ขายเช่า บ้านมือสอง คอนโด ที่ดิน Pirin Property

ขายเช่า บ้านมือสอง คอนโด ที่ดิน Pirin Property รับฝาก ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด ดูแลจบทุกขั้นตอน

🏡หมู่บ้าน งามเจริญ โครงการ 5 (Baan Ngam Charoen Project 5) 56 ตารางวา เหลือหลังสุดท้ายค่าา💥‼️ ลดราคาแรง เหลือเพียง 4,500...
31/10/2024

🏡หมู่บ้าน งามเจริญ โครงการ 5 (Baan Ngam Charoen Project 5) 56 ตารางวา เหลือหลังสุดท้ายค่าา💥

‼️ ลดราคาแรง เหลือเพียง 4,500,000 บาท จาก 5,300,000 บาทค่ะ ‼️

ที่ตั้ง:
ซ.อนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

ขนาดพื้นที่:
👉🏻 พื้นที่ทั้งหมด 56 ตารางวา
👉🏻 พื้นที่ใช้สอย 204 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก:
✨ห้องนอน: 3 ห้อง
✨ห้องน้ำ: 3 ห้อง
✨ครัวถูกต่อเติมใหม่
✨ที่จอดรถสำหรับรถยนต์ 2 คัน
✨ส่วนกลางที่ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, สนามเด็กเล่น, คลับเฮ้าส์ และกล้องวงจรปิด

สถานที่ใกล้เคียงที่สำคัญ:
- ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ห่าง 5.8 กม.
- โรงพยาบาลนครธน ห่าง 6.2 กม.
- โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่ลเนล ห่าง 10 กม.
- ทางด่วนพระราม 2 ห่าง 6 กม.
- ทางด่วนวงแหวนรอบนอกตะวันตก
- รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ห่าง 2.6 กม
- ห้างบิ๊กซี พระราม 2 ห่าง 4.9 กม.
- โฮมโปร พระราม 2 ห่าง 4.8 กม.

บ้านอยู่ซอย 1/2 เข้ามาในหมู่บ้านตรงยาวและเลี้ยวซ้าย ซอย 1/2 อยู่ซ้ายมือ ใกล้ป้อมยามโครงการ 6 บ้านหลังที่ 5 นับจากหน้าซอย
เข้าออกได้หลายทาง อาทิ ถนนท่าข้าม, ถนนพระราม 2, ถนน พุทธบูชา ,ถนน บางขุนเทียนชายทะเล

📞ช่องทางการติดต่อ :
คุณกอล์ฟ 084-929-8214
คุณจิงจิง 099-106-6996

💬Add Line:
https://line.me/ti/p/0EkobT7WTz
https://line.me/ti/p/XPDDkjD2NC

รับฝาก - ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด
ดูแลทุกขั้นตอนจนถึงวันโอน💚
ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ #บ้านมือสอง #งามเจริญ5

เวลาที่เราต้องการขายหรือซื้อทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถขายหรื...
27/09/2024

เวลาที่เราต้องการขายหรือซื้อทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถขายหรือซื้อทรัพย์สินได้เร็วขึ้นและได้ในราคาที่เหมาะสมก็คือ “การใช้บริการนายหน้า” ซึ่งก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งนายหน้าที่เป็นบริษัท นายหน้าอิสระ ไปจนถึงนายหน้าสมัครเล่น ที่เข้ามาในวงการนายหน้าได้ง่าย ๆ เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนายหน้า ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถทำงานนายหน้าได้

ดังนั้นการจะเลือกใช้บริการนายหน้าดี ๆ และหลีกเลี่ยงที่จะเจอนายหน้าดาด ๆ นั้นจะพิจารณาได้อย่างไร? วันนี้จะมานำเสนอคุณลักษณะ 10 ข้อ ที่นายหน้าที่ดีควรจะมีและควรจะเป็น

___________________________________________

1. มีความรู้และเข้าใจในความต้องการของลูกค้า

นายหน้าที่ดีจะต้องมีความรู้ในทรัพย์สินที่ผู้ขายต้องการขาย และความเข้าใจในความต้องการของผู้ซื้อ จึงจะสามารถจับคู่ demand และ supply ได้อย่างลงตัว รู้ว่าทรัพย์นี้ราคานี้เหมาะกับลูกค้าแบบใด และลูกค้านี้เหมาะกับทรัพย์แบบใดทำเลไหน นายหน้าจึงต้องมีความรู้กว้างขวางและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาใช้ให้บริการลูกค้าได้ทันท่วงที

___________________________________________

2. มีความซื่อสัตย์ รักษาคำพูด

นายหน้าที่ดีจะต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของลูกค้าเป็นหลัก และทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ครบถ้วน โดยไม่หวังเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะได้มาระหว่างทาง ข้อนี้เป็นตัวชี้วัดนายหน้าดี ๆ กับนายหน้าดาด ๆ ได้เป็นอย่างดี ถ้านายหน้าไม่มีความซื่อสัตย์หรือคดโกง ก็จะหมดความน่าเชื่อถือ และจะไม่สามารถอยู่ในวงการนายหน้าอาชีพต่อไปได้ในอนาคต

นายหน้าที่ดีจะรักษาคำพูดตัวเองอยู่เสมอ เมื่อได้ให้คำสัญญาอะไรกับลูกค้าไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ หากอะไรที่ทำไม่ได้ก็จะต้องไม่รับปากและให้ความหวังกับลูกค้า

___________________________________________

3. พูดจาสุภาพ มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

นายหน้าเป็นอาชีพที่ต้องใช้เสียงและคำพูดในการขายของตลอดเวลา ลองคิดดูว่า ถ้าเราไปเจอนายหน้าที่พูดไม่เพราะ พูดไม่เก่ง หรือเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา ทำหน้าบึ้งตึง เราจะฝากทรัพย์สินของเรากับนายหน้าแบบนั้นได้อย่างไร? และเค้าจะไปขายต่อลูกค้าได้อย่างไร? ในเมื่อยังไม่มีวาทศิลป์ในการเข้าถึงและโน้มน้าวใจลูกค้าได้

___________________________________________

4. แต่งตัวเหมาะสม ดูน่าเชื่อถือ

การพบปะกันครั้งแรกเป็นสิ่งสำคัญมาก คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 5 วินาทีในการสรุปว่าคุณเป็นคนอย่างไร มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ จากการมองการแต่งกายและลักษณะภายนอก การแต่งกายที่เนี้ยบและสะอาดเรียบร้อยสามารถแสดงถึงความเป็นมืออาชีพได้ ระหว่างนายหน้า 2 คน หากคนที่หนึ่งใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวรองเท้าหนัง ส่วนอีกคนใส่เสื้อคอกลมกางเกงยีนส์รองเท้ากีฬา ให้เปรียบเทียบระหว่างคนสองคนนี้ คุณคิดว่าคนไหนมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ลูกค้าคุณก็คงคิดไม่ต่างจากคุณ

___________________________________________

5. เป็นที่ปรึกษามากกว่า Messenger

นายหน้าที่ดีไม่ควรทำตัวเป็นเพียง Messenger ที่แค่เป็นตัวกลางส่งข้อความระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ควรจะมีประสบการณ์และการศึกษาข้อมูลทางการตลาดอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อใช้ในการแนะนำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ให้ซื้อขายทรัพย์สินที่ต้องการได้โดยรวดเร็ว และในราคาที่พึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย

___________________________________________

6. มีประสบการณ์การขายและมีผลงานมานำเสนอได้

ยิ่งนายหน้ามีประสบการณ์การขายทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็จะมีความเก่งกาจในการขายทรัพย์คุณมากเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพิเศษ เขาจะสามารถช่วยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันได้อย่างรวดเร็ว สามารถมองเห็นว่าจะขายทรัพย์ได้อย่างไร และจะหาคนซื้อทรัพย์ได้จากที่ไหน

___________________________________________

7. มีตัวช่วยและเครื่องมือสนับสนุนการขาย

เครื่องมือที่ช่วยในการขายที่ใช้กันบ่อย ๆ เช่น ป้ายโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ หรือการโพสต์การขายออนไลน์ตามเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แม้กระทั่งแบบฟอร์มสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่นายหน้าดี ๆ จะต้องมี แต่คุณอาจไม่สามารถหาสิ่งเหล่านี้ได้จากนายหน้าดาด ๆ

___________________________________________

8. ติดต่อได้ในเวลาทำงาน และมี feedback ติดตามลูกค้าอยู่เสมอ

คงไม่ดีแน่ถ้าไปเจอนายหน้าที่ยุ่งตลอดเวลา แถมเวลาที่เราติดต่อไปก็ไม่ติดต่อกลับมา เราไม่สามารถคาดหวังอะไรกับนายหน้าที่ขาดการบริหารจัดการเวลาให้ดีแบบนี้ได้ ทางที่ดีต้องหานายหน้าดี ๆ ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าของเขาอยู่เสมอ และพร้อมจะมีเวลาพูดคุยหรือติดต่อกลับทุกครั้งในเวลาที่ไม่สามารถติดต่อได้

และสิ่งที่สำคัญที่คุณจะพบจากนายหน้าดี ๆ ในช่วงเวลาหลังจากที่ผู้ซื้อมาดูทรัพย์ของผู้ขาย ก็คือการแจ้งผลตอบรับจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เจ้าของส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนที่มาดูต้องเป็นลูกค้าที่ใช่ แต่คาดหวังที่จะรู้ผลตอบรับและการตัดสินใจของลูกค้าว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ต้องรอด้วยความสงสัย และสามารถปรับหาวิธีในการขายทรัพย์ในครั้งต่อ ๆ ไป

___________________________________________

9. ไม่เลิกคบแม้จบดีล

ถึงเราไม่ได้คาดหวังให้นายหน้ามาเป็นเพื่อน หรือเป็นพี่เป็นน้อง แต่นายหน้ายุคปัจจุบันอาจต้องทำหน้าที่ที่มากกว่านายหน้าหรือมี After-Sale Service ที่สามารถบริการให้คนซื้อและคนขายเพื่อความต่อเนื่องได้ อาทิเช่น บริการโอนมิเตอร์น้ำไฟ บริการดูแลลูกค้าต่อเนื่องในกรณีเช่า แนะนำคนตกแต่งบ้าน คนทำสวน คนทำความสะอาด หรือซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องลำบากตามหาเอง และช่วยรับรองในขั้นต้นได้ว่าเป็นบุคคลที่ไว้ใจได้

___________________________________________

10. ปิดการขายเป็น

ทักษะนี้เป็นทักษะที่สำคัญมากถึงมากที่สุด นายหน้าบางคนมีความรู้ สามารถอธิบายทรัพย์ได้ถูกต้อง แต่สุดท้ายไม่รู้วิธีพูดปิดการขายได้ เปรียบเสมือนคำที่ว่า “ทำไม่ครบจบไม่เป็น”

นายหน้าดี ๆ จะอธิบายให้ผู้ซื้อเข้าใจถึงทรัพย์ โน้มน้าวให้เห็นข้อดีของทรัพย์ที่อยากให้ซื้อ ที่สำคัญมีคำพูดปิดการขายที่สามารถเร่งรัดให้ผู้ซื้อรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจ และทำให้รู้สึกว่าทรัพย์นี้มีแต่คนต้องการในตลาด ไม่ใช่ของตายได้ อาทิเช่น ถ้าสามารถตัดสินใจได้เลยในวันนี้ เจ้าของแจ้งว่าจะมีส่วนลดพิเศษสุด ๆ ให้กับทางผู้ซื้อ หรือ ขณะนี้มีผู้สนใจทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ยังไงหากทางผู้ซื้อสนใจจริง ๆ อยากให้รีบตัดสินใจและจะช่วยเจรจาในสิ่งที่ติดขัดอยู่ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นประโยคในการปิดการขายและช่วยในการรับรู้ผลตอบรับจากทางผู้ซื้อได้

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก zmyhome


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ระหว่างที่กำลังวางแผนอยากซื้อบ้านหรือเป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง เราคงต้องตัดสินใจตั้งแต่การเลือกทำเล เลือกโครงการ เลือกธนาค...
26/09/2024

ระหว่างที่กำลังวางแผนอยากซื้อบ้านหรือเป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง เราคงต้องตัดสินใจตั้งแต่การเลือกทำเล เลือกโครงการ เลือกธนาคารยื่นสินเชื่อ จนถึงจำนวนเงินที่ต้องการยื่นสินเชื่อ ซึ่งวันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ทุกคนมาร่วมวงสนทนาในเรื่องจำนวนเงินกู้สินเชื่อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ลองชั่งใจระหว่าง ‘ยื่นกู้เกิน 100%’ หรือ ‘กู้น้อยที่สุด’ แบบไหนเหมาะสมกับแผนการเงิน และแผนการซื้ออสังหาฯ ของเพื่อน ๆ มากที่สุด

___________________________________________

กู้เกิน 100%

เป็นวิธีการกู้สินเชื่อบ้านใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีมาตรการ LTV รองรับเพื่อซัพพอร์ตกลุ่มคนที่อยากซื้อบ้านหลังแรก ซื้อคอนโดเพื่ออนาคต ซึ่งก็ก่อนจะไปดูกันที่ข้อดี-ข้อพึงระวังของการกู้สินเชื่อบ้านแบบ 100% เราลองมาดูมาตรการ LTV ปี 2566 กันให้เข้าใจกันก่อน

ตารางอัปเดต มาตรการ LTV หรือ Loan to Value Ratio
คืออัตราส่วนที่ธนาคารสามารถออกสินเชื่อได้เมื่อเทียบกับราคาบ้าน และจะเป็นการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำที่ผู้ขอสินเชื่อบ้านต้องจ่าย

ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท
- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 1 (หลังแรก)
กู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน (100%) และกู้เพิ่มได้อีก 10% สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย

- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 2
กู้ได้ 90% หากผ่อนสัญญาแรกแล้ว 2 ปีขึ้นไป หรือ กู้ได้ 80% หากผ่อนสัญญาแรกไม่ถึง 2 ปี

- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 3 ขึ้นไป
กู้ได้ 70%

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.bot.or.th/Thai/ConsumerInfo/Topics/Pages/LTV.asp
ข้อสรุปจากมาตรการ LTV คือ ผู้มีสิทธิ์กู้สินเชื่อบ้านแบบ กู้เต็ม100% + 10% ค่าตกแต่ง จะต้องซื้อบ้านหรือคอนโดในราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท และเป็นสัญญาหลังแรกเท่านั้น ทั้งนี้การพิจารณาวงเงินการให้สินเชื่อก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อด้วยเช่นกัน

___________________________________________

โดยข้อดีของการกู้เต็ม 100% + 10% คือ

- มีเงินก้อนเหลือพอสำหรับตกแต่ง: สามารถนำไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งจำเป็นเพื่อที่อยู่อาศัย
- ได้รับเงินก้อน: สามารถนำไปชำระหนี้ส่วนบุคคล หรือลดหย่อนภาระทางการเงินได้
- อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล: ถ้าเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่ออื่น ๆ แล้ว สินเชื่อบ้านและคอนโดมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

___________________________________________

และข้อพึงระวังของการกู้เต็ม 100% + 10% คือ

- ผ่อนหนี้ระยะยาว: แม้เงินส่วนที่กู้เกิน 100% สามารถนำไปลดหย่อนภาระทางการเงินระยะสั้นได้ แต่ทำให้เกิดภาระการผ่อนหนี้ระยะยาวมากขึ้นในแต่ละเดือน ดังนั้นการใช้วิธีกู้เหลือต้องคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน

- ต้องเพิ่มวินัยการเงินสูง: อ้างอิงจากข้อแรก การกู้หนี้ระยะยาว หากขาดการวางแผนที่ดี ไม่มีเงินสำรอง เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ทำให้เราขาดรายได้ อาจส่งผลให้เราเสียเครดิต เนื่องจากขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ

- วงเงินกู้มาก ดอกเบี้ยมากตาม: อย่าลืมว่าการคำนวณดอกเบี้ยคิดจาก ‘วงเงินกู้’ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเงินต้นนั่นเอง ซึ่งหากเรากู้สินเชื่อบ้านเหลือมาในจำนวนมากก็จะถูกคำนวนดอกเบี้ยเข้าไปด้วยเช่นกัน
เป็นทางเลือกในการกู้สินเชื่อบ้านคอนโดสำหรับผู้ที่มีเงินก้อนสำรอง และต้องเป็นเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจึงสามารถวางเงินดาวน์ได้จำนวนมาก เพื่อยื่นกู้สินเชื่อให้น้อยลง

___________________________________________

โดยข้อดีของการวางเงินดาวน์มาก:

- จำนวนดอกเบี้ยน้อยลง: เราพูดถึงกันที่จำนวนดอกเบี้ยที่จะถูกคิดตามอัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ เมื่อเราวางเงินดาวน์จำนวนมาก เงินส่วนที่จะนำไปขอสินเชื่อจะลดลงทำให้ดอกเบี้ยลดลงตามเช่นกัน

- ระยะเวลาผ่อนสั้นลง: ในเมื่อวงเงินกู้ไม่มาก เราสามารถลดระยะเวลาในการผ่อนลงได้ ไม่จำเป็นต้อง 30 -40 ปี

- ดาวน์เยอะ มีสิทธิ์ผ่านฉลุย: เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มความมั่นใจให้กับธนาคารผู้ออกสินเชื่อ อาจมีผลต่อการพิจารณาการออกสินเชื่อง่ายขึ้นเช่นกัน

___________________________________________

และข้อพึงระวังของการวางเงินดาวน์มาก:

- เงินสำรอง หรือเงินลงทุนลดลง: การนำเงินสำรองก้อนใหญ่มาวางเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้านหรือคอนโด ต้องมองเผื่อถึงอนาคตยามฉุกเฉิน หรือประเมินความคุ้มค่าหากนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

- อัตราลดหย่อนภาษีลดลง: ในส่วนของบุคคลธรรมดาที่ยื่นภาษีประจำปี อาจมีผลกระทบเล็กน้อยต่ออัตราการลดหย่อยภาษี เพราะในแต่ละปีจะคำนวณจากดอกเบี้ยที่จ่ายตามจริง

___________________________________________

- กู้เกิน 100% เหมาะกับคนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการซื้อบ้านซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัย พร้อมต้องการเงินเหลือสำหรับตกแต่ง ที่สำคัญต้องมีการวางแผนทางการเงินในระยะยาว

- กู้น้อย ดาวน์เยอะ เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีเงินสำรองก้อนใหญ่ ซื้อเพื่ออาศัยหรือปล่อยเช่า หรือกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้น ที่ต้องการผ่อนชำระในระยะเวลาที่สั้นลง

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ANANDA


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ทิศทางการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ในปี 2567 นี้ พบว่า ตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ ในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ...
25/09/2024

ทิศทางการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ในปี 2567 นี้ พบว่า ตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ ในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และมีแนวโน้มนี้เริ่มขยายไปสู่ตลาดรองในต่างจังหวัดด้วย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญทำให้ไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิง “ไลฟ์สไตล์” ชั้นนำของโลก

การเติบโตของแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Hotel) ทั่วโลกเริ่มเห็นชัดเจนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่โรงแรม W Hotels แห่งแรกเปิดตัวเมื่อ 25 ปีก่อน วงการโรงแรมได้เห็นการผุดขึ้นอย่างรวดเร็วของโรงแรมระดับไฮเอนด์ ในกลุ่ม Upper Upscale และ Luxury แม้โรงแรมเหล่านี้บางส่วนจะเป็นโรงแรมอิสระ

แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากเครือโรงแรมเชนต่างชาติ ที่ต่างพยายามขยายแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของโรงแรมที่หลากหลาย และเลิกพึ่งพาแค่ แบรนด์เก่าแก่เท่านั้น

แนวคิด "ไลฟ์สไตล์" ในวงการโรงแรม เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โรงแรมไลฟ์สไตล์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลากหลายเจเนอเรชั่น ส่งผลดีต่อศักยภาพในระยะยาว

___________________________________________

การมีลูกกับราคาที่ต้องจ่าย

สาเหตุที่คนรุ่นมิลเลนเนียลจำนวนมากตัดสินใจไม่มีลูกหรือมีลูกช้าเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนหน้าอาจมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้หญิงมีทางเลือกมากกว่าเมื่อ 50 ปีก่อน เพราะพวกเธอไม่ต้องตั้งเป้าหมายถึงการแต่งงานมีลูกเพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิต ไปจนถึงสภาพสังคมที่ไม่ได้เอื้อต่อการมีลูกมากนัก อย่างที่ คริสติน เพอร์เชสกี (Christine Percheski) รองศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น กล่าวกับ Insider ว่า “ผู้คนมักจะชะลอการมีลูก ในช่วงที่เกิดความไม่สงบทางการเมืองและสังคม”

___________________________________________

ปัจจัยหลักในการให้บริการของโรงแรมไลฟ์สไตล์ จะเน้น 5 เรื่องหลัก ได้แก่


ประสบการณ์ท้องถิ่น (Localizes Experience)

ทั้งนี้เพื่อมอบความพิเศษเฉพาะตัวให้กับลูกค้าในย่านรอบโรงแรม นอกจากนี้ยังพบแนวทางที่แหวกขนบ เช่น พนักงานไม่ใส่ชุดยูนิฟอร์มแบบเดิม ๆ แต่เน้นนำเสนอตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น ให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ เกินขอบเขตโรงแรม

อาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย

เนื่องจากเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โรงแรมไลฟ์สไตล์จึงให้ความสำคัญกับการตอบสนองทางเลือก และข้อจำกัดด้านอาหารที่ทันสมัย เช่น การมีเมนูอาหารมังสวิรัติให้เลือกมากมาย

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เน้นความกระตือรือร้นและใส่ใจสุขภาพ โรงแรมไลฟ์สไตล์มักสร้างสรรค์พื้นที่ด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และฟิตเนส ที่โดดเด่นกว่าโรงแรมแบบเดิม

เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology)

ลูกค้าของโรงแรมไลฟ์สไตล์ คาดหวังว่าโรงแรมจะมีเทคโนโลยีทันสมัย ตั้งแต่ระบบจองห้อง พัก ไปจนถึงโซลูชั่นดิจิทัลภายในห้องพัก

การออกแบบโรงแรมได้รับอิสระมากกว่า

โรงแรมไลฟ์สไตล์มักได้รับอิสระในการออกแบบมากกว่ามีเอกลักษณ์ สะดุดตา เข้าถึงง่าย ผสมผสานสไตล์คลาสสิกและสมัยใหม่อย่างลงตัว มักให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

___________________________________________
ปัจจัยหลักๆที่ส่งเสริมให้โรงแรมไฮเอนด์เป็นที่นิยม อาทิ แพลตฟอร์มแบ่งปันบ้านพักอย่าง Airbnb เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ท้าทายโรงแรมแบบเดิม ๆ ทำให้เครือโรงแรมหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักได้ง่ายขึ้น เสนอประสบการณ์คล้ายคลึงกันในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้

รวมถึงการตอบโจทย์กลุ่มเจนใหม่ นักเดินทางรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z มีความคาดหวังและความชอบเฉพาะตัว แบรนด์โรงแรมปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ โดยเสนอประสบการณ์พิเศษ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ยืดหยุ่น และเน้นชุมชนกับความจริงแท้

นายเจสเปอร์ ปาล์มควิช ผู้อำนวยการอาวุโสภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก STR บริษัทในเครือ CoStar Group ผู้นำวงการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยว่า ตลาดโรงแรมไลฟ์สไตล์ในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในเมืองใหญ่ และเริ่มขยายไปสู่เมืองรองในต่างจังหวัดด้วย

___________________________________________

การเติบโตของโรงแรมไลฟ์สไตล์ เกิดขึ้นทั้งจากเครือโรงแรมขนาดใหญ่ ด้วยแบรนด์อย่าง W, Andaz, Kimpton, Canopy, The Standard, Indigo, ASAI, Capella และโรงแรมอิสระ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความต้องการในตลาดนี้ยังคงมีอยู่มาก

เช่น กลุ่มโรงแรมต่าง ๆ อย่าง แอคคอร์ (Accor) ที่มีโรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือมากมาย เช่น V Villas by M Gallery หรือ IHG ที่มีโรงแรมใหม่หลายแห่งกำลังจะเปิด รวมถึงการเปิดโรงแรมเพิ่มเติม ในแบรนด์เดอะ สแตนดาร์ด ( The Standard) สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดนี้ในไทย

ขณะที่ภาพรวมของโรงแรมไทยปลายปี 2566 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมอยู่ที่ 95% ของปี 2562 แต่ผลประกอบการดีกว่าปีนั้นมาก เนื่องจากราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) สูงกว่าปี 2562 ถึง 25% รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรดีขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะค่าแรง กดดันการควบคุมต้นทุนในปี 2567 ขณะที่การเติบโตของ ADR จะชะลอลงและทรงตัว

โรงแรมระดับกลางและประหยัดมีอัตราการเข้าพักสูงกว่าปี2562 แต่การเติบโตของราคาห้องพักค่อนข้างช้า ส่วนโรงแรมระดับอื่น ๆ จะตามหลังโรงแรมระดับหรูหรา และ Upper Upscale ในแง่ของการแซงระดับปี 2562 แต่ช่วงปลายปี 2566 ก็ตามทัน ทำให้ภาพรวมการฟื้นตัวค่อนข้างสมดุลในปี 2566

CoStar คาดการณ์ว่า ดีมานด์และอัตราการเข้าพักในกรุงเทพฯ จะยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในอดีตอีกสักระยะ แต่ RevPAR ยังเป็นบวก เนื่องจากราคาห้องพักสูง โดยคาดว่าจะสูงกว่าปี 2562 ถึง 18% ตลอดปี 2567ตัวเลขการจองล่วงหน้าของโรงแรมในไตรมาสแรกของปี 2567 คล้ายคลึงกับปี 2566 โดยตลาดหลักที่เติบโตเร็วกว่าปีที่แล้วคือ พัทยาและรีสอร์ตชายฝั่งทะเลใต้นั่นเอง

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ฐานเศรษฐกิจ


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่...
24/09/2024

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหนึ่งไปแล้ว โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกธนาคารได้เองตามแต่ว่าธนาคารใดจะให้ข้อเสนอที่น่าจูงใจมากกว่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีการรีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้าน ก็ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปีขึ้นไปหรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้บ้าน ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และภาระในการผ่อนได้

นอกจากนั้น ยังมีอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดภาระในการแบกรับอัตราดอกเบี้ยได้ คือ รีเทนชั่น (Retention) หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม โดยการพิจารณานั้นทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ที่ผ่านมา ข้อดีก็คือผู้กู้สินเชื่อบ้านสามารถดำเนินธุรกรรมกับธนาคารเดิมได้โดยไม่ต้องมีภาระในการจัดเตรียมเอกสารใหม่ เพื่อขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ทำให้การรีเทนชั่นใช้ระยะเวลาไม่นานในการพิจารณาอนุมัติการขอลดดอกเบี้ยบ้าน

___________________________________________

รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 อัปเดตประจำเดือน เมษายน จากหลากหลายธนาคาร มาเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่า รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ธนาคารไหนให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านต่ำที่สุด ถูกที่สุด และขอลดดอกเบี้ยบ้าน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้กู้สินเชื่อบ้าน คอนโดฯ ที่กำลังจะรีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่น พร้อมเครื่องมือคำนวณอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่จะช่วยให้การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยใหม่ของคุณง่ายขึ้น

___________________________________________

8 ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

1. ติดต่อกับธนาคารเดิมเพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้าน โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ บางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย
2. หลังจากได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้วก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่าการรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)
3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องมาประเมินบ้านหรือทรัพย์สินที่เราต้องการรีไฟแนนซ์
4. รอฟังผลการอนุมัติจากธนาคาร
5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่านัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน นำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)
6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญาและโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารมาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้
7. ไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารไปด้วย
8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้น

___________________________________________

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

- ลดดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยที่ถูกลงถือเป็นประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดที่สุดหากอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของธนาคารใหม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเก่า เช่น สัญญาเดิมมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 แต่สัญญาใหม่มีอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3.5 เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาก็จะลดลงตามไปด้วย

- หักเงินต้นได้มากขึ้น เมื่อภาระดอกเบี้ยน้อยลง ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปหักเงินต้นคงเหลือได้มากขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนต่อไปก็จะลดลงอีก เช่น ผู้ขอสินเชื่อผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 บาท ในสัญญาเดิมต้องหักดอกเบี้ย 12,000 บาท เหลือหักต้นเพียง 8,000 บาท แต่สัญญาใหม่หักดอกเบี้ย 7,000 บาท ก็จะเหลือหักต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาท เป็นต้น

- ค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง สัญญาใหม่จะเป็นไปตามการประเมินจากธนาคารและตามการตกลงของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่อนบ้านในสัญญาใหม่ของผู้ขอสินเชื่อลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยลดลงหรือการขยายระยะเวลาในสัญญาใหม่นานขึ้น เช่น สัญญาเก่าผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เหลือ 25 ปี สัญญาใหม่ที่ขยายเวลาเป็น 30 ปีทำให้เหลือผ่อนเพียงเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น

___________________________________________

🔷 อ่านต่อแบบละเอียดได้ที่ DD Property : https://bit.ly/3w70dKO


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

การขายบ้านเดี่ยว เปรียบเสมือนการนำเสนอ “ความฝัน” ให้กับลูกค้า บ้านเดี่ยว หมายถึง บ้านที่มีพื้นที่ส่วนตัว เหมาะกับครอบครั...
23/09/2024

การขายบ้านเดี่ยว เปรียบเสมือนการนำเสนอ “ความฝัน” ให้กับลูกค้า บ้านเดี่ยว หมายถึง บ้านที่มีพื้นที่ส่วนตัว เหมาะกับครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบาย การจะขายบ้านเดี่ยวให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด บทความนี้ขอเสนอ “5 เทคนิคการขายบ้านเดี่ยวที่ทำให้คุณปิดการขายได้มากขึ้น“

___________________________________________

เตรียมบ้านให้พร้อมก่อนขาย

“First Impression” สำคัญมาก เตรียมบ้านให้พร้อม ตกแต่ง ซ่อมแซม ให้บ้านดูสวยงาม น่าอยู่ สะอาด สะดวกสบาย เตรียมเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ให้พร้อม ตอบคำถามเกี่ยวกับบ้านได้อย่างมั่นใจ

การทำความสะอาดและจัดเรียงบ้านให้สะอาดและเรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนที่จะลงขายบ้าน เพราะบ้านที่ดูดีและสะอาดมักมีโอกาสขายได้มากขึ้น อีกทั้งการแต่งหน้าบ้านด้วยการประดับด้วยต้นไม้หรือดอกไม้ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้บ้านดูน่าอยู่และสวยงามขึ้น

___________________________________________

การตั้งราคาบ้านที่เหมาะสม

การตั้งราคาบ้านที่ถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญในการขายบ้าน เพื่อให้มีความน่าสนใจและไม่เกินกว่าราคาตลาด เราควรศึกษาราคาของบ้านที่คล้ายคลึงกันในพื้นที่และในระดับราคาที่เหมาะสมกับสภาพตลาดปัจจุบัน

___________________________________________

เข้าใจความต้องการของลูกค้า

“ลูกค้าคือหัวใจ” พูดคุย ถามไถ่ ทำความรู้จัก ความต้องการของลูกค้า เกี่ยวกับขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ฟังก์ชั่นการใช้งาน สถานที่ตั้ง งบประมาณ วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า นำเสนอบ้านที่ตรงกับความต้องการ

___________________________________________

เน้นจุดเด่นของบ้าน

“บ้านแต่ละหลังมีเอกลักษณ์” เน้นจุดเด่นของบ้าน วัสดุที่ใช้ การออกแบบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก เปรียบเทียบบ้านกับโครงการอื่นในบริเวณใกล้เคียง

___________________________________________

เสนอโปรโมชั่นพิเศษในการขายบ้าน

“กระตุ้นการตัดสินใจ” เสนอโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด ของแถม เงื่อนไขผ่อนชำระ จัดโปรโมชั่นแบบจำกัดเวลา สร้างความเร่งด่วน กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ

การโปรโมทและการตลาดให้เป็นที่รู้จักในชุมชนและออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายบ้าน เราสามารถใช้ช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ โซเชียลมีเดีย หรือสื่อท้องถิ่นเพื่อโปรโมทบ้านของเราอย่างมีประสิทธิภาพ

___________________________________________

ปิดการขายบ้านอย่างมั่นใจ

“นำเสนออย่างมั่นใจ” เมื่อลูกค้าแสดงท่าทีสนใจ ถามคำถามเกี่ยวกับบ้าน แสดงว่าลูกค้าพร้อมตัดสินใจ นำเสนอข้อสรุป สร้างแรงจูงใจ ชักชวนปิดการขายอย่างชาญฉลาด

___________________________________________

ตัวอย่างการใช้เทคนิคขายบ้าน

1. เตรียมบ้านให้พร้อมก่อนขาย:

• ทาสีใหม่ ซ่อมแซมจุดที่ชำรุด
• ตกแต่งบ้านให้ดูสวยงาม น่าอยู่
• จัดสวนให้ดูร่มรื่น
• เตรียมเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ให้พร้อม

2. เข้าใจความต้องการของลูกค้า:

• พูดคุย ถามไถ่ เกี่ยวกับครอบครัว ไลฟ์สไตล์
• สอบถามเกี่ยวกับขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง ฟังก์ชั่นการใช้งาน
• แนะนำโครงการอื่นในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเปรียบเทียบ

3. เน้นจุดเด่นของบ้าน:

• วัสดุที่ใช้: วัสดุคุณภาพดี ทนทาน
• การออกแบบ: ดีไซน์ทันสมัย สวยงาม
• ฟังก์ชั่นการใช้งาน: ครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการ
• พื้นที่ส่วนกลาง: สระว่ายน้ำ สวน ฟิตเนส
• สิ่งอำนวยความสะดวก: ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล

4. เสนอโปรโมชั่นพิเศษ:

• ส่วนลด: 10%
• ของแถม: เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์
• เงื่อนไขผ่อนชำระ: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 30 ปี

5. ปิดการขายอย่างมั่นใจ:

• สรุปข้อดีของบ้าน โปรโมชั่นพิเศษ
• ตอบคำถามของลูกค้าอย่างมั่นใจ
• ชักชวนให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ

___________________________________________

สรุปเทคนิคการขายบ้านเดี่ยว

เทคนิคการขายบ้านเดี่ยว เหล่านี้ เป็นเครื่องมือสำคัญช่วยให้นักขายบรรลุเป้าหมาย สร้างยอดขาย เพิ่มรายได้ แต่เทคนิคเหล่านี้จะได้ผลดี จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจสินค้า เข้าใจลูกค้า สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจในการขาย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก FDA


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ทุก บ้าน และ คอนโด ย่อมมีห้องพระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไว้สำหรับเคารพบูชา เพื่อช่วยเพิ่มความสบายใจ และเสริมสิริมงค...
20/09/2024

ทุก บ้าน และ คอนโด ย่อมมีห้องพระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไว้สำหรับเคารพบูชา เพื่อช่วยเพิ่มความสบายใจ และเสริมสิริมงคล ซึ่งตำแหน่งการจัดวางก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยครั้งนี้ เราจึงนำฮวงจุ้ยการจัดห้องพระมาฝากเพื่อนๆ กัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

___________________________________________

1. ห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน

พระถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่สูง และควรให้ความเคารพบูชา ซึ่งหากอยู่ต่ำกว่าผู้อยู่อาศัย อาจมีการเดินข้าม ซึ่งนั่นก็จะทำให้ไม่เป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยอย่างแน่นอน ดังนั้นหิ้งพระจึงควรอยู่ที่ชั้นบนสุดของบ้านค่ะ จึงจะถือว่าเหมาะสมที่สุด

___________________________________________

2. ห้องพระไม่ควรติดกับห้องน้ำหรือใช้ผนังเดียวกัน

ตามหลังฮวงจุ้ย ห้องน้ำคือธาตุน้ำ และ ห้องพระคือธาตุไฟ การที่นำมาอยู่ใกล้จะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์นั้น เสื่อมลง เนื่องจากน้ำจะบั่นทอนไฟไปเรื่อยๆ นั้นเอง อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าจะทำให้เงินทองรั่วไหลอีกด้วยครับ หากเพื่อนๆ มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Infinity Design ผ้าม่าน แนะนำให้หาตู้มากั้นบริเวณด้านหลังหิ้งพระ หรือจะใช้เป็นไม้แผ่นก็ได้เช่นกัน เพื่อช่วยกั้นไม่ให้ธาตุน้ำและธาตุไฟอยู่ใกล้กัน

___________________________________________

3. มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

สำหรับการไหว้พระจะต้องมีการจุดธูปเทียนเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแน่นอนว่าจะทำให้เกิดควันซึ่งหากบริเวณนั้น มีการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดี ก็จะทำให้ควันรบกวนต่อผู้ที่ไหว้พระหรือปฎิบัติธรรมได้ แย่ไปกว่านั้นอาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างเพลิงไหม้ได้อีกด้วย

___________________________________________

4. ห้องพระควรเป็นมุมที่สงบ

แน่นอนว่าการเลือกตำแหน่งหรือห้องพระนั้น ควรมีความเป็นส่วนตัว ไม่มีเสียงรบกวน และ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เนื่องจากการสวดมนต์ ไหว้พระนั้น ถือเป็นสิ่งที่ต้องการความสงบ และ สมาธิค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งรบกวนจิตใจในการไหว้พระ หรือ ปฏิบัติธรรมนั้นเอง

___________________________________________

5. หันหน้าพระไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ทิศทางของหน้าหิ้งพระก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย โดยตามหลักฮวงจุ้ยการหันหน้าพระไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเป็นการช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นด้านการงานและการเงิน สำหรับทิศที่ต้องห้ามที่ไม่ควรหันหน้าพระไปนั้นก็คือทิศตะวันตก เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตตกต่ำไม่เจริญก้าวหน้านั้นเอง

___________________________________________

6. ต้องทำความสะอาดหิ้งพระอยู่เสมอ

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกันนั่นก็คือการดูแลเอาใจใส่ความสะอาดให้หิ้งพระในบ้าน สำหรับในเรื่องของการทำความสะอาดหิ้งพระ ซึ่งควรมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หากปล่อยให้สกปรกตามหลักฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านมีการอาการเจ็บป่วยได้

___________________________________________

7. ตั้งองค์พระได้อย่างถูกต้อง

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีการบูชาองค์พระหลายองค์นั้น ควรมีการจัดลำดับที่เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่อยู่อาศัยนั้นเอง โดยการจัดลำดับขององค์พระ สามารถจัดวางได้ดังนี้ค่ะ

___________________________________________

1. พระพุทธรูป

2. พระอรหันต์

3. พระอริยสงฆ์

4. รูปเสมือนสมมติสงฆ์

5. พระบรมรูปพระมหากษัตริย์

6. เทพฮินดู

7. พระบรมสารีริกธาตุ

8. อัฐิ รูปบูชาของบรรพบุรุษ

9. ของขลังตามความเชื่อ

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก LivingInsider


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

5 ผลเสียของการจอดรถตากแดดทุกวันการที่รถยนต์จอดตากแดดทุกวัน แน่นอนว่าต้องเกิดผลเสียตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยมีส...
19/09/2024

5 ผลเสียของการจอดรถตากแดดทุกวัน

การที่รถยนต์จอดตากแดดทุกวัน แน่นอนว่าต้องเกิดผลเสียตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อน ยิ่งจอดตากแดดจะทำให้ภายในรถยนต์ที่ปิดสนิท มีอุณหภูมิภายในที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นการลดอายุการใช้งานอะไหล่ของรถยนต์ ให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้ แล้วผลเสียของการจอดรถตากแดดทุกวัน มีอะไรอีกบ้างเราได้รวมมาให้แล้ว

___________________________________________

1. สีรถยนต์หมองไม่เงางาม
อย่างแรกคือส่วนที่อยู่ภายนอกรถ และเป็นส่วนที่ได้รับแสงแดดมากที่สุด การที่รถยนต์จอดตากแดดทุกวัน เป็นเวลานาน รังสียูวีที่อยู่ในแดดอาจทำให้สารเคมีที่ใช้เคลือบสีรถให้ดูเงานั้น เสื่อมคุณภาพลงได้ และหากเป็นรถสีขาวยิ่งจะเห็นได้ชัดว่า สีจะดูเหลือง ๆ ขึ้น และถ้ารถที่จอดตากแดดทุกวัน เป็นสีเข้มจะเห็นได้ชัดว่าสีจะค่อย ๆ จางลง

2. ยางรถยนต์เสื่อมสภาพก่อนเวลา
ต่อมาคืออุปกรณ์ที่เป็นยาง จะเริ่มมีความแข็งกระด้างขึ้น จากการที่รถจอดตากแดดทุกวัน ทำให้ส่วนที่มีวัสดุเป็นยางต้องทนอยู่กับความร้อนเป็นเวลานาน จึงเหมือนเป็นการเร่งให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นด้วย

3. ฟิล์มกรองแสงอายุสั้นลง
การที่รถยนต์จอดตากแดดทุกวัน ก็เป็นสาเหตุให้ฟิล์มกรองแสงมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้ เนื่องจากฟิล์มกรองแสงที่ติดมากับรถยนต์ต้องเจอความร้อนและรังสียูวีต่าง ๆ ในแสงแดดเช่นกัน เมื่อนานวันเข้าฟิล์มก็จะยิ่งเสื่อมสภาพลงเร็วขึ้น อาจสังเกตได้จากสีของฟิล์ม ที่ตอนแรกเป็นสีดำ อาจเปลี่ยนไปเป็นสีออกม่วง

4. วัสดุภายในห้องโดยสารเสื่อมเร็ว
หลายคนอาจจะมีความเชื่อผิด ๆ ว่าการปล่อยรถยนต์จอดตากแดดทุกวัน จะเป็นการฆ่าเชื้อโรคไปในตัว แต่การจอดรถตากแดดทุกวัน จะเกิดความร้อนสะสม จนส่งผลให้อะไหล่ ชิ้นส่วนที่มีวัสดุเป็นยาง หรือพลาสติก เสื่อมคุณภาพเร็วขึ้นได้

5. เครื่องยนต์และอะไหล่
ความร้อนจากแสงแดดจะทำให้เครื่องยนต์และอะไหล่มีอายุการใช้งานสั้นลงได้ เนื่องจากขณะใช้รถ เครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว แต่การจอดรถยนต์ตากแดดทุกวัน อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น จนเกิดอาการบวม ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด มักจะพบได้บ่อยในแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่นมากกว่าแบบแห้ง และการจอดรถตากแดดทุกวัน ยังส่งผลให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ไม่สามารถหล่อลื่นเครื่องยนต์ได้อีก และอาจส่งผลให้เครื่องพังได้

___________________________________________

วิธีป้องกันรถยนต์เมื่อต้องจอดตากแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
1. ใช้ม่านบังแดดรถยนต์
หากรถยนต์ต้องจอดตากแดดทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจแก้ปัญหาด้วยการใช้ม่านบังแดดรถยนต์ โดยจำเป็นต้องใช้ม่านบังแดดในทุกบาน ทั้งกระจกหน้า กระจกข้าง กระจกหลัง และต้องเลือกม่านบังแดดที่เข้ากับรูปกระจกด้วย เพื่อไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาได้ และม่านกันบังแดดรถจะต้องมีคุณภาพช่วยป้องกันความร้อนและรังสียูวีได้จริง

2. ใช้ผ้าคลุมรถยนต์คุณภาพดี
การใช้ผ้าคลุมรถยนต์ที่มีคุณภาพดี สำหรับรถจอดตากแดดทุกวัน ก็ช่วยป้องกันแสงแดดได้อีกทางหนึ่ง เพราะผ้าคลุมรถมีการเคลือบสารสะท้อนแสงมาในผ้าคลุมแล้วนั่นเอง จึงช่วยป้องกันรถทั้งภายนอกภายในจากแสงแดดได้อย่างดี และยังสามารถกันรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้ด้วย

3. เคลือบสีรถยนต์ก็ช่วยได้
การเคลือบสีรถ สำหรับรถยนต์ที่จอดตากแดดทุกวัน จะช่วยปกป้องรังสียูวีจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง และช่วยให้สีของรถไม่ซีดจางเร็วด้วย แต่อาจจะต้องมีการลงแว็กซ์เป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถปกป้องสีจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

___________________________________________

ผลเสียของการจอดรถตากแดดที่คุณก็ป้องกันได้

หลายคนที่ประสบปัญหากับการที่รถยนต์จอดตากแดดทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะทำให้มีผลเสียหลายอย่างตามมา ไม่ว่าจะเป็น สีรถยนต์หมองไม่เงางาม ยางรถยนต์เสื่อมสภาพก่อนเวลา ฟิล์มกรองแสงอายุสั้นลง วัสดุภายในห้องโดยสารเสื่อมเร็ว เครื่องยนต์และอะไหล่มีอายุการใช้งานสั้นลง แต่ก็มีวิธีที่ช่วยป้องกันการที่คุณต้องให้รถจอดตากแดดทุกวันได้ เช่น การใช้ม่านบังแดด การใช้ผ้าคลุมรถ วิธีต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยปกป้องรถยนต์ที่มีความจำเป็นต้องจอดกลางแจ้งและเจอกับแสงแดดเป็นเวลานานได้ การใช้รถต้องมีการดูแล และตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถยนต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นด้วย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก V GROUP HONDA


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ที่อยู่

Bangkok
10140

เบอร์โทรศัพท์

+66849298214

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ขายเช่า บ้านมือสอง คอนโด ที่ดิน Pirin Propertyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์