Winner Estate Chiangmai

Winner Estate Chiangmai ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Winner Estate Chiangmai, อสังหาริมทรัพย์, Bangkok.

11/04/2025

vายบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ เนื้อที่ 144 ตารางวา
ตั้งอยู่ที่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
รายละเอียด
ขนาดที่ดิน 144 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยบ้าน 400 ตารางเมตร
บ้านสร้างเสร็จปี ค.ศ. 2008
จุดเด่น
บ้านเดี่ยว หน้าบ้านมีคลองชลประทาน น้ำไหลผ่านตลอด
เพื่อนบ้านดี เงียบสงบ
บ้านสภาพดีมาก พร้อมอยู่ ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์
ดีไซน์สวย โครงสร้างแข็งแรง
ห้องนอนขนาดใหญ่ทุกห้อง และมีห้องน้ำในตัว
ระเบียง เอนกประสงค์ ไว้ดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน
ห้องครัวขนาดใหญ่ ตกแต่งสไตล์ตะวัตก พร้อมด้วยอุปกรณ์ครัว สะดวกต่อการใช้งาน
มีสวนขนาดใหญ่ ด้านหลังบ้านสำหรับพักผ่อน และศาลาเอนกประสงค์ ขนาด 20 ที่นั่ง สำหรับปาร์ตี้
สะดวกสบายด้วยระบบเปิด-ปิด ประตูรั้วด้วยไฟฟ้า
ติดตั้งกล้องวงจรปิด 4 ตัวรอบบ้าน
ห้องนอนชั้น 1 สะดวกสำหรับผู้สูงอายุ และ มีห้องพัก สำหรับ แม่บ้าน หรือผู้ดูแล
อำเภอพาน เป็นเมืองที่เงียบสงบ อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงราย 30 นาที อยู่ครึ่งทางระหว่างจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา อำเภอพานอุดมสมบูรณ์ด้วย น้ำสำหรับทำนา ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม คนในอำเภอพานเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส มีตลาดสดพาน และห้างค้าปลีก Tesco
#บ้านเดี่ยวเชียงราย #บ้านเดี่ยวอำเภอพาน
สนใจติดต่อ สอบถาม

Send a message to learn more

รวมข้อดี และข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อบ้านตัวอย่างการเข้าไปเยี่ยมชมบ้านโครงการ ตามระเบียบแล้ว นายหน้าหรือเซลล์จะเป็นผู้พาไปช...
26/09/2024

รวมข้อดี และข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อบ้านตัวอย่าง

การเข้าไปเยี่ยมชมบ้านโครงการ ตามระเบียบแล้ว นายหน้าหรือเซลล์จะเป็นผู้พาไปชมที่บ้านตัวอย่าง ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์อย่างสวยงาม จึงไม่แปลกใจหากลูกค้าจะเอ่ยปากชมเรื่องบรรยากาศ การวางผังบ้าน หรือเกิดความต้องการซื้อ แต่หลายครั้งที่ความไม่รู้ก็ทำให้เราพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านหลังโปรดไป และเชื่อว่ายังมีจำนวนผู้คนอีกไม่น้อยที่ยังไม่ทราบว่า ‘บ้านตัวอย่าง’ สามารถซื้อแล้วเข้าอยู่อาศัยได้จริง ๆ แต่ภายใต้บ้านที่สวยจนเราประทับใจขนาดนี้ มีข้อควรทราบอะไรที่ผู้ซื้อแบบเราควรรู้บ้าง หรือเก็บไปพิจารณาประกอบการซื้อบ้านหลังอื่นในโครงการ

___________________________________________

บ้านตัวอย่าง คืออะไร?

บ้านตัวอย่าง คือ บ้านหลังแรกที่โครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมจัดตกแต่งเฟอร์เจอร์ภายใน รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ และวางผังบ้านจริงทั้งหมด มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นบ้านตัวอย่างที่นำเสนอเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ รูปแบบบ้าน การใช้พื้นที่ต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า ซึ่งการตกแต่งนี้จะเป็นหนึ่งปัจจัยในการดึงดูดลูกค้า เปลี่ยนวิธีขายที่ลูกค้าต้องใช้จินตนาการเอง ให้เห็นโครงสร้างจริง วัสดุที่ใช้ และเก็บไปตัดสินใจด้วยมุมมองผู้อยู่อาศัยระยะยาว

___________________________________________

ข้อดีของบ้านตัวอย่าง

1.บ้านตัวอย่างมักสร้างในตำแหน่งที่ดี ใกล้ทางเข้า – ออกโครงการ
ตามที่ทราบกันดีว่าบ้านตัวอย่างมักถูกสร้างเป็นหลังแรกเพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาชมบ้านจริง และแน่นอนว่าบ้านที่ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าซื้อต้องเลือกปลูกบริเวณทำเลที่ติดถนน ใกล้ทางเข้าโครงการ เข้า – ออกใช้เวลาไม่นาน นำเสนอความสะดวกสบาย ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านกาแฟหรือ Club House

___________________________________________

2.ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบ จัดสรรพื้นที่ในบ้านอย่างคุ้มค่า
บ้านตัวอย่างมักตกแต่งและจัดสรรพื้นที่ใช้งานมาอย่างคุ้มค่า สไตล์การตกแต่งของบ้านและห้องขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแต่ละโครงการ บ้างตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์สไตล์เดียวกันทั้งหลัง บ้างตกแต่งแต่ละห้องแตกต่างกันเพื่อจำลองเพศและช่วงอายุของผู้อยู่อาศัย (ครอบครัวใหญ่)

___________________________________________

3.เห็นสภาพบ้านจริง ๆ ที่ต้องการซื้อ พร้อมให้เข้าอยู่ได้ทันที
ข้อดีของบ้านตัวอย่างที่นอกจากจะได้ครบทั้งฟังก์ชันและความสะดวก ยังได้เห็นทำเลจริง สภาพบ้านจริง ซึ่งแตกต่างจากบ้านพร้อมสร้างภาพ 3D หรือบ้านโครงการหลังอื่น ๆ ที่รอสร้างหรือกำลังสร้างอยู่ ซึ่งหากช่วงเวลาที่ลูกค้าซื้อเป็นช่วงใกล้ปิดโครงการ (Sold Out) สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที

___________________________________________

ข้อควรทราบก่อนซื้อบ้านตัวอย่าง

1.บ้านตัวอย่างมีลูกค้าเข้าชมอยู่ตลอด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านตัวอย่างที่กำลังจะซื้อ เป็นบ้านหลังเดียวกันกับบ้านที่เปิดให้ลูกค้าทุกกลุ่มเข้ามาเยี่ยมชม และการชมบ้านในแต่ละครั้งพฤติกรรมของลูกค้าจะมีการเดินตรวจสอบดูทุก ๆ ห้อง ทุก ๆ ชั้น ทุก ๆ สเปซ ดังนั้นสภาพบ้านบางมุม บางจุด อาจไม่ได้ใหม่หรือเกิดตำหนิตามกาลเวลาและการใช้งาน

___________________________________________

2. 99% บ้านตัวอย่างยังไม่มีหรือตั้งใจไม่สร้างรั้ว
ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้บ้านดูกว้างขวาง ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมสะดวก จึงเป็นเรื่องปกติที่บ้านตัวอย่างจะไม่มีการสร้างรั้ว แต่จะเน้นการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในบ้านให้โดดเด่นสะดุกตา ดังนั้น หากต้องการซื้ออยู่อาศัยต้องสำรองค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการต่อเติมรั้วบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว (มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน)

___________________________________________

3. ระยะเวลาการย้ายเข้าขึ้นอยู่กับโครงการขายบ้านหมดเมื่อไร
บ้านตัวอย่างเป็นบ้านหลังแรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างบ้านให้ลูกค้าเยี่ยมชม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหลังสุดท้ายที่จะขายออกได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ตัดสินใจซื้ออาจต้องใช้ระยะเวลารอนานพอสมควร เพราะแต่ละโครงการมีจำนวนยูนิตแตกต่างกัน ขายหมดเมื่อไรก็เข้าอยู่ได้เมื่อนั้น

___________________________________________

ข้อสรุปที่โครงการเปิดขายบ้านตัวอย่าง ก็เพื่อหาผู้ซื้อที่สามารถยอมรับในจุดประสงค์ของบ้านตัวอย่างได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้หรือเสียเปรียบ เพราะโครงการได้ผู้ซื้อบ้านที่ยอมรับบ้านที่ใช้เป็นตัวอย่างเพื่อการเข้าชมของลูกค้าท่านอื่น ในขณะเดียวกันลูกค้าที่ซื้อบ้านไปก็ได้บ้านที่พร้อมอยู่ สร้างเสร็จสมบูรณ์ มีการตกแต่ง จัดวางเฟอร์นิเจอร์และแบ่งสเปซให้อย่างดี แต่การซื้อบ้านตัวอย่างก็มีจุดที่ควรคำนึงถึงในเรื่องสไตล์การตกแต่งที่อาจไม่ตรงใจ 100% หรือสภาพบ้านหลังย้ายเข้าอยู่ ดังนั้น การเลือกซื้อบ้านตัวอย่างต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ปัจจัยในการตอบสนองความต้องการ การใช้ชีวิต ไม่ควรดูแค่ความคุ้มค่าของราคาที่แถมการตกแต่งหรือโปรโมชันเพียงอย่างเดียว

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สาระอสังหาฯ


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

บัตรเครดิต ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยให้เรามีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นดาบสองค...
25/09/2024

บัตรเครดิต ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยให้เรามีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นดาบสองคมเช่นกันหากใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจส่งผลต่อโอกาสในการอนุมัติขอกู้ซื้อบ้านให้ผ่านยากได้ ทั้งนี้เหตุผลก็เพราะธนาคารสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้บัตรเครดิตของเราได้ ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเงินโดยละเอียดที่ธนาคารจะนำมาตัดสินว่าหากเราขอยื่นกู้ซื้อบ้านแล้วควรจะอนุมัติให้ผ่านหรือไม่ผ่านดี

ดังนั้น สำหรับผู้ที่อยากขอกู้ซื้อบ้านให้ผ่านง่าย ๆ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตให้ดีให้สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคารได้ โดยมีแนวทางในการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี ดังต่อไปนี้

___________________________________________

1. ห้ามจ่ายขั้นต่ำเด็ดขาด

การชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ ไม่ได้ชำระเต็มจำนวนนั้น คือชนวนเหตุสำคัญของการนำไปสู่วิกฤตหนี้บัตรเครดิต ถือเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความย่อหย่อนของวินัยทางการเงินที่ผู้ใช้บัตรเครดิตไม่สามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้ ดังนั้น หากปรารถนาที่จะกู้ซื้อบ้านให้ผ่าน ในการใช้บัตรเครดิตจึงควรชำระแบบจ่ายเต็ม หลีกเลี่ยงการจ่ายขั้นต่ำให้ได้มากที่สุด

___________________________________________

2. จ่ายหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลา

หากธนาคารตรวจสอบพบว่าผู้ขอกู้ซื้อบ้านมีประวัติการชำระหนี้บัตรเครดิตไม่ตรงเวลา เคยค้างชำระหนี้บัตรเครดิตนาน ๆ ก็จะพิจารณาการอนุมัติขอสินเชื่อได้ยากขึ้น เพราะขนาดหนี้บัตรเครดิตยังไม่สามารถจ่ายชำระได้ตรงเวลา ก็เป็นไปได้สูงมากว่าหนี้สินเชื่อบ้านก็จะไม่สามารถจ่ายได้ตรงเวลาด้วย เพราะหนี้บ้านนั้นมีค่างวดผ่อนชำระที่ต้องจ่ายสูงกว่าหนี้บัตรเครดิตหลายเท่า

___________________________________________

3. ไม่ใช้บัตรเครดิตผ่อนซื้อสินค้ามากเกินไป

จริงอยู่ที่บัตรเครดิตนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้อำนาจในการซื้อของกับผู้ถือบัตรเครดิตมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันมีโปรโมชั่นผ่อนซื้อของได้แบบ 0% จึงยิ่งเพิ่มความสามารถในการซื้อให้ผู้ถือบัตรได้อย่างมหาศาล แต่ในมุมมองของธนาคารที่จะต้องอนุมัติการขอสินเชื่อซื้อบ้านนั้น จะประเมินว่าผู้ขอกู้มีพฤติกรรมในการใช้จ่ายสูง ที่หากมีภาระหนี้ผ่อนบ้านรวมเข้าไปด้วยแล้ว จะไม่สามารถผ่อนชำระได้ไหว หรือเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการเงินขึ้นได้ในระหว่างการผ่อน อีกทั้งหากในช่วงที่ยื่นขอกู้นั้น ยังมีหนี้บัตรเครดิตที่ผ่อนไม่หมดออยู่ ก็จะยิ่งลดโอกาสในการขอกู้ซื้อบ้านผ่านลงไปอีก เพราะยอดหนี้ที่ติดตัวผู้ขอกู้จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ตามเกณฑ์ของธนาคารต่ำลง จนธนาคารไม่มั่นใจยอมอนุมัติให้กู้ผ่านได้

___________________________________________

บัตรเครดิตเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทำให้เรามีเครดิตทางการเงินที่ดี เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำบัตรเครดิตผ่านได้ ผู้ที่จะมีบัตรเครดิตได้นั้นจะต้องมีรายได้ที่มั่นคงมากพอให้ธนาคารไว้ใจ ดังนั้น ในจุดเริ่มต้นของการพิจารณาการขอกู้ซื้อบ้านนั้น บัตรเครดิตถือเป็นแต้มต่อด้วยซ้ำที่จะทำให้ธนาคารอนุมัติผ่านง่ายขึ้น แต่ในภาพรวมแล้ว ธนาคารก็จะพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของผู้ขอกู้ซื้อบ้านด้วยว่าเป็นอย่างไร ชำระหนี้ตรงเวลาไหม มีพฤติกรรมใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือไม่ ซึ่งหากผู้ขอกู้รู้และเข้าใจวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้องแล้วล่ะก็ จะมีโอกาสสูงมากที่จะขอกู้ซื้อบ้านแล้วธนาคารอนุมัติผ่านฉลุย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

บ้านใหม่ร้าวปกติไหม สำหรับใครที่เพิ่งสร้างใหม่บ้าน หรือซื้อบ้านใหม่ กำลังจะย้ายเข้าอยู่แล้วไปสังเกตเห็นรอยร้าว จะแค่ทาสี...
24/09/2024

บ้านใหม่ร้าวปกติไหม สำหรับใครที่เพิ่งสร้างใหม่บ้าน หรือซื้อบ้านใหม่ กำลังจะย้ายเข้าอยู่แล้วไปสังเกตเห็นรอยร้าว จะแค่ทาสีทับเพื่อปิดรอยร้าวนั้น แต่อีกใจหนึ่งก็หวั่น ๆ ว่ารอยร้าวนั้นจะมีผลต่อโครงสร้างบ้านหรือไม่ หรือเป็นสัญญาณเตือนที่เป็นอันตรายให้ต้องระวัง และยังมีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ต้องพิจารณา

___________________________________________

บ้านใหม่ร้าว เกิดจากอะไร?

เมื่อเกิดปัญหาบ้านร้าว ยิ่งเป็นบ้านใหม่ด้วยแล้ว คงไม่อาจนิ่งนอนใจ เพราะกลัวว่าจะลุกลามบานปลาย รอยร้าวขยายวงกว้าง ส่งผลไปถึงโครงสร้างบ้าน แต่ก่อนจะแก้ไขรอยร้าวที่เกิดขึ้น จำเป็นจะต้องรู้สาเหตุที่ทำให้บ้านใหม่ร้าว ปกติไหม เพื่อจะได้แก้ไขได้ตรงจุดและไม่เกิดปัญหาซ้ำ

โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้บ้านใหม่ร้าว เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

1. คุณภาพของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างไม่ดี เช่น ปูนที่ใช้ฉาบไม่แข็งแรง อิฐที่ใช้ก่อไม่ทนทาน
2. การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เช่น วางฐานรากไม่แข็งแรง ติดตั้งเสาคานไม่ถูกต้อง
3. สภาพอากาศ เช่น ความร้อน ความชื้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
4. การขยายตัวของวัสดุ เช่น วัสดุประเภทโลหะหรือไม้ขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน
5. การทรุดตัวของพื้นดิน เช่น พื้นดินอ่อนนุ่มและทรุดตัวได้ง่าย

___________________________________________

บ้านใหม่ร้าว จุดที่มักเกิดปัญหา
รอยร้าวในบ้านใหม่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง หรืออาจเกิดขึ้นภายหลังจากที่ย้ายเข้าอยู่อาศัยไปแล้ว มักพบได้บริเวณต่าง ๆ เช่น ผนังบ้าน, พื้น, ฝ้า และเพดาน ซึ่งลักษณะและประเภทของรอยร้าวจะมีความแตกต่างกัน

___________________________________________

ลักษณะและประเภทของรอยร้าวบ้าน

1. รอยร้าวผนังแบบแตกลายงา

รอยร้าวผนังพบได้บ่อยมากที่สุด บ้านใหม่ร้าว ปกติไหม ถ้าเป็นลักษณะนี้ไม่เป็นอันตราย ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างภายใน แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะเมื่อเกิดฝนตก ผนังจะกักเก็บความชื้น ทำให้ผนังบวม เกิดปัญหาสีลอกร่อนและเชื้อราได้

___________________________________________

2. รอยร้าวผนังแบบแนวทแยง หรือแบบเฉียงกลางผนัง

ถ้าบ้านใหม่ร้าว ลักษณะนี้ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากปัญหาฐานรากที่เกิดจากเสาบางต้นในบ้านมีการทรุดตัว ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ดีเหมือนเดิม ส่งผลให้ผนังแตกร้าวลงมา หรืออาจเกิดได้จากการต่อเติมบ้านใหม่ไม่ถูกวิธี ซึ่งเป็นอันตราย ควรรีบปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

___________________________________________

3. รอยร้าวเฉียง ๆ ตามมุมขอบวงกบหน้าต่าง หรือบานประตู

หากรอยร้าวไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากการยืดขยายของวงกบหน้าต่าง หรือบานประตู ที่อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นทำให้โครงสร้างภายในมีการขยายตัว แต่ถ้าอุณหภูมิลดลงก็ทำให้โครงสร้างมีการหดตัวได้ บ้านใหม่ร้าว ลักษณะนี้ถือว่าไม่รุนแรง สามารถซ่อมแซมได้เอง

___________________________________________

4. รอยร้าวผนังแนวดิ่งกลางคาน

เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาโครงสร้างบ้าน เกิดได้จากการที่คานรับน้ำหนักมากเกินไป ทำให้หินหรืออิฐภายในผนังดันตัวจนเกิดเป็นรอยร้าว การคำนวณน้ำหนักโครงสร้างที่ผิดพลาด ทำให้บ้านรับน้ำหนักได้ต่ำกว่ามาตรฐาน บ้านใหม่ร้าว ลักษณะนี้เป็นอันตราย ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซมโดยด่วน และทำการย้ายของจากชั้นบนลงมาเพื่อเป็นการถ่ายเทน้ำหนักในเบื้องต้นก่อน

___________________________________________

5. รอยร้าวแนวเฉียงที่หัวเสาไปจนถึงคาน

พบได้ทั้งแบบแนวเฉียง หรือแนวดิ่ง โดยมักจะเกิดขึ้นกับปลายทั้งสองข้างของคาน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคานไม่สามารถรับน้ำหนักได้ไหว หรือรับน้ำหนักมากเกินกว่าที่คำนวณไว้ ทำให้เสาและคานแยกตัวออกจากกัน บ้านใหม่ร้าว ลักษณะนี้อันตราย อาจทำให้บ้านทรุด ถล่มลงมาได้ ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ไขโดยด่วน

___________________________________________

6. รอยร้าวบนพื้น

สังเกตรอยร้าวบนพื้นซึ่งอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไป เป็นสัญญาณเตือนและอาการแสดงของปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น พื้นแอ่นตัว คอนกรีตอาจมีการยืดและหดตัวตามสภาพภูมิอากาศ หากเป็นรอยร้าวลึกให้ระมัดระวังในเรื่องของการรั่วซึม เพราะอาจส่งผลต่อโครงสร้างของเหล็กภายในที่อาจก่อให้เกิดสนิม และแตกร้าวออกมาได้

___________________________________________

วิธีแก้ไขบ้านใหม่ร้าว

หากพบรอยร้าวในบ้านใหม่ มีข้อสงสัยว่าบ้านใหม่ร้าว ปกติไหม ควรรีบตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็ว เพราะรอยร้าวอาจลุกลามจนทำให้โครงสร้างบ้านเสียหายได้ ก่อนย้ายเข้าบ้านใหม่ จึงควรตรวจเช็กให้ดี ๆ ดังนี้

1. ตรวจเช็กบ้านใหม่อย่างละเอียดก่อนย้ายเข้าอยู่อาศัย โดยอาจจ้างวิศวกรมาตรวจประเมิน
2. สังเกตรอยร้าวบริเวณผนัง พื้น ฝ้าเพดาน หากพบรอยร้าว ควรวัดขนาดและลักษณะของรอยร้าว
3. หากรอยร้าวมีขนาดใหญ่หรือมีความยาวมาก ควรรีบปรึกษาวิศวกรเพื่อตรวจสอบและแก้ไข เพื่อความปลอดภัย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

บ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จจะมองมุมไหนก็สวยไปหมด ต่อเมื่อวันเวลาผ่านไปแน่นอนว่าบ้านที่ยืนท้าแดดทนฝน ก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงไป...
23/09/2024

บ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จจะมองมุมไหนก็สวยไปหมด ต่อเมื่อวันเวลาผ่านไปแน่นอนว่าบ้านที่ยืนท้าแดดทนฝน ก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งการทำบ้านให้น่าอยู่ มีความสวยงาม และคงทนอยู่กับเราไปนานๆ นอกจากฝีมือของบริษัทรับสร้างบ้านแล้ว ยังอยู่ที่การช่วยกันดูแลรักษาของสมาชิกในบ้านด้วย วันนี้เราจะมาเปิด 8 เคล็ดลับการดูแลบ้าน ให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ เป็นวิธีง่ายๆ ทำเองได้ทุกบ้าน จะมีแบบไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย

___________________________________________

8 เคล็ดลับการดูแลบ้าน ให้ดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

1. ดูแลทำความสะอาดบ้านสม่ำเสมอ

บ้านที่สะอาดปราศจากฝุ่น หยากไย่ และคราบสกปรก จะทำให้ดูใหม่และน่าอยู่เสมอ ดังนั้นจึงต้องหมั่นทำความสะอาด ไม่ให้ฝุ่นหนา ขยะแน่น ข้าวของรกไร้ระเบียบ เคล็ดลับการทำความสะอาดแบบมืออาชีพคือ เริ่มต้นจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง และอย่าลืมทำความสะอาดรายละเอียดเล็กๆ ภายในบ้านด้วย เช่น รีโมททีวี ลูกบิดประตู ที่สำคัญควรใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้ทำความสะอาดบ้านได้ง่ายและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

อีกจุดที่ต้องสะอาดเสมอ คือ ห้องครัว เพื่อไม่ให้สัตว์ต่างๆ เช่น มด แมลงสาบ หนู ที่มักจะมารวมตัวรอกินเศษอาหาร อันกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค โดยเช็ดเตาอยู่เสมอ ขจัดคราบน้ำมันออกให้หมด กำจัดขยะและของเน่าเสีย มัดปากถุงขยะเศษอาหารให้แน่น

___________________________________________

2. สีบ้านอย่าให้หมอง

สีทาบ้านเป็นด่านหน้าของบ้านที่แขกไปใครมาจะมองเห็นก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้บ้านดูใหม่และน่าอยู่ เราจึงควรสำรวจดูว่าผนังบ้านมีสีหมองลง หรือสีหลุดร่อนหรือไม่ มีร่องรอยแตกร้าวที่จุดไหน หากพบก็ควรรีบแก้ไข เพื่อรักษาสภาพให้บ้านมีสีสันสดใสดูใหม่อยู่เสมอ

___________________________________________

3. ทำความสะอาดห้องน้ำและร่องยาแนว

ห้องน้ำเป็นอีกห้องที่ต้องการการดูแลสม่ำเสมอ เพราะต้องเจอความเปียกชื้นแทบทั้งวัน จึงควรทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะร่องยาแนวในห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่มีสิ่งสกปรกเกาะติดได้ง่ายมาก ร่องยาแนวที่ดำและสกปรกเป็นจุดที่ทำให้ห้องน้ำดูทรุดโทรมลงไปมาก วิธีทำความสะอาดง่ายๆ คือใช้น้ำยาล้างห้องน้ำเทให้ทั่วพื้นแล้วทิ้งไปสักพัก จากนั้นใช้แปรงขัดตามร่องแล้วใช้น้ำฉีดให้เกลี้ยง เพียงเท่านี้ก็ทวงห้องน้ำใหม่กลับคืนมาได้แล้ว

___________________________________________

4. ดูแลสวนเสมอไม่ปล่อยรกร้าง

สวนสวยๆ เป็นอีกส่วนที่ส่งเสริมให้บ้านดูสวยงามน่าอยู่ ดังนั้นหากมีสวน ปูหญ้า และปลูกต้นไม้มาก อย่าปล่อยปละละเลยให้รก ควรหมั่นตัดแต่งหญ้าและกิ่งก้านต้นไม้ให้ดูดี เข้ารูปเข้าทรง รดน้ำต้นไม้ทุกวันให้ชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวเฉา เมื่อต้นไม้เขียวขจีสดใส ก็จะทำให้บรรยากาศบ้านร่มรื่นสดชื่นน่าอยู่ และยังปลอดภัยจากสัตว์มีพิษที่อาจแฝงเข้ามาในบ้านอีกด้วย

___________________________________________

5. หลังคา เพดาน ฝ้า อย่าให้มีรอยรั่วซึม

ปัญหาหลังคา เพดาน ฝ้ารั่วซึมนั้นเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน แถมยังสร้างความเสียหายให้บ้านได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรหมั่นคอยสังเกตรอยน้ำรั่ว น้ำซึม บริเวณฝ้า เพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบน้ำ เกิดตะไคร่ ที่จะทำให้บ้านดูเก่าโทรม อีกทั้งหากไม่ได้รับการซ่อมแซมโดยไว ปัญหาน้ำซึมจะลุกลามจนเกิดความเสียหายกับตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และพื้นบ้านอีกด้วย

___________________________________________

6. หมั่นเช็กระบบไฟฟ้าอยู่เสมอ

ระบบไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟหรือสายไฟ เพราะหากชำรุดหรือเสียหายก็อาจทำให้เกิดอันตราย เช่น ไฟรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และอาจลามไปจนถึงไฟไหม้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ควรหมั่นตรวจเช็กหรือสังเกตความผิดปกติของเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

___________________________________________

7. ระบบประปาอย่าให้รั่วซึม

น้ำประปาเป็นสิ่งจำเป็นประจำวัน ปัญหาเกี่ยวกับระบบประปาที่มักพบบ่อย คือ ท่อ ข้อต่อต่างๆ หลุด หรือมีอาการรั่วซึม ดังนั้นคนในบ้านควรช่วยกันสังเกต สำหรับบ้านที่มีปั๊มน้ำต้องคอยฟังเสียงการทำงานของปั๊ม หากไม่มีการใช้น้ำแต่ปั๊มน้ำกลับทำงานไม่หยุด แสดงว่ามีการรั่วหรือซึมที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือพบค่าน้ำสูงกว่าปกติให้สันนิษฐานว่าน่าจะมีน้ำรั่ว ควรแจ้งช่างมาเปลี่ยนหรืออุดให้เรียบร้อย นอกจากนี้ไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันท่ออุดตันอีกด้วย

___________________________________________

8. ป้องกันบ้านให้ปลอดปลวก

บ้านทุกหลังมีสิทธิ์ที่ปลวกจะมาเยือนได้ หากไม่ป้องกันให้ดี ควรตรวจสอบปลวกทุกๆ 4 เดือน หากตรวจพบควรแจ้งบริษัทกำจัดปลวกมาฉีดยาป้องกัน และให้รับประกันปลวกขึ้นบ้านด้วย โดยเฉพาะเสาบ้าน และคาน ซึ่งต้องแข็งแรงและไม่ควรเสียหายเพราะปลวก

___________________________________________

เคล็ดลับในการดูแลบ้านให้น่าอยู่ สะอาด และดูใหม่อยู่เสมอนี้เป็นสิ่งที่ควรทำให้สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย จนต้องซ่อมแซมแก้ไขกันในระยะยาว เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และจะดียิ่งขึ้นหากในขั้นตอนการออกแบบสร้างบ้าน ได้เลือกบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ บริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐาน เพราะบริษัทดังกล่าวจะมีประกันผลงานเป็นระยะเวลานาน คอยดูแลแก้ไขซ่อมแซมตัวบ้านให้สวยงามอยู่เสมอ ทำให้เจ้าของบ้านได้อยู่บ้านสวยอย่างสบายกายสบายใจ ไร้ปัญหาปวดหัวให้ต้องคอยตามแก้ไข

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

🏡 “บ้าน” ถือเป็นสิ่งที่เราทุกคนใฝ่ฝัน และพยายามมุ่งมั่นทำงาน ขยันสร้างรายได้เพื่อเก็บออมซื้อบ้านในฝันมาเป็นของตัวเองให้ไ...
20/09/2024

🏡 “บ้าน” ถือเป็นสิ่งที่เราทุกคนใฝ่ฝัน และพยายามมุ่งมั่นทำงาน ขยันสร้างรายได้เพื่อเก็บออมซื้อบ้านในฝันมาเป็นของตัวเองให้ได้ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากบ้านหรือคอนโด ถือเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนและตั้งเป้าหมายเก็บออมที่ชัดเจน ถูกต้องและเป็นระบบ มิเช่นนั้นแล้ว โอกาสในการที่จะซื้อบ้านได้สำเร็จนั้น ก็จะมีน้อยลงเรื่อยๆ โดยแนวทางในการตั้งเป้าหมายเพื่อเก็บเงินซื้อบ้านให้สำเร็จนั้น ควรปฏิบัติ ดังนี้


1️⃣ ระบุเป้าหมาย “ราคาบ้าน” เป็นตัวเลขชัดเจน


โดยปกติแล้วคนที่ฝันอยากมีบ้านนั้น มักจะคิดตั้งใจเพียงแต่ว่า “จะเก็บเงินซื้อบ้านสักหลัง” ซื้อคอนโดสักห้อง แต่มักไม่ค่อยได้กำหนดให้ชัดเจนว่า “ราคาเท่าไร” ซึ่งเมื่อไม่ได้มีการกำหนดราคาบ้านที่ต้องการเอาไว้ จึงไม่มีแผนการชัดเจนว่าจะต้องเก็บออมอย่างไร เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับซื้อบ้านที่ต้องการ ดังนั้น เพื่อให้การเก็บออมของเราเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น จึงควรกำหนดราคาบ้านที่ต้องการเป็นตัวเลขเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น อยากได้บ้านมูลค่าหลังละ 2,000,000 บาท เราจะได้วางแผนต่อได้ว่า จะต้องเก็บเงินอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ฝันให้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม ในการกำหนดตัวเลขเป้าหมายนั้น ก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่เป็นไปได้ด้วย เพื่อให้เป้าหมายเป็นความฝันกระตุ้นให้เรามีแรงบันดาลใจ ไม่ใช่เป็นเรื่องเพ้อฝันที่ทำให้เราหมดไฟในการพยายามทำให้สำเร็จเป็นจริง

___________________________________________

2️⃣ กำหนดเส้นตายในการบรรลุเป้าหมาย

เมื่อมีเป้าหมายเป็นราคาบ้านที่จับต้องได้แล้ว ลำดับต่อไปคือการกำหนดระยะเวลาสำหรับการทำเป้าหมายนั้นให้เป็นจริง ซึ่งก็ต้องระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจนเช่นเดียวกันกับราคาบ้าน อาทิ ต้องการซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาทให้ได้ภายใน 5 ปี เป็นต้น ซึ่งเหตุผลที่ต้องกำหนดเส้นตายเป็นกรอบระยะเวลาแบบนี้ ก็เพราะหากไม่กำหนดระยะเวลาในการเก็บออมเอาไว้ เราก็จะผัดผ่อนไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวินัยในการเก็บออมที่แท้จริง ซึ่งพอเมื่อเวลาผ่านไป แล้วหันกลับมาเห็นว่ายังเก็บออมเงินได้ไม่ถึงไหน ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้และถอดใจที่จะเก็บออมเพื่อบรรลุเป้าหมายไปในที่สุด

___________________________________________

3️⃣ วางแผนการเก็บออมให้สอดคล้องกับเป้าหมายและวิถีชีวิต
เมื่อกำหนดราคาบ้านและระยะเวลาในการออมเงินได้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ เราต้องเขียนแผนในการเก็บออมขึ้นมาให้เห็นชัดเจนมากที่สุด เพื่อจะได้มีแนวทางในการปฏิบัติตาม และทำให้เกิดวินัยในการออมที่สม่ำเสมออันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำหนดว่าจะเก็บเงินเป็นระยะเวลา 5 ปีเพื่อซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท แผนการออมคร่าวๆ ที่คิดได้เลยทันทีก็คือ จะต้องเก็บเงินให้ได้ ปีละ 400,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 34,000 บาท ซึ่งพอเห็นตัวเลขแบบนี้ เราก็ต้องย้อนกลับไปคำนวณดูแล้วว่ารายได้แต่ละเดือนของเรานั้น สามารถแบ่งเก็บเงินได้เพียงพอต่อการจะบรรลุเป้าหมายในการซื้อบ้านหรือไม่? ซึ่งหากรายได้ของเราน้อยเกินไป ก็แสดงว่าการตั้งเป้าหมายราคาบ้าน หรือระยะเวลาในการออมที่เราฝันไว้นั้นอาจไม่เหมาะสม เราควรต้องปรับแก้ไขเป้าหมายใหม่เพื่อให้มีความสมจริงมากขึ้น หรืออีกทางหนึ่งคือเราจำเป็นต้อง “เพิ่มรายได้” จากช่องทางอื่นๆ เพื่อทำให้เป้าหมายเป็นจริงให้ได้ การเขียนแผนการเก็บออมถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากๆ เพื่อให้เราตรวจสอบตัวเองได้อยู่ตลอดว่า เข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยเพียงใดแล้ว

___________________________________________

ในการจะซื้อบ้านสักหลังหนึ่งนั้น ปัจจุบันอาจไม่จำเป็นต้องเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ครบเสมอไป เพราะสามารถเลือกใช้บริการขอสินเชื่อได้ ซึ่งจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามธนาคารมักจะอนุมัติสินเชื่อให้เราประมาณร้อยละ 80 ของราคาขาย ดังนั้น เราก็ยังจำเป็นจะต้องมีเงินเก็บอย่างน้อยร้อยละ 20-25 ของราคาขายอยู่ดีเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ ซึ่งทำให้การตั้งเป้าหมายและวางแผนในการออมยังคงจำเป็นอยู่ไม่เปลี่ยน อีกทั้งเมื่อซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อ เราก็จะมีภาระค่าผ่อนรายเดือนผูกพันไปอีกหลาย 10 ปี ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องวางแผนค่าใช้จ่ายให้รัดกุม ตั้งเป้าเก็บออมรายเดือนอย่างมีวินัย มิเช่นนั้นแล้ว โอกาสที่เราจะออมเงินผ่อนบ้านได้สำเร็จจนตลอดรอดฝั่งนั้น ก็จะเป็นไปได้ไม่ง่ายแน่นอน

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก REIC


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ในปัจจุบัน การเปิดประตูให้กับชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาในประเทศไทย อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างโอกาสให้แก่ประ...
19/09/2024

ในปัจจุบัน การเปิดประตูให้กับชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาในประเทศไทย อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างโอกาสให้แก่ประเทศ เพียงแต่ว่ายังคงเป็นประเด็นไม่น้อยสำหรับการที่จะให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินหรืออสังหาในไทยว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ใช่ไหม หรือเป็นการ “ขายชาติ” หรือเปล่า วันนี้ สาระอสังหา จะลองมาวิเคราะห์ประเด็นนี้ให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน

___________________________________________

มุมมองในข้อดี

1. ได้กลุ่มคนใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อหมุนเวียนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจเป็นคนที่มีศักยภาพในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญกับการขับเคลื่อนของโลก ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรวมของผู้มีศักยภาพจากหลาย ๆ ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ที่ยอมให้คนจากต่างถิ่นเข้าไปอยู่อาศัยตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของประเทศ แล้วช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จนปัจจุบันกลายเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกตอนนี้


2. ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีอัตราการเกิดที่น้อยลง ดังนั้นประชากรที่ทำงานในทุกระดับและจ่ายภาษีในประเทศก็ย่อมมีน้อยลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน การที่รับชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งทางในการเชิญชวนผู้มีความรู้ความสามารถ แรงงานที่มีฝีมือ เข้ามาทำงานในประเทศ และเพิ่มการเรียกเก็บภาษีเพื่อนำไปพัฒนาประเทศต่อได้


3. ลูกค้าในอนาคตคือ “ผู้สูงวัย” ประเทศเรามีจุดเด่นที่การบริการทางด้านการแพทย์ อาหาร และมีค่าครองชีพที่ต่ำ การที่ให้ผู้ที่เกษียณอายุจากต่างประเทศเข้ามาซื้ออสังหาเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย ก็อาจเป็นอีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าสำหรับภาคธุรกิจของประเทศไทยได้ เพราะผู้สูงอายุกลุ่มที่สามารถเดินทางมาเกษียณที่ต่างประเทศได้นั้น ต้องมีกำลังซื้อที่สูง ตัวอย่างเช่น ธุรกิจการดูแลสุขภาพ อาหาร การท่องเที่ยว การแต่งบ้าน ประกันชีวิต รวมถึงเทคโนโลยีสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ จะสามารถสร้างงาน สร้างโอกาสทางธุรกิจได้อีกมากมาย


4. เพิ่มกำลังซื้อจากตลาดใหม่ เพราะปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจยังถือว่าชะลอตัว กำลังซื้อของคนไทยเองก็ลดลง แต่กลุ่มชาวต่างชาติ กำลังซื้อแทบไม่เคยชะลอตัวเลยโดยเฉพาะกลุ่มของชาวจีน ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง และเป็นลูกค้าหลักในการส่งเสริมการส่งออกสินค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนด้านการขายและปล่อยเช่าอสังหา


5. แก้ปัญหาการทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติที่ใช้นอมินีแอบแฝงบังหน้า ที่ผ่านมาชาวต่างชาติที่เข้ามาเป็นเจ้าของอสังหาในประเทศไทย มักใช้วิธีการสมรสกับคนไทย หรือซื้อขายผ่านบริษัทนอมินี โดยมีตัวแทนจัดตั้งบริษัทเป็นคนไทย แต่เจ้าของจริง ๆ คือชาวต่างชาติ การออกมาตรการณ์นี้อาจช่วยแก้ปัญหาการทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ เปรียบเสมือนการนำเรื่องที่อยู่ใต้ดินมาอยู่บนดิน และจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

___________________________________________

มุมมองข้อเสีย

1. ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อาจมีราคาที่แพงขึ้น เพราะเจ้าของธุรกิจอสังหาก็ยิ่งอยากขายให้กับชาวต่างชาติ อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลทำให้คนไทยได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ถ้าใครที่ยังไม่มีที่ดินหรืออสังหาของตัวเอง ก็ยิ่งทำให้มีอสังหาเป็นของตัวเองยากขึ้น


2. อาจกระตุ้นเม็ดเงินได้ไม่มากนักเท่าที่ควร นักวิเคราะห์เศรษฐกิจของไทยหลายคนมองว่า หากลองวิเคราะห์ 4 กลุ่มศักยภาพที่ตั้งเกณฑ์ไว้ เป็นไปได้ว่ามาตรการณ์นี้จะดึงดูด “ชาวต่างชาติที่มีความมั่นคงสูง” ได้มากที่สุด เพราะมีความสามารถในการลงทุน แต่กลุ่มอื่นอาจมีไม่มากนัก


3. ข้อมูลของระบบราชการไทยยังมีช่องโหว่ ชาวต่างชาติอาจเข้ามาซื้อที่ดินหรืออสังหา แต่ดันแอบเอาไปทำธุรกิจ ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้ยาก เพราะข้อมูลของระบบราชการไทย ยังไม่สามารถติดตามได้ขนาดนั้น ดังนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการณ์กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง


5. จากมุมมองของนักวิชาการบางคน ก็เป็นห่วงในเรื่องของไหลทะลักเข้ามาซื้อที่ดินและอสังหาของชาวต่างชาติ เลยมีการเปรียบเปรยว่าอาจทำให้ประเทศไทยบางส่วนกลายเป็นอาณานิคมของชาวต่างชาติไปเลยก็ได้

___________________________________________

แล้วจะทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จากมาตรการณ์นี้

1. รัฐบาลควรกำหนดราคาที่ดินและอสังหาที่ชาวต่างชาติซื้อได้ให้ชัดเจน ซึ่งต้องไม่กระทบกับผู้ซื้อคนไทยที่มีงบประมาณจำกัด และวางเงื่อนไขให้ชัดเจนว่าในอนาคตราคาบ้านจะต้องไม่แพงขึ้น คนไทยยังสามารถซื้อได้ และควรออกมาตรการณ์การเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้างและอาคารแก่ชาวต่างชาติให้เป็นธรรมและครอบคลุมที่สุด


2. รัฐบาลควรสื่อสารกับประชาชนให้รู้ถึงระยะเวลาของมาตรการณ์ ว่าจะใช้ถึงเมื่อไหร่ เมื่อครบกำหนดแล้ว ก็ต้องลองทบทวนดูกันว่ามาตรการณ์นี้ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นจริงไหม เพื่อไม่ให้เป็นเกิดความกังวลและเป็นข้อกังขากับประชาชนที่ตั้งคำถามจากมาตรการณ์นี้


แน่นอนว่ามาตรการณ์นี้ก็มีบทวิเคราะห์ออกมามากมาย มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมาคอยติดตามดูกันว่ามาตรการณ์ที่ให้ชาวต่างชาติซื้อที่ดินและอสังหาในไทยได้นี้ จะเป็นผลดีต่อประเทศและประชาชนคนไทยมากแค่ไหน และเราพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อหาโอกาสและประโยชน์จากมาตรการณ์นี้มากน้อยเพียงใด

___________________________________________

🔷 ขอบคุณแหล่งที่มาของบทความ จาก สาระอสังหา


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

อยากทำการตลาดที่ทัชใจลูกค้าต้องรู้จักอินไซต์ลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ดี เมื่อลูกค้ามีความหลากหลาย และความต้องการแบบเฉพาะตัวมาก...
18/09/2024

อยากทำการตลาดที่ทัชใจลูกค้าต้องรู้จักอินไซต์ลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ดี เมื่อลูกค้ามีความหลากหลาย และความต้องการแบบเฉพาะตัวมากขึ้น เพื่อให้ทุกธุรกิจเติบโตได้แบบไม่สะดุด

9 อินไซต์กลุ่มลูกค้า ที่มีกำลังซื้อสูงในปี 2024 และในอนาคต รู้แล้วนำไปปรับใช้ให้ตรงใจลูกค้า ทำธุรกิจอะไรก็รุ่งแน่นอน

___________________________________________

1. Gen Z

เจเนอเรชันนี้ไม่สนโฆษณา เมื่อถูกใจสินค้าหรือบริการไหนก็ตัดสินใจซื้อได้ทันที และกว่า 35% มีส่วนร่วมจัดการค่าใช้จ่ายในครอบครัวอย่างการซื้อสินค้า ของกิน ของใช้เข้าบ้าน
___________________________________________

2. Pet-Sumer

คนนิยมเลี้ยงสัตว์เป็นลูก ส่งผลให้ตลาดขยายตัว มีสุนัขและแมวขึ้นทะเบียน 5 ล้านตัว ทำให้สินค้า Animal Care จะเป็นที่นิยมและเติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม ของเล่น ผ้าอ้อมสัตว์ สินค้าทำความสะอาด และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
___________________________________________

3. Silver Gen

กลุ่มประชากรที่มีอายุ 60 ปี มีเพิ่มมากขึ้น ที่กลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง และสินค้าที่สนใจจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบป้องกัน และการชะลอวัย

___________________________________________

4. High Value Users (HVUs)

กลุ่มนี้จะรวมตั้งแต่ Upper Middle Class ไปจนถึง High Class ซึ่งเป็นที่มีรายได้สูง ทำให้มีกำลังซื้อสูงกว่าคนปกติ 7 เท่า สนใจสินค้าและบริการ Luxury
___________________________________________

5. Value Seekers

เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ทำให้ต้องตั้งสติก่อนซื้อทุกครั้ง คนกลุ่มนี้จะมองหาความคุ้มค่าเป็นอันดับแรก ราคาจึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

___________________________________________

6. Sophisticated Simplicity

เนื่องจากเทรนด์ Quiet Luxury จึงทำให้เกิดคนกลุ่มนี้ขึ้น มองว่าในอนาคตจะกลายเป็น Sustainable Luxury Business คนกลุ่มนี้ชอบความหรูหรา เรียบง่าย คุ้มค่า และมีคุณค่าในตัว

___________________________________________

7. Zero Consumers

เป็นกลุ่มที่ไม่มี Loyalty ไม่ยึดติดในแบรนด์ไหนเลย พร้อมหาและเปลี่ยนใหม่เสมอ กลุ่มนี้มักจะใช้จ่ายสิ้นเปลืองกับสินค้าบางประเภท แต่ประหยัดกับสินค้าอีกประเภท โดยมองหาสินค้าและบริการที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และหลากหลาย

___________________________________________

8. Solo Economy

คนใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมากขึ้น มองว่าการแต่งงานมีครอบครัวไม่ใช่เป้าหมายในชีวิต หรือแต่งงานแล้วก็ไม่คิดมีลูก ทำให้เกิดเทรนด์ Self Celebration พร้อมเปย์ดูแลตัวเอง กิน เที่ยว คนเดียวได้อย่างสบายใจ โดยกลุ่มนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พบว่าตั้งแต่ช่วงปี 2555-2565 ไทยมีสัดส่วนคนโสดเพิ่มขึ้น 9.7%

___________________________________________

9. Wellness Economy

เป็นกลุ่มที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งแต่ละช่วงวัยก็ให้ความสำคัญแตกต่างกัน
- Gen Z สนใจในการดูแลรูปร่าง หุ่นสวย ฟิต เฟิร์ม
- Gen X และ Y จะเน้นในการดูแลสุขภาพที่ส่งผลต่อการทำงาน การลดความเครียด
- Baby Boomer สนใจเรื่องสุขภาพ การชะลอวัย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อย่างการเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติ เรียนรู้วัฒนธรรม มีกิจกรรมออกกำลังกาย นวด ทำสปา เพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ เติบโตมาก มีมูลค่าตลาดสูง 39% ของตลาด Wellness ทั้งหมด

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก K SME


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

เครดิตบูโรได้ดำเนินการพัฒนาและให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าขอ...
17/09/2024

เครดิตบูโรได้ดำเนินการพัฒนาและให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของข้อมูลในการตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิตได้อย่างรวดเร็ว หลากหลายช่องทาง อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเองเพื่อให้รู้เท่าทันและป้องกันภัยไซเบอร์ทางการเงินในยุคปัจจุบัน

ข้อมูลเครดิตแบบสรุป จะประกอบด้วยข้อมูลจำนวนบัญชีสินเชื่อ ที่จะแสดงจำนวนบัญชีทั้งหมด บัญชีที่เปิดอยู่ บัญชีที่ปิดแล้ว วงเงินสินเชื่อรวม และยอดหนี้คงเหลือรวม รวมทั้งจะมีประเภทบัญชีสินเชื่อ ได้แก่ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล บ้าน เช่าซื้อ อื่น ๆ และยอดหนี้คงเหลือแต่ละประเภทบัญชีอีกด้วย ทั้งนี้ รายงานข้อมูลเครดิตแบบสรุป เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเจ้าของข้อมูล เพื่อตรวจสอบจำนวนบัญชีสินเชื่อ และยอดหนี้ที่ถูกจัดเก็บไว้ในเครดิตบูโรเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงต่อบุคคลใดได้

สำหรับการเข้าถึงบริการตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป (ฟรี) ได้พัฒนาบูรณาการร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่สะดวกสบาย รวดเร็วหลากหลายช่องทางมากยิ่งขึ้น มีดังนี้

1️⃣ โมบายแอป “ทางรัฐ” บริการออนไลน์ภาครัฐ โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ที่เข้าถึงง่ายแค่ปลายนิ้ว ใช้งานได้จริง ง่าย สะดวก เพียงดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” และเลือกเมนู “ตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป” สามารถลงทะเบียนใช้งานแอพพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้เพียงแค่นำบัตรประชาชนตัวจริงไปยืนยันตัวตนได้ที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

___________________________________________

2️⃣ ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (Government Smart Kiosk) โดย สพร. เป็นการเข้าถึงข้อมูลและบริการภาครัฐ แบบครบวงจร ในรูปแบบดิจิทัล ผ่านพื้นที่ให้บริการหน่วยงานของรัฐและพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ ด้วยการยืนยันตัวตนในการเข้าถึงบริการด้วยบัตรประจำตัวประชาชน เลือกเมนู “ตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป” สามารถตรวจสอบตู้บริการได้ที่ www.dga.or.th

___________________________________________

3️⃣ ที่ทำการไปรษณีย์ และเคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยแจ้งเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์บริการ ขอตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป ยื่นบัตรประชาชนของตนเองและรอรับได้เลย

___________________________________________

4️⃣ ตู้ตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง (ตู้คีออส) ใช้บัตรประชาชนของตนเอง เลือกบริการตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป ได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส แกรนด์ พระรามเก้า ชั้น 2 (โซนพลาซา) (อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 และอยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัล พระราม 9 ) หรือ Bureau Lab (บูโรแล็บ) BTS หมอชิต (ภายในสถานี) หรือท่าเรือวังหลัง (บริเวณทางเข้า-ออก ท่าเรือ และใกล้ประตู 8 ของโรงพยาบาลศิริราช) หรือสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) (ด้านหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ประตูทางเข้า 1 จุดติดตั้งนาฬิกาประจำสถานี หรือนาฬิกาหน้าปัดหมายเลข ๙) และที่ชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน กรุงเทพฯ

___________________________________________

กรณีที่ท่านตรวจข้อมูลเครดิตของตนเองผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เครดิตบูโรให้บริการนั้น จะตรวจเครดิตบูโรกี่ครั้งก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาขอสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลเครดิตของตนเอง

เครดิตบูโรรณรงค์สร้างวัฒนธรรม “ออมก่อนกู้ คิดก่อนใช้ มีวินัย เมื่อมีหนี้” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีการวางแผนการเงิน พร้อมมีวินัยในการออมเงินและรักษาเครดิตของตนเอง เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักในเรื่องภาระหนี้ การบริหารจัดการหนี้ การมีวินัย ใช้หนี้ครบใช้หนี้ตรงตามเวลา เพราะอยากเห็นคนไทยมีวินัยทางการเงินเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก NCB


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0917762345

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Winner Estate Chiangmaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์