LAD : Land Analysis & Development

LAD : Land Analysis & Development • แหล่งรวมข่าวสารด้านการพัฒนาพื้นที่และอสังหาริมทรัพย์

📌 ประกาศใช้แล้ว! “ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2569”เช็ก 6 ประเด็นผังเมือง–ข้อกำหนดที่ดิน ก่อนลงทุนใน EEC...
16/09/2026

📌 ประกาศใช้แล้ว! “ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2569”
เช็ก 6 ประเด็นผังเมือง–ข้อกำหนดที่ดิน ก่อนลงทุนใน EEC!

ผังเมืองรวมฉบับใหม่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 394.41 ตารางกิโลเมตร ใน 4 ตำบล ได้แก่ วังจันทร์ ชุมแสง ป่ายุบใน และพลงตาเอี่ยม

ผังฉบับนี้กำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดรับกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะ “วังจันทร์วัลเลย์” พื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม การวิจัย เทคโนโลยีขั้นสูง และกิจกรรมเศรษฐกิจมูลค่าสูง ควบคู่กับการดูแลชุมชน เกษตรกรรม ป่าไม้ แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ

ผังแบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น 11 ประเภท ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เกษตรกรรม เขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่โล่ง อนุรักษ์ป่าไม้ สถาบันการศึกษา ศาสนา ราชการ และสาธารณูปโภค

📌 เจ้าของที่ดินและนักลงทุนจึงไม่ควรดูเฉพาะ “สีผังเมือง” แต่ต้องตรวจรหัสบริเวณ ข้อกำหนด และเงื่อนไขของแปลงควบคู่กัน
🔎 6 ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ

1️⃣ พื้นที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมยังควบคุมกิจการที่กระทบชุมชน
พื้นที่ ย.1–ย.3 และ พ.1–พ.2 รองรับที่อยู่อาศัย ร้านค้า สำนักงาน และบริการในระดับความหนาแน่นต่างกัน แต่ไม่ได้อนุญาตทุกกิจการ

กิจการที่ห้ามหรือควบคุมในบางบริเวณ ได้แก่ โรงงานบางประเภท คลังน้ำมันและก๊าซ คลังสินค้า สถานีขนส่งสินค้า การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า สนามแข่งรถ สนามยิงปืน การเก็บวัตถุอันตราย การกำจัดมูลฝอย และกิจการเศษวัสดุ

โรงแรม อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารพาณิชย์ ศูนย์ประชุม อาคารแสดงสินค้า และสถานีขนส่ง อาจทำได้ภายใต้เงื่อนไขด้านขนาด ความสูง ถนน และระยะร่นของแต่ละบริเวณ
2️⃣ อาคารขนาดใหญ่ต้องดู FAR การปกคลุมดิน ถนน และระยะร่น
▪ ย.1–ย.3 กำหนด FAR ไม่เกิน 1:1, 1.5:1 และ 2:1 และอาคารปกคลุมดินไม่เกิน 60%
▪ พ.1–พ.2 กำหนด FAR ไม่เกิน 2.5:1 และ 3:1 และอาคารปกคลุมดินไม่เกิน 70%
▪ พื้นที่เกษตรบางประเภทกำหนด FAR เพียง 0.3:1 หรือ 0.5:1 และปกคลุมดินไม่เกิน 30% หรือ 40%

อาคารบางประเภทต้องติดถนนที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า 12 หรือ 16 เมตร และเว้นที่ว่างด้านหน้าไม่น้อยกว่า 10 เมตร บางพื้นที่ต้องร่นจากทางหลวงหมายเลข 344 ไม่น้อยกว่า 6 หรือ 10 เมตร รวมถึงร่นจากคลองและอ่างเก็บน้ำ โดยพื้นที่ภายใน 500 เมตรจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มีข้อห้ามเพิ่มเติม

แม้ประเภทกิจการจะทำได้ แต่ขนาดแปลง ถนน และระยะร่นอาจทำให้พัฒนาไม่ได้เต็มศักยภาพ
3️⃣ พื้นที่เกษตรแบ่งเป็น 3 ระดับ
▪ ก.1 รักษาพื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ชลประทาน สวนผลไม้ และวิถีเกษตร
▪ ก.2 รองรับเกษตรกรรม เศรษฐกิจการเกษตร และการแปรรูปผลผลิต
▪ ก.3 รองรับเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านน้ำ ทรัพยากร หรือกายภาพ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวิถีดั้งเดิม

กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังทำได้หากสอดคล้องกับบทบาทของพื้นที่ แต่มีการควบคุมหมู่บ้าน อาคารขนาดใหญ่ คลังสินค้า และกิจการที่ไม่เกี่ยวกับเกษตรกรรม

ส่วนพื้นที่ ปก. หรือเขตปฏิรูปที่ดิน ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน การกำหนดสีผังเมืองไม่ได้ลบล้างข้อจำกัดของกฎหมายเฉพาะ

4️⃣ พื้นที่ป่าและแหล่งน้ำมีข้อจำกัด
▪ ที่ดินประเภท ล. ใช้เพื่อนันทนาการและรักษาสิ่งแวดล้อม
▪ ที่ดินประเภท อป. ใช้สงวนป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ
▪ พื้นที่ รน. ใช้พัฒนาแหล่งน้ำ ระบบระบายน้ำ และรองรับน้ำหลาก

โครงการต้องตรวจแนวคลอง แหล่งน้ำ ระยะร่น ระบบระบายน้ำ และการซ้อนทับกับพื้นที่ทรัพยากร แม้แปลงไม่ได้อยู่ในเขตอนุรักษ์โดยตรง
5️⃣ ต้องตรวจแนวถนนโครงการในอนาคต
ผังกำหนดถนนโครงการขนาดเขตทางประมาณ 12–40 เมตร รวมถึงพื้นที่สำหรับสถานีผู้โดยสารหรือศูนย์การขนส่ง

หากแปลงอยู่ในแนวโครงการ พื้นที่บางส่วนอาจถูกสงวนสำหรับถนนและสาธารณูปโภค ส่งผลต่อการขออนุญาตก่อสร้าง การแบ่งแปลง พื้นที่พัฒนาได้จริง และมูลค่าที่ดินระยะยาว
6️⃣ มีพื้นที่รองรับน้ำประปา น้ำเสีย และบริการสาธารณะ
ผังกำหนดพื้นที่โรงผลิตน้ำประปา โรงบำบัดน้ำเสีย 2 บริเวณ และพื้นที่สาธารณูปการหรือบริการสาธารณะ 3 บริเวณ สำหรับสวนสาธารณะ ตลาด หรือกิจกรรมตามข้อกำหนด เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานพัฒนาไปพร้อมกับการขยายตัวของชุมชน
🏭 เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษตั้งโรงงานได้ทุกชนิดหรือไม่?

คำตอบคือ “ไม่ได้”

พื้นที่ ขก. รองรับวังจันทร์วัลเลย์และกิจกรรมด้านนวัตกรรม วิจัย เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวเนื่อง แต่โรงงานต้องตรงตามบัญชีแนบท้ายประกาศ โดยพิจารณาชนิดโรงงาน กระบวนการผลิต ประเภทที่ดิน รหัสบริเวณ และหมายเหตุท้ายบัญชี

บางบริเวณอนุญาตเฉพาะการแปรรูปผลผลิตเกษตร อาหาร ยาง ไม้ หรือวัตถุดิบท้องถิ่น และบางพื้นที่จำกัดกิจการโรงงานไม่เกิน 2% ของที่ดินประเภทนั้นในแต่ละบริเวณ

คำว่า “ได้” ในบัญชีจึงไม่ได้หมายถึงได้รับอนุญาตทันที แต่ยังต้องผ่านกฎหมายโรงงาน อาคาร สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และกฎหมายเฉพาะอื่น

✅ ก่อนลงทุน ต้องตรวจอย่างน้อย 6 เรื่อง
▪ ประเภทที่ดิน รหัสบริเวณ และแนวเขตแปลง
▪ กิจการที่อนุญาต ห้าม และข้อยกเว้น
▪ ชนิดโรงงาน กระบวนการผลิต และหมายเหตุท้ายบัญชี
▪ FAR การปกคลุมดิน ความสูง และพื้นที่อาคารรวม
▪ เขตทาง ถนนโครงการ และระยะร่นจากถนน คลอง หรืออ่างเก็บน้ำ
▪ กฎหมาย EEC ปฏิรูปที่ดิน ป่าไม้ อาคาร โรงงาน และสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าที่ดินจะอยู่ “สีใด” ต้องตรวจข้อกำหนดและเอกสารแนบท้ายประกาศให้ตรงกับแปลงและประเภทกิจการก่อนลงทุนเสมอ

📌 อ่านรายละเอียดและดาวโหลดเอกสารในบทความฉบับเต็ม : https://www.lad.co.th/post/ผังเมืองรวมวังจันทร์-จ-ระยอง-พ-ศ-2569-ประกาศใช้แล้ว-เช็ก-6-ประเด็นผังเมือง-ข้อกำหนดที่ดินก่อนลงทุน

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 213 ง หน้า 19 วันที่ 7 กันยายน 2569 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2569
https://radiophrae.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2859/iid/517966
https://www.thaigov.go.th/th/news/165805

#ผังเมืองรวมวังจันทร์ #วังจันทร์ #ระยอง #วังจันทร์วัลเลย์ #ผังเมือง #การลงทุน #อสังหาริมทรัพย์

🔥 ถกประเด็นร้อน! Data Center ไทยโตแรง กฎหมายต้องตามทันData Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แ...
12/09/2026

🔥 ถกประเด็นร้อน! Data Center ไทยโตแรง กฎหมายต้องตามทัน

Data Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่เบื้องหลังการลงทุนมูลค่าสูง กิจการประเภทนี้ต้องใช้ทั้งที่ดิน ไฟฟ้า น้ำ ระบบระบายความร้อน และเชื้อเพลิงสำรองจำนวนมาก อีกทั้งยังอาจส่งผลต่อความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และชุมชนโดยรอบ
ที่ผ่านมา กฎหมายควบคุมอาคารของไทยยังไม่มีนิยาม “อาคาร Data Center” โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการจึงต้องขออนุญาตโดยเทียบเคียงกับอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรือคลังสินค้า ทั้งที่ Data Center มีระบบและความเสี่ยงแตกต่างจากอาคารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้ากำลังสูง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิงสำรอง ระบบระบายความร้อน และการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
กรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า Data Center ในพื้นที่ 6 แห่ง มีใบอนุญาตถูกต้อง 3 แห่ง โดยทั้ง 3 แห่งขออนุญาตในนาม “อาคารคลังสินค้า” ยิ่งสะท้อนว่าประเภทอาคารที่มีอยู่เดิมอาจไม่เพียงพอต่อการกำกับกิจการรูปแบบใหม่นี้
ล่าสุด กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงเตรียมวางมาตรการสำคัญใน 2 ด้าน ได้แก่

1. มาตรการด้านผังเมือง: กำหนดพื้นที่ตั้งตามขนาดและผลกระทบ

กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมเพิ่มนิยาม “Data Center” ให้เป็นกิจการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทหนึ่งในข้อกำหนดของผังเมืองรวม ครอบคลุมทั้งศูนย์ข้อมูลที่ให้บริการบุคคลภายนอกและศูนย์ข้อมูลที่องค์กรสร้างขึ้นเพื่อใช้งานเอง เพื่อให้สามารถกำหนดพื้นที่และเงื่อนไขการตั้งได้โดยตรง

แนวทางเบื้องต้นจะแบ่งการกำกับตามขนาดและระดับผลกระทบ ดังนี้

▪️ ขนาดเล็ก–กลาง อาจตั้งได้ในที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม ชนบทและเกษตรกรรมบางส่วน รวมถึงอุตสาหกรรม แต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) ระยะถอยร่น ขนาดอาคาร และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

▪️ ขนาดใหญ่ จะอนุญาตเฉพาะพื้นที่ที่ผังเมืองกำหนด โดยพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ ความสามารถของระบบไฟฟ้า น้ำ และการจราจร ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตามคือ รัฐจะใช้เกณฑ์ใดในการแบ่ง Data Center ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เช่น พื้นที่อาคาร กำลังไฟฟ้า ปริมาณน้ำ ความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ หรือระดับผลกระทบต่อพื้นที่
2. มาตรการควบคุมอาคาร: ออกกฎเฉพาะและตรวจสอบอาคารเดิม

นอกจากกำหนดพื้นที่ตั้งแล้ว กรมฯ ยังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างกฎกระทรวงสำหรับอาคาร Data Center โดยเฉพาะ เพื่อกำหนดมาตรฐานสำคัญ ได้แก่

▪️ นิยามและประเภทของอาคาร Data Center
▪️ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการก่อสร้าง
▪️ มาตรฐานความปลอดภัยจากอัคคีภัย
▪️ การควบคุมผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน
▪️ การกำหนดให้ Data Center เป็นอาคารที่ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคาร

แนวทางนี้จะช่วยให้การควบคุมอาคารสอดคล้องกับระบบและความเสี่ยงเฉพาะของ Data Center โดยไม่ต้องเทียบเคียงกับสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรือคลังสินค้าเหมือนที่ผ่านมา

มาตรการดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะอาคารที่จะก่อสร้างใหม่ แต่ยังรวมถึง Data Center ที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว โดยกรมฯ จะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ตรวจสอบ

▪️ ความปลอดภัยของอาคาร
▪️ ผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
▪️ ข้อมูลและประเภทของใบอนุญาตก่อสร้าง
▪️ ความสอดคล้องระหว่างการใช้อาคารจริงกับที่ได้รับอนุญาต

หากพบว่าอาคารไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่ออัคคีภัย ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถสั่งให้เจ้าของปรับปรุงแก้ไข หรือสั่งห้ามใช้อาคารได้ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563

กรมฯ ระบุว่าจะตรวจสอบ Data Center ที่เปิดดำเนินการอยู่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 กันยายน 2569
⚠️ แต่จิ๊กซอว์ที่ยังไม่ชัดคือ EIA

ข้อเสนอเดิมครอบคลุมกฎหมาย 3 ด้าน ได้แก่ ผังเมือง การควบคุมอาคาร และสิ่งแวดล้อม แต่ความคืบหน้าล่าสุดยังเน้นสองด้านแรก ขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังพิจารณาเพิ่ม Data Center แบบเดี่ยว หรือ Stand-alone Data Center เข้าเป็นโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

เพราะหากขาดการประเมินการใช้ไฟฟ้า น้ำ เชื้อเพลิง เสียง ความร้อน และผลกระทบสะสมต่อชุมชน การกำกับดูแล Data Center ก็อาจยังไม่ครบวงจร

Data Center คือโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี แต่การส่งเสริมการลงทุนจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อกฎหมายผังเมือง อาคาร พลังงาน และสิ่งแวดล้อมเดินไปในทิศทางเดียวกัน

โจทย์สำคัญจึงต้องถามต่อด้วยว่า
▪️ ควรอนุญาตให้ Data Center ตั้งอยู่ในพื้นที่ประเภทใด?
▪️ เกณฑ์แบ่งขนาดควรพิจารณาเพียงพื้นที่อาคาร หรือรวมการใช้ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อชุมชน?
▪️ Data Center ทุกขนาดควรเข้าสู่กระบวนการ EIA หรือไม่?
▪️ และเมื่อทรัพยากรของเมืองมีจำกัด ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการลงทุนเหล่านี้?

👉 คุณคิดว่า ไทยควรวางกติกาด้านผังเมือง อาคาร และสิ่งแวดล้อมอย่างไร เพื่อให้การส่งเสริม Data Center เดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองทรัพยากร เมือง และชุมชนโดยรอบ?

ร่วมแสดงความคิดเห็นและถกประเด็นนี้ไปกับ LAD

อ่านบทความ ประเทศไทยพร้อมรับเศรษฐกิจ AI แล้วหรือยัง? บทเรียนจาก Data Center กฎหมาย ผังเมือง และ Smart Grid ได้ที่ :
https://www.lad.co.th/post/ประเทศไทยพร้อมรับเศรษฐกิจ-ai-แล้วหรือยัง-บทเรียนจาก-data-center-กฎหมาย-ผังเมือง-และ-smart-grid

อ่านบทความฉบับเต็ม:
https://www.lad.co.th/post/ถกประเด็นร้อน-data-center-ไทยโตแรง-กฎหมายต้องตามทัน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ
กรมโยธาธิการและผังเมือง
https://www.thaipbs.or.th/sciandtech/earth/4408
https://thestandard.co/ekniti-data-center-power-hike/
https://www.naewna.com/n/pr-news/55370/
https://www.thansettakij.com/technology/668515

🔥 “ผังเมืองเฉพาะ” คืออะไร? จากข้อกำหนดทางผังเมือง สู่การพัฒนาพื้นที่จริงเข้าใจง่ายใน 5 นาที!เมื่อพูดถึง “ผังเมือง” หลายค...
08/09/2026

🔥 “ผังเมืองเฉพาะ” คืออะไร? จากข้อกำหนดทางผังเมือง สู่การพัฒนาพื้นที่จริง
เข้าใจง่ายใน 5 นาที!

เมื่อพูดถึง “ผังเมือง” หลายคนอาจนึกถึงแผนที่สีที่กำหนดว่า พื้นที่ใดสร้างบ้าน โรงงาน หรืออาคารพาณิชย์ได้บ้าง แต่การพัฒนาเมืองจริงไม่ได้จบเพียงการกำหนดสีของการใช้ประโยชน์ที่ดิน

เพราะต่อให้เมืองรู้ว่า “บริเวณนี้ควรพัฒนาเป็นอะไร” ก็ยังต้องตอบต่อว่า ถนนควรอยู่ตรงไหน พื้นที่สาธารณะจะเชื่อมต่อกันอย่างไร อาคารควรมีรูปแบบแบบไหน ระบบสาธารณูปโภคต้องปรับปรุงอย่างไร และใครจะเป็นผู้ดำเนินการ

นี่คือบทบาทของ “ผังเมืองเฉพาะ” เครื่องมือที่เชื่อมระหว่างแผนพัฒนาเมืองกับการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง
📌 ผังเมืองเฉพาะคืออะไร?

พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ให้นิยาม “ผังเมืองเฉพาะ” ว่าเป็นแผนผังและโครงการดำเนินการเพื่อพัฒนาหรือดำรงรักษาบริเวณเฉพาะแห่ง หรือกิจการที่เกี่ยวข้องในเมือง บริเวณที่เกี่ยวข้อง หรือชนบท เพื่อประโยชน์แก่การผังเมือง

อธิบายง่าย ๆ คือ “ผังเมืองรวม” กำหนดทิศทางว่าเมืองควรเติบโตไปทางไหน และพื้นที่แต่ละบริเวณควรใช้ประโยชน์อย่างไร

ส่วน “ผังเมืองเฉพาะ” จะลงรายละเอียดต่อว่า พื้นที่เป้าหมายนั้นจะได้รับการพัฒนาอย่างไร ต้องดำเนินโครงการใด และใช้มาตรการอะไรจึงจะทำให้แผนเกิดขึ้นจริง

ผังเมืองเฉพาะจึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการแนวทางเฉพาะ เช่น ย่านเมืองเก่า ชุมชนริมน้ำ พื้นที่เสื่อมโทรม พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน หรือพื้นที่ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากการพัฒนา

📌 ผังเมืองเฉพาะต่างจากผังเมืองรวมอย่างไร?

▪️ ขอบเขตพื้นที่
ผังเมืองรวมครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น จังหวัดหรือเขตเมือง ส่วนผังเมืองเฉพาะเจาะลึกพื้นที่เป้าหมายเฉพาะแห่ง

▪️ ระดับรายละเอียด
ผังเมืองรวมกำหนดโครงสร้างการพัฒนาในภาพรวม ขณะที่ผังเมืองเฉพาะสามารถลงรายละเอียดถึงแนวถนน พื้นที่สาธารณะ สาธารณูปโภค รูปแบบและขนาดอาคาร รวมถึงโครงการพัฒนา

▪️ บทบาทของผัง
ผังเมืองรวมกำหนดว่าแต่ละพื้นที่ควรใช้ประโยชน์อย่างไร ส่วนผังเมืองเฉพาะกำหนดว่าจะพัฒนาและดำเนินการในพื้นที่นั้นอย่างไร

📌 ผังเมืองเฉพาะใช้พัฒนาเมืองอย่างไร?

ผังเมืองเฉพาะสามารถใช้ได้ทั้งการสร้างเมืองใหม่ พัฒนาเมืองเดิม อนุรักษ์พื้นที่ที่มีคุณค่า และฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่

1. กำหนดโครงการและโครงสร้างพื้นฐาน

ผังสามารถกำหนดแนวถนน ระบบคมนาคม พื้นที่สาธารณะ สาธารณูปโภค และสาธารณูปการให้สัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

หากจำเป็นต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินโครงการ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน ส่วนการจัดรูปที่ดินอาจนำมาใช้เป็นกลไกประกอบตามกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

2. กำหนดรายละเอียดของอาคารและพื้นที่

นอกจากกำหนดประเภทการใช้ที่ดินแล้ว ผังเมืองเฉพาะยังสามารถกำหนดประเภท ขนาด ความสูง ลักษณะ และแนวถอยร่นของอาคาร รวมถึงอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน หรือ FAR ให้เหมาะสมกับบริบทและเป้าหมายการพัฒนาของพื้นที่

3. เชื่อมข้อกำหนดเข้ากับการพัฒนา

จุดเด่นของผังเมืองเฉพาะคือการมีทั้งแผนผัง ข้อกำหนด และโครงการดำเนินการ จึงช่วยเชื่อมการควบคุมการใช้ที่ดินเข้ากับถนน พื้นที่สาธารณะ และระบบสาธารณูปโภคที่ต้องพัฒนาในพื้นที่จริง

อย่างไรก็ตาม การมีผังไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องอาศัยงบประมาณ หน่วยงานรับผิดชอบ และการประสานงานกับกฎหมายหรือแผนงานที่เกี่ยวข้อง

📌 ล่าสุดไปถึงไหนแล้ว?

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งทบทวนผังเมืองทั่วประเทศ พร้อมผลักดันผังเมืองเฉพาะให้เป็นเครื่องมือพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันมีพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่

1. เมืองเก่าสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
2. ชุมชนริมน้ำจันทรบูร จังหวัดจันทบุรี
3. ชุมชนถนนศรีตะกั่วป่าและพื้นที่ต่อเนื่อง จังหวัดพังงา
4. พื้นที่รอบสถานีรถไฟพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
5. ชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง

อย่างไรก็ตาม “พื้นที่นำร่อง” ยังไม่ได้หมายความว่าผังเหล่านี้ประกาศใช้แล้ว เพราะยังต้องผ่านการสำรวจ การรับฟังความคิดเห็น การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการทางกฎหมาย

ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 การวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา แล้วแต่กรณี หากมีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน

📌 ผังเมืองเฉพาะดีกับเมืองอย่างไร?

▪️ ทำให้ผังเมืองไม่หยุดอยู่เพียงการควบคุม แต่สามารถกำหนดโครงการพัฒนาได้
▪️ แก้ปัญหาให้ตรงกับภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่
▪️ เชื่อมแผนเข้ากับโครงการ งบประมาณ และหน่วยงานรับผิดชอบ
▪️ สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา
▪️ ทำให้ประชาชนเห็นภาพอนาคตของพื้นที่และมีส่วนร่วมได้ชัดเจนขึ้น

📌 ยิ่งผังละเอียด ยิ่งต้องโปร่งใส

ผังเมืองเฉพาะส่งผลโดยตรงต่อเจ้าของที่ดิน ผู้อยู่อาศัย ผู้ประกอบการ และชุมชน บางพื้นที่อาจได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ขณะที่บางแปลงอาจถูกจำกัดการใช้ประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา

การจัดทำผังจึงต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น พร้อมชี้แจงให้ชัดว่าใครได้รับประโยชน์ ใครได้รับผลกระทบ มีงบประมาณรองรับหรือไม่ และหน่วยงานใดจะรับผิดชอบ

ท้ายที่สุด ประโยชน์ของผังเมืองเฉพาะไม่ได้อยู่ที่รายละเอียดของแผนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้แผนนั้นเกิดขึ้นจริง ภายใต้กระบวนการที่โปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่

👉 แล้วพื้นที่ใดในเมืองของคุณที่ควรได้รับการจัดทำ “ผังเมืองเฉพาะ” เป็นลำดับต่อไป?

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ :
https://www.lad.co.th/post/ผังเมืองเฉพาะ-คืออะไร-จากข้อกำหนดทางผังเมือง-สู่การพัฒนาพื้นที่จริง

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562
กรมโยธาธิการและผังเมือง
คู่มือการศึกษาแนวทางและเกณฑ์การวิเคราะห์เพื่อการวางและออกแบบผังเมืองเฉพาะ(ฉบับเสนอแนวทาง)
https://www.nesdc.go.th/nesdb-organizes-a-knowledge-exchange-meeting-on-specific-urban-plan-a-policy-tool-to-increase-efficiency-in-land-use/
https://www.facebook.com/photo/?fbid=101883888785283
https://radioprachuapkhirikhan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/527586

#ผังเมืองเฉพาะ #ผังเมือง #พัฒนาเมือง

🔥 ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์: เมื่อความเปราะบางของอาคาร สะท้อนช่องว่างการจัดการเมืองเก่าเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจัก...
04/09/2026

🔥 ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์: เมื่อความเปราะบางของอาคาร สะท้อนช่องว่างการจัดการเมืองเก่า

เหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน และสร้างความเสียหายต่ออาคาร ร้านค้า และทรัพย์สินจำนวนมาก

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “อาคารปลอดภัยหรือไม่” แต่ยังเผยให้เห็นความเปราะบางของย่านการค้าเก่าใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งรูปแบบการใช้พื้นที่และความหนาแน่นเปลี่ยนแปลงไปมาก ขณะที่โครงสร้างเมืองและระบบกำกับดูแลอาจปรับตัวตามไม่ทัน

👉 วันนี้ LAD ชวนย้อนดูพัฒนาการของคลองถม พร้อมสำรวจช่องว่างของผังเมือง การควบคุมอาคาร และการรับมือเหตุฉุกเฉินในย่านเมืองเก่า
📌 จากคลองสู่ศูนย์การค้า

คลองถมไม่ได้เปลี่ยนจากคลองมาเป็นศูนย์การค้าในครั้งเดียว แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค

▪️ จากคลองสู่วัง
เดิมพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายคลองที่ใช้สัญจรและระบายน้ำ ที่ดินบางส่วนเคยเป็นวังกรมขุนวรจักรธรานุภาพ ซึ่งยังทิ้งร่องรอยไว้ในชื่อ “ถนนวรจักร” อย่างไรก็ตาม ขอบเขตวังเดิมไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นพื้นที่เดียวกับคลองถมเซ็นเตอร์ทั้งหมด

▪️ จากคลองสู่ถนน
ราว พ.ศ. 2470–2473 คลองสายเดิมถูกถมเป็นถนน เชื่อมสำเพ็ง เยาวราช วรจักร และเจริญกรุง ก่อนพัฒนาเป็นถนนมหาจักร ชื่อ “คลองถม” จึงเกิดจากความทรงจำต่อคลองที่ถูกถม ไม่ได้หมายถึงศูนย์การค้าแห่งใดโดยเฉพาะ

▪️ จากพื้นที่ราชการสู่ตลาดไฟฉาย
พื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์เคยเป็นที่ตั้ง “กองปราบสามยอด” ก่อนย้ายออกใน พ.ศ. 2508 จากนั้นจึงพัฒนาเป็นตลาดของเก่า อะไหล่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งคึกคักยามค่ำคืนจนเกิดภาพจำของ “ตลาดมืด” หรือ “ตลาดไฟฉาย”

▪️ จากตลาดริมถนนเข้าสู่อาคาร
ต่อมาการค้าถูกนำเข้าสู่อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ร้านค้าขนาดเล็กจำนวนมากใช้พื้นที่เดียวกันเป็นทั้งหน้าร้าน คลังสินค้า พื้นที่ซ่อม และจุดรับส่งของ

เมื่อกรุงเทพมหานครจัดระเบียบแผงค้าบนถนนและทางเท้าใน พ.ศ. 2558 เศรษฐกิจคลองถมไม่ได้หายไป แต่ส่วนหนึ่งเคลื่อนเข้าสู่อาคารและพื้นที่เอกชน พร้อมปรับตัวไปสู่โทรศัพท์ อุปกรณ์ดิจิทัล โมเดล และของสะสม

นี่คือการเปลี่ยนจาก “ความหนาแน่นที่มองเห็นบนถนน” สู่ “ความหนาแน่นที่ซ่อนอยู่ภายในอาคาร” ทั้งจำนวนร้าน ปริมาณสินค้า ระบบไฟฟ้า และการใช้พื้นที่หลายหน้าที่


📌 อาคารได้รับอนุญาต แต่ย่านพร้อมรับเหตุหรือไม่?

ความเปราะบางอาจเกิดจากการใช้พื้นที่ปัจจุบันไม่สอดคล้องกับโครงสร้างเมืองเดิม ถนน ทางเข้าอาคาร และพื้นที่ปฏิบัติการฉุกเฉินยังมีข้อจำกัด ขณะที่กิจกรรมภายในอาคารหนาแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตว่า “ซอยแคบ” อาจขัดขวางรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัย อย่างไรก็ตาม กรณีคลองถมมีรายงานว่าหัวรับน้ำดับเพลิงโดยรอบยังใช้งานได้ และมีการสูบน้ำจากคลองมาสนับสนุน ส่วนการเข้าถึงภายในทำได้ยากจากโครงสร้างที่เสียหาย สิ่งกีดขวาง และเชื้อเพลิงตกค้าง

จึงยังไม่ควรสรุปว่า “ซอยแคบ” เป็นสาเหตุโดยตรง แต่เมืองจำเป็นต้องตรวจสอบว่า

▪️ รถดับเพลิงเข้าถึงอาคารได้กี่ด้าน
▪️ มีพื้นที่ตั้งรถกระเช้าและรถสูบน้ำหรือไม่
▪️ หากอาคารด้านหนึ่งถล่ม ยังมีเส้นทางสำรองหรือไม่
▪️ ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยใดได้บ้าง

เพราะการดับเพลิงไม่ได้อาศัยระบบภายในอาคารเท่านั้น แต่ต้องพึ่งถนน แหล่งน้ำ พื้นที่เปิดโล่ง และการจัดการทั้งย่าน

📌 มีกฎหมายแล้ว แต่การใช้จริงตรงตามที่อนุญาตหรือไม่?

สภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า คลองถมเซ็นเตอร์มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางเมตร จึงเข้าข่าย “อาคารขนาดใหญ่พิเศษ” ซึ่งมีกฎหมายกำหนดเรื่องทางเข้ารถฉุกเฉิน ระบบแจ้งเหตุและดับเพลิง ทางหนีไฟ การควบคุมควัน ความทนไฟของโครงสร้าง และการตรวจสอบอาคารตามรอบ

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “เคยได้รับใบอนุญาตหรือไม่” แต่ต้องตรวจสอบต่อว่า

▪️ อาคารที่สร้างจริงตรงตามแบบหรือไม่
▪️ มีการต่อเติม แบ่งร้าน หรือเปลี่ยนการใช้งานหรือไม่
▪️ มีการวางสินค้าหรือปิดกั้นทางหนีไฟหรือไม่
▪️ ระบบดับเพลิงได้รับการทดสอบครั้งล่าสุดเมื่อใด
▪️ ข้อบกพร่องจากการตรวจครั้งก่อนถูกแก้ไขแล้วหรือยัง

โครงสร้างเหล็กอาจสูญเสียกำลังเมื่อได้รับความร้อนสูง จึงต้องตรวจสอบว่าได้รับการป้องกันตามแบบหรือไม่ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าอาคารไม่มีระบบป้องกันไฟหรือมีการทุจริต จนกว่าจะมีผลตรวจจากวิศวกร ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

📌 ช่องว่างอาจไม่ใช่ “การไม่มีกฎหมาย” แต่คือ “การบังคับใช้”

ใบอนุญาตเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ร้านค้า ผู้เช่า สินค้า ระบบไฟฟ้า และทางสัญจรเปลี่ยนแปลงได้ตลอดอายุอาคาร

หากการตรวจสอบจบอยู่ที่เอกสาร แต่ข้อบกพร่องไม่ได้รับการแก้ไข กฎหมายก็อาจไม่สามารถลดความเสี่ยงได้จริง

จึงมีข้อเสนอให้
▪️ แยกบทบาทผู้อนุมัติออกจากผู้ตรวจสอบ
▪️ เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามามีส่วนร่วม
▪️ เปิดเผยว่าอาคารผ่านการตรวจครั้งล่าสุดเมื่อใด
▪️ แจ้งข้อบกพร่องที่พบและสถานะการแก้ไขให้ประชาชนตรวจสอบได้

📌 คลองถมควรกลับมาอย่างไร?

การฟื้นฟูไม่ควรจบเพียงการรื้อแล้วสร้างกลับเหมือนเดิม แต่ควร
▪️ เปิดเผยใบอนุญาต ผลตรวจสอบ และสถานะการแก้ไข
▪️ จัดทำแผนฉุกเฉินระดับย่าน พร้อมซ้อมจากสถานการณ์จริง
▪️ เยียวยาผู้ค้ารายย่อยและจัดพื้นที่ค้าขายชั่วคราว
▪️ เปิดโอกาสให้ผู้ค้าเดิมสามารถกลับมาได้หลังการฟื้นฟู

คลองถมไม่จำเป็นต้องถูกแช่แข็งไว้ในอดีตหรือรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด แต่ต้องปรับตัวให้ปลอดภัยขึ้น โดยไม่สูญเสียผู้คน อาชีพ และความทรงจำของย่าน

มิฉะนั้น เมืองอาจได้อาคารใหม่กลับคืนมา แต่ยังคงรักษาความเปราะบางแบบเดิมเอาไว้
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ:
https://www.facebook.com/share/p/1GQA2KcFrM/
https://www.prachachat.net/news/news-2059526
https://www.prachachat.net/news/news-2060003
https://www.reurnthai.com/index.php?topic=4405.30
https://mgronline.com/crime/detail/9690000084938
https://www.facebook.com/share/p/19fujB4h18/
#คลองถม #คลองถมเซ็นเตอร์ #ไฟไหม้คลองถม #ผังเมืองกรุงเทพ #ความปลอดภัยอาคาร #อาคารขนาดใหญ่พิเศษ #ฟื้นฟูเมือง

🔥Doca Linear Park vs สวนคลองช่องนนทรี: ถอดบทเรียนสองโครงการ บนโจทย์เมืองที่ต่างกันช่วงที่ผ่านมา Doca Linear Park สวนสาธา...
30/08/2026

🔥Doca Linear Park vs สวนคลองช่องนนทรี: ถอดบทเรียนสองโครงการ บนโจทย์เมืองที่ต่างกัน
ช่วงที่ผ่านมา Doca Linear Park สวนสาธารณะแนวยาวริมคลองกลางถนนในเมือง Belém ประเทศบราซิล กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจในวงการออกแบบ ด้วย “ทางเดินสีส้ม” ที่พาดผ่านพื้นที่สีเขียวตลอดแนวกว่า 1.2 กม.

หากมองเพียงภาพแรก หลายคนอาจนึกถึง สวนคลองช่องนนทรี กรุงเทพฯ เพราะทั้งสองโครงการต่างพยายามเปลี่ยนคลองระบายน้ำกลางถนน ให้กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะของเมือง

ความเหมือนในภาพ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองเมืองกำลังแก้โจทย์เดียวกัน แต่มีคำถามหนึ่งที่ทั้งสองโครงการต้องตอบเหมือนกัน คือ
👉 เมื่อภาพสวยในวันเปิดโครงการผ่านไป พื้นที่เหล่านี้แก้ปัญหาของเมืองและทำงานได้ดีแค่ไหนในระยะยาว?

LAD ชวนถอดบทเรียนจาก Doca และย้อนกลับมามองอนาคตของสวนคลองช่องนนทรี
🌿จากคลองระบายน้ำ สู่ Blue-Green Infrastructure

Doca Linear Park ออกแบบโดย Natureza Urbana บนพื้นที่ประมาณ 40,080 ตร.ม. ตามแนวคลอง Igarapé das Almas ซึ่งเดิมเป็นลำน้ำธรรมชาติ ก่อนการขยายเมืองจะเปลี่ยนให้กลายเป็นคลองประดิษฐ์บนเกาะกลางถนน

โครงการจึงพยายามนำ “น้ำ” กลับมาเป็นแกนของพื้นที่สาธารณะ และเปลี่ยนจาก Grey Infrastructure → Blue-Green Infrastructure

▪️ เพิ่มพื้นผิวซึมน้ำและพืชพรรณริมคลอง
▪️ สนับสนุน micro-drainage และการชะลอน้ำ
▪️ ใช้พืชท้องถิ่นเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
▪️ เชื่อมทางเดิน จักรยาน สนามเด็กเล่น กีฬา และพื้นที่พักผ่อนเข้ากับคลอง เปิดมุมมองสู่น้ำ และยกพื้นที่ใช้งานบางส่วนให้พ้นระดับน้ำ

โครงการสร้างเสร็จในปี 2025 ด้วยงบกว่า 300 ล้านเรอัล (1,914 ล้านบาท) ก่อน Belém เป็นเจ้าภาพ COP30 และถูกวางให้เป็นหนึ่งใน Urban Legacy ของเมือง
⚠️ แต่ภาพสวยในวันเปิดงาน ยังไม่ได้แปลว่าโครงการประสบความสำเร็จ

หลัง COP30 Doca เริ่มเผชิญบททดสอบจากการใช้งานจริง โดยเดือนมีนาคม 2569 น้ำทะเลหนุนสูงราว 3.5 เมตรพร้อมฝนหนัก ทำให้คลองล้นและพื้นที่โดยรอบเกิดน้ำท่วม นำไปสู่คำถามว่า การแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่โครงการเพียงพอหรือไม่

▪️ ระบบระบายน้ำอาจถูกแก้เฉพาะจุด : นักวิชาการ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้มีการแยกน้ำเสีย ขยายคลอง และติดตั้งประตูน้ำ แต่ระบบรอบข้างยังมีข้อจำกัด

▪️ พื้นที่สีเขียวยังถูกตั้งคำถาม : อาจารย์จาก UFPA ประเมินผ่านสื่อบราซิลว่า พื้นที่สีเขียวมีราว 3.5% ขณะที่ในมุมมองของเขา ลุ่มน้ำเมืองควรมีอย่างน้อย 20% พร้อมชี้ถึงความจำเป็นในการจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำและเพิ่มพื้นที่ซึมน้ำ

▪️ การดูแลหลังเปิดใช้ : มีรายงานการลักทรัพย์และทำลายอุปกรณ์ จนเทศบาลติดตั้ง CCTV 40 ตัว และเพิ่มกำลังเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงในเดือนสิงหาคม 2569

บทเรียนสำคัญคือ การสร้างสวนให้สวยเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้ระบบทำงานและดูแลได้ในระยะยาวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
🇹🇭 แล้วสวนคลองช่องนนทรีอยู่ตรงไหน?

คลองช่องนนทรีมีแผนพัฒนารวมประมาณ 4.5 กม.
▪️ ระยะ 1–3 : สุรวงศ์–สาทร–นราธิวาสฯ–ถนนจันทน์ ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้สำนักสิ่งแวดล้อมแล้ว
▪️ ระยะ 4 : ถนนจันทน์–พระราม 3 ประมาณ 1.6 กม. งบ 350 ล้านบาท มีเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2570

ขณะเดียวกัน ระยะค้ำประกันผลงาน 2 ปีของช่วงแรกสิ้นสุดเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ภาระด้านภูมิทัศน์ ต้นไม้ และงานระบบจึงเข้าสู่การดูแลของ กทม. อย่างเต็มรูปแบบ

คำถามต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ “สร้างเสร็จหรือยัง” แต่คือ “จะดูแลให้ทำงานต่อไปอย่างไร”
📌 3 โจทย์ใหญ่ที่คลองช่องนนทรียังคงต้องตอบ

▪️ 1. เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยไม่ทำลายระบบนิเวศเดิม
กรณีต้นพิกุลเดิมริมคลองสะท้อนว่า พื้นที่สีเขียวใหม่ไม่ควรแลกกับต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตมาหลายสิบปี

▪️ 2. หากคุณภาพน้ำยังไม่ดี สวนก็ยังไม่สมบูรณ์
ปัญหาน้ำเสีย กลิ่น และตะกอนเชื่อมโยงกับคลองสาขาและพื้นที่โดยรอบ

▪️ 3. คนต้องข้ามถนนใหญ่มาที่นี่เพื่ออะไร?
สวนตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน ผู้ใช้ต้องเผชิญทั้งเสียง ความร้อน และมลพิษจากการจราจร ขณะที่ทางข้าม ระยะรอสัญญาณไฟ และ Universal Accessibility ต้องทำให้เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ใช้รถเข็นเข้าถึงได้จริง

จึงทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า
👉 อะไรคือเหตุผลที่มากพอให้คนยอมข้ามถนนใหญ่ 6 เลน เพื่อเข้าไปเดินเล่นในพื้นที่ที่ยังมีทั้งกลิ่นน้ำเสียและควันรถ?

หากสวนเชื่อมกับขนส่งสาธารณะ ทางเท้า ชุมชน และกิจกรรมโดยรอบได้จริง ก็มีโอกาสก้าวจาก “สวนกลางถนน” สู่ โครงข่ายพื้นที่สาธารณะของเมือง
⚠️ หรือคลองช่องนนทรีกำลังติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก?

สิ่งที่ต้องให้เครดิต คือ วิสัยทัศน์ของผู้บริหารและความตั้งใจของทีมออกแบบ ที่กล้ามองคลองมากกว่า “งานระบายน้ำ” และพยายามเชื่อมระบบน้ำ พื้นที่สีเขียว และชีวิตของผู้คนกลับเข้าหากัน เจตนารมณ์นี้ควรสนับสนุน ขณะเดียวกัน การตั้งคำถามก็สำคัญ เพื่อช่วยผลักให้ “ความตั้งใจที่ดี” ไปถึง “ผลลัพธ์ที่ดี”

หากเมืองสร้างภูมิทัศน์ก่อนแก้น้ำเสีย การเข้าถึง มลพิษ และการเชื่อมต่อ เราอาจเปลี่ยนเพียง “ภาพลักษณ์ของคลอง” โดยที่ปัญหาเชิงระบบยังอยู่

📌 แต่กระดุมที่กลัดผิด “ยังกลัดใหม่ได้”

ระยะที่ 4 จึงเป็นโอกาสนำบทเรียนจากสามระยะแรกมาปรับ ทั้งการจัดการน้ำเสีย เพิ่มการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ลดผลกระทบจากการจราจร และทำให้ ระบบน้ำ–พื้นที่สาธารณะ–การเข้าถึง เดินหน้าไปพร้อมกัน

ท้ายที่สุด LAD ขอเอาใจช่วยทุกโครงการที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้เมือง เพราะการลงทุนเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นเจตนารมณ์ที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง

แต่จะมีคุณค่ายิ่งกว่า หากเป็นการลงทุนที่ “ถูกที่ ถูกโจทย์”
เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้สร้างประโยชน์ระยะยาว ไม่ใช่กลายเป็นภาระที่เมืองต้องย้อนกลับมาตามแก้ในภายหลัง

💬 แล้วคุณคิดว่า สวนคลองช่องนนทรีกำลังมาถูกทางแล้ว หรือยังมี “กระดุมเม็ดไหน” ที่กรุงเทพฯ ควรกลับไปกลัดใหม่?

อ่านบทความฉบับเต็ม พร้อมรายละเอียดโครงการได้ที่ :
https://www.lad.co.th/post/doca-linear-park-vs-สวนคลองช่องนนทรีถอดบทเรียนสองโครงการ-บนโจทย์เมืองที่ต่างกัน

#สวนคลองช่องนนทรี #คลองช่องนนทรี #พื้นที่สีเขียว #พื้นที่สาธารณะ #ภูมิสถาปัตยกรรม #ออกแบบเมือง #พัฒนาเมือง

🔥 เปิดแล้ว “Happitat บางนา” จากศูนย์การค้าสู่ Destination ท่ามกลางสมรภูมิค้าปลีกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเมื่อร้านค้าเพียงอย...
26/08/2026

🔥 เปิดแล้ว “Happitat บางนา” จากศูนย์การค้าสู่ Destination ท่ามกลางสมรภูมิค้าปลีกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

เมื่อร้านค้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถดึงดูดผู้คนได้เหมือนเดิม ศูนย์การค้ายุคใหม่จึงต้องเปลี่ยนจาก “พื้นที่ซื้อสินค้า” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” ที่ทำให้ผู้คนอยากเดินทางมา ใช้เวลา และกลับมาเยือนซ้ำ
Happitat บางนา เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บนถนนบางนา–ตราด กม.7 ด้านหน้า The Forestias โดยวางตำแหน่งเป็น New Global Landmark of Happiness ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ผู้คน และจินตนาการเข้าด้วยกัน
📌 Happitat มีอะไรบ้าง?
พื้นที่หลักแบ่งเป็น 3 อาคารที่เชื่อมต่อกัน

▪️ Bloominas
พื้นที่ไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร สุขภาพ ความงาม และบริการในชีวิตประจำวัน พร้อม Lotus’s PRIVÉ Market และ AXTRA Club คอนเซปต์ค้าปลีกสำหรับสมาชิกที่เน้นสินค้าคัดสรรจากหลายประเทศ

▪️ Wonderwild
พื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว พร้อม Whimsical Market ซึ่งรวบรวมร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 60 ร้าน โดดเด่นด้วยต้นไม้แห่งจินตนาการสูงเทียบอาคาร 3 ชั้นและประติมากรรมยีราฟขนาดใหญ่

อาคารนี้ยังเชื่อมกับ The Hilltop Offices พื้นที่สำนักงานเกรดเอ โดยมีบริษัทในเครือ Nippon Steel เป็นหนึ่งในผู้เช่ารายสำคัญ

▪️ Festie Town
พื้นที่จัดเทศกาล ขบวนพาเหรด การแสดง และกิจกรรมตลอดทั้งปี พร้อม Lumis Theater Hall สำหรับงานอีเวนต์ นิทรรศการ และ Immersive Experiences รวมถึง 7-Eleven รูปแบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Happitat
📌 จุดเด่นสำคัญ

▪️ เชื่อมต่อกับผืนป่าขนาดประมาณ 30 ไร่
▪️ ใช้แนวคิด Biophilic Design ผสานธรรมชาติเข้ากับอาคาร
▪️ มีพื้นที่สีเขียว สวนลอยฟ้า ทางเดิน และพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง
▪️ รวมร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 100 แบรนด์ กว่า 3,000 เมนู
▪️ รองรับทั้งการจับจ่าย ทำงาน เรียนรู้ พักผ่อน และกิจกรรมครอบครัว
📌 ทำไม Happitat จึงน่าจับตา?

เพราะโครงการไม่ได้เปิดตัวในตลาดที่ว่างเปล่า แต่กำลังเข้าสู่การแข่งขันบนถนนบางนา–ตราด กม.1–10 ซึ่งมีทั้ง
▪️Bangkok Mall
▪️Central Bangna
▪️Little Walk
▪️PARC Bangna
▪️The Glass Market
▪️PADDIO
▪️Mega Bangna
ข้อมูลที่ Forbes Thailand อ้างอิงจาก CBRE ระบุว่า พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ เพิ่มจากประมาณ 7.4 ล้านตารางเมตรในปี 2561 เป็น 8.6 ล้านตารางเมตรในปี 2569

การแข่งขันจึงไม่ได้วัดว่าใครมีพื้นที่หรือร้านค้ามากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถสร้าง “ประสบการณ์” และเหตุผลให้ผู้คนกลับมาใช้พื้นที่ได้ต่อเนื่องกว่า
📌 ความท้าทายหลังเปิดโครงการ
▪️ ร้านค้าและบริการบางส่วนยังทยอยเปิด
▪️ ต้องรักษาความสดใหม่ของกิจกรรมหลังช่วงเปิดตัว
▪️ ต้องเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะและอำนวยความสะดวกแก่คนเดินเท้า
▪️ ต้องพิสูจน์ว่าพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมต่าง ๆ เข้าถึงได้จริง
▪️ ต้องสร้างผู้ใช้งานประจำ ไม่ใช่เพียงผู้มาเยือนในช่วงกระแสเปิดตัว

หาก Happitat สามารถรักษาสมดุลระหว่างการค้า ธรรมชาติ และพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ โครงการนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กใหม่ของบางนา แต่ยังอาจเป็นหนึ่งในต้นแบบ Destination Retail ของประเทศไทยยุคต่อไป

แล้วคุณคิดว่า Happitat มีจุดเด่นมากพอที่จะก้าวขึ้นเป็น Destination Retail แห่งใหม่ของย่านบางนา–ตราดหรือไม่?

📍 บางนา–ตราด กม.7 หน้า The Forestias
⏰ เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น.
หมายเหตุ: ร้านค้าและบริการบางส่วนยังทยอยเปิดให้บริการ

#บางนาตราด #ศูนย์การค้าใหม่

⚠️ ด่วน น้ำท่วมน่าน-เร่งอพยพ! เช็กสถานการณ์ล่าสุด–โรงพยาบาลปรับบริการ–รวมเบอร์ฉุกเฉินขอความช่วยเหลือ-ศูนย์พักพิง!จังหวัด...
20/08/2026

⚠️ ด่วน น้ำท่วมน่าน-เร่งอพยพ!
เช็กสถานการณ์ล่าสุด–โรงพยาบาลปรับบริการ–รวมเบอร์ฉุกเฉินขอความช่วยเหลือ-ศูนย์พักพิง!

จังหวัดน่านกำลังเผชิญสถานการณ์ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอปัว และพื้นที่ตามลุ่มน้ำน่าน หลายหน่วยงานเร่งอพยพและให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่องและน้ำหลากเพิ่มเติม

สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขา ควรติดตามประกาศจากจังหวัด ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด หากได้รับแจ้งให้อพยพ ควรเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็ว โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง

1️⃣ โรงพยาบาลน่านปรับการให้บริการชั่วคราว
▪️โรงพยาบาลน่านประกาศงดให้บริการตรวจรักษาทั่วไปในช่วงวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569
▪️ เปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน

⚠️ สำคัญ: ผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
▪️ ย้ายจุดให้บริการอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ไปยัง “สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน” เป็นการชั่วคราว
▪️ ผู้ที่มีเหตุฉุกเฉิน ให้ไปยังจุดให้บริการชั่วคราวที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน
▪️ ติดต่อ 1669 เพื่อประสานการช่วยเหลือก่อนเดินทาง
2️⃣ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ปรับแผนบริการ
▪️ เลื่อนการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน เพื่อสำรองกำลังและทรัพยากรสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
🚨 รวมเบอร์ฉุกเฉิน น้ำท่วม–น้ำป่า–ดินโคลนถล่ม จ.น่าน
จากข้อมูลประชาสัมพันธ์ของ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วมจังหวัดน่าน (JIC NAN) ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ตามช่องทางต่อไปนี้

📌 สายด่วน 24 ชม.
▪️ ปภ. จังหวัดน่าน: 054-716-174 หรือ
▪️ สายด่วน 1784
▪️ ID:
▪️ สายด่วนเทศบาลเมืองน่าน: 199 / 054-710-261/ 054-771-199

พร้อมระบุพิกัด สถานที่ จำนวนผู้ประสบภัย และเบอร์ติดต่อกลับให้ชัดเจน

📌 หน่วยงานกู้ชีพ-กู้ภัย
▪️ ศูนย์กู้ชีพ อบจ.น่าน: 054-059-855 — ตลอด 24 ชั่วโมง
▪️ สมาคมสว่างนครน่านรวมใจ: 054-052-215 / 098-885-3520 — ตลอด 24 ชั่วโมง
▪️ ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน: 054-773-888
▪️ เจ็บป่วยฉุกเฉิน: 1669
▪️ มูลนิธิเพชรเกษมน่าน: สนง.ใหญ่ท่าวังผา 054-719-555 / เขตเวียงสา 054-052-212 / เขตบ่อเกลือ 054-719-777
📌 หน่วยงานความมั่นคงและสาธารณูปโภค
▪️ ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน: 191
▪️ มณฑลทหารบกที่ 38: 054-718-070-1
▪️ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค: 1129 หรือ 054-718-120
▪️ แขวงทางหลวงน่านที่ 1: 054-741-379
▪️ แขวงทางหลวงน่านที่ 2: 054-718-040
▪️ เทศบาลเมืองน่าน: 199
▪️ ชลประทานน่าน: 054-716-185
⚠️ ก่อนออกจากบ้านหรือเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม
▪️ ติดตาม Cell Broadcast และประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากมีคำสั่งอพยพให้ดำเนินการทันที โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง
▪️ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านกระแสน้ำแรง
▪️ อย่าเข้าใกล้เสาไฟ สายไฟ หรือตู้และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม หากพบสายไฟขาดหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่น้ำ ให้หลีกเลี่ยงและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
▪️ เตรียมพร้อมอพยพ ย้ายเอกสารสำคัญ ยา อุปกรณ์สื่อสาร และของจำเป็นขึ้นที่สูง พร้อมตรวจสอบเส้นทางและสถานการณ์ล่าสุดก่อนเดินทาง

🙏 LAD ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่าน ผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกคนที่กำลังปฏิบัติงานในพื้นที่ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน

แชร์โพสต์นี้ไว้ เผื่อเบอร์ฉุกเฉินและข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ใครเข้าถึงความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น

เช็ครายชื่อศูนย์พักพิง:
https://www.facebook.com/share/p/1BnfoRkMts/

#น้ำท่วมน่าน #น่านน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #น้ำท่วมภาคเหนือ #น้ำป่าไหลหลาก #ดินโคลนถล่ม #อำเภอปัว #ปัว #จังหวัดน่าน #โรงพยาบาลน่าน #โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว #เบอร์ฉุกเฉิน #แจ้งเหตุน้ำท่วม #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ปภ #สายด่วน1784 #1669 #เตือนภัย #ภัยพิบัติ

ที่อยู่

23/85 อาคารออโรส กรุ๊ป ซอยลาดพร้าว 23 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ LAD : Land Analysis & Development โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง LAD : Land Analysis & Development:

ทางลัด

แชร์