CHILL PLUS EV รับติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2

  • Home
  • CHILL PLUS EV รับติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2

CHILL PLUS EV  รับติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2 รับติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทุกแบรนด์
ร้บติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2ทั้งบ้านและอาคาร

10 รถใหม่เข้าชิง รางวัล World car of the year 202610 ผู้ท้าชิง "รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2026" ที่ไม่มีรถสันดาบล้วน ครั้งแรกในป...
20/01/2026

10 รถใหม่เข้าชิง รางวัล World car of the year 2026

10 ผู้ท้าชิง "รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2026" ที่ไม่มีรถสันดาบล้วน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วงการยานยนต์โลกต้องจารึกปี 2026 ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ครับ! เมื่อมีการประกาศรายชื่อ 10 รถยนต์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย พื่อชิงรางวัลเกียรติยศสูงสุด World Car of the Year 2026 และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ "รถทั้ง 10 คันล้วนมีขุมพลังไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง" ไม่ว่าจะเป็น Hybrid, Plug-in Hybrid หรือ EV 100%

จากรายชื่อผู้เข้ารอบ 10 คันสุดท้ายในปีนี้ สะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของโลกยานยนต์ครับ โดยกว่า 70% เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) หรือ Plug-in Hybrid ส่วนที่เหลือก็ยังมีเวอร์ชัน Hybrid ให้เลือก เรียกว่าหมดยุคเครื่องยนต์สันดาปเพียวๆ ในเวทีระดับโลกแล้ว

ผู้เข้าชิงปีนี้มีความหลากหลายมาก ทั้งจากฝั่งเยอรมนี, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และจีน ดังนี้

🚗Audi Q5 / SQ5 (Mild-hybrid / PHEV) – พี่ใหญ่จากค่ายสี่ห่วงที่ปรับโฉมใหม่พร้อมความพรีเมียม

🚘BMW iX3 (EV) – รถอเนกประสงค์ไฟฟ้าจากแพลตฟอร์ม Neue Klasse ที่หลายคนรอคอย

🚘BYD Seal 6 DM-i (PHEV) – ตัวแทนจากจีนที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุด

🚘Hyundai Ioniq 9 (EV) – เอสยูวีไฟฟ้าไซซ์ยักษ์ 3 แถว ดีไซน์ล้ำอนาคต
Hyundai Palisade (Hybrid) – พี่เบิ้มสายครอบครัวที่ปีนี้มาพร้อมขุมพลัง Hybrid

🚘Kia EV4 (EV) – เก๋งไฟฟ้าดีไซน์เฉี่ยว ตัวเต็งที่น่ากลัวจากเกาหลี
Kia EV5 (EV) – เอสยูวีทรงกล่องที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับความนิยมสูง

🚘Mercedes-Benz CLA (EV / Hybrid) – เจ้าของดีไซน์สวยสปอร์ต และเพิ่งคว้าแชมป์ European Car of the Year มาหมาดๆ

🚘Nissan Leaf (EV) – ตำนานรถไฟฟ้าที่กลับมาทวงบัลลังก์ด้วยโฉมใหม่

🚘Toyota RAV4 (Hybrid / PHEV) – เอสยูวีขวัญใจมหาชนที่ปรับมาใช้ขุมพลังรักษ์โลกเต็มตัว

ใครคือ "ตัวเต็ง"?
ต้องบอกว่าตัวเต็งปีนี้เยอะแบ่งออกเป็น กลุ่ม Hyundai Motor Group ส่งเข้าประกวดถึง 4 รุ่น (Ioniq 9, Palisade, EV4, EV5) ซึ่งสถิติ 3 ปีหลังสุด รางวัลนี้เป็นของค่ายเกาหลีเกือบทั้งหมด! ฝั่งยุโรปก็มี Mercedes-Benz CLA ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมาก เพราะเพิ่งชนะรางวัลรถยอดเยี่ยมของยุโรปมา ด้วยจุดเด่นเรื่องซอฟต์แวร์ MB.OS และระยะทางวิ่งที่ไกล

และพี่จีนอย่าง BYD Seal 6 DM-i เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากจีนในหมวดรางวัลใหญ่สุด พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยี DM-i เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การประกาศผลรางวัลชนะเลิศ World Car of the Year 2026 จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่งาน New York International Auto Show มาร่วมลุ้นกันครับว่า "รถไฟฟ้า" หรือ "รถไฮบริด" รุ่นไหน จะคว้ามงกุฎราชาแห่งยนตรกรรมในปีนี้ไปครอง!

Cr : sanook

โตโยต้า" จับมือ "ซูบารุ" เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ภายในปี 2569โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน และ ซูบารุ คอร์ปอเรชัน เต...
06/01/2026

โตโยต้า" จับมือ "ซูบารุ" เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ภายในปี 2569

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน และ ซูบารุ คอร์ปอเรชัน เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาร่วมกันทั้งสองค่ายภายในปี 2569 ที่จะถึงนี้ โดยจะเน้นทำตลาดที่ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาเหนือเป็นหลัก พร้อมตั้งเป้ายอดผลิต 15,000 - 20,000 คันต่อเดือน

โตโยต้าและซูบารุมีแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ที่เกิดจากความร่วมมือในการพัฒนาของทั้งสองค่าย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัว Toyota bZ4X และ Subaru Solterra เมื่อปี 2565 และทำตลาดในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยในรูปแบบจำกัดจำนวน

รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะถูกเปิดตัวดังกล่าวจะถูกพัฒนาให้เป็นรถเอสยูวี โดยจะใช้ชิ้นส่วนบางชิ้นร่วมกับ Toyota bZ4X เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนและลดระยะเวลาในการพัฒนาลง และจะเน้นจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ทั้งนี้ โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าราว 40% ของยอดขายทั่วโลกภายในปี 2568 และเพิ่มเป็น 70% ในปี 2573 พร้อมทั้งมีแผนอัดเม็ดเงินลงทุนกว่า 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.17 ล้านล้านบาท สำหรับการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งเปิดตัวรถไฟฟ้าราว 30 รุ่นภายในปี 2573 นี้

CR : ผู้จัดการออนไลน์


บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 สำหรับรองรับการชาร์จรถ EV🚗เราใช้อุปกรณ์มาตรฐานตามสเปคที่การไฟฟ้ากำหนดอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้...
22/12/2025

บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2
สำหรับรองรับการชาร์จรถ EV🚗
เราใช้อุปกรณ์มาตรฐานตามสเปคที่การไฟฟ้ากำหนด
อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เช่น
✅️ Yazaki สายไฟทองแดง THW เบอร์ 16 สำหรับเดินสายระยะ 15 เมตร
✅️ แท่งกราวด์ทองแดง 2.4 เมตร
✅️ ท่อร้อยสายไฟ(ขาว) พร้อมอุปกรณ์ข้อต่อ สำหรับระยะ 15 เมตร
✅️ แร็คโยงสายไฟ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

สำหรับระยะสาย 15 เมตร (ส่วนเกินจากแพ็คเกจคิดเมตรละ 250 บาท)
รวมอุปกรณ์ติดตั้ง พร้อมตรวจสอบค่าความต้านทานของกราวด์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการไฟฟ้ากำหนด

ลูกค้าสามารถเลือกเพิ่ม อุปกรณ์ได้ เช่น เพิ่มจำนวนปลั๊ก เบรกเกอร์กันดูด บล็อคกันน้ำพร้อมหน้ากาก หรืออื่นๆตามความต้องการ (จากการเพิ่มอุปกรณ์รายการข้างต้น...มีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง)
................
สนใจสอบถามข้อมูล ยินดีให้คำปรึกษา
INBOX : https://www.facebook.com/profile.php?id=61550770622208&mibextid=ZbWKwL
Line ID : หรือคลิ๊ก https://lin.ee/VBwCbdA

โทร : 097-4609988
โทร : 097-3659998

#วงจร2

บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2 สำหรับรองรับการชาร์จรถ EV🚗เราใช้อุปกรณ์มาตรฐานตามสเปคที่การไฟฟ้ากำหนดอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้...
15/12/2025

บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2
สำหรับรองรับการชาร์จรถ EV🚗
เราใช้อุปกรณ์มาตรฐานตามสเปคที่การไฟฟ้ากำหนด
อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เช่น
✅️ Yazaki สายไฟทองแดง THW เบอร์ 16 สำหรับเดินสายระยะ 15 เมตร
✅️ แท่งกราวด์ทองแดง 2.4 เมตร
✅️ ท่อร้อยสายไฟ(ขาว) พร้อมอุปกรณ์ข้อต่อ สำหรับระยะ 15 เมตร
✅️ แร็คโยงสายไฟ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

รวมอุปกรณ์ติดตั้ง พร้อมตรวจสอบค่าความต้านทานของกราวด์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการไฟฟ้ากำหนด
...............
สนใจสอบถามข้อมูล ยินดีให้คำปรึกษา
INBOX : https://www.facebook.com/profile.php?id=61550770622208&mibextid=ZbWKwL
🆔️ :
หรือคลิ๊ก https://lin.ee/VBwCbdA
📲 : 097-4609988

#วงจร2

Luxeed R7 EREV เอสยูวีคูเป้วิ่งไกลถึง 1,570 กม. ราคาเริ่ม 1.18 ล้านบาทในจีนLuxeed R7 EREV เอสยูวีคูเป้ที่มากับระบบ Exten...
24/12/2024

Luxeed R7 EREV เอสยูวีคูเป้วิ่งไกลถึง 1,570 กม. ราคาเริ่ม 1.18 ล้านบาทในจีน
Luxeed R7 EREV เอสยูวีคูเป้ที่มากับระบบ Extended Range Electric Vehicle วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ 251 กม. วิ่งครอบคลุมระยะไกลถึง 1,570 กม. เปิดราคาจำหน่ายเริ่มที่ 1.18 ล้านบาท ในประเทศจีน

หลังจากที่ทาง Huawei และ Chery ได้เปิดตัว Luxeed R7 เวอร์ชันไฟฟ้า 100% ไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ล่าสุดทางแบรนด์ Luxeed ก็ไปปล่อยเวอร์ชัน EREV (Extended Range Electric Vehicle) โดยใช้ชื่อในตลาดว่า Luxeed R7 EREV หรืออีกชื่อในจีนจะเรียกว่า Zhijie R7 EREV โดยจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย เคา่ะราคาจำหน่ายเริ่มที่ 1.18 ล้านบาท ในจีน

ในด้านงานออกแบบดีไซน์รูปลักษณ์ภา่ยนอกของ Luxeed R7 EREV จะยกดีเทลรายละเอียดของเวอร์ชันไฟฟ้า 100% มา โดยตัวรถจะเน้นความลู่ลม ฝากระโปรงด้านหน้าที่มาในแบบลาดเท กระจังหน้าแบบปิดทึบตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ มาพร้อมชุดไฟหน้าทรงเรียวยาวโดยมีแถบไฟ LED วางพาดยาวเต็มพื้นที่ส่วนหน้า โดยจะเป็นตัวเชื่อมชุดไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน โดยติดตราชื่อแบรนด์ L U X E E D ไว้ที่ด้านบน

นอกจากนั้นยังออกแบบดีไซน์ให้มีช่องระบายอากาศที่มุมข้างใต้ชุดไฟหน้า เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรก ขณะที่ชายด้านล่างจะเป็นช่องรับลมเทียม อีกทั้งยังติดตั้งชุด LiDAR ไว้ที่ด้านล่าง และที่บนด้านหลังคาด้านหน้า่ (โดยจะมีเฉพาะในรุ่น Range extender Max เท่านั้น)

เส้นสายด้านข้างตัวรถดูเรียบหรู มือเปิดประตูเป็นแบบราบไปกับตัวรถ มาพร้อมล้ออัอลอยขนาด 20 นิ้ว่ แนวหลังคาด้านท้ายจะมาในลักษณะลาดเทแบบ รถสไตล์คูเป้ท้ายลาด เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์สีดำที่ฝาประตูท้าย มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางพาดเต็มพื้นที่ โดยทางผู้ผลิตเผยว่า R7 จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.219

ในด้านขนาดมิติตัวถังของ Luxeed R7 EREV จะมีความยาว 4,956 มม. ความกว้าง 1,981 มม. ความสูง 1,634 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,950 มม.

Luxeed R7 จะมีเฉดสีภายนอกให้เลือก 8 สี ได้แก่ โดยจะมีสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ Turquoise เป็นสีโปรโมทเพิ่มเข้ามา

ด้านภายในห้องโดยสารจะมาในแบบเรียบหรูดูแพง โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 โทนสีได้แก่ สีขาว White Sand Apricot, สีน้ำตาล Amber Brown, สีแดง Feather Red และ สีน้ำตาลแดง Truffle Brown Luxeed

ในส่วนแผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งแผงหน้าปัดดิจตอลขนาด 12.3 นิ้ว วางแบบลอยตัวอยู่ด้านหลังพวงมาลัยทรงรีแบบ 3 ก้าน มาพร้อมหน้าจออินโฟรเทนเมนต์ขนาด 15.6 นิ้ว วางอยู่ตรงกลาง มาพร้อมระบบ Huawei MagLink และ Huawei Sound

ส่วนคอนโซลกลางจะมีขนาดใหญ่วางในลักษณะเฉียงเชื่อมต่อกับคอนโซลหน้าแบบสะพาน ด้านบนจะเป็นแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนที่มีมาให้ 2 ช่อง ด้านล่างจะเป็นช่องวางของ และมีช่อง USB-C โดยจะมีช่องแช่เย็นขนาดเล็ก อยู่ด้านล่างของที่เท้าแขนตรงกลาง ที่สามารถปรับอุณหภูมิร้อนเย็นได้

รวมทั้งยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิก และชุดเครื่องเสียงของ Schroeder ที่มาพร้อมกับลำโพง 15 – 17 ตำแหน่ง ขับเคลื่อนด้วยระบบ HarmonyOS 4

ขณะที่ตัวเบาะที่นั่งคู่หน้าจะเป็นแบบ Zero Gravity ปรับด้วยไฟฟ้า 18 ทิศทาง และระบบนวด 10 จุด มาพร้อมที่รองน่องที่มีความยาวถึง 340 มม. นอกจากนี้เบาะนั่งทุกที่นั่งยังมีระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันนวดแบบ 10 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังได้รับติตดั้งกระจกกันความร้อนสองชั้น และฉนวนกันเสียงแบบ 2 ชั้น

ด้านพื้นที่เก็บของด้านท้ายจะมีความจุ 837 ลิตร โดยใช้การออกแบบแบบ แบ่งช่องสามช่อง และสามารถขยายพื้นที่เป็น 2,130 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลังลง โดยสามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้ 3 ใบและ 20 นิ้ว 1 ใบ
ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ Luxeed R7 EREV จะมากับเครื่องยนต์ SQRH4J15 ขนาด 1.5T ของทางเฌอรี่ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวขยายระยะทาง ให้กำลังสูงสุด 115 kW (154 แรงม้า) มาพร้อมกับระบบขยายสัญญาณอัจฉริยะ Snow Owl Intelligent Silent Range Extension System ของ Huawei ซึ่งอ้างว่าสามารถให้ความทนทานที่สูงขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง โดยใช้อัลกอริทึมพิเศษ 4 ตัว ทำให้กระจายพลังงานได้ดีขึ้น และยืดอายุแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น ช่วยลดการใช้พลังงาน และอัลกอริทึมพิเศษในการลดการสั่นสะเทือนจะทำให้การทำงานของตัวขยายสัญญาณราบรื่นขึ้น
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวไว้ที่เพลาคู่ล้อหลังให้กำลัง 200 kW (268 แรงม้า) แรงบิดได้สูงถึง 360 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 -100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ 200 กม./ชม
อีกทั้งยังมากับชุดแบตเตอรี่จากก CATL ที่มีขนาดความจุ 37 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้สนได้ระยะทาง 251 กม. ในขณะที่น้ำมันเต็มถัง และแบตเตอรี่ชาร์จไฟเต็มจะวิ่งครอบคลุมระยะทางไกล 1,570 กม. มาพร้อมสถาปัตกรรมแบบ 400V ซึ่งจกแตกต่างจากในรุ่นไฟฟ้า 100% ที่จะเป็นสถาปัตยกรรม 800V โดยทางผู้ผลิตเผยว่าจะรองรับกาารฺจไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 20%-80% ในเวลา 15 นาที

สำหรับ Luxeed R7 EREV ที่มีวางจำหน้่ายในตลาดเมืองจีนจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้

รุ่น Range extender Pro ราคา 249,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราาว ๆ 1.18 ล้านบาท
รุ่น Range extender Max ราคา 289,800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราาว ๆ 1.37 ล้านบาท

BYD Sealion7 รถไฟฟ้า100% เปิดตัวในไทย 28 พฤศจิกายน นี้ ! 2 รุ่นย่อย แบต 82.5 kWh DC 150 kW คู่แข่ง Deepal S07BYD Sealion...
18/11/2024

BYD Sealion7 รถไฟฟ้า100% เปิดตัวในไทย 28 พฤศจิกายน นี้ ! 2 รุ่นย่อย แบต 82.5 kWh DC 150 kW คู่แข่ง Deepal S07

BYD Sealion7 เวอร์ชั่นไทย มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย (นำเข้า CBU จีน)

Sealion7 Premium RWD
Sealion7 Performance AWD

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ ดังนี้

รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 km.
รับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 160,000 km.
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

Dimension มิติตัวถัง

BYD SEALION7

ยาว 4,830 มิลลิเมตร
กว้าง 1,925 มิลลิเมตร
สูง 1,620 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,930 มิลลิเมตร
ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า ขนาด 58 ลิตร
ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ขนาด 500 ลิตร

เทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง

BYD SEALION7 : 4,830 x 1,925 x 1,620 มม. | ฐานล้อ 2,930 มม.
Deepal S07 : 4,750 x 1,930 x 1,625 มม. | ฐานล้อ 2,900 มม.
KIA EV5 : 4,615 x 1,875 x 1,715 มม. | ฐานล้อ 2,750 มม.
NETA L : 4,770 x 1,900 x 1,660 มม. | ฐานล้อ 2,810 มม.
Aion HYPTEC HT : 4,935 x 1,920 x 1,700 มม. | ฐานล้อ 2,935 มม.
XPENG G6 : 4,753 x 1,920 x 1,650 มม. | ฐานล้อ 2,890 มม.
Tesla Model Y : 4,751 x 1,921 x 1,624 มม. | ฐานล้อ 2,890 มม.

Powertrain ขุมพลัง

Premium RWD

มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 82.5 kWh แบบ CTB (Cell-to-body) ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive
วิ่งระยะทางสูงสุด 567 km. (มาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 6.7 วินาที
Top Speed ความเร็วสูงสุด 225 km/h

Performance AWD

มอเตอร์คู่ 2 ตัว พละกำลังสูงสุด 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 690 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 82.5 kWh แบบ CTB (Cell-to-body) ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

มอเตอร์หน้า 218 แรงม้า 310 นิวตันเมตร
มอเตอร์หลัง 313 แรงม้า 360 นิวตันเมตร
ตัวเลขเคลมจากโรงงาน

วิ่งระยะทางสูงสุด 542 km. (มาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 4.5
วินาที
Top Speed ความเร็วสูงสุด 225 km/h

Charging การชาร์จไฟ

พื้นฐาน e-Platform 3.0 หัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo

กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 kW
กระแสตรง DC Fast Chaging รองรับสูงสุด 150 kW
ชาร์จ DC Fast Chaging จาก 30% to 80% ภายในเวลา 30 นาที
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L

สเป็คเบื้องต้นของ BYD Sealion 7 รถไฟฟ้า100% (อ้างอิงจากพวงมาลัยขวาเวอร์ชั่นมาเลเซีย/ฮ่องกง)

BYD Sealion 7 Premium RWD

Exterior ภายนอก

ช่วงล่าง
ด้านหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ Double Wishbone
ด้านหลัง แบบ Multi-Link
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว
ยางคู่หน้า ขนาด 235/50 R19 – ยางคู่หลัง 255/45 R19
ช่วงล่าง ช็อคอัพ FSD : Frequnecy Selective Damping ด้านหน้า-ด้านหลัง
หลังคากระจก Panoramic Glassroof
มือเปิดประตูภายนอก แบบ ซ่อน Hidden Door Handle
กระจกมองข้าง ปรับและพับ ด้วยไฟฟ้า
กระจกมองข้าง พับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ
กระจกมองข้าง พร้อมระบบบันทึกความจำตำแหน่ง Memory Mirror
กระจกบังลมหน้า และ กระจกหน้าต่างคู่หน้า แบบ 2 ชั้น
กระจกหน้าต่างแบบ One-Touch 4 บาน
ระบบป้องกันการหนีบ Anti-Pinch
เสาอากาศแบบฝังบนกระจกบังลมหลัง
ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
Automatic Tailgate
ไฟหน้าแบบ LED
ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
ระบบไฟหน้า Follow-me-home
ไฟท้ายแบบ LED
ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
ไฟตัดหมอกหลัง
ไฟเลี้ยวด้านหลัง แบบ Sequential
ระบบกุญแจ Keyless Entry
ระบบกุญแจ แบบ NFC Card
ใบปัดน้ำฝนแบบ Frameless Viper
Interior ภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ
สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
สวิตซ์ควบคุมหน้าจอ Multi-function บนพวงมาลัย
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS
พวงมาลัยหุ้มหนังแท้
สวิตซ์เปลี่ยนเกียร์แบบ Crystal
มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว
ช่องเก็บของพื้นที่คอนโซลกลาง
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบกรองฝุ่น PM 2.5
ระบบกรองอากาศ PM 2.5 แบบประสิทธิภาพสูง CN95
ระบบกรองอากาศ Ionizer
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า W-HUD
กระจกมองข้างปรับองศาอัตโนมัติ เมื่อถอยหลัง
ระบบบันทึกตำแหน่งกระจกมองข้าง Memory Mirror
ระบบดันหลัง Lumbar Support ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ Memory Seat
ระบบ Welcome Seat เบาะนั่งคนขับ
ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake : EPB
ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold
เบาะนั่งหุ้มหนังแท้
เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง Lumbar Support
เบาะนั่งคนขับ พร้อมระบบบันทึกความจำตำแหน่ง Memory Seats
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Ventilated Seat
ระบบอุ่นเบาะนั่งคู่หน้า Heated Seat
เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสง
อัตโนมัติ
ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกแต่งหน้า และ ไฟส่องสว่าง
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร RGB Dynamic Mood Lights
ไฟอ่านแผนที่ภายในห้องโดยสารแบบ LED
ไฟส่องสว่างที่เก็บสัมภาระ
Entertainment ระบบความบันเทิง

หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว
หน้าจอกลาง หมุนแนวตั้ง – แนวนอน ด้วยระบบไฟฟ้า Intelligent Rotating
เครื่องเสียงรองรับ วิทยุ AM/FM
ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay
แบบไร้สาย Wireless
รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto แบบไร้สาย Wireless
หน้าจอรองรับ ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ / ภาษาจีน
ระบบเสียงรอบทิศทาง Dyn Audio ลำโพง 12 ตำแหน่ง
ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition รองรับภาษาไทย
ระบบนำทาง Navigation System แบบ Satellite
ระบบ Music Streaming
ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
ช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C 2 ตำแหน่ง ด้านหน้า
ช่องเชื่อมต่อ USB Type A / Type C 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ช่องชาร์จไฟ 12V
Safety ระบบความปลอดภัย

ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HHC
ระบบควบคุมการไหลของรถ AVH
ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS
ระบบเบรกอัตโนมัติ AEB
ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
ระบบแจ้งเตือนคาดการณ์การชนล่วงหน้า PCW
ระบบช่วยเตือนการชนด้านท้าย RCW
ระบบจดจำป้ายจราจร TSR
ระบบเตือนเปลี่ยนเลน LDW
ระบบป้องกันรถออกนอกเลน LDP
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร LKA
ระบบแจ้งเตือนจำกัดความเร็วอัจฉริยะ ISLC
ระบบช่วยเตือนรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า FCTA
ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า FCTB
ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตา
ขณะถอยหลัง RCTA
ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTB
ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา BSD
ระบบช่วยเตือนเมื่อเปิดประตูรถ DOW
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control with Stop & Go
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ HMA
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้า DAW
ระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTAC
ช็อคอัพด้านหน้า – ด้านหลัง แบบ FSD
ระบบล็อคประตูป้องกันเด็ก Child Lock แบบไฟฟ้า
ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง
คู่หน้า 2 ตำแหน่ง
ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง
ด้านข้างเบาะนั่งด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
ตรงกลางเบาะนั่งคู่หน้า 1 ตำแหน่ง
ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย เบาะนั่งคู่หน้า – เบาะนั่งด้านหลัง
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 2ตำแหน่ง
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
ชุดปะยางฉุกเฉิน
ที่ชาร์จไฟฟ้าแบบฉุกเฉิน
BYD Sealion 7 Performance AWD

สิ่งที่แตกต่างจากรุ่น Premium RWD มีดังนี้

มอเตอร์ 2 ตัว พละกำลังรวม 530 แรงม้า 690 นิวตันเมตร
ขับเคลื่อน 4 ล้อ All-Wheel Drive
ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว
ยาง ขนาด 245/45 R20
คาลิปเปอร์เบรก สีแดง
ตัวถังภายนอก มีให้เลือก 4 สี

สีขาว Horizon Whte
สีดำ Quantum Black
สีเทา Space Grey
สีฟ้า Velocity Blue

BYD Sealion 07 ที่ประเทศจีน ขนาดแบตเท่าเวอร์ชั่นไทย ราคาเริ่มต้น 199,800 – 239,800 หยวน (หรือ ประมาณ 960,000 – 1,212,000 บาท

610 Long Range 199,800 หยวน
(ประมาณ 1,032,000 บาท)
610 Smart 219,800 หยวน (ประมาณ 1,111,000 บาท)
550 4WD Smart 239,800 หยวน (ประมาณ 1,212,000 บาท)
BYD Sealion 7 พวงมาลัยขวา เวอร์ชั่นฮ่องกง เบื้องต้นมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
Single Motor 268,000 HKD หรือ ปรมาณ 1,150,000 บาท
Dual Motors 313,800 HKD หรือ ประมาณ 1,300,000 บาท
BYD Sealion 7 พวงมาลัยขวา เวอร์ชั่นมาเลเซีย เบื้องต้นมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย

Premium RWD 184,500 RM หรือ ประมาณ 1,439,000 บาท
Performance AWD 200,500 RM หรือ ประมาณ 1,563,000 บาท
ต้องรอลุ้นกันว่า BYD Sealion 7 รถไฟฟ้า100% เวอร์ชั่นไทย จะวางตำแหน่งราคาไว้อย่างไร สูงกว่า BYD Seal ที่ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,199,000 – 1,499,000 บาท มากน้อยแค่ไหน

Cr : www.autolifethailand.tv

ZEEKR MIX เอ็มพีวีไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ วิ่งไกลสุด 700 กม. ราคาเริ่ม 1.32 ล้านบาท ในจีนZEEKR MIX รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเอ็มพีวี...
30/10/2024

ZEEKR MIX เอ็มพีวีไฟฟ้าดีไซน์สุดล้ำ วิ่งไกลสุด 700 กม. ราคาเริ่ม 1.32 ล้านบาท ในจีน
ZEEKR MIX รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเอ็มพีวีสุดหรูแบบ 5 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าหมุนกลับหลังได้ ที่ทำให้ห้องโดยสารสารกลายเป็นห้องนั่งเล่นแบบเคลื่อนที่ แบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาดความจุ วิ่งไกลสุด 700 กม.เคาะราคาจำหน่ายเริ่มที่ 279,900 หยวน หรือราว ๆ 1.32 ล้านบาท

หลังจากที่ทาง ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนท์ของทางของจิลี่เผยโฉม ZEEKR MIX รถเอ็มพีวีรุ่นใหม่ที่ภายในงาน Beijing Auto Show 2024

ล่าสุดทางทางแบรนด์ ZEEKR ได้เปิดตัวประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ZEEKR MIX ออกมาแล้วในประเทศจีน โดยจะมีให้เลือก 2 รุ่น ดังนี้

รุ่น Standard 550 กม. ราคา 279,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.32 ล้านบาท
รุ่น Long Range 700 กม. ราคา 299,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.42 ล้านบาท

โดย ZEEKR MIX เอ็มพีวีไฟฟ้าตัวใหม่นี้นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 6 ของทางแบรนด์ ZEEKR ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ของทาง Geely ตัวรถจะมากับดีไซน์ที่สุดล้ำ อีกทั้งยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างจากพี่ ๆ น้อง ๆ ร่วมแบรนด์ที่จะเป็นตัวเลขนำหน้าด้วย 00

สำหรับชื่อของ ZEEKR MIX จะมีความหมายว่า “ฟิวชั่น” ตัวรถจะถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายสำหรับครอบครัวยุคใหม่ โดยมินิแวนไฟฟ้าตัวใหม่นี้จะถูกขนานนามว่าเป็น “รถยนต์แห่งอนาคตในชีวิตประจำวัน”

ในด้านงานดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานีอากาศของทางจีนที่มีชื่อว่า Tiangong Space Station ดังนั้นตัวรถจึงมีลักษณะที่ดูคล้ายกับแคปซูลที่ใช้บนยานอากาศ ขณะเดียวกันก็ยังคงภาษาการออกแบบ Hidden Energy ของแบรนด์เอาไว้

ด้านหน้าจะมากับแผงไฟ Zeekr Stargate LED ที่มีความยาวมากถึง 95 นิ้ว ซึ่งประกอบด้วยไฟ LED มากถึง 1,960 ดวง มาพร้อมความสว่างสูงสุด 10,000-nit อีกทั้งยังสามารถแสดงข้อความโดยผ่านฟังก์ชัน “magic canvas”

ด้านข้างของตัวรถมาพร้อมกับเส้นสายที่ราบเรียบ เพื่อให้สอดรับกับระบบแอร์โร่ไดนามิคที่ลดแรงเสียดทานของอากาศ

ตัวรถจะไม่มีมือจับเปิดประตูรถยื่นออกมา ขณะที่ประตูเปิดเข้าห้องโดยสารจะเป็นแบบบานเลื่อนทั้งประตูหน้า และประตูหลังซึ่งจะเปิดได้กว้างมากถึง 1,480 มม. พร้อมกับออกแบบตัวรถไม่มีไม่มีเสา B เพื่อที่จะผู้โดยสารนั้นขึ้นลงได้อย่างสะดวก

แต่ ZEEKR เผยว่า ZEEKR MIX มาพร้อม Hidden B Pillar ที่เป็นเสา B ซ่อนอยู่ในโครงประตูรถนั่นเอง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการบิดตัวของรถ

ซึ่งจากการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. และทดสอบการทิ้งคอนเทนเนอร์น้ำหนัก 2.2 ตัน ลงบนหลังคาให้ชมกันแล้ว ผลการทดสอบพบว่า โครงสร้างไม่เปลี่ยนรูป ประตูคนขับเปิดได้ปกติ ถือว่าพิสูจน์ความปลอดภัยของรถได้ดีเลยทีเดียว

โดยในส่วนของเสา B ที่ซ่อนอยู่ในประตู นั้นจะมีความแข็งแรงถึง 2,000 MPa ประกอบกับตัวถังอลูมิเนียม 7 ชิ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับตัวถังด้านหลังแบบหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว จึงทำให้แรงบิดของรถเพิ่มเป็น 37,600 Nm/องศา

ขณะที่การเปิด-ปิดประตูหน้าด้านฝั่งซ้ายด้านผู้ขับขี่จะเปิดแบบปกติทั่วไป ในด้านล้อออัลลอยจะมีขนาด 19 นิ้วหรือ 20 นิ้ว (ขึ้่นแต่ละรุ่นย่อย)

ในด้านขนาดมิติตัวรถของ ZEEKR MIX จะมีความยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม.สูง 1,775 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,008 มม. ซึ่งจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกับ Toyota Voxy มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบกว่า 5 เมตร

ส่วนด้านท้ายจะติตดั้งชุดไฟท้าย LED ที่เป็นเส้นเรียวเล็กวางพาดเต็มส่วนท้ายรถ ด้านบนหลังคาของตัวรถจะมากับสปอยเลอร์หลังคา มาพร้อมหลังคากระจกบานใหญ่

ภายในห้องโดยสารจะเป็นจุดไฮไลท์ของตัวรถ โดยห้องโดยสารจะมีความสูงมากถึง 1,350 มม. และมีพื้นที่ห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.3 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน ตัวเบาะที่นั่งจะเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง โดยจะมีให้เลือก 2 เฉดสีได้แก่สีขาว และสีเทา-ดำ

เบาะคู่หน้า ZEEKR MIXปรับหมุนด้วยไฟฟ้าซึ่งหมุนได้ถึง 270 องศา โดยจะสามารถหันมาหาผุ้โดยสารด้านหลังได้ และนับว่าเป็นรถยนต์จากสายการผลิตคันแรกของโลกที่มีเบาะนั่งคู่หน้าแบบหมุนด้วยไฟฟ้า

ตัวเบาะที่นั่งจะถูกหุ้มด้วยหนัง Nappa มาพร้อมฟังก์ชันทำความร้อน ระบายอากาศ และนวด นอกจากนั้นเบาะที่นั่งด้านหน้าจะออกแบบให้แยกจากกัน ด้วยคอนโซลกลางไฟฟ้าซึ่งเลื่อนไปมาบนรางยาว 6.5 ฟุต (2 เมตร) โดยจะถูกติดตั้งตู้เย็น และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น โต๊ะพับขนาดใหญ่

ส่วนเบาะหลังซึ่งรองรับผู้โดยสาร 3 ที่นั่ง ตัวเบาะมาพร้อมที่รองน่องแบบพับเก็บได้ รวมถึงระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และระบบนวด เบาะหลังด้านขวายังมีที่วางขาไฟฟ้า รวมถึงที่วางเท้าไฟฟ้าที่ด้านหลังของเบาะหน้า

นอกจาก ZEEKR MIX ยังสามารถพับเบาะที่นั่งได้ถึง 9 รูปแบบ รวมทั้งยังพับเบาะทุกตัวให้ราบเรียบต่อกันกลายเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ได้

ในส่วนของแผงแดชบอร์ดของ ZEEKR MIX จะออกแบบให้คล้ายกับตัว S โดยในส่วนฝั่งผู้โดยสารจะมีลักษณะที่เว้าลึกเข้าไปเล็กน้อย โดยจะได้รับการติดตั้งเพียงแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 13 นิ้ว ที่วางอยุ่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงหัวตัดท้ายตัด มาพร้อมปุ่มควบคุมสั่งงานที่เป้นแบบลูกกลิ้ง ส่วนตรงกลางคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 15 นิ้ว

นอกจากนั้นยังได้รับหน้าจอ HUD ที่สะท้อนภาพ และข้อมูลไปยังกระจกบังลมหน้า มาพร้อมระบบปฏิบัติการ AI ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมรถด้วยเสียงจากทุกส่วนภายในห้องโดยสาร

ด้านชุดอุปกรณ์อื่น ๆ ภ่ยในห้องโดยสาร จะถูกบุหลังคาด้วยวัสดุผ้าไมโครไฟเบอร์ มาพร้อมเครื่องเสียงและลำโพง 21 ตำแหน่ง นอกจากนั้นยังจะได้รับแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายที่ให้ำลังการชาร์จ 50W, ระบบน้ำหอมกระจายกลิ่น และพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุ 568 ลิตร มาพร้อมเต้ารับไฟ 220 โวลต์

ในด้านระบบความปลอดภัย จะได้รับการติตดั้งเซ็นเซอร์ LiDAR ที่มาพร้อมกับกล้องที่อยู่ด้านข้างของเหนือบังโคลนหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งจะรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลากหลายรูป อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, ระบบเตือนจุดบอด, ระบบกล้องมองรอบทิศทาง และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติความเร็วสูง

ZEEKR MIX ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม SEA-M และมาพร้อมเทคโนโลยี 800 โวลต์ ตัวรถจะได้รับการติตดั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่คู่ล้อหลังให้กำลัง 310 kW (416 แรงม้า) แรงบิด 440 นิวตันเมตร ทำให้รถรุ่นนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.8 วินาที

ด้านชุดแบตเตอรี่จะมีให้เลือก 2 ขนาด โดยในรุ่นเริ่มต้รจะเป็นชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟตขนาด 76 kWh ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งให้ระยะทางการวิ่งไกลสุด 550 กม. (CLTC) พรร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 10.5 นาที

ส่วนในรุ่น Long Range จะมากับชุดแบตเตอรี่นิกเกิลแมงกานีสโคบอลต์ที่มีขนาดความจุ 102 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 700 กม. และรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ชาร์จไฟ 15 นาทีจะให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 500 กม.

ZEEKR MIX ที่เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศจีน จะมีเฉดสีภายนอกให้เลือกด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีฟ้า, สีขาว, สีเทา, สีเบจ และสีเขียว

โดยรถรุ่นนี้นอกจากจะเปิดวางจำหน้่ยาในจีนแล้ว ยังจะเตรียมส่งไปวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศด้วย ซึ่งก็คาดว่ามีจะโอกาสเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยเหมือนกันในอนาคตอันใกล้นี้

30/10/2024

บริการติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่ 2
สำหรับรองรับการชาร์จรถ EV🚗
เราใช้อุปกรณ์มาตรฐานตามสเปคที่การไฟฟ้ากำหนด
อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการติดตั้ง เช่น
✅️ Yazaki สายไฟทองแดง THW เบอร์ 16 สำหรับเดินสายระยะ 15 เมตร
✅️ แท่งกราวด์ทองแดง 2.4 เมตร
✅️ ท่อร้อยสายไฟ(ขาว) พร้อมอุปกรณ์ข้อต่อ สำหรับระยะ 15 เมตร
✅️ แร็คโยงสายไฟ และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

สำหรับระยะสาย 15 เมตร (ส่วนเกินจากแพ็คเกจคิดเมตรละ 250 บาท)
รวมอุปกรณ์ติดตั้ง พร้อมตรวจสอบค่าความต้านทานของกราวด์ให้เป็นไปตามมาตรฐานการไฟฟ้ากำหนด

ลูกค้าสามารถเลือกเพิ่ม/ ลด อุปกรณ์ได้ เช่น เพิ่มจำนวนปลั๊ก เบรกเกอร์กันดูด หรืออื่นๆตามความต้องการ
................
สนใจสอบถามข้อมูล ยินดีให้คำปรึกษา
INBOX : https://www.facebook.com/profile.php?id=61550770622208&mibextid=ZbWKwL
Line ID : หรือคลิ๊ก https://lin.ee/VBwCbdA

โทร : 097-4609988

#วงจร2

‘พีเอ็นเอ’คว้าสิทธิ‘ลีปมอเตอร์’ส่ง‘C10’เอสยูวีไฟฟ้า บุกไทยในบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ของไทย กลุ่มพระนครยนตรการ หรือ...
25/09/2024

‘พีเอ็นเอ’คว้าสิทธิ‘ลีปมอเตอร์’
ส่ง‘C10’เอสยูวีไฟฟ้า บุกไทย

ในบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจยานยนต์ของไทย กลุ่มพระนครยนตรการ หรือ พีเอ็นเอกรุ๊ป ถือว่าเป็นระดับแถวหน้า ผ่านร้อนผ่านหนาว เป็นทั้งผู้ผลิต มีโรงงานประกอบรถยนต์ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน เป็นทั้งดีลเลอร์รถยนต์หลายยี่ห้อ ได้แก่ อีซูซุ ฮอนด้า มิตซูบิชิ วอลโว่ เกรทวอลมอเตอร์ ฟอร์ด มาสด้า โอโอด้า แอนด์ เจคู หลายโชว์รูม และในอดีตก็เคยเป็นดิสทริบิวเตอร์หรือผู้แทนช่องทางการจำหน่ายขาย รถโปรตอน จากมาเลเซีย ก่อนหน้านั้นก็เคยขาย ฮุนได ในยุคแรกๆ

ล่าสุดพีเอ็นเอกรุ๊ปหวนกลับมาเป็นดิสทริบิวเตอร์อีกครั้ง ด้วยการประกาศเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ ลีปมอเตอร์ (Leapmotor)

ลีปมอเตอร์ กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของจีน ประกาศความร่วมมือกับลุยตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) โลกนอกจีน เป้าหมายเริ่มที่ยุโรป ที่มีการต่อต้านอีวีจากจีนอย่างหนัก โดยจับมือกับสเตลแลนทิส (STELLANTIS) กลุ่มยานยนต์รายใหญ่

ปัจจุบัน สเตลแลนทิสมีธุรกิจรถยนต์ในเครือหลายยี่ห้อ ประกอบด้วย อบาร์ธ (Abarth) อัลฟ่าโรมิโอ ไครสเลอร์ ซีตรอง ดอดจ์ ดีเอส ออโตโมบิล เฟียต จี๊ป แลนเซีย มาเซราติ โอเปิล เปอโยต์ แรม วอกซ์ฮอลล์ ฟรีทูมูฟ และลีสิส

สเตลแลนทิส ก่อตั้งช่วงปี 2564 จากการรวมตัวกันของ เฟียต กรุ๊ป กับไครสเลอร์ ทำตลาดกว่า 130 กลุ่มตลาด ปี 2565 ส่งมอบรถยนต์มากกว่า 6 ล้านคัน ทำรายได้รวมกว่า 6.94 ล้านล้านบาท และกำไร 649,600 ล้านบาท ส่วนครึ่งแรกปี 2566 มีรายได้รวม 3.8 ล้านล้านบาท และมีกำไร 421,446 ล้านบาท

ขณะที่ ลีปมอเตอร์ ผู้ผลิตอีวี จีน ครอบคลุมทั้งงานวิจัย, พัฒนา ผลิต และจำหน่ายอีวีด้วยตนเองทั้งหมด และยังผลิตชิ้นส่วนหลักของ EIC (Electrical instrumentation and control) ปัจจุบันลีปมอเตอร์ จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น คือ T03 C11 C01 เมื่อเดือนกันยายน 2023 ได้เปิดตัวรุ่น C10 มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่

สำหรับ สเตลแลนทิส และลีป มอเตอร์ ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Leapmotor International B.V. เมื่อพฤษภาคม 2567 ในสัดส่วน 51:49 เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดย Leapmotor International ได้รับสิทธิจำหน่ายและส่งออก รวมถึงการผลิต ลีปมอเตอร์ นอกประเทศจีนแต่เพียงผู้เดียว

ด้าน นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด เล่าถึงที่มาทำไมถึงเลือกลีปมอเตอร์มาทำตลาดในประเทศไทยว่า แบรนด์ในเครือสเตลแลนทิส เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อันดับต้นๆ ของโลก มีแบรนด์ภายใต้เครือนี้ที่ผู้บริโภคในไทยรู้จักคือ เปอโยต์ จี๊ป มาเซราติ และอื่นๆ อีกมาก ลีป มอเตอร์เป็นรถยนต์คุณภาพสูงแตกต่างจากแบรนด์จีน ด้วยการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเฉพาะตัว พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ช่วงล่างปรับจูนโดยมาเซราติ ฟีลลิ่งการขับขี่จะไม่เหมือนกับรถแบรนด์จีน แต่จะฟีลลิ่งไปในทางแบรนด์ยุโรปมากกว่า มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากคนไทยแน่นอน

บริษัทมีแผนการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย 12 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 7 ราย ต่างจังหวัด 5 ราย ตั้งแฟลกชิปสโตร์อยู่ย่านรัชโยธิน ตรงข้ามตึกช้าง ใช้เงินลงทุนราว 20-30 ล้านบาท มีแผนจะใช้งบประมาณราว 100-150 ล้านบาท สร้างแบรนด์และทำการตลาด
ที่สำคัญจะมีการเปิดตัวรถยนต์จำนวน 1 รุ่น ได้แก่ ลีปมอเตอร์ C10 รถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวี พลังงานไฟฟ้า 100% ช่วงงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2024 เดือนพฤศจิกายนนี้ ตั้งเป้ายอดขายปีละ 1,500 คัน และมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อยปีละ 1 รุ่น

บริษัทได้รับสิทธิแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของลีปมอเตอร์ จะมีสเตลแลนทิส ประเทศไทย เป็นผู้พิจารณาร่วม เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนของขอบเขตการจำหน่าย โดยจะแบ่งพื้นที่การจำหน่าย
ดีลเลอร์สเตลแลนทิสหลังจากนี้ในประเทศไทยจะสามารถจำหน่ายรถยนต์ในเครือได้ทุกแบรนด์ ส่งผลให้ดีลเลอร์แข็งแกร่งมาก ดีลเลอร์สามารถซื้อรถยนต์ในเครือสเตลแลนทิสได้กับดิสทริบิวเตอร์ที่ได้รับสิทธิการจำหน่ายรายต่างๆ แต่ต้องติดตั้งโลโก้แบรนด์ที่จำหน่ายในโชว์รูม

สำหรับยอดขายพระนครยนตรการทุกยี่ห้อ ปีที่แล้วประมาณ 2 หมื่นคัน แต่ปีนี้จากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ความเข้มงวดของไฟแนนซ์ ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ คาดว่าปี 2567 ยอดขายจะลดลงราว 30%

“ปัจจุบันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอีวีมี ในอนาคตอาจมีหลายแบรนด์ไปไม่รอด อาจต้องปิดตัวลงไป คล้ายกับจีนมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก ดังนั้น แบรนด์อยู่ได้จะต้องแข็งแรงในด้านผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสถานะทางการเงินจะต้องแข็งแรงถึงจะอยู่รอด” นายธวัชชัยกล่าวทิ้งท้าย

Address

พระราม 2

74000

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00
Sunday 09:00 - 17:00

Telephone

+66974609988

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when CHILL PLUS EV รับติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2 posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to CHILL PLUS EV รับติดตั้งระบบไฟฟ้าวงจรที่2:

  • Want your business to be the top-listed Realtor/realty Service?

Share