Investment Specialist การเงินการลงทุนแบบย่อยง่าย

Investment Specialist การเงินการลงทุนแบบย่อยง่าย เพจนี้เกี่ยวกับความรู้เรื่องการลง?

25/12/2019

เทรนด์ธุรกิจมาแรง 2020

K AEC PLUS ผู้ช่วยด้านการค้าและการลงทุนปักหมุดความสำเร็จให้ธุรกิจก้าวสู่ AEC +3

"เงิน" กับ "ความคิด"
15/12/2019

"เงิน" กับ "ความคิด"

"เงิน" กับ "ความคิด"

เรื่องหนึ่งที่ผมรับรู้และสัมผัสได้ตลอดเวลาหลายปีที่เป็นโค้ชทางการเงิน ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง "เงิน" กับ "ความคิด" ของคนเรา

หรือพูดให้ง่ายก็คือ เรื่องเงินๆทองๆนั้น มันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับกระเป๋าสตางค์และการมีกินมีใช้ของเราเท่านั้น แต่มันยังส่งผลถึงความคิดและจิตใจของคนเราด้วย

คนที่ไม่มีเงิน ขาดแคลน เงินทองไม่คล่องมือ หากปล่อยให้ชีวิตเป็นแบบนี้นานวันเข้า การจมเป็นผู้แพ้อย่างยาวนาน ก็จะเริ่มกัดกร่อนระบบ "ความเชื่อ" และทำให้คนๆนั้น กลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในที่สุด

คนเราขาดอะไรก็ได้ แต่อย่าขาด "กำลังใจ" และ "ความเชื่อมั่นในตัวเอง"

เพราะถ้าขาด "กำลังใจ" ชีวิตเราเดินต่อไปยาก แต่ถ้าขาด "ความเชื่อมั่นในตัวเอง" ถึงเดินไปได้ ก็ประสบความสำเร็จยากอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมักจะคอยเตือนน้องๆ และคนใกล้ตัวไว้เสมอ ให้ดูแลเรื่องเงินของตัวเองให้ดี อย่างน้อยก็ 4 ข้อที่ควรปฏิบัติให้ต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการนำพาตัวเองไปสู่สภาวะที่เป็นอันตรายต่อระบบความคิด

1) สภาพคล่องดี - บริหารเงินพอกิน พอใช้ มีเหลือเก็บ (อย่างน้อย 10%)

2) ปลอดหนี้จน - หลีกเลี่ยงหนี้บริโภคที่เกินตัว อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้นอกระบบ ฯลฯ

3) พร้อมชนความเสี่ยง - เตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบทางการเงินทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันตัวเองเข้าสู่กับดักหนี้ หากไม่เตรียมพร้อมรับมือไว้

4) มีเสบียงสำรอง - ทุกจังหวะของชีวิต ต้องมีเงินสำรองเผื่อใช้จ่ายได้อย่างน้อย 6 เดือนเสมอ

"เงิน" ส่งผลกระทบกับความคิดคนเรามากเกินกว่าที่เราคิดเอาไว้ และเมื่อระบบความคิดพัง ทุกอย่างก็พังพินาศไปด้วย

"เงิน" ทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองของคนเราได้ ชนิดที่ยากจะกลับมาเป็นคนเก่งคนเข้มแข็งคนเดิม

"เงิน" เป็นหนึ่งในปมปัญหาครอบครัวที่นำไปสู่การหย่าร้าง แยกทาง ไม่แพ้เรื่องชู้สาว

บริหารเงินให้ดี เพื่อชีวิตที่มีความสุข ... เพราะถ้าคุณไม่บริหารเงินให้ดี วันหนึ่ง เงินจะลุกขึ้นมาบงการชีวิตคุณทั้งความคิดและการกระทำอย่างแน่นอน

การโป๊ะ ทำให้ผ่อนเร็วขึ้น 70% ครับบบ
13/12/2019

การโป๊ะ ทำให้ผ่อนเร็วขึ้น 70% ครับบบ

ขอบคุณครับโค้ช
10/12/2019

ขอบคุณครับโค้ช

มีสิทธิ์ ครับ
09/12/2019

มีสิทธิ์ ครับ

TESCO กำลังพิจารณาขายกิจการ ในประเทศไทย /โดย ลงทุนแมน
ข่าวใหญ่ของวันนี้ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่มีมูลค่ามากสุดดีลหนึ่งของประเทศไทย เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามีข่าวจากทางสำนักข่าวต่างประเทศว่า TESCO เจ้าของห้างเทสโก้ โลตัส กำลังพิจารณาขายกิจการในประเทศไทย

เรื่องนี้จะน่าสนใจมากๆ อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛

ในข่าวบอกว่า TESCO บริษัทค้าปลีกจากสหราชอาณาจักร กำลังทบทวนกลยุทธ์ของบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจในประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะขายกิจการใน 2 ประเทศนี้

อย่างไรก็ตามบริษัท ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนการขาย และยังไม่มีการทำธุรกรรมใดๆ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะ เทสโก้ โลตัส ถือเป็นแบรนด์ค้าปลีกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย
เรามาดูรายได้ ปี 2561 ของบริษัทค้าปลีกไทยทั้งหมด

- ซีพีออลล์ เจ้าของ 7-11 (ซีพีเอฟ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่)
รายได้ 335,533 ล้านบาท
กำไร 19,944 ล้านบาท

- เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม เจ้าของ เทสโก้ โลตัส (TESCO อังกฤษ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่)
รายได้ 198,316 ล้านบาท
กำไร 9,628 ล้านบาท

- สยามแม็คโคร (ซีพีออลล์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่)
รายได้ 192,930 ล้านบาท
กำไร 5,942 ล้านบาท

- บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BJC ของไทยเบฟ เป็นเจ้าของบิ๊กซี)
รายได้ 126,408 ล้านบาท
กำไร 6,375 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า เทสโก้ โลตัส เป็นแบรนด์ค้าปลีกที่มีรายได้อันดับ 2 เป็นรองแค่ 7-11 ซึ่งในวงการค้าปลีก ผู้ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมาก จะมีความได้เปรียบเรื่อง Economies of Scale

และถ้า TESCO ขายกิจการในเอเชีย จะถือเป็นการเลิกทำธุรกิจในเอเชียทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ TESCO ได้ขายกิจการในเกาหลีใต้มาแล้วในราคา 4 พันล้านปอนด์ หรือราว 160,000 ล้านบาท และหลังจากขาย TESCO จะคงเหลือการดำเนินงานในสหราชอาณาจักร และในยุโรปบางประเทศเท่านั้น

ปัจจุบัน TESCO มีสาขาในประเทศไทย 1,967 สาขา และมาเลเซีย 74 สาขา
ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจการในเอเชียทั้งหมด ก็มีประเทศไทยนี่แหละที่ทำรายได้ให้กับ TESCO มากที่สุด

ซึ่งถ้าดูสัดส่วนของกำไรจากการดำเนินงาน ในรายงานประจำปีของ TESCO จะมาจาก
สหราชอาณาจักร 77%
เอเชีย 12%
ยุโรป 6%
และธุรกิจแบงก์ 6%

หมายความว่าธุรกิจ เทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยมีความสำคัญ และมีมูลค่าสำหรับ TESCO มากที่สุดรองจากกิจการในสหราชอาณาจักร

แล้วราคาขายกิจการควรเป็นเท่าไร?
เรื่องนี้คือไฮไลต์ของบทความนี้

จริงๆ แล้ว เทสโก้ โลตัส เดิมไม่ได้มีชื่อนี้
ในอดีต เครือซีพีเป็นผู้ก่อตั้งห้างนี้ชื่อ โลตัส
ก่อนจะขายกิจการออกไปให้ทางเทสโก้ และห้างนี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น เทสโก้ โลตัส

คุณธนินท์ให้สัมภาษณ์ทีไรก็รู้สึกเสียดายกับโลตัส
ที่ตอนนั้นจำเป็นต้องขายเพราะเนื่องจากปัญหาด้านสภาพคล่องในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง
ถึงแม้ว่าในอนาคต คุณธนินท์รู้ว่ากิจการจะเติบโต แต่ก็ต้องยอมตัดแขนขาเพื่อรักษาชีวิต

ซึ่งสอดคล้องกับการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุด คุณธนินท์ยังตอกย้ำว่าอยากซื้อเทสโก้ โลตัสกลับคืนมา โดยคุณธนินท์พูดในงาน ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ว่า

“โลตัสนี่ถ้าเราจะซื้อกลับ ทางอังกฤษเขาบอกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ”

นั่นก็ตีความหมายได้ว่า ธุรกิจเทสโก้ โลตัสในไทยจะมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านบาท
ด้วยมูลค่าเท่านี้จะเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งหมดของบริษัท TESCO ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอังกฤษเลยทีเดียว

และถ้าประเมินจากกำไรของบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม เจ้าของ เทสโก้ โลตัส ที่ 9,628 ล้านบาท

จับหารกันแล้วก็ได้ P/E 31 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับบริษัท ซีพีออลล์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แต่คำถามคือ ใครจะมีเงิน 300,000 ล้านบาท มาซื้อ?

ถ้าให้ไล่รายชื่อ บุคคล หรือ บริษัทในประเทศไทยทั้งหมดที่จะมีเงินสดมากพอมาซื้อกิจการมูลค่า 300,000 ล้านบาทได้ทันที คำตอบคือ ไม่มี..

ด้วยระดับดีลมูลค่า 300,000 ล้านบาท จะถือว่าเป็นดีลซื้อขายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ทวนดีลประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา
ซีพีออลล์ ซื้อ แม็คโคร 180,000 ล้านบาท ด้วยเงินจำนวนนี้ ซีพีออล์ไม่มีเงินสด ต้องไปกู้เงินมาซื้อ

BJC ซื้อ บิ๊กซี 200,000 ล้านบาท ด้วยเงินจำนวนนี้ BJC ก็ต้องไปกู้มาซื้อเช่นกัน

ทำให้สถานะการเงินของทั้ง 2 บริษัทตอนนี้มีหนี้ระดับแสนล้านติดอยู่กับบริษัททั้ง ซีพีออลล์ และ BJC จึงบอกเลยว่าถ้าจะให้ 2 บริษัทกู้อีก 300,000 ล้านบาท เพื่อมาซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส แทบจะเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่มีการเพิ่มทุน..

แต่ด้วยความที่เป็นเสี่ยธนินท์ และ เสี่ยเจริญ คำว่าเป็นไปไม่ได้ น่าจะไม่อยู่ในพจนานุกรมของ 2 คนนี้

ถ้าพวกเขาอยากได้จริง พวกเขาก็คงจะหาช่องทาง หาพันธมิตร มาร่วมกันประมูลซื้อกิจการนี้

และเท่าที่คิดได้ตอนนี้ สำหรับผู้ที่มีเครดิตมากพอ พอที่กู้เงินในระดับนี้ได้ นอกจากเสี่ยธนินท์แห่งซีพี และ เสี่ยเจริญแห่งไทยเบฟ แล้ว ก็น่าจะเป็นอีก 3 ราย นั่นก็คือ
1.กลุ่มปตท.
2.กลุ่มคิงเพาเวอร์
3.กลุ่มเซ็นทรัล
และคนที่พลอยได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ไปด้วย ก็คือธนาคารที่ปล่อยกู้นั่นเอง..

แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร พวกเขาจะยอมเสี่ยงหรือไม่ เพราะขนาดประมูลดิวตี้ฟรีจ่ายเงินให้ AOT ปีละ 15,000 ล้านบาท ยังมีแค่คิงเพาเวอร์รายเดียวที่ยอมจ่าย ส่วนเซ็นทรัลยังไม่กล้าสู้ราคา

จากเหตุการณ์ทั้งหมดจึงเป็นที่น่าติดตามว่า ใครจะได้กิจการ เทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยไป ซึ่งคนที่ได้ เทสโก้ โลตัส ไปก็น่าจะทำธุรกิจต่อไม่ง่ายในโลกยุคนี้

พฤติกรรมคนที่กำลังเปลี่ยน เราไม่จำเป็นต้องขับรถไปหาที่จอด แล้วก็เดินไปหาของตามชั้นวางสินค้า แต่ตอนนี้เราสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้เพียงไม่กี่นาที แถมของเหล่านั้นยังส่งตรงมาถึงหน้าบ้านเรา

แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัสได้เริ่มปรับตัวตั้งแต่การลดพื้นที่ค้าปลีก เพื่อเพิ่มพื้นที่เช่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูภาพในอนาคต กับราคาตอนนี้
ก็ดูเหมือนว่าผู้ซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส น่าจะลังเลว่า
สิ่งที่กำลังจ่ายไป จะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับหรือไม่..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
นักลงทุนชื่อดัง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยซื้อหุ้นของ TESCO ในปี 2006 ถึง 2012 แต่ภายหลังบริษัทนี้ได้มีเรื่องอื้อฉาวเรื่องการตกแต่งบัญชี ต่อมาวอร์เรน บัฟเฟตต์ จึงได้ขายหุ้น TESCO ออกไปทั้งหมดในปี 2014 และยอมรับว่าการลงทุนใน TESCO เป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของเขา..
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
ที่มีแต่ความรู้มากมาย
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛

References
-https://www.reuters.com/article/us-tesco-thailand/britains-tesco-considers-asia-exit-idUSKBN1YC0CL
-https://www.theguardian.com/business/2015/mar/01/warren-buffett-admits-thumb-sucking-over-tesco-cost-him-444m
-https://www.tescoplc.com
-https://www.theguardian.com/business/2019/dec/08/tesco-weighs-up-sale-of-thai-and-malaysian-stores

07/12/2019

รวมทริคการออมเงิน ครับบ

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ดูแลทั้งด้านบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และธุรกิจนายหน้าประกันภัย

การลงทุนเปลี่ยนชีวิตต
07/12/2019

การลงทุนเปลี่ยนชีวิตต

"ออมหุ้น The Series" ตอน ชีวิตคือการลงทุน "ใครก็ลงทุนได้" - การลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตของทุกคน - การเข...

ช่วงเวลาที่อะไรดูอึมครึม เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดี สำหรับการเริ่มต้นศึกษาการลงทุน
28/11/2019

ช่วงเวลาที่อะไรดูอึมครึม เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดี สำหรับการเริ่มต้นศึกษาการลงทุน

ช่วงเวลาที่อะไรดูอึมครึม เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดี สำหรับการเริ่มต้นศึกษาการลงทุน เงินยังไม่มี ก็เริ่มเรียนรู้ได้ เริ่มเลย อย่ารอให้มีเงินแล้วค่อยเริ่มศึกษา

อย่าลงทุนตามคำบอก ลงทุนตามความรู้ของตัวเอง
25/11/2019

อย่าลงทุนตามคำบอก ลงทุนตามความรู้ของตัวเอง

อย่าลงทุนตามคำบอก ลงทุนตามความรู้ของตัวเอง ไม่รู้ก็อย่าเพิ่งลงทุนด้วย “เงิน” แต่ลงทุนด้วย “เวลา” ของเราเองก่อน

เคยสังเกตไหมว่า.. บัตรเดบิตที่เราใช้อยู่ มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
18/11/2019

เคยสังเกตไหมว่า.. บัตรเดบิตที่เราใช้อยู่ มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

ผู้สนับสนุน..
เคยสังเกตไหมว่า.. บัตรเดบิตที่เราใช้อยู่ มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

หลายคนเข้าใจว่า บัตรเดบิตแบบไหนก็เหมือนๆ กัน
แต่จริงๆ แล้ว.. บัตรเดบิตในปัจจุบัน ทำได้มากกว่าแค่การกด โอน จ่าย ได้ฟรี
เพราะมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

แล้วบัตรเดบิตที่เราใช้อยู่ตอนนี้ คุ้มแล้วหรือยัง หรือเรากำลังพลาดอะไรไป?

TMB ALL FREE น่าจะถือเป็นบัตรเดบิตที่ครบที่สุด ณ ตอนนี้

เพราะนอกจากจะให้ ฟรี ค่าธรรมเนียม ทั้งใช้ในไทย และต่างประเทศ ทำให้พกใบเดียวใช้ได้ทั่วโลก ไม่ต้องพกหลายใบให้วุ่นวาย ยังเป็นบัตรเดบิตเจ้าเดียวที่มีคะแนนสะสมที่สามารถใช้แทนเงินสดได้ทั่วโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองช้อปออนไลน์ ที่ของผิดสเปกหรือของหายก็มีเงินชดเชยให้

และสิทธิประโยชน์ที่ไปไกลกว่านั้น คือ ฟรี ประกันอุบัติเหตุ โดยที่เราไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเอง แค่มีเงินฝากในบัญชี 5,000 บาทขึ้นไป ช่วยให้หมดห่วงคนที่อยู่ข้างหลังในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

เรียกได้ว่า TMB ALL FREE มีสิทธิประโยชน์มากมาย ที่ให้เรามาแบบฟรีๆ

สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีพร้อมบัตรเดบิต​ TMB ALL FREE มีค่าธรรมเนียม​ 500​ บาท​ แต่จะได้รับเงินคืน​ 250​ บาทเมื่อทำตามเงื่อนไขของธนาคาร

กรณีบัตรเดบิต​ ชำรุด​ เสียหาย​ สามารถออกบัตรทดแทนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมของ TMB ALL FREE คลิก tmbbank.com/fb/aflongtunman
หรือโทร TMB Contact Center 1558

ใครที่สนใจสมัครบัญชีและบัตรเดบิต TMB ALL FREE สมัครได้เลยที่ธนาคาร TMB ทุกสาขา หรือถ้าเป็นลูกค้า TMB อยู่แล้วสามารถเปิดบัญชีได้เลยผ่าน TMB TOUCH Mobile Application

ไมเนอร์ ซื้อกิจการ Bonchon 2 พันล้าน
18/11/2019

ไมเนอร์ ซื้อกิจการ Bonchon 2 พันล้าน

ไมเนอร์ ซื้อกิจการ Bonchon 2 พันล้าน /โดย ลงทุนแมน
เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่สะเทือนวงการธุรกิจอาหารอีกแล้ว
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MINT ได้ประกาศเข้าซื้อ “Bonchon”
ร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลีชื่อดัง ในสัดส่วน 100% คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท

ซึ่งก่อนหน้าก็มีข่าวการซื้อธุรกิจอาหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่
เช่น เอ็มเค เข้าซื้อ แหลมเจริญซีฟู้ด มูลค่า 2,060 ล้านบาท
กลุ่มสิงห์ เข้าซื้อ ซานตา เฟ่ สเต็ก มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท

แล้วดีลของ Bonchon ที่ไมเนอร์ซื้อ แพง หรือ ถูก?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
┏━━━━━━━━━━━━┓
หลายบทความของลงทุนแมน โพสต์ล่วงหน้าใน
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการชอปปิงธุรกิจร้านอาหารของบริษัทยักษ์ใหญ่กันเลยทีเดียว
ส่วนเหตุผลในการซื้อกิจการของบรรดาบริษัทใหญ่ ก็เหมือนกันคือ
เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ และสำหรับทางไมเนอร์เองก็เช่นกัน

ตอนนี้ ไมเนอร์ มีเชนร้านอาหารในเครือ ได้แก่ ซิซซ์เล่อร์, เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เบอร์เกอร์คิง, สเวนเซ่นส์, แดรี่ควีน, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช, เบซิล

การได้ Bonchon เข้ามาในบริษัท ก็น่าจะเป็นอีกแบรนด์ที่ไมเนอร์จะนำไปขยายสาขาตามช่องทางของตนเองที่มีอยู่

โดยตอนนี้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารของไมเนอร์คิดเป็น 28% ของรายได้ทั้งหมด นอกนั้นจะเป็นรายได้จากกิจการโรงแรมและอื่นๆ

จากข้อมูลที่ไมเนอร์ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อเช้านี้

การซื้อกิจการ Bonchon จะเป็นการลงทุนจากบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งจัดตั้งโดย เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เพื่อลงทุนใน บริษัท ชิคเก้น ไทม์ จํากัด 100% โดยเงินทุนที่ทาง ไมเนอร์ ใช้สำหรับซื้อกิจการครั้งนี้ จะมาจากการกู้ยืมธนาคาร

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบดูพบว่า บริษัท ชิคเก้น ไทม์ จํากัด เพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
โดยก่อนหน้านี้ เจ้าของบอนชอนคือ บริษัท มาชิสโสะ จำกัด ซึ่งได้เลิกกิจการแล้วในช่วงเวลาเดียวกัน

ดังนั้นหากจะดูผลประกอบการของบอนชอน
จึงอาจต้องนำรายได้และกำไรของ บริษัท มาชิสโสะ จำกัด และ ชิคเก้น ไทม์ จำกัด มารวมกัน

ปี 2559 รายได้ 984 ล้านบาท กำไร 312 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 1,131 ล้านบาท กำไร 313 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 1,351 ล้านบาท กำไร 352 ล้านบาท

เห็นได้ว่าธุรกิจมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ธุรกิจ Bonchon เป็นธุรกิจอาหารที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ดีมากเมื่อเทียบกับร้านอาหารทั่วไป
โดยปี 2561 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 26%
เมื่อเทียบกับ เอ็มเค ที่ 15% และ อาฟเตอร์ ยูที่ 17%
แต่นอกจากตัวธุรกิจที่ดีแล้ว ราคาที่ต้องจ่าย ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุน

แล้วราคา 2 พันล้านบาทที่ไมเนอร์จ่าย แพงหรือถูก?

ถ้าการซื้อกิจการในครั้งนี้ได้สัดส่วน 100% ในกิจการ Bonchon และได้กำไร 352 ล้านบาทต่อปีตามในงบการเงิน ตอบโดยเบื้องต้นคือ ถูกมาก แต่ต้องดูเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ เราจ่ายเงินไป 2,000 ล้านบาท
ถ้ากิจการทำกำไรเท่านี้ไปตลอด
ใช้เวลา 6 ปี ก็คืนทุนเงินที่จ่ายไป ซึ่งเลขนี้เรียกกันว่า P/E (Price to Earning Ratio)

ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าบริษัทเชนร้านอาหาร ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะซื้อขายกันในราคา P/E สูง
ด้วยกำไรของ Bonchon กิจการนี้อาจมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาทถ้าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ลองมาดูธุรกิจอาหารที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU
ปี 2561 รายได้ 881 ล้านบาท กำไร 147 ล้านบาท
มูลค่าบริษัท 9,624 ล้านบาท P/E 40.73

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP
ปี 2561 รายได้ 7,710 ล้านบาท กำไร 400 ล้านบาท
มูลค่าบริษัท 7,601 ล้านบาท P/E 22.24

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M
ปี 2561 รายได้ 17,234 ล้านบาท กำไร 2,574 ล้านบาท
มูลค่าบริษัท 66,993 ล้านบาท P/E 26.23

แล้ว Bonchon ถ้าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะมีมูลค่าเท่าไร?

ถ้าให้ Bonchon P/E เท่า อาฟเตอร์ ยู ที่ P/E 40.73 เท่า
จะมีมูลค่า 14,337 ล้านบาท

ถ้าให้ Bonchon P/E เท่า เอส แอนด์ พี ที่ P/E 22.24 เท่า
จะมีมูลค่า 7,828 ล้านบาท

บางท่านอาจบอกว่า Bonchon ยังอยู่นอกตลาดหลักทรัพย์อยู่จึงต้องมีส่วนลดมูลค่าบ้าง
ต่อให้ลดลง 20% จากราคา P/E ของ เอส แอนด์ พี ก็ยังมีมูลค่า 6,262 ล้านบาท

สรุปแล้วถ้าไมเนอร์จ่ายเงิน 2,000 ล้านบาทเพื่อได้กิจการ 100% ของ Bonchon และสามารถรักษากำไรได้เท่าเดิม ไมเนอร์จะซื้อกิจการได้ถูกกว่าที่เป็นจริง 3-7 เท่า

เรื่องนี้ก็น่าสงสัยว่าทำไมเจ้าของ Bonchon ไม่รอ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อได้มูลค่ากิจการมากกว่าที่เป็นอยู่ 3-7 เท่า หรือถ้าอยากได้เงินก้อน ก็สามารถ IPO ไปก่อนแล้วจ่ายเงินปันผลหนักๆจากกำไรสะสมก็ได้

สำหรับตัวไมเนอร์เองการลงทุน 2,000 ล้านบาทในครั้งนี้
จะได้คืนมาปีละ 352 ล้านบาท หรือปีละ 17.6%
ด้วยต้นทุนทางการเงินของไมเนอร์ที่ออกหุ้นกู้ล่าสุด ต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 2%-4%
ไมเนอร์กู้เงินที่ดอกเบี้ย 2%-4% มาซื้อกิจการที่ให้ผลตอบแทนปีละ 17.6% ใครๆก็คงบอกว่าเป็นดีลที่ดี

แต่อย่างไรก็ตามจากข่าวล่าสุดไมเนอร์จะได้กิจการทั้งหมด Bonchon ของสาขาเดิม และต้องไปเจรจากับเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์หลักในการขยายธุรกิจสาขา Bonchon ทั่วประเทศต่อไป ซึ่งก็ต้องดูว่าค่าแฟรนไชส์ในการขยายสาขาใหม่ที่เจรจากันจะมากน้อยแค่ไหน

ดีลนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่าในบางครั้งการซื้อกิจการคนอื่นก็น่าสนใจไม่แพ้ในการทำด้วยตัวเอง
และสำหรับไมเนอร์แล้ว สิ่งที่ไมเนอร์ต้องทำคือการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน
โดยการเข้าซื้อแบรนด์ต่างๆเข้ามาเสริมในพอร์ตร้านอาหารของตนเองให้แข็งแกร่ง..

┏━━━━━━━━━━━━┓
หลายบทความของลงทุนแมน โพสต์ล่วงหน้าใน
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
References
-ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
-รายงานประจำปี 2018 บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ที่อยู่

Bangkok
10210

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Investment Specialist การเงินการลงทุนแบบย่อยง่ายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์