CondoD ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

16/04/2022

เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทยนี้ รักษ ขออวยพรให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เฉลิมฉลองการเริ่มต้นปีด้วยความสุข ...
13/04/2022

เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทยนี้ รักษ ขออวยพรให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เฉลิมฉลองการเริ่มต้นปีด้วยความสุข และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังใจในการดำเนินชีวิตอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคตลอดทั้งปี

สุขสันต์วันสงกรานต์

19/03/2022

📚อยากลงทุนอสังหาฯ ควรรู้อะไร?

🎊เราสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ 2 วิธี

🎏1. สำหรับคนทั่วไป ก็สามารถลงทุนทางตรงผ่านการซื้อบ้านหรือคอนโด แล้วปล่อยเช่าหรือขายเก็งกำไร สำหรับภาคธุรกิจหรือคนที่มีเงินลงทุนมาก ก็สามารถสร้างคอนโด อพาร์ตเมนต์ โรงแรม คลังสินค้า หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อขายหรือให้เช่า

🎏2. ลงทุนทางอ้อมผ่านการซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT

ซึ่งการลงทุน 2 ประเภทนี้มีข้อดี ข้อเสียต่างกันดังนี้
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ข้อดีคือสามารถหวังกำไรได้มากกว่าทั้งจากส่วนต่างราคาขาย (Capital Gain) และค่าเช่าจากการปล่อยเช่า แต่ข้อเสียคือ ใช้เงินลงทุนสูง มีสภาพคล่องน้อย (นึกอยากขายบ้านหรือคอนโดทีไม่ใช่อยากขายก็ขายได้ปกติต้องใช้เวลาพอสมควร) และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ความรู้และประสบการณ์ในการลงทุนมากถึงจะรู้ว่าทำเลและลักษณะของอสังหาฯ แบบไหนที่ปล่อยเช่าได้เสมอและขายต่อได้ราคาดี

สำหรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของธุรกิจได้สร้างอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แล้วเอามาขายเข้ากองทุนให้นักลงทุนทั่วไปซื้อหน่วยลงทุนและแบ่งผลประโยชน์ในรูปเงินปันผลให้ ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อย คนทั่วไปก็สามารถลงทุนได้ และมีสภาพคล่องสูง (ขายได้ทุกวันทำการ) โดยผลประโยชน์ที่ได้มักจะมาจากเงินปันผลกองทุนที่ไปซื้ออสังหาฯ แล้วปล่อยเช่าอีกที และส่วนต่างราคาตลาด (Capital Gain) ของกองทุนอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ

🎈สำหรับปัจจัยหลักในการลงทุนอสังหาฯ ก็คือ
ทำเล เพราะว่าคนซื้อบ้านหรือคอนโดย่อมต้องการอาศัยอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้า หรือใกล้แหล่งชุมชนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่รายรอบ ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวก็อาจจะต้องการทำเลที่ติดถนนและเดินทางง่าย เป็นต้น
ตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เพราะถ้ามีอาคาร 2 หลังอยู่ในทำเลเดียวกัน ปัจจัยหนึ่งที่ใช้ตัดสินใจคือสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด หรือสภาพแวดล้อมในโครงการ เป็นต้น
ราคา อันนี้จะขึ้นกับ ทำเล ตัวอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกนะครับ ยิ่งราคาสูงยิ่งต้องมี 3 ปัจจัยที่ดีให้สมราคาด้วย
ปริมาณอสังหาฯ ในท้องตลาดหรือในทำเลเดียวกัน ถ้ามีออกมามากก็ยากที่เราจะปล่อยเช่าหรือขายได้ราคาดี
ความต้องการซื้ออสังหาฯ มาจาก 3 ข้อแรก ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจและภาวะอุตสาหกรรมของธุรกิจอสังหาฯ ด้วย
อัตราดอกเบี้ย อันนี้เป็นปัจจัยสำหรับการลงทุนทั้งการลงทุนทางตรงและทางอ้อม โดยถ้าดอกเบี้ยต่ำเราอาจจะกู้มาลงทุนได้มากก็สามารถซื้ออสังหาฯ ราคาสูงขึ้นกว่าปกติได้ และสำหรับการลงทุนทางอ้อมเมื่อดอกเบี้ยต่ำมักจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี กองทุนอสังหาฯ ซึ่งมักจะให้ผลตอบค่อนข้างแน่นอนในรูปเงินปันผลที่สม่ำเสมอมักจะได้รับความสนใจมากกว่าการซื้อพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนต่ำหรือลงทุนในหุ้นที่อาจจะผลประกอบการไม่แน่นอนเท่าครับ
มาตรการของภาครัฐ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผลกับการลงทุนอสังหาฯ เช่น มาตรการ LTV ของแบงก์ชาติที่ออกมาเพื่อลดความร้อนแรงของอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทำให้ Supply ของอสังหาฯ ใหม่ลดลง และมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนที่ออกโดยกระทรวงการคลังที่ออกมาช่วยพยุงภาคธุรกิจ เป็นต้น

📍ที่มา : FINNOMENA

📚หลักการบริหารจัดการหนี้รายย่อย🎐เริ่มคิดก่อนทำ...แบ่งรายได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เป็นหนี้เกินตัว🎐✨ไม่ว่าจะก่อหนี้เพราะอะไร....
18/03/2022

📚หลักการบริหารจัดการหนี้รายย่อย

🎐เริ่มคิดก่อนทำ...แบ่งรายได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เป็นหนี้เกินตัว🎐

✨ไม่ว่าจะก่อหนี้เพราะอะไร...ไม่มีหนี้ดีที่สุด
หนี้ = ผึ้ง
ความหมายของผึ้ง..ให้ความหวานในยามปกติ
ให้ความเจ็บปวดเหมือนถูกผึ้งต่อยเมื่อมีปัญหา.....

📍ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย



📌ซื้อบ้าน-ขอกู้ โอกาสผ่าน 50 : 50👉กลับมาเป็นปัญหาหนักอกหนักใจคนซื้อบ้านอีกครั้ง จะเรื่องอะไรนอกจากเรื่อง “กู้ไม่ผ่าน” นั...
15/03/2022

📌ซื้อบ้าน-ขอกู้ โอกาสผ่าน 50 : 50

👉กลับมาเป็นปัญหาหนักอกหนักใจคนซื้อบ้านอีกครั้ง จะเรื่องอะไรนอกจากเรื่อง “กู้ไม่ผ่าน” นั่นเอง เพราะตอนนี้อัตราปฏิเสธสินเชื่อ (Projected Rate) ที่เพิ่มขึ้นถึง 50% สะท้อนความรุนแรงของปัญหาว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะจ๊ะ ทีนี้จะแก้ยังไงล่ะ งั้นวันนี้มาเคลียร์เรื่องนี้กันว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

🎉หนี้มากเกินไป...
สาเหตุทำให้ “กู้ไม่ผ่าน”

🎈ถ้าเมื่อหลายปีก่อนปัญหากู้ไม่ผ่านอาจมาจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือการขาดข้อมูลหรือแหล่งที่มาของรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพส่วนตัว รายได้อิสระ เเต่ปัจจุบันพูดได้ว่าสาเหตุที่กู้ไม่ผ่านมีเพียงเรื่องเดียวคือหนี้ (เดิม) มากเกินไป หรือมีหนี้มากกว่ารายได้ เป็นเหตุให้ธนาคารไม่ปล่อยกู้
คนส่วนใหญ่ที่เป็นหนี้ยังเป็นกลุ่มเดิม นั่นก็คือกลุ่ม Gen Y และจากข้อมูลปัจจุบันยังระบุอีกว่าปริมาณหนี้ต่อหัวของกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีหนี้ระดับสูงไปจนถึงวัยเกษียณเลยทีเดียว จากหนี้เฉลี่ย ปี 2553 ประมาณ 70,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 150,000 บาทในปี 2559 (หรือมีหนี้เพิ่มขึ้นปีละ 20%)

🎉ดอกเบี้ยแนวโน้มเพิ่มขึ้น
แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อยาก

🎈มาตรการกำหนดระดับ LTV ที่เข้มงวดขึ้น ที่มีผลบังคับใช้ตั้งเเต่วันที่ 1 เมษาที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้น และยังเป็นผลทางตรงทำให้ความสามารถในการกู้ของผู้บริโภคลดลง เพิ่มโอกาสให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เช่น ก่อนหน้านี้ที่ใช้เทคนิคการกู้ 2 บัญชีภายใต้หลักประกันเดียว ทั้งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเพื่อตกแต่ง ทำให้การกู้แต่ละครั้งสามารถกู้ได้เต็ม 100% ของมูลค่าบ้าน หรือ 110% เกินกว่ามูลค่าบ้านได้ง่ายๆ เเต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เต็มที่หรือสูงสุดสามารถกู้ได้ 90-95% ของมูลค่าบ้านเท่านั้น
นอกจากนี้ในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยกำลังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น ในอนาคตอันใกล้คงต้องปรับสูงขึ้นอีก ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การกู้ยากขึ้นไปอีก

🎉ตรวจสอบตัวเอง
“เรามีหนี้มากไปหรือเปล่า”

🎈ก่อนอื่นต้องบอกว่าการสร้างหนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งไม่ดี แต่สิ่งไม่ดีคือการสร้างหนี้มากเกินไปหรือหนี้สินล้นพ้นตัวต่างหาก
สัดส่วนหนี้ที่เหมาะสมคือการสร้างหนี้ต้องไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเรา มีหลักการคำนวณจากหลายสำนัก สรุปแล้วก็คือ...สัดส่วนหนี้ไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ และจำนวนหนี้ระยะสั้นไม่ควรเกิน 20% ส่วนหนี้ระยะกลางถึงยาวอยู่ในระดีบ 25%
เช่น รายได้เดือนละ 40,000 บาท หนี้บัตรเครดิตได้ไม่เกิน 8,000 บาท ส่วนหนี้รถยนต์หรือหนี้บ้านควรผ่อนไม่เกิน 10,000 บาท อย่าลืมว่าเงินส่วนที่เหลือต้องเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย

📍ที่มา : Home Buyers Teams

🏮ทำไมอสังหาฯ ไทยถึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวจีน🎏เรื่องที่ว่าคนจีนนั้นโปรดปรานอสังหาฯ ไทยถึงเพียงใดนั้น หลายคนคงรู้ดีอยู่แล...
14/03/2022

🏮ทำไมอสังหาฯ ไทยถึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวจีน

🎏เรื่องที่ว่าคนจีนนั้นโปรดปรานอสังหาฯ ไทยถึงเพียงใดนั้น หลายคนคงรู้ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่มี Covid-19 นั้น ไม่กว่าจะกวาดสายตาไปในย่านไหนก็ต้องพบเห็นชาวจีนเข้าจับจองพื้นที่กันเป็นเรื่องปกติ

แล้วเคยสงสัยกันไหมว่าเพราะเหตุใดวงการอสังหาฯ ของบ้านเราจึงสามารถดึงดูดนักลงทุนชาวจีนได้มากมายขนาดนั้น?

จริงๆ แล้วแม้ประเทศไทยของเราจะมีนักลงทุนชาวจีนเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงกันมากมาย ทว่า บ้านเรานั้นยังไม่ใช่เป้าหมายอันดับที่ 1 ของการลงทุนในอสังหาฯ สำหรับชาวจีนแต่อย่างใด

🧑‍💻โดยประเทศที่นักลงทุนชาวจีนส่วนใหญ่ชื่นชอบมากที่สุดนั้นก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และตามมาด้วยประเทศไทยของเราในลำดับที่ 5

แต่ถึงจะอยู่ในลำดับที่ 5 แต่เรายังก็เหนือกว่าอังกฤษ ญี่ปุ่น สิงคโปร์เลยทีเดียว ก็ถือว่าน่าภูมิใจไม่น้อย

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ชาวจีนถูกอกถูกใจการลงทุนอสังหาฯ ในประเทศไทยนั้นก็มีที่มาจากกระแสความนิยมในการเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยของคนจีน ซึ่งคิดว่าหากได้ทำการซื้ออสังหาฯ ในไทยเก็บไว้ก็จะได้ทั้งมาเที่ยวพักผ่อนเอง รวมถึงสามารถปล่อยเช่าให้กับคนจีนด้วยกันได้อีกด้วย

อีกทั้งยังมีเรื่องของการออกนโยบายการจำกัดการซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศของรัฐบาลจีน ที่ทำให้ชาวจีนส่วนมากตัดสินใจหอบเงินลงทุนส่วนนี้มาใช้ลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศแทน

👉ซึ่งถ้าหากเลือกลงทุนในประเทศไทยนั้นก็สะดวกง่ายดาย ด้วยเงื่อนไขที่น้อยนิด แถมยังสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย

🎊ไม่ต้องวางเงินดาวน์สูงถึง 35% อย่างการซื้อขายอสังหาฯ ในประเทศจีน ราคาเฉลี่ยก็ถูกกว่า แถมอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าของคอนโดในกรุงเทพฯ ก็แทบไม่แตกต่างกับที่เมืองใหญ่ๆ ของจีนอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว

เรียกว่าแทบจะทุกปัจจัยบ่งชี้ว่าการลงทุนอสังหาฯ ในประเทศไทยนั้นคุ้มค่าและเป็นโอกาสที่ดีกว่าเห็นๆ

โดยจังหวัดที่ชาวจีนต้องการลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ จำนวน 29.3% เชียงใหม่ 21.8% ภูเก็ต 17.3% พัทยา 15.8% และที่เหลืออีก 15.8% ก็จะเป็นเหล่าบรรดาหัวเมืองใหญ่ๆ ของไทย

และสำหรับ length จำนวนเม็ดเงินในการลงทุนนั้น สูงที่สุดกว่า 63% เป็นการลงทุนในช่วง 5-10 ล้านบาท รองลงมาที่ 25% อยู่ในช่วงต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท และอีก 22% เป็นการลงทุนในจำนวน 2.5-3.5 ล้านบาท

⭐ดังนั้นแล้วจึงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าการหายไปของนักลงทุนชาวจีนในระบบนิเวศของวงการอสังหาฯ ประเทศไทยนั้น นับเป็นความเสียหายอันใหญ่หลวงของเหล่าบรรดา Developer และนักลงทุนรายน้อยใหญ่ของเรา

📍ที่มา : assawinasset

⭐ข้อดีของการรวมหนี้👉หากคุณกำลังรู้สึกว่าเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ชักหน้าไม่ถึงหลัง จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำก็แล้ว กดบัตรโน้...
01/03/2022

⭐ข้อดีของการรวมหนี้

👉หากคุณกำลังรู้สึกว่าเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ชักหน้าไม่ถึงหลัง จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำก็แล้ว กดบัตรโน้นไปโปะบัตรนี้ก็แล้ว แต่สถานการณ์ทางการเงินของคุณก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย การรวมหนี้อาจเป็นทางออกของคุณก็เป็นได้ แล้วการรวมหนี้คืออะไร สามารถติดตามได้ในบทความนี้

🎏การรวมหนี้ คือ การที่เรานำหนี้ที่เรามีอยู่จากหลายๆ ที่ทั้งในและนอกระบบ หรือจากบัตรเครดิตหลายๆ ใบ เอามารวมไว้ที่เดียวกัน เพื่อขออนุมัติสินเชื่อกับสถาบันการเงินในระบบ มาปิดหนี้ดอกแพงทั้งหมดนี้ทันที แล้วมาเลือกผ่อนเป็นรายงวดคืนให้กับธนาคารด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจในการปิดหนี้ทั้งหมด ให้มีการชำระหนี้เพียงที่เดียว การรวมหนี้ที่เป็นประโยชน์ คือ หนี้เดิมที่เรามีอยู่นั้นมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงมาก เช่น หนี้นอกระบบ เมื่อทำการรวมหนี้ เราจะได้อัตราดอกเบี้ยในระบบ ที่มีอัตราที่ถูกลง

🎉อย่างไรก็ตาม ในการรวมหนี้นั้น ต้องเข้าเงื่อนไขของการให้สินเชื่อส่วนบุคคลของสถาบันการเงิน โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้สถาบันการเงินสามารถให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้จะสามารถกู้ได้เต็มวงเงินทุกราย สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขการพิจารณาที่แตกต่างกัน แต่โดยมากจะดูจากประวัติการเงินที่ผ่านมา เช่น ประวัติการผ่อนชำระที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เคยค้างชำระหรือไม่ มีสินเชื่ออะไรบ้างและวงเงินสูงสุดที่ได้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งผู้ที่มีประวัติการชำระเงินที่ดี ชำระตรงเวลา มีโอกาสสูงที่จะได้รับพิจารณาจากสถาบันการเงิน

เมื่อเรารู้แล้วว่าการรวมหนี้คืออะไร เรามาลองดูข้อดีจากการรวมหนี้กัน

🎈หนี้ทั้งหมดที่เรามีจากหลายๆ ที่ ก็จะถูกนำมารวมเป็นหนี้ก้อนเดียวกัน และดอกเบี้ยก็จะถูกคิดที่หนี้ก้อนที่รวมแล้วเพียงที่เดียว คุณก็จะเหลือภาระจ่ายหนี้ที่สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ทำให้ไม่วุ่นวาย สับสนว่าควรจะจ่ายหนี้ก้อนไหนก่อนดี และจ่ายเท่าไหร่ดี

🎈ทำให้เราไม่ต้องปวดหัวกับการโดนโทรทวงถามจากหลายๆ เจ้าหนี้

🎈มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง โดยมากในช่วงแรกของการผ่อน สถาบันการเงินมักให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิต แต่ในช่วงท้ายอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อรวมหนี้ อาจสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตได้ หากคุณมีหนี้ทั้งหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต คุณจะมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง เพราะโดยมากอัตราดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบจะแพงกว่าอัตราดอกเบี้ยในระบบมาก อย่างไรก็ตามหากมีแต่หนี้บัตรเครดิตเพียงอย่างเดียว คุณต้องพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้รับ เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย

🎈จํานวนเงินที่ต้องผ่อนชําระต่อเดือนจะต่ำลง ทำให้ภาระรายจ่ายต่อเดือนลดลง ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตัวคุณได้ ยกตัวอย่างเช่น นาย ก. มีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด 4 ใบ จำนวน 20,000 บาท 30,000 บาท 40,000 บาท และ 50,000 บาทตามลำดับ รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 140,000 บาท หากนาย ก. จ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ขั้นต่ำ 10% คิดเป็นจำนวนเงินที่ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตต่อเดือนทั้งสิ้น 14,000 บาท ทำให้นาย ก. เริ่มจ่ายไม่ไหว นอกจากนี้การจ่ายที่ขั้นต่ำก็ไม่สามารถทำให้นาย ก. ปลดหนี้บัตรเครดิตทั้ง 4 ใบลงได้ หากนาย ก. ต้องการรวมหนี้โดยขอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลจำนวน 140,000 บาท จะทำให้นาย ก.ต้องผ่อนชำระยอดหนี้เดือนละ 6,806 บาทเท่านั้น (คำนวณจากเงินต้น 140,000 บาท สมมติอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ 25% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อน 3 ปี) จะเห็นได้ว่าสามารถลดอัตราการผ่อนชำระหนี้ลงได้ถึง 7,194 บาทต่อเดือน ทำให้นาย ก. มีสภาพคล่องเหลือเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปวางแผนการเงินด้านอื่นๆ ต่อไปได้

🎈การรวมหนี้จะทำให้เรารู้ระยะเวลาการผ่อนหนี้ที่แน่นอน เช่น 3 ปี 5 ปี (ตามข้อตกลงของแต่ละสถาบันทางการเงิน) ทำให้เราสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสปลดหนี้ได้ง่ายกว่า เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณสามารถจ่ายหนี้บัตรเครดิตได้แค่เพียงขั้นต่ำ 10% คุณจะไม่สามารถปลดหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดได้เลย เพราะคุณจะถูกคิดดอกเบี้ย ค่าทวงถามและค่าปรับต่างๆ จากบัตรเครดิตอยู่ตลอดเวลา จนทำให้คุณรู้สึกว่าทำไมผ่อนไปเท่าไหร่ มูลหนี้บัตรเครดิตของคุณถึงไม่ลดลงสักที


🖐หากคุณกำลังประสบปัญหาหนี้สินที่เริ่มมากขึ้นและใช้จ่ายไม่คล่องมือ ลองพิจารณาทางเลือกของการรวมหนี้ โดยการเปรียบเทียบ และหาทางเลือกที่เหมาะสมกับตัวคุณเองให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามวิธีที่จะจัดการกับหนี้ได้ดีที่สุดก็คือ การมีวินัยทางการเงินที่ดี อย่าใช้จ่ายเกินตัว อย่าก่อหนี้เพิ่ม และต้องมีความอดทนในการชำระหนี้ เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา หากคุณไม่ละทิ้งซึ่งความพยายามแล้วล่ะก็ คุณจะสามารถปลดหนี้ และสร้างฐานะการเงินที่ดีขึ้นใหม่ได้อย่างแน่นอน

📍 ที่มา : SCB bank

🎉ให้เงินทำงานผ่านอสังหาริมทรัพย์👉การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ขั้นพื้นฐานที่สุดที่คนทั่วไปมักจะนึกถึงกันก็คือ การซื้อบ้าน เพ...
27/02/2022

🎉ให้เงินทำงานผ่านอสังหาริมทรัพย์

👉การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ขั้นพื้นฐานที่สุดที่คนทั่วไปมักจะนึกถึงกันก็คือ การซื้อบ้าน เพราะนอกจากเราจะได้ใช้ประโยชน์จากบ้านในการเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังอาจนำไปขายต่อเพื่อทำกำไรหากราคาบ้านที่เราครอบครองอยู่มีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นในอนาคต ส่วนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น ที่ดิน หอพัก คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงงาน จัดเป็นกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Asset Class) ด้วยเช่นกัน ซึ่งรูปแบบการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เราคุ้นเคยกันดีมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่

🎈1. ซื้อเพื่อปล่อยเช่า

การลงทุนแบบนี้ถือเป็นการลงทุนในระยะยาว เพื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่จะได้รับอย่างต่อเนื่องจากค่าเช่าเป็นงวดๆ เช่น บ้านเช่า คอนโดให้เช่า ห้องเช่า และโกดังสินค้าให้เช่า เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการได้รับรายได้ประจำ โดยที่นักลงทุนอาจใช้เงินทุนของตนเองเพียงบางส่วนเพื่อจ่ายเป็นเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือสามารถขอกู้จากธนาคาร (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร) และเราสามารถนำเงินรายได้จากค่าเช่ามาผ่อนชำระธนาคารได้ แต่การลงทุนในลักษณะนี้ก็มีข้อยุ่งยากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาระในการบริหารจัดการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงหากไม่มีผู้เช่า หรือผู้เช่ามีพฤติกรรมไม่ดี ค้างชำระค่าเช่า อาจทำให้เราอ่อนอกอ่อนใจกับบรรดาผู้เช่าได้

🎈2. ซื้อเพื่อเก็งกำไร

การลงทุนแบบนี้ถือเป็นการลงทุนในระยะสั้น โดยมากเป็นแบบซื้อมาขายไป มักไม่เกินกว่าระยะเวลาผ่อนดาวน์ หรือก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ เพราะหากนักลงทุนต้องกู้เงินธนาคารมาลงทุน จะทำให้เกิดภาระผ่อนจ่าย อาจทำให้เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องได้

⭐ในกรณีนี้นักลงทุนจะเข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรืออยู่ในทำเลที่มีศักยภาพเป็นที่ต้องการของตลาด โดยคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาอสังหาริมทรัพย์นั้นจะสูงขึ้น แล้วก็จะขายอสังหาริมทรัพย์นั้นออกไปเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา แต่การลงทุนในลักษณะนี้ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจประสบปัญหาสภาพคล่องในการขายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ หรือจากการคาดการณ์ผิดว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ต้องใช้เวลานานในการขาย เงินทุนที่นำมาลงทุนในลักษณะนี้จึงควรเป็นเงินเย็น เพราะดังที่ได้กล่าวไปแล้ว หากกู้เงินธนาคารมาลงทุนจะทำให้มีภาระต้องผ่อนชำระกับธนาคารทุกเดือน ทำให้อาจต้องรีบร้อนขายอสังหาริมทรัพย์ออกไปโดยไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ

⭐การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงจึงมีข้อจำกัดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุนที่สูง ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา รวมถึงสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ และหากเราจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงเอง ทางเลือกในการลงทุนก็คงมีไม่มาก ก็อาจจะมีแค่ บ้าน และคอนโด โอกาสที่เราจะได้ไปลงทุนในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า โกดังสินค้าต่างๆ เองโดยตรงก็คงเป็นไปได้ยาก

🎏ดังนั้นทางเลือกที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนก็คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจัดตั้งขึ้น โดยระดมทุนจากประชาชนทั่วไปผ่านการขายหน่วยลงทุน แล้วนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ โรงแรม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สนามบิน และบริหารจัดการให้เช่าเพื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากค่าเช่าแล้วนำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วน

🎏กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นการลงทุนเพื่อซื้อ (Freehold) หรือเช่า (Leasehold) อสังหาริมทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โดยจะเน้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในรูปของค่าเช่า มีนโยบายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 75% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องอยู่ใน ประเทศไทยและไม่ใช่ที่ดินเปล่า นอกจากนี้ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จ หรือก่อสร้างไปแล้วไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์

🎏กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มีลักษณะคล้ายกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ แต่มีความ ยืดหยุ่นมากกว่า ทั้งในนโยบายการลงทุนและโครงสร้างเงินลงทุน (Capital Structure) เช่น REIT ลงทุนในต่างประเทศได้ ในขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทำไม่ได้ รวมถึงการกู้ยืมของ REIT สามารถทำได้มากกว่าด้วย

🎏กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นการลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของรัฐหรือเอกชน เช่น ไฟฟ้า ประปา ทางด่วน สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ซึ่งจะมีการระบุเฉพาะเจาะจงเลยว่าจะนำเงินไปลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานประเภทใด นอกจากนี้สามารถนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินของโครงการที่ยังอยู่ในขั้น Greenfield Project หรือโครงการที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เริ่มมีรายได้เข้ามา

🎏การลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REIT และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน มีข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อย สามารถเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้หลากหลาย ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ง่ายขึ้น และผู้ลงทุนไม่มีภาระในการดูแลรักษา เนื่องจากมีมืออาชีพคอยบริหารจัดการให้ อีกทั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขาย

🎏กล่าวโดยสรุปการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทางตรง หรือการลงทุนทางอ้อมก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ หลายคนที่เริ่มสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจมีคำถามว่าแล้วเราควรจัดสรรเงินเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กี่เปอร์เซ็นต์ดี คำแนะนำคือให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 5 - 10% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลอาจขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน สถานะทางการเงิน อัตราผลตอบแทนคาดหวังที่ต้องการ และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจลงทุนเสมอ

📍 ที่มา : SCB bank

🎊🎊🎊" รีไฟแนนซ์ " ฮีโร่ของคนกู้บ้าน🎊🎊🎊         หลายคนอดทนทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน ช่วงแรก ๆ ที่ผ่อนจ่ายก็ยังแฮปปี้ เพรา...
25/02/2022

🎊🎊🎊" รีไฟแนนซ์ " ฮีโร่ของคนกู้บ้าน🎊🎊🎊

หลายคนอดทนทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน ช่วงแรก ๆ ที่ผ่อนจ่ายก็ยังแฮปปี้ เพราะได้โปรโมชั่นดอกเบี้ย 1-3 ปีแรก แต่หลังจากนั้นก็หน้าซีดเพราะต้องเจอสภาวะ “หมดโปร” เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่างวดที่เคยจ่ายอยู่เหมือนเดิม ก็กลายเป็นไปตัดดอกเบี้ยซะเยอะ ผ่อนตั้งนานแต่ต้นแทบไม่ลด ถ้าอยากให้เงินต้นลดเยอะขึ้น เราก็ต้องจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น เปรียบเหมือนวิ่งขึ้นเขา ถ้าเรายังใช้ความเร็วเท่าเดิมก็จะได้ระยะทางไม่ไกลมาก
วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับฮีโร่ของคนเป็นหนี้บ้าน นั่นก็คือการ “รีไฟแนนซ์” ที่จะช่วยให้เราประหยัดดอกเบี้ยได้เยอะ บางกรณีอาจได้ถึงหลักล้านเลยทีเดียว ทำให้เราถึง “เส้นชัย” ปลดหนี้บ้านได้เร็วขึ้นแน่นอน

🎏รีไฟแนนซ์คืออะไร?
“รีไฟแนนซ์” คือการยื่นขอกู้สินเชื่อบ้านหรือคอนโดฯ กับธนาคารใหม่ ด้วยเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ดีกว่าเดิม เช่น อัตราดอกเบี้ย ที่ทำให้เราผ่อนบ้านหมดไวขึ้น หรือยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์
👉 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ที่ถูกกว่า ทำให้เราผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ยถูกลงกว่าเดิม
👉 ลดภาระค่างวด ทำให้จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนลดลง หรือถ้าเรายังสามารถจ่ายค่างวดได้สูงเท่าเดิม ก็จะตัดเงินต้นได้มากขึ้น
👉 ส่วนต่างจากยอดผ่อนชำระที่ลดลง ทำให้มีเงินเหลือไปใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ได้มากขึ้น
👉 บางกรณีอาจได้วงเงินกู้เพิ่มจากยอดคงค้างเดิม (อย่าลืมดูความสามารถของเราด้วยว่า ถ้าได้วงเงินกู้เพิ่มแล้วจะผ่อนไหวหรือเปล่า)

🎈ข้อควรคิดก่อนรีไฟแนนซ์
👉 การรีไฟแนนซ์ก็มีต้นทุน เพราะเราต้องย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ ก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ค่าประกันอัคคีภัย ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
👉 สินเชื่อกับธนาคารเดิมอาจมีเงื่อนไขห้ามปิดสัญญาภายในกี่ปี หากเรารีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่นก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไข ก็ต้องเสียค่าปรับ
👉 อย่าเพิ่งตื่นเต้นกับอัตราดอกเบี้ยใหม่ จนมองข้ามเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น ระยะเวลาการกู้เงิน วงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกและเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา ค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่เราต้องจ่ายเอง มีข้อกำหนดอะไรหรือไม่
👉 ก่อนเลือกธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์ ควรนำแต่ละทางเลือกมาเปรียบเทียบให้รอบด้าน ข้อเสนอที่ได้รับต้องดีกว่าเดิม ทั้งในแง่ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนเงื่อนไขเรื่องระยะเวลากู้ วงเงินกู้ และความสะดวกในการติดต่อทำธุรกรรม

🎊เช็กลิสต์ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์
มีหลายเรื่องที่เราอาจยังไม่รู้ความหมาย หรือลืมคิดไป ลองมาเช็กกันก่อน
✔ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจเมื่อเห็นรีไฟแนนซ์อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ เพราะธนาคารอาจให้แค่ 6-12 เดือนแรกเท่านั้น ต้องดูอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา
✔ MRR หรือ Minimum Retail Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับสินเชื่อต่าง ๆ หากธนาคารแห่งหนึ่งบอกว่า สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย MRR-3.50% เราก็ต้องไปดูประกาศของธนาคารล่าสุดว่า ณ เวลานั้น MRR อยู่ที่เท่าไหร่ แล้วมาคำนวณก็จะได้คำตอบ หรือบางธนาคารอาจใช้ MLR หรือ Minimum Loan Rate เป็นตัวอ้างอิงแทน ก็ต้องคำนวณและเปรียบเทียบกันดี ๆ
✔ ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ประมาณ 2,000-3,000 บาท หลาย ๆ ธนาคารใหม่มักช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้
✔ ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ (จ่ายให้ธนาคารใหม่)
✔ ค่าจดจำนอง 1% ของยอดเงินกู้ (จ่ายให้สำนักงานที่ดิน) หลายธนาคารมักมีแพ็กเกจสินเชื่อแบบที่ออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ด้วย
✔ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย เป็นเงื่อนไขบังคับของการขอสินเชื่อบ้าน
✔ ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับเราว่าอยากซื้อหรือไม่
✔ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ หลาย ๆ ธนาคารยกเว้นส่วนนี้ให้

📍ที่มา : TTB bank

ใครอยากลดภาระหนี้สิน ลดการจ่ายดอกเบี้ยแสนแพง ทักหาเราด่วนๆๆ💸 หนี้บัตรเครดิต💸 หนี้นอกระบบ💵 มีเงินเหลือไว้ตั้งตัว 100,000 ...
24/02/2022

ใครอยากลดภาระหนี้สิน ลดการจ่ายดอกเบี้ยแสนแพง ทักหาเราด่วนๆๆ
💸 หนี้บัตรเครดิต
💸 หนี้นอกระบบ
💵 มีเงินเหลือไว้ตั้งตัว 100,000 ถึง 800,000
✅ เป็นพนักงานประจำ
✅ มีสลีปเงินเดือน
✅ ไม่ติดแบล็คลิสเครดิตบูโร
✅ มีรายรับ20,000++++
💸 หนี้บัตรเครดิต
💸 หนี้นอกระบบ
📌 ภาระหนี้สินต่างๆมารวมเป็นก้อนเดียว เราปิดให้ทุกสถาบัน
📌เรายื้นเอกสารให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

💥ทักหาเราด่วนๆ ก่อนจะสายเกินไป
☎️: 086 848 6161
🆔: thai_cool

❤️รับให้คำแนะนำและบริการด้านการเงินเรื่อง ปิดหนี้ รวมหนี้  โดยใช้การกู้คอนโดเงินเหลือ ( cash back ) จำวนเงินตั้งเเต่ 1 แ...
24/02/2022

❤️รับให้คำแนะนำและบริการด้านการเงินเรื่อง ปิดหนี้ รวมหนี้
โดยใช้การกู้คอนโดเงินเหลือ ( cash back )
จำวนเงินตั้งเเต่ 1 แสน - 1 ล้านบาท!!!
❗️ ข้อดีของการมีคอนโดเงินเหลือ
✅ เป็นการปิดหนี้ รวมหนี้ แล้วจ่ายทางเดียว โดยที่ได้รับดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหลายเท่า
✅ ได้กำไรจากการมีอสังหาทรัพย์เป็นของตัวเอง เเค่อยู่เฉยๆมูลค่าก็สูงขึ้น หรือ จะปล่อยเช่า ก็ได้เช่นกัน
✅ ภาระสูง หนี้เยอะ เรายินดีให้คำปรึกษาเเละช่วยลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มที่
❗️❗️❗️ที่สำคัญ❗️❗️❗️
** ฟรีทุกค่าใช้จ่ายนับตั้งแต่วันที่ยื่นเรื่องจนโอนเสร็จ **
หากสนใจ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ​
▪️📲𝗹𝗶𝗻𝗲@ : thai_cool
▪️📞𝗖𝗮𝗹𝗹 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 : 086 848 6161

#คอนโดเงินเหลือ #คอนโดหรู #คอนโด #คอนโดใกล้bts #ซื้อคอนโด #ซื้อคอนโดกรุงเทพ

ที่อยู่

61/20 ถนนพระราม 9 ซอย 7 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66842982971

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CondoDผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CondoD:

แชร์