บ้านและคอนโดกรุงเทพ อสังหาริมทรัพย์ ขาย เช่า by Jeszy property consultant

บ้านและคอนโดกรุงเทพ อสังหาริมทรัพย์ ขาย เช่า  by Jeszy property consultant ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ฝากขาย เช่า บ้านเดี่ยว คอนโด ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม สำนักงาน ที่ดิน

เสียชีวิตระหว่าง  #ผ่อนบ้าน และ  #คอนโด ภาระจะตกเป็นของใคร? 🏡 🏙️🪦กฏคือ ถ้าผู้รับมรดก ต้องรับหนี้ด้วย แต่จะต้องไม่เกินกอง...
25/04/2025

เสียชีวิตระหว่าง #ผ่อนบ้าน และ #คอนโด ภาระจะตกเป็นของใคร? 🏡 🏙️🪦

กฏคือ ถ้าผู้รับมรดก ต้องรับหนี้ด้วย แต่จะต้องไม่เกินกองมรดกที่ได้รับ 👨‍👩‍👦

โดยหลักเกณฑ์เรื่องความรับผิดชอบหนี้ของคนตายนั้น โดยปกติหนี้นั้นจะตกเป็นมรดกไปยังทายาท แต่คนที่รับมรดกจะรับผิดชอบเพียงแค่เท่าที่ได้รับมรดกของคนตายมาเท่านั้นเช่นถ้าเรา #กู้ซื้อบ้าน ในราคา 3 ล้าน เมื่อเราตายไปแล้ว เเม่เราหรือคนในครอบครัวมารับมรดกต่อก็จะต้องทำการจ่ายหนี้ส่วนที่เหลือ

___________________________________________

🏠🌃 ดังนั้นถ้าในกรณีที่รู้ว่าคนในครอบครัวผ่อนไม่ไหวไม่มีเงินใช้หนี้ส่วนที่เหลือ เจ้าหนี้ก็ยึดทรัพย์ไป #จำนอง ขายทอดตลาด ถ้าขายได้ในราคาที่เกินว่าที่ตั้งไว้เจ้าหนี้ก็จะคืนส่วนที่หลือให้เจ้าของมรดกแต่ถ้าขายแล้วยังไม่พอกับราคาที่กู้เจ้าหนี้ก็จะตามมายึดมรดกอื่นๆของเราที่ถึงครองก่อนที่มรดกของจะตกไปถึงผู้รับมรดกคนใหม่

นอกจากนี้ถ้าเจ้าหนี้จะต้องทำการฟ้องเรียกร้องเงินภายใน 1 ปีเท่านั้นเมื่อ เกินกว่านั้นก็ขาดอายุความไป โดยมีข้อแม้ว่า ทายาทคนรับมรดกไปทำสัญญายอมชดใช้ต่างหากเป็นการส่วนตัว ซึ่งกรณีนี้ก็อาจต้องรับผิดชอบไปตามที่ตกลงกันไป

___________________________________________

เสียชีวิตระหว่างผ่อน #บ้าน แล้วแบบนี้จะแก้ปัญหายังไงดี? 💀🪦

ถ้าเราจะวางแผนเพื่อ จะได้ไม่เป็นภาระของคนในครอบครัวก็ควรจะ ทำประกันชีวิต โดยจะต้องเลือกแบบ จ่ายให้เมื่อตายในทุกรณีโดยให้ครอบคลุมวงเงินสินเชื่อที่เหลือ(วงเงินต้องครอบคลุมราคาบ้านทั้งหมด) โดยควรที่จะซื้อเบี้ยประกันแบบเบี้ยทิ้งแบบปกติกับบริษัทประกันโดยตรง ไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อประกันสินเชื่อ MRTA เพราะปกติตอนทำเรื่องขอ #กู้แบงค์ เพราะมันเป็นประกันแบบที่ทุนประกันลดลงเรื่อยๆ ยิ่งนานไป ทุนประกันเหลือไม่พอใช้หนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องลองอ่านดูก่อนว่าเบี้ยจะถูกและข้อเสนอดีหรือเปล่าแต่โดยปกติจะไม่ดีเท่าบริษัทประกันโดยตรง ดังนั้นเมื่อเราเสียชีวิตไปแล้วเมื่อนั้นบริษัทประกันก็จะจ่ายเงินส่วนต่างให้แบงค์แทน แล้วแบงค์ก็จะ #โอนบ้าน ให้เป็นของทายาท 👨‍👩‍👦🏘

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก Dot Property : bit.ly/3sNwvsc


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด #สินเชื่อ #ที่ดิน #ขายที่ดิน #ปล่อยเช่า

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือว่าเป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะหากไม่มีเงินก้อนก็ต้องทำกา...
25/04/2025

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือว่าเป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะหากไม่มีเงินก้อนก็ต้องทำการยื่นกู้ ซึ่งการที่สถาบันการเงินจะอนุมัติก็ต้องผ่านเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้มากมาย ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยกู้บ้านไม่ผ่าน ซึ่งมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหาย่อมมีทางออก วันนี้จะมาเผยเคล็ดไม่ลับวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย

#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

🏡  ปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน และเลือกให้เป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา  1️⃣  ความก้าวหน้าทางการแพทย์และก...
23/04/2025

🏡 ปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน และเลือกให้เป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา


1️⃣ ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล

ข้อมูลจาก CEOWORLD Magazine 2564 ระบุว่า ประเทศไทยมีระบบการแพทย์ที่ดีที่สุดเป็นลำดับที่ 13 ของโลกขณะเดียวกัน รายงานจาก Medial Tourism Association 2562 ระบุว่าประเทศไทยมีค่ารักษาพยาบาลที่ถูกที่สุด เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ในการผ่าตัดเฉพาะทาง เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด การทำบายพาสหัวใจ การผ่าตัดมดลูก การทำเลสิค การทำรากฟันเทียม และการปลูกถ่ายเต้านม เป็นต้น

ค่ารักษาโรคต่าง ๆ ในไทยมีราคาถูกกว่าประเทศแถบยุโรปถึง 30% และสหรัฐอเมริกากว่า 70%

รวมถึง บุคลากรทางการแพทย์ในไทยยังมีคุณภาพสูง เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเฉพาะทางในศาสตร์ต่าง ๆ

ประเทศไทยยังโด่งดังด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพื่อรักษาตัวจากอาการป่วยหรือหลังการผ่าตัด โรงพยาบาลเอกชนในไทยที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนในโรงแรมหรู

___________________________________________

2️⃣ พร้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ

มีระบบการศึกษาแบบนานาชาติได้กว่า 80 แห่ง โดยโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ใช้หลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ตามหลักสูตรแบบ British English 46% American English 28% IB 15% Singapore 6% International 6% และแบบนานาชาติอื่น ๆ 30%

โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ สอนโดยใช้ภาษาอังกฤษกว่า 90% ตามด้วยภาษาไทย 8% ภาษาจีน 8% ญี่ปุ่น เยอรมัน และอื่น ๆ 1%

อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือค่าเล่าเรียน เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก International School Database 2564 พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีอัตราเฉลี่ยด้านค่าเล่าเรียนเป็นลำดับที่ 14 ของภูมิภาค เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่น ๆ ในเอเชียราคาเฉลี่ยของโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 485,122 บาท โดยค่าเทอมต่อปีอยู่ระหว่าง 260,000-760,000 บาท

ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงถือเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการศึกษาของบุตรหลานชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยคุณภาพระดับมาตรฐานสากลในราคาย่อมเยากว่าประเทศอื่นในเอเชีย

___________________________________________

3️⃣ อัพเดทสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือวีซ่าระยะยาว

การอนุมัติวีซ่าจะเพิ่มความสนใจจากกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ให้เข้ามาทำงาน อยู่อาศัย และลงทุนซื้ออสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน โดยรายงานจาก U.S. News & World Report 2565 ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกสำหรับประเทศที่น่าเริ่มต้นธุรกิจ และอันดับที่ 19 ของโลกด้านประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการทำงาน

___________________________________________

4️⃣ ทำเลทอง

รายงานของ Knight Frank พบว่าที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ที่ติดสวนสาธารณะ และมีทิวทัศน์น่าดึงดูดจะเป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่มีวิวสวนสาธารณะหลักของเมือง จะมีราคาโดยเฉลี่ยสูงกว่า เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยในระดับเดียวกันที่ไม่มีวิวสวนถึง 34% โดยที่อยู่อาศัยพร้อมวิวสวนสาธารณะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

___________________________________________

5️⃣ คุ้มค่าคุณภาพชีวิต

ข้อมูลจาก International Living 2566 พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพำนักหลังเกษียณเป็นลำดับที่ 9 ของโลก ซึ่งตัวกระตุ้นหลักสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวในต่างแดนคงหนีไม่พ้นปัจจัยเรื่องคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่ากับการอยู่อาศัย

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออ้างอิงผลสำรวจจาก Holidu บริษัทผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ในปี 2564-65 พบว่า กรุงเทพฯ ครองตำแหน่งสูงสุดในการเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับ ‘workation’ (work + vacation) หรือเมืองที่เหมาะกับการทำงานและท่องเที่ยวที่สุดในโลก เนื่องจากกรุงเทพฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลาย ค่าครองชีพที่เอื้อมถึง สิ่งอำนวยความสะดวกคุณภาพสูง คนในเมืองจำนวนมากสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างเชี่ยวชาญ

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

 #ผ่อนบ้าน ไม่ไหว ดูทางออก 4 วิธีที่ช่วยให้  #บ้าน ยังเป็นของเรา 🏘️ 💵💰การขอ  #สินเชื่อ บ้านให้ผ่านนั้นก็ว่ายากแล้ว แต่กา...
22/04/2025

#ผ่อนบ้าน ไม่ไหว ดูทางออก 4 วิธีที่ช่วยให้ #บ้าน ยังเป็นของเรา 🏘️ 💵💰

การขอ #สินเชื่อ บ้านให้ผ่านนั้นก็ว่ายากแล้ว แต่การ #ผ่อนบ้าน ให้หมดครบทุกงวดนั้นยากยิ่งกว่า เพราะกว่าจะผ่อนบ้านหมด อาจเกิดเหตุฉุกเฉินทำให้เราผ่อนบ้านไม่ไหวขึ้นมา หากต้องประสบพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ จะทำอย่างไร มาหาทางออกด้วย 4 วิธีดังต่อไปนี้

___________________________________________

1️⃣ สำรวจเงินสำรอง

เมื่อผ่อนบ้านไม่ไหว อันดับแรกที่ควรทำก่อนเลยคือ สำรวจเงินสำรอง หากเรามีเงินที่เก็บไว้ใช้จ่ายเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่เงินสำรองของเราจะได้ทำงานแล้ว
เงินสำรองเป็นเงินก้อนที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม ควรมีเงินสำรองกันไว้ก่อน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพราะหากต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนขึ้นมา จะได้มีเงินสำรองมาใช้จ่าย ไม่กระทบกับการดำเนินชีวิต หรือต้องหยิบยืมให้เป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นอีก
นอกจากสำรวจเงินเก็บในกระเป๋าดูแล้ว แนะนำให้ ปรับลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นลง ลองสำรวจค่าใช้จ่ายของตัวเราหรือครอบครัวสักนิด อะไรที่ประหยัดปรับลดได้ ก็คงต้องหักห้ามใจไม่ควักเงินจ่ายสักหน่อย เช่น ค่าช้อปปิ้ง ค่ากาแฟ ค่าสังสรรค์นอกบ้าน เพื่อให้แต่ละเดือนเหลือเงินมากขึ้นที่จะนำมาจ่ายค่าผ่อนบ้านในแต่ละงวดนั่นเอง


2️⃣ เพิ่มรายได้

แต่หากปรับลดค่าใช้จ่ายลงแล้วยังผ่อนบ้านไม่ไหวอยู่ อย่าเพิ่งท้อถอย หาทางเพิ่มรายได้ ดูว่าถนัดอะไร มีความสามารถด้านไหน แปลงความชอบเหล่านั้นมาเป็นอาชีพเสริมเพิ่มเงินในกระเป๋า เช่น ขายของออนไลน์ รับจ้างถ่ายรูป สอนพิเศษ รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ รวม ๆ กัน อาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับการผ่อนบ้านได้


3️⃣ รีไฟแนนซ์บ้าน

อีกหนทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านไม่ไหว แต่ผ่อนบ้านมาได้อย่างน้อย 3 ปี เรียกว่า อาจโชคดีหน่อย เพราะสามารถรีไฟแนนซ์บ้าน หรือย้ายสินเชื่อบ้านไปอีกธนาคารหนึ่งโดยไม่โดนเบี้ยปรับ

โดยทั่วไปการรีไฟแนนซ์มักได้รับโปรโมชันดอกเบี้ยถูกจากธนาคารใหม่ หรืออายุยังไม่มาก สามารถขยายเวลาผ่อนชำระออกไป ซึ่งช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง

อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์ก็มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ผู้กู้บ้านต้องเตรียมเงินก้อนไว้ด้วย เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประเมินบ้านที่เป็นหลักประกัน ซึ่งต้องเปรียบเทียบดูว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะคุ้มกับดอกเบี้ยที่ปรับลดลงไปหรือไม่


4️⃣ ปรึกษาธนาคาร

แต่หากปัญหาการเงินที่ต้องเผชิญน่าจะอยู่กับเราอีกนาน อาจเพราะว่างงานมาได้สักพัก หรือรายได้ธุรกิจเริ่มหดหาย เงินเก็บที่มีก็ใกล้จะหมด ขณะเดียวกันก็ยังอยากรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ แนะนำให้ปรึกษาธนาคาร เพื่อจะได้รู้ว่า ธนาคารมีทางออกอย่างไรให้บ้าง?

___________________________________________

🔹 ขอผ่อนผันชำระยอดหนี้ค้างชำระ

กรณีนี้ลูกหนี้อาจขอผ่อนชำระคืนยอดหนี้ที่ค้างได้นานสูงสุด 36 เดือนติดต่อกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่

- การขอเฉลี่ยหนี้ค้างชำระทั้งหมดออกเป็นงวด ๆ งวดละเท่ากันและผ่อนชำระคืนติดต่อกันทุกเดือน
- เป็นการขอชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดในเวลาที่ตกลง
- การขอชำระหนี้ที่ค้างเป็นเงินก้อนแบ่งเป็นงวด ๆ ตามเวลาที่ตกลง

🔹 ขอขยายเวลาชำระหนี้

ผู้กู้ที่อายุยังไม่มาก อาจสามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนให้นานขึ้น เหมือนกับการขอสินเชื่อบ้านปกติที่สามารถกู้ได้นาน 30 ปี โดยที่ระยะเวลาผ่อนเมื่อรวมกับอายุของผู้กู้แล้ว ต้องไม่เกินเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เช่น ไม่เกิน 60 ปี สำหรับพนักงานประจำ หรือ 65 ปีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว การขยายเวลาชำระหนี้ จะช่วยให้ยอดผ่อนบ้านต่อเดือนลดลงเช่นกัน

🔹 ขอกู้เพิ่มเพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

กรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยที่ค้างทั้งหมดได้ ลูกหนี้สามารถขอกู้เพิ่มเพื่อชำระดอกเบี้ยที่ค้างชำระพร้อมกับขยายเวลากู้เงินได้

🔹 ขอชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือน

ลูกหนี้อาจขอผ่อนชำระแต่ดอกเบี้ยประจำเดือนได้ ปกติเงื่อนไขแบบนี้จะให้เฉพาะกับลูกหนี้ที่มีประวัติการส่งชำระคืนที่ดีเท่านั้น

🔹 ขอชำระต่ำกว่าเงินงวดปกติ

เงื่อนไขนี้มักกำหนดให้จำนวนเงินที่ชำระต่ำกว่าเงินงวดปกตินั้น ต้องมากกว่าดอกเบี้ยประจำเดือนอย่างน้อย 500 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดไม่เกิน 2 ปี และขอดำเนินการได้เพียงครั้งเดียว

🔹 ขอลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ

เป็นการขอผ่อนผันในกรณีที่ลูกหนี้ถูกปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้นจากอัตราปกติ ลูกหนี้สามารถแจ้งขอลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ชำระเงินได้

🔹 ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว

ในกรณีลูกหนี้ขอโอนบ้านให้กับสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราวและซื้อคืนภายหลัง ปกติสถาบันการเงินจะรับโอนหลักประกันโดยหักลบกลบหนี้ในจำนวนไม่เกิน 90% ของมูลค่าหลักประกัน หากมีหนี้ส่วนเกินลูกหนี้จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันโอน โดยสถาบันการเงินจะคิดค่าเช่าในอัตราเดือนละ 0.4-0.6% ของมูลค่าหลักประกัน

ทั้งนี้ การขอลดยอดผ่อนต่อเดือน หรือขยายระยะเวลาผ่อนบ้านออกไป ต้องยอมรับว่า ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับการผ่อนบ้านหลังนี้จะสูงขึ้น และกว่าจะหมดหนี้บ้านก็ต้องใช้เวลานานขึ้นด้วย แต่ก็ถือเป็นทางออกที่ช่วยให้เราสามารถผ่อนบ้านในแต่ละเดือนได้อย่างสบาย ๆ ไม่เกินกำลังที่ตัวเราจะผ่อนไหว แล้วในอนาคต เมื่อมีรายได้เพิ่ม หรือมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา ก็นำมาโปะหรือจ่ายค่าผ่อนบ้านให้มากขึ้น เพื่อหมดหนี้และเป็นไทในเร็ววัน

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก DD Property : bit.ly/44JFkAP


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด #สินเชื่อ #ที่ดิน #ขายที่ดิน #ปล่อยเช่า

อาชีพอิสระเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมของคนที่ต้องการรายได้มากกว่าเงินเดือน หรือต้องการเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าการทำงานประจำ ซึ่งใ...
22/04/2025

อาชีพอิสระเป็นหนึ่งในอาชีพยอดนิยมของคนที่ต้องการรายได้มากกว่าเงินเดือน หรือต้องการเวลาที่ยืดหยุ่นกว่าการทำงานประจำ ซึ่งให้อิสระในการใช้ชีวิตมากกว่า แต่เมื่อไรที่อาชีพอิสระ กู้ซื้อบ้าน ก็มักจะพบกับปัญหาขอสินเชื่อไม่ผ่านจากสาเหตุที่คล้ายคลึงกัน แต่ปัญหานี้แก้ไขได้ไม่ยาก ด้วยข้อแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้อาชีพอิสระ กู้ซื้อบ้านผ่านง่ายกว่าเดิม

แล้วเหตุใดอาชีพอิสระจึง กู้ซื้อบ้านยาก?

หากจะถามว่า อาชีพอิสระ กู้ซื้อบ้านได้ไหม คำตอบก็คือ กู้ได้ แต่จะยากกว่าคนทำงานประจำ เพราะธนาคารมองว่า อาชีพอิสระนั้นไม่มั่นคง มีรายได้ไม่สม่ำเสมอหรือไม่ชัดเจน ความเชื่อมั่นจึงอยู่ในเกณฑ์ต่ำจนยากที่ธนาคารจะยอมรับความเสี่ยงได้ แม้อาชีพอิสระ กู้ซื้อบ้านด้วยรายได้หลักแสน แต่ถ้าหลักฐานทางการเงินไม่เพียงพอ การกู้ซื้อบ้านก็อาจไม่ผ่านได้เหมือนกัน

มาดูวิธีช่วยให้อาชีพอิสระ กู้ซื้อบ้านง่ายขึ้น?

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ DD Property : bit.ly/3svoisz

#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด #สินเชื่อ

กู้ธนาคารผ่านแล้ว อยากเปลี่ยนโครงการ ต้องยื่นเอกสารใหม่หรือป่าว และต้องยื่นใหม่ไหม?คำตอบคือเปลี่ยนได้ นานไม่นาน มีสองสาม...
11/04/2025

กู้ธนาคารผ่านแล้ว อยากเปลี่ยนโครงการ ต้องยื่นเอกสารใหม่หรือป่าว และต้องยื่นใหม่ไหม?

คำตอบคือเปลี่ยนได้ นานไม่นาน มีสองสามปัจจัย เช่น ต้องประเมินใหม่ไหม ยื่นกู้ไว้นานหรือยัง

___________________________________________

1. ต้องแจ้งเปลี่ยน และต้องส่งเอกสารของโครงการใหม่ให้ธนาคารด้วย เพราะ

1.1) ต้องทำประเมินใหม่ เพื่อดูราคาประเมิน ( เพิ่มเติมว่า แต่ละโครงการ อาจจะให้กู้ไม่ได้ 100% เหมือนกัน ต้องถามธนาคาร )

1.2) เอกสารจำนองให้ตรงกับโครงการใหม่ โดยการแจ้งธนาคารว่าขอเปลี่ยนหลักประกัน เป็นโครงการใหม่

___________________________________________

2. ถ้าเปลี่ยนแล้ว ใช้เวลานานไหม?
แต่ถ้าถามเรื่องระยะเวลา โดยหลักการธนาคารก็ต้องเอาข้อมูลมาดูใหม่หมดและอนุมัติไปพร้อมกัน หลัก ๆ คือ ความสามารถในการผ่อน และหลักประกัน ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขอื่นของแต่ละธนาคารด้วย

2.1) ต้องประเมินราคาใหม่แน่ ๆ ถ้าเป็นโครงการที่มีราคาประเมินอยู่แล้ว ก็อาจจะใช้เวลา 1-2 วัน เพื่อสรุปราคาเลย แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องเสียเวลาทำราคาประเมินอีก อาจจะมีตั้งแต่ 4-7 วัน โดยประมาณ

2.2) เดิมยื่นกู้ไว้นานหรือยัง ถ้ายังไม่เกินหนึ่งเดือน ก็จะเชื่อได้ว่า ข้อมูลด้านการเงินยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็คงจะมีแค่ยื่นเอกสารหลักประกันใหม่ เข้าไปเพื่อทำการให้ราคาประเมินตามข้อ 2.1 เมื่อได้ราคาประเมินแล้ว ธนาคารก็ต้องเอาใบสมัครเดิมของคุณ มาพิจารณาใหม่ร่วมกันอีกครั้งนึง แต่อาจจะเร็วขึนกว่าครั้งแรก เพราะไม่ต้องดูคุณสมบัติด้านความสามารถในการผ่อน

2.3) แต่ถ้ายื่นกู้ไว้เกิน สองถึงสามเดือนแล้ว คงต้องเปรียบเหมือนยื่นกุ้ใหม่หมด กรอกเอกสารใหม่ ให้ตรวจเครดิตบูโรใหม่ เพราะธนาคารจะดูเครดิตบูโร ล่าสุด Stetement ล่าสุดด้วย แต่เป็นตามข้อนี้ ก็คงใช้เวลาเท่า ๆ กับรอบแรก

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก หนี้รัก - แบ่งปันความรู้เรื่องกู้บ้าน เพื่อบ้านอันเป็นหนี้รัก


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่...
10/04/2025

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหนึ่งไปแล้ว โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกธนาคารได้เองตามแต่ว่าธนาคารใดจะให้ข้อเสนอที่น่าจูงใจมากกว่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีการรีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้าน ก็ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปีขึ้นไปหรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้บ้าน ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และภาระในการผ่อนได้

นอกจากนั้น ยังมีอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดภาระในการแบกรับอัตราดอกเบี้ยได้ คือ รีเทนชั่น (Retention) หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม โดยการพิจารณานั้นทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ที่ผ่านมา ข้อดีก็คือผู้กู้สินเชื่อบ้านสามารถดำเนินธุรกรรมกับธนาคารเดิมได้โดยไม่ต้องมีภาระในการจัดเตรียมเอกสารใหม่ เพื่อขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ทำให้การรีเทนชั่นใช้ระยะเวลาไม่นานในการพิจารณาอนุมัติการขอลดดอกเบี้ยบ้าน

___________________________________________

รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 อัปเดตประจำเดือน เมษายน จากหลากหลายธนาคาร มาเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่า รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ธนาคารไหนให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านต่ำที่สุด ถูกที่สุด และขอลดดอกเบี้ยบ้าน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้กู้สินเชื่อบ้าน คอนโดฯ ที่กำลังจะรีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่น พร้อมเครื่องมือคำนวณอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่จะช่วยให้การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยใหม่ของคุณง่ายขึ้น

___________________________________________

8 ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

1. ติดต่อกับธนาคารเดิมเพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้าน โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ บางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย
2. หลังจากได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้วก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่าการรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)
3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องมาประเมินบ้านหรือทรัพย์สินที่เราต้องการรีไฟแนนซ์
4. รอฟังผลการอนุมัติจากธนาคาร
5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่านัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน นำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)
6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญาและโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารมาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้
7. ไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารไปด้วย
8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้น

___________________________________________

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

- ลดดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยที่ถูกลงถือเป็นประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดที่สุดหากอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของธนาคารใหม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเก่า เช่น สัญญาเดิมมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 แต่สัญญาใหม่มีอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3.5 เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาก็จะลดลงตามไปด้วย

- หักเงินต้นได้มากขึ้น เมื่อภาระดอกเบี้ยน้อยลง ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปหักเงินต้นคงเหลือได้มากขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนต่อไปก็จะลดลงอีก เช่น ผู้ขอสินเชื่อผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 บาท ในสัญญาเดิมต้องหักดอกเบี้ย 12,000 บาท เหลือหักต้นเพียง 8,000 บาท แต่สัญญาใหม่หักดอกเบี้ย 7,000 บาท ก็จะเหลือหักต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาท เป็นต้น

- ค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง สัญญาใหม่จะเป็นไปตามการประเมินจากธนาคารและตามการตกลงของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่อนบ้านในสัญญาใหม่ของผู้ขอสินเชื่อลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยลดลงหรือการขยายระยะเวลาในสัญญาใหม่นานขึ้น เช่น สัญญาเก่าผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เหลือ 25 ปี สัญญาใหม่ที่ขยายเวลาเป็น 30 ปีทำให้เหลือผ่อนเพียงเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น

___________________________________________

🔷 อ่านต่อแบบละเอียดได้ที่ DD Property : https://bit.ly/3w70dKO


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

คน Gen Y ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างชีวิตให้มีความมั่นคงและมีความต้องการที่จะเกษียณอายุเร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายค...
09/04/2025

คน Gen Y ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างชีวิตให้มีความมั่นคงและมีความต้องการที่จะเกษียณอายุเร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหลังจากที่เกษียณจะไม่ทำงาน แต่คือการได้ทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่หรือการเป็นนายตัวเอง คน Gen Y จึงมีความสนใจเกี่ยวกับการลงทุนหรือการหารายได้แบบ Passive Income กันเป็นอย่างมาก และบางส่วนมีความกังวลเรื่องการก่อหนี้ก้อนใหญ่คือการซื้อบ้านที่ต้องใช้เวลาในการผ่อนนานหลายสิบปี

สิ่งสำคัญอันดับแรกสุด คือ การตั้งเป้าหมายของเราให้ชัดเจนว่าเราต้องการเกษียณเมื่อไหร่ และต้องการใช้ชีวิตแบบไหนอย่างละเอียดที่สุด เช่น ต้องการเกษียณตอนอายุ 49 ปี เมื่อเกษียณต้องการอยู่อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวที่มีการตกแต่งในแบบที่ชอบ และที่สำคัญ ต้องมี Passive Income ของครอบครัวอยู่ที่เดือนละเท่าไหร่ที่เรียกว่าไม่ลำบาก

___________________________________________

วินัยในการทำตามแผนและการเก็บออมคือกุญแจสำคัญที่สุดของการเกษียณเร็ว

ในบรรดาคนที่มีเป้าหมายและมีแผนการของตนเอง มีเพียงกลุ่มคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถทำตามแผนจนบรรลุเป้าหมายของตนเองได้ เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ปลายทางและแผนในการเดินทาง แต่มันคือระหว่างการเดินทางที่ต้องพบเจอกับอุปสรรค สิ่งล่อตาล่อใจ ความไม่แน่นอนและสิ่งที่คาดไม่ถึงจนอาจทำให้เราไม่สามารถทำตามแผนได้

___________________________________________

วิธีสร้าง Passive income แบบยาว ๆ จนหลังเกษียณ

ปัจจุบันมีวิธีการหารายได้แบบ Passive Income หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็ต้องใช้ความรู้ความสามารถที่แตกต่างกันออกไป โดยวิธีที่ได้รับความนิยมเสมอมา เช่น

- การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า
- การทำธุรกิจที่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้
- การลงทุนในหุ้น
- การลงทุนกองทุนรวม
- การให้เช่าทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น

___________________________________________

เป็นหนี้ที่อยู่อาศัยได้แต่หนี้นั้นต้องจบก่อนเกษียณ

สิ่งที่สามารถขัดขวางเราให้ไม่สามารถเกษียณได้อย่างมีความสุขนอกจากเรื่องของรายได้แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องของรายจ่าย ซึ่งรายจ่ายที่ถือว่ากินระยะเวลานานและใช้เงินในปริมาณมากในแต่ละเดือน คือ หนี้ที่อยู่อาศัยนั่นเอง

แต่อย่าเป็นกังวลไป เนื่องจากการเป็นหนี้ที่อยู่อาศัยไม่ใช่สิ่งที่ผิดและสามารถทำได้หากบ้านหลังนี้เป็นที่ที่เราต้องการใช้ชีวิตอยู่ในวัยเกษียณ เนื่องจากบ้านถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิต และการผ่อนบ้านก็ต้องใช้เวลานานจึงเป็นเรื่องปกติที่จะต้องซื้อก่อนที่จะเกษียณอายุ

___________________________________________

เมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้วควรวางแผนส่งต่อมรดกเพื่อคนข้างหลังเสมอ

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าทุกวันนี้การมีต้นทุนด้านความรู้และต้นทุนทางเศรษฐกิจ มีผลต่อความสำเร็จในชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งสำหรับพ่อแม่ทุก ๆ คนต่างอยากมีส่วนในการส่งเสริมมีต้นทุนทางความรู้และทางเศรษฐกิจที่ดี เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายในชีวิตของตนเองได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจเนื่องจากเงินเป็นปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต

ดังนั้นการส่งต่อมรดกให้กับลูกหลานจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยสามารถส่งต่อเป็นทรัพย์สินที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงินก็ได้ และปัจจุบันก็มีวิธีการที่จะช่วยให้ส่งต่อมรดกได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น ประกันชีวิต เป็นต้น

___________________________________________

สุดท้ายนี้สำหรับคน Gen Y ที่มีความต้องการจะทำธุรกิจเล็ก ๆ หลังเกษียณเพื่อเป็น Passive Income ในอนาคต และต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่อาศัยในปัจจุบันด้วย ก็อาจลองมองบ้าน หรือที่อยู่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการทำ Small Business ได้ โดยพิจารณาจากฟังก์ชันการใช้งานของที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ในด้านธุรกิจและด้านอื่น ๆ ประกอบ

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ณ เวลานี้ เชื่อว่าบรรดาพ่อแม่ ผู้ใหญ่ หรือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่อยากยื่นกู้สินเชื่อบ้าน ต่างตั้งคำถามว่าตนเองสา...
08/04/2025

ณ เวลานี้ เชื่อว่าบรรดาพ่อแม่ ผู้ใหญ่ หรือกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่อยากยื่นกู้สินเชื่อบ้าน ต่างตั้งคำถามว่าตนเองสามารถยื่นกู้ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ได้หรือไม่ ซึ่งแท้จริงแล้ว ยังคงมีสินเชื่อบ้านสำหรับคนวัยเกษียณ ที่เอื้อต่อการมีบ้าน สร้างบ้าน ซ่อมแซมบ้าน หรือไถ่ถอนจำนอง ของผู้สูงอายุ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

___________________________________________

1. สินเชื่อบ้านยูโอบี (UOB Home Loan)
เป็นสินเชื่อที่ธนาคารให้กู้ยืม หรือกู้เงินจากธนาคาร เพื่อนำไปซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโด หรือปลูกสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยเอื้อต่อการมีบ้านของมนุษย์เงินเดือน พ่อค้า แม่ค้า ข้าราชการ กลุ่มคนอาชีพอิสระ รวมทั้งผู้สูงอายุ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อบ้าน
- สัญชาติไทย
- รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท
- อายุไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้กู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำทั่วไป และหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ
- อายุไม่เกิน 75 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ

อัตราดอกเบี้ย เฉลี่ย 3 ปี
อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 4.25% (ทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ MRTA)

วงเงินกู้
100% ของราคาประเมิน

เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ
แบ่งออกเป็น

เอกสารส่วนบุคคล

- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ถ้ามี)
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารด้านหลักทรัพย์

- โฉนดที่ดินทุกหน้า
- สัญญาจะซื้อจะขาย
- หลักฐานการผ่อนดาวน์

เอกสารด้านการเงิน

- สลิปเงินเดือนล่าสุด และหนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ)
- บัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
- กรณีประกอบอาชีพอิสระ / ธุรกิจส่วนตัว ใช้ทะเบียนการค้า หนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ หรือหนังสือบริคณห์สนธิ

___________________________________________

2. สินเชื่อแก่ข้าราชการบำนาญ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
รูปแบบสินเชื่อนี้ เอื้ออำนวยแก่ผู้สูงอายุ ที่เป็นข้าราชการบำนาญ โดยสามารถนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกัน ในขอยื่นกู้สินเชื่อนี้ เพื่อนำไปซื้อบ้าน ปลูกสร้าง ต่อเติม ไถ่ถอนจำนองที่ดิน หรือซื้ออุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ในการอยู่อาศัย

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อบ้าน
เป็นผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนที่กรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัด ออกหนังสือรับรองสิทธิให้นำบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักประกันเงินกู้ ทั้งนี้ให้ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 40 ปี โดยอายุของผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)
- กรณีลูกค้าสวัสดิการ และซื้ออุปกรณ์ฯ = 4.40%

วงเงินกู้
ไม่เกิน 100% ของวงเงินตามสิทธิในบำเหน็จตกทอดของผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือน ตามหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักประกันการกู้เงิน และวงเงินประกันการกู้เงินในระบบบำเหน็จค้ำประกันของกรมบัญชีกลาง แล้วแต่ว่าจำนวนใดต่ำกว่า

เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ
แบ่งออกเป็น

เอกสารส่วนบุคคล

- บัตรประชาชน / บัตรข้าราชการบำนาญ
- ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
- ทะเบียนสมรส / ใบหย่า (ถ้ามี)
- ใบเปลี่ยนชื่อ / นามสกุล (ถ้ามี)

เอกสารด้านหลักทรัพย์

- หนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอด เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน (ฉบับจริง)
- สำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญามัดจำ กรณีซื้อที่ดินพร้อมอาคาร ซื้อห้องชุด ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร

เอกสารด้านการเงิน

- สมุดบัญชีเงินฝากแสดงรายรับเงินบำนาญรายเดือนหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)

___________________________________________

3. สินเชื่อสวัสดิการ ธนาคารออมสิน
เป็นสินเชื่อบ้าน ที่สานฝันให้คนมีบ้าน โดยเฉพาะข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยมีวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านใหม่ สร้างบ้าน ซ่อมแซม และไถ่ถอนจำนองที่ดิน ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

คุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อบ้าน
- เป็นข้าราชการบำนาญ ที่ได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็ดตกทอด ที่ออกให้โดยกรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด หรือ เป็นลูกจ้างประจำ ที่ได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็ดตกทอดของผู้รับบำเหน็ดรายเดือนที่ออกให้โดยกรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด
- เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
- เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร

อัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี (MRR -2.245% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา)

วงเงินกู้
วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินหลักทรัพย์ แล้วแต่ราคาใดที่ต่ำกว่า ทั้งนี้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาที่ธนาคารกำหนด

เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ
แบ่งออกเป็น

เอกสารส่วนบุคคล ทั้งผู้กู้หลัก และผู้กู้ร่วม โดยแบ่งออกเป็น
พนักงานประจำ/ ข้าราชการ/ พนักงานรัฐวิสาหกิจ/ พนักงานธนาคาร/ พนักงานเงินทุนหลักทรัพย์
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือกรณีไม่มีสลิปเงินเดือนใช้หนังสือรับรองเงินเดือน อายุไม่เกิน 2 เดือน
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด

ธุรกิจส่วนตัว/ เจ้าของกิจการ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด
- สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
- บัญชีรับ – จ่าย (ถ้ามี) ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด/ งบการเงิน/ กรณีเป็นนิติบุคคล ใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30) ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด

เอกสารหลักประกัน

- สำเนาโฉนดที่ดินทุกหน้า หรือสำเนา น.ส.3 ก. ทุกหน้า หรือสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ อ.ช.2 ทุกหน้า
- สำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง หรือสำเนาใบอนุญาตปลูกสร้างบ้านหรือสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ท.ด.13 หรือสำเนาสัญญาซื้อขายห้องชุด อ.ช.23

___________________________________________

สรุปว่าอายุ 60 ผ่อนบ้านได้ไหม” “อายุ 65 ซื้อบ้านได้หรือเปล่า” ถึงตรงนี้ คงกระจ่างแล้วว่า หากผู้สูงอายุอยากกู้ซื้อบ้าน อายุก็ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ด้วย 3 สินเชื่อบ้านของกลุ่มคนวัยเกษียณที่กล่าวไปข้างต้น

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก sansiri


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

คำถามอย่างหนึ่งที่ นายหน้ามืออาชีพ ที่ขายบ้านมือสองให้กับลูกค้า มักจะได้ยินคือ บ้านหลังนี้ จะกู้ได้เต็ม 100% ไหม หรือ บ้...
07/04/2025

คำถามอย่างหนึ่งที่ นายหน้ามืออาชีพ ที่ขายบ้านมือสองให้กับลูกค้า มักจะได้ยินคือ บ้านหลังนี้ จะกู้ได้เต็ม 100% ไหม หรือ บ้านหลังนี้ ราคาประเมิน เท่าไหร่ ลึกๆ แล้ว จุดประสงค์ที่ผู้ซื้อถามคือ ความกังวลว่า ตัวเอง จะสามารถกู้ซื้อบ้านหลังนี้ได้โดยที่ไม่ต้องเตรียมหาส่วนต่างมาจ่าย หรือ มีเงินเหลือ พอจะนำมาเป็นงบซ่อมแซม ต่อเติมบ้าน หรือไม่

ส่วนใหญ่ ลินไม่เคย การันตี กับลูกค้าว่า คุณกู้ได้เกินแน่นอน (แต่ที่ผ่านมา ลูกค้าหลายรายก็กู้ได้เกินราคาบ้านนะคะ) จากประสบการณ์การทำงาน ขายบ้านมือสอง ให้กับลูกค้ามา ลินอยากจะให้ แง่คิดว่า การที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้ผู้กู้ได้ โดยหลักๆ แล้ว ธนาคารจะพิจารณา จาก 2 ปัจจัย

___________________________________________

1. ตัวผู้กู้เอง (โปรไฟล์ผู้กู้)
ธนาคารจะดู รายได้ หนี้สิน ความสามารถในการจ่ายหนี้ ประวัติทางการเงินของผู้กู้ หลักฐานทางการเงิน เครดิตบูโร จึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ อกเขาอกเรานะคะ คิดง่ายๆ ถ้ามีคนมาขอยืมเงินจากเรา ก้อนใหญ่ ยืมระยะยาวซะด้วย เป็นใคร ใครก็ต้องเช็คดูประวัติ

บางคนบอกว่า ตัวเองเคยมีประวัติ (ชำระหนี้ล่าช้า) แต่ทำไมซื้อรถผ่อนรถได้ อยากให้ข้อสังเกต นิดหนึ่ง รถ (สังหาริมทรัพย์) ที่เราผ่อนกับไฟแนนซ์ ผู้กรรมสิทธ์ ตามกฎหมาย คือ บริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ เราเป็นเพียงผู้ครอบครอง รถ เท่านั้น เพราะฉะนั้น การปล่อยสินเชื่อ รถ จึงง่ายกว่า

___________________________________________

2. ตัวบ้าน (อสังหาริมทรัพย์) ที่ซื้อ

ถ้าคุณมีโปรไฟล์ดี ราคาประเมินจากธนาคารจะเป็นสิ่งสำคัญ เวลาธนาคารมาประเมินบ้าน (จริงแล้ว บริษัทประเมินที่ธนาคาร) เขาจะพิจารณาจาก ราคาที่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ราคาเทียบเคียงกับ ราคาตลาด สภาพบ้าน (ใหม่/โทรม) การต่อเติม อายุบ้าน เฟอร์นิเจอร์(บ้างบางส่วน) เป็นต้น

หลายคนอ่านมาถึงบรรทัด นี้ อาจจะมองเห็นช่องทางที่จะหาวิธี ทำให้วงเงินกู้เพิ่มสูงขึ้นได้ แต่ลิน ขอบอกว่า ธนาคารมีวิธีตรวจเช็ค อย่างน้อยๆ การอนุมัติวงเงินให้บ้านมือสองประมาณ 85-90 % ของราคาซื้อขาย หรือ ของความสามารถตามโปรไฟล์ของผู้กู้ ก็เป็นมาตรการที่สกัดกั้น หนทางต่างๆ ที่ บรรดา ผู้ขอกู้จะใช้เทคนิคต่างๆในการทำให้ได้วงเงินสินเชื่อสูงขึ้นอยู่แล้ว

___________________________________________

คำแนะนำของลิน คือ ในเมื่อเราทราบแล้วว่า ปัจจัยทั้งสองมีความสำคัญ เราจึงเตรียมตัวให้พร้อม

1. เตรียมตัวเองให้พร้อม ก่อนเริ่มยื่นกู้

1.1 สร้างวินัย ในการออมเงิน

สมมติ เราต้องการผ่อนบ้าน ราคา 2.5 ล้านบาท ประมาณว่า ค่าผ่อนตกเดือนละ 17,000 บาท
ให้เราฝึกออมเงินในจำนวนนี้ เป็นระยะเวลา อย่างน้อยๆ 12 เดือนล่วงหน้า ในบัญชี ซึ่งจะเป็นการแสดงให้ ธนาคารเห็นว่า คุณมีความสามารถในการผ่อนชำระ และ หากธนาคารไม่อนุมัติวงเงินที่คุณต้องการ คุณยังมีเงินจำนวนหนึ่งที่สามารถนำมาชำระส่วนต่างได้

1.2 สร้างหลักฐานทางการเงินให้ดี

หมั่นเดินบัญชี ธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ควรมีเงินคงเหลือในบัญชีไว้ในแต่ละเดือน ก่อนสิ้นเดือน ไม่น้อยกว่า ยอดเงินที่คุณจะต้องผ่อนบ้าน อย่าถอนเงิน ในบัญชี หมด ก่อนสิ้นเดือน ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ความมีวินัยในการใช้เงิน

1.3 บัตรเครดิต ใบไหน ถ้าไม่จำเป็น ก็พยายามอย่ามีมากเกินไป

เพราะมันจะถูกมองว่า คุณมีความสามารถในการก่อหนี้ได้สูง วงเงินที่จะได้รับอนุมัติก็จะลดลงไป

1.4 หากมีภาระผ่อนใดๆ ควรปิดให้หมดก่อนผ่อนบ้าน

เช่นเดียวกับข้อ 1.3 คือ ภาระหนี้ ที่คุณมี แม้เพียงผ่อนเดือนละไม่กี่พันบาท อาจทำให้วงเงินอนุมัติของคุณน้อยลงไปหลายแสน

1.5 เครดิตเป็นเรื่องส่วนบุคคล ถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรให้กู้ยืมเงินแทนใคร เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อประวัติเครดิตบูโรของคุณได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเป็นปีๆ กว่าจะเคลียร์ประวัติในส่วนนี้

1.6 ลองมองลู่ทางเพิ่มรายได้เสริม เพราะเมื่อคุณมีบ้านหนึ่งหลัง นั่นหมายความว่าคุณมีภาระไปอีก 30 ปี

1.7 เตรียมเงินส่วนต่าง กรณีที่ ธนาคารอนุมัติที่ต่ำกว่า ราคาซื้อขาย และ เตรียมเงินไว้สำหรับงบซ่อมแซม ค่ะ ไม่แนะนำให้ ไปพึ่งน้ำบ่อหน้านะคะ

1.8 กรณีที่จำเป็น อาจจะต้องหาคนกู้ร่วม

___________________________________________

2. ปัจจัยในตัวบ้านที่จะซื้อ

2.1 เลือกบ้านและทำเลที่ต้องการจะซื้อจริงๆ ตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อ เพราะ การซื้อบ้าน 1 หลัง คุณคงไม่คิดจะเปลี่ยนทุกปี

2.2 เลือกซื้อบ้านที่ ราคาอยู่ในเกณฑ์ราคาตลาด หรือ ต่ำกว่า ตลาด เพราะโอกาสที่ราคาประเมินธนาคารจะพอๆกับราคาบ้าน ซึ่งเมื่อหักทอนลงมาแล้ว คุณยังไม่ต้องหาส่วนต่างมากเกินไป

2.3 เลือกบ้านที่ สภาพซื้อมาแล้ว ใช้งบปรับปรุงไม่มากนัก หากคุณไม่ได้เตรียมงบในส่วนนี้ไว้ (เว้นแต่ว่า บ้านจะราคาต่ำกว่า ราคาตลาดมาก และคุณแน่ใจว่า กู้ได้เกินแน่นอน)

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HomeDDCenter


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ที่อยู่

รามอินทรา
Bang Khen
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านและคอนโดกรุงเทพ อสังหาริมทรัพย์ ขาย เช่า by Jeszy property consultantผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์