสวน สภ. เทิงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
#อาชญากรรม #ยึดยาเสพติด #เชียงราย #ลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ
ขอบคุณภาพข่าว : กฤติมา ประทุมชาติภักดี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเชียงราย

[ กลับมาแล้ว! ปักหมุดปราณบุรี ขน 10 ศิลปินระดับตำนานถล่มความมันส์ “Rimlay 4” โดย Pazan Music Festival ]เตรียมตัว! เตรียม...
16/05/2026

[ กลับมาแล้ว! ปักหมุดปราณบุรี ขน 10 ศิลปินระดับตำนานถล่มความมันส์ “Rimlay 4” โดย Pazan Music Festival ]
เตรียมตัว! เตรียมเสียง! ไปตะโกนให้สุดเทศกาลดนตรีริมทะเล “Rimlay 4” คอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะได้พี่ใหญ่อย่าง "เครื่องดื่มคาราบาว" และ "ตะวันแดง" มาเนรมิตความยิ่งใหญ่ให้แบบจารึกประวัติศาสตร์! กลับมาสร้างความประทับใจริมทะเลปากน้ำปราณ อีกครั้ง
ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ ลานสโมสรลานมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
งานนี้บอกเลยว่า "ใหญ่จริง" เพราะได้แรงสนับสนุนจาก เครื่องดื่มคาราบาว และ ตะวันแดง ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ มาร่วมจัดเต็มความสนุกแบบสมการรอคอย
ย้อนไปเมื่อ 15 พฤษภาคม ณ โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นายกิติพงศ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว หัวหิน - ชะอำ, นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำปราณ, ส.จ.ศุภรัตน์ ผาสุก สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 2, นายพงษ์พัฒน์ เพ็ญโชติรส กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาซาน กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จํากัด รวมถึงศิลปินรุ่นใหญ่ อย่าง “น้าหงา คาราวาน และ สุเมษ วงละมัย” ได้ร่วมกันแถลง ยืนยันความพร้อมของเทศกาลดนตรี Pazan Music Festival อย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 และในปีนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
"คอนเสิร์ต Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล" Presented by Carabao_& Tawandang ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนไทยทุกคน เราเชื่อว่าทุกท่านที่มาร่วมงานจะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดนตรีเพื่อชีวิต เคล้าบรรยากาศริมทะเลปากน้ำปราณ ที่จะตราตรึงในความทรงจำไปตลอดกาล
Line Up ปีนี้เดือดทะลุปรอท! พบ 10 ศิลปินดัง: คาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ,หงา คาราวาน, อ้อย กะท้อน, เสือ ธนพล, ทอม ดันดี, L.กฮ., มายมอมแมม และ ละมัย และเพิ่มความพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายกเป็ด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำปราณ ร่วมกับภาคธุรกิจชุมชน มอบความสนุกให้กับทุกท่านล่วงหน้า 1 วัน ก่อนวันจริงของ Pazan Music Festival " Rimlay 4" กับความสนุกสุดมันส์ เต้นสุดเหวี่ยง กับคณะรำวงชื่อดังจากจังหวัดเพชรบุรี รวม 5 คณะ ได้แก่ รุ่งนภาเมืองเพชร, เพชรโสภาดาวรวมใจ, เพลินพิศ วงศ์ทัศวรรณ, ขวัญใจตาลกง และทรายทองเมืองเพชร มามอบความบันเทิงให้กับทุกท่าน ชมฟรี ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. ณ ลานสโมสรมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สำหรับความมันส์จริงกำลังจะซัดเข้าฝั่ง 3 - 4 กรกฎาคม 2569 "คอนเสิร์ต Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล.
📢 จองบัตรด่วน! • Inbox: Pazanmusicfestival :
https://www.facebook.com/share/18x6WwMR1D/?mibextid=wwXIfr หรือ
• Line: • Tel: 098-828-2187
#เทศกาลดนตรีริมทะเล #ปราณบุรี #เพื่อชีวิต

[ เจาะลึกเวทีเอกชนพบรัฐบาลอนุทิน: ชงโมเดล ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’ รับกระแส AI พร้อมส่งสัญญาณเตือน อย่าปล่อยไทยเป็น ‘Data Center ...
16/05/2026

[ เจาะลึกเวทีเอกชนพบรัฐบาลอนุทิน: ชงโมเดล ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’ รับกระแส AI พร้อมส่งสัญญาณเตือน อย่าปล่อยไทยเป็น ‘Data Center ศูนย์เหรียญ’ ]
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้เกิดหมุดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในฐานะก้าวแรกของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมร่วมครั้งสำคัญในชื่อ ‘ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง’ โดยระดมสมองร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนและตัวแทนภาคธุรกิจจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์รวมกว่า 34 ท่าน เพื่อสะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างตรงไปตรงมา
บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความราบรื่นและเปิดกว้าง โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดเวทีด้วยการประกาศจุดยืนสำคัญว่า “วันนี้ไม่มีหัวโต๊ะ ทุกคนคือหัวโต๊ะ” แสดงถึงความพร้อมของภาครัฐในการรับฟังทุกเสียงสะท้อน เพื่อร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเร่งปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน แก้ไขปัญหาแคลนแรงงานทักษะสูง และมุ่งมั่นที่จะผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก
[ จุดเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย: ข้อเสนอการ ‘เปิดเสรีภาคไฟฟ้า’ ]
ไฮไลต์สำคัญของการประชุมในครั้งนี้มาจากภาคพลังงาน โดยแหล่งข่าวระดับสูงจากวงการพลังงานได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกภายหลังการประชุมกับสำนักข่าวว่า ภาคเอกชนได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์พลังงานต่อรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกไม่ออก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย
ในอดีตที่ผ่านมา โครงสร้างพลังงานของไทยจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก เนื่องจากเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนยังมีต้นทุนที่แพงเกินไป ทว่าในปัจจุบัน บริบทโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ต้นทุนของพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) หรือพลังงานลม (Wind Energy) ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันตีให้แตกคือ “ความมั่นคงทางพลังงาน” (Energy Security) เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ที่จะช่วยให้สามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ปัจจุบันยังมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ภาคเอกชนจึงเสนอแนะว่า หากรัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งของประเทศในปัจจุบัน การลดรายจ่ายส่วนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ยังลดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และช่วยรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เอื้อต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวอีกด้วย
ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมและนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่คือ “การเปิดเสรีภาคไฟฟ้า” (Electricity Liberalization) เพื่ออนุญาตให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจสามารถซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรงจากผู้ผลิต (Peer-to-Peer Energy Trading) ผ่านการใช้โครงข่ายไฟฟ้าเดิมหรือระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid) เหมือนเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้ว
“ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในสหราชอาณาจักร ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สามารถเลือกชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงเวลาที่ค่าไฟถูกที่สุด หรือบริหารจัดการปริมาณการใช้ไฟฟ้าของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือรากฐานของระบบพลังงานสมัยใหม่ หากประเทศไทยยังคงยึดติดกับระบบการบริหารจัดการไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ (Centralized Grid) เช่นในปัจจุบัน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานของประเทศก็อาจจะเติบโตได้อย่างล่าช้าและไม่ทันท่วงที” แหล่งข่าวระบุ
[ สัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ: อย่าปล่อยให้ไทยเป็น ‘Data Center ศูนย์เหรียญ’ ]
เมื่อพิจารณาในมิติของเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเข้ามาลงทุนตั้งศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูง อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนได้ส่งสัญญาณเตือนภัยที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้ โดยระบุว่า:
“การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้าน Data Center ไม่ควรเป็นเพียงแค่การเปิดพื้นที่ให้ทุนต่างชาติเข้ามาตั้งศูนย์ระบบคอมพิวเตอร์ ขนอุปกรณ์เข้ามาติดตั้ง แล้วใช้ทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำของไทย โดยที่ระบบเศรษฐกิจไทยไม่ได้รับประโยชน์ที่จับต้องได้ในระยะยาว จนกลายสภาพเป็น ‘Data Center ศูนย์เหรียญ’ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากวิกฤตทัวร์ศูนย์เหรียญในอดีต”
ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขและนโยบายเชิงรุก (Proactive Policy) เพื่อบังคับหรือสร้างแรงจูงใจให้บริษัทข้ามชาติเหล่านี้สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) ให้แก่ประเทศ เช่น การกำหนดให้ต้องใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลหรือผู้ให้บริการภายในประเทศ (Local Vendors) การจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะแรงงานไอทีของไทย (Upskilling & Reskilling) หรือการเชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจเข้ากับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิทัลของไทย เพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ แม้ว่ารัฐบาลปัจจุบันและอดีตจะมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟความเร็วสูง ถนนทางหลวง หรือท่าเรือน้ำลึก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยยังคงตามหลังอยู่หลายก้าว ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่เริ่มเข้าสู่ภาวะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมควบคู่ไปกับการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ
[ ปลดล็อกพันธนาการกฎหมาย ภาษี และการเงิน เพื่อการแข่งขันระดับสากล ]
ประเด็นสุดท้ายที่ภาคเอกชนไทยฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอนุทิน คืออุปสรรคในการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ (Outward Investment) ซึ่งปัจจุบันกลุ่มทุนไทยที่มีศักยภาพสูงได้เริ่มออกไปเติบโตในต่างแดนเพื่อนำรายได้กลับเข้าสู่ประเทศในระยะยาว แต่กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายและนโยบายการเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาระบบภาษีซ้อน (Double Taxation) และภาระภาษีที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้หลายบริษัทไทยจำเป็นต้องตัดสินใจไปจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์แทน
รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเกิดจากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินที่เข้มงวดและการนับภาระหนี้ที่ทำให้บริษัทไทยเสียเปรียบคู่แข่งต่างชาติในการระดมทุน ส่งผลให้การออกไปแข่งขันในเวทีระดับโลกเป็นไปด้วยความยากลำบาก
บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการฝากเป็นโจทย์ใหญ่ให้แก่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล คือความเร็วและความเด็ดขาดในการปฏิรูป 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานไปสู่ระบบเสรี, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและดิจิทัล, การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่ไทยได้ประโยชน์จริง, และการปลดล็อกกฎระเบียบด้านภาษีและการเงิน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21.
#เปิดเสรีไฟฟ้า ูนย์เหรียญ #อนุทินชาญวีรกูล #เศรษฐกิจไทย #พลังงานสะอาด #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ “ผลไม้นอกใจ” จากมีมไวรัลสู่ AI Drama Universe เจ้าของเพจดังชี้ เทรนด์ใหม่คอนเทนต์ยุค Attention Economy ]กระแส “AI ผลไม...
15/05/2026

[ “ผลไม้นอกใจ” จากมีมไวรัลสู่ AI Drama Universe เจ้าของเพจดังชี้ เทรนด์ใหม่คอนเทนต์ยุค Attention Economy ]
กระแส “AI ผลไม้นอกใจ” ที่กำลังแพร่ระบาดบน TikTok และ Facebook Reels อาจดูเป็นเพียงคอนเทนต์ตลกไร้สาระในสายตาหลายคน แต่ในมุมของนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กลับมองว่านี่คือ “สัญญาณสำคัญ” ของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์เข้าสู่ยุคใหม่
นายภูวนาท เช้าวรรณโณ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และเพจ The Marketine การตลาดนอกลู่ มองว่า ปรากฏการณ์คลิปผลไม้มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิลร้องไห้เพราะโดนนอกใจ กล้วยทะเลาะกับสตรอว์เบอร์รี หรือแม้แต่อวัยวะในร่างกายที่พูดได้ กำลังสะท้อน “evolution ใหม่ของ storytelling” ในยุค AI และ attention economy
“วันนี้คนไม่ได้แข่งขันกันที่ข้อมูล แต่แข่งขันกันว่า ใครสามารถดึงความสนใจของคนดูได้ใน 1 วินาทีแรก คอนเทนต์ประเภทนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อหยุดนิ้วคนดูทันที” นายภูวนาทกล่าว
เขาระบุว่า เทรนด์ดังกล่าวเริ่มต้นจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และละตินอเมริกา หลังแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI เช่น Kling, Runway, Veo และ Vidu ถูกใช้งานง่ายขึ้น จนเกิด genre ใหม่อย่าง “AI Fruit Drama” หรือ “AI Telenovela” ที่นำวัตถุหรืออาหารมา anthropomorphize ให้มีอารมณ์ ความรัก ความโกรธ และความสัมพันธ์แบบละครน้ำเน่า
จุดสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว คือการใช้ “psychological contrast” หรือความขัดแย้งทางอารมณ์ระหว่าง “ภาพน่ารัก” กับ “เนื้อหาดราม่าหนัก” ซึ่งกระตุ้นสมองให้หยุดดูโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม short video ที่ให้ความสำคัญกับ watch retention, emotional hook และ facial expression ส่งผลให้คลิปแนวนี้มี engagement สูงกว่าคอนเทนต์ทั่วไป
นายภูวนาท มองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเทรนด์นี้เข้ามาในไทย คือการ “localize AI storytelling” ให้เข้ากับภาษาคนไทย โดยเปลี่ยนจากบทพูดตรงไปตรงมาแบบตะวันตก มาเป็นภาษาวัยรุ่น จังหวะตัดต่อเร็ว และ emotional guilt แบบละครไทย
จากประโยคอย่าง “Your arteries are clogged” ถูกแปลงเป็น “เส้นเลือดแกจะตันแล้วนะเว้ย!” เพื่อสร้าง emotional impact ที่เข้าถึงคนไทยได้มากกว่า
เขายังมองว่า AI กำลังลดต้นทุนการสร้างคอนเทนต์อย่างมหาศาล จากเดิมที่งาน animation ต้องใช้ทีมงานขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบัน creator เพียงคนเดียวสามารถใช้ AI สร้างตัวละคร ทำอนิเมชัน พากย์เสียง ตัดต่อ และผลิตคลิปได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น
The Marketine จึงเริ่มพัฒนาแนวคิดดังกล่าวต่อยอดเป็น “AI Drama Universe” ผ่านระบบ character universe, reusable prompt systems และ modular storytelling เพื่อให้ตัวละคร AI สามารถแตกแขนงเรื่องราวได้ต่อเนื่อง
จากจุดเริ่มต้นของ “ผลไม้นอกใจ” ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวเริ่มขยายไปสู่อวัยวะพูดได้ สมุนไพรฮีโร่ เชื้อโรคมีชีวิต และสิ่งของที่โต้ตอบกับมนุษย์ โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่วินาที และสามารถเชื่อมโยงกับสาระด้านสุขภาพหรือพฤติกรรมผู้บริโภคได้
“ในอนาคต เราจะเห็น AI influencer, AI short drama และ universe ที่สร้างโดยคนเพียงคนเดียวมากขึ้น โลกคอนเทนต์กำลังเปลี่ยนจาก production-driven ไปสู่ idea-driven อย่างเต็มรูปแบบ และ ‘ผลไม้นอกใจ’ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ในอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล” นายภูวนาทกล่าวทิ้งท้าย.
้นอกใจ

15/05/2026

"แอปเปิลร้องไห้...เพราะโดนส้มนอกใจ? 🍎😭 อย่าเพิ่งขำไปครับ! เพราะนี่คือสัญญาณเตือนว่า 'โลกคอนเทนต์' กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล!
ทำไมคลิปผลไม้พูดได้ถึงหยุดนิ้วคนดูได้อยู่หมัด? วันนี้ พาไปคุยกับ คุณภูวนาท จาก The Marketine ถึงเบื้องหลัง AI Drama Universe ที่กำลังสร้างรายได้มหาศาล และวิธีที่ AI จะช่วยให้คุณสร้างอาณาจักรความบันเทิงได้ด้วยตัวคนเดียว!
👇 ใครเห็นคลิปแนวนี้บ่อยๆ บ้าง? คิดว่าน่ารักหรือน่ากลัว คอมเมนต์คุยกันหน่อยครับ!
้นอกใจ

ที่อยู่

No. 218, Village No. 11, Baan Suan Pa, Chong Mek Sub-district, Sirindhorn District, Ubon Ratchathani Province
Changwat Samut Prakan
34350

เบอร์โทรศัพท์

+66655523500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TopicThailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง TopicThailand:

แชร์