E Bronco Co.,Ltd.

E Bronco Co.,Ltd. บริษัท อี บรองโค่ จำกัด

Non Fungible Tokens (NFT) คือสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่อยู่บนโลกดิจิทัล ส่วนใหญ่ NFT มีรูปแบบต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ, เพลง, ไอเท...
27/04/2022

Non Fungible Tokens (NFT) คือสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่อยู่บนโลกดิจิทัล ส่วนใหญ่ NFT มีรูปแบบต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ, เพลง, ไอเทมในเกม และวิดีโอ เป็นต้น สินทรัพย์นั้นจึงมีการซื้อขายผ่านทางออนไลน์โดยมูลค่านั้นจะมาจากความน่าสนใจของ NFT นั้น ๆ
NFT กับ เงินคริปโตมีบางส่วนที่เหมือนกันคือจะอยู่ในเครือข่ายบล็อกเชนแล้วมีวิธีที่สร้างคล้ายกันความแตกต่างนั้นคือเงินคริปโตจะสามารถสร้างโดยการขุดเป็นจำนวนมากแต่สำหรับ NFT นั้นจะเป็นการสร้างผลงานหนึ่งชิ้นที่ไม่มีการสร้างซ้ำทำให้ทุก NFT จะมีความเด่นที่ไม่เหมือนกันของแต่ละชิ้นรวมถึงมูลค่าด้วย
NFT แรกที่ถูกสร้างนั้นเป็นวิดีโอ Quantum แล้วมีการลงทะเบียนบนบล็อกเชน Namecoin โดย Kevin McCoy ได้ทำการขายให้กับ Anil Dash ในราคา 4 ดอลลาร์ การขายนี้พวกเขาได้นำเสนออธิบายเทคโนโลยีใหม่นี้ในการประชุม Seven on seven โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “monetized graphics” เป็นการเชื่อมข้อมูลของคริปโตไปยังผลงานศิลปะทำให้สามารถซื้อขายผลงานทางออนไลน์ได้แล้วข้อมูลของผลงานไม่สามารถคัดลอกได้
ปัจจุบัน NFT มีการสร้างใหม่แล้วนำไปซื้อขายตลอดเวลาโดยทุกชิ้นงานจะมีมูลค่าที่ต่างกันต่างกับเงินคริปโตตรงที่ NFT จะมีราคาเฉพาะตัวชิ้นงานแล้วราคาขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อแต่สำหรับเงินคริปโตมีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อราคา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเหรียญที่อยู่ในตลาด ความน่าเชื่อถือ แล้วฟังก์ชันของเหรียญต่าง ๆ จึงเวลาจะมีการตัดสินใจว่าลงทุนในด้านนี้ต้องมีการศึกษาว่าเราต้องการลงทุนแบบไหน แล้วเราอยากได้ผลรับออกมาแบบไหน
---------------------------------------
ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา

#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

Decentralized Financial (DeFi) คือเทคโนโลยีการเงินที่มีระบบความปลอดภัยคล้ายกับเงินคริปโต ฯ โดยธนาคารหรือรัฐบาลไม่มีอำนาจ...
25/04/2022

Decentralized Financial (DeFi) คือเทคโนโลยีการเงินที่มีระบบความปลอดภัยคล้ายกับเงินคริปโต ฯ โดยธนาคารหรือรัฐบาลไม่มีอำนาจในการควบคุมและอนุญาตการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ เนื่องจาก DeFi นั้นเป็นระบบการเงินที่กระจายอำนาจบัญชีที่อยู่ในเครือข่าย
Centralized Finance เป็นระบบการเงินแบบศูนย์รวมที่ธนาคารจะเป็นคนที่เก็บเงินของคุณแล้วการทำธุรกรรมทางการเงินต้องผ่านตัวธนาคาร โดยตัวธนาคารจะมีเป้าหมายในการสร้างกำไรจากการทำคู่สัญญาต่าง ๆ กับบุคคลภายนอกเพื่อสามารถเคลื่อนย้ายเงินซึ่งทางธนาคารจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เวลาเราจะมีการทำธุรกรรมการเงิน ยกตัวอย่าง เวลาเราจะมีการใช้บัตรเครดิตในร้าน ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมบัตรโดยเจ้าของร้านต้องเสียธรรมเนียมเพื่อที่จะส่งข้อมูลในตัวบัตรไปให้ธนาคารเพื่อชำระค่าสินค้า ทำให้เราเห็นร้านต่าง ๆ มีราคาขั้นต่ำในการใช้บัตรเครดิต
ทำให้ธนาคารมีอำนาจในการอนุญาตการเคลื่อนย้ายเงิน ทำให้เราต้องมีการพึ่งพาธนาคารอยู่เสมอในการถอนเงินจากตู้ ATM การโอนเงิน การชำระหนี้ แล้วเวลาเราเดินทางไปต่างประเทศการถอนเงินจะมีค่าธรรมเนียมสูง ต่างจาก DeFi
DeFi ใช้ระบบบล็อกเชนในการเคลื่อนย้ายเงินต่าง ๆ โดยไม่ต้องมีธนาคารเป็นคนกลางเป็นคนอนุญาตการเงินทุกอย่าง แต่จะกระจายอำนาจการอนุญาตนั้นในเครือข่ายบล็อกเชน ซึ่งจะทำการบันทึกเป็นบล็อกแล้วจะรอให้ผู้ใช้คนอื่นตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วอนุญาต บล็อกนั้นจะทำการปิดตัวแล้วแปลงเป็นรหัสที่ไม่มีใครสามารถรับรู้ตัวเนื้อหาได้ แล้วจะสร้างบล็อกใหม่ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบล็อกที่แล้วเชื่อมกันเหมือนกับการล่ามโซ่ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า บล็อกเชน ทำให้ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
-----------------------------
Decentralized Financial (DeFi) is a financial technology similar to cryptocurrencies where banks or governments do not have the authority to control and authorize exchanges.
Centralized Finance is a finance system where the bank collects your money, and all the transactions have to go through the bank. The bank also needs to make a profit, so it signs thrift party contracts to be able to move money, which the bank will charge various fees when we need to have financial transactions. For example, when we pay item with a credit card, there will be some fee to be able to use the card to pay, and the store owner must pay a fee to send the information on the card to the bank for payment.
So, we have to rely on the bank for making a transaction. Making the bank have the power to authorize all financial transactions from withdrawing money, transferring money, and paying off debts but for Decentralized Financial is a different Story.
Defi uses blockchain to transfer money without the need for a bank as the middleman to authorize everything. Instead, it decentralizes the authority in the blockchain network. The block will be recorded and encrypted after being verified and permitted. It then creates a new block with the information related to the previous block. It connects like a chain. So, nobody can fraudulent and manipulate the data without affecting the other blocks.

Cryptocurrency  หรือสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดหนึ่งที่มีการใช้รหัสในการรักษาความปลอดภัยเวลามีการใช้งาน ทำให...
20/04/2022

Cryptocurrency
หรือสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดหนึ่งที่มีการใช้รหัสในการรักษาความปลอดภัยเวลามีการใช้งาน ทำให้สกุลเงินดิจิทัลแทบไม่มีการปลอมแปลงหรือใช้จ่ายซ้ำซ้อน (double-spend) สกุลเงินแบบนี้จึงดูเหมือนน่าเชื่อถือในการค้าขายสินทรัพย์ต่าง ๆ แต่ขนาดนี้มีไม่กี่ประเทศที่ใช้สกุลเงินนี้ในการชำระหนี้ตามกฎหมายเนื่องจากระบบบล็อกเชน (blockchain) เป็นฐานข้อมูลแบบกระจายอำนาจที่จะแชร์ข้อมูลไปตามเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะทำการเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลที่ไม่มีใครเป็นคนกลางที่จัดการเรื่องธุรกรรมการเงินในเครือข่าย รัฐบาลจึงไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ได้ ทำให้รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่อนุญาตในการใช้สกุลเงินดิจิทัลในการชำระหนี้แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ให้ใช้เลย
บางประเทศอนุญาตให้บริษัทสามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลในการซื้อขายเพื่อลงทุนโดยบริษัทจะทำตัวเป็นคนกลางที่จะแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล
ในประเทศไทยมีบริษัทหนึ่งที่ดังในด้านนี้คือ Bitkub ซึ่งทางเขาจะเปิดช่องทางให้คนทั่วไปสามารถซื้อขายเงินดิจิทัลได้ง่ายแล้วมีการวางแผนให้เงินนี้สามารถซื้อสินค้าตามห้าง
สกุลเงินดิจิทัลที่ทุกคนมักรู้จักกันมากคือ เหรียญ Bitcoin เป็นเหรียญดิจิทัลแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาในบล็อกเชนแล้วหลัง ๆ เริ่มมีเหรียญเพิ่มมากขึ้นตามมาเช่น Ethereum, Tether, Binance Coin เป็นต้น แล้วจะมีเหรียญที่ถูกสร้างมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีมูลค่าที่มากหรือน่าเชื่อถือ เหรียญส่วนใหญ่ที่มีมูลค่ามากนั้นมาจากจำนวนเหรียญที่อยู่ในบล็อกเชนและความน่าเชื่อถือของคนทั่วไป
Cryptocurrency จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะทำการซื้อเงินดิจิทัลมาเก็บเพื่อที่จะรอมูลค่าของเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้น พึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะสามารถทำกำไรได้แต่ความเสี่ยงในการลงทุนจะสูงพอ ๆ กันเนื่องจากเงินดิจิทัลไม่มีรัฐบาลมาสนับสนุนเหมือนเงินดอลลาร์ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นคนดูแลมูลค่า ทำให้มูลค่าของเงินดิจิทัลจะขึ้นลงอย่างรุนแรง เราควรศึกษาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเงินดิจิทัลแล้วเตรียมใจยอมรับความเสี่ยง

พูดอังกฤษไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปวันนี้เรามารู้จักกับเทคโนโลยี Live Translate ภาษาเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารซึ่งกันและก...
18/04/2022

พูดอังกฤษไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
วันนี้เรามารู้จักกับเทคโนโลยี Live Translate
ภาษาเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารซึ่งกันและกัน แต่มีภาษามากมายที่เราไม่สามารถเรียนรู้มันหมดได้แต่หลังจากอินเทอร์เน็ตเข้ามามีส่วนในชีวิตของเราภาษาเลยเป็นสิ่งที่ง่ายในการเข้าหา โดยมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะค่อยชอบในการแปลภาษาที่เราไม่เข้าใจให้เป็นภาษาที่เราคุ้นเคยได้
Google translate เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คนทั่วไปได้มีการใช้ในการช่วยแปลภาษามานาน จากช่วงแรกที่ระบบ AI ได้มีปัญหาในการแปลและไม่เข้าใจคำเฉพาะต่าง ๆ ที่แต่ละภาษามี จนทุกวันนี้สามารถเข้าใจคำเฉพาะต่าง ๆ ของแต่ละภาษาแล้วสามารถเรียบเรียงประโยคเป็นภาษาต่าง ๆ ได้
แต่ระบบการแปลภาษาไม่ใช่มีแค่ Google translate ที่ทุกคนรู้จัก ยังมีเจ้าอื่นที่เริ่มเข้ามาใช้ให้บริการแปลภาษาโดยเฉพาะยี่ห้อโทรศัพท์ต่าง ๆ Apple, Samsung หรือ Huawei ที่มีระบบช่วยในการแปลภาษาในตัวโทรศัพท์ที่เราสามารถพูดใส่โทรศัพท์แล้วระบบจะนำสิ่งที่เราพูดมาเรียบเรียงเป็นข้อความแล้วนำมาแปลเป็นภาษาที่เราเลือก
ขณะนี้ระบบ AI ที่ช่วยในการแปลภาษานั้นถูกพัฒนาจนสามารถแปลภาษาได้เป็นเวลาจริง (Live translate) ได้มีการนำมาใช้ในงานปฐมนิเทศ การประชุม หรือไม่ก็การสนทนาปกติโดยระบบจะค่อยฟังเสียงของผู้พูดแล้วนำมาเรียบเรียงเป็นประโยคแล้วแปลออกมาพร้อมกับส่งเสียงพูดออกมาโดยสามารถดัดแปลงเสียงตามความต้องการ
ระบบ AI มีการพัฒนาตลอดเวลา คนเราจึงสงสัยว่าเราจำเป็นที่ต้องเรียนภาษาต่าง ๆ อีกไหม? เราสามารถใช้ AI ในการสื่อสารได้เลยไหม? เป็นสิ่งที่คนอาจเริ่มคิดแต่ AI ขณะนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่จึงเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้มีการเรียนภาษาที่เราจะได้มีการใช้นอกจากจะได้เรียนรู้ภาษาแต่จะได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ติดมากับภาษาอีกด้วย
--------------------------
Language is necessary to us in our daily life and helps us communicate with each other. There are many languages that we might not know about or are hard to learn. Nowadays, language is accessible to everyone through the use of the internet. which has the tool to help us translate languages that are foreign to us into a language that we understand
Google Translate is one of the tools that help us translate foreign languages. In the past, the system made mistakes with some words and had a different understanding of the grammar. Now the system is much better than before. It has fewer mistakes and can restructure the grammar to the specific language.
The translator system has other providers other than google. Another company has a similar one. The smartphone industry uses it on their smartphone with a function that will receive sound to turn it into text and translate it right away.
Today, the system is so advanced that it can translate in real-time, used in orientation, meetings, or everyday conversation. The system can stabilize the human voice and translates it with AI voice in real-time.
Today, people might ask is it necessary to learn a language if there is a system that can help us translate it. We can indeed use it, but there are some benefits to learning a different language. It helps us to know the culture and understand human behavior.



ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา

#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

AI ช่วยให้เราลดความเครียดกับการทำงานได้อย่างไร?--------------------------------------------------------เนื่องจากมีโรคระบ...
14/04/2022

AI ช่วยให้เราลดความเครียดกับการทำงานได้อย่างไร?
--------------------------------------------------------
เนื่องจากมีโรคระบาดเข้ามาในประเทศไทยจนสร้างความเครียดต่าง ๆ โดยเฉพาะความเครียดในการทำงานทำให้ผู้ประกอบการต้องหาวิธีในการลดเครียดของพนักงาน ความเครียดนั้นมาจากการทำต้องทำงานเพิ่มจากเดิม, โอกาสการตกงาน หรือการทำงานนอกออฟฟิศโดยไม่มีการเตรียมพร้อม ผู้ประกอบการจึงต้องใช้ระบบ AI ในการแก้ปัญหานี้ เพื่อลดความเครียดเวลาทำงานแล้วเพิ่มความสามารถในการทำงาน
ยกตัวอย่าง ทีมที่ต้องค่อยเฝ้าดูผลงานไม่ให้มีปัญหาต่าง ๆ มักจะต้องเฝ้าดูงานเป็นเวลานานและมีระยะเวลาในการแก้ปัญหาที่สั้นซึ่งบางครั้งอาจเกิดความเมื่อยล้าขณะทำงานส่งผลให้มีโอกาสการผิดพลาดได้สูง ระบบ AI จึงมีความสำคัญในการทำงานเนื่องจากระบบสามารถเฝ้าดูแลแทนพนักงานได้โดยไม่เกิดความเมื่อยล้าและมีการวิเคราะห์ข้อมูลแล้วเสนอแนวทางการแก้ปัญหาได้อีกด้วย ทำให้พนักงานสามารถลดเวลาในการทำงานที่สร้างความเครียดที่ไม่จำเป็นแล้วหันมาใส่ใจกับงานอื่นที่จำเป็น
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใด ระบบ AI สามารถช่วยลดความเครียดของงาน เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ ลดความผิดพลาดของงานรวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน จึงเป็นทางออกที่ดีในระยะยาวในการใช้ AI

ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ที่เพจของเรา

Website : www.ebronco.co

เมื่อ AI สามารถทำนายการตายของคนได้ใครเคยดูหนัง Countdown (2019) บ้าง? หนัง Countdown เป็นที่กล่าวถึงแอปพลิเคชันซึ่งสามาร...
11/04/2022

เมื่อ AI สามารถทำนายการตายของคนได้
ใครเคยดูหนัง Countdown (2019) บ้าง?
หนัง Countdown เป็นที่กล่าวถึงแอปพลิเคชันซึ่งสามารถบอกวันและเวลาการตายของคุณได้ ทุกคนคงคิดว่าโชคดีที่เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง แต่ Google อาจพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างในหนังเรื่องดังกล่าวได้ในที่สุด!
Medical Brain เป็นทีมวิจัยหนึ่งของ Google ที่ผลิตและพัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยพัฒนาการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้มีความสะดวกสบายขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ทางทีมพัฒนาได้ประกาศว่า พวกเขาได้พัฒนา AI ที่สามารถคาดการณ์โอกาสการเสียชีวิตของผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถคำนวณช่วงเวลาที่เหลืออยู่ผู้ป่วยได้อีกด้วย

โดยระบบ AI จะมีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากโรงพยาบาลแล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์โอกาสของผู้ป่วยที่จะมีชีวิตรอดตามอาการป่วยนั้น ๆ
ขณะนี้ได้มีการทดลองในโรงพยาบาล 2 แห่ง โรงพยาบาลที่แรกได้มีความแม่นยำอยู่ที่ 95% โดยโรงพยาบาลอีกที่ได้มีความแม่นยำ 93%
ยกตัวอย่างงานวิจัยเคสผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายหนึ่ง โดยการนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ข้อมูลการตรวจรักษาของผู้ป่วย จำนวน 175,639 ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ผู้ป่วยมีโอกาส 19.9% ที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางโรงพยาบาลได้คาดการณ์ไว้ว่าผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตเพียง 9.3% ภายหลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ผู้ป่วยคนดังกล่าวก็ได้เสียชีวิตลง
นอกจากวิเคราห์ความน่าจะเป็นของการเสียชีวิตของผู้ป่วยแล้วยังสามารถคำนวณระยะเวลาการรักษาตัวในโรงพยาบาลและโอกาสที่ผู้ป่วยคนนั้นต้องกลับมารักษาตัวในโรงพยาบาลอีกรอบได้อีกด้วย
ระบบ AI ได้มีการพัฒนามานานจนขณะนี้ระบบ AI มีความฉลาดพอที่จะสามารถคาดเดาพฤติกรรมของคนได้ แล้วช่วยงานกิจวัตรประจําวันของคนได้ เช่น การบันทึกความคิดต่าง ๆ แจ้งเตือนสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น ในอนาคตเรามารอดูกันว่าระบบ AI จะสามารถทำอะไรน่าสนใจอีกบ้าง

----------------------------------------------
AI with the ability to predict your death.
Have you ever watched the horror film called countdown (2019)? It was a film based on an application that can predict your death time. Many think this is a fantasy, where this scenario wouldn't be unlikely to happen. However, Google might say otherwise.

The medical Brain team, It's one of Google's research teams that was tasked with developing artificial intelligence to improve human living. Announced, one of its Artificial intelligence (AI) can predict the percentage of hospital patient's death.

This AI will collect all the data necessary from the hospital and calculate the likelihood of patient death. Google tested the AI On two hospitals; the first hospital had an accuracy of 95%? And the second hospital with a 93%.
This system is more accurate than most hospitals' traditional predictive models. For example, one of the patients was diagnosed with breast cancer. The AI predicted and. 19.9% chance of dying. Which is the traditional prediction model Was said to be a 9.3 percent chance of dying
Other than predicting the likelihood of dying. This AI can also calculate the amount of admitting time and the possibility of returning to the hospital.
Artificial intelligence has been Advancing Its capabilities for quite a long time. So, it's likely that one day It can predict everything we do on a day-to-day basis.


Credit :
https://www.independent.co.uk/tech/google-ai-predict-when-die-death-date-medical-brain-deepmind-a8405826.html
https://www.sertiscorp.com/june-21-2018

Hybrid Working คือ อะไร เราสามารถปรับใช้กับการทำงานของเราได้อย่างไร อย่างแรกเลยเรามาเรียนรู้ว่า Hybrid working คืออะไร ม...
06/04/2022

Hybrid Working คือ อะไร
เราสามารถปรับใช้กับการทำงานของเราได้อย่างไร
อย่างแรกเลยเรามาเรียนรู้ว่า Hybrid working คืออะไร มันเป็นรูปแบบการทำงานที่สามารถให้พนักงานของบริษัททำงานนอกออฟฟิศได้ (Remote Working)
โดยในอดีตพนักงานจะเข้าออฟฟิศทุกวันเพื่อทำงาน แต่เนื่องมาจากภาวะโรคระบาดทำให้การเข้าออฟฟิศจึงเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ในบริษัท
ทำให้เราต้องมีการปรับตัวในการทำงาน โดย Hybrid working สามารถเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบริษัท นอกจากจะลดความเสี่ยงในสภาวะโรคระบาดแล้วแล้วยังสามารถช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกด้วย
ซึ่ง Hybrid working มีหลายรูปแบบในการปรับใช้ไม่ว่าจะเป็นการให้พนักงานเลือกที่ทำงานได้ หรือการมี smart office สำหรับพนักงาน ที่สามารถเข้าไปใช้งานโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการทำงาน
โดยลักษณะที่นิยมในขณะนี้ก็คือการ Work from home โดยพนักงานไม่จำเป็นที่ต้องเข้าไปในออฟฟิศเพื่อทำงาน สามารถทำงานนอกสถานที่ตามบรรยากาศที่พนักงานต้องการ ได้
แล้วเราจะตรวจอย่างไรว่าพนักงานเข้ามาทำงานละ คำตอบสั้นๆคือ ระบบ Time Attendance เป็นระบบที่สามารถให้พนักงานลงชื่อเข้า-ออกงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรพนักงานหรือการสแกนนิ้วมือ
ซึ่งปัจจุบันทางบริษัท อี บรองโค่ เอง ได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน Gather ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานอย่างระบบ Time attendance หนึ่งที่ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าออกงานนอกสถานที่โดยอ้างอิงจากตำแหน่ง GPS
ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการลงชื่อเข้างานแล้ว
ยังสามารถส่งคำขอลากิจ หรือการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชั่นได้โดยง่าย
อ้างอิง : https://www.codeskworkplace.com/what-is-hybrid-working/
----------------------------------------
ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา
#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

AI กับการพัฒนาธุรกิจ e-commerceAI เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาธุรกิจหลากหลายประเภท โดยธุรกิจที่มีการปรับใช้ AI อย่างโดดเด่นมากท...
04/04/2022

AI กับการพัฒนาธุรกิจ e-commerce
AI เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาธุรกิจหลากหลายประเภท โดยธุรกิจที่มีการปรับใช้ AI อย่างโดดเด่นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นธุรกิจ e-commerce ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ร่วมถึง AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการบริหารธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดความยุ่งยากของงานและลดเวลาการทำงาน ตัวอย่างเทคโนโลยี AI ที่นำมาปรับใช้ได้แก่
- Chat Bot
เป็นระบบ AI ที่ถูกพัฒนาให้สามารถตอบโต้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจน สามารถตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยพัฒนาระบบด้วย เทคนิค Machine Learning กระทั่งสามารถโต้ตอบและให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ เมื่อมีการถามถึงคำสำคัญหรือข้อมูลที่ถูกถามเป็นประจำ
- Augmented Reality (AR)
ระบบ AR เป็นระบบที่แสดงโลกเสมือนจริง ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้ในธุรกิจได้ โดยใช้ระบบนี้แสดงสินค้าให้กับลูกค้าเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงตัวอย่างของเสื้อผ้าที่ลูกค้าจะสามารถจำลองภาพลูกค้าสวมชุดที่ลูกค้าเลือก หรือแม้แต่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ลูกค้าก็สามารถใช้กล้องมือถือซึ่งแสดงภาพจำลองของเฟอร์นิเจอร์ และสามารถทดลองวางในพื้นที่ที่ต้องการได้
- Visual Searching
ปกติแล้วในการค้นหาอะไรบางอย่างจากอินเตอร์เน็ต เราใช้ คำสำคัญ หรือ Keyword ในการหา แต่ปัจจุบันเราสามารถนำรูปภาพของสินค้าที่บันทึกไว้มาใช้ในการค้นหาได้ ทำให้ลูกค้าสามารถหาตัวสินค้าได้เร็วขึ้นแล้วไม่ต้องสุ่มหา Keyword เฉพาะอีกต่อไป
- Facial Recognition หรือ ระบบจดจำใบหน้า
เป็นระบบที่เริ่มมีการใช้ในประเทศไทยแล้ว เราสงสัยว่าระบบที่จดจำใบหน้ามาใช้ในธุรกิจอย่างไร เราสามารถใช้ระบบจดจำใบหน้าในการสแกนหน้าลูกค้าโดยระบบ AI จะทำการวิเคราะห์แล้วแนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้กับลูกค้า นอกจากนี้ระบบนี้สามารถใช้ร่วมกับระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน หรือที่เรียกว่า Time Attendance โดย AI จะมีการใช้ใบหน้าของพนักงานในบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้ ซึ่งช่วยลดเวลาของการตอกบัตรหรือการสแกนนิ้วในการเข้า-ออกงาน
- Product Recommendations
ทุกคนน่าจะเคยเห็นโฆษณาในสื่อโซเซียลซึ่งเป็นตัวอย่างของระบบดังกล่าว ปฏิเสธไม่ได้เลยได้ว่าระบบดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำการตลาดของธุรกิจ ซึ่งระบบได้วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ แล้วจึงเสนอสินค้าที่ลูกค้ามีความสนใจหรือนำสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมมานำเสนอหน้าแรกของแพลตฟอร์ม
Inventory Management
ปัญหาที่ธุรกิจส่วนใหญ่เจอคือปัญหาสินค้าค้างสต๊อก หรือที่เรียกว่า (dead stock) ซึ่งระบบตัวนี้จะช่วยธุรกิจในการลดต้นทุนได้สูง โดยระบบ AI จะนำข้อมูลการเข้า-ออกของสินค้าและขนาดของพื้นที่มาวิเคราะห์แล้วจะสร้างกระบวนการทำงานที่จะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น การสั่งซื้อสินค้าเองเมื่อสินค้าใกล้หมด การนับสต็อก เป็นต้น


https://hardcoreceo.co/ecommerce-ai-future/

AI มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับการทำธุรกิจอย่างไร  ธุรกิจหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม, ธุรกิจการเงิน...
30/03/2022

AI มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับการทำธุรกิจอย่างไร
ธุรกิจหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม, ธุรกิจการเงิน, ธุรกิจการค้าปลีกได้มีการนำ AI มาใช้งานในการทำงานในฝ่ายต่างๆของธุรกิจ มาดูว่า AI เปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราอย่างไรกันบ้าง
การขาย ระบบ AI สามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อคาดการณ์กระแสต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต รวมถึงการเป็นเครื่องมือที่ดีในการสนับสนุนในเรื่องการขาย สามารถช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น
.
การบริหารทรัพยากรบุคคล AI สามารถช่วยตั้งแต่การสรรหาบุคลากรจนไปถึงการบริหารจัดการบุคลากร ระบบ AI สามารถสร้างกระบวนการทำงานแบบซ้ำ ๆ ได้ โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงการเก็บข้อมูลของพนักงานบริษัทที่สามารถดึงข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
.
การตลาด ก็เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่สามารถนำระบบ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดได้ โดยระบบ AI จะนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค ในตลาดแล้วเสนอกลยุทธ์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถดึงดูดผู้บริโภค ให้มาสนใจสินค้าหรือบริการของเราได้
.
การผลิต การผลิตอาจดูเป็นเรื่องที่ใช้กำลังคน ในการทำงานแต่ปัจจุบัน ธุรกิจได้นำระบบ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยระบบจะสามารถวิเคราะห์ปริมาณของวัตถุดิบที่ต้องใช้ ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า รายงานผลรายละเอียดตามความต้องการของพนักงานได้ด้วย
.
บัญชี การเงิน Robotic Process Automation หรือ RPA เป็นระบบ AI ชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างกระบวนการทำงานให้กับสายบัญชีและการเงินได้ โดยพนักงานไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำ ๆ ในหน้าที่งานเดิม ทั้งยังลดความผิดผลาดของการทำงานได้อีกด้วย
#ปัญญาประดิษฐ์
Credit by https://aigencorp.com/ai-in-business-functions/

>> AI ส่งผลต่อชีวิตออนไลน์อย่างไร ทุกวันนี้คนเราใช้เทคโนโลยีโดยไม่สังเกตว่า เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนมี AI (Artifici...
28/03/2022

>> AI ส่งผลต่อชีวิตออนไลน์อย่างไร
ทุกวันนี้คนเราใช้เทคโนโลยีโดยไม่สังเกตว่า เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนมี AI (Artificial Intelligence) บางประเภทที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทำให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกขึ้นและคาดการณ์ความต้องการของเราในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
>> AI ในโซเชียลมีเดีย
โซเชียลมีเดียใช้ AI เพื่อให้คนเราสามารถสื่อสารกับเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น
1) Facebook กำลังใช้การเรียนรู้เชิงลึกเพื่อดึงมูลค่าที่เป็นไปได้จากชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างโดยผู้ใช้ 2 พันล้านคนในการอัปเดตสถานะของพวกเขา เทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกส่วนใหญ่สร้างขึ้นบน Torch framework ซึ่งเน้นการเรียนรู้เชิงลึกและโครงข่ายประสาทเทียม(Neural networks)
2) Instagram ใช้ Big Data และ AI (artificial intelligence) เพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายการโฆษณา หยุดการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต และลบโพสต์และความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม ปริมาณเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นในแพลตฟอร์ม AI เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถแสดงเนื้อหาที่แนะนำแก่ผู้ใช้บนแพลตฟอร์มได้
3) Twitter ได้เริ่มใช้ AI เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตน ตั้งแต่การแนะนำทวีตไปจนถึงการต่อสู้กับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือเหยียดเชื้อชาติ และส่งเสริมประสบการณ์ผู้ใช้ พวกเขาใช้โครงข่ายประสาทเทียมระดับลึกเพื่อจัดการกับข้อมูลจำนวนมาก เพื่อเรียนรู้ว่าผู้ใช้ชื่นชอบอะไรในช่วงเวลา

ที่มา : https://towardsdatascience.com/how-artificial-intelligence-is-impacting-our-everyday-lives-eae3b63379e1
ที่มาภาพ : www.pexels.com
----------------------------------------
ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา
#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

จีนเริ่มพัฒนา AI เพื่อการดูแลตัวอ่อนของทารกหลังจากสัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงแนวโน้มในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเข้ามาทดแ...
16/03/2022

จีนเริ่มพัฒนา AI เพื่อการดูแลตัวอ่อนของทารก
หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงแนวโน้มในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเข้ามาทดแทนแรงงานของมนุษย์ วันนี้เราจะมาอัพเดทอีกหนึ่งเทรนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในประเทศจีนที่กำลังได้รับความสนใจ คือการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยดูแลตัวอ่อนของทารก
ในปัจจุบัน จีนได้เริ่มมีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยดูแลตัวอ่อนทารกในมดลูกเทียม เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยทีมนักวิจัยของสถาบันวิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีซูโจว (SIBET) สาขาของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ระดับชาติของจีน โดยผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ของจีน Journal of Biomedical Engineering ในเดือนธันวาคม 2021
หุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI จะติดตั้งบนอุปกรณ์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระยะยาว (Long-term embryo culture device) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “มดลูกเทียม” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้บรรจุของเหลวที่มีคุณค่าทางโภชนาการและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนสิ่งมีชีวิต โดยที่หุ่นยนต์ AI จะทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงของตัวอ่อนทารก ให้สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ปลอดภัยไม่ต่างหรือดียิ่งกว่าการเติบโตในครรภ์มารดา
ก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีมดลูกเทียมจะต้องใช้การเฝ้าสังเกต การบันทึกข้อมูล และการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อระยะพัฒนาการของตัวอ่อนสิ่งมีชีวิตตลอดเวลา ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรบุคคลเป็นจำนวนมากในการเฝ้าติดตามและดูแลตัวอ่อนในมดลูกเทียมแต่ละหน่วย
แต่หุ่นยนต์พี่เลี้ยง AI ที่พัฒนาขึ้นมานี้ สามารถตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูลของตัวอ่อนในมดลูกเทียมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูงจึงสามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของตัวอ่อน แม้กระทั่งความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่สายตามนุษย์ไม่อาจสังเกตเห็นได้
นอกจากนี้ ยังสามารถคำนวณและปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในมดลูกเทียม อย่างปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารโภชนาการ เพื่อให้เหมาะสมต่อพัฒนาการของตัวอ่อนในแต่ละขั้น ทั้งยังแจ้งเตือนข้อบกพร่องและประเมินศักยภาพจัดอันดับพัฒนาการของตัวอ่อนทารกได้โดยละเอียด
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีมดลูกเทียมยังคงต้องเผชิญหน้ากับมุมมองที่หลากหลาย โดยในแง่มุมหนึ่งก็เป็นโอกาสในการเพิ่มจำนวนประชากร เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถขจัดความกังวลและข้อจำกัดต่าง ๆ สำหรับครอบครัวที่ต้องการมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดหรือความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้หญิงจากการตั้งครรภ์ ไปจนถึงประเด็นเรื่องค่าใช้จ่าย รวมถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสในการทำงานระหว่างการอุ้มท้องและการคลอดบุตร ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อจำกัดเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจ “มี” หรือ “ไม่มี” บุตรของผู้คนในปัจจุบัน
แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาในการเพิ่มจำนวนประชากร แต่ไม่ใช่ทุกเทคโนโลยีที่จะได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะเทคโนโลยีมดลูกเทียมและหุ่นยนต์พี่เลี้ยง AI ที่แม้จะมีประสิทธิภาพทดแทนครรภ์มารดาได้ แต่ยังคงต้องมีการทบทวบอย่างรอบด้านถึงผลกระทบที่อาจจะตามมา สุดท้ายแล้วการแก้ไขปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงยังคงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ไม่เฉพาะแค่จีน แต่ยังรวมถึงอีกหลายประเทศที่กำลังมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน
ขอขอบพระคุณที่มา : https://bit.ly/3HPwaah
เรื่อง : ธีรพล บัวกระโทก

----------------------------------------
ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา
#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

AI จะเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์ ?ในปัจจุบัน AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์  ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิ...
07/03/2022

AI จะเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์ ?
ในปัจจุบัน AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันมากขึ้น แม้ AI จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องล้าสมัยที่ควรมองข้าม
AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เกิดจากการวิจัยและพัฒนาระบบสมองกลของคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถในการเรียนรู้ข้อมูล รูปภาพ ภาษา การจดจำรูปแบบ การคิดวิเคราะห์ ตลอดจนคาดการณ์และตอบสนองสิ่งต่างๆ ได้แบบเดียวกับสมองของมนุษย์ แต่เพิ่มขีดความสามารถให้มีความฉลาดล้ำยิ่งขึ้น เพื่อช่วยจัดการปัญหาที่มีความซับซ้อนหรือทำงานซ้ำซากต่างๆ แทนมนุษย์ได้ในเวลารวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นจึงเกิดกระแสที่ว่าในอนาคตข้างหน้าอันใกล้ AI อาจจะเข้ามามีอิทธิพลในทุก ๆ ช่องทางของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่งานทั้งหมดของมนุษย์ก็เป็นได้
เพื่อคลายข้อสงสัยนั้น ..... 
แม้ว่าเทคโนโลยี AI จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มและทดแทนงานของมนุษย์บางส่วนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นด้วย และงานใหม่ ๆ เหล่านี้ยังคงต้องใช้แรงงานคนที่มีทักษะสูงกว่า แต่นี่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น มีคำกล่าวและความคิดเห็นอีกมากมายเกี่ยวกับความสำคัญของ AI และบางทีอาจมองว่าเป็นความเชื่อก็ได้ เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง การหาสมดุลระหว่างการมองโลกในแง่บวกและลบย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับคุณ เมื่อพูดถึงเรื่อง AI อย่าเชื่อทุกสิ่งที่กล่าวมา แต่ให้ลงทุนในโอกาสที่เป็นไปได้และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจของเรา
ส่วนเทคโนโลยีในปัจจุบัน ได้พัฒนากระทั่ง AI มีความสามารถในระดับใดแล้วนั้น
ทาง eBronco จะนำมาเสนอต่อไป

----------------------------------------
ติดตามข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีได้ทางเพจของเรา

#ปัญญาประดิษฐ์ #เทคโนโลยี
#เทคโนโลยี
FB: https://www.facebook.com/ebronco.co/
Linked-In : https://www.linkedin.com/company/ebronco/
Website : https://ebronco.co/

ที่อยู่

71 ซอยอินทามระ 22 ถนนสุทธิสาร
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66626369286

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ E Bronco Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์