07/09/2022
POLICY: คณะรัฐมนตรีไฟเขียว กำหนดให้ ‘นกชนหิน’ เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หลังใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต ถูกล่าเอาโหนกทำเครื่องประดับ เหลือในธรรมชาติไทยไม่เกิน 100 ตัว
นกชนหิน (Helmeted Hornbill, Rhinoplax vigil) อยู่ในวงศ์นกเงือก ลักษณะเด่นคือโหนกที่ตันต่างจากนกเงือกชนิดอื่น และถือเป็นสัตว์โบราณและเชื่อกันว่ามีความเก่าแก่ถึงขนาดเรียกได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของนกเงือกแห่งเอเชีย ที่ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน อาศัยในป่าดงดิบ และกระจายพันธุ์ตั้งแต่ทางตอนใต้ของไทย บางส่วนของพม่า เรื่อยไปจนถึงมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤต (Critically Endangered) ปัจจุบันประชากรในไทยมีประมาณ 100 ตัว ส่วนสาเหตุที่ทำให้นกชนหินเสี่ยงสูญพันธุ์ ก็เพราะนกเงือกชนิดนี้มีโหนกที่ตัน จึงถูกล่าอย่างหนักเพื่อใช้หัวเป็นเครื่องราง เครื่องประดับ อีกทั้งการลดลงของถิ่นที่อยู่อาศัยจากการบุกรุกทำลายป่า การตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ที่นกใช้เป็นโพรงรัง ทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะวิกฤต การปกป้องและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนจึงมีความสำคัญมากเพื่อใช้ในการจัดการ ป้องกัน และการวางแผน ในการยกระดับการอนุรักษ์ นกชนหินต่อไป
โดยที่ผ่านมาทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้มีการผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2562 โดยรวบรวมรายชื่อสนับสนุนให้นกชนหินได้ขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวน รวมถึงเสนอให้เกิดแผนปฏิบัติการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรนกชนิดนี้ในระยะยาว เนื่องจากสถานการณ์ล่านกชนหินเพื่อนำส่วนหัวมาทำผลิตภัณฑ์ขายในตลาดมืด ที่เรียกว่า “งาสีเลือด” เป็นสิ่งดึงดูดใจผู้มีความเชื่อผิดๆ นิยมบูชางาเป็นวัตถุมงคลแห่งความมั่งคั่ง
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าผ่านการพิจารณาเห็นชอบให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทยเพื่อช่วยยกระดับความคุ้มครองนกชนหินและถิ่นอาศัยให้สอดคล้องกับมาตรการนานาชาติ ให้สังคมเพิ่มความตระหนักในการอนุรักษ์มากขึ้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2565 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพิ่มเติม ซึ่งได้แก่นกชนหิน (Rhinoplex Vigil) โดยจะเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เนื่องจากนกชนหินเป็นสัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ จำเป็นต้องสงวนและอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวด ปัจจุบันมีนกชนหินในธรรมชาติเหลืออยู่น้อยมาก ประมาณไม่เกิน 100 ตัว และมีปัจจัยคุกคามสูง เนื่องจากนกชนหินมีโหนกที่ตันและสวยงามเหมือนลักษณะของงาช้าง ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดค้าสัตว์ป่า ส่งผลให้เกิดการลักลอบล่านกชนหินอย่างมาก จนกระทั่งมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 410 แล้วก็ตาม จึงต้องยกระดับการคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
ทั้งนี้นอกจากเป็นการยกระดับการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวดแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ในระดับนานาชาติ ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์(CITES) ซึ่งมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม
โดยนกชนหิน เป็นนกเงือก 1ใน 13 ชนิดของไทย มีการกระจายเฉพาะตั้งแต่จังหวัดชุมพรจนถึงจังหวัดนราธิวาส พบเป็นกลุ่มขนาดเล็กในป่าดิบชื้นระดับต่ำ โดยมีกลุ่มประชากรหลักอยู่ในอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง
อนึ่ง สัตว์ป่าสงวน หมายถึง สัตว์ป่าที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์ หรืออาจสูญพันธุ์ไปแล้ว ต้องสงวนและอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวด เดิมประเทศไทยมีสัตว์ป่าสงวนที่ประกาศตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 15 ชนิด แต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมสงวนคุ้มครองสัตว์ป่ามีมติเห็นชอบให้เพิ่มสัตว์น้ำ 4 ชนิด เป็นสัตว์สงวน และตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ประกอบกับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีล่าสุด ทำให้ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสัตว์ป่าสงวน 20 ชนิด ดังนี้
1.นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร
2. แรดชวา
3. กระซู่
4. กูปรี หรือโคไพร
5. ควายป่า
6. ละอง หรือ ละมั่ง
7. สมัน
8. เลียงผา
9. กวางผา
10. นกแต้วแล้วท้องดำ
11. นกกระเรียนไทย
12. แมวลายหินอ่อน
13. สมเสร็จ
14. เก้งหม้อ
15. พะยูน หรือ หมูน้ำ
16. วาฬบรูด้า
17. วาฬโอมูระ
18. เต่ามะเฟือง
19. ปลาฉลามวาฬ
20. นกชนหิน
อย่างไรก็ตามการประกาศนกชนหินให้เป็นสัตว์สงวน จึงจำเป็นต้องมีแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทุกพลังของเราจึงมีความหมาย และนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของนกชนหินที่จะอยู่รอดอย่างยั่งยืนกับคนไทยต่อไป
ที่มา
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/58915
https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/58904
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3498919116903177&id=1523107561151019
ภาพ https://www.timplowden.co.uk