The Prop Up Property with Attitude Property with Attitude : Writing, Sharing, Analyzing,Smiling in Property Business

26/02/2012

ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เพราะ การลงทุนมีความเสี่ยง (ตอนที่ 2)

เรื่องมันมีอยู่ว่า...
ณ. ประเทศกำลังพัฒนาอันไกลโพ้นแห่งหนึ่ง…
เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน คนที่ผมรู้จักคนนึ่งเริ่มสนใจลงทุนในวงการอสังหาริมทรัพย์ครับ
ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ City Condo กำลังเริ่มบูม เพราะผู้ประกอบการหลายๆราย หันมาทำคอนโดฯ ริมรถไฟฟ้ากันหมด
และราคาของ City Condo ตอนนั้นก็ถือว่าไม่แพง, แถวๆย่านสุขุมวัท (ไม่ใช่สุขุมวิทนะครับ) ใกล้ๆทองแหล่ม (อ่ะ! ไม่ใช่ทองหล่อนะครับ)
ยังซื้อได้ในราคาประมาณ 55,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้นเอง! (ขอใช้หน่วยบาท เพื่อความเข้าใจง่าย)
เพื่อนผมจองห้อง One-Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. ราคาห้องประมาณ 1.93 ล้านบาท
ด้วยเงินจำนวน 20,000 บาท และ จ่ายค่าทำสัญญาอีก 80,000 บาทภายใน 7 วัน
ผ่านไปประมาณ 10 วัน พนักงานขายโทรมาหาเพื่อนผมและถามว่าสนใจขายห้องมั้ย
เพราะว่ามีคนอยากซื้อต่อ ด้วยราคา 2.20 ล้านบาท
โอ้ว!!!!!...แม่เจ้า..!!!
เป็นใครจะไม่ขาย…ขายอยู่แล้วครับ ลงทุนไม่ถึงเดือน ได้กำไร 270,000 บาท เป็นใครก็เอาครับ
เพียงแค่ภายใน 10 วัน, เพื่อนผมจ่ายเงินไป 100,000 บาท
ได้กำไร 2,200,000-1,930,000 = 270,000 บาท (แต่ต้องให้ค่า Commission กับพนักงานขาย 10% ของกำไร)
ดังนั้นก็ได้กำไรทั้งหมด 270,000 x 90% = 243,000 บาท
ถือว่าได้ Return จากเงินต้น = 243%
ที่สำคัญคือ ได้กำไรภายในเวลาไม่ถึงเดือน!!!
หวานหอมมิใช่เล่น...

หลังจากนั้นเพื่อนผมก็เริ่มสนใจวงการนี้ขึ้นเรื่อยๆครับ
จากที่เริ่มซื้อ 1 ห้อง, ก็เป็นซื้อ 2 ห้อง >> จากที่ได้กำไร 2 แสนบาท ก็กลายเป็นได้กำไร 4 แสนบาท
จากที่ซื้อ 2 ห้อง ก็กลายเป็น ซื้อ 4 ห้อง >> จากที่ได้กำไร 4 แสนบาท ก็ได้กำไรเป็น 6 แสนบาท
จากที่ซื้อ 4 ห้อง ก็กลายเป็น ซื้อ 10 ห้อง >> ทีนี้ได้กำไรเป็นล้านเลยครับ!!
เอาหล่ะครับทีนี้ พอได้เงินเยอะๆ เพื่อนๆรอบตัวก็เริ่มสนใจบ้างแล้ว
“เฮ้ย!! ได้เงินง่าย ได้เงินเร็ว สบายจริงๆ… เอาด้วยดีกว่า” ทุกคนว่าอย่างนั้น
ทีนี้ก็เริ่มกลายเป็นแก็งค์ครับ… แก๊งค์นักลงทุน!!

ทุกคนที่เข้ามาตอนแรกๆ ก็ทำรายได้ดีครับ ได้เป็นกอบเป็นกำ ได้หลัก หมื่นบ้าง แสนบ้าง แล้วแต่มุมห้อง แล้วแต่โอกาส
พอได้เงินมากๆ บางคนก็เริ่มซื้อมากขึ้นและเริ่มมีแนวคิดที่เสี่ยงยิ่งขึ้น เช่น ซื้อ 20 ห้องไปเลย เพราะ จองแค่ 20,000 บาท
ก็เหมือนลงทุนแค่ 400,000 บาท แต่ถ้าขายได้ 10 ห้อง กำไรห้องละ 1 แสน แบบนี้ก็ได้ 1 ล้านแล้ว… สบาย!!!
ทุกอย่างดูหวานหอมไปหมด...
จ่ายเงินน้อย… ได้เงินเยอะ…

กลับมาดูอีกมุมหนึ่ง…
ในมุมของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ พอเปิดโครงการแล้วขายดี ขายหมดเร็ว ก็เริ่มทยอยเปิดโครงการเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ถ้าบริษัทฯเปิดขายช้า บริษัทฯอื่นก็จะเปิดขายตัดหน้าไปก่อน ซึ่งเป็นอะไรที่ยอมไม่ได้ เพราะจะสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้
ดังนั้น ต้องรีบเปิดขายและรีบปิดการขาย แล้วรีบเปิดขายอีกแล้วก็รีบปิดการขายอีก
อย่างที่เคยได้ยินมาว่า “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”
ถ้าเทียบกับกรณีนี้แล้ว เรียกว่า มือทั้ง 2 ข้าง ช่วยกันตบอย่างจริงจัง และที่สำคัญ ช่วยกันตบอย่างแรงเลยด้วยครับ
และเป็นการตบที่ยิ้มไปตบไปด้วยนะสิเนี่ย

เขียนมาถึงตอนนี้ ใครที่ยังไม่ได้เข้ามาร่วมลงทุนแบบนี้
อยากจะเข้ามาร่วมหวานหอมแบบนี้บ้างมั้ยครับ
แต่ขอให้อดใจอีกนิด อย่าเพิ่งรีบเข้ามาคลุกวงใน
เพราะตอนหน้าผมมีเรื่องเล่าของเพื่อนผมมาให้ฟังเพิ่มอีกนิดครับ
แล้วค่อยตัดสินใจกันนะครับ

Patio Chaengwattana : A New Stylish Townhome in MuangThong Tanee. If you are looking for Unique and Modern Design, you w...
23/02/2012

Patio Chaengwattana : A New Stylish Townhome in MuangThong Tanee. If you are looking for Unique and Modern Design, you will love it like I DO. Start 3.xx mb. Call 1739

22/02/2012

ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เพราะ การลงทุนมีความเสี่ยง (ตอนที่ 1)

สมัยเด็กๆเวลาที่ผมดูทีวี หรือฟังวิทยุ มักจะเห็นหรือได้ยินโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังอยู่บ่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็น กระทิงแดง, เอ็ม 100, เอ็ม 150 ,ลิโพวิตัน, ลิโพวิตัน-ดี, คาราบาวแดง, และอีกมาก
และในโฆษณาก็จะมีประโยคคลาสสิกที่ได้ยินประโยคนี้อยู่บ่อยครั้ง ว่า...
“ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง”
ซึ่งพี่โฆษก ก็มักจะอ่านแบบรวดเร็ว คล้ายๆไม่อยากให้คนฟังเข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร
เสมือนว่าประโยคยาวๆอันนี้ มันจะไปเบียดบังเวลาโฆษณา
ประมาณว่าให้เราซื้อมาดื่มเถอะ…จะดื่มกี่ขวดก็ได้ ไม่ว่ากัน…

สมัยนี้เวลาที่ผมดูทีวี หรือฟังวิทยุ ก็มักจะได้ยินประโยคคล้ายๆแบบแรก
แต่เปลี่ยนเป็น... “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลทุกครั้งก่อนการตัดสินใจ”
และที่สำคัญ พี่โฆษกเค้าพูดเร็วไม่ต่างกันจริงๆ
เหมือนให้ลงทุนไปเถอะ… เท่าไหร่ก็ได้ ไม่ว่ากัน…

ปัจจุบัน คนเราสนใจการลงทุนกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะครับ
ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน หุ้น, ทองคำ, พันธบัตร, หุ้นกู้, กองทุนรวมต่างๆ, LTF, RMF,
และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
การลงทุนในอสังหาริมทรัยพ์สามารถเลือกการลงทุนได้หลายรูปแบบ
ไม่วาจะเป็น การซื้อเพื่อปล่อยเช่า, การซื้อเพื่อพัฒนา, หรือการซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์,
แต่ที่เห็นว่านิยมกันมากเพราะอยากรวยเร็วๆ
ในปัจจุบันก็คือ การซื้อเพื่อเก็งกำไร!!

และเรื่องการเก็งกำไรเนี่ยหล่ะครับ ที่ผมอยากมาแชร์ให้ฟังกัน
มันเป็นเรื่องประสบการณ์โดยตรงของเพื่อนผมในต่างแดนครับ!!
ย้ำนะครับว่าต่างแดน!! ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเมืองไทยเด็ดขาด

เอาไว้วันพรุ่งนี้จะมาเล่าเพิ่มครับ ^^

25/01/2012

มาแล้ว!! Review "Ideo Mobi Phayathai"
รีวิวแนวๆ แบบ ข้อมูลเน้นๆ
ิby ThePropUp.com

24/01/2012

หาบ้าน...ก็เหมือนหาแฟน

ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งครับ…
เพื่อนผมคนนี้เป็นผู้ชาย การงานดี หน้าตาใช้ได้ อายุก็ประมาณ ม.เกษตร
อีกนิดก็หลักสี่แล้วครับ (ฮา…)
รู้จักกันมาตั้งนาน ตั้งแต่จำความว่าคบกันมานั้น เห็นว่าเปลี่ยนแฟนไปแล้วหลายคน
ตอนเรียนม.ปลาย ชอบแบบผู้หญิงหน้าไทยๆเพราะว่าชอบน้องเจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ชอบแบบใสๆหน่อย เหมือนวง ซาซ่า ไม่ก็ Bubble Girl
ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ชอบแบบสาวออฟฟิศมาดเข้ม เพราะปิ๊งเจ้านายสาว
เมื่อปีที่แล้ว ชอบแบบบู๊ๆ เพราะดันมาปลื้มน้องจีจ้า…ซะงั้น!!
คนเราก็แบบนี้แหล่ะครับ…ถ้ายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ
ก็เลือกไม่ถูกว่าชอบแบบไหน

เวลาที่คนเราจะหาซื้อบ้านซักหลัง, คอนโดซักห้อง, หรือทาวน์เฮ้าส์ซักที่
ก็น่าจะยากพอๆกับหาแฟนซักคนนะครับ…
เพราะว่าเวลาจะซื้อนั้น เราต้องดูว่าอะไรเหมาะกับเรา
ซึ่งจริงๆแล้วก็มีปัจจัยหลากหลาย และก็เหตุผลหลายหลากที่เราต้องนำมาคิดตัดสินใจ
ทั้งเรื่องของ ราคา, ทำเล, ประเภทที่อยู่อาศัยและพื้นที่ใช้สอย, สไตล์บ้าน, ความน่าเชื่อถือของแบรนด์,
ที่สำคัญอีกข้อคือความพอใจของคนที่จะมาอยู่ด้วยกับเรา (ในบางกรณีข้อนี้จัดเป็นปัจจัยหลักสูงสุด!!)

ทีนี้มาลองดูว่าแต่ละหัวข้อที่กล่าวมานั้น น่าจะมองในมิติไหนบ้าง

1. ราคา : ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุดจริงๆ
เพราะไม่ว่าเราจะชอบโครงการนั้นๆมากขนาดไหน แต่ถ้าเงินในกระเป๋าไม่พอ ก็อดซื้ออยู่ดี
ราคานั้นสัมพันธ์กับรายได้ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถ้าเป็นศัพท์ทางคณิตศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็น “ราคาแปรผันตามกับรายได้”
ซึ่งเราๆท่านๆก็สามารถคำนวณด้วยตัวเองได้ว่า รายได้เท่าไหนซื้อบ้านได้เท่าไหร่
โดยมีวิธีคำนวณง่ายๆดังนี้ครับ คือ ถ้าคุณซื้อคอนโด 1 ล้านบาท คุณต้องมีรายได้ประมาณ 20,000 บาท
(ตัวเลขนี้คิดที่ดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 7% นะครับ) โดยที่คุณจะต้องมีหน้าที่จ่ายเงินให้กับธนาคารประมาณเดือนละ 8,000 บาท/เดือน
หรือคิดเป็น 1/3 ของรายได้ เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี ซึ่งในกรณีนี้ สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องไม่มีการติดผ่อนชำระใดๆ (หม้อหุงข้าวซักใบก็ไม่ได้!!)
ดังนั้นถ้าคุณอยากซื้อบ้านซัก 10 ล้านบาท คุณก็ต้องมีเงิน…ใช่แล้วครับ…200,000 บาทต่อเดือน และที่สำคัญ!!
คุณต้องไม่ติดผ่อนหม้อหุงข้าวนะครับ และผ่อนเดือนละ 80,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 25 ปีครับ

2. ทำเล : เรื่องที่สองนี้เป็นเรื่องที่คลาสสิกอย่าบอกใครครับ
คุณลุง Donald Trump ได้เคยกล่าวอมตะวาทะเอาไว้ครับว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกโครงการก็คือ
“Location, Location, Location” จากตอนนั้นถึงตอนนี้คงจะหลายสิบปีแล้ว…
แต่วาทะนี้ก็ยังคงใช้ได้อีกหลายสิบปีข้างหน้า หรืออาจจะตลอดไปเลยก็ได้ครับ
สำหรับเรื่องของทำเล เป็นเรื่องที่คุณเท่านั้นที่จะตอบตัวเองได้ครับ ว่าทำเลไหนเหมาะสำหรับคุณมากที่สุด
เพราะว่าทำเลนั้น ควรจะต้องสัมพันธุ์กับความเป็นอยู่และชีวิตประจำวันของคุณ
เช่น ใกล้ที่ทำงาน, ใกล้บ้านคุณพ่อคุณแม่, ใกล้โรงเรียนลูก, ใกล้ห้างที่ชอบไป, หรือชินกับพื้นที่เดิมที่เคยอยู่

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เรื่องของทำเลและราคานั้น มักจะสัมพันธุ์กันอย่างแนบแน่นครับ
และความแนบแน่นนี้ จึงนำพามาให้เจอกับหัวข้อต่อไป… คือ เรื่องของประเภทที่อยู่อาศัยครับ

3. ประเภทที่อยู่อาศัยและขนาดพื้นที่ใช้สอย : บ้าน, ทาวน์เฮ้าส์, คอนโดฯ และอื่นๆอีกมาก
สำหรับในหัวข้อนี้ ผมว่ามันมีเรื่องของ Lifestyle เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มากก็น้อยครับ
เช่น คุณมีงบในการซื้อที่อยู่อาศัย 3 ล้านบาท แล้วบ้านเดิมของคุณอยู่แถวลาดพร้าว 71
และคุณต้องการจะย้ายออกหรือขยายครอบครัว, ด้วยงบขนาดนี้แล้ว คุณมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น: คอนโดฯ 1 ห้องนอนขนาด 35 ตร.ม.ริมรถไฟใต้ดินแถวรัชดาฯ,
หรือ ทาวน์เฮ้าส์ Local Brand ขนาด 19 ตร.วา 155 ตร.ม. แถวโชคชัยสี่,
หรือจะเป็นบ้านเดี่ยว 50 ตร.วา 145 ตร.ม. แถวซาฟารีเวิลด์….โน้น!!
อย่างที่ว่าเลยครับ.... “The Choice is YOURS!!”

4. สไตล์บ้าน : เป็นเรื่องโชคดีของพวกเราทุกคนจริงๆครับที่เกิดมาในสมัยนี้
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสไตล์การออกแบบที่อยู่อาศัยมากมายหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น โมเดิร์น, เมดิเตอร์เรเนี่ยน, ทรอปิคอล, ไทยร่วมสมัย, โรมัน, หลุยส์, อังกฤษ, ไปจนถึง อียิปต์!
แต่ในความโชคดีก็มีความโชคร้ายปนอยู่เล็กน้อย
คือว่า ถ้าโครงการ สไตล์ไทย มาอยู่ใกล้ๆ สไตล์อียิปต์ คงจะแปลกพิลึก!

5. ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ : สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดครับ สำหรับหัวข้อนี้
หัวข้อนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการตัดสินใจของเราเวลาซื้อที่อยู่อาศัย
ในปัจจุบันนี้ บริษัทฯทั้งหลายได้พยายามเน้นในเรื่องของภาพลักษณ์และพยายามชูจุดเด่นของตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
เช่น ถ้านึกถึงความน่าเชื่อถือ ต้องแลนด์แอนด์เฮ้าส์, ถ้าบ้านสวยดูมีสไตล์ คือแสนสิริ,
เจ้าแห่งนิติบุคคลชั้นเลิศ เป็นใครไม่ได้นอกจาก LPN, ถ้าอยากได้บ้านมีสวนและสระใหญ่มว๊าก ต้องพร๊อพเพอร์ตี้เฟอร์เฟค,
เจ้าแห่งบ้านฟรีแคส ต้องพฤกษา เป็นต้น

จะเห็นว่าปัจจัยในการซื้อที่อยู่อาศัยช่างมีมากมายและแต่ละหัวข้อก็มีรายละเอียดให้ต้องคิดเยอะเหมือนกัน
ดังนั้นควรจะทำการบ้านและศึกษาข้อมูลแต่ละโครงการที่สนใจอย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ
ที่สำคัญต้องรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร…เก็บข้อมูลให้เยอะ…วิเคราะห์ให้ดี…แล้วก็ตัดสินใจไปเลยครับ
ผมว่า เวลาหาบ้าน…ก็เหมือนกับหาแฟนนะครับ

กลับมาที่ปัจจุบัน…เพื่อนผมก็ยังคงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนซักที
ผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตรักของเพื่อนผมจะเป็นยังไงต่อไป
แต่ผมก็ได้ให้กำลังใจ และบอกเพื่อนผมไปว่า
“บางครั้งคนเราก็เจอรักแรกพบได้เหมือนกัน”
ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังวิเคราะห์กับข้อมูลโครงการต่างๆอยู่นั้น…
คุณอาจจะเจอบ้านในฝัน แบบ “Love at First Visit” ก็ได้นะครับ
โชคดีในการหาบ้านครับ!

Property with Attitude

23/01/2012

เอาขำๆนะคร้าบ... ^^

อีก 12 วันเจอกัน! กับ Ideo Mobi 4 โลเกชั่นที่พารากอน...แต่ก่อนหน้าวันงาน The Prop Up จะพาไปเที่ยวที่ Ideo Mobi : Phayath...
20/01/2012

อีก 12 วันเจอกัน! กับ Ideo Mobi 4 โลเกชั่นที่พารากอน...
แต่ก่อนหน้าวันงาน The Prop Up จะพาไปเที่ยวที่ Ideo Mobi : Phayathai
พร้อมมา Review ให้ดูกันครับ

20/01/2012
หลงรักเธอแล้ว…อสังหาริมทรัพย์ “เมื่อแรกเจอกับเธอก็ละเมอ ดั่งต้องมนต์ ก็เหมือนคนที่ถูกสะกดดวงใจ เอาไว้ไม่ให้ไปไหน”เวลาที่...
20/01/2012

หลงรักเธอแล้ว…อสังหาริมทรัพย์

“เมื่อแรกเจอกับเธอก็ละเมอ ดั่งต้องมนต์
ก็เหมือนคนที่ถูกสะกดดวงใจ เอาไว้ไม่ให้ไปไหน”
เวลาที่ได้ยินเพลงนี้ทีไร ก็นึกถึงน้องผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ที่ทำงานชั้น 18
ในหนังโฆษณาสัญญาณมือถือค่ายดังทุกทีเลย
คนอะไรไม่รู้ทำไมน่ารักอย่างนั้น…

ผมว่าทุกคนคงมีประสบการณ์แบบนี้มาไม่มากก็น้อยนะครับ
เวลาที่เราเจอคนที่ไม่เคยเจอ แต่แบบว่ามันใช่! อธิบายด้วยคำพูดก็คงไม่ถูก
รู้อย่างเดียวว่ามันต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว
ก็คงเหมือนกับที่น้องผู้ชายต้องเปิดเพลงจีบ ก่อนที่น้องผู้หญิงจะออกจากลิฟท์ไป

วงการอสังหาริมทรัพย์ก็คล้ายๆกับเพลงนี้แหละครับ
เห็นแล้ว รู้สึกต้องมนต์… ผมว่าวงการนี้ เค้ามีความน่าสนใจอยู่หลายอย่าง
เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำความรู้จักแล้ว..ยิ่งชอบ, ยิ่งคลุกคลี..ยิ่งสนุก, ยิ่งสนิท..ยิ่งน่าสนใจ
น่าคิดเล่นๆว่า กว่าที่บริษัทหนึ่งจะเปิดโครงการซักโครงการ, กว่าที่ทีมงานจะออกแบบบ้านได้ซักหลัง
กว่าที่ทีมขายจะเปิดขายซักครั้ง, และกว่าที่จะมีลูกค้ามาซื้อซักคน
แต่ละขั้นตอนมันมีรายละเอียด และเสน่ห์ในแต่ละส่วนของตัวเอง
ไหนจะต้องพบปะผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็น เจ้าของที่, สถาปนิก, วิศวกร, ฝ่ายบัญชี, ฝ่ายการเงิน, มัณฑนากร, ผู้รับเหมา,
ทีมการตลาด, พนักงานขาย, ลูกค้า, ทีมช่าง, ฝ่ายสินเชื่อ, ธนาคาร, เจ้าหน้าที่, ฝ่ายโอนฯ, พนักงานหลังการขาย, และอีกมากมาย
แค่คิดก็เหนื่อย…เฮ้ย! ไม่ใช่… แค่คิดก็น่าสนุกแล้วหล่ะครับ

ความน่าสนใจของเค้าอีกอย่างคือ วงการอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องของที่อยู่อาศัย
และที่อยู่อาศัยก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดของชีวิตพวกเราทุกคน
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีอีกหลายปัจจัยที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัย 4 เช่นรถ หรือมือถือ (ซึ่งตอนนี้คงต้องเป็น smartphone แทน)
ซึ่งถ้ามาดูที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ก็จะพบได้ว่ามีมากมายหลายแบบและหลากหลายสไตล์แตกต่างกันไป
เช่น บ้านเดี่ยว ตั้งแต่ 1 ชั้น, 2 ชั้น, 3 ชั้น, ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ชั้น, บ้านแฝด,
คอนโดมิเนี่ยม ตั้งแต่ห้องละ 7 แสนบาท จนถึง ตารางเมตรละ 250,000 บาท,
ตึกแถว, อาพาร์ทเม้นต์, ห้องเช่า, อาคารพานิชย์ และอื่นๆอีกมากมาย
ความหลากหลายนี้ เวลาที่มันมาผสมกันอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เมื่อเห็นแล้วก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ความน่าสนใจนั้นรวมถึงเวลาที่เห็นว่า ในบางทำเลมีโครงการอยู่ติดกัน แล้วเปิดขายพร้อมๆกัน
โครงการนึงปิดการขายอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อีกโครงการลดราคาหรือแถมเท่าไหร่ก็ไม่มีคนซื้อ
ผมว่าความแตกต่างแบบนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว…

อีกเหตุผลที่น่าสนใจก็คือ ธุรกิจนี้ทำเงินได้อย่างมหาศาล...ใช่แล้วครับ...มหาศาล
ดูอย่าง Donald Trump ผู้ที่เป็น Host ของรายการ The Apprentice
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของนิวยอร์ก ก็ติดโผรายชื่อหนึ่งในคนที่รวยที่สุดของอเมริกา
หรือ Mc Donald ธุรกิจยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ก็ยังเคยบอกว่าธุรกิจของเค้าไม่ใช่ร้านอาหาร แต่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
หรือว่าจะดูรายชื่อคนรวยหุ้นย้อนหลังไปซัก 10 ปีของเมืองไทย
ก็จะเห็นว่ามีแต่คนอสังหาริมทรัพย์ที่ติดโผเศรษฐีหุ้นอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นคุณ อนันต์ อศัวโภคิณ เจ้าพ่อแลนด์แอนด์เฮ้าส์
หรือ คุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เศรษฐีหุ้น 2 ปีล่าสุดนั่นไง
ผมคิดว่าถ้าใครอยากรวยลองมาทำความรู้จักอสังหาริมทรัพย์บ้าง ก็ไม่น่าเสียหายนะครับ

นี่เป็นเพียงเหตุผลบางส่วนที่ผมคิดว่าทำให้วงการนี้น่าสนใจ
ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราน่าลองเข้าไปสัมผัสใกล้ๆเพิ่มขึ้นอีกนิด เผื่อว่าจะได้สนิทกับเค้ามากขึ้นอีกหน่อย
และถ้าลองชวนเค้าคุยดูแล้ว แล้วเค้ายิ้มเล็กๆ กลับมา แบบน้องผู้หญิงในโฆษณาบ้าง
ก็คงจะอิ่มใจและดีใจไม่น้อยที่เลยล่ะครับ ทีนี้…
แบบนี้ต้องลองดูซักตั้งแล้ว

หนัง dtac 3G ใหม่ ที่น่ารัก ๆ มาพร้อมกับ Samsung Galaxy Tab 8.9 เต็มอิ่มกับ online version โดยเฉพาะ พบ Samsung Galaxy Tab 8.9 และรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะที่ดีแทค...

20/01/2012

“วันที่เริ่มก้าวเดิน, ก็เหมือนได้นับถอยหลังสู่เป้าหมายแล้ว”
The Prop Up : “A Pop Up Idea in Property”
พื้นที่เล็กๆที่ไว้แลกเปลี่ยนความคิด ในวงการใหญ่ๆอย่างอสังหาริมทรัพย์
ผมว่าเวลาที่เราเดินทางท่องเที่ยว พบปะผู้คน ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือจิบกาแฟ ไอเดีย มักจะ “Pop Up” ขึ้นมา
แล้วถ้าเราคิดถึง “Property” ในขณะที่เราเดินทางท่องเที่ยว พบปะผู้คน ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือจิบกาแฟ
ผมว่ามันก็น่าจะ “Prop Up” ขึ้นมาได้เหมือนกันครับ
ขอต้อนรับเข้าสู่ The Prop Up
ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ที่อยู่

Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66836399799

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Prop Upผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์