เคล็ดลับการลงทุน ยุคใหม่

เคล็ดลับการลงทุน ยุคใหม่ เทรดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เราพร้อมแนะนำคุณ สำเร็จไปด้วยกัน..

"ถือหุ้น" ...ก็แค่ซื้อหุ้นแล้วถือไป มันยากตรงไหน ?มาดูกัน ว่ายากจริงไหม และทำไมคนส่วนใหญ่ถึงทำกันไม่ได้ ...1. หุ้นสามารถ...
10/06/2022

"ถือหุ้น" ...ก็แค่ซื้อหุ้นแล้วถือไป มันยากตรงไหน ?
มาดูกัน ว่ายากจริงไหม และทำไมคนส่วนใหญ่ถึงทำกันไม่ได้ ...

1. หุ้นสามารถราคาขึ้นลงได้เกิน 50
...อันนี้รวมถึงหุ้นพื้นฐานดี หุ้นปันผล ...ราคาก็สามารถแกว่งขึ้นลงได้เกิน 50% ...แปลว่า ถ้าเราคิดจะถือหุ้นแล้วกินปันผลสบายๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ในเวลาที่ตลาดมีข่าวร้าย มีวิกฤต พอร์ตเราอาจติดลบ 50% เลยก็ได้ ...แต่ถ้าเราอยากได้ปันผลแบบสบายๆ ก็ต้องทำความเข้าใจประเด็นนี้ให้ดี

2. การถือหุ้นยาวๆ มักได้ผลตอบแทนหลายเท่าตัว..ถ้าเรามองแค่ข้อ 1 เราคงคิดว่า งั้นฉันจะถือหุ้นทำไม ..ก็ขายตอนมันขึ้น แล้วมาช้อนซื้อตอนมันลง ไม่ดีกว่าหรือ?..แต่ก็อย่างที่บอกว่า ถ้าเราต้องมานั่งเฝ้าจับจังหวะ ขึ้น หรือ ลง ...มันก็ไม่ใช่ Passive Income แบบสบายๆ ไงล่ะ
ใช่ เราไม่สามารถสบายและทำกำไรสูงสุดในเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายการถือหุ้นดี ก็ยังคงให้ผลตอบแทนระยะยาวสูงมากๆ อยู่ดี

3. การทยอยซื้ออย่างเดียว ง่ายกว่าพยายามซื้อให้ต่ำ และขายให้สูง..มีหลายคนถามผมว่า ในเมื่อรู้ว่า ตรงนี้หุ้นแพง ทำไมไม่ขายไปก่อน แล้วมารับตอนหุ้นถูก ? ...ก็นั่นแหละ เราอาจจะรู้ว่า ตอนไหนหุ้นแพง แต่หลายๆ ครั้งที่หุ้นแพง ราคามันก็ยังวิ่งไปต่ออีกหลายเด้งเลยก็ได้ ...นั่นเป็นคำตอบที่ว่า การที่เราดีใจที่ได้ขายแพง จริงๆ อาจเป็นการขายหมูครั้งใหญ่เลยก็ได้

4. ผมจึงเลือกวิธีออมในหุ้น
ก็คือ ทยอยซื้อเมื่อหุ้นถูก แล้วพยายามไม่ขายเลย (ถึงขายก็เป็นสัดส่วนที่น้อย)..เพราะ สุดท้ายหุ้นที่ขึ้น มันจะชดเชยหุ้นที่ลงอยู่แล้วในระยะยาว ...คิดง่ายๆ สมมุติซื้อหุ้น 100,000 บาท ถ้ามันขึ้น มันอาจกลายเป็น 1 ล้านก็ได้..แต่ถ้ามันลง เราเสียหายสูงสุดก็คือ 1 แสน การออมหุ้นจึง ปิดประตูความเสี่ยง แต่เปิดโอกาสกำไรให้สูงที่สุดนั่นเอง

5. ทำไมถึงต้องกล้าซื้อหุ้นดีในเวลาวิกฤต..เอาตรงๆ นะ ถ้าเรามัวแต่รอว่า อยากซื้อหุ้นในราคาต่ำที่สุด ...สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้ซื้อหุ้นเลย ...เพราะ การทยอยซื้อในจุดที่ราคาหุ้นต่ำ มันง่ายกว่า การพยายามหาจุดต่ำที่สุด ...
ขอให้เลือกหุ้นดี มีข่าวร้ายก็ทยอยรับไป ในความเสี่ยงที่เราจำกัดไว้..หลังจากนั้น ก็แค่ ถือทนๆ รอรวย แค่นั้นเอง

6. ถ้าเป้าหมายคือ เอากำไรเร็วๆ ให้เทรด แต่ถ้าเป้าหมายคือ อิสรภาพทางการเงินให้ถือ..เรื่องนี้ เถียงกันไม่เคยจบ ระหว่าง คนเทรดหุ้น กับ คนถือออมหุ้น ...สรุป ง่ายๆ คือ เอาเป้าหมายเราเป็นหลัก แล้วค่อยๆ ทำไป ...เดี๋ยววันนึงมันก็จะไปถึงเป้าที่ตั้งไว้

7. เราต้องเลือกหุ้น ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเราด้วย..ถ้าเราจะถือยาว ก็ต้องซื้อหุ้นที่ราคาถูก มีเงินปันผลสม่ำเสมอ หรือไม่ก็เลือกหุ้นที่ Deep Value เยอะๆ เพราะ หุ้นเหล่านี้เหมาะกับการถือยาว ...แต่ถ้าเราไปซื้อหุ้นเติบโต ที่ P/E ปันผลต่ำ บางครั้งมันก็ไม่เหมาะที่เราจะถือยาวๆ

8. การถือหุ้นยาว ต้องกระจายความเสี่ยง..หลายคนถามว่า เขาอยากเลือกหุ้นที่ดีที่สุด ตัวเดียวแล้วถือแบบเน้นๆ จะดีไหม ? ...เอาตรงๆ นะ ถ้าเรามีหุ้นน้อยตัวเกินไป พอร์ตเราจะแกว่งเยอะไป จนเราทนไม่ไหว ...การมีหุ้นที่มากพอ ทำให้เราถือหุ้นได้ง่ายกว่า ทนรวยได้เยอะกว่านั่นเอง

ก็ลองไปปรับใช้ในการถือหุ้นระยะยาวกันดูนะครับ

คำศัพท์"หุ้น"สนุกๆ ภาษานักเล่นหุ้น
05/05/2022

คำศัพท์"หุ้น"สนุกๆ ภาษานักเล่นหุ้น

รู้จัก "ความเสี่ยง" ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนการตัดสินใจทำธุรกิจหรือลงทุนอะไรบางอย่าง เรามักจะได้ยินวลีหนึ่งที่คุ้หู...
04/05/2022

รู้จัก "ความเสี่ยง" ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนการตัดสินใจทำธุรกิจหรือลงทุนอะไรบางอย่าง เรามักจะได้ยินวลีหนึ่งที่คุ้หูเป็นประจำคือ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” ทำไมถึงต้องเน้นยำเรื่องความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆในการทำธุรกิจแต่ก็มักจะไม่มีใครสนใจและละเลย เรื่องความเสี่ยงเนื่องจากคนส่วนใหญ่มักมองแต่ด้านดีในการทำธุรกิจ วาดภาพที่สวยหรูว่าจะได้ผลตอบแทนเท่านั้น เท่านี้แน่นอน ต้องมีผู้เช่าอสังหาฯของเรา 90-100% ทุกปี และระหว่างการทำงานคงต้องราบรื่นไม่มีอุปสรรค์ ทำให้ความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัวคงไม่เกิดปัญหาอะไรกับการลงทุนของเราแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วความคาดหวังเหล่านั้นมักจะพบกับจุดจบที่ไม่สวยหรูมากนัก ดังนั้น TerraBKK อยากให้มองความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงทุกครั้งก่อนลงทุนทำธุรกิจอะไรก็ตาม ความเสี่ยงสำหรับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีดังนี้

ในปัจจุบันคนไทยเริ่มมีการตื่นตัวในการลงทุนมากขึ้น และหนึ่งในการลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจคือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (กองทุน...
03/05/2022

ในปัจจุบันคนไทยเริ่มมีการตื่นตัวในการลงทุนมากขึ้น และหนึ่งในการลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจคือกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (กองทุนอสังหาฯ) เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากนักก็สามารถลงทุนได้ รวมถึงมีมืออาชีพคอยดูแล
หลายคนเข้าใจว่าการลงทุนกองอสังหาฯ คือการให้เงินคนอื่นไปลงทุนซื้อที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ เพื่อพัฒนาและเก็บรายได้ค่าเช่า แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดเยอะกว่าที่ใครเห็น บทความนี้เราจึงจะมาเจาะลึกกันว่ากองทุนอสังหาฯ มีอะไรบ้าง ตั้งแต่
รู้จักกับกองทุนอสังหาฯ
ประเภทของกองทุนอสังหาฯ
จะเลือกกองทุนอสังหาฯ อย่างไร
ลดความเสี่ยงด้วยกองทุนอสังหาฯ
ถ้าพร้อมแล้ว ไปสร้างความมั่นคงกับกองทุนอสังหาฯ กันเลยครับ
รู้จักกับกองทุนอสังหาฯ
กองทุนอสังหาฯ ก็มีการทำงานคล้ายคลึงกับกองทุนอื่นก็คือการรวมเงินจากนักลงทุนในรูปแบบการขายหน่วยลงทุน แล้วนำเงินลงทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มุ่งเน้นให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปของค่าเช่าผลตอบแทนนี้จะถูกนำไปแบ่งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปของเงินปันผล
ประเภทของกองทุนอสังหาฯ
กองทุนอสังหาฯ จะถูกแบ่งใหญ่ๆ ออกเป็นสองประเภทตามกรรมสิทธิ์การลงทุนครับ คือกองทุนประเภท Leasehold และกองทุนประเภท Freehold
กองทุนอสังหาฯ Leasehold คือกองทุนที่ลงทุนในสัญญาเช่า หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “เซ้ง” ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นการเช่าระยะยาวในระยะเวลา 20-30 ปีขึ้นไป
กองทุนอสังหาฯ Freehold คือกองทุนที่ดำเนินการเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือที่เรียกว่า “ขายขาด” โดยมีสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ นั้นๆ ก่อนจะดำเนินการปล่อยเช่า หรือดำเนินการจัดสรรพื้นที่ ตามแต่มืออาชีพผู้ดำเนินการลงทุนจะวางแผนเอาไว้
ผลตอบแทนของกองทุนอสังหาฯ ทั้งสองประเภทจะมาในรูปแบบเงินปันผลจากกำไรของอสังหาริมทรัพย์ และ NAV (ทรัพย์สินโดยรวม) กองทุนอสังหาฯ จะเหมาะกับการลงทุนระยะยาว เพราะโดยรวมแล้วการลงทุนต้องใช้เวลาในการเติบโต ผู้ที่รับมือความผันผวนได้สูงหรือต้องการลงทุนระยะสั้นอาจต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมระดับหนึ่งก่อนทำการลงทุน

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) ประกอบธุรกิจหลักโดย...
02/05/2022

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ในวันที่ 21 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีก 0.053 บาท/หุ้น เป็นจำนวนเงิน 21,263,600 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 เมษายน 2565 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) คือวันที่ 27 เมษายน 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2565

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวด 9 เดือนแรก ในอัตรา 0.343 บาท/หุ้น เป็นจำนวนเงิน 137,611,600 บาท เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ไปแล้ว รวมจ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 ในอัตรา 0.396 บาท/หุ้น เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 158,875,200 บาทสำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้เชื่อว่ายังมีทิศทางที่ดี จากการทยอยรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะ รวม 11 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 116.3 เมกะวัตต์ รวมทั้ง เตรียมพร้อมที่จะ COD โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน กำลังการผลิตรับซื้อไม่เกิน 2.85 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา กำลังการผลิตรับซื้อไม่เกิน 2.85 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถ COD ได้ภายในไตรมาส 4/65

มาตรการดีๆ ออกมาอีกแล้วจ้า กับ "ช้อปดีมีคืน" ปี 2565 เป็นมาตรการสำหรับผู้มีรายได้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ...
01/05/2022

มาตรการดีๆ ออกมาอีกแล้วจ้า กับ "ช้อปดีมีคืน" ปี 2565 เป็นมาตรการสำหรับผู้มีรายได้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้ซื้อสินค้า และบริการ แล้วนำมาใช้ลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 30,000 บาท ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการ "ซื้อขายหุ้น" แต่หุ้นประเภทไหน? ใช้หลักฐานอะไรบ้าง? และมีวิธีคิดการลดหย่อนภาษียังไง? มาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
ทำไม "ซื้อขายหุ้น" ถึงนำมาลดหย่อนภาษีได้?
"ซื้อขายหุ้น" สามารถเอามาลดหย่อนภาษีในปี 2565 นี้ได้ก็เพราะค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น หรือค่าคอมมิชชั่น มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงจัดอยู่ในเงื่อนไขของสินค้าที่อยู่ในโครงการ "ช้อปดีมีคืน" โดยมีเงื่อนไขของสินค้าที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ดังนี้
เงื่อนไขที่ 1 : เป็นสินค้า และบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
เงื่อนไขที่ 2 : เป็นสินค้า OTOP ที่ลงทะเบียนแล้ว
เงื่อนไขที่ 3 : หนังสือรูปแบบกระดาษ หรือ E-Book
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการ "ซื้อขายหุ้น" จัดอยู่ในเงื่อนไขที่ 1 คือ เป็นสินค้า และบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่สามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้ค่ะ
การ "ซื้อขายหุ้น" ประเภทไหน...เอามาลดหย่อนได้?
ถ้าดูตามเงื่อนไขของมาตรการ หรือโครงการ "ช้อปดีมีคืน" แล้ว เราสามารถนำการ "ซื้อขายหุ้น" ทั้ง 3 ประเภทมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด เนื่องจากหุ้นแต่ละประเภทเข้าเงื่อนไขทั้งนั้น โดยบัญชีหุ้นทั้งหมดมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ
บัญชีหุ้นประเภทที่ 1 : บัญชีแคชบาลานซ์ (Cash Balance, Cash Deposit)
บัญชีหุ้นประเภทที่ 2 : บัญชีเงินสด (Cash Account)
บัญชีหุ้นประเภทที่ 3 : บัญชีมาร์จิน (Credit Balance, Margin Account)
ต้องใช้หลักฐานอะไร? ในการลดหย่อนภาษีจากการ "ซื้อขายหุ้น"
การลดหย่อนภาษีในครั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่าเป็นการใช้สิทธิจากมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" ดังนั้น ต้องเป็นไปตามสิทธิและเงื่อนไขก่อนนั่นก็คือ ต้องเป็นรายการที่ซื้อขายภายในวันที่ 1 มกราคม 2565 - 15 กุมภาพันธ์ 2565 เท่านั้น รายการที่มีการซื้อขายก่อนวันที่ 1 มกราคม 2565 ไม่สามารถนำมาคิดลดหย่อนได้นะคะ และในส่วนของเอกสารที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐานนั่นก็คือ "ใบยืนยันการซื้อขายหุ้น" ที่โบรกเกอร์ออกให้
ควร "ซื้อขายหุ้น" เท่าไหร่ ถึงจะได้สิทธิครอบคลุมอัตราภาษีของเรา...คิดยังไง มาดูกัน!!
สิทธิของการช้อปจากมาตรการ "ช้อปดีมีคืน" การซื้อสินค้า และบริการสูงสุดได้ถึง 30,000 บาท ทั้งนี้ เราจะต้องดูในเรื่องของรายได้สุทธิด้วยนะคะว่าของเราอยู่ในฐานภาษีที่เท่าไหร่ เพราะจะได้นำมาเป็นตัวกำหนดอัตราภาษีที่เราจะต้องเสีย...ก่อนอื่นมาดู "อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2565" กันค่ะ

27/04/2022
สนใจสอบถามได้ทันที
26/04/2022

สนใจสอบถามได้ทันที

📌มความรู้ดีๆมาแบ่งปัน 😊3 ข้อห้าม มือใหม่ไม่ควรทำ  #หัดเทรดมือใหม่สุดปัง #เริ่มต้นกับเราไม่พังแน่นอน
23/04/2022

📌มความรู้ดีๆมาแบ่งปัน 😊
3 ข้อห้าม มือใหม่ไม่ควรทำ
#หัดเทรดมือใหม่สุดปัง
#เริ่มต้นกับเราไม่พังแน่นอน

ที่อยู่

989 อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ ห้อง Think Tank 05 ชั้น 12A ถนนพระราม1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 10:00 - 22:00
อาทิตย์ 10:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+66618016514

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ เคล็ดลับการลงทุน ยุคใหม่ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์