PropDNA Smart Your Lifestyle Living นำเสนอ ข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์ ไลฟ์สไตล์ การเป็นอยู่ อาหารการกิน สุขภาพ และการลงทุน เพื่อการใช้ชีวิตแบบ Smart

PropDNA คือ พื้นที่ข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์ ในหลากหลายมุมมอง โดยทีมงานในด้านงานข่าวสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี รวมถึงนักลงทุน ผู้บริโภค ที่มีความสนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มาร่วมให้มุมมองและความรู้ร่วมกัน

ร่วมติดตามทุกข่าวสาร และมุมมองใหม่ๆ ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ Smart Your Lifestyle Living ให้เรื่องที่อยู่อาศัยสะท้อนไลฟ์สไตล์ในตัวคุณ ได้ที่ www.propdna.net แฟนเพจ PropDNA และ IG : propdna_th

📢  #แสนสิริ ทุบสถิติ! กวาดยอดเฟสแรก  #นาราสิริ 2 ทำเล ทะลุ 2,000 ล้านบาท! ลุยเปิดเฟสใหม่ 1,700 ล้านบาท ทันทีตอกย้ำแบรนด์...
20/05/2026

📢 #แสนสิริ ทุบสถิติ! กวาดยอดเฟสแรก #นาราสิริ 2 ทำเล ทะลุ 2,000 ล้านบาท! ลุยเปิดเฟสใหม่ 1,700 ล้านบาท ทันที

ตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1 ของไทยในตลาดลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ​แสนสิริ ประกาศความสำเร็จของ 2 โครงการมาสเตอร์พีช "นาราสิริ บรมราชชนนี" และ "นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา" หลังกวาดยอดขายเฟสแรกสวนกระแสเศรษฐกิจ รองรับดีมานด์จริงจากกลุ่มครอบครัวใหญ่และ HNWI ที่พร้อมตัดสินใจทันที

#​สรุปไฮไลท์เด่นที่ไม่ควรพลาด
🔹 นาราสิริ บรมราชชนนี | สไตล์ Regency Revival อังกฤษ บนทำเลฝั่งธนฯ ติดถนนใหญ่ ใกล้ Design Village เพียง 100 เมตร สังคมส่วนตัวเพียง 77 ยูนิต (ราคา 55 - 120 ล้านบาท*)

🔹 นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา | สถาปัตยกรรมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี Modern French Renaissance ในคอมมูนิตี้คุณภาพระดับสากล 500 ไร่ เอกสิทธิ์เพียง 94 ครอบครัว (ราคา 65 – 120 ล้านบาท*)

🔹 โอกาสทองทางการเงิน | สิทธิประโยชน์จากมาตรการ LTV ผ่อนปรน (กู้ได้เต็ม 100% ถึง มิ.ย. 2570) พ่วงด้วยอัตราดอกเบี้ยบ้านที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก (เฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.5% - 3%)

​🔥 เฟสใหม่เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเข้าชมโครงการก่อนใครแล้ววันนี้!

🎉📣✨ #พฤกษาฯ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจปี 2569พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำรายได้รวม 3,430 ล้านบาท พร้อมประกาศปรับโ...
18/05/2026

🎉📣✨ #พฤกษาฯ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจปี 2569

พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำรายได้รวม 3,430 ล้านบาท พร้อมประกาศปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น “Integrated Living & Healthcare Platform” ชูแนวคิด “อยู่ดี…ทั้งชีวิต” (Lifetime Well-Living) มุ่งเน้นการสร้างรายได้ระยะยาวและสม่ำเสมอ (Recurring Income) โดยมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง หนี้สินต่ำ ต้นทุนการเงินต่ำเพียง 2.35%

#3กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กร
• Asset-Optimized (บริหารสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด):

ปรับพอร์ตแลนด์แบงก์ หันมาลุยธุรกิจเชิงพาณิชย์และอสังหาฯ ให้เช่า เช่น Eco Apartment (ทำเลลำลูกกา, รังสิต, บ่อวิน) ซึ่งคืนทุนไว (Time to Cash 4 เดือน) และมียอดเช่าเต็ม 100%

• Capital-Efficient (เน้นวินัยทางการเงิน): รักษาสภาพคล่องให้สูงเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ

• Well-Living-Focused (เชื่อมต่ออสังหาฯ กับสุขภาพ): ดึงโรงพยาบาลในเครือมาจัดบริการสุขภาพให้ลูกบ้านโดยตรง เช่น ตรวจสุขภาพ, หาหมอออนไลน์ (Family Doctor) และแพลตฟอร์ม Well-Living Club

#ผลงาน 2 ธุรกิจหลัก (ไตรมาส 1/2569)
1. ธุรกิจเฮลท์แคร์ (New Profit Engine)
โรงพยาบาลวิมุต: ทำรายได้ 562 ล้านบาท (เติบโต 10%) กำไร EBITDA โต 24%

ยกระดับสู่ Specialty Healthcare Platform เน้นรักษาโรคเฉพาะทางและเวชศาสตร์เชิงป้องกัน ขยายฐานลูกค้าประกัน-องค์กร และเจาะตลาดต่างชาติ (เมียนมา โต 141%, เอเชียใต้ โต 70%)

2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ด้วยสถานการณ์ตลาดบ้านเดี่ยวต่ำสุดในรอบ 5 ปี พฤกษาฯ จึงปรับตัวโดยเน้นเปิดโครงการแนวราบและกลุ่มพรีเมียมในทำเลศักยภาพ (ไตรมาส 1 เปิดใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 4,060 ล้านบาท ยอดพรีเซลล์ 2,700 ล้านบาท)

เปิดโมเดลใหม่: โปรแกรม Lease & Rent-to-Own (เช่าเพื่อซื้อ เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์) และ Leasehold (เช่าระยะยาวสำหรับต่างชาติ/ผู้มีกำลังซื้อสูง) พร้อมใช้ Micro Agents บุกตลาด และเจาะกลุ่มแม่ค้าออนไลน์/SME ที่หาที่สต๊อกสินค้า

โครงการไฮไลท์ปีนี้: โครงการระดับพรีเมียมแบรนด์ #เดอะรีเซิร์ฟ และ #เดอะปาล์ม รวมถึงคอนโด Pet-Friendly และ Co-Creation ภายใต้แบรนด์ #แชปเตอร์วัน ในช่วงไตรมาส 2-4

🤩✨🥳 #ศุภาลัย ส่งแบรนด์ “ ” รุกตลาดท่องเที่ยว ภูเก็ต-พัทยา-หัวหินศุภาลัย ( ) ปั้นแบรนด์คอนโดมิเนียม “KRAM” ( #คราม) เจาะก...
15/05/2026

🤩✨🥳 #ศุภาลัย ส่งแบรนด์ “ ” รุกตลาดท่องเที่ยว ภูเก็ต-พัทยา-หัวหิน

ศุภาลัย ( ) ปั้นแบรนด์คอนโดมิเนียม “KRAM” ( #คราม) เจาะกลุ่มคนอยากมี " #บ้านหลังแรก" ในเมืองท่องเที่ยว ชูคอนเซปต์เปลี่ยนการพักผ่อนแบบ Holiday ให้เป็นความสุขแบบ Everyday ในราคาที่คุ้มค่า

#3พิกัดเด่นที่ห้ามพลาด:
1. ภูเก็ต: ศุภาลัย คราม ศรีสุนทร (เปิดชมห้องตัวอย่างแล้ว!)
• จุดเด่น: คอนโด Pet Friendly ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน บนทำเลเชื่อมต่อใจกลางเมืองและชายหาด
• ขนาด: 1-2 ห้องนอน (30 - 52.50 ตร.ม.) พื้นที่ส่วนกลางใหญ่กว่า 2 ไร่
• ราคา: เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
• พิกัด: ชมห้องตัวอย่างได้ที่ ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ถลาง

2. พัทยา: ศุภาลัย คราม พัทยา-วงศ์อมาตย์ (พบกันครึ่งปีหลัง)
• จุดเด่น: สไตล์ Urban Resort บนทำเลหายาก (Rare Item) ใกล้หาดวงศ์อมาตย์ เน้นความเป็นส่วนตัวสูง (Low Density) เหมาะทั้งอยู่เองและลงทุน

3. หัวหิน: ศุภาลัย คราม เขาเต่า (พร้อมเข้าอยู่ปลายไตรมาส 3)
• จุดเด่น: บรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟริมอ่างเก็บน้ำเขาเต่า
• ราคา: เริ่มต้น 3.79 ล้านบาท

ใครที่กำลังมองหาคอนโดที่เน้นการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) ในเมืองท่องเที่ยว แบรนด์ คือคำตอบที่ผสานดีไซน์พักผ่อนเข้ากับฟังก์ชันบ้านได้อย่างลงตัว

🎉✨🔥 #เอพี ไทยแลนด์ เผยผลประกอบการ Q1/69 รายได้รวม 10,554 ล้านบาท กำไรสุทธิ 903 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิด 12 โครงการใหม่ไ...
14/05/2026

🎉✨🔥 #เอพี ไทยแลนด์ เผยผลประกอบการ Q1/69

รายได้รวม 10,554 ล้านบาท กำไรสุทธิ 903 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิด 12 โครงการใหม่ไตรมาส 2
• ผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ยังคงรักษาเสถียรภาพได้อย่างแข็งแกร่ง สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยยอดรายได้รวม 10,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% (YoY)

• Backlog แนวราบเอพีแข็งแกร่ง สะท้อนความเข้าใจอินไซต์ลูกค้า ผลักดันความสำเร็จผ่าน AP CODE – The Code of Living Quality ที่ผสานวินัยและการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งในทุกสถานการณ์ ทำให้พอร์ตแนวราบ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ได้รับการตอบรับและโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เสริมทัพด้วย 2 โครงการใหม่ PLENO ฟิวเจอร์-รังสิต และ PLENO TOWN ธรรมศาสตร์-รังสิต ที่ทำยอดรับรู้รายได้รวมพุ่ง 250 ล้านบาท

• คอนโดพร้อมอยู่ พิสูจน์ Real Demand ที่มีอยู่จริง กลุ่มคอนโดเอพีสร้างโมเมนตัมเชิงบวก โดยเฉพาะการโอน 2 โครงการใหม่แรกของปี ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น และ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ซึ่งสะท้อนภาพชัดเจนว่า ตลาดคอนโดยังคงขับเคลื่อนไปได้ หากแบรนด์สามารถส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจราคา ที่เข้าใจและเข้าถึงได้จริง

• ตอกย้ำความไว้วางใจปิดจบ 6 โครงการในไตรมาสแรก มูลค่ารวม 6,175 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์เอพีอย่างเหนียวแน่น ด้วยความสำเร็จ ในการปิดการขาย (Sold Out) พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง

• ิษัทอสังหาอันดับ1 มุ่งมั่นส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพครบทุกมิติ ทั้งความมั่นใจ การดูแล และการบริการ เพื่อให้ทุกโครงการในเครือเอพีเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในใจลูกค้า พร้อมสานต่อความตั้งใจในไตรมาส 2 ด้วยการเตรียมเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมทุกความต้องการ ได้แก่ โครงการแนวราบ 9 โครงการ พร้อมด้วยไฮไลต์คอนโดมิเนียมร่วมทุนใจกลางเมือง ‘LIFE สุขุมวิท-พระราม 4’ และ การขยายมาตรฐานเอพีเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค ผ่านแบรนด์ ‘อภิทาวน์’ อีก 2 โครงการใหม่ (สระบุรี และหัวหิน)

✨🎉✨ #เสนา ลุย New S-Curve เชื่อตลาดอสังหาฯ ยังมีดีมานด์• Q1/69 รายได้ 1,282 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% YOY• ตุน Bac...
14/05/2026

✨🎉✨ #เสนา ลุย New S-Curve เชื่อตลาดอสังหาฯ ยังมีดีมานด์
• Q1/69 รายได้ 1,282 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% YOY
• ตุน Backlog 9.1 พันล้านบาท ชู “LivNex” ช่วยคนมีบ้านได้จริง

บริษัท #เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตและการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในระยะยาว โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมียอดขายรวม 5,127 ล้านบาท มียอดรับรู้รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจ 1,282 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกับรายได้ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น 33% เพิ่มขึ้น 2% YOY และมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวม พร้อมเดินหน้าดูแลลูกค้าด้วย LivNex หรือโซลูชันเช่าออมบ้านอย่างต่อเนื่อง

“ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทยังคงสะท้อนความสามารถในการรักษาระดับการดำเนินธุรกิจและการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และระบบสินเชื่อที่ยังเข้มงวด โดยบริษัทมียอดขายรวม 5,127 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 3,921 ล้านบาท และยอดขายจาก LivNex จำนวน 1,205 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจอยู่ที่ 1,282 ล้านบาท
มีกำไรขั้นต้น 406 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 33% และมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของรายได้รวม และมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 1.21 เท่า แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ดี

ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังมีดีมานด์ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ส่งผลให้ LivNex หรือโซลูชันเช่าออมบ้าน เติบโตสะสมต่อเนื่อง สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ SENA ในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point ของตลาด เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยปัจจุบัน LivNex มีจำนวนห้องภายใต้โครงการ 946 ห้อง มูลค่ารวม 1,898 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569”

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 9,102 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 จำนวน 8,629 ล้านบาท จากโครงการที่กำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 7 โครงการ ได้แก่ โครงการ เสนาคิทท์ สำโรง อินเตอร์เชนจ์, โครงการ โคซี่ เอ็มอาร์ที เพชรเกษม 48 เฟส 1, โครงการ นิช ไพรด์ เอกมัย, โครงการ โคซี่ บีทีเอส สะพานใหม่, โครงการ โคซี่ รามอินทรา – คู้บอน, โครงการ เสนาคิทท์ เทพารักษ์ 2 เฟส1 และ โครงการ เฟล็กซี่ ริเวอร์วิว – เจริญนคร โดยจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ส่วนที่เหลือจะรอรับรู้รายได้ในปี 2570 อีกประมาณ 473 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือเพื่อขายมูลค่าประมาณ 41,843 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายและสามารถโอนรับรู้รายได้ทันทีประมาณ 11,442 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการบริหารรายได้และกระแสเงินสดของบริษัทในระยะต่อไป

เดินหน้าสู่ New S-Curve ผ่านการพัฒนา Green Lifestyle Platform ที่เชื่อม “บ้าน พลังงาน การเดินทาง และการเงิน” เข้าไว้ใน Ecosystem เดียวกัน โดยมี SENA Green Auto เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารต้นทุนการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวไม่เพียงสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังสอดรับกับทิศทางนโยบายภาครัฐ ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาด การติดตั้ง Solar Rooftop และการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการใช้ชีวิตในอนาคต

ปัจจุบัน SENA มีประสบการณ์ด้านการติดตั้ง Solar มากกว่า 15 ปี ผ่าน SENA Solar Energy และดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าผ่าน SENA Green Auto มากว่า 2 ปี สะท้อนถึงการวางรากฐานธุรกิจและการมองเห็นโอกาสล่วงหน้า โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นธุรกิจหลักและเป็นพอร์ตสำคัญขององค์กร แต่ในอนาคต “บ้าน” จะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงเรื่องการอยู่อาศัยอีกต่อไป หากต้องสามารถเชื่อมต่อเรื่องพลังงาน การเดินทาง และต้นทุนการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต

📣🎊🔥 #ศุภาลัย เปิดบิ๊กโปรเจกต์ 1,300 ล้าน ใจกลางอมตะ-บายพาส• ชู Standard ใหม่แห่งความสุขในชลบุรี จองวัน Pre-Sale รับทันที...
12/05/2026

📣🎊🔥 #ศุภาลัย เปิดบิ๊กโปรเจกต์ 1,300 ล้าน ใจกลางอมตะ-บายพาส

• ชู Standard ใหม่แห่งความสุขในชลบุรี จองวัน Pre-Sale รับทันที รถยนต์ไฟฟ้า Deepal!

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “ #ศุภาลัยปาล์มวิลล์อมตะ-บายพาส” #บ้านเดี่ยว สไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการกว่า 1,300 ล้านบาท บนพื้นที่ยุทธศาสตร์กว่า 55 ไร่ ชูนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มองหาความสมบูรณ์แบบที่จับต้องได้จริง ในราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท* พร้อมเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการ 23-24 พฤษภาคม 2569 นี้

นายราชัย ปิยวาจานุสรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ศุภาลัยไม่ได้มองบ้านเป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่คือ ‘การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต’ โดยโครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Horizon Beyond Living: มากกว่าความสุข...คือความคุ้มค่าที่ลงตัว” ซึ่งเป็นการตกผลึกจากการศึกษาความต้องการของคนในพื้นที่ชลบุรี ที่ต้องการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวาง ในทำเลที่เชื่อมต่อการใช้ชีวิตและงานได้อย่างไร้รอยต่อ

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ อมตะ-บายพาส ตั้งอยู่บนทำเลจุดยุทธศาสตร์ที่มอบข้อได้เปรียบเชิงพื้นที่อย่างสูงสุด ห่างจากถนนเลี่ยงเมืองชลบุรีเพียง 500 เมตร เพื่อเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์สาย 7 เข้าสู่กรุงเทพฯ และพัทยาได้อย่างไร้รอยต่อ รายล้อมด้วย Lifestyle Hub ครบวงจร ทั้งสถานพยาบาลและโรงเรียนชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลวิภาราม อมตะนคร, โรงพยาบาลค่ายนวมินทราชินี, โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ ชลบุรี และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศชลบุรี รวมไปถึงแหล่งช็อปปิ้งทั้ง Lotus อมตะ ชลบุรี และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อมตะ อีกทั้งยังใกล้นิคมฯ อมตะนครเพียง 5.6 กม. เพื่อคืนทรัพยากร ‘เวลา’ และสร้างสมดุล Work-Life Balance ให้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้านโปรดักส์ ศุภาลัยมอบความคุ้มค่าผ่านบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Modern Tropical จำนวน 209 แปลง พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางตั้งแต่ 162 ถึง 261 ตารางเมตร โดยมีแบบบ้านให้เลือกถึง 4 สไตล์ จุดแข็งที่สำคัญคือการจัดสรรพื้นที่แบบ Flexible Space ให้มีถึง 4 ห้องนอนในทุกแบบบ้าน เพื่อสร้างอาณาจักรส่วนตัวที่สะท้อนตัวตนของสมาชิกทุกคน พร้อมไฮไลต์สำคัญอย่างห้องนอนชั้นล่างที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Silver Age (ผู้สูงอายุ) หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็น Home Office และ Creative Studio ได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังยกระดับบ้านสู่มาตรฐานการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) ที่แท้จริง ด้วยการเตรียมระบบรองรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และจุดรองรับ EV Charger ในบ้านทุกหลัง พร้อมคัดสรรวัสดุประสิทธิภาพสูง อาทิ กระจกอนุรักษ์พลังงานเบอร์ 5 และวงกบ UPVC เพื่อลดการสะสมความร้อนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งคลับเฮ้าส์หรู สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ภายใต้ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Home Automation และระบบ LPR (License Plate Recognition) ตลอด 24 ชั่วโมง

พิเศษ! สำหรับผู้ที่จองภายในงาน Pre-Sale วันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 นี้ รับข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี รับเพิ่มระบบ Home Automation พร้อมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และของแถมไฮไลต์สูงสุดอย่างรถยนต์ไฟฟ้า Deepal E07 รุ่น Plus* เพื่อเติมเต็มการเดินทางแห่งอนาคต, ส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 1 ล้านบาท* สัมผัสมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตที่ “ความสุข” และ “ความคุ้มค่า” มาบรรจบกันได้ที่สำนักงานขายโครงการ ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ อมตะ-บายพาส เริ่มต้นที่ 4.99 ล้านบาท*

✨💙🎉 #สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะ 6 วิธีป้องกัน “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” เตือน ‘ราคาถูกเกินจริง’ สัญญาณอันตราย ‘เสียเงิน – ไม่...
11/05/2026

✨💙🎉 #สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะ 6 วิธีป้องกัน “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” เตือน ‘ราคาถูกเกินจริง’ สัญญาณอันตราย ‘เสียเงิน – ไม่ได้บ้าน’

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ห่วงปัญหา “ #ผู้รับเหมาทิ้งงาน” หลังต้นทุนพุ่ง กำไรหด เตือนผู้บริโภค ‘อย่าหลงเชื่อ ราคาถูกเกินจริง’ สัญญาณอันตราย ‘เสียเงิน – ไม่ได้บ้าน’ แนะ 6 วิธีป้องกันผู้รับเหมาทิ้งงาน เช็กให้ชัวร์ก่อนจ้าง เร่งยกระดับมาตรฐานสร้างบ้าน สร้างการรับรู้ผู้บริโภค ตอกย้ำความเชื่อมั่น ‘ #สร้างบ้านปลอดภัย’ ทั่วประเทศ

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวการทิ้งงานก่อสร้าง ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างให้กับผู้บริโภคที่มีความตั้งใจวางแผนสร้างบ้าน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้บ้าน ซึ่งทางสมาคมฯ วิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางป้องกันปัญหา “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

#เจาะลึกวิกฤต ‘ราคาถูกเกินจริง’

ทั้งนี้ ปัญหาการทิ้งงานที่เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในขณะนี้ สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญภาวะกำไรหดตัว และส่งผลให้บางรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เนื่องจากราคาขายไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เมื่อเริ่มขาดสภาพคล่องและไม่มีงานใหม่เข้ามาหมุนเวียนจึงกระทบโดยตรงถึงผู้บริโภคที่ไม่ได้บ้านตามที่โฆษณาไว้ในสื่อ และกลายเป็นวงจรความเสียหายที่ยากจะเยียวยา

โดยเฉพาะผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กลยุทธ์การตลาดและการขาย กำหนดให้ “ราคาถูกเกินจริง” ซึ่งเป็นราคาขายที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของบริษัทรับเหมาบางกลุ่ม เพื่อต้องการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ

“เมื่อราคาขายไม่สะท้อนต้นทุนจริง ทำให้เกิดปัญหาการทิ้งงานเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในขณะนี้ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญภาวะกำไรหดตัว และบางรายไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เมื่อเริ่มขาดสภาพคล่องและไม่มีงานใหม่เข้ามาหมุนเวียน ส่งผลกระทบโดยตรงถึงผู้บริโภคที่ไม่ได้บ้านตามที่โฆษณาไว้ในสื่อ กลายเป็นวงจรความเสียหายในวงกว้าง” นายอนันต์กร กล่าว

#6 แนวทางต้องรู้ เช็คให้ชัวร์ ลดเสี่ยงโดนทิ้งงาน

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา “บ้านกลายเป็นซาก” สมาคมฯ แนะ 6 วิธีเลือกผู้รับเหมามืออาชีพที่ได้มาตรฐานและอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย ดังนี้

1. ระวัง “ราคาที่ถูกเกินจริง” ราคาที่ต่ำกว่าราคากลางในตลาดมากเกินไปคือสัญญาณอันตรายอันดับแรก เพราะคุณภาพงานมีต้นทุนมาตรฐาน รวมถึงต้นทุนในการบริหารจัดการ และงานบริการที่ครบวงจร ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพ จะมีระบบการดูแลที่ครอบคลุมมากกว่า ตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งต้นทุนที่เหมาะสมเหล่านี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง

2. ตรวจสอบสถานะ “นิติบุคคล” การว่าจ้างในรูปแบบนิติบุคคลที่ตรวจสอบได้ มีแหล่งที่ตั้งบริษัทอย่างชัดเจน พร้อมมีทุนจดทะเบียน เป็นปัจจัยที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีผู้รับผิดชอบตลอดอายุสัญญา ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงการส่งมอบ ซึ่งแตกต่างจากการเป็นบุคคลธรรมดา หรือเพจเฟซบุ๊กที่สามารถปิดตัวหนีความรับผิดชอบไปได้ง่าย ๆ

3. สัญญาต้องเป็นไปตามมาตรฐาน “สคบ.” โดยสัญญาที่ได้มาตรฐานต้องระบุรายละเอียดงานและความรับผิดชอบที่รัดกุม ตามข้อบังคับสัญญาควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้แก่ กำหนดระยะเวลาชัดเจน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้อง พร้อมระบุรายละเอียดวัสดุที่ชัดเจน เช่น แบรนด์ รุ่น และเกรดวัสดุ เพื่อป้องกันข้อพิพาทและการลดสเปกงาน รวมทั้งการกำหนดค่าปรับกรณีล่าช้า และการรับประกันโครงสร้างตามกฎหมาย

4. การเบิกงวดงานที่สอดคล้องกับหน้างานจริง การทำงานโดยบริษัทรับสร้างบ้านที่ได้มาตรฐานและเป็นมืออาชีพ ต้องไม่มีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าที่สูงจนผิดปกติ ซึ่งการเบิกเงินในแต่ละงวดต้องสอดคล้องกับค่าบริหารจัดการและเนื้องานที่ก่อสร้างเสร็จจริง เพื่อให้เงินที่จ่ายไปแปรสภาพเป็นเนื้องานที่จับต้องได้ ป้องกันความเสี่ยงจากการเบิกเงินเกินเนื้องาน

5. “คุณภาพทีมงาน” และ “ผลงานจริง” จะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทที่ว่าจ้างนั้นจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน อย่าเชื่อเพียงภาพถ่ายในสื่อออนไลน์ แต่ให้พิจารณาถึงความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ผู้บริโภคควรเลือกผู้ประกอบการที่มีทีมสถาปนิกและวิศวกรที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เข้ามาดูแลควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะแตกต่างจากผู้รับเหมาทั่วไปที่มีเพียงช่างฝีมือแต่ขาดการควบคุมมาตรฐานทางวิศวกรรม นอกจากนี้ควรขอชมหน้างานจริง เพื่อยืนยันคุณภาพงานที่เป็นรูปธรรม

6. ยึดถือหลัก “มาตรฐานวิชาชีพ” พิจารณาเลือกผู้ประกอบการที่สังกัดองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพที่มีการกำกับดูแลสมาชิกภายใต้ระเบียบและกฎหมายควบคุม เพราะจะมีกลไกตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิก การมีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และมีหน่วยงานกลางที่ช่วยประสานงานไกล่เกลี่ยหากเกิดข้อพิพาท ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำงาน และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะดำเนินต่อได้จนแล้วเสร็จ

#ย้ำความเชื่อมั่น “สร้างบ้าน…ปลอดภัย”

นายอนันต์กร กล่าวว่า บ้านคือความฝันทั้งชีวิต อย่าตัดสินใจเพียงเพราะราคาถูกหรือรูปโฆษณา การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีทีมงานมืออาชีพ มีสัญญาที่โปร่งใส และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ตรวจสอบได้ คือหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นบ้านที่มั่นคง

“ทั้งนี้ เพื่อเป็นหยุดวงจรความเสียหายที่ยากจะเยียวยาจากการบริษัทผู้รับเหมาทิ้งงาน ทางสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานและความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้านของบริษัทรับสร้างบ้าน ในทั่วประเทศ หากผู้บริโภคเลือกสร้างบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ บริษัทเหล่านี้มีการให้บริการที่ครบวงจร และการส่งมอบงานตามสัญญาที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ จากสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้ช่วยคัดกรองมาตรฐานเบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบผู้บริโภค ทั้งการสูญเสียงบประมาณ บ้านสร้างไม่เสร็จ งานไม่ได้คุณภาพ หรือเกิดข้อพิพาทที่ต้องใช้เวลานานในการดำเนินคดี” นายอนันต์กร กล่าว

✨🎊🔥  #ศุภาลัย ยกระดับการอยู่อาศัย เปิดตัว “ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ”• บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern เอกสิทธิ์เพียง 36 หลัง ...
08/05/2026

✨🎊🔥 #ศุภาลัย ยกระดับการอยู่อาศัย เปิดตัว “ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ”

• บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern เอกสิทธิ์เพียง 36 หลัง พร้อมเผยโฉมแบบบ้านใหม่ “ #ศุภภูวรา” ครั้งแรกในกรุงเทพฯ

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตระดับพรีเมียม เปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ” บ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น สไตล์ Tropical Modern ที่ผ่านการรังสรรค์ด้วยความเข้าใจในทุกรายละเอียด ภายใต้แนวคิด “Refined Functionality”

ความหรูหราที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อทุกความต้องการของชีวิต ในราคาเริ่มต้น 11.99-22.4 ล้านบาท* เตรียมเปิดให้สัมผัสความสมบูรณ์แบบและความเป็นส่วนตัวในงาน Pre-Sale วันที่ 16-17 พฤษภาคมนี้

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “แจ้งวัฒนะยังคงเป็นทำเลที่มีดีมานด์สูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาความเป็นส่วนตัวและความประณีตในการใช้ชีวิต ศุภาลัยจึงตั้งใจนำเสนอโครงการ ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมในสังคมคุณภาพเพียง 36 ครอบครัว มอบความสงบและเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวแบบบ้าน “ศุภภูวรา” ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นด้วยสเปซ Double Volume อันโอ่อ่าแต่ยังคงความคล่องตัวในเชิงฟังก์ชัน ซึ่งเรามั่นใจว่าความพิเศษของตัวบ้านที่รองรับไลฟ์สไตล์แบบ Unique Living ที่แตกต่างและโดดเด่นที่สุดในย่านแจ้งวัฒนะ พร้อมแบบบ้านฟังก์ชันครบครันที่ถูกออกแบบอย่างประณีต เพื่อให้บ้านทุกหลังของศุภาลัยเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนอย่างแท้จริง”

#ศุภาลัยไพร์มวิลล่าแจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 11 ไร่ มอบเอกสิทธิ์แห่งการอยู่อาศัยในบรรยากาศที่เงียบสงบและสง่างาม ผ่านแบบบ้านซีรีส์ใหม่สไตล์ Tropical Modern ที่มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ (ศุภวรรธน์, ศุภราช, ศุภจิตรา และศุภภูวรา) โดดเด่นด้วยการเปิดช่องแสงขนาดใหญ่เพื่อรับลมและแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเริ่มต้น 259-393 ตารางเมตร พร้อมด้วยฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ สูงสุดถึง 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 3-4 คัน พร้อมห้องแม่บ้านแยกเป็นสัดส่วนไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉม “ศุภภูวรา” แบบบ้านรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่มอบความหรูหราด้วยโถง Double Volume สูงโปร่งเป็นพิเศษ ครบครันด้วยฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พร้อมพื้นที่รองรับการสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัว (Private Pool) เพื่อเปลี่ยนการอยู่อาศัยให้เป็นวิลล่าพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังยกระดับการใช้ชีวิตด้วยนวัตกรรม Innovative Living อาทิ ระบบ Air Flow ที่ช่วยระบายอากาศให้บ้านเย็นสบาย และการติดตั้ง Solar Cell เพื่อพลังงานสะอาด พร้อมระบบ Home Automation และการรักษาความปลอดภัยเหนือระดับตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่เพียงความประณีตและการใช้ชีวิตที่ทันสมัยภายในโครงการเท่านั้น แต่ ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ ยังตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว รายล้อมด้วยสถานศึกษาชั้นนำระดับโลกอย่าง International School Bangkok (ISB) และ Magic Years International School พร้อมใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์อย่าง เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน อีกทั้งยังมอบความคล่องตัวสูงสุดในการเดินทางด้วยจุดเชื่อมต่อถนนแจ้งวัฒนะ ถนนสามัคคี และถนนติวานนท์ ครบครันด้วยทางเลือกการเดินทางทั้งใกล้ทางด่วนศรีรัช และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีสามัคคีและสถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด) เพื่อให้ทุกจังหวะชีวิตสะดวกรวดเร็วและสมบูรณ์แบบที่สุดในทุกมิติ

พร้อมให้คุณสัมผัสเอกสิทธิ์แห่งการใช้ชีวิตที่เหนือระดับได้แล้ววันนี้ที่ ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ
เชิญเลือกแปลงที่สวยที่สุดก่อนใครในงาน Pre-Sale วันที่ 16-17 พฤษภาคมนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อลูกค้าคนสำคัญโดยเฉพาะ ฟรี! รถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA 5 EV* มอบประสบการณ์ขับเคลื่อนแห่งอนาคตควบคู่ไปกับบ้านหลังใหม่ และ ฟรี! ติดตั้งระบบ Solar Cell สำหรับบ้านทุกหลัง* เพื่อความสุขที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง ในราคาเริ่มต้น 11.99-22.4 ล้านบาท*

🎊✨  ผนึก กทม. เปิดสิทธิ “LivNex พิเศษเฉพาะสำหรับข้าราชการ”• ชูโมเดล “เช่าออมบ้าน" อยู่ก่อน ค่อยกู้ ปลดล็อกการมีบ้านได้จร...
07/05/2026

🎊✨ ผนึก กทม. เปิดสิทธิ “LivNex พิเศษเฉพาะสำหรับข้าราชการ”

• ชูโมเดล “เช่าออมบ้าน" อยู่ก่อน ค่อยกู้ ปลดล็อกการมีบ้านได้จริง

บริษัท #เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย “บ้านคนเมือง” ของกรุงเทพมหานคร ผ่านความร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย (สพอ.) และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในการพัฒนา “ ” แพลตฟอร์มกลางด้านที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรกทม. เข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ ผ่านโซลูชัน “LivNex เช่าออมบ้าน” ที่ช่วยเปลี่ยน “ค่าเช่า” ให้กลายเป็น “เงินออม” โดยค่าเช่าสามารถสะสมเป็นส่วนลดในการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ค่อย ๆ สร้างความพร้อมทางการเงินไปสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ผ่านความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และทีมที่ปรึกษาทางการเงิน “เงินสดใจดี” ของเสนา ที่ช่วยวิเคราะห์ วางแผนการเงิน และเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้จริง

ดร.ยุ้ย – ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่การพัฒนาโครงการใหม่ แต่คือการทำอย่างไรให้คนสามารถเข้าถึงบ้านที่มีอยู่ได้จริง ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และเงื่อนไขด้านสินเชื่อที่ทำให้คนจำนวนมาก แม้มีรายได้ประจำ ก็ยังไม่สามารถเริ่มต้นมีบ้านได้ง่ายเหมือนในอดีต เสนาจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดช่องว่างดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ผลักดันโมเดล ‘เช่าออมบ้าน’ ผ่าน LivNex อย่างจริงจัง ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อช่วยให้คนที่ยังไม่พร้อมกู้ในวันนี้ สามารถเริ่มต้นมีบ้านก่อน พร้อมค่อย ๆ สร้างความพร้อมทางการเงินไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านได้ในอนาคต”

สำหรับความร่วมมือนี้ เสนาต้องการช่วยเพิ่มโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรกรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบ้านใกล้โรงเรียน ใกล้ที่ทำงาน และใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ เสนายังเชื่อมั่นในศักยภาพและความมั่นคงด้านรายได้ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร จึงมอบสิทธิพิเศษให้สามารถเข้าร่วมโครงการ “LivNex เช่าออมบ้าน สำหรับข้าราชการ” ที่มีความพิเศษกว่า LivNex ทั่วไป โดยปราศจากขั้นตอนการคัดกรอง และ สามารถเข้าร่วม LivNex ได้ทุก Unit ที่ต้องการได้ ครอบคลุมทุกโครงการที่ร่วมรายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการมีบ้านได้จริงในอนาคต โดยได้นำโครงการที่อยู่อาศัยเข้าร่วมหลากหลายแบรนด์ ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ และโครงการใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะแบรนด์ “SENA KITH คอนโดเพื่อคนเมือง” ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าล้าน – ล้านบาทต้น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 10,000 ยูนิต และกว่า 20 ทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รองรับกลุ่มคนทำงานเมืองและข้าราชการที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้สถานศึกษาและแหล่งงาน
นอกจากนี้ เสนายังเตรียมทางเลือกเพื่อช่วยให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่าน 3 โซลูชันหลัก ได้แก่

• “ซื้อง่าย” สำหรับผู้พร้อมกู้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำ และโปรแกรมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายวันโอน

• “LivNex เช่าออมบ้าน” สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมกู้ สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เงินก้อน ค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 4,100 บาทต่อเดือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น พร้อมเปลี่ยน “ค่าเช่า” ให้กลายเป็น “เงินออมสะสม” เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้นในระยะยาว โดยมีทีมที่ปรึกษาทางการเงิน “เงินสดใจดี” ช่วยวางแผนการเงิน วิเคราะห์เครดิต และเตรียมความพร้อมก่อนยื่นสินเชื่อจริง ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค่อย ๆ สร้างความพร้อมทางการเงินและก้าวสู่การมีบ้านเป็นของตัวเองได้อย่างยั่งยืน”

• “RentNex เช่าตรง” สำหรับผู้ที่ต้องการเช่า โดยค่าเช่าสามารถนำมาหักเป็นเงินต้นได้ในอนาคต
ปัจจุบัน เสนามีโครงการกระจายครอบคลุมหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งโซนกรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง กรุงเทพตะวันออก และกรุงเทพใต้ โดยหลายโครงการตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน สถานศึกษา รถไฟฟ้า และเส้นทางคมนาคมสำคัญ สอดรับกับแนวคิด “บ้านใกล้ที่ทำงาน” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองในระยะยาว

“เสนาเชื่อว่า ทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ดี ในราคาที่จ่ายไหว และอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือโรงเรียน ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายโครงการ แต่คือการร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนเมืองอย่างยั่งยืน” ดร.ยุ้ย กล่าวปิดท้าย

✨📣 #สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้ Q2/69 เข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง”• สงครามยืดเยื้อ รับมือต้นทุนพุ่ง คงมาตรฐานเดิม เผยสมาชิกเร...
07/05/2026

✨📣 #สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้ Q2/69 เข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง”

• สงครามยืดเยื้อ รับมือต้นทุนพุ่ง คงมาตรฐานเดิม เผยสมาชิกเริ่มปรับราคาตามต้นทุนจริง พ.ค.นี้

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เผยภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 ปี 2569 “ชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัว” พร้อมเดินหน้าเข้าสู่โหมด “เฝ้าระวัง” หลังราคาวัสดุก่อสร้าง – ค่าขนส่งพุ่งสูง สมาชิกบางส่วนทยอยปรับราคาบ้าน 3 – 5% พ.ค.นี้ รับมือสงครามยืดเยื้อ สะท้อนต้นทุนจริง ชงรัฐบาลขยายเพดานลดหย่อนภาษี “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง” จาก 100,000 แสนบาท เป็น 500,000 แสนบาท เชื่อมั่นกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้าน

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ประเมินแนวโน้มภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อยู่ในภาวะ “ชะลอตัวเล็กน้อยถึงทรงตัว” เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2568

โดยสมาคมฯ คาดการณ์ยอดขายของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกในไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่าใกล้เคียง หรือ ลดลงเล็กน้อย ประมาณ 0 – 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตามกลุ่มตลาดบ้านหรู ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและได้รับผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจน้อยกว่ากลุ่มอื่น

#ราคาบ้านเริ่มปรับ 3 – 5% มีผล พ.ค.นี้

นายอนันต์กร กล่าวว่า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์และราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบ จากต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้วกว่า 15 – 20% โดยเฉพาะกลุ่มวัสดุโครงสร้างหลัก ทั้งกลุ่มเหล็กและโลหะ ที่ได้รับผลกระทบจากราคาแร่เหล็กในตลาดโลก กลุ่มปิโตรเคมีที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำของวัสดุหลายประเภท รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และกระเบื้อง รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนเป็นอย่างมากจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดิม สมาคมฯ คาดการณ์ว่าบริษัทสมาชิกโดยส่วนใหญ่จะมีการปรับราคาค่าก่อสร้างบ้านขึ้นประมาณ 3 – 5% โดยจะเริ่มเห็นการปรับราคาที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2 หรือ เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ดังนั้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในการทำสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านภายในไตรมาสนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการ “ล็อกราคาเดิม” เอาไว้ก่อนที่ต้นทุนใหม่จะถูกนำมาคำนวณเพื่อปรับใช้เป็นราคาบ้านในปัจจุบัน

#ชงรัฐยกระดับมาตรการภาษี “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง”

นายอนันต์กร กล่าวว่า สมาคมฯ เตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมถึงกลุ่ม “สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง” โดยการขยายเพดานลดหย่อนภาษี และเสนอให้เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่เซ็นสัญญาจ้างปลูกสร้างบ้านกับบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมสูงสุด 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท โดยระยะเวลาของมาตรการภาษีควรอยู่ที่ 2 – 3 ปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ เกาะติดสถานการณ์เศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานอย่าง “เฝ้าระวัง” ในขณะเดียวกันก็ดำเนินแผนงานเชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ผู้บริโภคทั่วประเทศถึงมาตรฐานและความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้าน การให้บริการที่ครบวงจร และการส่งมอบงานตามสัญญา ทำให้หมดปัญหาเรื่องการทิ้งงานจนทำให้ผู้บริโภคหมดเงินไปกับการสร้างบ้านแต่ไม่ได้บ้าน

#ความคืบหน้าการขยายตลาดสู่ภูมิภาค

สมาคมฯ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (ภาคอีสานและภาคใต้) เพื่อยกระดับมาตรฐานการรับสร้างบ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยพบว่าตลาดต่างจังหวัดมีสัดส่วนสูงถึง 77% ของมูลค่าตลาดรวม ซึ่งในปีนี้ สมาคมฯ จะเน้นการจัดกิจกรรมสัญจรและงานรับสร้างบ้านในหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่นและหาดใหญ่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความมั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

💚✨🎉ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto” #ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังง...
29/04/2026

💚✨🎉ก้าวสู่ New S-Curve ดัน “SENA Green Auto”

#ทรานส์ฟอร์มจาก Developer สู่ Green Lifestyle Platform เชื่อม บ้าน–รถ–พลังงาน ครบในที่เดียว

บริษัท #เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เดินหน้าสู่ “New S-Curve” ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ “Green Lifestyle Platform” โดย “ ” เป็นกลไกในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร ในฐานะทั้งดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้าและ EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บ้าน (Home) โซลาร์ (Solar) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับ “บ้านในอนาคต” ให้เป็น Energy Hub ที่สามารถผลิต ใช้ และบริหารพลังงานได้เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และรองรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน รวมถึงการเชื่อม “บ้าน การเดินทาง พลังงาน และการเงิน” เข้าไว้ในระบบเดียว ทำให้ Green Lifestyle เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้จริง

ดร.ยุ้ย - ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้พลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่า EV เข้าถึงยาก และโซลาร์เป็นเรื่องยุ่งยาก จริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง ‘รถ’ หรือ ‘พลังงาน’ แต่คือ ‘ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน’ SENA Green Auto จึงไม่ได้เป็นแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อม ‘รถ พลังงาน และการเงิน’ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว”

SENA พัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ “The One Platform” สำหรับลูกบ้าน SENA ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถ EV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ในระบบเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นกลไกด้านการเงิน และ “SenX” เป็นจิ๊กซอสำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายสู่ “The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงโซลูชัน บ้านทั่วไป รถ EV โซลาร์ และการเงินได้ แม้ไม่ได้เป็นลูกบ้าน SENA โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงการบริหารพลังงานในชีวิตประจำวันได้จริง”

3 แกนธุรกิจ ขับเคลื่อน SENA Ecosystem เชื่อม “การอยู่อาศัย พลังงาน และการเดินทาง” เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ได้แก่

1. ธุรกิจที่อยู่อาศัย ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมทุกความต้องการ

SENA มุ่งพัฒนาโครงการในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นความต้องการจริงของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ พร้อมออกแบบโซลูชันเพื่อลดอุปสรรคในการมีบ้าน ผ่านทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่กับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง และในช่วงไตรมาส 2 นี้ จะเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น

2. ธุรกิจพลังงานโซลาร์ “SENA Solar Energy”

SENA Solar Energy พัฒนาธุรกิจพลังงานต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) ด้วยโซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงานในอนาคต

บริษัทให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจาก Solar ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้ง “การอยู่อาศัย” และ “การเดินทาง” ได้อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบัน SENA มียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดธุรกิจพลังงานสู่การพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

3. ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า “SENA Green Automotive”

SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็น EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า โดยคัดสรรรุ่นที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร ครอบคลุมการตรวจเช็คและดูแลแบตเตอรี่ EV แบบครบระบบ ผ่านศูนย์บริการมาตรฐาน ที่ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75

พร้อมนำเสนอ EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้ง Solar และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว รวมถึงสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดค่าไฟและค่าเชื้อเพลิง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว”

รวมถึงโซลูชันทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น โดย SENA Green Auto สร้างความแตกต่างผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

Easy – จบทุกเรื่องในที่เดียว ทั้งรถ Solar และการเงิน
Trusted – มาตรฐาน SENA พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร
Smart Finance – โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น
สะท้อนแนวคิด “Infinite Clean Energy Loop” ที่ทำให้บ้านสามารถผลิตไฟ ใช้ในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV ได้จริง

ทั้งนี้บริษัทฯ มองว่า “วิกฤตพลังงาน” ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว พลังงานไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือ ตัวกำหนดคุณภาพชีวิต ในอนาคต ด้วยประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 15 ปี และการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ SENA จึงก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว พร้อมวางรากฐานสู่การเป็น “ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต (Lifestyle Infrastructure)” ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว ตามวิสัยทัศน์องค์กร “Lifelong Trusted Partner”

ที่อยู่

Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66994470497

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PropDNAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PropDNA:

แชร์