Pana Properties รับปรึกษา ให้ความรู้อสังหาริมทรัพย์

Pana Properties รับปรึกษา ให้ความรู้อสังหาริมทรัพย์ รับปรึกษา ให้ความรู้อสังหาริมทรัพย

06/01/2021
30/11/2020

รู้ไว้ก่อนซื้อบ้าน!!

หลักการคำนวณสินเชื่อบ้าน
สามารถแบ่งผู้กู้เป็นหลักๆได้แก่
1.พนักงานบริษัท โดยคุณสมบัติหลักๆผู้สามารถกู้ได้ได้แก่ อายุมากกว่า 21 ปี ผ่านโปรแล้ว อายุไม่เกิน 70 ปี สามารถเริ่มกู้ได้ถึงตอนอายุ 65 ปี (แล้วแต่ธนาคาร) ไม่เป็นผู้ติดเครดิตบูโร โดยยอดของเงินกู้คิดจาก

1.1 ถ้าเงินเดินน้อยกว่า 40,000 บาทต่อเดือน สามารถเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 45% หากเงินเดือนมากกว่า 40,000 บาทต่อเดือน สามารถเป็นหนี้ได้ไม่เกิน 53%
1.2 ดูภาระหนี้รวม คิดเป็น 10% ของยอดบัตรเครดิต

Ex สามีภรรยาคู่หนึ่ง A B ต้องการกู้เพื่อซื้อบ้าน ราคา 5 ล้าน จะสามารถกู้ได้หรือไม่

รายได้รวม - ภาระหนี้รวม(ยอดบัตรเครดิต10%) = ความสามารถในการผ่อน

รายได้ของ A+B =65,000 บาท
หนี้A = 7000 บาท หนี้B =2000 บาท รวมหนี้ 9000 บาท

สามารถมีภาระหนี้ได้ 53% = 65,000*53% =34,450 บาทต่อเดือน
หักหนี้ต่อเดือน 34,450 - 9,000 = 25,450 บาทต่อเดือน

จากอัตราค่างวดผ่อนชำระ กุ้ 5ล้าน ระยะเวลา 30ปี ต้องผ่อนชำระ 31,400 บาทต่อเดือน

ดังนั้นกรณีนี้จะไม่สามารถกู้ได้

2.เจ้าของกิจการ เงื่อนไขต้องมีอายุมากกว่า 21ปี มีเงินรายได้หรือยอดเงินเหลือในบัญชี ขึ้นต่ำ 70,000 บาทต่อเดือน อายุธุรกิจมากกว่า 3 ปี สามารถกู้ได้สูงสุด 30 ปี เป็นหนี้บัตรได้ไม่เกิน 50% ของรายได้

จะเห็นได้ว่าเจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถกู้ได้ยากกว่า พนักงานประจำ เนื่องจากมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงจะมีเครดิตในการกู้ที่ดีกว่า

28/11/2020

การทำงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หน้าที่ของตัวแทนคือต้อง ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย คอยคุมสถานการณ์ มีทัศนคติที่ดี ไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่พอใจกัน

การทำงานกับฝั่งผู้ซื้อ ช่วยในการตัดสินใจ ยืนยันด้านการเงิน ช่วยเหลือเรื่องการขอสินเชื่อ หากมีการต่อรองให้ทางผู้ซื้อน่ใจถึงความสามารถในการผ่อน ให้มองถึงโอกาสที่ผู้ขายจะยอมรับ และอาจเสียโอกาสในการซื้อทรัพย์ที่ผู้ซื้อสนใจได้ ถามว่าทางผู้ซื้อสามารถขยับราคาขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน

ทางฝั่งตัวแทน ทำหน้าที่เป็นกลางให้คำปรึกษา ไม่มีหน้าที่ในการตัดสินใจแทนอีกฝ่าย และพยายามคุมสถานการณ์ มองการต่อรองเป็นระยะยาว ไม่พยายามสรุปราคา

ฝั่งผู้ขายต้องเข้าใจผู้ขาย รับฟังและช่วยเหลือผู้ขายอย่างเต็มที่

27/11/2020

การคัดกรองผู้ซื้อตัวจริง

คุณสมบัติผู้ซื้อ 1. Ready มีความต้องการและมีเหตุผลเพียงพอในการซื้อ 2. Willing มีความเต็มใจที่จะซื้อ 3.Able นั่นหมายความว่า มีกำลังที่จะซื้อ

ใน3อย่างนี้ Able หรือกำลังในการซื้อ สำคัญที่สุด เพราะหากไม่มีข้อนี้จะไม่สามารถซื้อทรัพย์นั้นๆได้ ส่วนข้ออื่นอันได้แก่ ความต้องการซื้อ และความเต็มใจซื้อเป็นปัจจัยที่สามารถเพิ่มให้แก่ผู้ซื้อได้ด้วย Sales person แต่หลักๆคือ Able ไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มให้ผู้ซื้อได้

หลักการคัดกรองผู้ซื้อเพื่อหาความต้องการซื้อได้แก่ 1.whyทำไมถึงอยากได้บ้านหลังนี้whenต้องการซื้อภายในเมื่อไหร่ what ประทับใจอะไรในบ้านหลังนี้ whatif หาไม่ได้บ้านหลังนี้มีบ้านอื่นที่สนใจไหม มีอะไรประทับใจในบ้านหลังนั้น

2.สอบถามความพร้อมด้านการเงิน ลูกค้าต้องการซื้อบ้านในราคาเท่ารัย ได้ดูเรื่องการชำระแล้วหรือยัง ค่าใช้จ่ายจะเป็นรูปแบบไหน ขอสินเชื่อหรือเงินสด ผ่อนน่อเดือนเท่าไหร่ ลูกค้าทำอาชีพอะไร ต้องการให้ช่วยเรื่อสินเชื่อไหม

3.ให้ผู้ซื้อเลือก3อันดับแรก(ทำเล ราคา ตัวบ้าน พื้นที่ สิ่งแวดล้อม รฟฟ) เพราะไม่มีบ้านไหนที่จะมีคุณสมบัติครบทุกความต้องการของูกค้าได้

เมื่อเราถามคำถามต่างๆเหล่านี้ จะสามารถคัดกรองผู้ซื้อตัวจริงได้ ซึ่งจะทำให้ลดระยะเวลาในการทำงาน ที่อาจเสียไปกับผู้ซื้อที่ไม่พร้อม

21/11/2020

หลักการถ่ายรูปบ้านให้สวย น่าดึงดูด

1. Timing ที่เหมาะสมสำหรับการถ่าย ควรเป็นเวลาบ่าย ไปถึงบ่ายแก่ๆ เพราะเป็นช่วงมีแสงธรรมชาติเยอะ ไม่ควรถ่ายย้อนแสง
2. มุมถ่ายภายนอกและภายใน ภายนอกที่จำเป็นคือมุมหน้าบ้านตรง 90 องศา มุมเอียงซ้ายขวา 45 องศา และถ่ายให้เห็นรอบบ้านด้านซ้ายขวาและด้านหลัง ให้ติดกับตัวบ้าน ส่วนภายในเป็นภาพมุมกว้างจากทุกมุม ของภายในแต่ละห้อง
3. Photo shooting theory ทราบถึงหลักจุดตัด 9 ช่อง เลนส์ที่เหมาะสม speed shutter และรูรับแสง ซึ่งการถ่ายภาพบ้านจะเป็นการถ่ายภาพนิ่ง ดังนั้นจึงไม่ต้องคำนึงถึง speed shutter และรูรับแสงมาก ให้คำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมของรูปภาพ ว่ารายละเอียดที่ถ่ายในภาพได้ครบหรือไม่

19/11/2020

การทำ CRM หรือ Customer Relationship Management เป็นการรักษาความสัมพันธ์กับทางลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ทำการซื้อขายกัน

ในทางอสังหา ตัวแทนที่ปรึกษา จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ ในการติดต่อและคอยรักษาความสัมพันธ์กับผู้ฝากขาย ไว้ตลอดระยะสัญญา เพื่อคอยรักษาความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งเป็นการแสดงถึงความใส่ใจของตัวแทน และการทำงานอย่างตั้งใจ ซึ่งจะนำมาซึ่งความพึงพอใจของผู้ฝากขาย และเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

ข้อดีหลักๆของการทำ CRM คือ 1.สามารถรักษาความสัมพันธ์กับผู้ฝากขายได้ดี ตลอดระยะสัญญา 2.สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ และวิธีการจัดการกับผู้ฝากขาย ให้เหมาะสมกับผู้ฝากขายแต่ละประเภท เช่น หากผู้ฝากขายเป็นผู้ที่ใส่ใจในกระบวนการขาย นักการตลาดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้แผนการทำ CRM สอดคล้องกับผู้ฝากขายนั้นๆด้วย คือมีการรายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และบ่อยขึ้น 3.สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทางผู้ฝากขายได้หลายๆท่าน ในคราวเดียว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้นักการตลาดสามารถจัดการกับลูกค้าที่มีความหลากหลาย และมีความต้องการที่แตกต่างกัน ที่มีจำนวนมากๆได้

เครื่องมือที่ให้ในการ CRM
นักการตลาดต้องออกแบบเครื่องมือที่ใช้เอง โดยมีการจดบันทึกเป็นสถิติทีเก็บจำนวนผู้สนใจซื้อ (แบ่งเป็น ผู้โทรเข้ามา ผู้สนใจชมทรัพย์ ผุ้ต่อรองราคา และผุ้ที่ไม่สนใจ) โดยทำการเก็บจำนวน record ตามเดือนที่มีการติดต่อ ตลอดระยะเวลาสัญญา

การทำรายงานการฝากขาย ประกอบไปด้วย
1.การทำการตลาดที่เราได้ทำให้กับทรัพย์นั้นๆ เช่นการทำการตลาดออนไลน์ เช่นYoutube, video by Drone และ การทำการตลาดออฟไลน์ เช่นป้าย ในปลิว openhouse
2.กิจกรรมที่เกิดขึ้นหลังการทำการตลาด เช่นการรับสายของลูกค้า โดยในช่องทางไหนบ้าง พาลูกค้าชมบ้าน มีการติดตามผลลูกค้าที่ตรงตามความต้องการ มีการติดตามผลลูกค้าที่ไม่ตรงตามความต้องการ โดยมีสาเหตุใดบ้าง มีการประสานงานผู้สนใจกู้
3. ความคิดเห็นของผู้ที่สนใจ และรายชื่อลูกค้าที่สนใจที่อาจมีการซื้อขายในอนาคตโดยมีรายละเอียด วันที่ที่เข้าชม ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ ผู้ที่ไม่เข้าชม ผู้ที่เข้าชม (ตรงความต้องการ(ต่อรองราคาผ่าน(กู้ผ่าน, กู้ไม่ผ่าน), ต่อรองราคาไม่ผ่าน), ไม่ตรงความต้องการ)

โดยสรุปการทำ CRM นั้นจำเป็นอย่างมากในการทำการตลาดในปัจจุบัน ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยให้การทำงานของนักตลาดง่ายขึ้น สามารถจัดการและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทางผู้ฝากขายได้ตลอดระยะสัญญา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานของนายหน้าอสังหาเป็นระบบและสามารถจัดการกับปริมาณทรัพย์ที่ดูแลอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

19/11/2020

หลักการทำการตลาดแบบง่ายๆ

การตลาดหมายถึงการนำพาผู้ซื้อ และผู้ขายมาเจอกันและเกิดการตกลงในราคาและพอใจในทรัพย์ที่จะขาย

การทำการตลาดในการขายอสังหาปัจจุบันมีหลักๆคือ การตลาดแบบ offline เช่นทำป้าย การทำใบปลิว การเปิดบ้านหรือ openhouse ส่วนในการทำการตลาดออนไลน์เช่นการทำ Google Ads เป็นโปรโมทหน้าเวปให้อยู่ติดอันดับหน้าแรกเมื่อค้นหาด้วยคำเฉพาะ, SEO เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาทรัพย์เจอในการค้นหาบนอินเตอร์เนต

หลักสำคัญในการเลือกเครื่องมือการตลาดนั้นต้องดูกลุ่มเป้าหมาย และลักษณะทรัพย์ที่ประกาศขาย ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมและสอดคล้องกัน เช่นที่ดิน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะลงพื้นที่ในการค้นหาทรัพย์ ดั้งนั้นการทำป้ายจึงเหมาะสมและมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าการทำการตลาดแบบอื่น

การตลาดออนไลน์มีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน ผู้ที่นำตัวเองไปอยู่บนโลกออนไลน์ได้จึงได้เปรียบ เหมือนเป็นการสร้างความคุ้นเคยระหว่างนักการตลาดกับลูกค้าก่อนที่จะมีการติดต่อ พบหน้าจริง ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงผู้ฝากขายหรือผู้ซื้อได้ง่าย

ขั้นตอนการทำงานของการซื้อขายบ้าน
12/11/2020

ขั้นตอนการทำงานของการซื้อขายบ้าน

ที่อยู่

Bangkok, Jatujak
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pana Properties รับปรึกษา ให้ความรู้อสังหาริมทรัพย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์