20/05/2024
วันนี้เราจะพาไปเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับคนกำลังมองหาบัตรเครดิตใบแรกกัน แต่หลายคนประสบกับปัญหาไม่รู้จะสมัครบัตรเครดิตใบแรกอย่างไรดี? เพราะผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตก็มีให้เลือกมากมายที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นบัตรที่เน้น เครดิตเงินคืน, สะสมแต้ม หรือส่วนลดร้านอาหารต่าง ๆ
เราจึงนำเทคนิคดีๆ ในการเริ่มต้นทำบัตรเครดิตใบแรกให้เป็นเรื่องง่ายรับรองว่าอ่านบทความนี้จบเลือกบัตรเครดิตได้ตรงใจคุณ จนแทบไม่ต้องพกพาเงินสดเลย
___________________________________________
ทำไมต้องให้ความสำคัญกับบัตรเครดิตใบแรก
บัตรเครดิตใบแรกมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะเป็นประตูไปสู่การขอสินเชื่อในอนาคต อย่างที่เพื่อน ๆ ทราบดีว่าเวลาสถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อจำเป็นต้องตรวจเช็กประวัติหนี้สินย้อนหลังผ่านระบบของเครดิตบูโร หากไม่เคยมีประวัติเครดิตเลย การอนุมัติสินเชื่อหรือการทำบัตรเครดิตใบแรกจะเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าจะเป็นคนมีวินัยการเงินที่ดีมาก และมีเงินเก็บสม่ำเสมอในทุกเดือน
___________________________________________
เลือกบัตรเครดิตใบแรก ต้องเตรียมตัวยังไง
ขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตใบแรกไม่ยุ่งยาก ก่อนอื่นเลยให้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นว่ามีเงินเดือน, อายุ หรือประวัติการทำงานตรงตามที่สถาบันการเงินกำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะเงินเดือนสำคัญมาก ถ้าไม่ถึงขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดยังไงก็สมัครบัตรเครดิตใบแรกไม่ผ่านเพราะสถาบันการเงินมองแล้วว่าอนุมัติไปมีโอกาสเป็นหนี้เสียสูงมาก
เมื่อแน่ใจว่าคุณสมบัติผ่านแน่นอน ให้เพื่อน ๆ ศึกษารายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ดี และแต่ละสาขาวิชาชีพมีความยากง่ายในการเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน แต่อาชีพที่ได้รับเงินเดือนสม่ำเสมอมีแนวโน้มสมัครบัตรเครดิตใบแรกผ่านง่ายกว่า
___________________________________________
คุณสมบัติที่ผู้จะสมัครบัตรเครดิตใบแรกต้องมี
คุณสมบัติของผู้เริ่มต้นทำบัตรเครดิตใบแรกมี ดังนี้
1. อายุระหว่าง 20 - 70 ปี
2. เงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
3. ทำงานตั้งแต่ 4 - 6 เดือนขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินกำหนด)
___________________________________________
เทคนิคการเลือกบัตรเครดิตใบเเรก ให้เหมาะกับเรา
หลังจากเพื่อนๆ ได้ทราบข้อมูลไปเบื้องต้นกันแล้วว่าการทำบัตรเครดิตใบแรกต้องเตรียมพร้อมอย่างไร และต้องขอเอกสารอะไรบ้าง? และกำลังสับสนว่าต้องเลือกบัตรเครดิตใบแรกที่ใช่อย่างไรดี มาหาคำตอบกันได้เลย
___________________________________________
1. เลือกตามไลฟ์ สไตล์
สำหรับบัตรเครดิตสายนี้จะเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบเป็นหลัก เพราะจะให้คะแนนเครดิตเงินคืน และแต้ม Reward ตามการใช้จ่ายในหมวดที่เกี่ยวข้อง ถ้าใช้นอกหมวดก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ ดังนั้นก่อนเลือกทำบัตรเครดิตใบแรก แนะนำให้เพื่อน ๆ ลองสำรวจไลฟ์สไตล์ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
• สายท่องเที่ยว
ใครเดินทางต่างประเทศบ่อยจะเจอคำนี้ “สะสมไมล์” กับ “Lounge” ซึ่งเป็น Wording ของบัตรสายท่องเที่ยว คำว่าสะสมไมล์ คือ การนำระยะการเดินทางหน่วยไมล์มาใช้เป็นแต้มของบัตรเครดิต เมื่อจำนวนแต้มถึงตามที่กำหนด ก็อาจได้ตั๋วพิเศษ หรืออัปเกรดชั้นโดยสารให้ชีวิตหรูดูแพงขึ้นไปอีก
ส่วน Lounge คือ ห้องรับรองของสายการบิน ใครได้ไปนั่งในห้อง Lounge ต้องกินให้คุ้มนะ เพราะอาหารอร่อยมาก แถมวิวและบรรยากาศก็สวยสุด ๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปลงไอจีรอเครื่องออกได้เลย
• สายกิน
บัตรสายกินดูง่ายนิดเดียว เจอคำว่า “ร้านอาหาร” “ชาบูปิ้งย่าง”โผล่มาเมื่อไหร่ ร้อยทั้งร้อยคือบัตรสายกิน และสิทธิประโยชน์ของบัตรกลุ่มนี้ก็ชวนให้น้ำหนักขึ้นเอาเรื่องอยู่นะ เช่น มา 4 จ่าย 2 หรือ รับประทานเมนูพิเศษเมื่อรูดบัตรของสถาบันการเงินที่กำหนด
• สายช้อปปิ้ง
ถ้าเจอบัตรเครดิตที่เปิดตัวมาด้วยสโลแกน “ซื้อแล้วรับแต้มเพิ่มคูณ X เท่า” มั่นใจได้เลยเป็นบัตรของขาช็อปแน่นอน แต่ต้องช็อปให้ตรงกับหมวดที่กำหนดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นอดได้แต้มเพิ่ม
• สายเติมน้ำมัน
เป็นบัตรเครดิตที่เน้นเติมน้ำมันในปั๊มที่เข้าร่วมรายการ ซึ่งเพื่อน ๆ จะได้สิทธิพิเศษ เช่น รับส่วนลด หรือเครดิตเงินคืนตามเงื่อนไขที่กำหนด และอาจใช้แต้มของบัตรไปซื้อสินค้าอื่น ๆ ได้เช่นกัน
___________________________________________
2. เลือกตามประเภทของบัตร
ผู้สมัครบัตรเครดิตใบแรกหรือผู้ทำบัตรเครดิตใบแรกต้องรู้จักกับประเภทของบัตรด้วย ซึ่งแต่ละแบบให้สิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่
• Cash Back
ใครเป็นสายประหยัดตั้งเป้าเก็บเงินทุกเดือน ต้องไม่พลาดกับการใช้บัตรเครดิตใบแรก ที่เน้น Cash Back บัตรเครดิตแนวนี้จะให้เครดิตเงินคืนตามยอดการใช้จ่าย เช่น เมื่อซื้อของที่เข้าร่วมรายการ ก็รับเครดิตเงินคืนไปเลย 10% ของยอดการใช้จ่าย หรือรับเครดิตเงินคืน 2% เมื่อซื้อสินค้าที่อยู่นอกรายการที่เข้าร่วม
ดูเหมือนจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ลองคิดดูว่าใน 1 ปี หากคุณรูดบัตรเครดิตที่ให้สิทธิประโยชน์ Cash Back 1% ของยอดการใช้จ่าย หมายความว่าถ้าทั้งปีเพื่อน ๆ ใช้จ่าย 100,000 บาท จะได้รับเครดิตเงินคืนไปเลยฟรี ๆ 1,000 บาท ซึ่งเงิน 1,000 บาทนี้เอาไปซื้อเสื้อผ้า หรือของที่ชื่นชอบได้อีกหนึ่งรายการเลย
• Reward
บัตรเครดิตที่เน้น Reward จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเลยคือ จะให้คะแนนสะสมสูงมาก เช่น รับแต้มพิเศษ 2 เท่าเมื่อซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการที่กำหนด ซึ่งแต้มที่ว่าสามารถนำไปใช้แลกของสมมนาคุณ หรือใช้เป็นส่วนลดก็ได้เช่นกัน
และเพื่อน ๆ มักเปรียบเทียบข้อดีระหว่างบัตรเครดิตสไตล์ Reward กับ Cash Back กันเป็นประจำว่าบัตรเครดิตใบแรก ควรเลือกประเภทไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์เป็นหลัก หมายความว่า ถ้าไม่ได้ชอบช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว หรือมีกิจกรรมอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ กรณีนี้แนะนำให้สมัครบัตรเครดิตใบแรกแบบ Cash Back เพราะไม่ว่าจะใช้จ่ายกับรายการหมวดใด ก็รับสิทธิ์เครดิตเงินคืนได้เลย ยกเว้นว่าจะรูดบัตรผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ ที่จะให้เครดิตเงินคืนมากเป็นพิเศษ
แต่ถ้าชอบกิน ชอบเที่ยว ไปต่างประเทศเป็นประจำ แนะนำให้สมัครบัตรเครดิตใบแรกแบบ Reward เพราะให้แต้มสะสมสูงมาก เมื่อใช้จ่ายในหมวดที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถแลกของสมมนาคุณ รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ คุ้มค่ามากขึ้น
• ผ่อนชำระ 0%
บัตรเครดิตส่วนมากให้สิทธิประโยชน์ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนกับสินค้าที่เข้าร่วมรายการอยู่แล้ว แต่ถ้าใครใช้งานบัตรเครดิตมานาน ๆ คงทราบดีว่าบัตรแต่ละใบมีจำนวนสินค้าที่เข้าร่วมรายการผ่อนชำระไม่เท่ากัน บางบัตรผ่อนชำระสินค้าได้น้อย ในขณะที่บัตรเครดิตของบางสถาบันการเงินผ่อนสินค้าได้เกือบทุกรายการ
ดังนั้นหากเด็กจบใหม่ทำบัตรเครดิตใบแรก แล้วสนใจข้อเสนอผ่อน 0% นาน 10 เดือนก็ควรเลือกบัตรที่เข้าร่วมกับสินค้าได้หลายรายการ เพื่อให้คุณได้ของที่ใช่ และตรงใจคุณมากที่สุด
___________________________________________
3. เลือกตามเครือข่ายของบัตร
เครือข่ายการชำระเงินของบัตรเครดิต ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพื่อน ๆ ที่กำลังสมัครบัตรเครดิตใบแรก ต้องพิจารณา หากรูดบัตรเครดิตในไทยก็อาจไม่ต้องคิดอะไรมาก เนื่องจากในไทยรับบัตรเครดิตแทบทุกเครือข่าย แต่ในกรณีเดินทางไปต่างประเทศ เครือข่ายของบัตรเครดิตจะสำคัญขึ้นมาทันที เพราะถ้าเครื่องรูดชำระเงินไม่รองรับเครือข่ายนั้น เพื่อนๆ จะใช้งานบัตรเครดิตไม่ได้
ชื่อเครือข่ายของบัตรเครดิตที่เราคุ้นหูเป็นอย่างดี ได้แก่ Mastercard, JCB และ UnionPay โดยจะมีสัญลักษณ์ปรากฏอยู่บนบัตรเครดิตด้วย แต่ละเครือข่ายมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ดังนี้
• บัตรเครดิต MasterCard
เครือข่ายบัตรเครดิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา รองรับการใช้งานผ่าน 200 ประเทศทั่วโลก ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในสหภาพยุโรป ใครวางแผนเดินทาง หรือเรียนต่อในประเทศกลุ่มนี้ แนะนำให้ทำบัตรเครดิตใบแรกเป็น Mastercard เอาไว้ เพราะจะได้สิทธิพิเศษมากมาย เช่น ประกันเดินทาง, บริการคุ้มครองสินค้าออนไลน์ หรือบริการดาต้าโรมมิ่งทั่วโลก
• บัตรเครดิต JCB
เครือข่ายบัตรเครดิตสัญชาติญี่ปุ่นรองรับการใช้งานกว่า 190 ประเทศทั่วโลก แต่ให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษกับนักท่องเที่ยวผู้เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น เพราะเครือข่าย JCB รองรับการใช้บริการแทบทุกอย่างในแดนซามูไรเลย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, แช่ออนเซ็น ช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า แถมยังให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างบริการเช่ารถยนต์, จองบริการกับร้านค้าในเครือข่าย หรือบริการห้องรับรองในสนามบินอีกด้วย
• บัตรเครดิต UnionPay
Union Pay คือ เครือข่ายบัตรเครดิตสัญชาติจีน เป็นเครือข่ายน้องใหม่ที่มาแรงมากจนยอดการใช้จ่ายธุรกรรมทั่วโลกแซงหน้า Mastercard ไปแล้ว ซึ่ง UnionPay รองรับการชำระบัตรได้ถึง 181 ประเทศทั่วโลก และให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ เช่น รับแต้มเครดิตเงินคืนเพิ่มขึ้นหลายเท่า หากคุณทำธุรกรรมการเงินในประเทศจีน, มาเก๊า, ฮ่องกง, ไต้หวัน
___________________________________________
4. เลือกที่มีโปรโมชันตลอดทั้งปี
สถาบันการเงินมักเสนอสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตในช่วงแรก เพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่ เช่น ให้แต้มเพิ่ม 5 เท่า หรือรับเครดิตเงินคืนมากกว่าปกติ หากใช้จ่ายถึงยอดขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ แต่พอพ้นช่วงโปรโมชันไป ผู้ใช้งานก็มักบ่นอุบว่าทำไมถึงไม่เสนอโปรโมชันใหม่ ๆ ออกมาบ้าง? ปัญหาจะหมดไปหากคุณเลือกสมัครบัตรเครดิตใบแรก ที่เสนอโปรโมชันตลอดทั้งปี
ตัวอย่างของบัตรเครดิตที่เสนอโปรโมชันตลอดทั้งปี เช่น บัตรเครดิตกรุงศรี ที่เสนอโค้ดส่วนลดทุกเดือนกับร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมรายการ ทำให้เพื่อน ๆ ซื้อของออนไลน์ในราคาประหยัดมากขึ้น
___________________________________________
5. อย่าลืมเช็คค่าธรรมเนียม
ผู้สมัครบัตรเครดิตใบแรกมักพลาดเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี ทำให้ถูกเก็บค่าธรรมเนียมไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งบัตรเครดิตแต่ละใบมีข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมแตกต่างกันออกไป เช่น บัตรเครดิตบางใบไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปีทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องยอดการใช้จ่าย
ส่วนบัตรอีกประเภทจะคิดค่าธรรมเนียมรายปี เช่น กำหนดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเกิน 100,000 บาทต่อปี ถึงจะยกเว้นค่าธรรมเนียม หากใช้จ่ายไม่ถึงจะถูกคิดค่าธรรมเนียม 10,000 บาท เป็นต้น การใช้บัตรเครดิตในลักษณะนี้จึงต้องคำนวณยอดการใช้จ่ายให้ดีว่าถึงยอดตามที่สถาบันการเงินระบุไว้หรือไม่ มิเช่นนั้นจะถูกคิดค่าธรรมเนียมเอาได้
___________________________________________
6. อย่าลืมเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย
แม้ว่าบัตรเครดิตจะคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปีก็จริง แต่ในช่วงจัดโปรโมชันสถาบันการเงินอาจเสนออัตราดอกเบี้ยในเรทต่ำกว่า 16 % ต่อปีก็ได้ เพื่อดึงดูดให้ First Jobbers มาสมัครบัตรเครดิตใบแรก กับสถาบันการเงินแห่งนั้น
ดังนั้นถ้าใครกำลังรอจังหวะทำบัตรเครดิตใบแรก แนะนำให้คุณไปสมัครในช่วงที่กำลังจัดโปรอยู่พอดี เพราะนอกจากจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงในช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ยังอาจได้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดไม้ติดมือไปฝากแฟนได้ด้วย
___________________________________________
7. อย่าลืมดูข้อจำกัดในการใช้บัตร
ผู้ใช้งานบัตรเครดิตใบแรกอาจไม่ทราบว่า บัตรเครดิตมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่ สมมติว่าเราใช้งานบัตรเครดิตแบบ Cash Back ที่กำหนดเครดิตเงินคืน 15% กับร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ แต่ร้านค้านั้นอาจระบุให้คุณต้องซื้อของเกินกว่า 1,000 บาทขึ้นไป ถึงจะรูดซื้อสินค้าเพื่อรับสิทธิ์เครดิตเงินคืนได้
นอกจากจะถูกกำหนดโดยเงื่อนไขของร้านค้าแล้ว ยังมีข้อจำกัดจำนวนเงินคืนที่ได้รับในแต่ละเดือนด้วย เด็กจบใหม่หลายคนเข้าใจว่า ถ้าใช้จ่ายยอดยิ่งเยอะ ยิ่งได้เงินคืน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น เพราะบัตรเครดิต Cash Back จะจำกัดยอดเครดิตเงินคืนแตกต่างกันออกไป เช่น กำหนดยอดเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น
ส่วนบัตรเครดิตแบบ Reward ก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เช่น ให้แต้มเฉพาะการซื้อสินค้าหมวดท่องเที่ยว แต่หมวดประกันไม่ให้แต้ม และมีข้อจำกัดเรื่องพอยต์สูงสุดต่อเดือนเช่นกัน
___________________________________________
🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรุงศรี
#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด