A2M A*M : Asset Agent & Management
บริการ ซื้อ-ขาย-เช่า บ้าน ?

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆวันนี้แอดมินมาอัพเดท รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ให้นะคะใครที่คอยติดตามข่าวว่า เปิดให้บริการช่วงไหน-นั่งฟ...
30/08/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆวันนี้แอดมินมาอัพเดท รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ให้นะคะใครที่คอยติดตามข่าวว่า เปิดให้บริการช่วงไหน-นั่งฟรีเมื่อไร ตามแอดมินมาดูกันเลยค๊าา😍😍😍
"คมนาคม" สแกนพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง เล็งเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี 3 เดือน เริ่มต้นปี 66 เผยคืบหน้าต่อขยายสายสีชมพู ดึงเอกชนตอกเสาเข็ม ขณะที่ต่อขยายสายสีเหลืองลุยเจรจาเอกชนต่อ หวั่นกระทบรายได้สายสีน้ำเงิน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯได้ลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้าง แผนการพัฒนาโครงการฯ ในอนาคต การเชื่อมต่อกับโครงการขนส่งมวลชนอื่น ๆ และความพร้อมของขบวนรถต่าง ๆ รวมถึงแผนการเตรียมเปิดให้บริการเดินรถ สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม.มีความคืบหน้าในภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 92.93 แบ่งเป็นงานโยธา ร้อยละ 93.42 และงานระบบรถไฟฟ้าร้อยละ 92.29 ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองได้รับมอบขบวนรถแล้ว 28 ขบวน จากทั้งหมด 30 ขบวน ในส่วนขบวนรถไฟฟ้าที่เหลือจะจัดส่งถึงประเทศไทยได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2565 จะเปิดให้บริการทดสอบเดินรถเสมือนจริงภายในเดือนตุลาคม 2565 และเปิดให้บริการเดินรถฟรี ระยะเวลา 3 เดือน (เดือนมกราคม-มีนาคม 2566) โดยจะเปิดให้บริการได้บางช่วง คือ ช่วงสถานีภาวนา-สำโรง หลังจากนั้นเปิดให้บริการเต็มทั้งระบบภายในปี 2566
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง มีแนวเส้นทางเริ่มต้นที่แยกรัชดา - ลาดพร้าว บริเวณหน้าอาคารจอดแล้วจร สถานีลาดพร้าว ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ไปตามแนวถนนลาดพร้าว ถึงทางแยกบางกะปิ เข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ ข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 ผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดม แยกศรีเอี่ยม แยกศรีเทพา เข้าสู่ถนนเทพารักษ์ และสิ้นสุดที่บริเวณแยกเทพารักษ์ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 30.4 กิโลเมตร ประกอบด้วย สถานีทั้งหมด 23 สถานี ศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง และอาคารจอดแล้วจร 1 แห่ง มีการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าอีก 4 สาย ประกอบด้วย 1) สถานีลาดพร้าว (YL01) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) 2) สถานีแยกลำสาลี (YL09) เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) 3) สถานีหัวหมาก (YL11) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์และรถไฟทางไกลสายตะวันออก 4) สถานีสำโรง (YL23) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ
ด้านส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงแยกรัชดา-ลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน ขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างเจรจากับเอกชนทั้ง 2 ราย เพื่อไม่ให้กระทบกับรายได้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคต หากโครงการเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ต้องเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติ
ส่วนความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. ในภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 88.51 แบ่งเป็นงานโยธา ร้อยละ 90.06 และงานระบบรถไฟฟ้าร้อยละ 87.02 ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีชมพู อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถ และมีแผนกำหนดการทดสอบเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) เริ่มภายในเดือนตุลาคม 2565 และเปิดให้บริการเดินรถฟรี ระยะเวลา 3 เดือน (เดือนมกราคม-มีนาคม 2566) ก่อนจะเปิดให้บริการบางช่วง ประกอบด้วย ช่วงสถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ-มีนบุรีและช่วงสถานีกรมชลประทาน-มีนบุรี และเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการภายในปี 2566 ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีชมพูได้รับมอบขบวนรถแล้ว 26 ขบวนจากทั้งหมด 42 ขบวน ในส่วนขบวนรถไฟฟ้าที่เหลือจะจัดส่งถึงประเทศไทยได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2565
ขณะที่ความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กม.ปัจจุบันเอกชนได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี มีจุดเริ่มต้นบนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณถัดจากศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ ตัดเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะที่บริเวณใกล้กับ ห้าแยกปากเกร็ด ผ่านแยกหลักสี่ เข้าสู่ถนนรามอินทราจนถึงแยกมีนบุรี เลี้ยวขวาสู่ถนนรามคำแหง ซึ่งมีสถานีสุดท้ายที่บริเวณใกล้ซอยรามคำแหง 192 ระยะทางประมาณ 34.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีทั้งหมด 30 สถานี ศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่งและอาคารจอดแล้วจร 1 แห่ง มีการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าอีก 4 สาย ประกอบด้วย 1) สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) 2) สถานีหลักสี่ (PK14) เชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต 3) สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (PK16) เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต 4) สถานีมีนบุรี (PK30) เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เบื้องต้นค่าโดยสารจากข้อมูลปี 59 จะจัดเก็บในอัตรา 14-42 บาท ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแบบเก็บค่าโดยสารต้องพิจารณาจากดัชนีผู้บริโภค(CPI) อีกครั้ง ซึ่งได้มอบให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และเอกชน ไปพิจารณาค่าใช้จ่ายให้สะท้อนกับความเป็นจริงมากที่สุด ขณะเดียวกันได้ให้ไปพิจารณาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อนำรายได้มาลดค่าโดยสารให้ประชาชน ซึ่งตนอยากให้มีราคาที่ถูกที่สุดอยู่แล้ว ส่วนค่าแรกเข้าในการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างการเจรจา โดยขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการทั้ง 2 สายแล้ว
"ทั้งนี้ปัญหาและอุปสรรคที่พบในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี พบว่าบางพื้นที่มีสาธารณูปโภคตามแนวเส้นทางก่อสร้างอยู่ด้วย ส่งผลให้การก่อสร้างมีความล่าช้า ซึ่งได้มอบนโยบายให้เร่งประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การก่อสร้างเดินหน้าได้อย่างราบรื่นแล้วเสร็จตามกำหนด และดำเนินการคืนพื้นที่โดยเร็วเพื่อบรรเทาปัญหาจราจร ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) และการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่มีความหมาะสม เป็นธรรม"

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.thansettakij.com/economy/530865
ขอขอบคุณแหล่งที่มา thansettakij

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ ช่่วงนี้ฝนตกอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้รองเท้าหลายๆคนที่ใส่ทำงานมีความชื้นและเปียกได้ วันนี้แอดมินหาข้อ...
24/08/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ช่่วงนี้ฝนตกอย่างต่อเนื่องอาจจะทำให้รองเท้าหลายๆคนที่ใส่ทำงานมีความชื้นและเปียกได้ วันนี้แอดมินหาข้อมูลวิธีทำให้รองเท้าผ้าใบแห้งแบบด่วนจี๋ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
แน่นอนว่าหน้าฝนแบบนี้หลายคนอาจเลือกใส่รองเท้าแตะ รองเท้ากันน้ำออกไปนอกบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าเปียก เสียหาย แต่สำหรับบางคนอาจรู้สึกว่าอยากจะใส่รองเท้าคู่โปรดของตัวเองทุกวัน แม้จะเป็นหน้าฝน ดังนั้นเรามีวิธีทำให้รองเท้าแห้งแบบรวดเร็ว รับรองได้ใส่รองเท้าคู่เก่งทุกวันแบบสบายใจ สบายเท้า
วิธีทำให้รองเท้าผ้าใบแห้งด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
หากคุณต้องการทำให้รองเท้าวิ่งที่เปียก แห้งทันใจ อย่าลืมเก็บหนังสือพิมพ์ไว้บ้าง หนังสือพิมพ์ซึ่งทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และเยื่อไม้ จะดูดซับน้ำได้แบบถึงมุมรองเท้าได้อย่างง่ายๆ ซึ่งก็มีขั้นตอนดังต่อไปนี้⛈⛈⛈

1.ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารองเท้าของคุณสะอาด หากรองเท้าของคุณเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก หรือโคลน คุณจะต้องทำความสะอาดให้ดีก่อนที่จะเช็ดให้แห้ง โดยทำความสะอาดด้วยน้ำยาซักผ้าอย่างอ่อนในน้ำอุ่น และใช้แปรงแห้งถูเบาๆ เพื่อให้สิ่งสกปรกออกไป

2.ถอดแผ่นรองพื้นรองเท้าออก โดยคุณสามารถเป่าให้แห้งด้วยพัดลม โดยแยกระหว่างแผ่นรองรองเท้า กับรองเท้า ซึ่งจะทำให้แห้งเร็วขึ้น
3.ถอดเชือกผูกรองเท้าออก เพื่อให้รองเท้าสามารถระบายอากาศได้

4.ขยำหนังสือพิมพ์แล้วยัดเข้าไปในรองเท้า โดยซ่อนบริเวณที่มีหมึกเยอะๆ ไว้ด้านใน เพราะอาจทำให้รองเท้าเกิดรอยเปื้อนหมึก อย่าลืมยัดกระดาษหนังสือพิมพ์เข้าไปที่ปลายรองเท้า

5.นำผ้าขนหนูห่อรองเท้ารอบนอก เพื่อจะได้ซับน้ำด้านนอกของรองเท้าซึ่งจะช่วยให้รองเท้าด้านนอกแห้งเร็วขึ้น

6.วางรองเท้าไว้ในที่แห้ง โดยเก็บรองเท้าในที่ร่ม ให้ห่างจากแสงแดดโดยตรงแต่เน้นไปที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี และอาจวางพัดลมไว้ใกล้ๆ หรือจะวางรองเท้าไว้ตรงบริเวณช่องระบายอากาศ ลมอุ่นๆ จะทำให้รองเท้าแห้งเร็วขึ้น

7.เปลี่ยนกระดาษหนังสือพิมพ์ตามความจำเป็น หากรองเท้าของคุณเปียกมาก คุณอาจเปลี่ยนกระดาษหนังสือพิมพ์ 2-3 ครั้ง โดยเช็กจากความชื้นของรองเท้าเพื่อให้มีการดูดซึมได้มากขึ้น
⛈⛈⛈⛈

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.sanook.com/home/35393/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา sanook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ ที่นอนเป็นสิ่งที่เราใช้ประจำ เมื่อใช้นานๆอาจจะเกิดเชื้อราขึ้นได้ แอดมินมาแนะนำ วิธีกำจัดเชื้อราบนที่...
18/08/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ที่นอนเป็นสิ่งที่เราใช้ประจำ เมื่อใช้นานๆอาจจะเกิดเชื้อราขึ้นได้ แอดมินมาแนะนำ วิธีกำจัดเชื้อราบนที่นอน ผ้าห่ม ทำง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง
หน้าฝนแบบนี้หลายๆ คนรู้สึกสดชื่น เพราะฝนตกแล้วทำให้อากาศเย็นสบายแต่ทราบหรือไม่ว่าเพราะความชื้นของหน้าฝนอาจทำให้คุณต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาใกล้ตัวในห้องนอนของคุณเอง นั่นก็คือเครื่องนอนมีความชื้นจนเกิดเชื้อรา หรือบางรายอาจเห็นมีเห็ดซึ่งเกิดจากเชื้อราขึ้นบนผ้าห่มหรือที่นอน ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เราจึงมาแนะนำวิธีกำจัดเชื้อราบนที่นอน รวมไปถึงเครื่องนอนต่างๆ ได้ด้วยตัวของคุณเอง😍😍😍

สาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อรา
เนื่องจากอากาศมีความชื้นสูง และถ้าภายในห้องนอนมีรอยรั่ว รอยแตก ที่น้ำสามารถซึมเข้ามาได้อาจทำให้ห้องนอนเปียกและอับชื้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดเชื้อรา โดยเฉพาะกับเครื่องนอนต่างๆ นั้นถือเป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยง ซึ่งหากเราปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจ มีอาการภูมิแพ้ และปอดอักเสบได้

วิธีป้องกันไม่ให้ที่นอน ผ้าห่มเกิดเชื้อรา
ลดความชื้นภายในห้องนอน ด้วยการเปิดประตู หน้าต่างระบายอากาศ
เลี่ยงตากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มต่างๆ ไว้ในห้อง เพราะยิ่งเป็นการเพิ่มความชื้น
ใช้เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องลดความชื้น รวมไปถึงในห้องน้ำควรมีพัดลมดูดอากาศเพื่อลดความชื้น
หมั่นทำความสะอาดเครื่องนอน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ด้วยการทำความสะอาด นำออกไปพึ่งแดด

วิธีกำจัดเชื้อราบนที่นอน เครื่องนอน
อุปกรณ์
กระดาษทิชชูแผ่นใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์
น้ำเปล่า
สบู่ หรือน้ำยาล้างจาน
น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์
ถุงมือ
หน้ากากปิดจมูก

ขั้นตอนกำจัดเชื้อรา
1.พรมน้ำบนกระดาษทิชชู หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้พอเปียก จากนั้นนำไปเช็ดบริเวณที่มีเชื้อรา โดยให้เช็ดไปในทางเดียวกัน ก่อนจะทิ้งกระดาษทิชชูเหล่านั้น
2.นำกระดาษทิชชู หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบในน้ำผสมสบู่ หรือน้ำยาล้างจาน แล้วเช็ดซ้ำในจุดที่มีเชื้อราอีกครั้ง
3.นำกระดาษทิชชูชุบน้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์ เช็ดทำความสะอาดอีกรอบ

คำแนะนำ : ในระหว่างการทำความสะอาด กำจัดเชื้อราอย่าลืมสวมถุงมือและหน้ากากป้องกันทุกครั้ง และในระหว่างทำความสะอาดควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก😍😍😍

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.sanook.com/home/34789/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา sanook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

✨12 สิงหาคม 2565✨เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระเ...
12/08/2022

✨12 สิงหาคม 2565✨
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร และพนักงาน
A*M ASSET & MANAGEMENT CO.LTD.

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ วันนี้แอดมินมาแนะนำ  5 วิธีจัดห้องนํ้าให้เป็นระเบียบน่ามอง สำหรับเพื่อนๆที่ชอบจัดระเบียบให้ดูสบายตา ...
10/08/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้แอดมินมาแนะนำ 5 วิธีจัดห้องนํ้าให้เป็นระเบียบน่ามอง สำหรับเพื่อนๆที่ชอบจัดระเบียบให้ดูสบายตา และง่ายต่อการหยิบจับใช้งาน
ห้องน้ำเป็นห้องที่คุณควรจัดให้มีบรรยากาศผ่อนคลายมากที่สุด เพราะเป็นห้องที่คุณใช้พักและทำความสะอาดร่างกายหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ดังนั้นถ้าห้องน้ำของคุณไม่ได้จัดแต่งให้เป็นระเบียบมากนัก ก็อาจจะทำให้คุณผ่อนคลายได้ไม่เต็มที่ เพราะยังคงมีสิ่งรกหูรกตาไม่น่ามอง คุณจึงควรจัดห้องน้ำเสียใหม่ให้ดูมีระเบียบมากขึ้น ด้วยการนำเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดู เผื่อจะทำให้คุณสบายตาสบายใจในการใช้ห้องน้ำมากขึ้นนะคะ
❤️❤️🏢🏢
1. ใช้สีเรียบ ๆ เข้าช่วย😍
ของที่คุณเก็บไว้ในห้องน้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง สบู่ แชมพู รวมไปถึงพวกผ้าขนหนูที่มีสีและขนาดแตกต่างกันออกไปจะทำให้ดูลายตาจนทำให้ห้องดูรกขึ้นไปด้วย ดังนั้นคุณจึงควรเบรกสีที่ตัดกันพวกนี้และเปลี่ยนห้องน้ำให้ดูน่าพักผ่อนมากขึ้นด้วยการใชีสีเรียบ ๆ เช่น สีขาว หรือ สีครีมตกแต่งเป็นหลัก ซึ่งนอกจากสีพวกนี้จะทำให้ห้องดูเรียบร้อยสะอาดตาขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้นได้ง่าย ๆ อีกด้วยนะ
2. จัดของในลิ้นชักให้เป็นระเบียบ😍
แม้ว่าการจัดพวกของจุกจิกในห้องน้ำใส่ไว้ในลิ้่นชักจะช่วยให้ห้องน้ำดูรกน้อยลงได้แล้ว คุณก็ไม่ควรลืมจัดของในลิ้นชักแยกตามประเภทให้เป็นระเบียบมากขึ้นเพื่อให้หาเจอได้ง่ายด้วย โดยลองหากล่องเล็ก ๆ มาวางไว้ในลิ้นชักเพื่อแบ่งเป็นช่องเก็บของย่อย ๆ ดู นอกจากนี้ อาจลองใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากขึ้น ด้วยการดัดแปลงฝาด้านในตู้เก็บของให้มีราวแขวนหรือกระเป๋าเล็ก ๆ ติดไว้เพื่อใส่ของจุกจิกเพิ่มด้วยก็ได้เช่นกัน
3. ติดชั้นวางของไว้ใกล้ ๆ ฝักบัว😍
เพื่อให้สะดวกมากขึ้นคุณก็ควรติดชั้นวางของแบบติดผนังไว้ใกล้ ๆ ฝักบัวหรืออ่างอาบน้ำด้วย คุณจะได้ไม่ต้องมาลำบากควานหาในลิ้นชักทุกครั้งที่จะใช้ อย่างไรก็ตาม ควรแน่ใจว่าของที่คุณวางไว้บนชั้นมีแต่ของที่จำเป็นเท่านั้นเช่นสบู่ แชมพู และครีมนวดเป็นต้นจะได้ไม่รกเกินไป ทั้งนี้ควรเลือกชั้นวางของแบบที่เป็นกระจกหรือที่ดูบางเบาสักหน่อยเพื่อไม่ให้เทอะทะเกินไปด้วย
4. ใช้ราวแขวนผ้าม่านให้เป็นประโยชน์😍
คุณไม่จำเป็นต้องติดราวแขวนผ้าขนหนูไว้ในห้องน้ำเพื่อตากผ้าขนหนูหลังใช้เสมอไป เพราะคุณสามารถเอาราวแขวนผ้าม่านพลาสติกที่คุณใช้ตรงมุมอาบน้ำมาใช้แขวนของเหล่านี้แทนได้ โดยคุณเพียงแค่ติดราวแขวนผ้าม่านไว้ 2 อัน และใช้อันที่อยู่ด้านหน้าแขวนผ้าม่านในขณะที่ใช้อีกราวแขวนผ้าขนหนูแทนเท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว ผ้าม่านจะได้บังผ้าขนหนูที่ยังไม่แห้งให้ห้องดูน่ามองมากขึ้น แถมยังทำให้คุณมีที่ตากผ้าที่ยาวคุ้มค่ามากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเนื้อที่มากอีกด้วย
5. กำจัดของที่ไม่ได้ใช้ออกไป😍
แน่นอนว่าเพื่อให้ห้องดูมีระเบียบและมีเนื้อที่มากขึ้น คุณก็ต้องกำจัดของที่ไม่ได้ใช้ออกไปบ้าง ซึ่งสิ่งที่ต้องกำจัดออกไปเป็นอันดับแรกก็คือบรรดาของหมดอายุที่คุณเก็บเอาไว้นั่นเอง เพราะนอกจากจะรกห้องแล้ว หากเผลอไปใช้เข้ายังอาจทำให้ผิวของคุณเกิดอาการแพ้จนเป็นอันตรายได้อีกด้วย นอกจากนี้พวกเครื่องประดับผมที่ใช้ไม่ได้แล้วเช่นที่รัดผมหรือกิ๊บที่หักแล้วก็ควรนำไปทิ้งด้วยเช่นกัน
👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://home.kapook.com/view44438.html
ขอขอบคุณแหล่งที่มา kapook

#💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)

😍วิธีทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมไปจนถึงการซักรอบหน้าเวลาซักผ้าแล้วพบว่าเสื้อผ้ายังคงมีกลิ่นเหม็นอับ หรือกลิ่นที่ไม่ต้องการเร...
03/08/2022

😍วิธีทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมไปจนถึงการซักรอบหน้า
เวลาซักผ้าแล้วพบว่าเสื้อผ้ายังคงมีกลิ่นเหม็นอับ หรือกลิ่นที่ไม่ต้องการเราทุกคนคงเกลียดสิ่งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องการกลิ่นที่สดชื่นและน่าทึ่ง หรือทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพราะนี่คือวิธีทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมหลังซัก

วิธีทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมหลังซัก

📌1.อย่าลืมซักเสื้อผ้าของคุณทันทีที่จมูกของคุณสัมผัสหรือได้กลิ่นเหม็น เสื้อผ้าบางชนิด เช่นถุงเท้า จำเป็นจะต้องซักหลังจากสวมใส่แต่ละครั้ง ในขณะที่เสื้อผ้าชั้นนอกสามารถซักได้ไม่บ่อยนัก

📌2.อย่าทิ้งเสื้อผ้าสกปรกไว้กับเสื้อผ้าที่สะอาด เพราะกลิ่นจะพัดพาไป

📌3.เมื่อตะกร้าผ้าของคุณเต็มแล้ว ให้พร้อมที่จะซักผ้าทันที

📌4.เตรียมและแช่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นแรง อย่าลืมตรวจสอบฉลากการดูแลก่อน

📌5.หากคุณมีผ้าขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ให้แยกผ้า และซักผ้าชิ้นเล็กๆ แยกเป็นสองชิ้น วิธีนี้จะทำให้น้ำและผงซักฟอกซึมผ่านเสื้อผ้าได้จริงๆ และลองเช็กดูด้วยว่าเราใส่ภาพเกินหรือเปล่า นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดว่าต้องใช้ผงซักฟอกมากน้อยแค่ไหน

📌6.ทันทีที่เครื่องซักผ้าทำงานเสร็จ ให้นำเสื้อผ้าที่เปียกออก

📌7.หากคุณกำลังเป่าเสื้อผ้าให้แห้งด้วยลม ให้วางผ้าในที่แห้งและอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ใช่ในที่มืดและชื้น เพื่อให้เสื้อผ้าแห้งโดยเร็ว

📌8.หากคุณกำลังใช้เครื่องอบผ้าเพื่อให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้นโดยการเพิ่มแผ่นอบผ้าโดยดูจากจำนวนเสื้อผ้าว่าจะใช้แผ่นอบผ้ามากน้อยแค่ไหน

📌9.ดึงเสื้อผ้าของคุณออกเมื่อแห้งสนิทเท่านั้น แม้จะเร่งรีบก็อย่าเสียง

📌10.สำหรับเสื้อผ้าที่มีกลิ่นหอมที่สุด คุณต้องเริ่มด้วยเครื่องซักผ้าที่มีกลิ่นสะอาด ดังนั้นให้ล้างเครื่องซักผ้าด้วยน้ำส้มสายชูบ่อยๆ เพื่อให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นหอมหลังจากการซักแต่ละครั้ง และระบายอากาศออกจากเครื่องซักผ้าโดยเปิดประตูทิ้งไว้หลังการใช้งานแต่ละครั้ง ช่วยให้เสื้อผ้าของคุณมีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการทำความสะอาดเครื่องอบผ้า

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.sanook.com/home/35189/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา sanook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)

✨28 กรกฎาคม 2565✨เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอ...
28/07/2022

✨28 กรกฎาคม 2565✨
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี
ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร และพนักงาน
A*M ASSET & MANAGEMENT CO.LTD.

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆที่เป็นคอกาแฟ รู้หรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้เราพามาดูประโยชน์ของ "กาแฟ" และวิธีดื่มให้ปลอดภัย...
26/07/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆที่เป็นคอกาแฟ รู้หรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง วันนี้เราพามาดูประโยชน์ของ "กาแฟ" และวิธีดื่มให้ปลอดภัยต่อสุขภาพกันนะคะ
กาแฟมีประโยชน์มากก็จริง แต่ต้องกินให้ถูกวิธีด้วย เพราะอาจมีโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน☕️☕️

เป็นที่ทราบกันดีกว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่มาพร้อมกับรสชาติขมแต่กลมกล่อมและอร่อยนุ่มนวลในแบบที่หาไม่ได้ในรสชาติของเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย และราคาเข้าถึงได้ชนิดที่สามารถดื่มได้ทุกวันแบบสบายๆ

นอกจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว กาแฟยังมีประโยชน์ที่โดดเด่นและหาไม่ได้ง่ายๆ ในเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่ก็มาพร้อมกับอันตรายแฝงหากดื่มอย่างไม่ระมัดระวังด้วย

9 ประโยชน์ของ "กาแฟ"😍😍
1. เพิ่มระดับพลังงาน
คาเฟอีนในกาแฟเข้าไปเปลี่ยนระดับสารสื่อประสาทบางชนิดในสมอง จึงช่วยกระตุ้นพลังงาน และลดความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจหากใครจะถามหากาแฟทุกเช้าหลังตื่นนอนในเช้าที่ยังง่วงๆ เพลียๆ

2. อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
การดื่มกาแฟเป็นประจำ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในระยะยาว อาจเป็นเพราะกาแฟช่วยรักษาการทำงานของเซลล์เบตาในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั่นเอง

3. บำรุงสมอง
จากงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟช่วยป้องกันการเกิดของโรคอัลไซเมอร์ได้ รวมถึงโรคพาร์กินสัน และป้องกันความสามารถในการเรียนรู้และเข้าใจลดลงด้วย

4. อาจช่วยควบคุมน้ำหนักได้
กาแฟอาจช่วยให้ร่างกายควบคุมน้ำหนักได้ และอาจช่วยลดไขมันในร่างกายได้อีกด้วย รายงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า คนที่ดื่มกาแฟมักเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนบ่อยๆ และนั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กาแฟช่วยควบคุมน้ำหนักได้ทางอ้อมอีกด้วย

5. อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า

รายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าได้ และยังอาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายได้อีกด้วย

6. อาจช่วยปกป้องสภาพของตับได้

การดื่มกาแฟอาจช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรัง รวมไปถึงโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตับได้ เช่น ตับอักเสบ และมะเร็งตับ เป็นต้น

7. บำรุงหัวใจ
รายงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจวายได้

8. ช่วยให้อายุยืน
กาแฟอาจเกี่ยวข้องกับลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากหลายๆ สาเหตุ เช่น อายุ น้ำหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องการข้อมูลจากรายงานวิจัยเพิ่มเติมสำหรับประโยชน์จากกาแฟในข้อนี้

9. อาจเพิ่มความสามารถด้านกีฬา
อาจฟังดูแปลกไปสักหน่อย แต่กาแฟสามารถเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมทางร่างกายได้ และสามารถทำให้ร่างกายทานทนต่อการออกกำลังกายได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังต้องการข้อมูลจากรายงานวิจัยอย่างละเอียดเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

ดื่มกาแฟอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพ

1. ดื่มกาแฟในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากอยากได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนในการช่วยให้ร่างกายตื่นตัวมากที่สุด ควรดื่มในช่วง 30-11.30 น. จะดีที่สุด
2. ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจต้องลองดื่มดูว่าปริมาณเท่าใดที่ร่างกายรับได้และไม่ทำให้ใจสั่น ตื่นเต้น นอนไม่หลับ หรือเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ แต่โดยทั่วไปกำหนดไว้ให้คร่าวๆ ที่ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
3. ไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่าง เพราะอาจเร่งให้กระเพาะอาหารผลิตกรดออกมามากเกินไป หรืออาจดื่มกาแฟและกินอาหารเล็กๆ น้อยๆ ร่วมด้วย
4. ไม่ควรดื่มกาแฟหลัง 14.00-16.00 น. เพราะปริมาณคาเฟอีนที่ยังเหลืออยู่อาจทำให้นอนไม่หลับได้
5. เลือกดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม และอื่นๆ หรือถ้าอยากใส่ ควรใส่ปริมาณน้อยๆ
6. ดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกาย อาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัว และได้ออกแรงเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้มากขึ้น
7. ไม่ควรดื่มกาแฟหากอยู่ในช่วงที่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง หรือลำไส้แปรปรวน
8. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มกาแฟ เพื่อให้ทราบถึงปริมาณที่ควรดื่มอย่างเหมาะสม

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://www.sanook.com/health/32297/
ขอขอบคุณแหล่งที่มา sanook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ  วันนี้เรามาดูกันว่า ปลั๊กพ่วงหรือรางปลั๊กไฟ มีแบบไหนกันบ้างที่บ้านหรือคนโดอาจจะรูปลั๊กไฟไม่เพียงพอ ...
21/07/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้เรามาดูกันว่า ปลั๊กพ่วงหรือรางปลั๊กไฟ มีแบบไหนกันบ้าง
ที่บ้านหรือคนโดอาจจะรูปลั๊กไฟไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้ปลั๊กพ่วง แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า แบบไหนใช้สำหรับอะไรเพื่อให้ง่ายขึ้นมาทำความรู้จักปลั๊กพ่วงกันก่อน

ปลั๊กพ่วง คืออุปกรณ์ตัวหนึ่งที่จำเป็นกับการใช้งานในบ้าน เนื่องจากโดยปกติ เต้ารับผนังนั้นจะถูกวางจุดมาอย่างตายตัว จึงต้องใช้ปลั๊กพ่วงเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิเช่น
- จำนวนเต้ารับไม่เพียงพอกับอุปกรณ์ที่จะใช้
- ต้องการความยาวสายไฟที่เพิ่มขึ้น
- ต้องการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ในปลั๊กพ่วง เช่นกรองสัญญาณ,กันไฟกระชาก
- เพื่อความสวยงามของการจัดวางสาย
ที่ผ่านมา "ปลั๊กพ่วง" ไม่เคยถูกกำหนดมาตรฐาน เพิ่งจะมามีมาตรฐานปลั๊กพ่วงในปีนี้เอง ทางผู้เขียนจะมาแยกย่อยให้ฟังในปลั๊กพ่วงแต่ละประเภทกันค่ะ
ปลั๊ก 3 ตา
ปลั๊กแบบนี้เป็นต้นกำเนิดที่เรียกว่า "ปลั๊กสามตา" ครับส่วนใหญ่จะรองรับไฟที่ประมาณ 500W-1000W การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

🔌ปลั๊กโรลสายไฟ
ปลั๊กโรลม้วนสายไฟส่วนใหญ่จะรองรับการใช้งานที่ 2500W-3500W มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการใช้สายไฟยาว ๆ เพราะม้วนโรลนั้นสามารถเก็บได้ง่าย มีหัวเสียบทั้งแบบ 2 ขา และแบบ 3 ขา การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

🔌ปลั๊กบ็อกยางสนาม
ปลั๊กบ็อกยางสนามวัสดุบอดี้จะเป็นยาง เพื่อลดแรงกระแทกและความทนทาน ส่วนใหญ่จะใช้ในงานช่าง หรือใช้งาน Outdoor ไม่ค่อยเห็นใครนำปลั๊กบ็อกยางมาใช้ภายในบ้าน เพราะไม่ค่อยส่วนงาม ส่วนใหญ่จะรองรับไฟได้ที่ 3500W (แล้วแต่รุ่น)

🔌ปลั๊กพ่วง2ขา
ปลั๊กที่เราเห็นกันจนชินตาเพราะมีขายกันแพร่หลายทั่วไป มักจะรองรับไฟที่ประมาณ 1500W ไม่เหมาะกับการใช้งานไฟสูง ๆ เหมาะกับใช้งานทั่ว ๆ ไปเช่นพัดลม ชาร์จมือถือ แบบนี้พอได้ ส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับคำว่า "มอก.สายไฟ 11-2531" ซึ่งแปลว่ามี มอก.เฉพาะสายไฟ ไม่มี มอก.ทั้งตัวครับ

🔌ปลั๊กจีน
ปลั๊กที่แอดคิดว่ามีความอันตรายที่สุด อันตรายในที่นี้เกิดจากภาพลักษณ์ที่ดูน่าใช้งาน ดูแข็งแรง แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ข้างในงานเป็นอย่างไร ประกอบเช่นไร ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นปลั๊กจีนมักจะใช้เหล็กหรือเหล็กชุบสีแทนทองเหลือหรือทองแดง ทำให้มีความร้อนที่สูงขึ้นครับ ส่วนใหญ่จะเขียนว่ารองรับไฟที่ 2500W แต่เอาเข้าจริงอย่าใช้ถึงเลย อันตราย

🔌ปลั๊กกรองไฟ
ปลั๊กกรองไฟส่วนใหญ่จะเป็นปลั๊กที่มีราคาสูง เหมาะกับอุปกรณ์ประเภทเครื่องเสียง โฮมเธียร์เตอร์ ทีวี อุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีราคาแพง (AV) เพราะจะมีฟังก์ชั่นในการกรองสัญญาณภาพและเสียงให้ไม่มีสัญญาณรบกวน และส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นกันไฟกระชากประสิทธิภาพสูงอีกด้วย โดยทั่วไปจะออกแบบมาให้รองรับกำลังไฟได้สูง 3500W

🔌ปลั๊กกันไฟกระชาก
เป็นปลั๊กที่มาพร้อมฟีเจอร์กันไฟกระชาก ฟ้าผ่า,หม้อแปลงระเบิด, โดยจะใส่วงจรกันไฟกระชากมาด้วย มีการรับแรงกระชากที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจูลล์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรติดตั้งสายดินที่บ้าน ปกติจะรองรับไฟที่ 10A 2500W หรือ 16A 3500W

🔌ปลั๊ก มอก. 2432-2555
เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของปลั๊กพ่วง โดยมีข้อกำหนดหลายอย่างที่มาจากทาง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เป็นมาตรฐานใหม่ของปลั๊กในประเทศไทย และต้องใช้แบบเดียวกัน ต่อไปถ้าปลั๊กพ่วงไม่เป็นไปตาม มอก.ฉบับนี้ถือว่าฝ่าฝืนและผิดกฏหมาย❌ การให้ใบอนุญาตมี 2 พิกัด คือพิกัด 10A 2500W และ 16A 3500W

รายละเอียดของปลั๊กพ่วง มอก. https://www.plugthai.com/article/109

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://shorturl.asia/DkLjr
ขอขอบคุณแหล่งที่มา plugthai.com

🙏สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ วันนี้แอดมินนำประโยชน์ดีๆจากเปลือกมะนาวมาบอก  ใครที่ใช้มะนาวแล้วอย่าเพิ่งทิ้งมีเคล็ดลับช่วยทำความสะอ...
05/07/2022

🙏สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ วันนี้แอดมินนำประโยชน์ดีๆจากเปลือกมะนาวมาบอก ใครที่ใช้มะนาวแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง
มีเคล็ดลับช่วยทำความสะอาดและขจัดกลิ่นในครัว
เปลือกของมะนาวมีประโยชน์มากมาย สามารถใช้สำหรับงานบ้านงานครัวต่าง ๆ ได้อีก มาดูกันเลยค่ะ😍😍😍
1. ช่วยทำความสะอาดไมโครเวฟ ดับกลิ่น ขจัดคราบไขมันได้ดีเยี่ยม
ใส่น้ำเล็กน้อยลงในเปลือกมะนาว แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟ 2 นาที ก็จะช่วยกำจัดกลิ่นในไมโครเวฟ และยังนำมาเช็ดทำความสะอาดไมโครเวฟ แล้วเช็ดด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ รับรองสะอาดใสวิ้งเลยค่ะ
2. นำมาขัดหม้อสแตนเลสจะทำให้สะอาดเงางามเหมือนใหม่
นำเปลือกมะนาวมาขัดที่หม้อ กะละมัง หรือช้อนสเตนเลสให้ทั่ว แล้วนำไปล้างทำความสะอาด ความเป็นกรดอ่อน ๆ ของมะนาวจะช่วยทำให้สเตนเลสเงางามขึ้นมาทันที
3. ล้างคราบไขมันและช่วยลดกลิ่นในกล่องอาหารพลาสติก
ใส่เกลือและเปลือกมะนาวลงในกล่องพลาสติก เติมน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ปิดฝากล่องอาหารแล้วเขย่าเพื่อขัดคราบและกลิ่นออกได้หมดสิ้น เสร็จแล้วนำไปล้างทำความสะอาดตามปกติได้เลยค่ะ
4. นำไปล้างอ่างล้างจาน
เริ่มจากโรยเกลือเล็กน้อยเพื่อกำจัดกลิ่น แล้วใช้เปลือกมะนาวขัดถูให้รอบอ่าง จะช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรก อ่างล้างจานจะสะอาดไร้กลิ่นทันที
5. ช่วยขจัดกลิ่นขยะและดักจับไขมัน
นำไปใส่ในถังขยะหรือใส่ไว้ในท่ออ่างล้างจาน ช่วยลดกลิ่นได้ดีมากค่ะ สามารถล้างจานตามปกติได้
ว้าว ! รู้อย่างนี้แล้วคราวหลังถ้าบีบน้ำมะนาวเรียบร้อยแล้ว จับเอาเปลือกมะนาวมาทำความสะอาดอุปกรณ์ครัวกัน ปลอดภัยไร้สารเคมีด้วย
🍋🍋🍋

👇เพื่อนๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากลิงค์ด้านล่างกันได้เลยค่ะ
https://home.kapook.com/view257088.html
ขอขอบคุณแหล่งที่มา kapook

💖A*M พร้อมดูแลและเข้าใจคุณ💖
ฝากเบอร์โทรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับทาง Inbox
หรือ 02-3219160
Line : (https://lin.ee/szkwHAc)
💖

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+6623219160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ A2Mผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง A2M:

แชร์