23/06/2026
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังคุมเข้มมาตรการปราบ “นอมินี” ทั่วประเทศ ล่าสุดพบผู้ทำบัญชี 140 คน จาก 29 สำนักงานบัญชี เข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างชาติร่วมลงทุน 2,040 บริษัท มูลค่าหุ้นรวม 2,528 ล้านบาท...
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังคุมเข้มมาตรการปราบ “นอมินี” ทั่วประเทศ ล่าสุดพบผู้ทำบัญชี 140 คน จาก 29 สำนักงานบัญชี เข้าไปถือหุ้นในบริษัทต่างชาติร่วมลงทุน 2,040 บริษัท มูลค่าหุ้นรวม 2,528 ล้านบาท เตรียมถกสภาทนายความ-สภาวิชาชีพบัญชี 30 มิ.ย.นี้ ก่อนยกระดับตรวจเส้นทางการเงิน 1 ส.ค. 2569
_________
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังแถลงข่าวเรื่อง “การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินี” ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้มงวดการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันปัญหาการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ Nominee
ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลคงอยู่ 1,002,685 ราย แบ่งเป็นห้างหุ้นส่วน 200,100 ราย บริษัทจำกัด 801,070 ราย และบริษัทมหาชน 1,515 ราย ในจำนวนบริษัทจำกัด 801,070 ราย พบว่ามีบริษัทที่ต่างชาติร่วมลงทุนสัดส่วน 0.01-49.99% จำนวน 119,297 ราย และในกลุ่มที่ต่างชาติถือหุ้น 40-49.99% มีจำนวน 95,306 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบ
🔺 คุมก่อนจดทะเบียน ธุรกิจเสี่ยงลด 65%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเริ่มยกระดับมาตรการตรวจสอบก่อนจดทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นไทยที่ลงทุนร่วมกับต่างชาติ ซึ่งต่างชาติลงทุนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และบริษัทยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย ต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน หรือ Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน นับจากวันที่ชำระเงินทุนหรือค่าหุ้น เพื่อพิสูจน์ความสามารถในการลงทุนจริง
มาตรการดังกล่าวส่งผลให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีในช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2569 ลดลงเหลือ 1,771 บริษัท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 3,618 บริษัท หรือลดลง 51.05%
ต่อมา กรมฯ เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ทำให้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงในช่วงวันที่ 1 เมษายน-31 พฤษภาคม 2569 ลดลงเหลือ 731 บริษัท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 2,102 บริษัท หรือลดลง 65.22%
นายพูนพงษ์กล่าวว่า แม้จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงมาก แต่ยังเหลืออีกประมาณ 35% ที่อาจมีการหลบเลี่ยง จึงเตรียมออกมาตรการเข้มเพิ่มเติม คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น
มาตรการใหม่จะเน้นการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ใช้ลงทุน ว่าเงินทุนมีอยู่จริงหรือไม่ โอนเข้าบริษัทจริงหรือไม่ และมีความเชื่อมโยงอย่างไร เบื้องต้นเฟสแรกจะให้บริษัทนำ Bank Statement จากธนาคารมาแสดง ส่วนเฟสต่อไปอยู่ระหว่างพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์กับธนาคารผ่านสมาคมธนาคารไทย
🔺 ชี้ 3 รูปแบบนอมินีต่างชาติใช้คนไทยบังหน้า
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่ต่างชาติมักใช้ในการกระทำผิดฐานนอมินี คือ การใช้ผู้ทำบัญชี พนักงานสำนักงานบัญชี หรือสำนักงานกฎหมายที่ชาวต่างชาติจ้างให้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล มาเป็นผู้ถือหุ้น รวมถึงใช้พนักงานคนไทยของธุรกิจต่างชาติเองเป็นผู้ถือหุ้น
รูปแบบที่พบมี 3 ลักษณะ ได้แก่ 1. การจัดตั้งนิติบุคคลด้วยสัดส่วนคนไทยและคนต่างชาติ 51:49 2. การจัดตั้งนิติบุคคลที่ต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป และ 3. การจัดตั้งนิติบุคคลด้วยคนไทย 100% แล้วภายหลังแก้ไขเป็นผู้ถือหุ้นต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังพบการกำหนดให้กรรมการต่างชาติมีอำนาจ หรือกำหนดข้อบังคับให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติมีสิทธิมากกว่าผู้ถือหุ้นไทย ซึ่งเข้าข่ายต้องตรวจสอบเชิงลึก
ธุรกิจเสี่ยงที่กรมฯ มุ่งตรวจสอบมี 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า โรงแรมและรีสอร์ท ธุรกิจการเกษตร และธุรกิจก่อสร้าง
_______________
📍 อ่านข่าวต่อในคอมเม้นต์