AETOS Capital Group Thailand

AETOS Capital Group Thailand การเทรด Forex เบื้องต้น: เทรด Forex ต้องรู้อะไรบ้าง

02/01/2024

วันหยุดเราไม่หยุดหาเงิน💸
เปลี่ยนเวลาเป็นเงิน ใช้เงินเสริมสร้างความรู้ สร้างรายได้จากการเทรด💰💸
#เทรดไม่เป็น #อยากเทรด
เรายินดีให้คำแนะนำ

02/01/2024

❤️💚💙 เคล็ดลับทำกำไร และ เอาตัวรอดในตลาด ทำความเข้าใจแค่ 3 สิ่งนี้ ผลการเทรดของท่านจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

02/01/2024

👉ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.98 คาดธุรกรรมเบาบาง แนวโน้มแกว่งในกรอบ 34.85-35.10👈

เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าจากเมื่อวาน เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลข ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ ที่ออกมาดี

"ทิศทางบาทวันนี้น่าจะแกว่งตัวไซด์เวย์ เพราะตลาดยังคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับลดดอกเบี้ย และช่วงนี้น่าจะมีปริมา ณธุรกรรมเบาบาง" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.85 - 35.10 บาท/ดอลลาร์

SPOT ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 34.95000 บาท/ดอลลาร์

- ปัจจัยสำคัญ

- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 143.46 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 143.34 เยน/ดอลลาร์

- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0947 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 1.0964 ดอลลาร์/ยูโร

- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 34.922 บาท/ดอลลาร์

- วายแอลจี มองราคาทองปี'67 มีโอกาสนิวไฮรอบใหม่ 2,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ในประเทศลุ้นทะลุ
36,000 บาทต่อบาททองคำ จาก 4 ปัจจัยหนุน อัตราดอกเบี้ยขาลง ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ซื้อตุน ภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่สงบ นักลงทุน
โยกเงินลดเสี่ยงตลาดหุ้น

- รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า
ประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2566 ทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย 1.85 ล้านคัน จากการส่งออกรถยนต์คาดว่าจะอยู่ที่ 1.1 ล้าน
คัน เกินกว่าเป้าหมายคาดไว้อยู่ที่ 1.05 ล้านคัน

02/01/2024

ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.72 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนหลัง GDP สหรัฐออกมาต่ำ จับตาตัวเลข PCE คืนนี้

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.72 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดเย็น วานนี้ที่ระดับ 34.86/88 บาท/ดอลลาร์
เงินบาทแข็งค่าเทียบท้ายตลาด ตามดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า หลังเมื่อคืนนี้สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ออกมาปรับ ลดลงจากการประกาศครั้งก่อนหน้า ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินส่วนใหญ่

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.60 - 34.90 บาท/ดอลลาร์ โดยคืนนี้ต้อง ติดตามดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพ.ย.

- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 142.34 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 143.10 - - - เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0999 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0950 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 34.943 บาท/ดอลลาร์
- คลัง" แจง R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยที่ A- จับตานโยบายรัฐบาลหลังอัตราประชากรเกิดลดสูงวัยเพิ่ม
หวังเป็นภาระงบประมาณระยะยาว
ททท.จับมือเอกชนจัดงาน "Amazing Thailand Countdown 2024" ทั่วประเทศ ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ 67 ผุดบิ๊กอีเวนต์
ภายใต้โครงการ Thailand Winter Festivals เพิ่มแรงส่งกระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี 66 ตอบรับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมดันภาพ
ลักษณ์กรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กและจุดเคาต์ดาวน์ระดับโลก
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ของ GDP ประจำไตรมาส 3/2566 โดยระบุว่า GDP สหรัฐ

02/01/2024

ราคาน้ำมัน WTI พลิกปรับตัวลง หลังดีดตัวเหนือ $74 ในช่วงแรก

สัญญาน้ำมันดิบ WTI พลิกปรับตัวลง ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในทะเลแดง

ณ เวลา 23.22 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX ลบ 0.17 ดอลลาร์ หรือ 0.23% สู่ระดับ 73.72 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 74 ดอลลาร์ในช่วงแรก โดยได้แรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบจากการที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง

อย่างไรก็ดี โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีจะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เนื่องจากการเปลี่ยนเส้นทางของเรือบรรทุกสินค้าจะทำให้เรือเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการโจมตีดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุเช่นกันว่า การโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตียังคงส่งผลกระทบไม่มากนักต่อปริมาณน้ำมันในตลาด เนื่องจากการส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากตะวันออกกลางมีการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันถูกกดดันจากการที่แองโกลาเตรียมถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพของโอเปกในการพยุงราคาน้ำมันด้วยการปรับลดกำลังการผลิต

02/01/2024

ดอลลาร์พยายามหาจุดทรงตัวในช่วงการค้าที่เบาบาง เงินเยนทรงตัว

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์สประเทศสิงคโปร์ สกุลเงินดอลลาร์พยายามหาจุดทรงตัวในตลาดวันนี้ หลังได้รับแรงกดดันจากสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกากำลังเย็นลง ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐมีช่องทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

ในขณะเดียวกันเงินเยนก็ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังมีแนวโน้มว่าธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) จะสามารถยุตินโยบายการเงินที่ผ่อนคลายได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยช่วงปี 2022 และ 2023 ที่ผ่านมานโยบายดังกล่าวทำให้ค่าเงินญี่ปุ่นตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากธนาคารกลางรายใหญ่อื่น ๆ ทั่วโลกเริ่มใช้วงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก

สกุลเงินส่วนใหญ่ไม่มีการเคลื่อนไหวหลังวันคริสต์มาส โดยตลาดในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และฮ่องกงยังคงเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์

เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.06% เป็น 1.1019 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลจากระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ 1.1040 ดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เงินปอนด์ขยับเล็กน้อยที่ 1.2701 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน

ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 101.42 ปรับลงจากสัปดาห์ที่แล้วที่ 101.65

จากข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า ดัชนีสหรัฐฯ ลดลงในเดือนพฤศจิกายนเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามปีครึ่ง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปีต่ำกว่า 3% และเพิ่มความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากเฟดในเดือนมีนาคมปีหน้า

02/01/2024

ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.50/52 แข็งค่า จากราคาทองหนุน คาดกรอบวันนี้ 34.45-34.65!!!

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 34.50/52 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาด เย็นวานนี้ที่ระดับ 34.58 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทเช้านี้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากเมื่อเย็นวาน เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงิน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ
ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณธุรกรรมในตลาดจะเบาบาง เนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุด
ยาวในเทศกาลปีใหม่

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 34.45 - 34.65 บาท/ดอลลาร์

- ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 142.63/65 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 142.43 - เยน/ดอลลาร์
- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1032/1036 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1010 ดอลลาร์/ยูโร
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท. อยู่ที่ระดับ 34.604 บาท/
ดอลลาร์
- คลัง จัดของขวัญปีใหม่ ลดค่าจดทะเบียนโอน-จำนอง ยอมเฉือนเนื้อ 5 พันล้าน ด้าน ธอส.โอนคืนลูกค้ารายละ
พันบาท คาดคนแห่ลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt แตะล้านราย ร้านค้าตบเท้าร่วมคึกคักดันเข้าเป้าหมื่นราย
- ครม.เคาะกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปีหน้า 1-3% ชี้ปัจจัยกระทบจากมาตรการเศรษฐกิจของรัฐและราคาอาหารสดที่
อาจได้รับผลกระทบจาก เอลนีโญ ด้านอัตราเงินเฟ้อระยะปานกลาง ยังไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้าง
โดยเฉพาะปัญหาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์
- ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 67 ตั้งวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท เตรียมเข้าสภาฯ พิจารณา

02/01/2024

อัปเดตตลาดโลก: หุ้น APAC ยังคงผันผวน ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นเกินความคาดหมาย

หุ้นเอเชียแปซิฟิกมีการซื้อขายทั้งขึ้นและลงในตลาดวันนี้ โดย ASX 200 ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองปี ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นเผชิญกับการร่วงลงในช่วงเปิดตลาดหลังการพุ่งขึ้นที่เซสชั่นก่อนหน้านี้

ปริมาณการซื้อขายกลับมาอยู่ที่ระดับปรกติในตลาดต่าง ๆ รวมถึงออสเตรเลียและฮ่องกงในวันพุธหลังช่วงหยุดคริสต์มาส โดยทั้งสองตลาดปิดด้วยสัญญาณเชิงบวก หุ้นจีนก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นเกมออนไลน์

S&P/ASX 200 index ในออสเตรเลียปรับขึ้น 0.5% อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2022 ดัชนีดังกล่าวคาดว่าจะปิดท้ายปีด้วยการเติบโตอย่างน่าพอใจ โดยเพิ่มขึ้น 7.7%

ในทางตรงกันข้าม Nikkei 225 ของญี่ปุ่นขยับลง 0.4% หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 1% ในช่วงก่อนหน้า ดัชนี Topix โดยรวมก็ปรับลดลง 0.3% เช่นกัน

ตัวเลขยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นเปิดเผยการเติบโตอยู่ที่ 5.3% ในเดือนพฤศจิกายน เกินจากความคาดหมายที่คาดไว้ที่ 5%

KOSPI 200 ของเกาหลีใต้ เปิดสูงขึ้น 0.3% โดยพยายามที่จะรักษากำไรจากเซสชั่นก่อนหน้า ในขณะที่ดัชนีขนาดเล็กอย่าง Kosdaq ปรับลงเล็กน้อยที่ 0.19%

ดัชนีฮั่งเส็ง ของฮ่องกง บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเปิดที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการปิดก่อนหน้านี้ของ HSI ที่ 16,624.84

ในสหรัฐอเมริกา หุ้นปิดสูงขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเนื่องจากเทรดเดอร์จับตาดูความคืบหน้าของ S&P 500 ที่กำลังขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย S&P 500 ปรับขึ้นเล็กน้อยที่ 0.14% ขณะที่ Nasdaq คอมโพสิต ปรับขึ้น 0.16% ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับขึ้น 111.19 จุดหรือ 0.3% ปิดที่ 37,656.52 จุด

ดาวโจนส์บรรลุระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ S&P 500 ปิดน้อยกว่าระดับการปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,796.56 ที่ทำไว้ในเดือนมกราคม 2022 เพียง 0.5% นอกจากดาวโจนส์และ Nasdaq แล้ว S&P ยังอยู่ในระดับที่ทำกำไรติดต่อกันแปดสัปดาห์ด้วย ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017

02/01/2024

ดาวโจนส์บวก ขานรับว่างงานสูงกว่าคาดหนุนเฟดหั่นดอกเบี้ยปีหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น ขานรับตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

ณ เวลา 21.41 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 37,705.81 จุด บวก 49.29 จุด หรือ 0.13%

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย

ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวขึ้น 9 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการที่เฟดส่งสัญญาณยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.2567 และเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 6 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.50% มากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75%

ตลาดจับตาปรากฎการณ์ "ซานต้า แรลลี่" ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปีนี้ ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยมีขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบัน รวมทั้ง 2 วันแรกของปีใหม่

ข้อมูลจาก Stock Trader's Almanac ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2512 ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.3% ในช่วงเวลา 7 วันดังกล่าว

02/01/2024

เงินบาทสัปดาห์แรกปีใหม่ KBANK คาดกรอบ 33.80-34.50 จับตาเงินเฟ้อไทย

ธนาคารกสิกรไทย (BK:KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (2-5 ม.ค. 67) ที่ระดับ 33.80-34.50 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดในวันพฤหัสบดีที่ 28 ธ.ค. 66 ที่ระดับ 34.16 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติและอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. 66 ของไทย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธ.ค. 66 ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนแรงงานเดือนพ.ย. 66 บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 12-13 ธ.ค. 66 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนธ.ค. 66 ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. 66 ของยูโรโซนเช่นกัน

สำหรับเงินบาทในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2566 แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 5 เดือนที่ 34.10 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังคงแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จากกระแสการคาดการณ์ถึงโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปี 2567 หลังจากที่ดัชนีราคา PCE Price Index และ Core PCE Price Index ของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติด้วยเช่นกัน

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 25-28 ธ.ค. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 3,175 ล้านบาท และ 4,651 ล้านบาทตามลำดับ

*เงินบาทสิ้นปี 66 แข็งค่าขึ้น 1.3% จากระดับปิดสิ้นปี 65สำหรับภาพรวมในปี 2566 นั้น เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในกรอบ 32.57-37.24 บาท/ดอลลาร์ ก่อนจะปิดตลาด ณ สิ้นปี 2566 ที่ 34.16 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 1.3% จากระดับปิดสิ้นปี 2565 ที่ 34.61 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นปีท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ และโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงหลังข้อมูลเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ซึ่งทำให้เฟดยังคงเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจนถึงรอบการประชุม FOMC เดือนก.ค. 2566 ประกอบกับเริ่มมีความไม่แน่นอนของปัจจัยการเมืองในประเทศและจังหวะการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจไทย เงินบาทฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ได้แตะจุดสูงสุดแล้วที่ 5.25-5.50% และมีโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงในปี 2567 นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช่นกัน

02/01/2024

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์แข็งค่าส่งท้ายปี แต่แนวโน้มอ่อนค่าจากดอกเบี้ยขาลง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (29 ธ.ค.) แต่ปิดตลาดปี 2566 ลดลงเป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2563 โดยถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีหน้า เนื่องจากเงินเฟ้อชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.15% แตะที่ระดับ 101.38

ดัชนีดอลลาร์ลดลง 2.10% ในปีนี้ และลดลง 4.62% ในไตรมาส 4/2566

ดอลลาร์สหรัฐยังมีแนวโน้มอ่อนแอ หลังจากเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย และตลาดคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.75% ในปี 2567

ยูโรอ่อนค่าลง 0.19% สู่ระดับ 1.1040 ดอลลาร์ แต่ยูโรปรับตัวขึ้น 3.04% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการบวกขึ้นรายปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563

ปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.08% สู่ระดับ 1.2745 ดอลลาร์ และปรับตัวขึ้น 5.39% ในปี 2566 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 7.56% เมื่อเทียบกับเยนในปี 2566 ขณะที่เยนยังคงถูกกดดันจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษ

ฟรังก์สวิสเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในปี 2566 ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 8.99% เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสในปี 2566 ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553

ที่อยู่

61, ซอย ถ พัฒน์พงศ์ 1 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ไทย
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AETOS Capital Group Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์