16/07/2024
รายงานการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ (Systematic Country Diagnostic: SCD) (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. 2567 นี้ นำเสนอแนวทางการปฏิรูปที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ถึงแม้ในภาพรวม ข้อสรุปของรายงานฯ ฉบับปี พ.ศ. 2559 จะยังคงสามารถนำมาปรับใช้ได้ แต่สภาพแวดล้อมทั้งในและนอกประเทศในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ ต่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคโควิด-19 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งได้สร้างแรงกดดันต่อทั้งภาคเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและประชากร
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมข้างต้น ประเทศไทยยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคและการเงินได้เป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงมีข้อจำกัด แม้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเร่งตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2565 และ 2566 แต่การฟื้นตัวยังช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวช้าของภาคการท่องเที่ยวและการค้าโลก นอกจากนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำลงเนื่องจากการขาดการลงทุนที่เพียงพอ ผลิตภาพที่เติบโตช้าลง และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับการลดความยากจนที่เริ่มชะลอตัวลง และความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และความมั่งคั่งที่อยู่ในระดับสูง
รายงานการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ (ฉบับปรับปรุง) ได้ระบุผลลัพธ์ระดับสูง 5 ประการ ที่จะช่วยประเทศไทยเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี พ.ศ. 2580 ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่มีความเท่าเทียมทางสังคมและมีเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้
ปัจจัยท้าทายสำหรับประเทศไทย
การพัฒนาทุนมนุษย์ – ปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนไทยที่อยู่ในระดับต่ำ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางที่ถูกกีดกันการเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสต่าง ๆ เช่น การศึกษา สาธารณสุข โอกาสทางเศรษฐกิจ และบริการสาธารณะ รวมถึงการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของผู้หญิงที่ยังต่ำ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสู่การเติบโตอย่างมีส่วนร่วมและการพัฒนาไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยทักษะและนวัตกรรม
เศรษฐกิจที่ด้อยศักยภาพการแข่งขัน – การขยายตัวของผลิตภาพของประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายจากความสามารถในการแข่งขันที่จำกัดและนโยบายการค้าที่เข้มงวดในภาคบริการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมทางธุรกิจ การครอบงำโดยบริษัทขนาดใหญ่และรัฐวิสาหกิจเพียงไม่กี่แห่งทำให้เกิดข้อจำกัดในการแข่งขันและประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากร นอกจากนี้ การพัฒนาทางเศรษฐกิจยังมีอุปสรรคจากอัตราการเพิ่มขึ้นของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต่ำ และภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยง – กรุงเทพมหานครถือเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย อย่างไรก็ดี การเติบโตดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา โดยเมืองรองมีอุปสรรคในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องมาจากข้อจำกัดทางการเงินและการวางแผนจากส่วนกลาง ช่องว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมโยงทางบกและทางทะเล ยังเป็นอุปสรรคต่อการขยายความเชื่อมโยงภายในประเทศและระดับภูมิภาค ในขณะที่ข้อจำกัดในการใช้ข้อมูล เป็นอุปสรรคในการพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ