เดอะกฤต บูชเตอร์ปั๊ม ปั๊มน้ำ อะไหล่ปั๊ม

เดอะกฤต บูชเตอร์ปั๊ม ปั๊มน้ำ อะไหล่ปั๊ม ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก เดอะกฤต บูชเตอร์ปั๊ม ปั๊มน้ำ อะไหล่ปั๊ม, อสังหาริมทรัพย์, ถนนเลียบคลองสอง แขวงสามวาตะวันตก คลองสามวา กทม, Bangkok

จำหน่ายปั๊มน้ำEBARA Calpeda GRUNDFOS Tsurumi GSD PUMP MITSUBISHI ปั๊มสระว่ายน้ำ วาล์วKITZ SANWA เพรสเชอร์เกจ มอเตอร์ มอเตอร์เกียร์ รับงานระบบประปาท่อPPR PE PP งานบ่อบำบัดน้ำเสีย งานระบบดับเพลิง งานท่อในโรงงานอุตสาหกรรมทุกชนิด อะไหล่ปั๊ม โทร.096-886-1732

31/07/2026
เรียบร้อยงานดีมีคุณภาพเรียกใช้โทร.096-8658906
31/07/2026

เรียบร้อยงานดีมีคุณภาพเรียกใช้โทร.096-8658906

ปั๊มน้ำ อะไหล่
17/10/2025

ปั๊มน้ำ อะไหล่

ออกวิ่งทั้งอาทิตย์หยุดซ่อมบ้างพรุ้งนี้โทร.096-8861732
17/10/2025

ออกวิ่งทั้งอาทิตย์หยุดซ่อมบ้างพรุ้งนี้โทร.096-8861732

08/10/2025

การออกแบบระบบสปริงเกลอร์ – Pipe Schedule และ Hydraulic Calculation

การออกแบบระบบสปริงเกลอร์อัตโนมัติเป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแง่วิธีการกำหนดขนาดท่อและการตรวจสอบสมรรถนะของระบบ ในยุคเริ่มแรกของการติดตั้งสปริงเกลอร์ วิธีการออกแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ “Pipe Schedule” ซึ่งเป็นการกำหนดขนาดท่อจากตารางมาตรฐานตามจำนวนหัวสปริงเกลอร์ที่ต่ออยู่บนท่อนั้น วิธีการดังกล่าวมีข้อดีที่เรียบง่าย ไม่ต้องอาศัยการคำนวณซับซ้อน สามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็ว จึงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในสมัยที่เครื่องมือด้านการคำนวณยังมีข้อจำกัด อย่างไรก็ตาม Pipe Schedule ไม่สามารถสะท้อนสมรรถนะจริงของระบบได้ครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงความหลากหลายของสภาพแหล่งน้ำและความซับซ้อนของระบบท่อที่พบในอาคารสมัยใหม่

มาตรฐาน NFPA จึงได้กำหนดข้อจำกัดของการใช้ Pipe Schedule อย่างชัดเจน กล่าวคืออนุญาตให้ใช้เฉพาะในระบบที่มีอยู่แล้วหรือการต่อขยายระบบเดิมเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับการออกแบบระบบใหม่ และยังกำหนดเพิ่มเติมว่าการใช้ Pipe Schedule จะใช้ได้กับหัวสปริงเกลอร์ที่มีค่า K-factor 5.6 (nominal) เพียงอย่างเดียว การใช้หัวที่มีค่า K-factor แตกต่างไปจากนี้ไม่ว่าจะมากหรือน้อยย่อมทำให้ระบบไม่สามารถรับประกันการทำงานตามที่คาดหวังได้ หากค่า K-factor มากกว่า 5.6 หัวสปริงเกลอร์จะจ่ายน้ำมากขึ้นที่แรงดันเท่าเดิม แต่ผลที่ตามมาคือการสูญเสียแรงเสียดทานในท่อสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระบบไม่สามารถควบคุมไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน หากค่า K-factor ต่ำกว่า 5.6 หัวสปริงเกลอร์อาจไม่สามารถจ่ายน้ำได้เพียงพอต่อการควบคุมเพลิงไหม้ ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า Pipe Schedule ไม่สามารถประยุกต์ใช้กับหัวสปริงเกลอร์ที่มี K-factor แตกต่างจาก 5.6 ได้

ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีการคำนวณพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะการมาถึงของเครื่องคิดเลขทางวิศวกรรมและคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา การออกแบบโดยใช้วิธี “Hydraulic Calculation” จึงกลายเป็นมาตรฐานหลักแทนที่ Pipe Schedule วิธีการดังกล่าวอาศัยหลักสมการทางไฮดรอลิกในการคำนวณแรงดันและอัตราการไหลของน้ำภายในระบบท่อ ทำให้สามารถสะท้อนสมรรถนะที่แท้จริงของระบบได้อย่างแม่นยำ Hydraulic Calculation จึงเหมาะกับระบบใหม่ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะระบบที่มีความซับซ้อน อาคารสูง ระบบที่ใช้หัวสปริงเกลอร์ขนาด K-factor แตกต่างจาก 5.6 และระบบที่จัดอยู่ในประเภทความเสี่ยงสูง เช่น Extra Hazard Group 1 และ Group 2 ตลอดจนระบบ Exposure Protection ที่ใช้เพื่อป้องกันการลุกลามของเพลิงจากอาคารข้างเคียง

การใช้งาน Pipe Schedule ตาม NFPA
มาตรฐาน NFPA ได้กำหนดเงื่อนไขของการใช้ Pipe Schedule ไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถใช้ได้เฉพาะกับระบบที่มีอยู่แล้ว (existing system) หรือการต่อขยายระบบเดิมเท่านั้น และไม่สามารถนำมาใช้กับการออกแบบระบบใหม่ นอกจากนี้ ยังใช้ได้เฉพาะกับหัวสปริงเกลอร์ที่มีค่า K-factor 5.6 nominal เท่านั้น และต้องอาศัยแหล่งน้ำที่มีแรงดันตกค้างสูงและเสถียร

ข้อจำกัดของ Pipe Schedule
Pipe Schedule มีข้อจำกัดที่สำคัญ ได้แก่:
- จำกัดการใช้หัวสปริงเกลอร์: ใช้ได้เฉพาะหัว K=5.6 เท่านั้น หากใช้หัว K-factor อื่น ระบบอาจไม่ทำงานตามที่คาดหวัง
- จำกัดประเภทระบบ: ไม่สามารถใช้กับ Extra Hazard Group 1 & 2 หรือ Exposure Protection
- ไม่รองรับระบบที่ซับซ้อนหรืออาคารสูง ซึ่งต้องการการตรวจสอบแรงดันและอัตราการไหลที่ละเอียด

K-Factor และผลกระทบต่อ Pipe Schedule
K-Factor เป็นค่าที่บ่งบอกสมรรถนะการจ่ายน้ำของหัวสปริงเกลอร์ โดยมีสูตร Q = K × √P Pipe Schedule ถูกออกแบบมาเพื่อหัว K=5.6 เท่านั้น หากใช้หัวที่มี K-factor มากกว่านี้ หัวจะจ่ายน้ำมากขึ้นแต่ทำให้เกิดแรงเสียดทานเพิ่ม และหากใช้หัวที่มี K-factor น้อยกว่า ระบบอาจไม่สามารถจ่ายน้ำได้เพียงพอ ดังนั้น Pipe Schedule ไม่สามารถใช้ได้กับหัวที่มีค่า K ≠ 5.6

การใช้ Hydraulic Calculation
Hydraulic Calculation คือการออกแบบระบบสปริงเกลอร์โดยใช้สมการทางไฮดรอลิก เพื่อคำนวณแรงดันและอัตราการไหลในท่ออย่างละเอียด วิธีนี้แม่นยำและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เหมาะสำหรับระบบใหม่ทุกประเภท รวมทั้งอาคารสูง ระบบที่ซับซ้อน และระบบที่มีความเสี่ยงสูง ข้อดีของวิธีนี้คือสามารถใช้กับหัวสปริงเกลอร์ทุกขนาด K-factor และตรวจสอบได้ด้วยหลักฐานทางวิศวกรรม

สรุป
Pipe Schedule ถือเป็นวิธีการออกแบบที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะระบบเดิมหรือการต่อขยายระบบ และใช้กับหัว K=5.6 เท่านั้น ในขณะที่ Hydraulic Calculation กลายเป็นมาตรฐานหลักของการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด เพราะรองรับได้ทั้งหัวสปริงเกลอร์ทุกขนาด วัสดุท่อทุกชนิด และประเภทความเสี่ยงทุกระดับ การเลือกใช้วิธีออกแบบต้องยึดตามมาตรฐาน NFPA และข้อกำหนดของ AHJ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบสปริงเกลอร์ทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือและปลอดภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้จริง

27/09/2025

NPSH คืออะไร และสำคัญอย่างไร
NPSH (Net Positive Suction Head) คือค่าที่ใช้ประเมินความเสี่ยงการเกิด cavitation ในปั๊มน้ำ ซึ่งเป็นภาวะที่ความดันฝั่งดูดต่ำจนของเหลวเกิดการเดือดเป็นไอ ทั้งที่อุณหภูมิไม่สูง เมื่อฟองไอไหลเข้าสู่วงใบพัดแล้ว “ยุบตัว” ทำให้เกิดแรงกระแทกจุลภาค ส่งผลให้ใบพัดสึกกร่อน (pitting), ปั๊มสั่นและเสียงดัง, ประสิทธิภาพตก และอายุการใช้งานสั้นลง

ดังนั้น การออกแบบให้ NPSHa (ที่ระบบมีให้) ≥ NPSHr (ที่ปั๊มต้องการ) เป็นหัวใจสำคัญในการหลีกเลี่ยง cavitation

1) องค์ประกอบของ NPSHa
สูตรทั่วไปสำหรับถังเปิดสู่บรรยากาศ:
NPSHa = H_atm ± H_static – H_vp – h_f

- H_atm: ความดันบรรยากาศ (≈ 10.33 m ที่ระดับน้ำทะเล)
- H_static: ระยะสุทธิระหว่างผิวน้ำกับแกนปั๊ม (บวกหากปั๊มต่ำกว่า, ลบหากสูงกว่า)
- H_vp: ความดันไอของน้ำ (ขึ้นกับอุณหภูมิ เช่น 30 °C ≈ 0.43 m)
- h_f: การสูญเสียฝั่งดูด (ท่อ + ฟิตติ้ง)

ในงานจริงควรเผื่อ Safety:
NPSHa,eff = H_atm ± H_static – H_vp – h_f – h_safety

2) การหาค่า h_f (สูญเสียฝั่งดูด)
1. ท่อ (Darcy–Weisbach): h_f,pipe = f (L/D)(v²/2g)
2. ฟิตติ้ง (Minor losses): h_f,minor = (ΣK)(v²/2g)

ค่าของ f มาจากสูตร Swamee–Jain (ขึ้นกับ Re และความขรุขระ), ส่วนค่า K ต้องดูจากคู่มือวิศวกรรมหรือสเปคผู้ผลิตฟิตติ้ง

3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อ NPSH
ทำให้ NPSHa ลดลง:
- ปั๊มยกสูง (suction lift)
- ท่อดูดยาว/แคบ/ฟิตติ้งมาก
- น้ำอุณหภูมิสูง (H_vp เพิ่ม)
- ติดตั้งในพื้นที่สูง (H_atm ลด)

ทำให้ NPSHa เพิ่มขึ้น:
- วางปั๊มต่ำลง (flooded suction)
- ขยายท่อดูด ลดความยาวและจำนวนฟิตติ้ง
- ลดอุณหภูมิของน้ำ
- เลือกปั๊มที่ต้องการ NPSHr ต่ำ

4) ตัวอย่างรายการคำนวณ NPSH (จากโจทย์หน้างานจริง)
เงื่อนไข:
- Q = 30 m³/h = 0.00833 m³/s
- ท่อดูด 4" (ID ≈ 0.1016 m), L = 6 m
- ฟิตติ้ง: entrance, elbow 90°, eccentric reducer, foot valve, strainer (ΣK ≈ 4.7)
- H_atm = 10.33 m (ระดับน้ำทะเล)
- น้ำ 30 °C ⇒ H_vp = 0.43 m
- h_s = 2.50 m (ปั๊มสูงกว่าผิวน้ำ)
- Safety = 1.00 m

ขั้นที่ 1: ค่าพื้นฐานการไหล
พื้นที่หน้าตัด A = πD²/4 = 0.00811 m²
ความเร็ว v = Q/A = 0.00833 / 0.00811 ≈ 1.03 m/s
Head velocity v²/2g = (1.03)² / (2×9.81) ≈ 0.054 m

ขั้นที่ 2: สูญเสียตามท่อ
ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (f) ≈ 0.0195 (ท่อเหล็กเชิงพาณิชย์)
h_f,pipe = f (L/D)(v²/2g)
= 0.0195 × (6/0.1016) × 0.054 ≈ 0.062 m

ขั้นที่ 3: สูญเสียในฟิตติ้ง
h_f,minor = ΣK(v²/2g)
= 4.70 × 0.054 ≈ 0.254 m
รวม h_f = 0.316 m

ขั้นที่ 4: คำนวณ NPSHa
NPSHa = H_atm – h_s – H_vp – h_f
= 10.33 – 2.50 – 0.43 – 0.316 = 7.08 m

รวม Safety:
NPSH_a,eff = 7.08 – 1.00 = 6.08 m

การตีความ:
หากปั๊มที่อัตราการไหลนี้มี NPSHr ≈ 2–4 m
→ NPSH_a,eff = 6.08 m มากกว่า NPSHr
⇒ เพียงพอและปลอดภัย มี margin ราว 2–4 m

5) ข้อควรระวังและคำแนะนำ
- อ่านค่า NPSHr จาก curve ที่อัตราการไหลจริง
- เผื่อ Safety ≥ 1 m หรือ ≥10–30% ของ NPSHr
- ลด h_f และ suction lift หากมาร์จินต่ำ
- ใช้ Vertical turbine pump หาก NPSHa มีจำกัด

อบรมการออกแบบระบบท่อภายในอาคารรุ่นที่ 5📌
Basic Training Course of Plumbing System
🌐 Online Seminar ผ่านโปรแกรม Zoom*
🔹 4-5. ตุลาคม 2568
📌 มีบันทึก VDO สามารถดูย้อนหลังกี่รอบก็ได้
ติดต่อสอบถาม
📌 สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันนี้ - 3 ตุลาคม. 2568
อีเมล : [email protected]
✍ รายละเอียด และลงทะเบียนที่นี่ ตาม QR Code หรือ กด Link
https://docs.google.com/forms/d/1MTBsAvwcyP4uZ-B5RIKGxpqfx895UmFbzAu-kIcf_UM/edit
QR CODE ติดโฆษณา ให้กดข้ามนะครับ
👉 เนื้อหา
หลักสูตร ที่เน้น พื้นฐานและเทคนิคการออกแบบงานระบบท่อในอาคาร
หลักสูตร ที่เน้น การนำไป ประยุกต์เพื่อใช้งานออกแบบ,งานติดตั้งและตรวจงาน ได้จริง
หลักสูตร ที่เน้น เพื่อ คน ทำงานสายที่เกี่ยวข้อง
-------------------------------------------------------------------------
ระบบท่อในอาคาร (Plumbing System) เป็นงานระบบวิศวกรรมที่มีความสำคัญต่อผู้ใช้อาคารทางด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การออกแบบระบบท่อในอาคาร (Plumbing System) จะต้องอ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น วสท., ASPE ,IPC
และคู่มือของผู้ผลิตจะทำให้ ประหยัดค่าก่อสร้างและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
--------------------------------------------------------------------------
หัวข้อบรรยายโดยสังเขป
- การคำนวณปริมาณการใช้น้ำในอาคาร
- การออกแบบระบบท่อน้ำประปาในอาคาร
- การออกแบบเครื่องสูบน้ำประปาในอาคาร
- การออกแบบระบบท่อระบายน้ำเสีย
- การออกแบบระบบท่อระบายน้ำฝน
- การออกแบบระบบสระว่ายน้ำ..................................
ติดต่อสอบถาม
📧 อีเมล : [email protected]
✍ รายละเอียด และลงทะเบียนที่นี่ ตาม QR Code หรือ กด Link
https://docs.google.com/forms/d/1MTBsAvwcyP4uZ-B5RIKGxpqfx895UmFbzAu-kIcf_UM/edit
@ผู้ติดตาม

QR CODE ติดโฆษณา ให้กดข้ามนะครับ

14/09/2025

❌ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดตั้ง Priming Tank เพื่อแก้ปัญหา Horizontal Split-Case Fire Pump

ปัญหาและข้อห้ามในการติดตั้ง Horizontal Split-Case Fire Pump เมื่อถังน้ำอยู่ต่ำกว่าเครื่องสูบน้ำ

Horizontal Split-Case Fire Pump (HSC) เป็นปั๊มแรงเหวี่ยงที่นิยมใช้มากที่สุดในระบบดับเพลิงอาคารสูงและโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูง บำรุงรักษาง่าย และรองรับอัตราการไหลได้กว้าง อย่างไรก็ตาม มาตรฐาน NFPA 20 – Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection กำหนดข้อจำกัดชัดเจนเกี่ยวกับการติดตั้งปั๊มชนิดนี้ โดยเฉพาะเมื่อ ระดับน้ำในถังดับเพลิงต่ำกว่าเครื่องสูบน้ำ หากฝืนใช้วิธีดูดยกน้ำ (static suction lift) จะเสี่ยงต่อความล้มเหลวและไม่ผ่านการตรวจรับรองระบบดับเพลิง

❌ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดตั้ง Priming Tank เพื่อแก้ปัญหา Horizontal Split-Case Fire Pump

ความเชื่อที่ผิด: “ใส่ Priming Tank แล้วปั๊มดูดยกน้ำได้ปลอดภัย”
• หลายโครงการเก่าเชื่อว่าการเพิ่ม ถัง Priming Tank และ Foot Valve จะทำให้ Horizontal Split-Case Fire Pump (HSC) ดูดยกน้ำจากแหล่งน้ำที่อยู่ต่ำกว่าได้เหมือน Vertical Turbine Pump
• ความจริง: NFPA 20 หลังปี 1974 ไม่อนุญาตให้ใช้วิธีนี้ เพราะถัง priming และ foot valve ไม่สามารถรับประกันความพร้อมใช้งาน หากเกิดการรั่วหรือการดูดอากาศ ปั๊มจะเสีย prime และหยุดทำงาน

เข้าใจผิดว่าเป็น “วิธีประหยัด”
• ผู้ติดตั้งบางรายคิดว่า การติดตั้ง priming tank ประหยัดกว่าการย้ายปั๊มลงต่ำหรือสร้าง break tank/boot pit
• ความจริง: ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระยะยาวสูงกว่า—foot valve และวาล์วช่วย priming มักรั่วหรือเสื่อมสภาพ ทำให้ต้องซ่อมแซมบ่อย และเมื่อปั๊มไม่ทำงานในเหตุเพลิงไหม้ ค่าเสียหายจากไฟไหม้สูงกว่ามาก

ข้อห้ามใช้ Priming Tank และ Foot Valve กับ HSC Fire Pump ตาม NFPA 20

1) ก่อนปี 1974: NFPA 20 เคย “อนุญาต”
• ในฉบับเก่า (เช่นช่วงทศวรรษ 1960) มาตรฐาน ยังเปิดทางให้ปั๊มแรงเหวี่ยงแนวนอน ทำงานแบบ suction lift ได้ หากติดตั้ง ถังน้ำสำหรับไพรม (priming tank) และ วาล์วเท้า (foot valve) เพื่อเก็บน้ำค้างในท่อและตัวเรือนปั๊มให้พร้อมดูดเมื่อสตาร์ทครั้งถัดไป หลักการในคู่มือสมัยนั้นถึงกับระบุให้ “ถังไพรมต้องมีขนาดพอและท่อเชื่อมใหญ่พอ เพื่อให้ปั๊มไพรมได้เร็วแม้มีการรั่วที่ foot valve” ซึ่งเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งระบบนี้เคยเป็นแนวปฏิบัติจริงใน NFPA 20 รุ่นเก่า. 

2) ประสบการณ์ภาคสนาม: “เสีย prime → ปั๊มไหม้”
• เมื่อใช้งานจริง foot valve มักรั่ว/ติดขัด หรือผิวรองนั่งสกปรก ทำให้น้ำในท่อดูดและ casing ไหลย้อน ลงแหล่งน้ำ เกิด “สูญเสีย prime”
• ในเหตุเพลิงไหม้ หากสตาร์ทปั๊มตอน มีอากาศค้างเพียง ~3% ในเรือนปั๊ม ปั๊ม HSC หลายรุ่น ไม่สามารถจ่ายน้ำได้เลย และอาจ หมุนแห้งเสียหาย (dry running) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบซ้ำ ๆ จนถูกมองว่า “ไม่น่าเชื่อถือพอ” สำหรับระบบดับเพลิง. 

3) จุดเปลี่ยนในมาตรฐาน: “ตัดแนวคิด priming ออกในปี 1974”
• คณะกรรมการ NFPA 20 ยกเลิกการยอมรับแนวทาง suction lift ด้วย priming tank/foot valve ตั้งแต่ฉบับปี 1974 โดยเหตุผลหลักคือ “ความไม่น่าเชื่อถือ” จากเคส foot valve ล้มเหลวจนปั๊มเสียหายเมื่อวิ่งแห้ง (บันทึกไว้ในคำอธิบายของ NFPA 20 Handbook และสรุปเชิงประวัติโดยผู้เชี่ยวชาญหลายแหล่ง). 

4) แนวทางหลังปี 1974: ต้อง “flooded suction” หรือเปลี่ยนชนิดปั๊ม
• หลักการปัจจุบันของ NFPA 20: ปั๊มแรงเหวี่ยงแนวนอน (HSC/End Suction/Inline) ต้อง จัดให้มีแรงดันบวกที่หน้าแปลนดูด (flooded suction) ตลอดเวลา ไม่ออกแบบให้ “ยกน้ำ” ด้วยกลไกไพรมอีกต่อไป
• กรณีแหล่งน้ำอยู่ระดับต่ำกว่า → ให้ใช้ Vertical Turbine Fire Pump (VTP) ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกน้ำจากบ่อ/สระ/หลุม (น้ำต่ำกว่าปั๊ม) ตั้งแต่ต้นทางอยู่แล้ว ตามบทความทางการของ NFPA. 
• คู่มือสายประกันและวงการ (เช่น NFSA) ก็สรุปทำนองเดียวกันว่า งานใหม่ ไม่ให้ใช้ HSC แบบ suction lift; ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้เลือก VTP แทน. 

5) คำถามพบบ่อย: แล้วค่าความดันลบเล็กน้อยที่หน้าแปลนดูดได้ไหม?
• มาตรฐาน ยอมให้มีค่าลบเล็กน้อย ที่หน้าแปลนดูด (เช่นประมาณ −3 psi) ในกรณีดูดจาก ถังที่เอาต์เล็ทอยู่ระดับเดียวกันหรือสูงกว่า ปั๊ม ซึ่งเป็นผลจาก สูญเสียในท่อ ไม่ใช่การ “ยกน้ำ” ด้วยการไพรม แนวคิดนี้ต่างจาก suction lift โดยสิ้นเชิง. 
• แนวปฏิบัติของ FM Global DS 3-7 ก็เน้นให้จัดรูปแบบดูดเป็น flooded suction และคุมการสูญเสีย/ความปั่นป่วนในท่อดูดอย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงคาวิเตชันและการสูญเสีย prime. 

6) สรุปเชิงนโยบายของ NFPA 20
• “ไม่ใช้ priming tank/foot valve กับ HSC” ไม่ใช่เพียงรสนิยมการออกแบบ แต่เป็นบทเรียนจากความเสียหายจริง—สูญเสีย prime = ปั๊มไม่ทำงานในนาทีวิกฤต จึงถูก ถอดออกตั้งแต่ฉบับปี 1974 และถูกแทนที่ด้วยข้อกำหนดให้ flooded suction สำหรับ HSC และให้เลือก VTP เมื่อต้องยกน้ำจากระดับต่ำกว่า.

อ้างอิงมาตรฐาน
• NFPA 20: Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection, 2025 Edition — §4.16.1 และ Annex A.4.16
• NFPA 20 Handbook — Historical Notes on Removal of Priming Tank/Foot Valve (1974)
• FM Global Data Sheet 3-7: Fire Protection Pumps — Flooded Suction Guidelines

สรุป: การใช้ Priming Tank เป็นการแก้ปัญหาที่ “ดูง่าย” แต่ เข้าใจผิด และไม่ปลอดภัยตามมาตรฐานสมัยใหม่ ความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากการอ้างอิงแนวทางเก่าหรือการประหยัดต้นทุน แต่เสี่ยงต่อความล้มเหลวของระบบดับเพลิงเมื่อเกิดเหตุจริง คำแนะนำตาม NFPA 20 คือ ใช้ flooded suction หรือเลือกปั๊มชนิดที่ออกแบบมาสำหรับ suction lift เช่น Vertical Turbine Pump แทน

งานระบบปั้มน้ำประปา,สุขาภิบาล
07/09/2025

งานระบบปั้มน้ำ
ประปา,สุขาภิบาล

06/09/2025

หลักการคำนวณขนาดถังน้ำมัน Fire Pump (NFPA 20: 2025)

มาตรฐาน NFPA 20: 2025 ได้กำหนดเกณฑ์การออกแบบขนาดถังน้ำมันสำหรับ Fire Pump ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล โดยยึดตามปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Consumption) ของเครื่องยนต์ที่โหลดสูงสุด (Full Load Consumption) ดังนี้:

หลักการทั่วไป
- ถังน้ำมันต้องมีปริมาตรเพียงพอสำหรับการเดินเครื่องต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงเต็ม ตามอัตราการกินน้ำมันสูงสุดของเครื่องยนต์ (Full Load Fuel Consumption).

- ต้องเผื่อปริมาณน้ำมันเพิ่มอีก 10% เพื่อรองรับ:
• 5% สำหรับการขยายตัวของน้ำมัน (Expansion Space).
• 5% สำหรับน้ำมันตกค้าง (Sump Allowance).

สูตรการคำนวณ
V_tank = (Full load fuel consumption × 12 hr × 1.10)

โดยที่:
- V_tank = ปริมาตรถังน้ำมันที่ต้องการ (ลิตร หรือ แกลลอน).
- Fuel consumption = ค่าการใช้น้ำมันที่โหลดเต็มของเครื่องยนต์ (ลิตร/ชั่วโมง หรือ แกลลอน/ชั่วโมง).

กรณีไม่ทราบค่า Fuel Consumption
หากไม่ทราบอัตราการกินน้ำมันจริงของเครื่องยนต์ สามารถใช้ค่าประมาณ:
• 1 แกลลอน/HP (≈ 5.07 ลิตร/kW).
แล้วนำไปคูณกับกำลังเครื่องยนต์ (HP หรือ kW) และเผื่อ 10% เช่นเดียวกัน. เพื่อรองรับ:
• 5% สำหรับการขยายตัวของน้ำมัน (Expansion Space).
• 5% สำหรับน้ำมันตกค้าง (Sump Allowance).

ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าเครื่องยนต์ Fire Pump มีอัตราการกินน้ำมัน = 22 L/hr ที่ Full Load.

คำนวณ:
V_tank = 22 × 12 × 1.10 = 290.4 L

ดังนั้นควรเลือกถังน้ำมันขนาด ≥ 300 ลิตร.

ข้อกำหนดเสริมตาม NFPA 20: 2025
- ถังต้องมีการติดตั้งเฉพาะ Fire Pump เท่านั้น ไม่ใช้ร่วมกับระบบอื่น.
- ต้องมีท่อเติม, ท่อจ่าย, ท่อกลับ, Vent, Drain, และ Fuel Level Indicator.
- ต้องมีสัญญาณเตือนน้ำมันต่ำ (Low Fuel Alarm) ที่ระดับ 2/3 ของถัง.

- ต้องมี Bund Wall หรือ Double-Wall Tank เพื่อป้องกันการรั่วซึม.
วิธีคำนวณความจุ Bund (ในอาคาร)
• เกณฑ์ NFPA 20 (single-wall):

Vbund(min) ≥ 1.00 × Vtank

• ถ้า AHJ เรียก 110%:

Vbund(min) ≥ 1.10 × Vtank

ตัวอย่างจากถังในรูป (ป้าย 515 gal)
• แปลงหน่วย:

515 gal × 3.78541 = 1,949.49 L ≈ 1.949 m³

• ตาม NFPA 20 (100%) → ต้องมีบันด์จุ ≥ 515 gal (≈ 1.95 m³)

• ถ้าท้องถิ่นกำหนด 110% → ต้องมีบันด์จุ ≥ 566.5 gal (≈ 2.144 m³)

- การติดตั้งและวัสดุต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ NFPA 20.

สรุป
NFPA 20: 2025 กำหนดว่าขนาดถังน้ำมันของ Fire Pump ต้องมีปริมาตรเพียงพอสำหรับการเดินเครื่อง อย่างน้อย 12 ชั่วโมงเต็ม โดยอ้างอิงอัตราการกินน้ำมันสูงสุดของเครื่องยนต์ และเผื่อปริมาณน้ำมันเพิ่มอีก 10% สำหรับ Expansion และ Sump Allowance เพื่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการทำงาน.

06/09/2025

การคำนวณขนาด Pressure Tank ของ Booster Pump

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การหาสูตรที่เหมาะสมในการคำนวณขนาด Pressure Tank ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราการไหลของปั๊ม ความดัน Cut-in / Cut-out เวลาการทำงานขั้นต่ำ รวมไปถึงการปรับค่าความดันเป็น Absolute pressure ซึ่งถ้าหากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งไป สูตรที่ได้อาจไม่สะท้อนความเป็นจริง และเสี่ยงต่อการเลือกถังที่เล็กหรือใหญ่เกินความจำเป็น

ความท้าทายที่เจอคือ:
• สูตรที่พบในตำราแต่ละแห่งมักไม่สมบูรณ์ หรืออิงเฉพาะทฤษฎี ทำให้ใช้กับงานจริงยาก
• บางสูตรให้ผลใกล้เคียง แต่ไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมการทำงานของถังและปั๊มได้ครบถ้วน
• เอกสารและมาตรฐานที่อ้างอิงก็มีหลายเวอร์ชัน บางครั้งทำให้เกิดความสับสนในการนำไปใช้

ทั้งหมดนี้ทำให้การออกแบบระบบที่ปลอดภัยและประหยัดเป็นเรื่องที่ต้องค้นคว้า ทดลอง และปรับแก้มานาน

การค้นพบสูตรที่เหมาะสม
หลังจากผ่านการค้นคว้า ทดลอง และตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ในที่สุดก็ได้เจอ สูตรที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานจริง

Vw = Vt · P0 (1/P1 - 1/P2)

สูตรนี้ได้รวมปัจจัยที่สำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อัตราการไหลของปั๊ม (Q), เวลาขั้นต่ำในการทำงาน (t), แรงดัน Pre-charge (P0) และ แรงดัน Cut-in / Cut-out (P1, P2) ทำให้สามารถคำนวณหาขนาดถังที่ “พอดีที่สุด” ไม่เล็กจนเสี่ยงต่อปั๊มเสียหาย และไม่ใหญ่เกินจนสิ้นเปลือง

ความสำคัญของ Pressure Tank
ถังแรงดัน (Pressure Tank) มีหน้าที่หลัก 2 ประการคือ 1) ลดการ ON/OFF ของปั๊มถี่เกินไป ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานมอเตอร์ 2) ดูดซับแรงกระแทก (Water Hammer) และรักษาเสถียรภาพแรงดันในระบบท่อ.

ที่มาของสูตรการคำนวณ
การคำนวณขนาดถังแรงดันอิงจากกฎของแก๊ส (Boyle’s Law: P·V = ค่าคงที่). ในถังแรงดันมีอากาศอัด (pre-charge) แยกด้วยไดอะแฟรม เมื่อน้ำเข้า-ออก ปริมาตรอากาศเปลี่ยนตามความดัน ทำให้ปริมาณน้ำที่สามารถจ่ายได้ต่อรอบ (drawdown) ขึ้นกับค่า cut-in, cut-out และ pre-charge.

สูตรที่ใช้
สูตรแบบ Absolute Pressure:

Vw = Vt · P0 (1/P1 - 1/P2)

โดย Vw = ปริมาณน้ำที่จ่ายออกได้ (L),
Vt = ขนาดถัง (L),
P0 = pre-charge absolute (bar),
P1 = cut-in absolute (bar),
P2 = cut-out absolute (bar).

สูตรแบบย่อ (เมื่อ Pre-charge ≈ Cut-in):

Vt = Vw · (Patm + Pmax) / (Pmax - Pmin)

หลักการตั้งค่า Pressure Tank
• Pre-charge: ตั้ง ≈ Cut-in - 0.1 ถึง 0.2 bar.

• Cut-in / Cut-out: ควรมี ΔP = 0.5–1.0 bar.

• Minimum run time: ≥ 30 วินาที/รอบ (หรือ 60–90 s สำหรับมอเตอร์ใหญ่).

• หากใช้ VFD → ใช้ถังเล็ก 100–300 L ก็เพียงพอ.

หลักการเลือกจำนวนถัง
• ถังขนาดใหญ่มากมักติดตั้งยาก → นิยมใช้หลายถังขนาดกลาง (เช่น 2×500 L). • กรณีใช้ VFD ไม่จำเป็นต้องใช้ถังใหญ่ ใช้เพียงถังเล็กเพื่อซับแรงกระแทก.

ตัวอย่างการคำนวณขนาด Pressure Tank (แบบละเอียด)

1 ข้อมูลตั้งต้น (Design Data)
• อัตราการไหลปั๊ม (Q) = 25 m³/hr = 25,000 L/hr = 416.7 L/min

• Cut-in = 1.6 bar(g), Cut-out = 2.3 bar(g)

• Pre-charge (อัดลมเริ่มต้น) = 1.5 bar(g)

• Minimum run time (t) = 30 s = 0.5 min (ใช้เพื่อคำนวณ drawdown)

• ความดันบรรยากาศ (Patm) = 1.013 bar (สำหรับแปลงเป็น absolute)

ที่มาสูตร (สรุปการพิสูจน์จาก Boyle’s Law)

2.สูตรที่ใช้
สูตรแบบ Absolute Pressure (แม่นยำ):

Vw = Vt · P0 · (1/P1 − 1/P2)

⇒ Vt = Vw ÷ [ P0 · (1/P1 − 1/P2) ]

โดย: Vw = Q·t (ลิตร), P0,P1,P2 เป็น bar(absolute)

สูตรย่อ (กรณีตั้ง Pre-charge ≈ Cut-in และใช้ค่าเกจ):

Vt ≈ Vw · (Patm + Pmax) / (Pmax − Pmin) (หน่วย bar(g), Patm ≈ 1 bar)

3.ขั้นตอนคำนวณ (กรณี t = 30 s)
ขั้นที่ 1) คำนวณ Drawdown: Vw = Q·t = 416.7 × 0.5 = 208.3 L

ขั้นที่ 2) แปลงความดันเป็น Absolute:

P0 = 1.5 + 1.013 = 2.513 bar(a)

P1 = 1.6 + 1.013 = 2.613 bar(a)

P2 = 2.3 + 1.013 = 3.313 bar(a)

ขั้นที่ 3) คำนวณแฟกเตอร์: (1/P1 − 1/P2) = (1/2.613 − 1/3.313) ≈ 0.0809

P0·(1/P1 − 1/P2) = 2.513 × 0.0809 ≈ 0.2032

ขั้นที่ 4) หาขนาดถัง (Absolute method):

Vt = 208.3 ÷ 0.2032 ≈ 1,025 L (≈ 1.03 m³)

ตรวจทานด้วยสูตรย่อ (Gauge method, Patm≈1):

Vt ≈ 208.3 × (1 + 2.3) / (2.3 − 1.6) = 208.3 × 3.3 / 0.7 ≈ 982 L

4. ผลของการตั้งค่า Pre-charge
หากตั้ง Pre-charge ให้ใกล้กับ Cut-in (เช่น 1.6 bar(g)) ผลลัพธ์จากสูตรย่อจะยิ่งเข้าใกล้ค่าวิธี Absolute; ถ้าตั้งต่ำกว่า (เช่น 1.5 bar(g)) ค่าจาก Absolute จะสูงกว่าเล็กน้อย (≈ 1.03 m³ vs ≈ 0.98 m³). แนวปฏิบัติ: ตั้ง Pre-charge ≈ Cut-in − 0.1 ถึง 0.2 bar และวัดตอนถังว่าง (drain น้ำออกหมด)

5.การเลือกขนาดถังและการตั้งค่าที่แนะนำ
• เลือกใช้ถังรวม ≈ 1,000–1,100 L (เช่น 1×1,000 L หรือ 2×500 L)

• ตั้งค่า: Pre-charge ≈ 1.5 bar(g); Cut-in = 1.6 bar(g), Cut-out = 2.3 bar(g) (ΔP = 0.7 bar)

• หากต้องการ Run-time ≥ 60 s ควรขยายขนาดถังเป็น ~2,000 L

• หากใช้ VFD คุมแรงดันคงที่ สามารถลดขนาดถังเหลือ 100–300 L (เพื่อซับแรงกระแทก/เสถียรภาพ)

ที่มา

• ที่มาหลักของสูตร คือ Boyle’s Law + การกำหนดเงื่อนไขการทำงานของปั๊ม (Cut-in, Cut-out, Pre-charge)
• แหล่งอ้างอิงวิศวกรรม: ASHRAE Handbook, Hydraulic Institute, คู่มือผู้ผลิต (Bell & Gossett, Amtrol, Pentair)

อบรมการออกแบบระบบท่อภายในอาคารรุ่นที่ 5📌
Basic Training Course of Plumbing System
🌐 Online Seminar ผ่านโปรแกรม Zoom*
🔹 4-5. ตุลาคม 2568
📌 มีบันทึก VDO สามารถดูย้อนหลังกี่รอบก็ได้
ติดต่อสอบถาม
📌 สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันนี้ - 3 ตุลาคม. 2568
อีเมล : [email protected]
✍ รายละเอียด และลงทะเบียนที่นี่ ตาม QR Code หรือ กด Link
https://docs.google.com/forms/d/1MTBsAvwcyP4uZ-B5RIKGxpqfx895UmFbzAu-kIcf_UM/edit
QR CODE ติดโฆษณา ให้กดข้ามนะครับ
👉 เนื้อหา
หลักสูตร ที่เน้น พื้นฐานและเทคนิคการออกแบบงานระบบท่อในอาคาร
หลักสูตร ที่เน้น การนำไป ประยุกต์เพื่อใช้งานออกแบบ,งานติดตั้งและตรวจงาน ได้จริง
หลักสูตร ที่เน้น เพื่อ คน ทำงานสายที่เกี่ยวข้อง
-------------------------------------------------------------------------
ระบบท่อในอาคาร (Plumbing System) เป็นงานระบบวิศวกรรมที่มีความสำคัญต่อผู้ใช้อาคารทางด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การออกแบบระบบท่อในอาคาร (Plumbing System) จะต้องอ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น วสท., ASPE ,IPC
และคู่มือของผู้ผลิตจะทำให้ ประหยัดค่าก่อสร้างและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
--------------------------------------------------------------------------
หัวข้อบรรยายโดยสังเขป
- การคำนวณปริมาณการใช้น้ำในอาคาร
- การออกแบบระบบท่อน้ำประปาในอาคาร
- การออกแบบเครื่องสูบน้ำประปาในอาคาร
- การออกแบบระบบท่อระบายน้ำเสีย
- การออกแบบระบบท่อระบายน้ำฝน
- การออกแบบระบบสระว่ายน้ำ..................................
ติดต่อสอบถาม
📧 อีเมล : [email protected]
✍ รายละเอียด และลงทะเบียนที่นี่ ตาม QR Code หรือ กด Link
https://docs.google.com/forms/d/1MTBsAvwcyP4uZ-B5RIKGxpqfx895UmFbzAu-kIcf_UM/edit
@ผู้ติดตาม


QR CODE ติดโฆษณา ให้กดข้ามนะครับ

ที่อยู่

ถนนเลียบคลองสอง แขวงสามวาตะวันตก คลองสามวา กทม
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ เดอะกฤต บูชเตอร์ปั๊ม ปั๊มน้ำ อะไหล่ปั๊ม โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์