18/04/2019
ทำไมการได้แชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ของไทเกอร์ วูดส์ จึงเป็นข่าวใหญ่ของโลก?
คำตอบคือ นี่ไม่ใช่แค่การได้แชมป์ธรรมดา แต่มันเป็นชัยชนะของชายที่ผ่านความเจ็บปวดมาแล้วยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ
คนที่เคยล้ม ชีวิตเกือบพังพินาศมาก่อน ถ้าเขาลุกขึ้นสู้จนกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง นั่นล่ะ คือความมหัศจรรย์
-------------------------------------
ในวงการกอล์ฟจะมี 4 รายการศักดิ์สิทธิ์ ที่เราจะเรียกมันว่า รายการ "เมเจอร์"
4 เมเจอร์ ประกอบไปด้วย
- เดอะ มาสเตอร์ส
- ยูเอส โอเพ่น
- บริติช โอเพ่น
- พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ
คุณจะบอกว่าตัวเองเป็นนักกอล์ฟระดับโลกไม่ได้เลย ถ้าชีวิตนี้ยังไม่เคยคว้าแชมป์เมเจอร์มาครองได้
ตัวอย่างเช่น ลุค โดนัลด์ หรือ ลี เวสต์วู้ด ชื่อเหล่านี้เคยเป็นมือ 1 ของโลกทั้งนั้น แต่ในเมื่อพวกเขายังไม่เคยได้แชมป์เมเจอร์ คนก็จะมองว่ายังก้าวไปไม่ถึงระดับตำนาน
นักกอล์ฟที่ได้แชมป์เมเจอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ คือแจ๊ค นิคลอส ทำได้ 18 เมเจอร์ ซึ่งลองคิดดูสำหรับคนทั่วไป ขนาดเมเจอร์เดียวยังยาก แล้วนิคลอส ทำได้ตั้ง 18 หน
ด้วยสถิติสุดยอดแบบนี้ ทำให้ผู้คนต่างยกย่อง ให้เขาเป็นนักกอล์ฟอันดับ 1 ตลอดกาลของโลกใบนี้
แชมป์เมเจอร์รายการสุดท้าย รายการที่ 18 ที่นิคลอสทำได้ คือเดอะ มาสเตอร์ส ปี 1986 ตอนนั้นเขามีอายุ 46 ปี
ซึ่งนับจากวันนั้นมา คนในวงการกอล์ฟยังนึกไม่ออก ว่าจะมีใครมาเทียบเคียงบารมีของแจ๊ค นิคลอสได้
จนอีก 11 ปีต่อมา มีชายคนหนึ่ง ก้าวขึ้นมา ทำให้บัลลังก์ของนิคลอส สั่นสะเทือน
เขาคนนั้นคือ ไทเกอร์ วูดส์
-------------------------------------
วูดส์ คือดาวรุ่งอัจฉริยะของวงการกอล์ฟ ในวัย 19 สมัยที่เขายังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขากวาดแชมป์ระดับสมัครเล่นมาครบทุกรายการ และในที่สุดหลังเรียนไปได้ 2 ปี ไทเกอร์ลาออกจากสแตนฟอร์ด เพื่อมุ่งหน้ามาเป็นนักกีฬาอาชีพเต็มตัว
ไม่กี่เดือนหลังเทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ไทเกอร์ คว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกได้สำเร็จ ในศึกเดอะ มาสเตอร์ส ปี 1997 ณ ตอนนั้นเขาอายุ 21 ปีเท่านั้น
แชมป์เมเจอร์ที่ใครๆปรารถนามาทั้งชีวิต แต่ไทเกอร์ ทำมันได้ตั้งแต่ปีแรกที่ลงแข่งขัน
เขาเป็นแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ที่อายุน้อยที่สุดและก้าวขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลกในเดือนมิถุนายนปี 1997
สิ่งที่ทำให้ไทเกอร์ไม่เหมือนใครคือพรสวรรค์ระดับเทพ เขามีครบเครื่องทุกอย่างในตัวเอง การไดรฟ์ การพัตต์ การชิพ เขาแข็งแกร่งไปหมดแทบไม่มีจุดอ่อน
ไทเกอร์ทำให้คนดูกอล์ฟรู้สึกสนุกกว่าเดิม เขามีช็อตมหัศจรรย์ให้คนได้ทึ่งเสมอ สไตล์การเล่นที่กล้าได้กล้าเสีย มันฉีกความรู้สึกจากเดิม ที่คนเคยคิดว่า กอล์ฟคือกีฬาของคนแก่ ไทเกอร์เข้ามาปฏิวัติให้คนรู้ว่า มันไม่ใช่แบบนั้นเลย
สถิติของแต่ละสนามเคยถูกบันทึกไว้ต่ำสุดเท่าไหร่ ไทเกอร์พร้อมจะทำลายตัวเลขให้ราบคาบ
รายการไหนมีไทเกอร์ร่วมลงแข่งด้วย คนจะเข้ามาดูในสนามอย่างล้นหลาม ขณะที่การถ่ายทอดสด ก็เฟื่องฟูสุดขีด เรตติ้งรายการกอล์ฟสูงเป็นประวัติการณ์
ชื่อเสียงของไทเกอร์ โด่งดังขนาดว่า ต่อให้คุณไม่เคยเล่นกอล์ฟสักครั้ง คุณก็ยังต้องรู้จักชื่อเขาอยู่ดี
ความเก่ง บวกกับบุคลิกที่สมาร์ท ดูแข็งแรงปราดเปรียว ก็เป็นส่วนช่วยทำให้คนชื่นชอบไทเกอร์มากขึ้น เขาไม่เหมือนนักกอล์ฟแบบดั้งเดิมทั่วไป
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ไทเกอร์ ได้รับความนิยมขนาดนี้ คือเขาเป็นเหมือนตัวแทนของคนทุกเชื้อชาติ
ในอดีตกอล์ฟ คือกีฬาของผู้ชายผิวขาว มีคนเชื้อชาติอื่นน้อยมากที่ก้าวขึ้นมาเป็นระดับท็อปได้
แต่สำหรับไทเกอร์ เขามีส่วนผสมหลากหลายในตัว เรียกกันว่า คาบลิเนเชี่ยน (Cablinasian) คุณพ่อเอิร์ลเป็นคนแอฟริกันอเมริกัน แต่คุณย่ามีเชื้อสายอเมริกันพื้นเมือง อินเดียนแดง
คุณแม่กุลธิดาเป็นคนไทย แต่มีส่วนผสมทั้งไทย จีน และ ดัตช์
เท่ากับว่าไทเกอร์ มีสายเลือดของคนดำ คนขาว คนจีน คนอินเดียนแดง และคนไทย ในตัวคนเดียว
ในวงการกอล์ฟในยุคนั้นที่เต็มไปด้วยคนผิวขาว การก้าวขึ้นมาของไทเกอร์เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง เขาทำให้คนได้เห็นว่า คนทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ สามารถเล่นกีฬาได้ทุกประเภท ถ้าหากตั้งใจจริง ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง
ไทเกอร์ยึดครองวงการกอล์ฟ ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา ในสนามกอล์ฟเขาแกร่งจนไร้คู่ต่อกร เช่นเดียวกับนอกสนาม เขามีสินค้ามาสนับสนุนนับไม่ถ้วน จนกลายเป็นนักกีฬาที่รวยที่สุดในโลก
ในรอบ 10 ปี ที่เทิร์นโปร ไทเกอร์ มีความสม่ำเสมอมาก เขาได้แชมป์มาตลอด ไม่เคยมีปีไหนที่แผ่วนานๆ และคว้าแชมป์รายการเมเจอร์มาเรื่อยๆ อย่างสนุกสนาน
จนถึงปี 2008 ไทเกอร์ ได้แชมป์เมเจอร์ไปแล้ว 14 รายการ ด้วยวัยแค่ 32 ปีเท่านั้น
ถึงตรงนี้ สถิติแชมป์ 18 เมเจอร์ของแจ๊ค นิคลอส ทุกคนมั่นใจว่า โดนไทเกอร์ ทำลายแน่ๆ คือวงการกอล์ฟคุณสามารถเล่นได้ในระดับท็อปจนถึงอายุ 50 แต่นี่ไทเกอร์ อายุแค่ 32 แต่ทำเมเจอร์ไปแล้ว 14 รายการ สถิตินี้มันบ้าชัดๆ
ซึ่งทันทีที่ไทเกอร์ ทำเมเจอร์ได้แซงนิคลอสเมื่อไหร่ เขาก็จะกลายเป็นนักกอล์ฟเบอร์ 1 ของโลกตลอดกาล แบบไร้ข้อโต้แย้งทันที
------------------------------------------
แต่ชีวิตของคนเรามีขึ้นมีลง สำหรับไทเกอร์ เมื่อเขาขึ้นสูงสุดไปแล้ว ก็ถึงคราวที่ต้องร่วงลงมา
25 พฤศจิกายน 2009 นิตยสารเนชั่นแนล เอ็นไควเรอร์ แฉไทเกอร์ วูดส์ ว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับนักข่าวสาว ราเชล อูชิเทล
ไทเกอร์ ณ เวลานั้นแต่งงานแล้ว กับเอลิน นอร์เดเกร็น นางแบบสาวสวยชาวสวีเดน ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน
โดยตอนแรกที่มีข่าวกับราเชลออกมา เอลินยังพอให้อภัยได้ แต่พอทุกสื่อทั่วประเทศรวมกันขุดคุ้ยไทเกอร์ พบว่าเขาแอบมีเซ็กส์กับผู้หญิงมากถึง 120 คน ระหว่างช่วงที่แต่งงานกับเอลิน
ในขณะที่เอลินกำลังเลี้ยงลูก แต่ไทเกอร์ไปแอบมั่วผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า จนสื่อมวลชนประณามว่าเป็น Serial Cheater หรือนักนอกใจต่อเนื่อง (เล่นคำกับ Serial Killer ฆาตกรต่อเนื่อง)
เอลินขอหย่ากับไทเกอร์ เรื่องนี้ไม่ต้องถึงศาลเพราะไทเกอร์แพ้แน่ๆ เขายอมหย่าแต่โดยดี และเสียเงินสินสมรสให้ 100 ล้านดอลลาร์แก่เอลิน ชีวิตคู่ของไทเกอร์พังทลายเรียบร้อย
ไทเกอร์สารภาพว่าเขาเป็นโรคเสพติดเซ็กส์ คือไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ จนต้องหยุดแข่งขันกอล์ฟ เพื่อเข้ารับการบำบัดอย่างจริงจัง
ขณะที่สปอนเซอร์หลายตัวก็ถอนการสนับสนุน เพราะภาพลักษณ์ของไทเกอร์ขณะนั้นป่นปี้ไปหมดแล้ว
--------------------------------------
ไทเกอร์เข้ารับการบำบัดโรคติดเซ็กซ์ และจากนั้นมาเขาก็ไม่เคยมีข่าวเรื่องการมั่วผู้หญิงอีกเลย คือไทเกอร์ก็รู้ว่าสิ่งที่ทำไปครั้งนั้นเป็นเรื่องเลวร้าย เขาเองก็ต้องการปรับปรุงตัว
สภาพจิตใจของไทเกอร์ค่อยๆดีขึ้น ในสนามกอล์ฟเขากลับมามีฟอร์มใช้ได้ ในปี 2013 เขากลับขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ ขณะที่รายการเมเจอร์ ก็เฉียดไปเฉียดมา ได้ที่ 3 บ้าง ที่ 4 บ้าง อยู่แค่เวลาเท่านั้น ว่าเมื่อไหร่เขาจะทำได้
อย่างไรก็ตามปัญหาตามมาอีกเรื่องคืออาการบาดเจ็บ ที่มันโจมตีไทเกอร์อย่างรุนแรง ระลอกแล้ว ระลอกเล่า
1 เมษายน 2014 ไทเกอร์ผ่าตัดแผ่นหลัง ต้องพักยาว 15 เดือน
15 ตุลาคม 2015 ไทเกอร์พักยาวไปปีกว่า แต่สภาพร่างกายไม่ดีขึ้นแม้แต่นิด เขาประกาศไม่ลงแข่งขันกอล์ฟ แบบไม่มีกำหนด
ร่างกายของไทเกอร์นั้นเจ็บปวดมาก คือเขายังจำวงสวิงทั้งหมดในหัวได้ แต่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนที่ อย่างที่ตัวเองต้องการได้เลย
"ผมนั่งตรงๆยังไม่ได้ แค่เดินไปจากจุดเอถึงจุดบีในบ้านยังทำไม่ได้เลย"
ไทเกอร์ผ่าตัดอีก 2 ครั้ง และพยายามกลับมาลงแข่งให้ได้ในช่วงต้นปี 2017 รวมๆแล้วเขาหายไปปีกว่า
กุมภาพันธ์ 2017 ยังไม่ทันจะได้ลงแข่ง เขาก็มาได้รับบาดเจ็บอีกที่เอ็นร้อยหวาย
พอหายเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย อาการเจ็บที่แผ่นหลังก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ ไทเกอร์เลิกหวังไปแล้วว่า จะกลับมาเล่นกอล์ฟได้
"การกลับมาเล่นกอล์ฟได้ ไม่อยู่ในหัวผมเลย ผมแค่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะหายเจ็บเสียที ทำอย่างไร ผมจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง"
เมษายน 2017 ไทเกอร์ตัดสินใจเสี่ยงดวง เข้ารับการรักษาแผ่นหลังเป็นครั้งที่ 4 ด้วยวิธีการเชื่อมกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) ซึ่งไทเกอร์เชื่อว่า ถ้าหากครั้งนี้ยังไม่สำเร็จ เขาคงไม่มีหวังที่จะหายดีอีกต่อไป
การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่ไทเกอร์ต้องสู้กับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขาจะอาการดีขึ้นแต่ต้องอดทน
ด้วยความเจ็บปวด ทำให้ไทเกอร์ใช้ชีวิตด้วยการกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ ส่งผลให้ในเดือนพฤษภาคม 2017 เมื่อเขากินยาแก้ปวดหนักเกินไป ทำให้มีอาการง่วงซึม และไปนอนสลบคาพวงมาลัยรถยนต์ ที่ฟลอริด้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเห็นไทเกอร์ จึงพาไปโรงพักเพื่อตรวจอาการว่าเมาแล้วขับหรือไม่ ซึ่งสื่อมวลชนก็เล่นข่าวประเด็นนี้กันอย่างคึกโครมว่าไทเกอร์ Fu**ed up ทำชีวิตพัง กลายเป็นขี้เมาหยำเป
แต่สุดท้ายผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ไทเกอร์ไม่ได้ดื่มมาจริงๆ ผลการตรวจเลือดเผยว่า เขามียาบรรเทาอาการปวด ในร่างกาย ส่งผลให้เขาเบลอ มึนงง ไร้สติ
ชีวิตของไทเกอร์ ณ เวลานั้น จมดิ่งขีดสุด ผู้คนต่างคิดว่าเขาจบสิ้นแล้ว
ขณะที่อันดับโลก หล่นไปอยู่อันดับ 1199 ของโลก ร่วงไปเรื่อยๆแบบไม่หยุด
เช่นเดียวกับอายุของเขาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เขาผ่าตัดรอบที่ 4 ไทเกอร์อายุ 41 ปีแล้ว มันเลยมีคำถามว่าต่อให้หายเจ็บแผ่นหลังกลับมา สภาพร่างกายที่โรยรา ของคนอายุ 40 กว่า จะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว
--------------------------------------
สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของไทเกอร์เอาไว้ ให้กลับมาประสบความสำเร็จให้ได้ คือ ลูกทั้ง 2 คน แซม กับ ชาร์ลี
ในสมัยที่ไทเกอร์ได้แชมป์เมเจอร์ แซมยังเด็กมากๆ แค่ 1 ขวบ ส่วนชาร์ลี ยังไม่เกิด ดังนั้นทั้งคู่เลยได้แค่ดูความสำเร็จของพ่อตัวเองผ่านยูทูป
พลังจิตใจของเขามีเต็มเปี่ยม ตอนนี้เหลือแค่ร่างกายเท่านั้น ที่เขาหวังว่ามันจะโอเค
ผลจากการผ่าตัดครั้งที่ 4 ร่างกายของไทเกอร์ ดีขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ เขาสามารถเคลื่อนตัวได้ เดิน วิ่ง และตีกอล์ฟได้โดยไม่เจ็บอีกแล้ว
ปลายปี 2017 เขาสามารถกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบได้อีกครั้ง และประกาศจะลงแข่งขันในพีจีเอทัวร์ ฤดูกาล 2018
ไทเกอร์ เริ่มลงแข่งรายการฟาร์เมอร์ส อินชัวแรนซ์ โอเพ่น ในเดือนมกราคม 2018 และจบอันดับ 23 ร่วม ถือว่าไม่เลวสำหรับคนที่เพิ่งหาย
ตลอดปี 2018 เขาลงแข่งขันต่อเนื่อง และไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรแทรกซ้อนอีกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ไทเกอร์ สามารถเล่นกอล์ฟได้อย่างสนุกสนานเหมือนเดิมอีกครั้ง
เดือนกันยายน 2018 เขาคว้าแชมป์ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพที่แอตแลนต้าได้สำเร็จ เป็นแชมป์แรกในรอบ 5 ปีที่เขาทำได้ จากนั้น เข้าสู่ปี 2019 ไทเกอร์ยังรักษาฟอร์มที่ดีเอาไว้ได้ต่อเนื่อง จนมาถึงเดอะ มาสเตอร์ส เมเจอร์แรกของปี
เดอะ มาสเตอร์ส คือเมเจอร์ที่ไทเกอร์ได้แชมป์เป็นรายการแรก และเป็นเมเจอร์ที่เขาได้แชมป์บ่อยที่สุด คือ 4 ครั้ง
จุดเด่นของเดอะ มาสเตอร์ส คือเป็นเมเจอร์เดียวเท่านั้น ที่ไม่เคยเปลี่ยนสนามแข่งเลย ไม่ว่าจะกี่ปี ก็จะแข่งที่สนามออกัสต้าเสมอ ดังนั้น สำหรับไทเกอร์ที่รู้จักทุกหลุมของสนามแห่งนี้เป็นอย่างดี ถ้าหากอยากจะเป็นแชมป์เมเจอร์ให้ได้อีกรอบ เดอะ มาสเตอร์ส คือโอกาสดีที่สุดของเขา
และในที่สุดความพยายามของไทเกอร์ก็สำเร็จจนได้
ใน 3 วันแรก ไทเกอร์ค่อยๆเก็บสกอร์ไล่ตามหลังผู้นำฟรานเชสโก้ โมลินารี่ ประคองเอาไว้ไม่ให้โดนทิ้งขาด
จากนั้นวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันที่นักกอล์ฟหลายคนจะเสียสมาธิ ไทเกอร์ประคองอีเว่นพาร์เอาไว้ ใน 10 หลุมแรก ก่อนที่ช่วงท้ายจะเร่งเครื่องกดเบอร์ดี้ในหลุม 13,15 และ 16 ขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยว
ในขณะที่คนอื่นมีข้อผิดพลาด แต่กับไทเกอร์ ด้วยประสบการณ์และความกระหายในการอยากชนะ ทำให้เขาเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนสุดท้ายจะคว้าแชมป์ไปครอง
แชมป์รายการนี้ คือเมเจอร์ 15 ที่ไทเกอร์ทำได้ หลังจากเว้นหายไป 11 ปี
มันเป็นการรอคอยที่ยาวนานจริงๆ
ก่อนหน้านี้ใครๆก็บอกว่า โอกาสที่ไทเกอร์จะไล่แจ๊ค นิคลอส มันจบแล้ว เกมโอเวอร์แล้ว แต่ไทเกอร์ไม่ยอมแพ้ เขากลับมาได้ และไล่บี้สถิติของนิคลอส เหลือห่างกันแค่ 3 เมเจอร์เท่านั้น
แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าการทำสถิติเพิ่ม ชัยชนะของไทเกอร์ มันทำให้ผู้คนรู้สึกมหัศจรรย์ไปด้วย
เพราะมันคือบทพิสูจน์ว่าคนเรา ต่อให้มีช่วงตกต่ำแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ยอมแพ้ ก็ยังมีโอกาสกลับมายิ่งใหญ่ได้ ล้มได้ก็ลุกได้
วันนี้เจ็บปวด หรือผิดหวังแค่ไหน ขอแค่อดทนเอาไว้
ข่มตาหลับให้ผ่านคืนนี้ไป เดี๋ยววันใหม่ก็มาถึง