Condo Dliving ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Condo Dliving, อสังหาริมทรัพย์, Bangkok.

https://www.facebook.com/share/p/1Ai5sgefNS/
15/11/2025

https://www.facebook.com/share/p/1Ai5sgefNS/

3 เดือน หายวับ 3 ล้าน สื่อจีนเผย ‘แพตเทิร์นล้มละลาย’ ของชนชั้นกลางในเมืองเล็ก
วันที่ร้านขนมเปิดตัว หน้าร้านเต็มไปด้วยลูกโป่ง เสียงเพลงคลอเบาๆ เจ้าของร้านยิ้มหน้าบาน ..แต่แค่ 3 เดือนหลังจากนั้น ร้านก็ปิดเงียบ ชั้นวางของว่างเปล่า ป้าย "เซ้ง" ถูกแปะทับป้ายชื่อร้านที่ยังไม่ทันได้รื้อออก
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่กำลังเกิดขึ้นซ้ำๆ ในเมืองเล็กๆ ทั่วจีน ในเมืองเล็ก การเริ่มต้นธุรกิจ 3 อย่างที่อาจ "เหยียบกับระเบิด" ได้ง่ายที่สุดคือ ร้านชานม ร้านกาแฟ และร้านขนมแฟรนไชส์
และตอนนี้ "ร้านขนม" ได้ครองอันดับหนึ่งของ 3 ร้านข้างต้นไปแล้ว เพราะหลังเงินจ่ายออกไป ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด สุดท้ายยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเงินคืนทุน พาอ่านบทวิเคราะห์ว่าทำไมธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดู "เวิร์กสุดๆ" ถึงกลายเป็น "กับดักนรก" ของชนชั้นกลางในเมืองเล็ก
◼️ จากฝันสวยหรู สู่บัญชีติดลบ
แฟรนไชส์ขนมบูมเร็วมาก แค่ค้นหาในโซเชียล ก็เจอแต่โฆษณา "รายได้เดือนละหมื่นสบายๆ" "3 เดือนคืนทุน" บริษัทแฟรนไชส์จะบอกคุณว่านี่คือ "ธุรกิจติดลมบน" ไม่ต้องมีประสบการณ์ ไม่ต้องกังวล สำนักงานใหญ่ (HQ) ช่วยทุกอย่าง แค่จ่ายเงินก็ได้เป็นเถ้าแก่ ฟังดูดีจนแทบไม่มีความเสี่ยง แต่ความ "ง่าย" นี้แหละที่ทำให้หลายคนตัดสินใจพลาด
กลุ่มคนที่โดนคำพูดเหล่านี้ตกง่ายที่สุด คือ "ชนชั้นกลางในเมืองเล็ก" พวกเขามีเงินเก็บอยู่บ้าง อยากทำอะไรสักอย่าง แต่หาช่องทางลงทุนไม่เจอ เล่นหุ้นก็ไม่เป็น อสังหาฯ ก็แพงเกินไป การเปิดร้านดูมั่นคงและมีหน้ามีตากว่า
แต่พวกเขาลืมไปว่าความสัมพันธ์ระหว่าง HQ กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ ไม่ใช่การ "Win-Win" เป้าหมายของ HQ คือการขยายสาขาให้เร็วที่สุด เพื่อปั่นตัวเลขประเมินมูลค่าบริษัทไว้ดึงดูดนักลงทุน ส่วนร้านสาขาจะรอดหรือไม่รอดเป็นเรื่องรอง ตราบใดที่ยังมีคนใหม่มาจ่ายเงินเปิดร้าน HQ ก็ชนะแล้ว คนซื้อแฟรนไชส์อยู่ในสถานะที่เสียเปรียบด้านข้อมูลตั้งแต่แรก เช่น
▶️HQ ช่วยเลือกทำเล > จริงๆ คือผลักดันให้ไปเช่าที่แพงๆ
▶️HQ ส่งของให้ > จริงๆ คือบังคับสั่งของล็อตใหญ่ในราคาสูง
▶️HQ คุ้มครองพื้นที่ขาย > จริงๆ คือคุณเพิ่งแต่งร้านเสร็จ อีกสองแยกถัดไปก็มีร้านแบรนด์เดียวกันมาเปิดแล้ว
นักลงทุนคิดว่ากำลังซื้อ "แบรนด์" แต่ความจริงคือ กำลังถูกแบรนด์ขาย "ความฝัน" ให้ต่างหาก
3 เดือนเผา 7 แสนหยวน จากเถ้าแก่กลายเป็นหนี้ท่วมหัว
ค่าแฟรนไชส์แค่ 3-5 หมื่นหยวนอาจฟังดูไม่เยอะ แต่นั่นแค่เริ่มต้น ไหนจะค่าแต่งร้าน อุปกรณ์ ค่าเช่า ค่าการตลาด และที่หนักสุดคือค่าลงของล็อตแรกที่ต้องจมเงินหลายแสนหยวน
หลายคนประเมินไว้ว่าเต็มที่ 4-5 แสนหยวน สุดท้ายบานปลายไปถึง 7 แสนหยวน (ประมาณ 3.15 ล้านบาท) ถึงรู้ตัวก็ลงจากหลังเสือไม่ได้แล้ว
ที่แย่กว่าคือคำโฆษณา "3 เดือนคืนทุน" ที่โกหกทั้งเพ ความจริงคือยอดขายรายวันยังไม่พอจ่ายค่าเช่ากับค่าจ้างพนักงานเลย
กระแสช่วงเปิดร้านอยู่ได้ไม่กี่วันก็แผ่ว ลูกค้าในเมืองเล็กมีจำกัด พอมีร้านแบบเดียวกันมาเปิด 2-3 ร้าน ลูกค้าก็กระจายไปหมด ซ้ำร้าย HQ ยังอนุมัติให้เปิดแบรนด์เดียวกันในตำบลเล็กๆ หลายร้าน แค่แข่งกันเองก็จะตายแล้ว
ปัญหาที่หนักข้อคือ " #สงครามราคา" พอ HQ จัดโปรโมชั่น ร้านสาขาต้องเข้าร่วม แต่ของที่สั่งมาเป็นราคาเต็ม... ยิ่งขายยิ่งขาดทุน บางร้านยอดขายจากวันละหลายพัน ตกเหลือวันละไม่กี่ร้อยหยวน กำไรหายหมด จนค่าจ้างพนักงานกลายเป็นภาระ ไม่นานสายป่านก็ขาดผึง
การปิดร้านยังไม่ใช่จุดจบ อุปกรณ์ขายต่อก็โดนกดราคา สัญญาเช่าก็ยังไม่หมด สต็อกของเน่าคาโกดัง แต่หนี้สินยังต้องจ่ายคืน จากที่หวังจะยกระดับชีวิต กลับกลายเป็นลากคนทั้งบ้านลงเหว
◼️ วงจรที่ไม่ยุติธรรม
ในเกมนี้ คนที่ "นอนมา" มีแค่แบรนด์ที่แฟรนไชส์เท่านั้น พวกเขาได้กำไรจากค่าธรรมเนียม ค่าตกแต่งร้าน และส่วนต่างราคาของไปนานแล้ว
ที่น่ากลัวคือโมเดลนี้กำลังถูกปั้นให้เป็น "ต้นแบบความสำเร็จ" แล้วยิงโฆษณาซ้ำๆ ให้คนชนชั้นกลางที่กำลังกังวลกับอนาคตและอยากมีธุรกิจฟัง ความจริงคือร้านที่ดูบูมๆ ส่วนน้อยมากที่จะกำไรระยะยาว ส่วนใหญ่แค่ไม่กี่เดือนก็เจ๊งแล้ว
การฟ้องร้องก็ยาก สัญญาซับซ้อน พอรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็ทำได้แค่โพสต์เตือนคนอื่น แต่ในขณะที่พวกเขากำลังโพสต์อยู่นั้น ก็มีคนใหม่กำลังจ่ายเงินเซ็นสัญญา เตรียมเปิดร้านอยู่ทุกวัน วงจรนี้ไม่เคยหยุด
ธุรกิจแฟรนไชส์ขนมไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่มันไม่ใช่ "ธุรกิจนอนกิน" มันต้องแม่นเรื่องทำเล คุมต้นทุนเก่ง และมีลูกค้าประจำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ในเมืองเล็กขาดแคลน
ที่ร้านขนมกลายเป็น "กับดักล้มละลาย" ไม่ใช่เพราะขนมขายไม่ได้ แต่เพราะเกมนี้มัน "ไม่ยุติธรรม" ตั้งแต่เริ่ม แบรนด์ฟันกำไรเร็ว ส่วนคนซื้อแฟรนไชส์รับภาระขาดทุนเรื้อรัง
สำหรับชนชั้นกลางในเมืองเล็ก การรักษาเงินที่มีให้ดีอาจสำคัญกว่าการ "ฝันถึงเงินในอนาคต" ธุรกิจที่มั่นคงจริงๆ ไม่เคยโฆษณาว่า "3 เดือนคืนทุน" อย่าเอาอนาคตของครอบครัวไปแลกกับ "ตำนานคืนทุน" ที่สุดท้ายได้มาแต่หนี้สิน
📧 ติดต่อเรา Email: [email protected]
#ล้มละลาย #กับดักหนี้ #ร้านขนม See less

https://www.facebook.com/photo?fbid=1301639951524338&set=a.811136580574680  ช่างน่าทำยิ่งนักถ้าไม่ผิดกฎหมาย
11/07/2025

https://www.facebook.com/photo?fbid=1301639951524338&set=a.811136580574680 ช่างน่าทำยิ่งนักถ้าไม่ผิดกฎหมาย

BIZ: ชาวอังกฤษขาย 'คฤหาสน์' ไม่ได้
เลยขาย 'สลากชิงโชคคฤหาสน์'
ใบละ 90 บาท คนแห่ลุ้นโชคเพียบ
ผลสุดท้ายได้เงินตามแผน
ไม่นานมานี้ หลายคนอาจได้เห็นโพสต์ไวรัลว่า 'ชายอเมริกัน นามว่า ดันแคน ลอว์ หัวใส ขายบ้านราคา 1 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้ เลยขาย 'สลากชิงโชคบ้าน ในราคา 1 ดอลลาร์ แทน’ ทำให้เขาได้เงินมา 2 ล้านดอลลาร์ นับเป็น 2 เท่าของมูลค่าบ้านในที่สุด
แน่นอน เรื่องนี้ฟังดูเพี้ยนในแบบที่ยุคนี้คนอาจสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงไหม รูปประกอบคือ AI หรือเปล่า? และการสืบค้นก็ทำให้เราพบว่า นี่เป็นเรื่องที่น่าจะมีต้นกำเนิดจาก Reddit ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง
แต่ประเด็นคือ เรื่องนี้ 'มีเค้าโครงจากเรื่องจริง' เพราะเรื่องจริงคือคนที่ทำอะไรคล้ายแบบนี้คือชาวอังกฤษชื่อ 'ดันแสตน โลว์' และเรื่องมันเกิดเมื่อปี 2017 ไม่ใช่ปัจจุบัน โดยหากนำ 'รูปประกอบ' ไปค้นข่าวตอนนั้นก็จะเห็นว่ามันเป็นรูปจริงของงานดันแสตน โลว์ นั่นเอง
เรื่องราวนี้เกิดในอังกฤษปี 2017 ชายชื่อดันแสตน โลว์ นักธุรกิจอังกฤษ ไปกู้เงินซื้อคฤหาสน์จากปลายศตวรรษที่ 18 ขนาด 6 ห้องนอนมาหลังหนึ่ง หลังจากเขารีโนเวตแล้วก็อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสองคน และสุนัขอีกหนึ่งตัว แต่สุดท้ายธุรกิจเขามีปัญหา จนไม่มีเงินผ่อนบ้าน เลยทำให้เขาตัดสินใจประกาศขายคฤหาสน์ ปรากฏว่าขายไม่ออก เพราะมันใหญ่เกินไป (คนปกติที่ไหนจะซื้อคฤหาสน์ขนาด 6 ห้องนอน) แม้ว่าเขาจะลดราคาลงมา 30-40 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังขายไม่ออก กระทั่งเขายอมตั้งราคาครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 500,000 ปอนด์ หรือราว 22 ล้านบาท
จากนั้นเขาก็เกิดหัวใส นึกไอเดียการขายออก คือไม่ขายคฤหาสน์แล้ว แต่มาขาย 'สลากชิงโชคคฤหาสน์' ในราคา 2 ปอนด์ (ประมาณ 90 บาท) ให้ใครก็ตามที่ซื้อมีโอกาสได้รับการจับสลาก และจะมีคนหนึ่งที่ได้คฤหาสน์มูลค่ากว่า 26 ล้านบาท ในราคาเพียงราว 90 บาท (หรือจะมากกว่านั้นก็ได้ เพราะเขาไม่จำกัดว่าคนหนึ่งซื้อสลากได้กี่ใบ) เพียงแต่ใครจะได้มันไปก็แล้วแต่ดวง
ไม่มีสื่อเจ้าไหนรายงานว่าเรื่องนี้จบลงอย่างไร แต่สื่อที่รายงานท้ายสุดคือ The Guardian รายงานเมื่อเดือนเมษายน 2017 ว่าตอนนั้นสลากขายได้ถึง 340,000 ใบ ก่อนกำหนดวันจับสลากช่วงเดือนสิงหาคมในปีนั้น หรือ ณ ตอนนั้นนายโลว์ได้เงินมา 30 ล้านบาท ในมือแล้ว แม้ไม่ได้มากเท่าราคาที่ตั้งไว้ตอนแรกสุด แต่ก็มากกว่าราคาที่ยอมลดลงมาแล้ว
ดังนั้นก็นับว่านี่เป็น 'แคมเปญ' ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแน่ๆ
น่าสนใจว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีใครหัวใสพยายามทำอะไรแบบเดียวกันกับ 'บ้านที่ขายไ่ม่ออก' อีก จนคนลืมเรื่องนี้ไป และในที่สุดเรื่องราวนี้ก็ถูกนำมารีเมกแบบเปลี่ยนสัญชาติและชื่อตัวละคร ดังที่เล่ามาข้างต้น
ใดๆ ก็ตาม ถ้าหากใครขายบ้านไม่ได้ และอยากจะทำตามนายดันแสตน โลว์ ก็อยากให้เช็กพวก 'กฎหมายการพนัน' ในประเทศให้ดีๆ เพราะการกระทำนี้มันสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าเกณฑ์การพนัน และส่วนหนึ่งที่นายโลว์ทำได้ก็เพราะเขาอยู่ในประเทศที่เปิดกว้างกับการเดิมพันอย่างอังกฤษด้วย


11/05/2025

ดูไว้เผื่อมีอะไรไปใช้กัันนะคับ

ความสวยเก็บไว้ภายใน รอให้ค้นหา
05/09/2024

ความสวยเก็บไว้ภายใน รอให้ค้นหา

ทำนาอย่างมีศิลปะ
26/08/2024

ทำนาอย่างมีศิลปะ

🚨 สรรค์หาใบจองห้องดีๆ ราคาขายเท่าทุนไม่บวกมาเสนอโครงการ Chapter One Spark Charan (เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) คอนโด High-Ri...
16/08/2024

🚨 สรรค์หาใบจองห้องดีๆ ราคาขายเท่าทุนไม่บวกมาเสนอ
โครงการ Chapter One Spark Charan (เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) คอนโด High-Rise สูง 26 ชั้น
ใบจองห้องชั้น 8 วิว สวนเปิดโล่ง 1 Bed ขนาด 26.50 ตารางเมตร ห่าง MRT บางพลัด 150 เมตร ได้ราคาพิเศษพร้อมส่วดลดราคารอบ Pre Sale =2.15mb
สร้างเสร็จ ต้นปี 2569
ฟรี เฟอร์นิเจอร์ครบ Digital door lock, บิ้วอินเคาน์เตอร์ครัว เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน, ชุดสุขภัณฑ์ห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศมาตรฐานโครงการ 2 ตัว
สนใจติดต่อสอบถาม ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
K.ken
Tel : 088-1424635
Line id : tuijiro-pan

ที่อยู่

Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

+66881424635

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Condo Dlivingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์