ฟาร่า : ที่ดิน บ้าน คอนโดมือสอง รีโนเวท พร้อมอยู่

ฟาร่า : ที่ดิน บ้าน คอนโดมือสอง รีโนเวท พร้อมอยู่ 📌มองหาที่ดิน•บ้าน•คอนโด•รีโนเวท•มือสอง ติดต่อได้ที่ 099-451-6542 เมย์นะคะ😊

🏡 การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก คืออะไรการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก คือ การนำดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ไม่นับรวมเงินต้...
30/09/2024

🏡 การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก คืออะไร

การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก คือ การนำดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ไม่นับรวมเงินต้น มาใช้ในการลดหย่อนภาษีตามจำนวนดอกเบี้ยที่จ่ายไปในจำนวนสูงสุดไม่เกินปีละ 100,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

___________________________________________

ข้อควรรู้ก่อนทำการลดหย่อนภาษีซื้อบ้าน


ก่อนทำการยื่นเรื่องภาษีบ้านหลังแรก ควรทำความเข้าใจถึงรายละเอียดเบื้องต้นต่างๆ เช่น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไร หรือกู้ร่วมซื้อบ้านลดหย่อนภาษีได้ไหม เป็นต้น ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะพาไปดูข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกมีอะไรบ้าง ดังนี้

1. ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้สูงสุด 100,000 บาท

การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้นสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ได้แก่ ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกตามจำนวนจริง และลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกเต็มจำนวน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกตามจำนวนจริง เป็นการลดหย่อนภาษีในกรณีที่จำนวนดอกเบี้ยไม่เกิน 100,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น เสียดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านเดือนละ 6,000 บาทภายใน 1 ปี เท่ากับเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวน 72,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 100,000 บาท จึงสามารถนำยอด 72,000 บาทไปลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนจริง
ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกเต็มจำนวน เป็นการลดหย่อนภาษีในกรณีที่จำนวนดอกเบี้ยเกิน 100,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น เสียดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านเดือนละ 10,000 บาทภายใน 1 ปีเท่ากับเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวน 120,000 บาท ซึ่งเกินจำนวนสูงสุดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จึงสามารถนำยอด 120,000 บาทไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนแค่ 100,000 บาทเท่านั้น
2. กู้ร่วมซื้อบ้านลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้ด้วย

สำหรับการกู้ร่วมซื้อบ้านนั้นสามารถลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้เช่นกัน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งผู้กู้ และผู้กู้ร่วม โดยมีเงื่อนไขที่ว่าจะต้องมีจำนวนลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านที่ต้องจ่ายต่อปีนั้นมียอดอยู่ที่ 120,000 บาท เท่ากับผู้กู้ และผู้กู้ร่วมจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท และภายใน 1 ปีก็จะเท่ากับเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวน 60,000 บาท แต่จำนวนลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกสูงสุดจะอยู่ที่ 100,000 บาท ดังนั้น ทั้งผู้กู้ และผู้กู้ร่วมจะมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีคนละ 50,000 บาทเท่ากัน และเมื่อรวมกันแล้วก็จะได้ยอดไม่เกิน 100,000 บาทตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

3. มีบ้านหลายหลังก็ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้

สำหรับผู้ที่มีบ้านหลายหลังก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้ โดยมีเงื่อนไขที่ว่าจำนวนลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้นไม่เกิน 100,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น บ้านหลังที่ 1 ต้องเสียดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาทภายใน 1 ปี ก็จะเท่ากับเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวน 60,000 บาท และบ้านหลังที่ 2 ต้องเสียดอกเบี้ยเดือนละ 10,000 บาทภายใน 1 ปี ก็จะเท่ากับเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวน 120,000 บาท เมื่อรวมยอดดอกเบี้ยบ้านทั้ง 2 แล้วก็จะเท่ากับ 180,000 บาท แต่จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เพียง 100,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กฎหมายได้กำหนดไว้เท่านั้น

4. ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับซื้อบ้านต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย

สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ที่นำมาใช้ซื้อบ้านหลังแรกนั้นจะต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายเท่านั้น อย่างเช่น ธนาคาร สหกรณ์ บริษัทประกันชีวิต เงินกองทุนที่จัดสรรเป็นสวัสดิการจากนายจ้าง หรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เป็นต้น เพราะว่ากรมสรรพากรมีการกำหนดว่าดอกเบี้ยที่กู้นั้นจะต้องกู้ยืมมาจากผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อให้ตรวจสอบถึงแหล่งที่มา และรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

___________________________________________

หลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก

หลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้นทางกรมสรรพากรได้ทำการกำหนดหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีตามมาตรา 47(1) (ซ) แห่งประมวลรัษฎากรไว้ ดังนี้

- ดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้ยืมจากผู้ประกอบการกิจในสหราชอาณาจักร เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะต้องทำการกู้ยืมจากผู้ประกอบกิจการภายในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคาร สหกรณ์ บริษัทประกันชีวิต นายจ้างที่มีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนที่จัดสรรไว้เพื่อสวัสดิการแก่ลูกจ้าง และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

- หลักประกันในการกู้ยืม เป็นการกู้ยืมที่ต้องมีการจดจำนองบ้าน คอนโด หรือบ้านพร้อมที่ดินไว้เป็นหลักประกัน โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาที่กู้ยืม

- ดอกเบี้ยเงินกู้ต้องเป็นตามสัญญาเงินกู้ที่กำหนดไว้เท่านั้น เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องมาจากสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อซื้อ หรือเช่าซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม หรือบ้านพร้อมที่ดินเท่านั้น

- ผู้ที่ครอบครองที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 หลังสามารถยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้ สำหรับผู้ที่ครอบครองที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 หลัง สามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้ตามปกติ แต่จะสามารถยื่นลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

- ผู้กู้ที่มีผู้กู้ร่วมสามารถยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้ สำหรับผู้กู้ที่มีผู้กู้ร่วมสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้ แต่จะต้องเฉลี่ยยอดลดหย่อนภาษีให้เท่ากัน และสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

___________________________________________

วิธีการคำนวณภาษีบ้านหลังแรก

สำหรับการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกของแต่ละคนนั้นจะไม่เท่ากัน ดังนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะมาแนะนำวิธีการคำนวณภาษีบ้านหลังแรก เพื่อให้รู้ว่าดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ดังนี้

อันดับแรกก่อนทำการคำนวณภาษีบ้านหลังแรก จะต้องรู้ก่อนว่าวิธีการคิดยอดภาษีบ้านหลังแรกนั้นจะไม่นับรวมเงินต้น และใช้เฉพาะส่วนของดอกเบี้ยเท่านั้น รวมถึงสามารถลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้สูงสุดเพียง 100,000 บาทเท่านั้น ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างที่ 1

A จ่ายค่างวดผ่อนบ้านเดือนละ 15,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 10,000 บาท และดอกเบี้ย 5,000 บาท เท่ากับว่าภายใน 1 ปี A จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 60,000 บาท เท่ากับว่า A สามารถนำยอดดอกเบี้ยดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด 60,000 บาทถ้วน เพราะว่าไม่เกินจำนวนสูงสุดตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

ตัวอย่างที่ 2

B จ่ายค่างวดผ่อนบ้านเดือนละ 25,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 15,000 บาท และดอกเบี้ย 10,000 เท่ากับว่าภายใน 1 ปี B จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 120,000 บาท โดย B สามารถนำยอดดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน แต่จะลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น เพราะว่าจำนวนดอกเบี้ยที่ B เสียนั้นเกินจำนวนสูงสุดตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้

___________________________________________

การเตรียมตัวก่อนทำเรื่องลดหย่อนภาษีซื้อบ้าน

สำหรับการยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก รวมถึงภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างบ้านหลังแรก ก่อนที่จะทำการยื่น จะต้องทำการเตรียมเอกสารดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีให้พร้อม เพื่อให้การยื่นภาษีนั้นผ่านไปได้อย่างราบรื่น โดยการเตรียมตัวก่อนทำเรื่องลดหย่อนภาษีซื้อบ้านหลังแรก มีดังนี้

1. พิจารณาประเภทของบ้านที่อยู่ในเกณฑ์
สำหรับประเภทของบ้านที่อยู่ในเกณฑ์ และสามารถนำมาลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้นเป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว บ้านพร้อมที่ดิน หรือคอนโดมิเนียม รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยมือ 1 หรือมือ 2 ก็ได้ และจะซื้อด้วยเงินสด หรือเงินผ่อนก็ได้เช่นกัน แต่จะต้องมีราคาซื้อไม่เกิน 3 ล้านบาท และต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ภายในระยะเวลาตามที่กำหนดเท่านั้น

2. เตรียมเอกสารสำคัญ
สำหรับการเตรียมเอกสารดอกเบี้ยลดหย่อนภาษีที่สำคัญนั้นจะมีทั้งหมด 4 อย่าง ดังนี้

- หนังสือรับรองการซื้ออสังหาริมทรัพย์ว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก
- หนังสือรับรองจำนวนเงินที่ชำระค่าอสังหาริมทรัพย์
- สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน หรือท.ด. ๑๓ ที่มีตราครุฑ
- สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน (ในกรณีที่กู้ยืมเงินมาจากสถาบันการเงิน)

3. พิจารณาสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้นเป็นสิ่งที่ผู้กู้จะต้องทำการศึกษาให้ถี่ถ้วน โดยสิทธิประโยชน์จากการซื้อบ้านหลังแรกนั้นจะเป็นการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก 20% ของราคาบ้าน และนำยอดมาเฉลี่ยใช้ในการลดหย่อนภาษีเท่ากัน 5 ปี ยกตัวอย่างเช่น A ซื้อบ้านหลังแรกในราคา 2,500,000 บาท ก็จะสามารถลดหย่อนภาษีได้ 20% เท่ากับ 500,000 บาท และเมื่อนำยอดมาเฉลี่ยใช้ลดหย่อนภาษี 5 ปี ก็จะเท่ากับว่า A สามารถลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกได้ปีละ 100,000 บาท

4. ยื่นภาษี
สำหรับขั้นตอนในการยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้น สามารถยื่นผ่านทางออนไลน์ได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) และเมื่อถึงหน้าที่ 5 (คำนวณภาษี) ให้ทำการกรอกข้อมูลในช่อง “เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ผู้มีเงินได้) มูลค่าอสังหาริมทรัพย์” และกรอกจำนวนเงินที่ชำระค่าบ้านหลังแรกตามที่ระบุในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน (ท.ด. ๑๓) ในระบบก็จะคำนวณจำนวนตัวเลขให้อัตโนมัติ หรือถ้าหากผู้กู้ยื่นเอกสารธรรมดา ก็เพียงแค่กรอกข้อมูลลงในเอกสารตามช่องข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นได้เช่นกัน

สำหรับการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนั้น เป็นการนำดอกเบี้ยจากการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ไม่นับรวมเงินต้นมาใช้ในการลดหย่อนภาษีตามจำนวนดอกเบี้ยที่จ่ายไป โดยสามารถลดหย่อนได้ในจำนวนสูงสุดไม่เกินปีละ 100,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังซื้อบ้านหลังแรก และกำลังจะยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก ควรทำการศึกษาถึงเงื่อนไขต่างๆ วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบ้านว่าลดหย่อนภาษีได้เท่าไร รวมถึงการเตรียมเอกสารต่างๆ และวิธีการยื่นภาษีให้ถี่ถ้วน เพื่อความถูกต้อง และความราบรื่นในการยื่นลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก K-Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

27/09/2024
หลายคนคิดว่า “มรดก” เป็นเรื่องไกลตัว ดังนั้นกว่าที่จะเห็นว่ามรดกมีความสำคัญและจำเป็นก็ต่อเมื่อสูญเสียบุคคลในครอบครัวไป น...
26/09/2024

หลายคนคิดว่า “มรดก” เป็นเรื่องไกลตัว ดังนั้นกว่าที่จะเห็นว่ามรดกมีความสำคัญและจำเป็นก็ต่อเมื่อสูญเสียบุคคลในครอบครัวไป นั่นก็คือ “ความตายก่อให้เกิดมรดก” นั่นเอง เมื่อเจ้ามรดกตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม หากไม่มีผู้รับก็จะตกเป็นของแผ่นดินต่อไป ดังนั้น มรดกจึงมีความสำคัญกับผู้ที่เป็นทายาท ซึ่งหน้าที่และความรับผิดก็ตกแก่ทายาททันทีเช่นกัน หากเจ้ามรดกมีเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ก็มีสิทธิเรียกร้องจากทายาททันที โดยทายาทจะปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับมรดกไม่ได้ และเจ้าหนี้จะเรียกร้องจากทายาทคนใดก็ได้

ทั้งนี้ หนี้ที่ต้องชดใช้จะไม่มากเกินกว่ามรดกที่ได้รับ “ทายาท” ทางกฎหมายมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ ทายาทโดยธรรม (ทายาทที่มีสิทธิตามกฎหมาย) และทายาทโดยพินัยกรรม (ทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรม) ซึ่งทั้ง 2 ประเภทก็มีความแตกต่างกัน สำหรับบทความนี้จะกล่าวถึงเพียง ”ทายาทโดยธรรม”

___________________________________________

ทายาทโดยธรรม คืออะไร?

ทายาทโดยธรรม คือ บุคคลที่มีสิทธิ์ในการรับมรดกหรือทรัพย์สินของบุคคลที่ถึงแก่กรรม โดยแบ่งเป็นทายาทโดยธรรมประเภทญาติ และประเภทคู่สมรส มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ทายาทโดยธรรมประเภทญาติ
ทายาทโดยธรรมประเภทญาติ คือ ผู้ที่มีสายสัมพันธ์ทางสายโลหิตมี 6 ลำดับด้วยกัน ดังนี้

- ลำดับที่ 1 : ผู้สืบสันดาน
- ลำดับที่ 2 : บิดา มารดา
- ลำดับที่ 3 : พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- ลำดับที่ 4 : พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
- ลำดับที่ 5 : ปู่ ย่า ตา ยาย
- ลำดับที่ 6 : ลุง ป้า น้า อา
แม้ว่าทายาทโดยธรรมจะมีถึง 6 ลำดับด้วยกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกลำดับจะมีสิทธิได้รับมรดกพร้อมกัน การรับมรดกจะเป็นไปตามลำดับก่อนหลัง ญาติที่อยู่ในลำดับก่อน (ลำดับต้น) มีสิทธิได้รับมรดกก่อน ญาติที่อยู่ลำดับถัดมาจะมีสิทธิได้รับมรดกต่อเมื่อไม่มีญาติลำดับก่อนหน้า เช่น ญาติลำดับที่ 3 จะได้รับมรดกเมื่อไม่มีญาติลำดับที่ 1 และ 2 เป็นต้น

ดังนั้น การรับมรดกจึงเข้าตามหลักที่ว่า “ญาติสนิทตัดญาติห่าง” ยกเว้น กรณีทายาทลำดับที่ 1 คือ ผู้สืบสันดาน จะไม่ตัดทายาทลำดับที่ 2 คือ บิดามารดา นั่นก็หมายความว่า บิดามารดามีสิทธิรับมรดกพร้อมกับผู้สืบสันดานนั่นเอง

___________________________________________

2. ทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส

นอกจากทายาทโดยธรรม 6 อันดับแล้ว ยังมีทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส ทายาทประเภทนี้โดยปกติจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต แต่มีความสัมพันธ์ในทางความรักร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมเช่นกัน มีสิทธิรับมรดกร่วมกัน

แต่ส่วนแบ่งของทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรสจะได้เท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทโดยธรรมประเภทญาติลำดับใดที่มีสิทธิรับมรดก หากเป็นญาติห่าง ๆ ยิ่งห่างมากเท่าไร คู่สมรสก็จะได้รับมรดกมากขึ้นเท่านั้น

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก DD Property


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

มองหาบ้านหรือคอนโดแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะดูแค่เรื่อง ทำเล ฟังก์ชั่น หรือราคาเท่านั้น แต่ทางที่ดีควรดูถึงชื่อของบริษัทที่เป็น...
25/09/2024

มองหาบ้านหรือคอนโดแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะดูแค่เรื่อง ทำเล ฟังก์ชั่น หรือราคาเท่านั้น แต่ทางที่ดีควรดูถึงชื่อของบริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการนั้นด้วย เพื่อใช้เป็นหนึ่งในข้อพิจารณาในการตัดสินใจซื้อ โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีการแสดงประวัติว่าเคยประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการใดมาบ้าง มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ แต่ละปีมียอดขายและผลกำไรมากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ รวมถึงสะท้อนให้เห็นว่าเชี่ยวชาญบ้านหรือคอนโดประเภทใด ซึ่งวันนี้ Home Buyers ก็ได้รวบรวมรายชื่อ แบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ จากประสบการณ์ที่เราผ่านงานรีวิวโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก มาฝากกัน

___________________________________________

1. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SC ASSET หนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง เมื่อกล่าวถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ปัจจุบันได้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร มีโครงการพักอาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ซี่งในปีที่ผ่านมา SC ASSET ได้รับรางวัล The Most Powerful Real Estate Brand ประจำปี 2022 ด้วยเหตุผลของการเป็นแบรนด์ที่มีการปรับตัวเติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการรับรู้ ภาพลักษณ์ และความพึงพอใจ ก่อให้เกิดการสร้างฐานลูกค้า Brand Royalty โดยหนึ่งใน Sub Brand บ้านเดี่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้ SC Asset มาอย่างต่อเนื่องก็คือ Bangkok Boulevard ซึ่งมีดีไซน์ใหม่ๆ ของทั้งตัวบ้านและส่วนกลางมาอัปเดตในตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่เสมอ

___________________________________________

2. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

แสนสิริ เป็นหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องยาวนาน เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2527 เป็นแบรนด์ที่ครองใจลูกค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนเปรียบเสมือนดาวค้างฟ้าแห่งแวดวงอสังหาฯ ที่ใครๆ ต้องรู้จัก ปัจจุบันมีโครงการมากมายครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และวิลล่าตากอากาศ โดยทุกการออกแบบล้วนได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘คุณ’ ที่เป็นองค์ประกอบสําคัญที่สุดของบ้าน ส่งผลให้ยอดขายของแสนสิริ ทำได้ดีต่อเนื่องทุกปี สำหรับ Sub Brand ของแสนสิริที่ตลาดคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน นาราสิริ, บุราสิริ, เศรษฐสิริ, อณาสิริ, สิริ เพลส รวมถึงคอนโด เดอะ ไลน์, เดอะ เบส, เดอะ มูฟ และ ดีคอนโด

___________________________________________

3. บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

Land and Houses หรือตัวย่อ LH เป็นบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในหลากหลายระดับราคาตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปจึงถึงร้อยล้าน ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน เริ่มดำเนินธุรกิจอสังหาฯ มาตั้งแต่ปี 2516 ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี มีการให้ความสำคัญทั้งกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงส่งมอบโครงการและบ้านคุณภาพแก่ผู้บริโภค รวมถึงการวิจัย การพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยี การก่อสร้าง การออกแบบ ตลอดจนการคัดเลือกวัสดุ และการบริการ เพื่อให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทุกโครงการจะมาพร้อมกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และระบบการจัดการส่วนกลางที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคเสมอมา ในส่วนของ Sub Brand จาก LH ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน ลดาวัลย์, นันทวัน, มัณฑนา, สีวลี และ ชัยพฤกษ์ รวมถึงกลุ่มคอนโดอย่าง เดอะ แบงค็อก, เดอะ รูม และ เดอะ คีย์

___________________________________________

4. บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน)

AP Thailand อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่เสมอ จากรายได้ที่ติด Top 5 เป็นประจำมานานหลายปี โดยเอพีก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 มีโครงการทั้ง คอนโด ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว หลายร้อยโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงหัวเมืองใหญ่ตามต่างจังหวัด ซึ่งการออกแบบแต่ละโครงการจะเน้นสร้างพื้นที่ชีวิตซึ่งเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านกระบวนความคิดอันลึกซึ้งทุกขั้นตอน จากจุดเริ่มต้นของคำว่า “บ้าน” บวกกับ “พื้นที่” ให้ออกมาเป็น Space Maximize ที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อให้เกิด Space Privacy ขึ้น รวมถึงการรักษาความเป็นส่วนตัว Space Connect คอยเชื่อมโยงความอบอุ่นภายในบ้าน ที่สำคัญต้องอยู่ภายใต้ทำเลที่ดี โดยโครงการที่ผู้บริโภคทั่วไปคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน บ้านกลางเมือง, The City, Centro, Pleno รวมถึงกลุ่มคอนโด The Address, Rhythm, Life และ Aspire

___________________________________________

5. บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

ศุภาลัย ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2532 ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีโครงการบ้านและคอนโดมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยรวมไปถึงต่างประเทศ โดยหนึ่งในสิ่งที่ผู้บริโภคให้การยอมรับในแบรนด์ศุภาลัยก็คือขนาดพื้นที่ของบ้านหรือห้องชุดคอนโดซึ่งมีความกว้างขวางเมื่อเทียบกับราคา และการรับรู้แบรนด์แบบที่ใครๆ ก็คุ้นเคย เพราะเกือบทุกโครงการจะมีชื่อขึ้นต้นว่า 'ศุภาลัย...' ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ทาวน์โฮม หรือ คอนโด

___________________________________________

6. บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

MQDC บริษัทด้านอสังหาฯ ที่มาแรงในปีที่ผ่านมา โดยได้รับรางวัล Excellence in Green Development (แบรนด์ที่พัฒนามุ่งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม) เพราะการดำเนินงานอยู่ภายใต้พันธกิจ ‘For All Well - Being’ ที่เชื่อว่าสรรพสิ่งในโลกสามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนได้ ทุกโครงการของจึง MQDC ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดทางนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การออกแบบเพื่อรองรับทุกความต้องการ (Universal design) บ้านอัจฉริยะ (Smart Home Automation) การใช้วัสดุปลอดภัยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (Eco-materials) เป็นต้น เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยื่นจองเพื่อนมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐานดังกล่าวนี้เองทำให้เราได้รับรางวัลจากหลายสถาบันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยโครงการใหญ่ในปัจจุบันของ MQDC ที่กำลังมีชื่อเสียงกว้างขวางก็คือ The Forestias โครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของไทย รวมถึงคอนโดหรูตระกูล Whizdom ที่มักอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง

___________________________________________

7. บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)

Q House ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2526 ถือเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่รองรับกลุ่มเป้าหมายทุกประเภท โดดเด่นด้วยกดีไซน์สวยโดดเด่น มีสเปซที่ลงตัว และมีฟังก์ชั่นอันกว้างขวาง ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับการส่งมอบความสุขที่ล้ำหน้ากว่าใคร ปัจจุบันมีโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงเป็นจำนวนมากอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านคุณภาพและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และการให้บริการได้เลย เพราะที่นี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพสังคมในโครงการ เน้นความร่มรื่น น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความสะดวก รวมถึงความปลอดภัยของลูกค้าก็มาเป็นอันดับต้นๆ โดยสำหรับ Sub Brand ของ Q House ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ลัดดารมย์, พฤกษ์ภิรมณ์, วรารมณ์ และ Casa

___________________________________________

8. บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

Noble อีกหนึ่งแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานหลายสิบปี ซึ่งจุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดจากแนวคิดที่มุ่งมั่นในการ “สร้างบ้าน ให้เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตอีกระดับให้กับผู้อยู่อาศัย ก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่สิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทำให้ในปัจจุบันโนเบิลกลายผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยเฉพาะคอนโด ที่มีการพัฒนาโครงการในทำเลชั้นนำของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นจำนวนมาก ภายใน Sub Brand Noble... และ Nue...

___________________________________________

9. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)

Property Perfect คืออีกแบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันดี ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2528 ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาเกินกว่าร้อยโครงการ ไม่ว่าจะที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรือ คอนโดมิเนียมตั้งแต่ระดับราคาไม่ถึงล้าน ไปจนถึงเกินกว่าร้อยล้าน บนทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อีกทั้งยังขยายการลงทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่งทุกโครงการให้ความสำคัญกับการมอบบ้านที่มีความสุข และการอยู่อาศัยที่สมบรูณ์แบบ "HAPPY LIVING” หรือก็คือการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และผู้ถือหุ้น โดย Sub Brand ชื่อดังจาก Property Perfect ก็จะมี Perfect Masterpiece, Perfect Place, Lake Legend และ Modi Villa

___________________________________________

10. บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)

Ananda ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย โดยการมุ่งมั่นนำเสนอคำตอบของวิถีชีวิตคนเมืองรูปแบบใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้ปัจจุบัน "อนันดา" ได้สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย ที่มีความเพียบพร้อมทั้งด้านความทันสมัยและดีไซน์อาคารโดดเด่นกว่าใคร ในระดับราคาที่หลากหลาย เหมาะสมกับทุกคนอย่างแท้จริง สำหรับ Sub Brand คอนโดที่ผู้บริโภคคุ้นเคยก็ดังเช่น Ideo, Ashton, Elio และ Unio

___________________________________________

11. บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

AssetWise แบรนด์อสังหาฯ มาแรงที่แต่ละโครงการล้วนตั้งอยู่ในทำเลดี ไม่ว่าจะเป็นคอนโดแนวรถไฟฟ้าหรือใกล้มหาวิทยาลัย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 ภายใต้แนวคิด ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ…We Build Happiness ปัจจุบันมีโครงการทั้งแนวสูง - แนวราบ สร้างสรรค์และพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น ฟังก์ชั่น พื้นที่ใช้สอยที่คิดเผื่อรอบด้าน บริการที่เข้าใจและใส่ใจ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อความสะดวกยิ่งกว่า รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางทีรองรับการใช้งานของคนทุกรุ่นทุกสไตล์ โดย Sub Brand คอนโดจาก AssetWise ที่มีชื่อเสียงนั้นได้แก่ Atmoz, Modiz และ Kave

___________________________________________

12. บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

Origin คือหนึ่งในแบรนด์อสังหาฯ ชั้นนำของเมืองไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 เน้นไปที่การพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ที่ให้ความสะดวกในการเดินทาง อันได้แก่ทำเลตามแนวรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงทำเลใกล้ทางด่วน เป็นต้น ซึ่งทุกโครงการมีแนวคิดการออกแบบและการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าสอดรับกับวิถีชีวิตขอคนเมือง ที่สำคัญวัสดุที่ต้องมีคุณภาพสูงคุ้มค่าคุ้มราคาด้วย ทำให้ทุกโครงการคือความคุ้มมาในราคาที่ลูกค้าจับต้องได้ทุกคน โดย Sub Brand ชื่อดังของ Origin นั้นได้แก่ Knightbridge, Hampton, Bromton, Park Origin และ The Origin นอกจากนี้ยังแยกบริษัทในเครือออกมาเป็น บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เพื่อเน้นธุรกิจบ้านจัดสรรแนวราบโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นที่จดจำในแบรนด์ Britania

___________________________________________

13. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน)

พฤกษา ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และอาคารชุด ปัจจุบันมีโครงการทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และในต่างประเทศ ผ่านเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างที่ใช้ชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็ก สำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ (Pruksa Precast Concrete Factory) ที่ทันสมัยระดับโลก รวมถึงนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการก่อสร้าง เพื่อให้ทุกโครงการมีคุณภาพสูงสุด เหตุนี้เองทำให้ พฤกษา ได้รับรางวัลการันตีด้านคุณภาพในเวทีระดับโลกมากมาย กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์อสังหาฯ ที่ทุกคนไว้วางใจมาโดยตลอด โดยแบรนด์ดังที่ผู้บริโภคนั้นมีทั้ง บ้านพฤกษา, The Connect, The Plant, The Palm, ภัสสร, Plum Condo, Chapter และ The Privacy

___________________________________________

14. บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

SENA หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ให้ความใส่ใจและเห็นความสำคัญของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องการออกแบบ วัตถุดิบ โครงการ และส่วนกลาง เป็นต้น เพราะ SENA ถือว่าคุณค่าขององค์กรมาจาก ‘การพัฒนาสินค้าให้เกิดความภูมิใจสูงสุดต่อลูกค้า จึงจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ และความร่วมมือของพนักงานทุกฝ่ายทุกระดับชั้น’ ผ่านหลักคิด 4 ประการ หรือ Core Values ทั้งสี่ ได้แก่ การใส่ใจทุกรายละเอียด, เราทำอะไรจะต้องนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ, ไม่มีใครที่จะเติบโตไปได้ไกลด้วยตัวคนเดียว ที่สำคัญต้องไม่เพียงคิดถึงผลได้ระยะสั้น แต่จะคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวเสมอ สิ่งนี้เองทำให้บริษัทได้รับรางวัลเกียรติยศมาตลอด 30 ปี ซึ่งสำหรับแบรนด์บ้านและคอนโดจากเสนาที่ตลาดคุ้นเคยก็มีทั้ง เสนา วิลล์, เสนา วิลเลจ, เสนา พาร์ค แกรนด์, นิช, เสนาคิทท์ และ เฟล็กซี่

___________________________________________

15. บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

L.P.N. เริ่มต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2532 เป็นกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาที่พักอาศัยในเมืองที่บูรณาการอย่างครบถ้วนและครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ทำให้ แอล.พี.เอ็น.คือแบรนด์อสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในสังคมมากที่สุด ในปีที่ผ่านมาติดหนึ่งใน 10 อันดับอสังหาฯ ไทยรายได้สูงสุด ผ่านโครงการหลากหลายทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม มาพร้อมหัวใจหลัก ‘สร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ และส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยวิถีที่ยั่งยืนในราคาที่เหมาะสม’ โดยมีเรื่องงานบริหารนิติบุคคลหลังการขายเป็นที่ยอมรับในคุณภาพมาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันบ้านโครงการใหม่ๆ ของ L.P.N. จะใช้ชื่อตามด้วยเลข 168 เช่น Maison 168, Residence 168 และ Villa 168 นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มที่ตามด้วยเลข 24 อย่าง Venue 24 และ Haus 24 ส่วนแบรนด์ที่ตลาดคุ้นเคยมาตลอดจะขึ้นต้นด้วยชื่อ ลุมพินี...

___________________________________________

16. บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

Major Development เป็นหนึ่งในผู้นำและผู้เล่นรายสำคัญของตลาดอสังหาฯ ระดับ Luxury ที่ตอบสนองทุกรายละเอียดแห่งคุณค่าใหม่ของชีวิต ตามนิยามการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เข้าใจชีวิตที่แตกต่าง (Understanding Lifestyle), การใส่ใจในทุกรายละเอียด (Attention to Detail), สร้างคุณภาพ รักษามาตรฐานสูงสุด (Top-notch Quality Standard), คิด ดูแล เอาใจใส่ในจุดที่สำคัญของแต่ละคน เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม (Best Caring Service) และการอยู่อาศัยเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน (Enduring Purpose) บวกกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตทำให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปไม่หยุดนิ่ง เพื่อมอบพื้นที่แห่งความสมบูรณ์แบบแก่ลูกค้าทุกคน โดยโครงการจาก Major ที่วงการอสังหาฯ คุ้นเคยก็เช่น M, Metris, Maestro และ Malton

___________________________________________

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ แบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ที่เรารวบรวมข้อมูลมาฝากนี้ หลายแบรนด์คงเป็นที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ดังนั้นใครที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดคุณภาพ ที่ไว้ใจได้ทั้งเรื่องการก่อสร้าง การส่งมอบ ความคุ้มค่า และบริการหลังการขาย ถ้าเจอแบรนด์อสังหาฯ เหล่านี้ ก็ทดไว้เป็นตัวเลือกได้เลย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ข้อดี-ข้อเสียของการลงมือตกแต่งภายในด้วยตัวเอง- ประหยัด : เป็นสิ่งที่ค่อนข้างแน่นอนอยู่แล้วสำหรับการตัดสินใจพับแขนเสื้อลง...
24/09/2024

ข้อดี-ข้อเสียของการลงมือตกแต่งภายในด้วยตัวเอง

- ประหยัด : เป็นสิ่งที่ค่อนข้างแน่นอนอยู่แล้วสำหรับการตัดสินใจพับแขนเสื้อลงมือตกแต่งห้องด้วยตัวเอง

ว่ากันตามตรง เรื่องของงบประมาณถือเป็นอะไรที่หากคุมไม่ดีมันก็มีสิทธิ์ที่จะบานปลายได้ง่ายๆ แต่การตกแต่งภายในด้วยตัวเองจะช่วยให้เราควบคุมรายจ่ายได้ดีกว่ามาก

การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งห้องทั้งหลายก็ยังหาเลือกได้ในราคาที่เรารู้สึกว่ารับไหวและเหมาะสม ถือว่าช่วยเซฟกันไป

- ได้ลงมือทำเอง : นึกถึงภาพตอนเด็กๆ หลายคนน่าจะชอบเล่นเกมส์ตกแต่งบ้าน หรือชอบช่วยพ่อทาสีรั้วทาสีกำแพงอยู่บ่อยๆ การได้ลองคิดวางแผนตกแต่งห้องด้วยตัวเองในชีวิตจริงแถมห้องนั้นก็เป็นห้องของเรามันยิ่งรู้สึกภูมิใจ

การตกแต่งห้องด้วยตัวเองนี่ก็เหมือนเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้ลองผิดลองถูก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อยู่บนพื้นฐานที่ว่าคุณมีเวลามากแค่ไหนในการลองผิดลองถูก ยิ่งไปกว่านั้นการจะลงมือตกแต่งห้องเองก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพวกนี้อยู่ระดับหนึ่ง

- ใช้เวลานาน เทคนิคต่างๆ ค่อนข้างจำกัด: เป็นเรื่องจริงที่ว่าการลงมือตกแต่งห้องเองนั้นอาจใช้เวลานานกว่าจ้าง Interior Designer อยู่บ้าง เพราะรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ มันก็มีอยู่เยอะ โอกาสผิดพลาดสูง อันตรายในระหว่างทำงานก็มีเหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้นการจะแต่งห้องโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-in ก็เป็นเรื่องยากไปเลย เพราะมันเป็นงานที่ต้องใช้สกิลช่าง ดังนั้นหนึ่งเดียวที่ทำได้คือการเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวแทนเท่านั้น

___________________________________________

ข้อดี-ข้อเสียของการจ้าง Interior Designer

มีกำหนดเวลาและความรับผิดชอบ: ในกระบวนการการจ้าง Interior Designer นั้นข้อดีของมันคือมีการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการชัดเจน ตกลงกันได้เลยว่าแบบนี้ๆ จะเสร็จสิ้นได้เมื่อไหร่ ระยะเวลาช่วงนี้ต้องได้เห็นอะไรบ้าง

ส่วนในเรื่องของความรับผิดชอบในทุกกระบวนการก็ถือเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว เพราะพวกนี้มักจะต้องดูแลลึกไปถึงเรื่องของการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์กับพวกระบบไฟฟ้าระบบประปาด้วย ซึ่งเราในฐานะคนจ้างนั้นไม่ต้องมายุ่งยากใจกับมัน

ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และใช้ได้จริง: อันนี้ต้องรู้ก่อนว่าบางครั้งไอเดียของเราซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นแม้จะบรรเจิดเลิศล้ำขนาดไหน แต่ก็ใช่ว่ามันจะใช้ได้จริงไปเสียหมด ถ้าการลงมือตกแต่งเองนั้นเราต้องเจอกับเรื่องของการลองผิดลองถูก การจ้าง Interior Designer ก็เป็นเหมือนการแชร์ไอเดียร่วมกันคนละครึ่งทางนั่นเอง

เราอยากแต่งห้องแบบนั้นแบบนี้ ทาง Interior Designer เค้าก็รับฟัง และทำของจริงออกมาตามที่เราต้องการ แต่จุดไหนที่มันไม่เหมาะสม อย่างฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ภายใน หรือการออกแบบ Lay-out plan ต่างๆ ทางนั้นก็จะช่วยเตือนๆ เราให้

มีค่าใช้จ่ายสูง: ราคาที่เราต้องจ่ายนั้นก็ถือว่ายิบย่อยอยู่บ้างนะ มีทั้งการประเมินราคาในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงกระบวนการก่อสร้าง การจ้าง Interior Designer เลยมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง มีค่าออกแบบของ Interior Designer กับค่าก่อสร้างของช่างรับเหมาโดยเฉพาะ แบ่งจ่ายตามความเหมาะสมไปอีก

___________________________________________

Attention! ซื้อคอนโดสำหรับลงทุนก็ต้องดูทำเลก่อนตัดสินใจเลือก

ฝากกันไว้ตรงนี้นิดครับเพราะว่ากันตามตรงแล้วการซื้อคอนโดไว้ปล่อยเช่านั้นก็มีความแตกต่างกับซื้อเพื่ออยู่เองอยู่บ้างนะ

ค่อยๆ คิดตามทีละสเต็ปแล้วกัน ถ้าเราซื้อคอนโดโซนถูก การแข่งขันไม่สูงมาก ซื้อไว้เพื่อตั้งใจจะปล่อยเช่า เรทราคามันน้อยลงมามากกว่าอยู่แล้วเมื่อเทียบกับคอนโดโซนแพง ดังนั้นถ้าจะให้ลงทุนจ้าง Interior Designer ยังไงมันก็ไม่คุ้ม

กลับกันถ้าเราซื้อคอนโดโซนแพง เรทสูง การแข่งขันสูง แล้วตั้งใจจะปล่อยเช่า แต่เราคิดว่า เฮ้ย ลงมือตกแต่งเองละกัน เซฟเงินหน่อย แล้วห้องออกมาดาษๆ มาก ในขณะที่คู่แข่งของเรามีห้องที่สวยกว่า ถ่ายภาพลงเว็บฝากขายแล้วแบบโอ้โห จับใจตั้งแต่แวบแรก แบบนี้เราก็แพ้แล้ว

เพราะสิ่งที่ต้องระลึกไว้คือคอนโดโซนแพงนั้นการแข่งขันสูง คนที่จะเช่าก็ต้องเป็นคนที่มีเงินจ่ายในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เขาต้องการห้องที่สวย สมบูรณ์ ดังนั้นการจ้าง Interior Designer มาช่วยดูให้มันก็เหมาะสมแน่นอนอยู่แล้ว

ตรงจุดนี้นี่แหละที่แตกต่างกันระหว่างการซื้ออยู่เองกับซื้อเพื่อลงทุน ยังไงลองชั่งตวงน้ำหนักดูครับว่าเราต้องการแบบไหน หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วเราจะลงมือตกแต่งห้องเอง หรือจะจ้าง Interior Designer มาช่วยดูงานให้ดี

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก คอนโดติดดอย


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

อยากกู้ซื้อบ้านต้องรู้จักกับ ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน ว่าคืออะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับยื่นกู้ซื้อบ้าน หรือ...
23/09/2024

อยากกู้ซื้อบ้านต้องรู้จักกับ ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน ว่าคืออะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับยื่นกู้ซื้อบ้าน หรือ คอนโด รวมไปถึงอสังหริมทรัพย์ต่างๆในประเทศไทย วันนี้จะมาเผยเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อบ้าน หรือ คอนโด ที่จะช่วยให้ได้ราคาประเมินสูงอีกด้วย

___________________________________________

ราคาประเมินบ้าน คืออะไร
ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน คือ ราคากลางที่ถูกประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญได้ทำการประเมินออกมาว่าบ้านหลังนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ ซึ้งจะไม่ใช่ราคาขายที่ผู้ขายตั้งเอาไว้ หลายท่านจะสับสนกันว่า ราคาขาย คือ จำนวนเงินที่สามารถยื่นกู้ได้ แต่ความจริงแล้วการพิจารณาวงเงินสินเชื่อบ้านให้กับผู้กู้ ธนาคารจะพิจารณาจากราคาประเมินของบ้านหลังนั้นๆ



มือใหม่หัดกู้ต้องรู้ ราคาประเมิน ไม่ใช่ ราคาซื้อขาย บ้าน
เชื่อว่าหลายท่านไม่ทราบกันเลยว่าธนาคารจะให้วงเงินกู้ซื้อบ้านจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาขาย และโดยทั่วไปแล้วราคาประเมินบ้านมักจะต่ำกว่าราคาที่ขายจริงทั้งนี้จะต้องคำนวณจากวงเงินการกู้สูงสุดอีกด้วย เช่น กู้ได้สูงสุด 95% ส่วนจำนวนเงินส่วนต่างที่เหลือผู้ขอสินเชื่อจำเป็นจะต้องออกเอง ดังนั้น สิ่งสำคัญในการยื่นกู้บ้านก็คือจะต้องมีเงินก้อนเพื่อนำไว้เป็นส่วนต่างในการขอสินเชื่อนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น
ผู้ขาย ขายบ้าน ราคา 2,300,000 บาท

ธนาคารประเมินราคาบ้านอยู่ที่ 2,000,000 บาท

และปล่อยวงเงินกู้ให้ 95% เท่ากับว่า จะสามารถกู้ได้ 1,900,000 บาท

ดังนั้น ผู้ยื่นกู้จะต้องจ่ายส่วนต่างเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท

___________________________________________

ธนาคารประเมินราคาบ้านจากอะไร
สำหรับหลักเกณฑ์ที่ทางธนาคารจะใช้ในการประเมินราคาบ้านนั้นมีอยู่หลายปัจจัยเลยทีเดียวค่ะ โดยหลักๆแล้วจะมีอยู่ 3 หลักเกณฑ์ใหญ่ๆคือ

1.ราคาประเมินของกรมธนารักษ์
ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ คือ ราคากลางที่ประเมินโดยกรมธนารักษ์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดินและอื่นๆ อีกมากมาย โดยกรมธนารักษ์ยังดำเนินการกำหนดราคาประเมินของอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งรวมถึงสิ่งปลูกสร้างด้วยเช่นกัน

2.ราคาตลาดและทำเลของทรัพย์
ราคาตลาดมีผลต่อการประเมินราคาของธนาคารอย่างแน่นอน โดยราคาตลาดหมายถึง ราคาของทรัพย์สินที่เป็นชนิดเดียวกันทั้งในละแวกหรือทำเลเดียวกัน

3.ปัจจัยเสริมอื่นๆ
ในการประเมินราคาบ้านธนาคารยังต้องใช้ปัจจัยเสริมอื่นๆอีกหลายประการเพื่อนำมาประเมินราคาบ้านให้กับผู้กู้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นหากอยากซื้อบ้าน ซื้อคอนโด แนะนำว่าต้องดูปัจจัยเหล่านี้ก่อนได้เลยค่ะ ยกตัวอย่างปัจจัยในการประเมินบ้าน

- ลักษณะของบ้าน
- ขนาดของบ้านและที่ดิน
- อายุของบ้าน
- โครงสร้างของบ้าน
- สภาพของบ้าน

___________________________________________

7 ปัจจัยส่งผลต่อราคาประเมินบ้าน อยากกู้ได้สูงต้องอ่าน

1. ที่ดินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ขนาดและลักษณะของที่ดินส่งผลต่อราคาประเมินอย่างแน่นอน โดยที่ดินที่มีแนวโน้มจะได้ราคาประเมินดีๆ นั้นจะมีลักษณะหน้ากว้าง เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส
2. สภาพของบ้านต้องพร้อมอยู่อาศัย สภาพของบ้านและที่ดินจะต้องอยู่ในสภาพใหม่พร้อมใช้งาน หากชำรุดต้องปรับปรุงก่อนยื่นกู้จะดีที่สุด
3. เดินทางสะดวกสบายการคมนาคมเข้าถึง เรื่องการคมนาคมถือเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมักจะมองข้ามไปแต่รู้หรือไม่ว่าถ้าอยากกู้ได้สูงๆควรหาบ้านที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีถนน ไม่มีสิ่งกีดขวางทางเข้าออกจากพื้นที่ สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ดี ยิ่งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือการขยายถนนราคาประเมินก็จะดียิ่งขึ้น
4. สาธารณูปโภคครบครัน บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าหากบ้านของท่านไม่มีน้ำหรือไฟเข้าถึง ธนาคารจะประเมินราคาให้ต่ำอย่างมาก ดังนั้นควรทำระบบน้ำประปาและไฟฟ้าให้เข้าถึงก็จะช่วยให้ราคาประเมินสูงขึ้นได้
5. ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมมากมาย อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ท่านกู้ได้สูงก็คือสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน หรือที่ดินล้วนแล้วแต่มีผลต่อราคาประเมินทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ ชุมชน สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด ห้างสรรสินค้า หากบ้านมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนก็จะได้ราคาประเมินที่สูงกว่าบ้านที่ขาดจากสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
6. ทำเลและความนิยม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ส่งผลต่อราคาประเมินอย่างมาก หากบ้านอยู่ในทำเลดีราคาประเมินซึ่งทำเลบ้านดีๆนั้นมักจะมีปัจจัยต่างๆอย่างครบถ้วนอย่างไรก็ตามราคาซื้อขายบ้านในย่านทำเลทองก็จะมีราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย
7. มีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ บ้านและที่ดินที่พื้นที่ประโยชน์ใช้สอยมักจะถูกนำมาประเมินด้วย เช่น สวน ไร่ สระน้ำ ลานจอดรถ เป็นต้น

___________________________________________

ดูราคาประเมินบ้านออนไลน์ได้ที่ไหน
ในปัจจุบันนี้ท่านสามารถเข้าไปดูราคาประเมินบ้านออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ซึ่งได้จัดทำไว้เพื่อบริการประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปดูราคากลางของทรัพย์ทั่วประเทศไทย โดยสามารถเลือกดูราคาประเมินได้ 3 ประเภท คือ

ที่ดินเปล่า
อาคารชุด เช่น อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม เป็นต้น
สิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ฯลฯ

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก SUNGATEWAY


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66994516542

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฟาร่า : ที่ดิน บ้าน คอนโดมือสอง รีโนเวท พร้อมอยู่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ฟาร่า : ที่ดิน บ้าน คอนโดมือสอง รีโนเวท พร้อมอยู่:

แชร์