07/05/2019
ท่านทั้งหลายล้วนเคารพนับถือเทวดา ตามหลักความเชื่อของตน ๆ ด้วยศรัทธาเสมอมา จึงเป็นข้อเตือนจิตสะกิดใจ ให้ทุกท่านตั้งคำถามต่อตนเองว่า ท่านบูชาเทวดาด้วยเหตุใด และบูชาอย่างไร
หากท่านบูชาเทวดาด้วยความโลภ ด้วยความติดข้องต้องการ ด้วยการอ้อนวอนร้องขออย่างไม่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว การบูชาเช่นนั้นก็มิใช่การบูชาที่แท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนา
หากท่านทั้งหลายบูชาเทวดาด้วยการระลึกถึง ‘คุณธรรมของเทวดา’ คือ ‘หิริ’ ความละอาย และ ‘โอตัปปะ’ ความเกรงกลัวต่อบาป อันจัดเป็นเทวธรรม พร้อมด้วยระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา แล้วน้อมนำคุณธรรมนั้นๆ มาเป็นครรลองของการประพฤติปฏิบัติตน ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้กระทำ ‘ปฏิบัติบูชา’ อย่างน่าสรรเสริญ
หากท่านทั้งหลาย เอาใจใส่ศึกษาใคร่ครวญถึงคุณธรรมของเทวดาของท่าน ว่าแต่ละองค์ ๆ สั่งสมคุณงามความดี จนสามารถนำพาตนไปสู่สถานะของเทวดาได้อย่างไร และท่านในฐานะเป็นศิษย์ผู้ได้ ‘มนุษยสมบัติ’ อยู่แล้วในบัดนี้ จะเพิ่มพูนคุณงามความดีในตน เพื่อให้เข้าถึง ‘สวรรคสมบัติ’ ตามแบบอย่างอาจารย์ของท่าน ไปจนถึงสมบัติอันสูงส่งยิ่งกว่าความเป็นเทวดา คือ ‘นิพพานสมบัติ’ ได้อย่างไร
ท่านย่อมได้ชื่อว่ากำลังตามระลึกถึงเทวดาตามหลักการในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องทุกประการ”
--- โอวาทธรรม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ครั้งเสด็จไปมูลนิธิเผยแผ่คุณธรรมเพื่อการสงเคราะห์ จีจินเกาะ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๑