12/08/2026
[ เปิดปมนาทีชีวิต 3 พิทักษ์ป่าทองผาภูมิรอดปลอดภัย เผยเบื้องหลังภารกิจเสี่ยงตายแกะรอยขบวนการลักลอบขุดทองปิล๊อกคี่ ]
กาญจนบุรี – กลายเป็นเหตุการณ์ตื่นตระหนกและได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 3 นาย สังกัดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขาดการติดต่อระหว่างปฏิบัติภารกิจเดินลาดตระเวนปราบปรามขบวนการลักลอบขุดทองคำป่าปิล๊อกคี่ ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตกหนัก และน้ำป่าทะลักในพื้นที่ป่าลึกติดชายแดน ก่อนที่ปฏิบัติการค้นหาแบบปูพรมทั้งทางบกและทางอากาศจะประสบความสำเร็จ นำตัวทั้งสามนายกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดเจ็บหนัก สะท้อนถึงความเก่งกาจในการเอาชีวิตรอดในป่าดงดิบ และเผยให้เห็นปัญหาความตึงเครียดด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อนุรักษ์
[ ย้อนรอยภารกิจลาดตระเวน 6 วัน ก่อนสัญญาณขาดหาย ]
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) จำนวน 6 นาย ได้รับมอบหมายภารกิจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยเฉพาะการกดดันและปราบปรามกลุ่มทุนและพรานป่าที่แอบแฝงเข้ามา "ลักลอบขุดดินร่อนแร่ทองคำ" บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกำหนดการปฏิบัติงานในป่าลึกรวม 6 วัน (5–10 สิงหาคม 2569)
จนกระทั่งในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. กำลังส่วนหนึ่งได้แยกออกเป็นชุดย่อย 3 นาย เพื่อเข้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณ "ห้วยเกริงแกละ" ทางทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู ประกอบด้วย
__นายสมชาย สันทัด อายุ 44 ปี (เจ้าหน้าที่รุ่นใหญ่ผู้ชำนาญทาง)
__นายพรภวิษย์ ฉิมพลี อายุ 31 ปี
__นายพาจือ สังขละวิกูล อายุ 29 ปี
ทั้ง 3 นายปฏิบัติตามแผนแกะรอยรอบแปลงตรวจยึดคดีขุดแร่ทองคำ ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีเป้อุปกรณ์ เสบียง และอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมนัดหมายค้างแรม 1 คืน ก่อนประสานกลับมาว่าจะเดินลาดตระเวนเลียบ "ลำห้วยสะมอท้อ" เพื่อออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ในอีก 2–3 วันข้างหน้า
[ เปิดเบาะแสสุดท้าย: เผชิญหน้าขบวนการขุดทอง 8 ราย ]
ข้อมูลสำคัญที่เป็นจุดชนวนความห่วงใย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.27 น. นายสมชาย ได้โทรศัพท์ติดต่อถึงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น เพื่อแจ้งขอกำลังเสริมฝาก "แบตเตอรี่เครื่องนำทาง GPS" มากับชุดเดินป่าชุดถัดไป พร้อมรายงานว่ากำลังเก็บบันทึกข้อมูลพิกัดกริดบริเวณสันเขา
ต่อมาในเวลา 11.59 น. วันเดียวกัน นายสมชายได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ฉุกเฉิน รายงานว่า "พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยคาดว่าเป็นขบวนการลักลอบขุดแร่ทองคำ จำนวนประมาณ 8 คน พร้อมเสบียง" แต่เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีเพียง 3 นาย และฝั่งผู้กระทำผิดมีจำนวนมากกว่า จึงไม่สามารถเข้าควบคุมตัวได้ ทำได้เพียงตรวจยึดเสบียงและกดดันให้กลุ่มดังกล่าวถอยร่น และหลังจากข้อความรายงานฉุกเฉินนี้ส่งออกไป สัญญาณการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายก็ตัดขาดและเงียบหายไปอย่างสิ้นเชิง
[ ข้อจำกัดภูมิประเทศและวิกฤตพายุสภาพอากาศปิด ]
พื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสลับหุบเหวลึก สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (AIS) สามารถรับได้เฉพาะบริเวณสันเขาสูงบางจุดเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องเดินลาดตระเวนลงไปในลำห้วยและอับสัญญาณ สัญญาณโทรศัพท์จึงดับลง ขณะเดียวกันเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องหลายวัน "แบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร" จึงหมดลงโดยสิ้นเชิง
ซ้ำร้าย ตั้งแต่วันที่ 9–11 สิงหาคม อิทธิพลของมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลเชี่ยว และหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ (สภาพอากาศปิด) ทำให้เมื่อถึงกำหนดนัดหมายวันที่ 11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ทั้งสามก็ยังเดินทางมาไม่ถึงจุดนัดพบที่หมู่บ้านปิล๊อกคี่ นำมาสู่การประกาศเหตุวิกฤตสูญหายในป่าลึก
[ บูรณาการกำลังปูพรม 45 นาย พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยค้นหา ]
เมื่อทราบเรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการด่วนให้ สนับสนุนภารกิจเต็มรูปแบบ โดย นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับ พ.อ.สรายุทธ์ ศรลัมภ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์, นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และ ตชด.135 บูรณาการกำลังร่วม 45 นาย จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ณ ฐานปฏิบัติการ ตชด.บ้านปิล๊อกคี่
แม้ทางกระทรวงฯ จะส่งเฮลิคอปเตอร์บินปูพรมสนับสนุน แต่อุปสรรคหมอกหนาทำให้ไม่สามารถยกตัวลงจอด ณ จุดสกัดป่าหมาก-ยาพู ได้ ต้องลงจอดที่เขื่อนวชิราลงกรณ แล้วปรับแผนใช้การเดินเท้าค้นหาแบบย้อนศร 2 ทาง คือจากจุดเริ่มต้นลาดตระเวน และจากหมู่บ้านปิล๊อกคี่เดินสวนย้อนกลับไปตามเส้นทางลำห้วย
[ ปาฏิหาริย์คนดีศรีป่าไม้ พบตัวปลอดภัยไร้เจ็บ ]
กระทั่งในเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อชุดค้นหาได้พบตัว นายสมชาย, นายพรภวิษย์ และนายพาจือ บริเวณเส้นทางป่าปิล๊อกคี่ ทั้งหมดอยู่ในสภาพปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี และถูกนำตัวส่งมายังฐาน ตชด.บ้านปิล๊อกคี่ เพื่อตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้น
จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่าสาเหตุที่ล่าช้าเกิดจากฝนตกหนัก น้ำป่าตัดขาดเส้นทางเดินปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยและชะลอการเดินทาง ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดแบตเตอรี่หมด แต่ด้วยศักยภาพ และทักษะการเอาตัวรอดในป่า (Bushcraft) ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทั้งการหาอาหาร ปลูกสร้างที่พักชั่วคราว และความคุ้นเคยกับภูมิประเทศ จึงทำให้ทั้ง 3 นายสามารถรอดชีวิตผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความโล่งใจให้กับครอบครัวและประชาชนชาวไทย แต่ยังตอกย้ำถึงความเสี่ยงและความเสียสละของ "เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า" ที่ต้องแลกชีวิตเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลและขบวนการลักลอบขุดทองคำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างแท้จริง.
#ทองผาภูมิ #พิทักษ์ป่า #กาญจนบุรี #ค้นหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ #ขุดแร่ทองคำ #ปิล๊อกคี่
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาญจนบุรี