30/01/2023
เทรนด์ธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาดปี 2023
ที่มา : https://www.facebook.com/95359944974/posts/10151562135584975/
5 เทรนด์ธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด ในปี 2023
รวมเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2023 ได้แก่ 1) เร่งการเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วยเทคโนโลยี 2) เงินเฟ้อ และปัญหาของห่วงโซ่อุปทาน 3) ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ 4) ลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม 5) ความท้าทายในการหาคนมีพรสวรรค์มาทำงาน
[อ่านบทความบนเว็บไซต์คลิก http://bit.ly/3kI0VrS]
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทรนด์ของการทำธุรกิจ จนผู้ประกอบการอย่างพวกเราทุกคน ต้องปรับตัวให้ทัน หรืออยู่เหนือเทรนด์ ไม่เช่นนั้น ธุรกิจจะถูกทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง จนไม่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นได้
นี่คือเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจในปี 2023 เรียบเรียงจาก Forbes ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผน ตั้งเป้าหมายธุรกิจในปีนี้ เพื่อให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ได้
📌1) เร่งการเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
เทคโนโลยี ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ไม่ใช่แค่สร้างการเติบโต แต่อาจพลิกโฉมทั้งสินค้า บริการ รวมถึงธุรกิจต่างๆ ดังที่เราเคยได้ยินข่าวกัน เช่น การเข้ามาของ ChatGPT ที่เป็น AI (Artificial Intelligence) อัจฉริยะสามารถตอบเกือบทุกคำถามในโลกนี้ได้ ทั้งเรื่อง การเมือง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ทำให้บริการด้านข้อมูล เขียนบทความ ข่าว อาจโดนกระทบ หรือการนำ VR/AR (Virtual and Augmented Reality) มาใช้ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ในระหว่างที่ใช้บริการในร้านค้าผ่านการสแกน ฯลฯ
ขั้นตอนง่ายๆ ในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยธุรกิจเรา คือ กลับมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “กระบวนการ” ในการดำเนินธุรกิจ และดูว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ที่ช่วยทำให้ธุรกิจก้าวหน้า เพราะเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับกระบวนการของธุรกิจสำคัญกว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ต่อให้มันแตกต่างจากคู่แข่งแต่ไม่เหมาะกับธุรกิจเรา ก็อาจไร้ประโยชน์
📌2) เงินเฟ้อ และปัญหาของห่วงโซ่อุปทาน
จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมือง ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน ลามไปจนถึงการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ (และพันธมิตร) ทำให้ไม่เกิดการเชื่อมโยงแบบโลกาภิวัตน์อีกต่อไป ส่งผลให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงมีความรุนแรง รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าและบริการ เกิดความยากลำบากมากขึ้น และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ สภาวะเศรษฐกิจที่อาจเลวร้ายลง โดยเฉพาะในปี 2023 จากปัจจัยดังที่กล่าวมา
แล้วธุรกิจเราจะทำอย่างไรดี? เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เราควรเตรียมพร้อมและวางแผนรับมือ โดยเฉพาะเรื่อง ต้นทุนสินค้า ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากทั้งเงินเฟ้อและปัญหาของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลต่อการขึ้นราคา รวมไปถึงต้นทุนทางการเงิน หากธุรกิจมีการกู้ยืมเงินมา ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูง
📌3) ความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ
แม้เรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) อาจเป็นเรื่องที่ธุรกิจขนาดใหญ่หลายๆ ธุรกิจ เริ่มให้ความใส่ใจ และวางกลยุทธ์กันมากขึ้น จากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างเริ่มเห็นได้ชัดในช่วงโควิด-19 แต่หลายธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs หรือ ธุรกิจขนาดกลาง อาจยังไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะมองว่าเป็น “ต้นทุน” ในการดำเนินงานเพิ่มเติม แค่จะดำเนินธุรกิจให้รอดในระยะสั้น ยังลำบากเลย ถ้าใส่ใจเรื่องนี้ อาจจะทำให้ธุรกิจต้องลำบากมากขึ้น จากการเพิ่มต้นทุน แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง การลงทุนในด้านนี้ แม้จะเป็นต้นทุนระยะสั้น แต่สามารถลดต้นทุนในระยะยาวได้ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสริมสร้างความไว้วางใจให้กับพนักงาน ลูกค้า สังคม อันเป็นสิ่งที่เงินก็ซื้อไม่ได้
การดำเนินงานในเรื่องความยั่งยืน เริ่มต้นจากมุ่งเน้นกระบวนการของธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) ภายใต้ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ อย่างเช่น การวางแผนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จากการผลิตในโรงงานของเรา การลดใช้พลังงานไฟฟ้า การจ้างงานคนด้อยโอกาสโดยให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ฯลฯ
📌4) ลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
แม้หลายธุรกิจอาจจะรู้สึกว่า ลูกค้ามีกำลังซื้อลดลงทำให้ทำธุรกิจยากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีธุรกิจที่สามารถขายสินค้าได้ดี ด้วยสินค้าคุณภาพ มีแบรนด์เป็นที่ยอมรับ แม้ราคาอาจจะไม่ถูกที่สุดก็ตาม นั่นก็เพราะว่าธุรกิจออกแบบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ตั้งแต่ตอนสั่งซื้อสินค้าจนได้รับของ เกิดความประทับใจที่หาใครมาเปรียบได้ยาก แตกต่างจากการไปซื้อสินค้าตามช่องทางขายทั่วไป ที่แม้อาจจะได้ราคาถูก แต่ไม่เกิดประสบการณ์ที่ดี ทำให้ความคุ้มค่าด้านราคาที่ได้นั้น ก็อาจไม่สามารถชดเชยประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการสั่งซื้อ
ในการเพิ่มประสบการณ์การซื้อสินค้าของเราให้มีความลึกซึ้ง จนเกิดความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม การใช้ “เทคโนโลยี” และ“บริการ” ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า หรือ “Big Data” สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อออกแบบประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น การใช้ AR ในห้าง Walmart เพื่อทำให้ลูกค้าดูว่าเสื้อผ้าที่กำลังจะซื้อพอดีตัว หรือไม่ ฯลฯ
📌5) ความท้าทายในการหาคนมีพรสวรรค์มาทำงาน
ในยุคที่คนทำงานรุ่นใหม่ หลายคนเริ่มมีแนวโน้มที่ไม่ค่อยทำงานแบบจงรักภักดีไปนานๆ ทำงานไม่นานก็ลาออก หรือทำงานไปวันๆ แค่ไม่ให้โดนไล่ออก ตามเทรนด์ที่เราเคยได้ยินกันทั้ง Great Resignation และ Quiet Quitting ส่งผลให้การวางกลยุทธ์ด้านบุคลากรของหลายธุรกิจ ต้องประสบความยุ่งยาก มีการเปลี่ยนกลยุทธ์ในการสร้างทั้งบรรยากาศ แรงจูงใจให้คนเก่งคงอยู่ เช่น การมีนโยบาย Work from home วัฒนธรรมในการทำงานที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้เรียนรู้ ฯลฯ
จริงๆ แล้ว คนเก่ง มีพรสวรรค์ของทุกธุรกิจ เราสามารถหาได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร แต่สิ่งสำคัญ คือ การสร้างวัฒนธรรมและกำหนดนโยบายในการดูแลคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนทักษะในการทำงานให้เหมาะสมกับความต้องการของคนในองค์กร การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานผ่านออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ยังเกิดความผูกพัน เกิดสายสัมพันธ์ที่ดี การวางโปรแกรมที่มีแผนการเติบโตในตำแหน่งงานที่ชัดเจน พร้อมทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการที่จูงใจ
ดังนั้น การรู้ทันเทรนด์โลก ทำให้ธุรกิจของเราก้าวทันโลก สามารถคว้าโอกาสที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นอีกด้วย
#ห้องเรียนผู้ประกอบการ #ความรู้ธุรกิจ