26/06/2026
ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา
๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ขอน้อมกราบ ฉลอง ๙๙ พรรษา
ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองงานพระธรรมทูต
สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นบุตรคนโตในจำนวน บุตรธิดา ๙ คน ของ นายนับ กับ นางตาล ประสัตถพงศ์ ประสูติที่บ้านตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐
ทรงศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินที่ ๔ ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จนทรงจบประถมศึกษาปีที่ ๑ และทรงศึกษาต่อ ณ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรีจนทรงสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ ได้ทรงพบกับพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทาน สถาปนาชั้นเป็น สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ชักชวนให้ทรงเข้ามาพำนักเพื่อทรงศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรม ในสำนักเรียนวัดราชบพิธ สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานครการบรรพชาอุปสมบท
เมื่อมีพระชนมายุ ๑๓ พรรษา จึงได้ทรงบรรพชา ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อทรงเป็นสามเณร ได้เสด็จไปทรงเล่าเรียนพระปริยัติธรรมใน สำนักของพระอธิการโสตถิ์ สุมิตฺโต ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ที่พระศรีธรรมานุศาสน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบางแพ (ธรรมยุต) ณ วัดตรีญาติ ตำบลพงสวาย อำเภอเมือง ราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทรงสอบนักธรรมและบาลี ประโยคต่างๆ ในสำนักเรียนวัดตรีญาติ ได้นักธรรม ชั้นเอก และเปรียบธรรม ๔ ประโยค
ครั้นวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ได้ทรงอุปสมบทเป็น พระภิกษุ ณ มหาพันธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหา สีมาราม เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “อมฺพโร” มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ขณะทรงสมณศักดิ์ ที่พระเทพโมลีเป็น พระอุปัชฌาย์ ได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนทรง สำเร็จเปรียญธรรม ๖ ประโยค หลังเป็นเปรียญ ๕ ประโยค พระองค์ได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ ๕ จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี