Thailand Condo Investment

Thailand Condo Investment คัดสรรโครงการทำเลอนาคตเพื่อขาย และ

13/09/2023

ได้ “ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย” และ “ค่าอากรอากรแสตมป์” ที่จ่ายไปตอนขายคอนโดคืนแล้ว เกือบๆ 400,000 บาท ใครที่พึ่งขายบ้านเก่าและกำลังจะซื้อบ้านใหม่ หรือซื้อบ้านใหม่แล้วกำลังจะขายบ้านเก่า อย่าลืมเรื่องนี้นะครับ ไม่อยากให้เสียโอกาส! ถ้าซื้อ-ขายไปแล้วก็ทำเรื่องย้อนหลังได้นะ!!

ผมเคยแชร์ไปว่าถ้าขายบ้านเก่าที่มีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปี แล้วไปซื้อบ้านใหม่ภายใน 1 ปีเราสามารถขอภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย และค่าอากรอากรแสตมป์คืนได้ เรื่องนี้หลายคนไม่รู้
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมผมไปทำเรื่องที่สรรพากรมา เอกสารที่ต้องใช้คือ

• ต้นฉบับใบเสร็จรับเงินค่าภาษีเงินได้ ฉบับที่กรมที่ดินออกให้ สำหรับการขายบ้านหลังเดิม
• สำเนาคู่ฉบับสัญญาซื้อบ้านบ้านหลังเดิม
• สำเนาคู่ฉบับสัญญาซื้อขายบ้านหลังใหม่
• สำเนาทะเบียนบ้าน(หลังใหม่)ของผู้มีเงินได้ กรณีที่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังเดิมน้อยกว่า 1 ปี

ผมไปช้านิดนึงเพราะหาใบเสร็จรับเงินค่าภาษีไม่เจอ เลยต้องไปทำเรื่องขอคัดใบเสร็จที่กรมที่ดินห้วยขวางก่อน พอได้มาแล้วค่อยไปที่สรรมพากร เคสนี้เป็นการขอคืนภาษีที่ขาย The Monument Sanampao ไปเมื่อปี 2564 แล้วไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ซื้อ 28 Chidlom ครับ อายุความของเรื่องนี้คือ 3 ปีนะครับ ถ้าเกิน 3 ปีจะทำย้อนหลังไม่ได้ละ

พอได้ใบเสร็จผมก็ไปที่สรรมพากรที่ตึก Times Square ที่ชั้น 23 ฝ่ายขอคือภาษี แล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้หนังสือให้ไปรับเช็คละ รอดแล้ว รวมๆใช้เวลาประมาณ 1 เดือนนิดๆ

เดี๋ยวผมแปะโพสที่ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ให้ใน Comment อย่าลืมไปขอคืนกันนะครับ เสียดายเงินครับ เจ้าหน้าที่บอกหลายคนไม่รู้เรื่องนี้

05/12/2021

2 ปีที่เกิดวิกฤติโรคระบาด หลายธุรกิจต้องปรับตัวกันรายวัน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หลายคนกำลังมองหา“เทรนด์”ที่จะมาในปี 2565 เพื่อใช้เป็นไกด์ไลน์ ในการเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
จากการได้สัมผัสคลุกคลีอยู่ในวงการอสังหาฯ"จักรรัตน์ เรืองรัตนากร"กรรมการผู้จัดการ บริษัท รัตนากร แอสเซท จำกัด หนึ่งกูรูในแวดวงการอสังหาฯ ได้คาดการณ์แนวโน้ม 10 เทรนด์เกิดขึ้นในปี 2565 มาบอกเล่าให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเข้ามา มีผลต่อการดำเนินธุรกิจเริ่มจาก

1.แนวโน้มคนจะซื้อที่อยู่อาศัยน้อยลงหันมาเช่ามากขึ้นส่งผลให้ ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสี่ที่ไม่จำเป็นต้องมีเพราะสามารถเช่าได้
2.ขนาดของครอบครัวเล็กลงทำให้ความจำเป็นในการมีที่อยู่อาศัยน้อยลงจำเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องซื้อเพราะสามารถย้ายได้เรื่อยๆ
3.โควิดทำให้เกิดการทำงานของคนยุคใหม่สามารถทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลาตามต้องการกลายเป็นนิวนอร์มอลกับเน็กซ์นอร์มอล ทำให้โลกอนาคตไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย
4.อนาคตดิจิทัลแอสเสทจะเข้ามามีบทบาทกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นแตกต่างคนรุ่นก่อนนิยมซื้อบ้าน ซื้อรถ แต่ปัจจุบันทุกอย่างอยู่ในสมาร์ทโฟน
5.ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภาระหนี้ครัวเรือนสูงปัจจุบันมีสัดส่วนกว่า90% ทำให้ความสามารถในการถือครองทรัพย์สินน้อยแค่อุปโภคบริโภคหมดแล้ว
6.ความคิดในการสร้างครอบครัวน้อยลง ไม่ค่อยแต่งงานและนิยมมีลูกเหมือนคนสมัยก่อนทำให้ความจำเป็นในการมีบ้านน้อยลง
7.มรดกอย่างเดียวที่ให้ลูกได้คือการศึกษา
8 .มีรายได้แค่อุปโภคบริโภค ซื้อประสบการณ์ กินเที่ยวไม่ถือครองทรัพย์สิน
9 .ด้วยอัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้นทั้งโลกรวมทั้งประเทศไทยทำให้การถือครองทรัพยสินเป็นเรื่องยาก
10.ที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องมีแต่ไม่จำเป็นต้องซื้อ และทรัพย์สินไม่ได้มีไว้ครอบครองเพราะไม่สามารถครอบครองได้ หรือไม่ต้องการที่จะครอบครองเกิดแนวคิด แชริ่ง อีโคโนมี ทำให้เกิดโค-ลีฟวิ่ง สเปซ ,โค-เวิร์กกิง สเปซ, ไทม์ แชร์ริ่ง เป็นต้น
ทั้งหมดนี้คือเทรนด์อสังหาฯในปี 2565 ที่สามารถใช้เป็นแนวทางให้กับธุรกิจได้นำไปวางแผน ปรับแผนให้ธุรกิจสามารถรับมือกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากขึ้น
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

เป็นคอนโดที่มีส่วนกลางงดงามมาก
10/10/2021

เป็นคอนโดที่มีส่วนกลางงดงามมาก

Life Asoke Hype X แอบบอก-ออกแบบ (Living Review) .... ผมเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักบูทีคโฮเต็ลและอาจจะเคยไปพักมาบ้างแล้วนะครับ วั.....

20/04/2020

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในกลุ่มลูกค้าเช่าหลัง COVID-19
1. ปัจจุบันหาผู้เช่ายากเนื่องจากเครื่องบินไม่สามารถบินเข้าออกได้ ลูกค้าต่างชาติจะหาค่อนข้างยากมาก ทำให้เจ้าของห้องต้องลดราคาค่าเช่าลงแม้จะไม่ได้ yield ที่ต่ำมาก
2. ผู้เช่าเริ่มหาย้ายของไปห้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เนื่องจาก WFH ทำให้ทนอยู่ในห้องเล็กตลอดเวลา ส่วนกลางใช้ไม่ได้ก็เริ่มไม่สำคัญ เอเย่นต์บอกมาว่าลูกค้าหาห้อง 100 ตรม มีเยอะขึ้น แต่คอนโดใหม่ทำไปไม่คุ้ม คงอีกนานกว่าตลาดคอนโดใหม่จะกลับมา
3. หากผ่านไปจากนี้อีก 3-6 เดือนสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจมีห้องมือสองราคาลดกระหน่ำเพราะไม่สามารถผ่อนชำระได้ ตอนนี้น่าจะมีให้เห็นอยู่แล้วที่ขาดราคาต่ำจองมากมาย
4. ตอนนี้ Developer ลดราคาโครงการที่เหลือขายเพราะโครงการเสร็จแล้วค่อนข้างมาก เป็นจังหวะซื้อของใหม่
5. สัญญาณสำหรับการเก็งกำไรหมดไปนานแล้ว และอาจจะไม่กลับมาใหม่ใน2-3 ปีนี้ สำหรับการลงทุนต้องทำอย่างระมัดระวัง ใครได้ของถูกที่ถูกใจเป็นนาทีทองอีกอย่างนึง
สรุปจากที่อ่านๆและฟังๆมา ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโควิด

09/04/2020

แบงก์กรุงเทพ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท MLR ,MOR, MRR ลง 0.40% ช่วยลูกค้าผู้ประกอบการและปชช.ลดต้นทุนการเงินสู้โควิด-19 ห.....

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ชำระบ้าน บางธนาคารให้หยุดต้นได้แต่ดอกยังวิ่งนะจ๊ะ
02/03/2020

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ชำระบ้าน บางธนาคารให้หยุดต้นได้แต่ดอกยังวิ่งนะจ๊ะ

ถ้าใครผ่อนบ้านและคอนโดไม่ไหวจากผลกระทบไวรัส COVID-19 ลองอ่านตรงนี้ดู แต่ก่อนที่จะขอลดย่อนบางประเภทให้ทำความเข้าใจกับเงื่อนไขด้วยนะครับ

ช่วงนี้หลายๆคนมีผลกระทบกับการผ่อนบ้านและคอนโดเพราะผลกระทบจากไวรัส คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวอาจจะมีรายได้ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจรอบตัวทุกอย่างแย่ลงเยอะ คนที่ทำงานประจำหลายๆคนอาจจะถูกให้ออกจากงาน, ถูกปรับเงินเดือนลง หรือโบนัสลดลง ทำให้มีปัญหากับการผ่อนบ้าน

หลายๆธนาคารออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาตามตารางด้านล่างจาก home.co.th แต่ผมจะบอกว่ามาตรการเหล่านี้ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆนะครับและก่อนใช้ทำความเข้าใจกับเงื่อนไขดีๆ ผมเคยเข้าใจผิดมาแล้ว

อย่างตอนน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพผมเคยใช้มาตรการช่วยเหลือของ SCB ที่ไม่ต้องผ่อนค่างวดเลย 6 เดือน ตอนนั้นดีใจมากไม่ต้องผ่อน เอาเงินไปซ่อมบ้าน แต่ไม่ได้เข้าใจว่า”ดอกเบี้ยเราไม่หยุดเดินนะ มันวิ่งไปต่อเรื่อยๆ” หลังจากนั้นผมต้องต่อไปอีกประมาณอีก 6-7 เดือนที่เงินต้นผมไม่ลดเลย (คือจ่ายแต่ดอกเบี้ยที่ค้างไว้เนื่องจากไม่ได้ผ่อนมานาน) รวมแล้วเป็นเวลา 1 ปีเงินต้นผมไม่ลดซักบาท ดีใจได้ในระยะสั้นแต่เหนื่อยขึ้นเยอะในระยะยาว

ผมว่าถ้าไม่แย่จริงๆขอลดเงินผ่อนชำระค่างวดดีกว่า อย่างน้อยเรายังตัดเงินต้นได้บ้าง หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือขอลดดอกเบี้ยให้ได้เพราะดอกเบี้ยนี่น่ากลัวจริงๆครับ วิ่งทุกวัน

แต่ถ้าเดือดร้อนจริงๆผ่อนไม่ได้เลย ก็คุยกับธนาคารนะครับ ดีกว่าหยุดผ่อนไปเฉยๆ เสียเครดิตและอาจจะถูกยึดด้วย เอาใจช่วยทุกคนครับ

11/02/2020

สื่อส่วนมากเข้าใจว่าสินเชื่อเงินทอนเป็นเรื่องปกติ และสรุปว่าสาเหตุของอาการคลั่งกราดยิงมาจากการโกงขัดผลประโยชน์ของคน2คน ภาครัฐก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ความเป็นจริงสินเชื่อเงินทอนมันไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก

#สาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ใช่มีเพียงเรื่องส่วนตัวแน่นอน

สาเหตุสำคัญที่ทุกคนลืม คือการปล่อยปละละเลยให้เกิดสินเชื่อเงินทอน เกิดการประเมินหลักทรัพย์เกินมูลค่าที่แท้จริง เกิดเงินกู้ส่วนเกินให้คนโลภ2คนมาแย่งชิงกัน

สรุปขั้นตอนสินเชื่อเงินทอนกรณีทหารคลั่ง
- บ้านสวัสดิการราคาขายจริง 750,000บาท
- แต่ทำสัญญาซื้อขายปลอม 1,125,000บาท
- นักประเมินประเมินราคา 1,125,000บาท
- อนุมัติเงินกู้ 1,125,000บาท
- จ่ายค่าบ้าน 750,000บาท
- เหลือเงินทอน 375,000บาท ไปใช้อะไรก็ได้

ไม่อยากชี้โพรงให้กระรอกจริงๆ แต่ทุกวันนี้มันทำง่ายมาก คนไม่มีความรู้มาก่อนก็ทำได้

แน่นอนว่าปัญหาภายในกองทัพต้องจัดการ คนผิดก็ต้องรับโทษ แต่ในขณะเดียวกันเราสามารถหาวิธีป้องกันเชิงระบบได้ด้วยการกำจัดกระบวนการสินเชื่อเงินทอน ภาครัฐหรือแบงค์ชาติควรเข้ามามีบทบาท ไม่ใช่ปล่อยผ่านโดยไม่แม้แต่จะออกมาแสดงความคิดเห็นในรายละเอียดเรื่องนี้

ปัญหาสินเชื่อเงินทอนในวงการอสังหาฯไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ประชาชนเจ็บตัวถูกหลอกมามากมาย มีความขัดแย้งเกิดขึ้นให้เห็น จนวันนี้มีเหตุการณ์รุนแรง ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ถึงแม้ครั้งนี้เป็นสินเชื่อบ้านสวัสดิการทหาร ไม่เหมือนสินเชื่อธนาคารบ้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไปซะทีเดียว แต่ก็มีเงินทอนเหมือนกัน หลักการขั้นตอนเดียวกัน

คนโลภและคลั่งก็จริง แต่ระบบปล่อยให้คนโลภก็ควรพยายามแก้ไขที่ระบบด้วยมั้ย

#สินเชื่อเงินทอน #กราดยิงโคราช



ข่าวเงินทอนจากสื่อต่างๆ:

https://news.thaipbs.or.th/content/288837

https://www.isranews.org/isranews-article/85458-army-85458.html

https://www.bbc.com/thai/thailand-51454076

ปัญหาประจำคอนโด
14/11/2018

ปัญหาประจำคอนโด

บ่อยครั้งที่กระจกใสๆของเราเวลาอยู่ในห้องน้ำไปนานๆแล้วจะเกิดคราบน้ำเกาะอยู่ทำให้กระจกเราฝ้ามัวจากสารพัดสิ่งที่กระเด็นกระดอนมา 😅

ดังนั้นวันนี้แอดก็จะมาเล่าถึง #เกร็ดความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ของ #การถูกระจกในห้องน้ำ กันนะครับ 😁😁

ปกติคราบน้ำที่เกาะกระจกส่วนใหญ่จะเป็นคราบหินปูน (lime scale) ที่เกิดจากความกระด้างชั่วคราว (temporary hardness) และเกาะบนกระจกได้แน่นกว่าปกติ ซึ่งในกรณีนี้เราสามารถใช้กรดอ่อนๆอย่าง น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว หรือมะขามเปียกขัดออกได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่จะล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวกระจกปกตินะครับ

แต่บางทีคราบที่เกาะนั้นอาจจะเกิดจากคราบไคลสบู่ (Soap scum / lime soap) ที่มักจะมีองค์ประกอบของแคลเซียมสเตียเรต (calcium stearate) และแมกนีเซียมสเตียเรต (magnesium stearate) รวมไปถึงสารอื่นๆที่เกิดจากการรวมตัวของสบู่กับความกระด้างของน้ำด้วย

ซึ่งคราบนี้จัดว่าเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่ เนื่องจากว่าเป็นคราบคล้ายคราบไขมันที่เกาะเหนียวแน่นและล้างออกด้วยกรดอ่อนธรรมดายากมากนะครับ

อีกทั้งคราบนี้มีสารอาหารดีๆที่จะทำให้สารพัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ที่เจริญเติบโตอย่างดี จนทำให้เกิด “แผ่นฟิล์มสะสมเชื้อโรค” (microbial biofilm) ด้วยนะเออ

สารประกอบพวกไคลสบู่ ถ้าไม่หนามากก็สามารถใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีส่วนผสมของกรดเกลือ (hydrochloric acid, HCl) ราดทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวกระจกปกติได้เช่นกัน (จะเอาน้ำยาล้างจานมาล้างก็ไม่ว่ากันนะครับ 😅)

แต่ถ้าเป็นคราบหนามาก อาจจะจำเป็นต้องใช้ด่างที่ค่อนข้างแรงแต่ระเหยได้ดี อย่างพวกแอมโมเนียหรือจะใช้ “เช้าก่า” (baking ammonia, ammonium bicarbonate) ที่เป็นผงฟูสำหรับปาท่องโก๋แทนก็ได้ เพื่อให้คราบไคลสบู่นั้นถูกแทนที่จาก hardness metal ion ให้กลายเป็น ammonium soap ที่ละลายออกได้ดี โดยที่ไม่ทิ้งคราบและทำลายผิวกระจกด้วย (แต่แอบเหม็นแอมโมเนียนะเออ) 😁😁

โดยปริมาณการใช้งานก็ใช้ baking ammonia ก็ใช้ละลายสักประมาณ 10% ผสมกับน้ำยาล้างจานเล็กน้อย แล้วเทบนคราบสักพักแล้วค่อยลูบออกมาอย่างแผ่วเบา 😁

ซึ่งการเช็ดด้วยสารละลาย baking ammonia นั้นมีข้อดีก็คือว่า แม้จะมี baking ammonia หลงเหลืออยู่ก็จะไม่ทิ้งคราบไว้ เนื่องจาก baking ammonia นั้นทิ้งไว้สักพักก็จะสลายตัวเป็นแก๊ซแอมโมเนียและคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปหมดเลย ไม่มีหลงเหลือบนผิวกระจกแน่นอนนะครับ 😁

หลายๆคนก็สงสัยว่า อ้าว!! ถ้างั้นก็ใช้โซดาไฟ (caustic soda, sodium hydroxide) แทนได้สิ เพราะมันก็น่าจะทำงานด้วยระบบเดียวกันกับด่างแอมโมเนียได้นี่นา!!

คำตอบก็คือว่า ทำลายคราบได้เช่นกัน #แต่ผิวกระจกอาจจะฝ้ามัวได้ ถ้าปริมาณโซดาไฟเข้มข้นเกินไปนะครับ ดังนั้นการใช้โซดาไฟอาจจะส่งผลเสียมากกว่าเดิมไปซะอีก

ส่วนบางคนก็มีของติดบ้านอย่าง baking soda ก็คงอยากจะใช้ทดแทน baking ammonia ก็คงจะมีคำถามนี้เช่นกัน!!

ซึ่งการใช้ baking soda นั้นมันอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าครับ เนื่องจากว่าเกลือโซเดียมที่เกิดจากการแทนที่คราบไคลสบู่ด้วยเกลืออย่างโซเดียมนั้นจะทำให้ทิ้งคราบบางส่วนหลงเหลืออยู่ ด้วยความว่า sodium soap นั้นละลายน้ำได้น้อยกว่า ammonium soap ด้วยนะครับ 😁

หลังจากเช็ดคราบน้ำจนหมดแล้ว ควรเช็ดให้แห้งสนิทด้วยนะครับ เพื่อที่จะไม่เกิดคราบบางๆจากความกระด้างของน้ำเกาะอยู่ด้วย

#ถูกระจกไม่ใช่เรื่องยาก
#แต่ถูกระจกจนใสนั้นยากกว่า
#คราบน้ำกระเด็นจากห้องน้ำกำจัดได้ไม่ลำบาก (แต่ถ้า “หมอกระเด็น” ก็ควรล้างให้สะอาดนะเออ 😭😭)

สุดท้ายนี้แอดก็ขอขอบคุณรูปประกอบบทความจากลิงก์นี้ด้วยนะครับ

https://www.everydaycheapskate.com/home-and-family/how-to-make-ugly-soap-scum-mildew-and-water-marks-disappear-like-magic/

เรื่องในบ้านที่แอดมินเคยอ่านเจอบนผ้าขนหนูว่าไม่ให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ตอนนี้เพิ่งเข้าใจ
05/11/2018

เรื่องในบ้านที่แอดมินเคยอ่านเจอบนผ้าขนหนูว่าไม่ให้ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ตอนนี้เพิ่งเข้าใจ

++เมื่อน้ำยาปรับผ้านุ่มในท้องตลาด ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผ้าขนหนู จงใช้น้ำส้มสายชูแทนเถอะ++

หลายๆคนมักมีความเข้าใจผิดว่าผ้าขนหนูนั้นถ้าอยากให้นุ่มมากๆควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มใส่ลงไปในน้ำสุดท้ายนะครับ ซึ่งในความเป็นจริงคือ มันช่วยนุ่มได้จริงแต่สมบัติในการซับน้ำของมันนั้นเรียกว่าแทบจะหายไปเลยแหละ 😂😂

ปกติแล้วน้ำยาปรับผ้านุ่มในท้องตลาดนั้นเป็นสารประกอบ Quaternary ammonium compounds ที่มีหมู่โซ่อัลคิลยาวประมาณ 18 คาร์บอน (C18, stearyl group) ที่สามารถแสดงประจุบวกได้ดี จึงทำให้สามารถที่จะจับกับผิววัสดุสิ่งทอที่มีศักย์พื้นผิว (surface potential) เป็นลบ (negative charge) เสมอๆนะครับ

ซึ่งสารที่ให้ความนุ่มของน้ำยาปรับผ้านุ่มสำหรับการซักผ้า (Laundry fabric softener) นั้นจะใช้ส่วนที่มีขั้วบวก (cationic groups) นั้นหันเข้าไปจับกับผ้า ส่งผลทำให้ประจุสมดุลนั้นเข้าใกล้ 0 มากยิ่งขึ้น

แน่นอนล่ะว่า การที่มันหันส่วนที่มีขั้วเข้าไปจับกับผ้า ก็จะทำให้มันก็จะหันส่วนที่เป็นไขมันจาก stearyl group ออกมาแทนนะครับ จึงทำให้ผ้านั้นมีสัมผัสที่นุ่มลื่น แต่ก็สามารถต้านน้ำ (water repellency) ด้วย 😂

สมบัติของผ้าขนหนูในทางอุดมคติที่ดี คือ ต้องฟู (bulky) และมีความซับน้ำได้ดี (good water absorbency) ดังนั้นการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในท้องตลาดนั้นจึงไม่ใช่คำตอบที่ดีกับผ้าขนหนูแน่ๆครับ

นอกจากนั้นความไขและประจุบวกที่เกาะอยู่นั้นยังสามารถดักจับสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นละอองในอากาศได้ดีไปอีก จึงทำให้ผ้าขนหนูนั้นเก็บกักสิ่งสกปรกได้ดีจากความขนฟู แต่ไม่ซับน้ำของมัน ทำให้มันซักยากไปอี๊ก 😂

การใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มในน้ำสุดท้ายสำหรับผ้าขนหนู (1 ถ้วยตวงต่อน้ำซัก 1 ถัง 30 ลิตร) ก็สามารถให้ความฟูของผ้าขนหนูได้ดี เนื่องจากมันทำให้เกิดความฝืดที่ขนผ้าหนูและตั้งชูชันจนฟูนุ่มได้ดี นอกจากนั้นสภาวะกรดอ่อนของน้ำส้มสายชูยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี ทำให้กลิ่นอับชื้นหายไปได้มากเลยนะครับ (โดยที่พอตากแห้งแล้วกลิ่นน้ำส้มสายชูจะระเหยไปหมด ไม่ทิ้งกลิ่นเปรี้ยวไว้เลย)

ดังนั้นจงควรใช้น้ำส้มสายชูแทนน้ำยาปรับผ้านุ่มในการปรับความนุ่มฟูของผ้าขนหนูจะดีที่สุดครับ แอดบอกเลย!! ยิ่งถ้าเอามาอบในเครื่องอบผ้าก็จะได้ผ้าขนหนูที่นุ่มสุดๆพร้อมกับยังสามารถซึมซับน้ำได้ดีเยี่ยมด้วยนะครับ 😁😁

#น้ำยาปรับผ้านุ่มไม่ควรใช้กับผ้าขนหนู
#นุ่มแต่ไม่ซับน้ำก็ไม่ไหวนะ
#สามารถใช้น้ำส้มสายชูทดแทนได้ดี
#เปรี้ยวปรับนุ่มแต่ยังซับน้ำได้ดี
#แต่แอดเปรี้ยวไม่โบกนะเออ 😜😜

สุดท้ายนี้แอดก็ขอขอขอบคุณรูปประกอบบทความจากลิงก์นี้ด้วยนะครับ

https://steptohealth.com/5-simple-tricks-for-soft-towels/

01/11/2018

เลิศ ถาวรว่องวงศ์ หัวเรือใหญ่รุ่นที่ 4 วัยเพียง 28 ปี ผู้พลิกฟื้นธุรกิจโรงแรมในเครือ “ถาวร” ให้พ้นจากสภาวะวิ...

ที่อยู่

Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

818118823

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand Condo Investmentผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์