16/08/2021
สรุป 16 เรื่องต้องรู้ ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สำหรับบ้านพักอาศัย กำไร หรือ ขาดทุน
1. ไม่ใช่ทุกหลัง ที่จะเหมาะกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ บางหลังติดแล้วคุ้ม บางหลังไม่ควรติดเลย อย่าเข้าใจผิด การติดโซลาร์เซลล์ไม่ได้เป็นการใช้ไฟฟ้าฟรี แต่เป็นการลงทุนก่อนล่วงหน้า จะกำไรหรือขาดทุน ขึ้นอยู่กับข้อต่อไปนี้ โดยจะเขียนอิงบ้านที่มีค่าไฟประมาณเดือนละ 2,000 บาท
2.
ส่วนใหญ่บ้านในเมืองหรือบ้านพักอาศัยทั่วไป จะเหมาะกับโซลาร์เซลล์แบบออนกริด ระบบนี้จะใช้กระแสไฟฟ้าได้เฉพาะช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนหรือช่วงที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ จะใช้กระแสไฟจากการไฟฟ้าแทน หากเพิ่มแบตเตอรี่หรือระบบไฮบริด ยังเป็นสิ่งที่แพง รอให้ถูกลงก่อน ซื้อแบตภายหลังก็ยังไม่สาย
3.
ค่าไฟที่บ้านควรเกิน 2,000 บาทขึ้นไป หากค่าไฟยังใช้ไม่ถึง 2,000 บาท อย่าเพิ่งคิดติดโซลาร์เซลล์ เพราะการติดตั้งแพ็คเกจเริ่มต้นส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 แสนบาท ประหยัดไฟสูงสุดประมาณ 600-800 บาท/เดือน ระยะคืนทุนประมาณ 10 ปี หากค่าไฟที่บ้านยังน้อย ระยะคืนทุนอาจใช้เวลา 15-25 ปี ถึงเวลานั้นแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อาจชำรุดก่อนคืนทุน (ถ้าอยากได้วิธีคำนวณ แจ้งไว้ครับ จะอธิบายเสริมให้)
4.
แม้ค่าไฟจะเกิน 2,000 บาท แต่หากใช้ไฟฟ้าช่วงเย็นไปต้นไปก็ยังไม่ต้องติด จะเหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟฟ้ากลางวันเท่านั้น อาจเป็นบ้านที่มีคนอยู่อาศัยทั้งวัน เปิดแอร์ทั้งวัน หรือใช้เป็น Home Office จะเหมาะมาก วิธีการเช็คง่าย ๆ ให้ดูมิเตอร์หน้าบ้านช่วง 9.00 น. - 16.00 น. เป็นระยะเวลา 7-10 วัน หากสัดส่วนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ช่วงดังกล่าวเกินครึ่ง ติดตั้งได้เลย จะคืนทุนไว
5.
เช็คพื้นที่ติดตั้งบนหลังคา หากฝั่งทิศใต้ หรือ ทิศตะวันตกมีตึกสูงบัง โอกาสคุ้มทุนจะน้อยลงมาก เพราะประเทศไทยรับพลังงานแสงอาทิตย์ได้ดีที่สุดฝั่งทิศใต้ รองลงมาตะวันตกเฉียงใต้ โดยจะต้องมีพื้นที่ติดตั้ง 8-10 ตร.ม. ขึ้นไป ถึงจะเพียงพอต่อโซลาร์เซลล์ 4 แผง ผลิตไฟฟ้าได้ 1.3-1.6 KW ต่อชั่วโมง หรือประมาณวันละ 5 หน่วย
6.
มุมที่ดีที่สุดในการวางแผงโซลาร์เซลล์สำหรับประเทศไทยไม่ใช่ 15 องศา ตามที่เขาว่ากัน เพราะค่าดังกล่าวเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของประเทศไทยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแต่ละภูมิภาคให้มุมแสงที่ต่างกัน เฉลี่ยทำมุม 13-18 องศา วิธีการง่าย ๆ ให้จิ้มพิกัดบนแผนที่ Google Maps แล้วดูตัวเลขละติจูด เป็นตัวเลขหน้า เช่น เชียงใหม่ 18.77###xx, 98.95###x เอาเฉพาะเลขหน้า องศาที่เหมาะ คือ 18.7 องศา ง่ายไหมครับ ?
7.
แต่มุมที่ดีที่สุดตามข้อ 6 จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อแผงโซลาร์เซลล์หันทางทิศใต้ กรณีหันทางทิศตะวันตก ตะวันออกหรือแม้แต่ทิศเหนือ แนะนำให้วางโซลาร์เซลล์องศาต่ำ ๆ 3-5 องศา ยิ่งต่ำมากจะยิ่งรับแสงได้ดี เพราะจะช่วยลดการบังเงาจากทางทิศใต้ เช่น หากวางแผงทิศตะวันตกทำมุม 15 องศา จะเกิดเงาแสงจากฝั่งทิศใต้ ให้วางแผง 3 องศา แม้แดดส่องทิศใต้ ทิศตะวันตกก็ยังได้รับแสง แม้จะน้อยกว่าทิศใต้แต่ก็ดีกว่าบังเงากัน
8.
แต่อย่างไรก็ตามอย่าไปคิดมาก เพราะองศาจะขึ้นอยู่กับลักษณะหลังคาของบ้านเราด้วย โดยส่วนใหญ่หลังคาในไทยใช้กระเบื้องซีแพค รองรับองศาประมาณ 22-30 องศา แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการรับพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงบ้าง หลังคาที่บังคับองศาได้ง่าย จึงเป็นหลังคาแบน Slap หรือหมาแหงน ยิ่งหลังคา Slab จะยิ่งดี เพราะสามารถออกแบบการติดตั้งให้สลับทิศตามแดดได้ โดยพระอาทิตย์อ้อมใต้ 8-9 เดือน อ้อมเหนือ 3-4 เดือน จะรับพลังงานได้ทั้งปี ส่วนบ้านที่หันทางใต้ ช่วงอ้อมเหนือจะผลิตพลังงานได้น้อยลง
9.
การติดตั้งโซลาร์เซลล์ระบบออนกริด จะต้องขออนุญาตก่อนเสมอ โดยขอที่เขตหรือเทศบาลที่อยู่อาศัย รวมทั้งขอจากการไฟฟ้านครหลวง ปัจจุบันบริษัทรับติดตั้งหลายแห่งช่วยดำเนินการให้ในส่วนนี้ หากบริษัทไหนบอกว่า ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต ทำได้เลย แนะนำให้หาบริษัทอื่นแทนครับ
10.
การขออนุญาตนั้นจำเป็นมาก เจ้าหน้าที่จะประเมินงานจากแบบโครงสร้างหลังคา, ประเมินระบบไฟฟ้าที่ติดตั้ง รวมทั้งอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน โดยรวมคือช่วยทำให้เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องนั่นเองครับ
11.
ถ้าเป็นทีวี ตู้เย็น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป คนส่วนใหญ่จะรู้ว่ามีแบรนด์อะไรบ้างที่เชื่อถือได้ แต่หากเป็นโซลาร์เซลล์ คนส่วนใหญ่จะงง ไม่รู้จักเลย วิธีง่าย ๆ ให้เลือกใช้แบรนด์ที่ได้ระดับ Tier 1 เป็นการจัดอันดับโดยบลูมเบิร์ก มาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ วิธีจัดอันดับจะประเมินตั้งแต่กระบวนการผลิต, งานวิจัย , ประสบการณ์การผลิตอย่างน้อย 5 ปี รวมทั้งคุณภาพต่าง ๆ จึงมั่นใจได้ว่าแผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้ จะมีประสิทธิภาพที่ดี (ดูเพิ่มเติมใต้โพสต์นี้)
12.
ต้องติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ หลัก ๆ ให้ดูจากบริษัทที่เชื่อถือได้ ใช้แผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่ม Tier 1 มีวิศวกรควบคุมงานได้ยิ่งดี ถ้าให้ดีดูที่ผลงานเก่า ๆ ติดตั้งเรียบร้อยหรือไม่ หรือดูภาพรวมว่า หากติดแล้วหลังคาบ้านดูรก ๆ มีสายไฟ ท่อเดินเกะกะ เลี่ยงก่อนดีกว่า
13.
ผู้ติดตั้งต้องมาประเมินหน้างานก่อนเสมอ พร้อมกับประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้า เพื่อจะสเปคกำลังไฟฟ้าได้เหมาะสม สอดคล้องกับงบประมาณ ถ้าเน้นขายแพ็คเกจมั่ว ๆ โดยยังไม่ได้สำรวจใด ๆ หรือเร่งเร้าให้จ่ายเงินมัดจำก่อนมาสำรวจหน้างานจริง แนะนำเลี่ยงได้เลี่ยง เว้นแต่เป็นค่าใช้จ่ายในการสำรวจหน้างาน
14.
มีการรับงานติดตั้งอย่างน้อย 1-2 ปี ประกันอุปกรณ์ Inverter อย่างน้อย 5 ปี และรับประกันแผงโซลาร์เซลล์ อย่างน้อย 10 ปี โดยแผงโซลาร์เซลล์จะผลิตได้ยาวนานเฉลี่ย 25 ปี
15.
ติดตั้งเสร็จแล้ว ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้แล้ว เจ้าของบ้านจะต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ฝุ่นที่เกาะติดแผงโซลาร์เซลล์ มีผลให้ประสิทธิภาพการรับพลังงานต่ำลง จำเป็นต้องฉีดล้างเป็นประจำ ปีละ 1-2 ครั้ง หากบ้านออกแบบมาให้ขึ้นไปอย่างปลอดภัยจะช่วยได้เยอะ ตัวอย่างบ้านในภาพประกอบนี้ ปันแปลนออกแบบให้เจ้าของบ้านทำความสะอาดได้เอง แต่ถ้าบ้านทั่วไปต้องใช้บริการเสริม หรือบางบ้านอยู่ ๆ ไป ต้นไม้สูงขึ้นบดบังแสง จำเป็นต้องตัดแต่งอยู่เสมอ
16.
การมีวินัยต่อการใช้พลังงานไฟฟ้ายังเป็นสิ่งจำเป็น แม้โซลาร์เซลล์จะช่วยผลิตไฟฟ้าให้ในช่วงกลางวัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดทิ้งไว้หรือใช้สิ้นเปลืองเท่าไหร่ก็ได้ ที่สำคัญ ยังต้องจ่ายค่าไฟทุกเดือน เพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายลงเท่านั้น หลายบ้านติดตั้งแล้วค่าไฟกลับแพงขึ้น เพราะใช้ไฟฟ้ามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
อ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ช่วยตอบผมหน่อยว่า บ้านของคุณคุ้มแล้วหรือยังในการติดตั้ง หากข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ แชร์เก็บไว้หรือแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ 👌
……………………………………………………...........
ผู้เขียน : อภิสิทธิ์ สุธาประดิษฐ์ | Punplan
……………………………………………………...........
หมายเหตุ : ขอสงวนลิขสิทธิ์บทความและภาพทุกโพสต์บนเพจ Punplan ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ก้อปไปวางที่ใด ๆ แต่สามารถกดแชร์โดยจากโพสต์นี้เท่านั้นครับ