Properlist PROPERLIST where "Property" meets "Checklist"
ติดต่องาน: [email protected]

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲] “Recap สงกรานต์ 2569” กับ นักท่องเที่ยว 619,481 คนทำไม ‘ห้างกรุงเทพฯ’ ต้องเล่นใหญ่ขึ้นทุกปีทุกปีพอเข้าสู่เ...
18/04/2026

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲]
“Recap สงกรานต์ 2569”
กับ นักท่องเที่ยว 619,481 คน
ทำไม ‘ห้างกรุงเทพฯ’ ต้องเล่นใหญ่
ขึ้นทุกปี
ทุกปีพอเข้าสู่เดือนเมษายน
ภาพที่เราเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ
ห้างในกรุงเทพฯ ลงทุนกับ
“สงกรานต์” มากขึ้น

ตั้งแต่เวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่
โซนเล่นน้ำกลางเมือง
ไปจนถึงการดึงแบรนด์
และศิลปินระดับประเทศ

คำถามคือ
ทำไมต้องลงทุนขนาดนี้
ทั้งที่สงกรานต์มีแค่ไม่กี่วัน
#อย่างแรกเลยสงกรานต์
คือ “ช่วงวัดกำลังซื้อ” ที่ชัดที่สุดของปี
เพราะในช่วงปกติห้างอาจต้องใช้เวลา
หลายเดือนเพื่อดูว่าคนมาเยอะขึ้นจริงไหม
หรือยอดขายของร้านดีขึ้นแค่ไหน

แต่สงกรานต์ต่างออกไป
ภายใน 3–5 วัน ห้าง
สามารถเห็นภาพชัดว่า
- คนเข้ามากี่คน
- ใช้เวลาอยู่ในห้างนานแค่ไหน
- ใช้เงินกับอะไร

ข้อมูลเหล่านี้
คือ สิ่งที่นักพัฒนาโครงการใช้
เพื่อประเมินศักยภาพของพื้นที่
ยิ่งคนแน่นยิ่งสะท้อนว่า
“ทำเลนี้ยังดึงคนได้”

ต่อมาคือ Event ใหญ่
ช่วยยืดเวลาการใช้ชีวิตในห้าง
เนื่องจากในวันปกติ คนส่วนใหญ่
มาห้างด้วยเหตุผลชัดเจน เช่น
กินข้าว ดูหนัง ซื้อของ แล้วก็กลับ

แต่พอมีสงกรานต์
ห้างกลายเป็นพื้นที่ที่คน
“อยู่ได้นานขึ้น” ตั้งแต่
ช่วงบ่ายไปจนถึงกลางคืน

สิ่งที่ตามมา คือ
- โอกาสใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- ร้านค้าขายของได้มากขึ้น
- พื้นที่เช่ามีมูลค่าสูงขึ้น

สำหรับเจ้าของห้าง
นี่คือ ภาพที่อยากเห็นมากที่สุด
ทำให้ ห้างที่จัดงานต่อเนื่อง
อย่าง Siam Paragon และ CentralWorld
จะค่อยๆ กลายเป็นภาพจำของสงกรานต์
ในกรุงเทพฯ
#ตัวอย่างห้างที่จัดในปีนี้
- 1. “ICONSIAM” จัดงาน THAICONIC
SONGKRAN CELEBRATION 2026 ที่
ริเวอร์พาร์ก มีอุโมงค์น้ำยักษ์, โซนเล่นน้ำเด็ก
และการแสดงวัฒนธรรม

เริ่มตั้งแต่
วันที่ 10-15 เม.ย. 69

- 2. “​​EM DISTRICT” งานไทยหรรษา
มหาสงกรานต์ พบอุโมงค์น้ำยักษ์ และ
ปาร์ตี้บีชคลับกลางเมือง

เริ่มตั้งแต่
วันที่ 10-15 เม.ย. 69

- 3. “​​เซ็นทรัลเวิร์ด” centralwOrld Songkran Festival
(10-19 เม.ย.) & PEPSI Presents THAI LIZM (11-13 เม.ย.)
มิวสิคเฟสติวัลและสาดน้ำหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

เริ่มตั้งแต่
วันที่ 10-19 เม.ย. 69

- 4. “​​สยามพารากอน” SIAM PARAGON
ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026

เริ่มตั้งแต่
วันที่ 13-15 เม.ย. 69

- 5. SAMYAN MITRTOWN
SONGKRAN FESTIVAL สถานี
สาดความสนุกหน้าสามย่านมิตรทาวน์

เริ่มตั้งแต่
วันที่ 13-15 เม.ย. 69
และ
อีกหนึ่งเหตุผลที่ห้างต้องเล่นใหญ่
คือ “ดีมานด์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ”

เพราะ
ในช่วงสัปดาห์วันที่ 6–12 เม.ย. 69
ซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์

ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ
รวม 619,481 คน (+8.76%) ซึ่ง
เพิ่มจากสัปดาห์ก่อน

โดยเฉพาะกลุ่มระยะใกล้
โตถึง +18.32% แตะ 400,000 คน

นำโดย
- จีน 106,504 คน
- มาเลเซีย 90,524 คน
รวมถึง อินเดีย รัสเซีย

และสหรัฐฯ ที่ยังเป็น
ตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง

หรือคิดง่ายๆ คือ
มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยเฉลี่ย
วันละเกือบ 90,000 คน
#แล้วเกี่ยวอะไรกับห้าง
คำตอบก็คือ นักท่องเที่ยว
กลุ่มนี้ ไม่ได้มาแค่เที่ยว
แล้วก็กลับ

แต่เป็นกลุ่มที่ใช้เวลาอยู่
ใน กทม. จริงๆ ทั้ง กิน
เดิน ช้อป ใช้ชีวิตทั้งวัน

แล้วจุดที่คนกลุ่มนี้ไปซ้ำๆ
ก็คือห้างใหญ่ใจกลางเมือง
นี่แหละ

พอเป็นแบบนี้
ห้างเลยต้องยิ่งลงทุน
เพื่อดึงให้เขา “เลือกมาอยู่ที่นี่”

เนื่องจากยิ่งอยู่ได้นานเท่าไหร่
โอกาสใช้เงินก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
#สรุป
เหตุผลที่ห้างในกรุงเทพฯ
ต้อง “เล่นใหญ่” มากขึ้นทุกปี
ในช่วงสงกรานต์

ไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก
แต่เป็นเรื่องของ
การดึงคนเข้าโครงการ
การเพิ่มการใช้จ่าย

และการยืนยันศักยภาพของทำเล
ในมุมของผู้พัฒนาโครงการ
สงกรานต์ 3–5 วัน
อาจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

แต่ผลลัพธ์ที่ได้
ส่งผลต่อรายได้และมูลค่าโครงการ
ไปได้อีกทั้งปี
Reference:
- เพจ Facebook ทางการของแต่ละศูนย์การค้า
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
#วันสงกรานต์
#สงกรานต์69
#สงกรานต์กรุงเทพ

🔎“สยามพารากอน” ทำยังไงให้กลายเป็น “ห้างระดับประเทศ”ที่ดึง “คนให้มาเดินหลักแสนต่อวัน”พูดถึง “กรุงเทพฯ” แล้ว หลายคนคงไม่รู...
15/04/2026

🔎“สยามพารากอน” ทำยังไง
ให้กลายเป็น “ห้างระดับประเทศ”
ที่ดึง “คนให้มาเดินหลักแสนต่อวัน”
พูดถึง “กรุงเทพฯ” แล้ว หลายคน
คงไม่รู้ว่านอกจากเป็นเมืองหลวง
ของประเทศไทย ที่คนไทย และ
นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมา
เยือนแล้ว

“กรุงเทพฯ” ยังเป็นเมือง ที่
ยังเต็มไปด้วย “ห้าง” และที่
น่าสนใจ

คือ
ชื่อของ “สยามพารากอน”
มักจะอยู่อันดับต้นๆ เสมอ
ท่ามกลางการแข่งขันของ
ห้างที่ดุเดือดในกรุงเทพฯ

แล้ว อะไรคือปัจจัยที่ทำให้
ที่นี่รักษาตำแหน่ง “ศูนย์กลาง”
เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ ?
#จุดเริ่มต้นของสยามพารากอน
โดย “สยามพารากอน” เกิดจาก
ความร่วมมือของ 2 ยักษ์ใหญ่
อย่าง “กลุ่มเดอะมอลล์” และ
“กลุ่มสยามพิวรรธน์” โดยมี
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ MBK

และ เปิดให้บริการใน
ปี 2548 บนที่ดินเดิม ของ
“สยามอินเตอร์คอนติเนนตัล”

ซึ่ง ถือเป็นที่ดินทองคำ
ใจกลางเมือง ที่ติดกับ
“BTS สายสุขุมวิท” ที่
“สถานีสยาม”

อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยห้างใหญ่
อย่าง Siam Center, Siam Discovery
และ CentralWorld

เหมือนกับย่านดังระดับโลก เช่น
ชิบูย่า ในโตเกียว หรือ ออร์ชาร์ด
ในสิงคโปร์
#แล้วที่ผ่านมาสยามพารากอนเป็นอย่างไร
เป็น ห้างที่มีพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม.
และมีสถิติใน ปี 2560 มีทราฟฟิกคน
เดินกว่า 80,000–200,000 คนต่อวัน

โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่ มาเยือนมากที่สุด คือ จีน
รองลงมา คือ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้
อินเดีย และมาเลเซีย ตามลำดับ

และในปี 2554 สยามพารากอน
ยังมีการใช้ไฟฟ้า ราว 123 ล้านหน่วยต่อปี
ซึ่ง มากกว่าการใช้ไฟฟ้าของ
จ.แม่ฮ่องสอน ในช่วงเวลาเดียวกัน

โดยจังหวัดดังกล่าวมีประชากร
ราว 250,000 คน และใช้ไฟฟ้า
เพียง 65 ล้านหน่วย
#แล้วสยามพารากอนทำได้ยังไง
1. “สยามพารากอน” ตั้งอยู่ใน
ศูนย์กลางที่ “คนต้องผ่าน” ทุกวัน
เพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า BTS
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีคนใช้งานจริงอยู่แล้ว

ทำให้มีข้อได้เปรียบที่ ไม่ต้องเริ่ม
จากศูนย์ เพราะมีทราฟฟิกคนมหาศาล
จากคนที่ใช้ BTS ในการเดินทาง
ทำให้โอกาสที่คนจะแวะเข้าก็สูงขึ้น
โดยธรรมชาติ

เพราะ สามารถเดินจากรถไฟฟ้า
เข้าห้างได้ทันที แถมยังเดินเชื่อม
ไปยังห้างใกล้เคียงได้

ความสะดวกนี้
ช่วยลด “แรงต้าน” ในการเข้าพื้นที่
และเพิ่มจำนวนคนที่ตัดสินใจแวะเข้ามา

2. เลือกกลุ่มลูกค้าชัด ผ่านการ
ดึงแบรนด์ระดับโลกเข้ามาเปิดสาขา
ที่ สยามพารากอน

เพราะเมื่อมีแบรนด์เหล่านี้ ก็
จะยิ่งดึงดูดกลุ่ม ที่มี กำลังซื้อสูง
รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ให้เข้ามาใช้บริการ และทำให้แบรนด์
ระดับโลกยิ่งอยากเข้ามาเปิดสาขา

ซึ่ง ปัจจุบันสยามพารากอน
มี แบรนด์ที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่

- Delvaux (เดลโวซ์) เปิดตัวบูติกแห่งแรก
ในประเทศไทย ณ สยามพารากอน

- Rolls-Royce เปิดโชว์รูมใหม่ “Galleria”
ในสยามพารากอน แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก
และอันดับ 5 ในเอเชีย

- Loewe ช็อปแห่งแรกในไทยที่
เป็นรูปแบบ Loewe Casa ที่
สยามพารากอน เป็นต้น
3. เพิ่มเหตุผลให้คนอยู่นานขึ้น
หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของห้าง
ไม่ใช่แค่จำนวนคนเข้า แต่คือ
“ระยะเวลาที่คนใช้ในพื้นที่”

สยามพารากอน
จึงเพิ่มองค์ประกอบ
ที่ทำให้คนอยู่ได้นาน เช่น

- Sea Life Bangkok Ocean World
- Paragon Cineplex
- โซนร้านอาหารที่มีตัวเลือกหลากหลาย

องค์ประกอบเหล่านี้ ช่วยเปลี่ยน
พฤติกรรมจาก “มาแล้วกลับ”
เป็น “มาแล้วใช้เวลาเป็นครึ่งวัน”

หรือทั้งวัน เมื่อคนอยู่นานขึ้น
โอกาสในการใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น
ตามไปด้วย

4. การใช้กิจกรรมสร้างการรับรู้ต่อเนื่อง
เพราะ ศูนย์การค้าที่คนรู้จัก
ไม่ได้เกิดจากการเปิดตัวครั้งเดียว
แต่ต้อง “ถูกพูดถึงซ้ำๆ”

ทำให้ สยามพารากอนมีการ
จัดงานอย่างต่อเนื่อง เช่น
- งานเปิดตัวสินค้าแบรนด์ระดับโลก
- งานแฟชั่น
- อีเวนต์บันเทิง และไลฟ์สไตล์

เพราะ กิจกรรมเหล่านี้
ช่วยให้ที่นี่ถูกเชื่อมโยงกับคำว่า
“ทันสมัย” และ “อัปเดตอยู่เสมอ”
ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของ
ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว
#บทสรุป
ทำให้การเติบโต ของ
“สยามพารากอน” ที่มีคนเดิน
แสนคนต่อวัน ไม่ได้เกิดจาก
ปัจจัยเดียว

แต่
เป็นการรวมกันของหลายองค์ประกอบ
ทั้ง อยู่ในจุดที่มีคนใช้งานจริง เลือกกลุ่ม
ลูกค้าอย่างชัดเจน เพิ่มกิจกรรมให้คนใช้
เวลาได้นาน รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
และรักษาการรับรู้ผ่านกิจกรรมต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้
ทำให้ สยามพารากอน
กลายเป็นศูนย์การค้า
ที่มีบทบาทมากกว่าการจับจ่าย

และเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญ
ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง
ของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน
Reference:
- siampiwat.com
- กรุงเทพธุรกิจ
- marketeeronline
#สยามพารากอน
ังหา
#ย่านสยาม
#อสังหา

12/04/2026

แกะแนวคิด “คุณทองมา”
ผู้ก่อตั้ง “อาณาจักรพฤกษา”
#คุณทองมา #พฤกษา #อสังหาริมทรัพย์ #ธุรกิจไทย

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗧𝗮𝗹𝗸]  แกะย่าน “ราชพฤกษ์ตัดใหม่”ย่านที่ “คนยอมขยับไกลขึ้น” แต่ “ได้ทุกอย่างมากขึ้น”“ราชพฤกษ์” ในอดีต คือ ภาพของ “ถ...
11/04/2026

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗧𝗮𝗹𝗸]
แกะย่าน “ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
ย่านที่ “คนยอมขยับไกลขึ้น”
แต่ “ได้ทุกอย่างมากขึ้น”
“ราชพฤกษ์” ในอดีต
คือ ภาพของ “ถนนแนวราบ” สำหรับ
อยู่อาศัยเน้นบ้านเดี่ยว โครงการแนวลึก
และการใช้รถยนต์เป็นหลัก

แต่ในวันนี้ สปอตไลท์กำลังย้ายจากช่วงต้น
และช่วงกลาง (สาทร-ชัยพฤกษ์) ไปสู่โซน
“ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
#แล้วราชพฤกษ์ตัดใหม่อยู่ตรงไหน
ถ้าให้อธิบายสั้นๆ ว่า “ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
อยู่ตรงไหน คำตอบคือ เป็นถนนที่เชื่อม
ทางหลวง 345 กับ 346

ซึ่ง
ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของตัวเมืองปทุม
อาจจะฟังดูธรรมดา แต่กลับเชื่อมไปโซน
อื่นๆ ได้หลายทิศ ในทำเลเดียว

อาทิ
ขึ้นเหนือไปรังสิต-แจ้งวัฒนะ
ลงใต้เข้าสาทร-สีลม โดยไม่ติดไฟแดง
ซ้ายเข้านนทบุรี-บางใหญ่ ขวาเข้าตัวเมืองปทุม
#อีกทั้งการเดินทางแข็งแรงกว่าที่คิด
เพราะ “ถ.ราชพฤกษ์ตัดใหม่” คือ ส่วน
ต่อขยายจากทางหลวงหมายเลข 345
ขึ้นไปทางทิศเหนือจนบรรจบทางหลวง
หมายเลข 346 (ปทุมธานี)

ทำให้ เป็นการแก้เกมส์การเดินทาง
ทั้งโซน อาทิ

- ถนนใหญ่ 6–10 เลน วิ่งยาว ไม่มีไฟแดง
รถไหลจากฝั่งปทุม เข้าโซนสาทรได้ลื่น
กว่าเดิมมาก

- เส้นทางมันเชื่อมกันหมด แบบใยแมงมุม
จะออกกาญจนาฯ ไปชัยพฤกษ์ หรือขึ้น 345
ก็ไปได้เลย ไม่ต้องอ้อม

ส่วนรถไฟฟ้าต้องบอกตรงๆ ว่า
ยังไม่มีสายที่วิ่งผ่านโดยตรง

แต่
เชื่อมต่อได้ถึง 4 สาย ในระยะขับรถ
สายสีม่วง สายสีชมพู สายสีแดง
และสายสีเขียว ประมาณ 25–30 นาที

พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน
ทำเลนี้ก็มีเส้นทางรองรับ
และอีก ตัวชี้วัดความเจริญของทำเล
ที่ เห็นชัดสุดอย่างหนึ่ง คือ
การเข้ามาของห้างใหญ่

เพราะห้างไม่ได้มาแบบสุ่ม
แต่มักจะ “มาปักหมุดรอ” กำลัง
ซื้อจากโครงการบ้านในอนาคต

ในโซนราชพฤกษ์ตัดใหม่ก็อยู่
ในระยะที่ใกล้กับห้างดังๆ

อาทิ
- ขยับเข้ามาฝั่งต้นราชพฤกษ์ แถว
วงเวียนพระราม 5 ก็มีเป็น
Central West Ville มาเปิด
อยู่ใกล้ The Walk Ratchaphruek

- โซนราชพฤกษ์ตอนกลาง
ก็มี Community Mall ทั้ง
Robinson Lifestyle Ratchaphruek
Lotus’s North ratchaphruek

- ช่วงตัดกับ ถ.รัตนาธิเบศร์
เชื่อมไป “Central WestGate”
และ IKEA Bang Yai ประมาณ
15–20 นาที

- และยังมี รพ.กรุงไทยปทุม และ
รพ.ปทุมธานี, รร.นานาชาติเด่นหล้า
รร.สารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์

ภาพรวมเลยชัดมากว่า
Retail กำลัง “ไล่เรียงเข้ามา
เต็มแนวถนน”

จากเมื่อก่อนต้องขับเข้าเมือง
ถึงจะมีครบ ตอนนี้อยู่แถวนี้
ก็ใช้ชีวิตได้เลย เพราะมี ที่ช้อป
กิน เรียน รักษาได้ในรัศมีเดียว
เป็นสิ่งที่ครอบครัวมองหาเสมอ
#แล้วราคาที่ดินเป็นยังไง
รอบการประเมินปี 2559-2563
ราคาที่ดินโซนนี้โตขึ้น 65% และ
โซนนนทบุรีในแนวเดียวกันโตขึ้น
ถึง 97% ทั้งที่ยังมีโครงการใหม่
เปิดอีกเรื่อยๆ
#ด้านที่อยู่อาศัย
ปัจจุบัน “ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
บ้านเดี่ยวเริ่ม 3.79-10 ล้าน
ทำเลยังมีพื้นที่เหลือ ราคายังไม่
ถึง จุดสูงสุดของราคา แต่ได้
การเชื่อมต่อแบบเดียวกัน

และเมื่อเปรียบเทียบกับทำเล
ใกล้เคียง จะมีราคาดังนี้
- ราชพฤกษ์ตอนกลาง
บ้านเดี่ยวเริ่มต้น 8-15 ล้านขึ้นไป
ทำเลสมบูรณ์กว่า แต่ราคาขึ้นไป
แล้ว

- รังสิต-ดอนเมือง
บ้านเดี่ยวเริ่ม 5-10 ล้าน
Traffic หนักกว่า แต่ใกล้
แหล่งงานมากกว่า
#แล้วถ้าถามว่าทำเลนี้เหมาะกับใครบ้าง
1. คนทำงานแจ้งวัฒนะ-ดอนเมือง
เพราะ ใกล้ที่ทำงาน ราคาเข้าถึงได้กว่า

2. ครอบครัวที่ย้ายออกจากนนทบุรี
ได้พื้นที่มากขึ้น เส้นทางเดิม

3. กลุ่ม Upgrader จากทาวน์โฮมปทุม
ขยับเป็นบ้านเดี่ยว งบยังรับได้

ทำเลที่รองรับหลาย Segment พร้อมกัน
มักมี Demand ที่เสถียรกว่า เพราะไม่ได้
พึ่งกลุ่มเดียว
และสำหรับคนที่กำลังมองหา
บ้านในย่านนี้ ปัจจุบันยังมี
เปิดขายอยู่ 5 โครงการที่เป็นตัวเลือกอยู่

1. “vie ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
ราคาเริ่ม 6.00 ล้าน* | เริ่ม 50 ตร.ว.
บ้านหน้ากว้าง เพดานสูง แถมเข้าถึง
โครงการได้ 2 เส้นทางหลัก คือ
ถ.ราชพฤกษ์ตัดใหม่ และถ. 345
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/YpTqRuHxMq7zmxad7

2. “บริทาเนีย ราชพฤกษ์ 345”
ราคาเริ่ม 4.79 ล้าน* | เริ่ม 35-50 ตร.ว.
มีทั้งบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว พร้อระบบ Smart Home
ห่างจาก Robinson Lifestyle ราชพฤกษ์ 8 นาที*
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XxXoxbS1tTz46VSS7

3. “เดอะ มิราเคิล ราชพฤกษ์ตัดใหม่ 346”
ราคาเริ่ม 2.69 ล้าน* | เริ่ม 18-21 ตร.ว.
ทาวน์โฮมสไตล์มินิมอล เดินทางสะดวก
สู่ถนน 346 ใกล้ รพ.ปทุมธานี เพียง 5 กม.
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TF31Pmr1WW17V2DJ9

4. “พฤกษ์ภิรมย์ ราชพฤกษ์ตัดใหม่”
ราคาเริ่ม 19.9 ล้าน* | เริ่ม 100 ตร.ว.
คฤหาสน์หรูที่ดิน 100 ตร.ว. ขึ้นไป
พร้อมระบบความปลอดภัยและคุณภาพอากาศสูงสุด
ห่างจาก Robinson Lifestyle ราชพฤกษ์ 10 นาที
พิกัด : https://share.google/X5Zj817NTDVGVRXsq

5. “PLENO TOWN ราชพฤกษ์ - 345”
ราคาเริ่ม 1.79 ล้าน* | เริ่ม 16.5 - 18 ตร.ว. (*ทาวน์โฮมและบ้านแฝด)
ได้ “พื้นที่ส่วนกลางครบครัน” เน้นคลับเฮาส์
และสวนที่ใช้งานได้จริง เหมาะกับคนทำงาน WFH
ที่ชอบความคล่องตัว
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QkC7yRr47VhVrVqz6

***หมายเหตุ ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการครับ
#ราชพฤกษ์ตัดใหม่ #บ้านปทุมธานี #บ้านนนทบุรี
#อสังหาฯ

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲] เปิดแล้ว “MARKET PLACE ทองหล่อ”แฟล็กชิป โมเดล คอมมูนิตี้ มอลล์ที่จะเป็น “ต้นแบบ” หรือ “บทพิสูจน์” ของ CPNเ...
09/04/2026

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲]
เปิดแล้ว “MARKET PLACE ทองหล่อ”
แฟล็กชิป โมเดล คอมมูนิตี้ มอลล์
ที่จะเป็น “ต้นแบบ” หรือ “บทพิสูจน์”
ของ CPN
เคยรู้จัก J Avenue ทองหล่อมั้ย ?
คอมมูนิตี้ มอลล์ เก่าๆ ในซอย 15
ที่อยู่มานานมาก

ตอนนี้ เซ็นทรัลพัฒนาเข้ามาซื้อ
รีแบรนด์ แล้วเพิ่ง เปิดเป็น
“Market Place ทองหล่อ”
เมื่อปลายมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง
#แล้วทำไมถึงน่าสนใจ
เพราะเขาไม่ได้แค่เปลี่ยนป้าย
แต่ใช้โปรเจกต์นี้เป็น “ต้นแบบ”
ที่จะถูกไปนำไปทำในย่านอื่นทั่ว
กรุงเทพฯ อีก 15 โครงการ
งบรวม 2,000 ล้าน ใน 5 ปี
#แล้วทำไมเซ็นทรัลถึงเลือกทองหล่อ
คำตอบก็คือ ทองหล่อเป็นย่านที่
“ยากที่สุดแห่งหนึ่ง” ในกรุงเทพฯ
ในแง่ของการทำ retail คนในย่าน

มีทั้งผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว
คนทำงาน ความต้องการหลากหลาย
ตัวเลือกเยอะ และรสนิยมสูง

ถ้า model นี้พิสูจน์ตัวเอง
ในทองหล่อได้ ก็แปลว่า
พร้อมไปต่อในย่านอื่น
#แล้วเขาเปลี่ยนอะไรบ้าง
สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดที่สุดคือ วิธีคิดเรื่องร้านค้า
คอมมูนิตี้ มอลล์ ทั่วไปมักเติมพื้นที่ให้เต็มก่อน
แล้วค่อยหาคนมาเช่า

แต่ Market Place ทองหล่อ
ใช้วิธีที่เรียกว่า Curated Tenant Mix
คือดู Consumer Insight ของย่านก่อน
แล้วค่อยไปเลือกว่าควรมีร้านประเภทไหน
เปิดกี่โมง อยู่ตรงไหน

เพราะ ทองหล่อ เป็นย่านที่คนใช้ชีวิต
ตั้งแต่เช้าถึงดึก จะมาวิ่ง มาทำงาน
มาทานข้าวกลางวัน หรือมานั่งดื่ม
ตอนคืน ก็มีหมด
#ทำให้การออกแบบโครงการ
มาในรูปแบบของการรองรับได้
ครบทุก moment ที่เรียกว่า Day-to-Night
ด้วยการร้านที่ดึงเข้ามาหลายแห่งเปิด
ตั้งแต่ 07.00 น.

เช่น
- BARTELS ร้านซาวโดวสไตล์
Tropical Scandinavian ที่มี
ชื่อในระดับนานาชาติ

- EGGDAY คาเฟ่แซนด์วิชไข่สไตล์ญี่ปุ่น
LoafyCo ขนมปังโฮมเมด และ REFILL
ที่เป็น Specialty Coffee

แล้ว
ก็มีร้านอาหาร บาร์ และ hangout spot
สำหรับตอนกลางคืนอีกส่วนหนึ่ง

โดยพื้นที่โครงการรวมประมาณ
14,257 ตร.ม. ซึ่งไม่ได้ใหญ่มาก

แต่นั่นคือ
จุดตั้งใจให้ “Market Place ทองหล่อ”
ไม่ได้แข่งเรื่องขนาด
#ในมุมมองในแง่อสังหาฯ
สิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนากำลังพิสูจน์จริงๆ
ผ่านโครงการนี้คือสมมติฐานที่ว่า
คอมมูนิตี้ มอลล์ ที่เล็กลงแต่แม่นขึ้น

สามารถ
สร้างปริมาณคนเดินได้อย่างยั่งยืน
โดยไม่ต้องพึ่งร้านค้าหลักขนาดใหญ่

แต่อย่างไรก็ตาม
ถ้ามองในบริบทของตลาดพื้นที่
ค้าปลีกภาพรวม

นี่คือการตอบโต้กับพฤติกรรม
ผู้บริโภคที่กระจัดกระจายมากขึ้น
คนไม่ได้ต้องการมอลล์ที่มีทุกอย่าง

แต่
ต้องการพื้นที่ที่ตรงกับชีวิตตัวเอง
ในย่านที่ตัวเองอยู่

เพราะ เซ็นทรัลพัฒนาถนัดการ
ทำโครงการขนาดใหญ่มาตลอด
การลงมาทำในระดับชุมชนและ
ทำให้ได้จริงในย่านที่ยากอย่างทองหล่อ
จึงเป็นเรื่องที่วงการจับตาพอสมควร
Reference:
- เซ็นทรัลพัฒนา
#ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย

#แลนด์มาร์กใหม่
#อสังหา
#อสังหาริมทรัพย์

06/04/2026

5 ข้อควรรู้ ก่อนซื้อ
“Grand Morgen Privacy พรานนก–สาย 1”
บ้าน 100 ตร.วา 5 นอน 6 น้ำ 4 จอด
พร้อมสระส่วนตัว ในโลเคชันที่
เชื่อมเมืองได้ใน 20 นาที
รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในคลิปนี้
คลิกดูเลย
#สาย1 #พรานนก

🔎 ทำไม “ไบเทคบุรี” ถึงเป็น Limited Location  ที่ดิน 169 ไร่ ติด BTS ที่หาไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพฯในตลาดอสังหาริมทรัพย์คำว...
05/04/2026

🔎 ทำไม “ไบเทคบุรี” ถึงเป็น
Limited Location ที่ดิน 169 ไร่
ติด BTS ที่หาไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพฯ
ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
คำว่า “ทำเลดี” ไม่เพียงพอ
อีกต่อไป

เพราะในบางกรณี
มีทำเลที่ถูกเรียกว่า “Limited Location”
ทำเลที่แทบจะไม่มีวันเกิดซ้ำได้อีก

และ
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดในกรุงเทพฯ
คือ “ไบเทคบุรี”
#จุดเริ่มต้น
ย้อนกลับไปช่วงต้นทศวรรษ 2530
ประเทศไทยกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างร้อนแรง การค้าและการลงทุน
จากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา

แต่ในเวลานั้น
“ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่แบบครบวงจร”
ยังไม่เกิดขึ้นในไทย

นี่จึงเป็นช่องว่างที่
คุณประสาน ภิรัชบุรี มองเห็น
และตัดสินใจพัฒนาโครงการ
“ไบเทค บางนา” ในปี 2538

แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ
ปี 2540 ทำให้ต้นทุนพุ่ง และหนี้สิน
บริษัทเพิ่มขึ้นอย่างหนัก

แต่สุดท้าย “ไบเทค” ก็ยืนหยัด
ผ่านวิกฤติมาได้ และเปิดให้บริการ
อย่างเป็นทางการในปี 2540 กลาย
เป็น ศูนย์จัดแสดงสินค้าระดับ
นานาชาติแห่งแรกของไทย
#แล้วไบเทคยืนหยัดมาได้ยังไง
อย่างแรก
“ไบเทค บางนา” หรือในชื่อใหม่
“ไบเทคบุรี” ตั้งอยู่บริเวณ ถ.เทพรัตน
และ ถ.สุขุมวิท เขตบางนา

ซึ่ง ถือว่าเป็นโลเคชันระดับหายาก
- ติด รฟฟ. BTS บางนา
- ​​เชื่อมต่อทางด่วนเฉลิมมหานคร และบูรพาวิถี
- ห่างสนามบินสุวรรณภูมิแค่ 15 นาที

ในเชิงอสังหาฯ
นี่คือ “Limited Location” อย่างแท้จริง

เพราะ
ที่ดินขนาดนี้ในกรุงเทพฯ ชั้นกลาง
ติดรถไฟฟ้า มีทางด่วนหลายสาย
และใกล้สนามบินนานาชาติพร้อมกัน

เปรียบให้เห็นภาพ 169 ไร่ เทียบเท่า
หมู่บ้านจัดสรรประมาณ 120–200 หลัง
แต่ที่ดินขนาดนี้ในย่านบางนา ที่ยังติด BTS
และทางด่วนพร้อมกัน แทบไม่มีเจ้าของ
รายไหนปล่อยขายอีกแล้ว

เพราะที่ดินแบบนี้ ไม่ได้หายากแค่เรื่อง
“ขนาด” แต่หายากเรื่อง “ทำเลที่ครบ”
ในแปลงเดียว

ต่อมาคือ “ขนาดพื้นที่” ซึ่งสร้างกำแพง
ให้คู่แข่ง เพราะ “ไบเทค” มี พื้นที่จัดงาน
กว่า 70,000 ตร.ม.

ทำให้รองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุด 40,000 คน
และมีจุดเด่นเชิงโครงสร้าง ที่ ความสูง Hall
ถึง 25 เมตร รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 3 ตัน
ที่จอดรถกว่า 5,200 คัน

สิ่งเหล่านี้ คือ “Barrier to Entry”
ที่ทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่เป็นเรื่องของ ที่ดิน โครงสร้าง และเวลา
ซึ่งในปี 65 บริษัท ภิรัชบุรี จำกัด
มีรายได้ 628 ล้าน กำไร 207 ล้าน

นอกจากไบเทคบุรี แล้ว
กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ยังเป็นผู้พัฒนา
โครงการอสังหาริมทรัพย์
ที่มีคุณภาพสูง อีกมากมาย

- เช่น ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์
(ร่วมทุนกับ กลุ่มเดอะมอลล์) และ
อาคารสำนักงานเกรดเอ ตึกภิรัช ทาวเวอร์
ที่ ไบเทค, สาทร, เอ็มควอเทียร์

ถือเป็น โมเดล “Land Optimization”
ที่เปลี่ยนที่ดินผืนเดียว ให้สร้างรายได้
หลายชั้น
#แล้ววันนี้ไบเทคกำลังทำอะไร
คือ การพลิกโฉมครั้งใหญ่ เพราะ
“ภิรัชบุรี กรุ๊ป” ประกาศแปลงโฉม
“ไบเทค บางนา” เป็น “ไบเทคบุรี”
และเปิดให้ใช้บริการเต็มรูปแบบแล้ว

ซึ่ง เป็นคอมมูนิตี้สเปซบนพื้นที่
กว่า 169 ไร่ ที่รวบรวมสถานที่
จัดงานนิทรรศการ ศูนย์การ
ประชุมนานาชาติ คอนเสิร์ตฮอลล์
ลานกิจกรรม และพื้นที่สีเขียว

โดย
มีพื้นที่หลัก ได้แก่ BITEC EVENT
พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการกว่า 41,000 ตร.ม.
และ BITEC CONNECT ห้องประชุม
ตั้งแต่ 50 ถึง 3,500 ที่นั่ง

นอกจากนี้ยังมี BEAT Active
ศูนย์ Sports Entertainment Park
ที่มีกิจกรรมพัฒนาทักษะร่างกาย
สำหรับเด็กและผู้ใหญ่กว่า 55 กิจกรรม

ซึ่ง
เป็นสถานที่แห่งนี้ได้ถูกใช้จัดงาน
ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการ
งานแสดงสินค้า และการประชุม

นั่นหมายถึง รายได้ 365 วันต่อปี
แทนที่จะรอแค่วันมีงาน Expo
#สรุป
30 ปีที่แล้ว
“ไบเทค” เกิดจากคนคนหนึ่ง
ที่มองเห็นช่องว่าง ที่คนอื่น
มองข้ามไป

วันนี้ ไบเทคกำลังพิสูจน์อีกครั้ง
ว่าธุรกิจที่ดีไม่ใช่แค่ ทนทานต่อ
การเปลี่ยนแปลง
แต่คือ
ธุรกิจที่ เปลี่ยนตัวเองก่อน
ที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน
Reference:
- ภิรัชบุรีกรุ๊ป
- กรุงเทพธุรกิจ
- ไทยรัฐ
#ไบเทคบุรี
#ภิรัชบุรีกรุ๊ป
#อสังหา
#อสังหาริมทรัพย์

04/04/2026

เขาใหญ่… ยังน่าซื้ออยู่ไหม?
หรือกำลังจ่าย “ราคาวิว” แทน “มูลค่าจริง”
#เขาใหญ่ #อสังหา #ลงทุนอสังหา

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲] “ศูนย์ราชการใหม่” ริม ถ.เจริญนคร ที่จะเสร็จปี 70 จะช่วยเปลี่ยนหน้าตา“เจริญนคร” ยังไงบ้าง ?ช่วงนี้ ถ้าใครผ่...
03/04/2026

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗨𝗽𝗱𝗮𝘁𝗲]
“ศูนย์ราชการใหม่” ริม ถ.เจริญนคร
ที่จะเสร็จปี 70 จะช่วยเปลี่ยนหน้าตา
“เจริญนคร” ยังไงบ้าง ?
ช่วงนี้ ถ้าใครผ่านโซนถนนเจริญนคร
จะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของพื้นที่
แปลงใหญ่ริมแม่น้ำ

นั่นคือ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
ที่กำลังก่อสร้างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นรูป
เป็นร่างมากขึ้น

และมีอีกจุดที่น่าสนใจมากคือ
“ท่าเรือส่วนตัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา”
โดยภาพรวม
โครงการตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570
#แล้วโครงการนี้คืออะไร
ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่
ตั้งอยู่บน ถ.เจริญนคร ซึ่งประกอบด้วย
อาคารสำนักงาน 6 อาคาร

รวมพื้นที่กว่า 220,000 ตร.ม. บน
เนื้อที่ 19 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง
ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่กว่าห้างฯ
ขนาดกลาง 3 ห้างรวมกัน
#แล้วน่าสนใจยังไง
เป็นเรื่องของทำเล เพราะถึงแม้ว่า
“เจริญนคร” จะไม่ใช่ทำเลใหม่
แต่เป็นทำเลที่เมื่อ รถไฟฟ้าสาย
สีทองเข้ามา

รวมทั้ง ไอคอนสยามเปิด
ก็ทำให้ย่านเจริญนครมีความ
เจริญมากขึ้น ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น

และ
มีคอนโดระดับ Luxury เกิดขึ้น
หลายโครงการ

หรือแม้แต่ กระทรวงมหาดไทย
กำลังจะตามมาในอนาคตก็หมาย
ความว่ามีข้าราชการหลักพันคน
ที่จะต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน

ทุกเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ คนพวกนี้
จะต้องกินข้าว จอดรถ เช่าคอนโด
ใช้ร้านค้าทุกอย่างนั้นคือเม็ดเงิน
ที่ไหลลงมาในย่าน

ซึ่งตัวอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ที่ “พระราม 9” ก่อน MRT
ราคาธรรมดามาก พอมีรถไฟฟ้า
พอมีออฟฟิศใหญ่เข้ามา ราคา
กระโดดหลายเท่า

ซึ่งเจริญนครต่างออกไปตรง
ที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นหลัง
ที่ดินที่จะนำมาพัฒนาหายาก

และราคาสูงขึ้นต่อเนื่องริมน้ำ
มีแค่เส้นเดียว ผลิตเพิ่มไม่ได้

ก็รอลุ้นกันว่าเมื่อ
“ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย”
สร้างแล้วเสร็จในปี 2570 จะช่วย
ผลักดันย่านเจริญนครไปใน
ทิศทางไหนบ้าง
Reference:
- สำนักข่าวอิศรา
- มติชนออนไลน์
#ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย

#แลนด์มาร์กใหม่
#อสังหา
#อสังหาริมทรัพย์

31/03/2026

3 มุมมองการเลือกอสังหาฯ
สไตล์ Kim Jisoo ที่ไม่ได้ซื้อแค่
‘อยู่’ แต่ซื้อเพื่อ ‘เพิ่มมูลค่าในอนาคต’
#อสังหาริมทรัพย์ #ลงทุนอสังหา

🔎  ถ้า “Disneyland เมืองไทย” เกิดขึ้นจริง ทำไมถึงมีโอกาสที่พา “ชลบุรี” เข้าสู่ “การเติบโตระลอกใหม่” ในรอบหลายทศวรรษจากกร...
29/03/2026

🔎 ถ้า “Disneyland เมืองไทย”
เกิดขึ้นจริง ทำไมถึงมีโอกาสที่พา
“ชลบุรี” เข้าสู่ “การเติบโตระลอกใหม่”
ในรอบหลายทศวรรษ
จากกระแสข่าวการปักหมุด
สวนสนุกระดับโลก อย่าง
“Disneyland” ในประเทศไทย

กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง
ในปี 2569 นี้ หลังรัฐบาลชุดใหม่
เริ่มขยับเรื่อง ดึงเมกะโปรเจกต์
เข้า EEC มากขึ้น

แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้
“ยังไม่มีการเซ็นสัญญา” กับ
“The Walt Disney Company”
อย่างเป็นทางการ

เพราะอยู่ในขั้น
- ศึกษาความเป็นไปได้ และ
ยื่นข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ให้
เอกชนพิจารณา

พูดง่ายๆ คือ
“ยังเป็นช่วงดูใจกันอยู่” ยังไม่ได้เคาะจริง
#แล้วถ้าเกิดขึ้นจริงจะอยู่ที่ไหน
จุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ
พื้นที่ “EECiti” ในจังหวัด ชลบุรี
โซนห้วยใหญ่ ใกล้พัทยา

บน พื้นที่เกือบ 14,000 ไร่
และมีการกันพื้นที่ไว้สำหรับ
สวนสนุกประมาณ 2,700–3,000 ไร่

และ
ถ้าหากเป็นจริง นี่จะเป็น “Disney Land”
ที่มี ขนาดใหญ่กว่ารุ่นพี่ในเอเชีย

อย่าง
- “ฮ่องกง” ที่มีพื้นที่ 780-800 ไร่
- “โตเกียว” ที่มีพื้นที่ 735 ไร่* (รวมทั้ง
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และ โตเกียวดิสนีย์ซี)
- และ “เซี่ยงไฮ้” ที่มีพื้นที่ 2,430 ไร่*
#แล้วทำไมต้องเป็นชลบุรี
ถ้ามองเผินๆ หลายจังหวัดในไทย ก็มี
“ที่ดิน มีนักท่องเที่ยว และมีสนามบิน”
แต่สำหรับ “Disney” การเลือกที่ตั้ง
ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์

แต่เป็นในเรื่องของ
“โปรเจกต์ระดับนี้
จะคืนทุนได้ไหมใน 20–30 ปี”

ทำให้เกณฑ์ที่ “Disney” ใช้มีไม่กี่ข้อ
คือ ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถ
ขยายได้ และต้องอยู่ในเมืองที่ถูก
ออกแบบใหม่ ไม่ใช่เมืองเก่า

รวมทั้ง
เดินทางง่าย มีสนามบินและระบบรถไฟฟ้า

ซึ่ง เมื่อนำเกณฑ์เหล่านี้มาวางทาบ
กับ “บางละมุง ชลบุรี” จะเห็นว่าพื้นที่นี้
อยู่ กึ่งกลางระหว่าง “กรุงเทพฯ พัทยา
ศรีราชา และสนามบินอู่ตะเภา”

ที่ เชื่อมทั้ง ถนน, มอเตอร์เวย์
และสนามบิน” ในระยะที่ใช้งานได้จริง
อีกทั้งยังมีเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่
2 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

อย่าง
- รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)

- โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา
และเมืองการบินภาคตะวันออก

ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวลงเครื่อง
ที่สุวรรณภูมิ แล้วสามารถเดินทางไป
โผล่ที่ “Disneyland” ได้เลย

ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีเงื่อนไขทางธุรกิจ
ของ Disney วางลงได้พอดี

และที่สำคัญ
EECiti เป็น “เมืองใหม่”
วางถนน ระบบขนส่ง และโซนต่างๆ
ได้ตั้งแต่ศูนย์ ไม่ต้องแก้ปัญหาเมืองเก่า
#ถ้าเกิดขึ้นจริงชลบุรีจะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
ที่ผ่านมา “ชลบุรี” คือ หัวใจของเศรษฐกิจไทย
ผ่านนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือแหลมฉบัง
ซึ่งช่วยผดุง GDP ของประเทศมานาน

แต่การเติบโตแบบเดิมเริ่มถึงจุดอิ่มตัว
ทำให้การมาของ Disneyland จะเข้ามา
เติมเต็มในส่วนของ “High Value Tourism”
ที่จะช่วยทำให้ชลบุรีมีขาที่สองที่แข็งแรงมาก

คือ
- รายได้จากการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย
และต่างชาติ

รวมทั้ง “กลุ่มครอบครัว” ที่ตั้งใจพาลูกๆ
มาเที่ยว Disneyland เพราะมีแนวโน้ม
ที่จะ ใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป

ต่อมา คือ เป็นตัวเร่งโครงสร้างพื้นฐาน
เพราะ ปกติแล้วโครงการรถไฟฟ้าความ
เร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน

หรือการขยายมอเตอร์เวย์
ถูกออกแบบมา เพื่อรองรับ
ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก

แต่ถ้ามี Disneyland การบริหาร
จัดการ Traffic จะเปลี่ยนไป เช่น
- สายการบินจะเพิ่ม Flight เที่ยวบิน
- โครงข่ายคมนาคม จะคุ้มทุนเร็วขึ้น
เพราะจำนวนผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูง
จะพุ่งสูงขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยว

รวมทั้ง “การจ้างงานและทักษะใหม่”
ให้กับคนในพื้นที่ เพราะ Disneyland
ไม่ได้ จ้างแค่คนคุมเครื่องเล่น

แต่ ต้องการตั้งแต่ วิศวกร, นักออกแบบ,
นักการตลาด, เชฟ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการจัดการระดับสูง

ทำให้การเข้ามาของ Disneyland มีโอกาส
นำ “ชลบุรี” กลายเป็น “Local Wealth”
รูปแบบใหม่

เมื่อคนในพื้นที่รายได้สูงขึ้น
พลังการจับจ่ายในชลบุรี จะหมุนเวียนหนัก
กว่าเดิม เกิดเป็นวงจรเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า
“Multiplier Effect” จากเดิมที่ไทย
#แล้วในมุมความเป็นจริงตอนนี้ล่ะ
ต้องยอมรับว่า โปรเจกต์ระดับนี้
ใช้เงินมหาศาล และคิดยาว 20–30 ปี
ในจังหวะเศรษฐกิจแบบปี 2569
สิ่งที่ต้องจับตา คือ

1. นักลงทุนจะ “ชะลอ” เพื่อดูสถาน
การณ์โลกไหม

2. โปรเจกต์ใหญ่ของรัฐ โดยเฉพาะ
รถไฟความเร็วสูง จะเสร็จทันหรือเปล่า

3. กำลังซื้อในประเทศ จะรองรับ
ราคาตั๋วระดับนี้ได้แค่ไหน

เพราะถ้าพื้นฐานยังไม่พร้อม
โครงการแบบนี้ “ไม่รีบตัดสินใจ”
#สรุปแบบไม่สรุป
หากชลบุรีมี Disneyland จริง
สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การมี
สถานที่เช็คอินเพิ่มขึ้น 1 แห่ง

ถ้าโปรเจกต์นี้เดินหน้าได้จริง
“ชลบุรี” ก็มีโอกาสถูกยกระดับ
ให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของ
นักท่องเที่ยวในเอเชีย ที่อาจมี
คนตั้งใจบินมาโดยเฉพาะ

ซึ่งในระยะยาว อาจช่วยให้
โครงสร้างเศรษฐกิจของฝั่งตะวันออก
ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากเดิมที่พึ่งพา
อุตสาหกรรมเป็นหลัก

แต่ทั้งหมดนี้ ยังขึ้นอยู่กับ
หลายปัจจัยสำคัญและยัง
เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
ต่อไปในอนาคต
Reference:
- ไทยรัฐออนไลน์
- กรุงเทพธุรกิจ
- ฐานเศรษฐกิจ

#ชลบุรี



[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗧𝗮𝗹𝗸] เมื่อ “รัตนาธิเบศร์” กำลัง Rebrand  เป็นย่าน “North Ville” อะไรที่น่าสนใจบ้างนอกจากแค่ชื่อที่เปลี่ยน?ถ้าผ่าน...
28/03/2026

[𝗣𝗿𝗼𝗽 𝗧𝗮𝗹𝗸]
เมื่อ “รัตนาธิเบศร์” กำลัง Rebrand
เป็นย่าน “North Ville” อะไรที่น่าสนใจบ้าง
นอกจากแค่ชื่อที่เปลี่ยน?
ถ้าผ่านแถวนนทบุรี
โซน ถ.รัตนาธิเบศร์บ่อยๆ คงเห็น
แล้วว่า เซ็นทรัลเก่าที่อยู่มาหลาย
สิบปี หายไปแล้ว

และ
แทนที่ด้วย “Central Northville”
มิกซ์ยูสใหม่ 210,000 ตร.ม.
บนที่ดิน 59 ไร่ คาดกำหนดเปิดในปี 2569 นี้
มี Skywalk เชื่อมตรง MRT แยก
นนทบุรี 1

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเปิดห้างใหม่
คือ จะทำให้ย่านนี้เปลี่ยนไปยังไง
ถ้าเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบ
#ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน
พื้นที่แถว “Central Northville”
ยังจัดอยู่ในโซนที่อยู่อาศัยหนา
แน่นน้อย ในผังเมืองรวม จ.นนทบุรี

พูดตรงๆ คือ ยังไม่มีใครมองว่า
นี่คือ ทำเลที่จะโตได้ขนาดนี้
จุดเปลี่ยนแรก คือ รฟฟ.สายสีม่วง

พอมีรถไฟฟ้าผังเมืองถูกปรับทันที
จากหนาแน่นน้อย กลายเป็นหนา
แน่นมาก

และเพิ่มพื้นที่พาณิชยกรรม
บริเวณแยกนนทบุรี 1 นั่นคือ
สัญญาณแรกที่บอกว่าที่ดินแถวนี้
กำลังจะถูก Reprice
#แล้วตัวเลขจริงมันเป็นยังไง
ราคาประเมินที่ดิน ถ.รัตนาธิเบศร์
ปี 2555-2558 อยู่ที่ 80,000 บาท/ตร.ว.
ปี 2566-2569 ขึ้นมา 150,000 บาท/ตร.ว.

เพิ่มขึ้น 87.5% ในรอบสิบปี
และ Central Northville ยัง
ไม่ได้เปิดเต็มตัวด้วยซ้ำ
#แล้วปัจจัยอะไรที่ทำให้ที่ดินแถวนี้ถึงโตได้ขนาดนี้
อย่างแรก คือ แหล่งงานราชการที่กระจุกตัว
รอบ ถ.รัตนาธิเบศร์ ไม่ว่าจะเป็น
กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงพาณิชย์,

และศูนย์ราชการนนทบุรี, สำนักงาน ป.ป.ช.
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ
หน่วยงานราชการอีกหลายสิบแห่ง

ทำให้ Traffic ของคนคนทำงานในโซนนี้
มีเป็นหลักหมื่นคน และส่วนใหญ่ต้องการ
ที่อยู่อาศัยในพื้นที่

อย่างที่ 2
คือ โครงข่ายการเดินทางที่ขยายตัว
ไม่ใช่แค่สายสีม่วงเส้นเดียว ยังมี
สายสีชมพู Interchange

ที่ “สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี”
และในอนาคตจะมีเพิ่มเข้ามา
ตัดอีก 1 สาย คือ รถไฟฟ้า
สายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี

อย่างที่ 3 คือ “Central Northville”
การที่ CPN เลือกมาลงทุนแบบนี้
ถือเป็นการสร้างแลนด์มาร์กที่ใหญ่
ขึ้นจากเดิม โดยอัปไซซ์จากห้าง
ธรรมดา ให้กลายเป็น Mixed-Used

ที่มีความครบกว่าเดิม และอำนวย
ความสะดวกให้คนในย่านไม่ต้อง
ออกไปไหนไกล

ซึ่งการอัปไซซ์ครั้งนี้ มีจุดแข็งสำคัญ
คือการเกาะแนวรถไฟฟ้า ใกล้แหล่ง
งานขนาดใหญ่ทั้งโซนสนามบินน้ำ
และแจ้งวัฒนะ

ทำให้พื้นที่นี้มี Demand รองรับอยู่แล้ว
ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ ขณะเดียวกัน
การเติบโตของบ้านเดี่ยวระดับ 10 ล้าน
ขึ้นไป

อีกทั้งการที่ CPN เข้ามา ก็จะช่วยให้
ทำเลมีแม่เหล็กดึงดูดคนมาเข้ามาอาศัย
ในพื้นที่ และทำให้ทั้งย่านมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
ในอนาคต
#แล้วอนาคตจะไปทางไหน
ทำเลที่มีทั้งแหล่งงานราชการขนาดใหญ่
รถไฟฟ้าหลายสาย และ Mega Project เข้ามา
มักมีราคาที่ดินที่ไปได้อีก

คำถามที่น่าคิด คือ
ถ้าตอนนี้ราคาประเมิน
อยู่ที่ 150,000 บาท/ตร.ว.

และ Central Northville
ยังไม่ได้เปิดรอบประเมิน
หน้าตัวเลขจะอยู่ที่เท่าไหร่
และสำหรับคนที่กำลังมองหา
คอนโดในย่านนี้ ปัจจุบันยังมี
เปิดขายอยู่ 4 โครงการที่เป็นตัวเลือกอยู่

1. ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน | AP Thailand
ราคาเริ่ม 1.85 ล้าน* | เริ่ม 30.5 ตร.ม. ห่าง MRT
บางกระสอ ~200 ม. ส่วนกลางกว่า 3 ไร่ ครบ คุ้ม
พิกัด :https://maps.app.goo.gl/yePgEmx4MaVLWeTT6

2. Flexi รัตนาธิเบศร์ | SENA
ราคาเริ่ม 1.89 ล้าน* | เริ่ม 24 ตร.ม.
ห่าง MRT บางกระสอ ~250 ม.
เพดานสูง 3-3.6 ม. และ Rooftop
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Snqy4xgnudBptrej6

3. Origin Plug & Play Nonthaburi Station | Origin
ราคาเริ่ม 2.09 ล้าน* | เริ่ม 22 ตร.ม. + ชั้นลอย ห่าง
MRT แยกนนทบุรี 1 ~250 ม. Duo Space เพดาน
สูง 4.2 ม. อยู่แล้วรู้สึกเหมือนบ้าน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DNuPndHihqimvHqK7

4. The Most รัตนาธิเบศร์ | Nirvana Daii
ราคาเริ่ม 1.79 ล้าน* เริ่ม 24 ตร.ม. ห่าง MRT
บางกระสอ ~500 ม. ติด Central 98 ม.
ยูนิตน้อย ส่วนตัวกว่า ส่วนกลาง 100 รายการ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Qraz9w3hk58PhvcV8

5. The Politan Rive | Everland
ราคาเริ่ม 3.79 ล้าน* | เริ่ม 24.5 ตร.ม. ห่าง MRT
สะพานพระนั่งเกล้า 150 ม. ติดโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา
พร้อมวิว 360 องศา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N2xnYG9ouWdGq7Sa6
#ทำเลรัตนาธิเบศร์ #ราคาที่ดิน
#อสังหาฯ #นนทบุรี

ที่อยู่

ถนน บ้านแดง
Bangkok
10130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Properlistผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์