1989คอนซัลแทนส์ จำกัด

1989คอนซัลแทนส์ จำกัด ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
- เพื่อเป็นห?

ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อตามวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์สาธารณะ
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อให้กับสถาบันการเงิน
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อการซื้อ - ขาย
ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อการประกันภัย

08/07/2026

🔎 ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมออนไลน์ได้แล้ว สะดวก ง่าย และรวดเร็ว

กองทะเบียนประวัติอาชญากร เปิดให้บริการตรวจสอบประวัติด้วย ชื่อ – ชื่อสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ผ่านระบบออนไลน์

🌐 ผ่านเว็บไซต์กองทะเบียนประวัติอาชญากร
www.crd.go.th/bg/landing

📅 เริ่มให้บริการวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

✅ ขั้นตอนการใช้บริการ
1️⃣ กรอกคำร้องขอตรวจสอบประวัติ
2️⃣ ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD หรือใช้เลขรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมกรอกข้อมูล
3️⃣ ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่
• Bill Payment
• เคาน์เตอร์ธนาคาร
• ตู้ ATM
• Internet Banking
• Mobile Banking
• สแกน QR Code
4️⃣ รับผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรมทางอีเมล พร้อมลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์

📩 ผู้ที่ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD สามารถรับผลทางอีเมลได้ทุกเวลา

📍 หรือรับผลด้วยตนเองได้ที่
• กองทะเบียนประวัติอาชญากร
• ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 – 10
• พิสูจน์หลักฐานจังหวัดทั่วประเทศ

โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองเอกสารให้

☎️ สอบถามเพิ่มเติม
งานตรวจประวัติด้วยชื่อ – ชื่อสกุล
โทร. 0 2205 1347

#กองทะเบียนประวัติอาชญากร #ตรวจสอบประวัติออนไลน์ #ตรวจประวัติอาชญากรรม #บริการออนไลน์ #ภาครัฐดิจิทัล #อำนวยความสะดวกประชาชน #ตำรวจไทย

16/06/2026
15/06/2026

แฉขบวนการ“คอนโดเงินทอน”กลโกงร่วม เจ้าของ-นายหน้า-เจ้าหน้าที่แบงก์ จุดเริ่มต้นฟองสบู่อสังหาฯ และ หายนะภาคการเงิน
เมื่อไม่นานมานี้ คำเตือนจาก “ตัน ภาสกรนที” นักธุรกิจรุ่นใหญ่ระดับประเทศ ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ได้กลายเป็นตัวเปิดประเด็นร้อนที่น่าสนใจ
กับมุมมองที่ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจในรอบนี้ มีความน่ากังวลสำหรับคนทำธุรกิจยิ่งกว่าช่วงโควิดและต้มยำกุ้งเสียอีก
โดยหนึ่งในสัญญาณอันตรายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเตือนสติ เกี่ยวกับการดิ้นรนของคนมีหนี้สิน และลงทุนแบบไม่มีความรู้ ก็คือเรื่องของภาพลวงตาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เกี่ยวกับ “ขบวนการคอนโดเงินทอน และการันตียิลด์ทิพย์” ที่กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือดับกระหายทางการเงินแบบผิด ๆ
ในความเป็นจริง ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์รับรู้และเห็นกันมานาน เพียงแต่ในยุคปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และเงินในกระเป๋าของพนักงานประจำเริ่มไม่พอกับรายจ่าย กลลวงกลยุทธ์นี้จึงยิ่งแพร่ระบาดหนักขึ้น
จากเรื่องในมุมมืด สู่ ฟีดโฆษณาที่พบเห็นได้ทั่วไปบนโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น “รวมภาระ ปิดหนี้ฟรี มีเงินเหลือสูงสุด 500,000 บาท” หรือ “เงินเดือน 15,000 กู้ได้เต็ม ไม่ต้องดาวน์ แถมรับเงินทอนกลับบ้าน”
ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่กำลังต้องการทางรอดในการเคลียร์หนี้สินหรือต้องการเงินหมุนเวียนระยะสั้น บ้างก็เป็นผลพ่วงมาจากการตกเป็นเหยื่อของคอร์สสอนลงทุนอสังหาฯ ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในยุคหลังๆ
คำถามสำคัญคือ ขบวนการนี้มีกลไกอย่างไร และ กำลังจะสร้างหายนะที่อาจลุกลามทั้งภาคการเงินและเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง?

[ แฉขบวนการ กู้เงินเหลือ หรือ อสังหาริมทรัพย์เงินทอน ]

ข้อมูลอินไซต์จากคนวงในชื่อดังอย่าง “ภัทรชัย ทวีวงศ์” นักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้เปิดเผยกับ Thairath Money แสดงให้เห็นถึงกลไกการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายของห่วงโซ่ธุรกิจแบบแยบยล เกี่ยวเนื่องตั้งแต่ผู้พัฒนาโครงการบางกลุ่ม นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน
โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเสาะหาลูกค้าที่เป็นพนักงานประจำ มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป และประวัติเครดิตบูโรยังไม่เสียหาย ซึ่งถือเป็น "ทรัพยากรชั้นดี" ในยุคที่แบงก์เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อ และยอดปฎิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยสูงถึง 70%

ย้อนไป “ตัน ภาสกรนที” เล่าถึงกระบวนการสร้างเงินทอน มักถูกขับเคลื่อนด้วย 2 กลไกหลักๆ

- การตั้งราคาประเมินทิพย์: เช่น คอนโดมิเนียมมีราคาขายจริงอยู่ที่ 2 ล้านบาท แต่จะมีการดันราคาประเมินให้สูงเกินจริงไป 20-30% ขึ้นไปเป็น 2.5 ล้านบาท โดยนายหน้าบางรายจะเข้ามาบริหารจัดการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังให้ลูกค้าประมาณ 6 เดือนเพื่อสร้างรายได้จำลองให้ผ่านเกณฑ์ของธนาคาร
เมื่อสัญญาอนุมัติและมีการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อจะได้เงินส่วนต่างหรือ "เงินทอน" กลับไปหลักแสนบาท เพื่อนำไปปิดหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่น ๆ โดยมองเพียงว่าดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทอื่น โดยไม่ได้คำนึงถึงภาระหนี้ระยะยาวที่สูงเกินมูลค่าสินทรัพย์จริง

การันตีผลตอบแทนลวง (Yield ทิพย์): โฆษณาที่ระบุว่าจะการันตีผลตอบแทน 7% เป็นเวลา 3 ปี แท้จริงแล้วคือการบวกราคาเพิ่มเข้าไปในตัวสินทรัพย์ตั้งแต่ต้น เช่น ห้องราคาจริง 5 ล้านบาท ถูกตั้งราคาขายที่ 6 ล้านบาท
เงินส่วนต่าง 1 ล้านบาทนั้นจะถูกนำมาทยอยจ่ายคืนให้ผู้ซื้อในรูปแบบของเงินค่าเช่าการันตี เมื่อครบกำหนด 3 ปีตามสัญญา ภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้ซื้อที่ไม่สามารถหาผู้เช่าจริงในราคานั้นได้

[ จาก "กู้เงินเหลือ" สู่การเซ็ตโครงสร้าง "ดีมานด์เทียม" ]

หากเจาะลึกในมุมมองของนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ขบวนการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่วิธีการยื่นกู้ของบุคคล แต่มีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนและเป็นระบบมากกว่าที่คิด โดยถูกแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. การประเมินศักยภาพและล็อกวงเงินกู้ล่วงหน้า

กระบวนการจะเริ่มต้นจากฝั่งนายหน้าหรือผู้ประกอบการทำการประเมินโปรไฟล์ของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรกในเชิงลึก เพื่อดูว่าลูกค้ารายนั้น ๆ มีขีดความสามารถสูงสุดในการขอสินเชื่อได้ในวงเงินเท่าใด เมื่อได้ตัวเลขวงเงินที่แน่นอนแล้ว ข้อมูลนี้จะถูกใช้เป็นสารตั้งต้นในการไปเสาะหาหรือจับคู่กับทรัพย์สินที่มีอยู่

2. การคัดเลือกสินทรัพย์ที่มี "ช่องว่างราคาประเมิน" สูงสุด

ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ปัจจัยในการเลือกโครงการหรือตัวห้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าสูงหรือมีคุณภาพดีเพียงใด แต่อยู่ที่ "ช่องว่าง (Gap) ระหว่างราคาประเมินของสถาบันการเงินกับราคาซื้อขายจริง" ยิ่งช่องว่างนี้กว้างมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะดึงเงินส่วนต่างออกมาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

โดยเฉพาะพื้นที่ EEC (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) และบางพื้นที่ในกรุงเทพฯ โครงการรายกลางและรายเล็กจะมีราคาประเมินสูงกว่าราคาซื้อขายจริงถึง 20-30% โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินบางกลุ่มคอยช่วยเหลือในการดันราคาประเมินนี้ให้สูงขึ้น

3. การกระจายผลประโยชน์ในระยะสั้นเพื่อปิดดีล

เมื่อกลไกราคาถูกเซ็ตอัปเรียบร้อยและธุรกรรมอนุมัติ ทุกฝ่ายในห่วงโซ่ธุรกิจจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันทันทีในระยะสั้น ผู้ซื้อได้รับเงินทอนกลับไปหมุนเวียน นายหน้าได้รับค่าคอมมิชชั่น เจ้าของทรัพย์เดิมหรือผู้ประกอบการสามารถปิดการขาย ระบายสต็อกคงค้าง และสร้างตัวเลขยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

4. การแปลงยอดขายเป็นเครื่องมือสร้างภาพลวงตาทางการตลาด

เมื่อธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและการประกาศ Sold Out ของโครงการ จะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
ตัวเลขเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ผู้ประกอบการนำไปแสดงต่อนักลงทุน สถาบันการเงิน และผู้ถือหุ้นกู้ ว่าธุรกิจยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงตัดสินใจแห่เข้าซื้อตาม

[ จุดจบของวงจร ผลกระทบภาพใหญ่ที่กำลังลามทั้งระบบ ]

ความน่ากังวลที่สุดของปรากฏการณ์นี้คือ ยอดขายและเม็ดเงินที่สะพัดอยู่ในระบบส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดจากความต้องการอยู่อาศัยที่แท้จริง แต่เกิดจาก "ดีมานด์เทียม" (Artificial Demand) ที่ถูกแต่งตัวเลขขึ้นมาเพื่อแรงจูงใจทางการเงิน สิ่งนี้กำลังสร้างความคาดหวังที่สูงเกินจริงในตลาด ทั้งในแง่ของราคาขายต่อ อัตราการปล่อยเช่า และผลตอบแทนจากการลงทุน
ตราบใดที่มีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามาในวงจร ภาพลวงตานี้อาจจะยังดำเนินต่อไปได้ แต่ในปัจจุบันที่ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น กำลังซื้อชะลอตัว และเศรษฐกิจส่งสัญญาณอ่อนแรงอย่างชัดเจน ความเปราะบางทั้งหมดกำลังถูกขุดรากถอนโคนออกมา

- ฝั่งผู้ซื้อ: กำลังเผชิญภาวะผ่อนชำระไม่ไหว ขายต่อไม่ได้ และปล่อยเช่าไม่ออก สุดท้ายต้องเหลือภาระหนี้สินที่สูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์จริง

- ฝั่งสถาบันการเงิน: กำลังเตรียมรับแรงกระแทกจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากข้อมูลของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ BAM ที่ระบุว่า ปัจจุบันมีทรัพย์รอการขาย (NPA) หรือทรัพย์โดนยึดทะลักในตลาดรวมสูงถึง 700,000 ยูนิต โดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของขบวนการเงินทอน

- ฝั่งผู้พัฒนาโครงการ: เริ่มเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง จากภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถสร้างยอดขายจากดีมานด์ที่แท้จริงได้อีกต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว ขบวนการคอนโดเงินทอนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารหนี้หรือกลโกงส่วนบุคคลเพื่อปิดหนี้ แต่คือจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ลูกใหม่ที่บิดเบือนข้อมูลจริงในตลาด และกำลังลักลอบทำลายความเชื่อมั่นของระบบอสังหาริมทรัพย์และเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในภาพรวมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

#การเงินดีชีวิตดี #ลงทุนอสังหา #คอนโดเงินเหลือ #คอนโดเงินทอน #กู้บ้าน #ซื้อคอนโด #โครงการบ้าน #กู้เงิน #ปิดหนี้

ให้บริการประเมินราคาทรัพย์สินทุกประเภท โดยทีมผู้ประเมินที่มีประสบการณ์ และปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
09/12/2025

ให้บริการประเมินราคาทรัพย์สินทุกประเภท โดยทีมผู้ประเมินที่มีประสบการณ์ และปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

ที่อยู่

514 , 516 ถนนรามอินทรา กม. 5 แขวงท่าแร้ง เขตบาง
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ 1989คอนซัลแทนส์ จำกัด โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง 1989คอนซัลแทนส์ จำกัด:

ทางลัด

แชร์