TopicThailand หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ เปิดปมนาทีชีวิต 3 พิทักษ์ป่าทองผาภูมิรอดปลอดภัย เผยเบื้องหลังภารกิจเสี่ยงตายแกะรอยขบวนการลักลอบขุดทองปิล๊อกคี่ ]กาญจนบ...
12/08/2026

[ เปิดปมนาทีชีวิต 3 พิทักษ์ป่าทองผาภูมิรอดปลอดภัย เผยเบื้องหลังภารกิจเสี่ยงตายแกะรอยขบวนการลักลอบขุดทองปิล๊อกคี่ ]
กาญจนบุรี – กลายเป็นเหตุการณ์ตื่นตระหนกและได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 3 นาย สังกัดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขาดการติดต่อระหว่างปฏิบัติภารกิจเดินลาดตระเวนปราบปรามขบวนการลักลอบขุดทองคำป่าปิล๊อกคี่ ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตกหนัก และน้ำป่าทะลักในพื้นที่ป่าลึกติดชายแดน ก่อนที่ปฏิบัติการค้นหาแบบปูพรมทั้งทางบกและทางอากาศจะประสบความสำเร็จ นำตัวทั้งสามนายกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดเจ็บหนัก สะท้อนถึงความเก่งกาจในการเอาชีวิตรอดในป่าดงดิบ และเผยให้เห็นปัญหาความตึงเครียดด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อนุรักษ์
[ ย้อนรอยภารกิจลาดตระเวน 6 วัน ก่อนสัญญาณขาดหาย ]

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) จำนวน 6 นาย ได้รับมอบหมายภารกิจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยเฉพาะการกดดันและปราบปรามกลุ่มทุนและพรานป่าที่แอบแฝงเข้ามา "ลักลอบขุดดินร่อนแร่ทองคำ" บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกำหนดการปฏิบัติงานในป่าลึกรวม 6 วัน (5–10 สิงหาคม 2569)
จนกระทั่งในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. กำลังส่วนหนึ่งได้แยกออกเป็นชุดย่อย 3 นาย เพื่อเข้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณ "ห้วยเกริงแกละ" ทางทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู ประกอบด้วย
__นายสมชาย สันทัด อายุ 44 ปี (เจ้าหน้าที่รุ่นใหญ่ผู้ชำนาญทาง)
__นายพรภวิษย์ ฉิมพลี อายุ 31 ปี
__นายพาจือ สังขละวิกูล อายุ 29 ปี
ทั้ง 3 นายปฏิบัติตามแผนแกะรอยรอบแปลงตรวจยึดคดีขุดแร่ทองคำ ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีเป้อุปกรณ์ เสบียง และอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมนัดหมายค้างแรม 1 คืน ก่อนประสานกลับมาว่าจะเดินลาดตระเวนเลียบ "ลำห้วยสะมอท้อ" เพื่อออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ในอีก 2–3 วันข้างหน้า
[ เปิดเบาะแสสุดท้าย: เผชิญหน้าขบวนการขุดทอง 8 ราย ]

ข้อมูลสำคัญที่เป็นจุดชนวนความห่วงใย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.27 น. นายสมชาย ได้โทรศัพท์ติดต่อถึงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น เพื่อแจ้งขอกำลังเสริมฝาก "แบตเตอรี่เครื่องนำทาง GPS" มากับชุดเดินป่าชุดถัดไป พร้อมรายงานว่ากำลังเก็บบันทึกข้อมูลพิกัดกริดบริเวณสันเขา

ต่อมาในเวลา 11.59 น. วันเดียวกัน นายสมชายได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ฉุกเฉิน รายงานว่า "พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยคาดว่าเป็นขบวนการลักลอบขุดแร่ทองคำ จำนวนประมาณ 8 คน พร้อมเสบียง" แต่เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีเพียง 3 นาย และฝั่งผู้กระทำผิดมีจำนวนมากกว่า จึงไม่สามารถเข้าควบคุมตัวได้ ทำได้เพียงตรวจยึดเสบียงและกดดันให้กลุ่มดังกล่าวถอยร่น และหลังจากข้อความรายงานฉุกเฉินนี้ส่งออกไป สัญญาณการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายก็ตัดขาดและเงียบหายไปอย่างสิ้นเชิง
[ ข้อจำกัดภูมิประเทศและวิกฤตพายุสภาพอากาศปิด ]

พื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสลับหุบเหวลึก สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (AIS) สามารถรับได้เฉพาะบริเวณสันเขาสูงบางจุดเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องเดินลาดตระเวนลงไปในลำห้วยและอับสัญญาณ สัญญาณโทรศัพท์จึงดับลง ขณะเดียวกันเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องหลายวัน "แบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร" จึงหมดลงโดยสิ้นเชิง

ซ้ำร้าย ตั้งแต่วันที่ 9–11 สิงหาคม อิทธิพลของมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลเชี่ยว และหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ (สภาพอากาศปิด) ทำให้เมื่อถึงกำหนดนัดหมายวันที่ 11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ทั้งสามก็ยังเดินทางมาไม่ถึงจุดนัดพบที่หมู่บ้านปิล๊อกคี่ นำมาสู่การประกาศเหตุวิกฤตสูญหายในป่าลึก
[ บูรณาการกำลังปูพรม 45 นาย พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยค้นหา ]

เมื่อทราบเรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการด่วนให้ สนับสนุนภารกิจเต็มรูปแบบ โดย นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับ พ.อ.สรายุทธ์ ศรลัมภ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์, นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และ ตชด.135 บูรณาการกำลังร่วม 45 นาย จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ณ ฐานปฏิบัติการ ตชด.บ้านปิล๊อกคี่

แม้ทางกระทรวงฯ จะส่งเฮลิคอปเตอร์บินปูพรมสนับสนุน แต่อุปสรรคหมอกหนาทำให้ไม่สามารถยกตัวลงจอด ณ จุดสกัดป่าหมาก-ยาพู ได้ ต้องลงจอดที่เขื่อนวชิราลงกรณ แล้วปรับแผนใช้การเดินเท้าค้นหาแบบย้อนศร 2 ทาง คือจากจุดเริ่มต้นลาดตระเวน และจากหมู่บ้านปิล๊อกคี่เดินสวนย้อนกลับไปตามเส้นทางลำห้วย
[ ปาฏิหาริย์คนดีศรีป่าไม้ พบตัวปลอดภัยไร้เจ็บ ]
กระทั่งในเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อชุดค้นหาได้พบตัว นายสมชาย, นายพรภวิษย์ และนายพาจือ บริเวณเส้นทางป่าปิล๊อกคี่ ทั้งหมดอยู่ในสภาพปลอดภัย ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี และถูกนำตัวส่งมายังฐาน ตชด.บ้านปิล๊อกคี่ เพื่อตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้น

จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่าสาเหตุที่ล่าช้าเกิดจากฝนตกหนัก น้ำป่าตัดขาดเส้นทางเดินปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยและชะลอการเดินทาง ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดแบตเตอรี่หมด แต่ด้วยศักยภาพ และทักษะการเอาตัวรอดในป่า (Bushcraft) ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทั้งการหาอาหาร ปลูกสร้างที่พักชั่วคราว และความคุ้นเคยกับภูมิประเทศ จึงทำให้ทั้ง 3 นายสามารถรอดชีวิตผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้อย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความโล่งใจให้กับครอบครัวและประชาชนชาวไทย แต่ยังตอกย้ำถึงความเสี่ยงและความเสียสละของ "เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า" ที่ต้องแลกชีวิตเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลและขบวนการลักลอบขุดทองคำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างแท้จริง.
#ทองผาภูมิ #พิทักษ์ป่า #กาญจนบุรี #ค้นหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ #ขุดแร่ทองคำ #ปิล๊อกคี่
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาญจนบุรี

12/08/2026

🟢 ปาฏิหาริย์มีจริง! พบตัว 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานฯ ทองผาภูมิแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี! 🌿❤️
จากกรณีภารกิจเสี่ยงตาย เดินป่าปราบปรามกลุ่มแอบอ้างขุดทองคำป่าปิล๊อกคี่ แต่กลับขาดการติดต่อยาวนานท่ามกลางมรสุมฝนตกหนักน้ำป่าทะลัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ผสม 45 นาย พบตัวทั้ง 3 นายแล้ว ร่างกายแข็งแรงดี ปลอดภัยหายห่วง!
สาเหตุหลักเกิดจากแบตเตอรี่อุปกรณ์สื่อสารหมด และสภาพอากาศปิดในหุบเขา แต่ด้วยทักษะการเอาตัวรอดระดับมืออาชีพ ทำให้ทุกคนปลอดภัยกลับมาหาครอบครัวได้ในที่สุด
ร่วมส่งกำลังใจและพิมพ์ "❤️" ขอบคุณหัวใจสุดแกร่งของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไทยใต้คอมเมนต์นี้กันค่ะ
#ทองผาภูมิ #พิทักษ์ป่า #กาญจนบุรี #ค้นหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ #ขุดแร่ทองคำ #ปิล๊อกคี่
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาญจนบุรี

12/08/2026

📌 “ยิงโจรในบ้านก็มีความผิด” อนุทิน แจงดรามา ย้ำเจตนาไม่อยากให้คนอยู่ใกล้ปืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงถึงประเด็นดราม่ากรณีการใช้อาวุธปืนยิงผู้บุกรุกหรือโจรภายในบ้าน โดยระบุว่า เจตนาหลักคือไม่อยากให้ประชาชนอยู่ใกล้อาวุธปืน เนื่องจากเมื่อมีการใช้อาวุธปืนเกิดขึ้น ผู้ใช้จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและขึ้นโรงขึ้นศาลทุกราย

แม้ในท้ายที่สุด ศาลอาจตัดสินว่าเป็นการ "ทำเพื่อป้องกันตัว" ก็ตาม แต่กระบวนการทั้งหมดต้องเสียทั้งเวลาและทรัพยากร จึงอยากให้มองถึงความเสี่ยงและผลกระทบทางกฎหมายที่จะตามมา
ความคิดเห็นของคุณต่อประเด็นนี้เป็นอย่างไร? การป้องกันชีวิตและทรัพย์สินในบ้านควรมีขอบเขตแค่ไหน? ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันในคอมเมนต์ 👇
#อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #ยิงโจรในบ้าน #ป้องกันตัว #กฎหมายใกล้ตัว

12/08/2026

🔥 “ยิงแมร่งง” ทนายไพศาล โพสต์เดือดถือปืน สะท้อนข้อกฎหมายถึงนายกฯ เรื่องสิทธิป้องกันตัว!
กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ โพสต์ข้อความผ่านเพจ ทนายไพศาลช่วยด้วย ส่งสารตรงถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนและสิทธิการป้องกันตัวตามกฎหมาย
ย้อนไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ทนายไพศาล ได้โพสต์ระบุว่า:

“นายกฯครับ...คุมปืนได้ แต่กฎหมายอย่าพูดผิดครับ!! ‘อย่าให้ถึงขั้นโจรพูดว่า ยิงผมผิดกฎหมายนะพี่’” พร้อมติดแฮชแท็ก #มาตรา68 #สิทธิป้องกันตัว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ความเดือดสัปดาห์นี้ยังไม่แผ่ว เจ้าตัวได้โพสต์ภาพตนเองขณะอยู่ที่สนามยิงปืน พร้อมถืออาวุธปืนและระบุแคปชันสั้นๆ แต่กระแทกใจว่า “ยิงแมร่งง” ร่วมกับแฮชแท็ก #มาตรา68 #สิทธิป้องกันตัว #สนามยิงปืน

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงขอบเขตการใช้ปืนและสิทธิการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68
คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? คอมเมนต์คุยกันได้เลย! 👇
#ทนายไพศาล #สิทธิป้องกันตัว #ประมวลกฎหมายอาญามาตรา68 #คุมอาวุธปืน

เดือดกลางศาลากลาง! แรงงานเมียนมาเปิดศึกยกพวกตะลุมบอน แทงกันยับเจ็บ 4 ราย คาไซต์งานก่อสร้าง ตร.ภาค 7เกิดเหตุระทึกขวัญกลาง...
11/08/2026

เดือดกลางศาลากลาง! แรงงานเมียนมาเปิดศึกยกพวกตะลุมบอน แทงกันยับเจ็บ 4 ราย คาไซต์งานก่อสร้าง ตร.ภาค 7
เกิดเหตุระทึกขวัญกลางศาลากลางจังหวัดนครปฐม! เมื่อกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาในไซต์งานก่อสร้าง เปิดศึกทะเลาะวิวาทควักอาวุธครบมือ ทั้งมีด ไม้ ขวด และหิน ยกพวกตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด บริเวณหน้าไซต์งาน เหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเลือดสาดกระจายรวม 4 ราย
ที่น่าตกใจคือจุดเกิดเหตุอยู่ภายในไซต์งานก่อสร้าง “กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร ภาค 7” และ “กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม พอดี!
#นครปฐม #เมียนมายกพวกตีกัน #ศาลากลางนครปฐม #ตำรวจภาค7
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครปฐม

11/08/2026

นายอนาลโย กอสกุล บรรณาธิการเว็บไซต์ ThaiArmedForce.com โพสต์ “รายชื่อแกนนำพรรค #ภูมิใจไทย บางส่วนที่มีการแจ้งครอบครองปืนในบัญชีทรัพย์สิน
__สุชาติ ชมกลิ่น 12 กระบอก
__ชาดา ไทยเศรษฐ์ 23 กระบอก
__วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล 26 กระบอก
__อนุชา สะสมทรัพย์ 40 กระบอก
__พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ 15 กระบอก
__ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ 13 กระบอก
__รังสิกร ทิมาตฤกะ 5 กระบอก
__อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ 2 กระบอก
__ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา อนุทิน ชาญวีรกูล 1 กระบอก
นายกฯ เริ่มจากตัวเองได้ ด้วยการให้บุคลากรของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ส่งมอบปืนให้รัฐ ไปไหนมาไหน ทั้งนักการเมืองและผู้ติดตาม ห้ามพกปืน และตรวจสอบใบอนุญาตอย่างเข้มงวดตามนโยบายรัฐบาลนะครับ” #อนาลโยกอสกุล #นายกเริ่มจากตัวเองได้

11/08/2026

วิเคราะห์พฤติกรรม “ฉลอง เรี่ยวแรง” ผ่านมุมมองนักอาชญาวิทยา! 📌
จากเหตุการณ์ยิง นายก อบจ.นนทบุรี อ.โต้ง - รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นักวิชาการด้านอาชญาวิทยา ได้ร่วมวิเคราะห์พฤติกรรมของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ไว้อย่างน่าสนใจ
อ.โต้ง เชื่อว่า มูลเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เจ้าตัว “ยังยึดติดว่าตนเองมีอำนาจ” และเลือกใช้วิธีการของการเมืองไทยในรูปแบบเก่าๆ ในการตัดสินปัญหา
นอกจากนี้ อ.โต้ง ยังได้ตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปฏิบัติต่อผู้ต้องหาในลักษณะที่ดู “เกรงใจ” และเกรงกลัวอำนาจบารมี จึงอยากจี้ให้ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และยึดปฏิบัติตามหลักสากลมากกว่านี้ เพื่อสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมในสังคม
ข้อมูลอ้างอิงจาก รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand (11 ส.ค. 2569)
#ฉลองเรี่ยวแรง #กฤษณพงค์พูตระกูล #ยิงนายกอบจนนทบุรี #ข่าวการเมือง #เจาะลึกทั่วไทย #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ ปริศนาคราบสีติดมือเท้า! เฒ่าออสเตรเลียตกคอนโดชั้น 6 ศรีราชา ตรวจห้องไร้รอยรบกวน ]ศรีราชา, ชลบุรี – เมื่อเวลาประมาณ 06....
11/08/2026

[ ปริศนาคราบสีติดมือเท้า! เฒ่าออสเตรเลียตกคอนโดชั้น 6 ศรีราชา ตรวจห้องไร้รอยรบกวน ]
ศรีราชา, ชลบุรี – เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญบริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังเกิดเหตุชาวต่างชาติพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิตบริเวณพื้นชั้น G ของอาคาร

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่าง Mr.Andre Schuster อายุ 69 ปี สัญชาติออสเตรเลีย สภาพสวมชุดนอนสีน้ำเงิน มีบาดแผลฉกรรจ์และกระดูกหักหลายแห่ง จากการสืบสวนเบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตตกมาจากห้องพักบริเวณชั้น 6 ซึ่งจากการตรวจค้นภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการรื้อค้น การรบกวน หรือสัญญาณการต่อสู้ใดๆ แต่พบเบาะแสสำคัญคือคราบสีสดบริเวณระเบียงที่ติดอยู่กับฝ่ามือและฝ่าเท้าของผู้เสียชีวิต ซึ่งตรงกับลักษณะของการปีนป่ายระเบียงด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็นการตัดสินใจจบชีวิตตนเองจากความเครียดส่วนบุคคล

เหตุการณ์นี้อาจดูเหมือนคดีสะเทือนขวัญทั่วไป แต่หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างประชากรศรีราชาและเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทย เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังสะท้อน "วิกฤตเงียบ" ของกลุ่มผู้สูงอายุชาวต่างชาติ (Expat Retirees) ที่เข้ามาใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทยเพียงลำพัง
[ ทำไมศรีราชาและชลบุรีจึงเป็นหมุดหมาย? ]

อำเภอศรีราชาและเมืองพัทยา เป็นพื้นที่เป้าหมายระดับต้นๆ ของชาวต่างชาติวัยเกษียณจากฝั่งตะวันตกและเอเชีย ด้วยปัจจัยด้านค่าครองชีพ สิ่งอำนวยความสะดวก สถานพยาบาลระดับสากล และสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสังคมวิทยาชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุต่างชาติที่ย้ายมาพำนักระยะยาวมักต้องเผชิญกับ "ข้อจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรม" รวมทั้งการขาดแคลนระบบสนับสนุนทางอารมณ์ (Social Support System) เมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วย เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือเจอปัญหาการเงินในต่างแดน
[ คราบสีที่ระเบียงและนิติวิทยาศาสตร์ ]

ข้อสังเกตสำคัญในคดีนี้คือคราบสีบริเวณมือและเท้า ซึ่งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์และร้อยเวรเจ้าของคดีใช้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ การที่ไม่มีร่องรอยบุคคลที่สองในห้องพักช่วยบีบวงสอบสวนให้แคบลง แต่นำมาซึ่งคำถามที่สำคัญกว่า: อะไรคือชนวนเหตุที่ทำให้ชายวัย 69 ปีที่เพิ่งย้ายเข้ามาพักได้ไม่ถึง 1 ปีตัดสินใจเช่นนี้?
[ สถิติและความท้าทายในเมืองท่องเที่ยว ]

รายงานจากหน่วยงานกู้ภัยและตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกระบุว่า เคสการสูญเสียของผู้สูงอายุชาวต่างชาติ ทั้งจากอุบัติเหตุ โรคประจำตัว และการทำร้ายตนเอง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเกษียณที่ขยายตัว สิ่งนี้เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่าง สถานทูต, นิติบุคคลหมู่บ้าน/คอนโดมิเนียม, และเครือข่ายภาคประชาสังคม ในการจัดตั้งระบบเฝ้าระวัง ดูแลสุขภาพจิต และส่งต่อความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่คนเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอย.
#ศรีราชา #คุณภาพชีวิต #แหล่งรวมต่างชาติเกษียณ #ต่างชาติโดดตึก
ขอบคุณภาพข่าวจาก : ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี

[ ปมรักปมขัดแย้ง! เสียงปืนดัง 2 นัดคารถ Honda City ตร.-พยาบาลยิงเข้าหัวสาหัสวิกฤต ]เกิดเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญขึ้นบริเวณใจ...
11/08/2026

[ ปมรักปมขัดแย้ง! เสียงปืนดัง 2 นัดคารถ Honda City ตร.-พยาบาลยิงเข้าหัวสาหัสวิกฤต ]
เกิดเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญขึ้นบริเวณใจกลางชุมชนใกล้ที่ทำการอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เสียงปืนดังกึกก้องขึ้น 2 นัดซ้อนภายในรถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านพักปูน 2 ชั้น ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลโคกปีบ ส่งผลให้สองสามีภรรยา ซึ่งฝ่ายชายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และฝ่ายหญิงเป็นพยาบาลวิชาชีพ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสวิกฤตทั้งสองราย นอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องโดยสาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมโหสถ นำโดย ร.ต.อ. วรากร สายแวว รองสารวัตรเวรฯ (สอบสวน) ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมประสาน พ.ต.อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีมโหสถ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยกู้ภัย เร่งรุดเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
[ เปิดนาทีระทึกและเบาะแสในที่เกิดเหตุ ]

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋ง Honda City สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในลักษณะพุ่งเข้าไปภายในบริเวณตัวบ้านพัก ภายในรถพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส. จิรภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพ ชาวตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้ขับขี่ และ จ.ส.ต. ธนกฤต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้บังคับหมู่ งานสืบสวน สภ.ศรีมโหสถ สภาพทั้งสองคนมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะ บาดเจ็บสาหัสและหมดสติ

จากการตรวจค้นภายในห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้นตกอยู่จำนวน 2 ปลอก จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำเชือกกั้นพื้นที่กั้นแนวเขตห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือทำลายพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาลศรีมโหสถ อย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากบาดแผลที่ศีรษะมีความรุนแรง วิกฤต และเสี่ยงต่อชีวิต แพทย์จึงประเมินและทำการส่งตัว (Refer) ต่อไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งมีทีมแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือที่พร้อมกว่าทันที
[ ลำดับเหตุการณ์และคำบอกเล่าของพยาน ]

จากการสอบสวนพฤติการณ์เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส. จิรภา เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมาจอดที่บริเวณหน้าบ้านพัก โดยมี จ.ส.ต. ธนกฤต นั่งมาด้วย ระหว่างนั้นคาดว่าทั้งคู่มีปากเสียงขัดแย้งอย่างรุนแรงอยู่ภายในรถ ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดซ้อน

ในขณะเกิดเหตุ พ่อของฝ่ายหญิงซึ่งพักอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านพัก ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงตกใจและรีบวิ่งลงมาจากบ้านเพื่อเข้าช่วยเหลือลูกสาวและเขย ทว่าในจังหวะที่พยายามเข้าช่วยเหลือนั้น คาดว่าเท้าของผู้ขับขี่ (น.ส. จิรภา) หลุดหรือปล่อยออกจากแป้นเบรก ในขณะที่คันเกียร์ยังค้างอยู่ในตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อน (เกียร์ D) ส่งผลให้รถเก๋งค่อยๆ ไหลพุ่งเข้าไปภายในบริเวณตัวบ้านพักก่อนจะหยุดนิ่งลง

จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูลแวดล้อม ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันได้ประมาณ 1 ปีเศษ หลังจากฝ่ายชายเพิ่งลาสิกขาจากการบวชเรียน และทั้งคู่เพิ่งมีลูกด้วยกันยังอยู่ในวัยทารก
[ ผกก.สภ.ศรีมโหสถ เผยปมขัดแย้งครอบครัว เร่งคลี่คลายคดี ]

กระทั่งเวลา 23.55 น. ของคืนเดียวกัน พ.ต.อ.สมเกียรติ เพ็ญศิริ ผกก.สภ.ศรีมโหสถ ได้เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า จากการประเมินสถานการณ์และพยานแวดล้อมเบื้องต้น สาเหตุหลักน่าจะมาจากปมปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวภายในครอบครัว ประกอบกับอารมณ์ร้อนชั่ววูบ โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาอิทธิพล ปมธุรกิจ หรือเรื่องงานสืบสวนแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นสำคัญว่าใครเป็นผู้ลงมือลั่นไก หรือเป็นเหตุการณ์แย่งชิงอาวุธปืนนั้น ทางตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง เนื่องจากผู้บาดเจ็บทั้งสองรายยังอยู่ในอาการสาหัสวิกฤต ไม่สามารถให้การได้ จึงต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ทั้งการตรวจหาคราบเขม่าปืนที่มือของทั้งสองคน ลายนิ้วมือแฝงภายในห้องโดยสาร และวิถีกระสุนจากผลชันสูตรบาดแผล
[ แนวทางการสืบสวน 3 มิติ ]
พ.ต.อ.สมเกียรติ ได้สั่งการเร่งด่วนใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่:

1.งานนิติวิทยาศาสตร์: ให้พิสูจน์หลักฐาน จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบเขม่าปืน ลายนิ้วมือแฝง และหัวกระสุน/ปลอกกระสุนทั้ง 2 ปลอก

2.การรวบรวมพยานแวดล้อม: สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณข้างที่ทำการอำเภอศรีมโหสถ เพื่อเรียงลำดับเวลา (Timeline) ก่อนและหลังเกิดเหตุอย่างแม่นยำ

3.การติดตามอาการและสอบปากคำ: ประสานทีมแพทย์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อย่างใกล้ชิด หากผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตรายและสภาพร่างกายพร้อม เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดทันทีเพื่อสรุปสำนวนคดีและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.
#ยิงกันปราจีนบุรี #ศรีมโหสถ #ตำรวจพยาบาล #ปมรักปมขัดแย้ง
ขอบคุณภาพข่าวจาก : มานิตย์ สนับบุญ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี

ที่อยู่

111
Changwat Samut Prakan
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66655523500

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TopicThailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง TopicThailand:

ทางลัด

แชร์