Joemobile co.

Joemobile co. Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from Joemobile co., อสังหาริมทรัพย์, 191 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้นที่ 11, 12, 21 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร, Kota Samarahan.

โครการสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้!! +
24/12/2024

โครการสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้!! +

แม่บ้านเงินล้าน เริ่มต้นที่วินัย ไม่ใช่รายได้ !?-----------------------------------------------------“อย่าปล่อยให้รายได้...
23/12/2024

แม่บ้านเงินล้าน เริ่มต้นที่วินัย ไม่ใช่รายได้ !?
-----------------------------------------------------
“อย่าปล่อยให้รายได้เป็นข้ออ้างในการเก็บออม เริ่มต้นวันนี้ แม้ด้วยเงินเล็กน้อย”

นี่คือคำพูดที่สะท้อนความสำเร็จของ "พี่หนู" แม่บ้านธรรมดาที่สร้างเงินเก็บ 1 ล้านบาทได้ในเวลา 17 ปี ด้วยเงินเดือนเพียงหมื่นต้นๆ และหัวใจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ "วินัยทางการเงิน"

💸 จากเงินเดือน 700 บาท สู่เงินล้าน

พี่หนูเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยเงินเดือนเพียง 700 บาทในยุคนั้น แต่สิ่งที่เธอแตกต่าง คือ

"คิดถึงอนาคตมากกว่า ความสุขชั่วคราว"

เธอเลือกใช้ชีวิตอย่างประหยัด เพื่อส่งเงินกลับบ้านดูแลพ่อแม่ แม้จะมีรายได้น้อย แต่เธอเริ่มต้นด้วยการออมก่อนใช้จ่าย

"เริ่มเล็กๆ แต่ไม่หยุดเดิน
แม้เงินน้อยก็สร้างอนาคตได้
ถ้าคุณเริ่มต้นตอนนี้!"
-----------------------------------------------------
💰 วางแผนเงินทุกบาท สร้างเป้าหมายที่ชัดเจน

สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือการวางแผน พี่หนูตั้งเป้าหมายเก็บเงินให้ได้เดือนละ 5,000 บาท และไม่เคยปล่อยให้ตัวเองออมต่ำกว่านี้ เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย กินอยู่อย่างพอเพียง และไม่ปล่อยให้สิ่งของฟุ่มเฟือยมาบั่นทอนเป้าหมายของเธอ

"เงินเดือนเท่าไหร่ไม่สำคัญ สำคัญคือเก็บได้เท่าไหร่!"
-----------------------------------------------------
🌱 เงินออมที่งอกเงยได้ เมื่อเริ่มลงทุน

เมื่อเก็บเงินได้ถึงจุดหนึ่ง เธอไม่ปล่อยให้เงินหยุดนิ่งในบัญชีธนาคาร เธอเริ่มศึกษาการลงทุนในกองทุนรวมและตราสารหนี้ เธอเล่าว่า

"ดอกเบี้ยเงินฝากอาจไม่พอชนเงินเฟ้อ"

การนำเงินไปลงทุนอย่างมีความรู้ ช่วยให้เงินเติบโต และเพิ่มผลตอบแทน

"เงินไม่งอกเงย ถ้าคุณปล่อยให้อยู่เฉยๆ"
-----------------------------------------------------
🔑 วินัย คือกุญแจสำคัญ

"ความสำเร็จไม่ได้มาจากโชค แต่มาจากวินัย"

นี่คือสิ่งที่ "พี่หนู" ย้ำ เธอแบ่งเงินออมออกเป็นส่วน เช่น เงินฝากประจำ, กองทุนรวม, ตราสารหนี้ และเงินสำรองฉุกเฉิน เธอวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 5-10 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเงินของเธอจะเติบโตอย่างมั่นคง

"อยากได้อนาคตที่ดี ต้องมีวินัยตั้งแต่วันนี้"
-----------------------------------------------------
📈 การลงทุนในอนาคต คิดยาวไว้เสมอ

พี่หนู เล่าถึงเป้าหมายในอนาคตว่า การลงทุนคือการเตรียมพร้อมสำหรับวันข้างหน้า แม้จะมีความเสี่ยง แต่เธอศึกษาและค่อยๆ ลงทุนอย่างระมัดระวัง เช่น DCA (Dollar Cost Average) ที่ช่วยเฉลี่ยต้นทุน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาด

"เงินวันนี้คือรากฐานของความมั่นคงในวันหน้า"
-----------------------------------------------------
💡 ข้อคิดจาก "พี่หนู" ทุกคนทำได้ถ้ามีวินัย

"เริ่มจากก้าวแรก แล้วจะมีวันที่คุณมองย้อนกลับมาแล้วภูมิใจ"

พี่หนู เชื่อว่าทุกคนสามารถเก็บเงินล้านได้ ถ้ารู้จักวางแผน และไม่ล้มเลิกกลางทาง เธอฝากไว้ว่า "อย่าปล่อยให้รายได้กลายเป็นข้อจำกัด แต่จงใช้วินัยสร้างอนาคต"

"เงินล้านไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าคุณเริ่มต้นเก็บตั้งแต่วันนี้"
-----------------------------------------------------
📌 บทสรุป : ทุกก้าวเริ่มต้นที่ตัวเรา

เรื่องราวของ "พี่หนู" คือแรงบันดาลใจสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ก็สามารถเก็บเงินล้านได้ หากคุณเริ่มต้นวางแผน เก็บออม และขยายผลอย่างชาญฉลาด

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกสร้างชีวิตที่มั่นคงได้ ด้วยตัวเอง"

"เริ่มต้นวางแผนการเงินของคุณวันนี้ แล้วมองอนาคตที่มั่นคง ในวันข้างหน้าด้วยกัน!"

หนี้ที่ไม่จ่าย เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง ลูกหนี้จะเจออะไร?-----------------------------------------------------เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง...
23/12/2024

หนี้ที่ไม่จ่าย เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง ลูกหนี้จะเจออะไร?
-----------------------------------------------------
เมื่อเจ้าหนี้ฟ้อง… ลูกหนี้จะเจออะไร? อ่านจบแล้วอย่าปล่อยให้หนี้ลากคุณลงเหว!
-----------------------------------------------------
⭕ หนี้ที่ไม่จ่าย วันนี้ อาจพาคุณสูญเสียทุกอย่างในวันหน้า
เมื่อคุณผิดนัดชำระหนี้ และคดีถูกส่งถึงศาล หากเจ้าหนี้ชนะคดี พวกเขาสามารถสืบทรัพย์ และอายัดทรัพย์สินของคุณได้ทันที สิ่งที่อาจโดนยึดไม่ใช่แค่ บ้านหรือรถ แต่รวมถึงเงินเดือน, โบนัส และแม้กระทั่งค่าเบี้ยขยัน! อย่ารอให้สายเกินไป จนคุณต้องสูญเสียสิ่งที่สร้างมาตลอดชีวิต
-----------------------------------------------------
⭕เงินเดือนเยอะไม่ได้ช่วย ถ้าคุณปล่อยให้หนี้กลายเป็นระเบิดเวลา
ตามกฎหมาย หากเงินเดือนของคุณเกิน 20,000 บาท เจ้าหนี้สามารถอายัดส่วนที่เกินได้ เช่น เงินเดือน 25,000 บาท จะถูกอายัดได้ 5,000 บาททุกเดือน และถ้ามีโบนัสเข้ามา เจ้าหนี้ก็อายัดได้ถึง 50%! คิดให้ดี หากปล่อยให้หนี้บานปลาย คุณจะเหลือเงินพอใช้หรือเปล่า?
-----------------------------------------------------
⭕ ทุกหยาดเหงื่ออาจกลายเป็นของเจ้าหนี้ ถ้าคุณยังไม่จัดการปัญหาหนี้
ไม่ใช่แค่เงินเดือนเท่านั้นที่โดนอายัด แต่แม้แต่ค่าล่วงเวลา เบี้ยขยัน หรือเงินทดแทนจากการออกงาน ก็ถูกอายัดได้ เช่น ค่าล่วงเวลา 1,000 บาท เจ้าหนี้อายัดได้ 300 บาท และเงินทดแทนจากการออกจากงานสามารถถูกอายัดได้สูงสุด 300,000 บาท! ทำงานหนักแทบตาย แต่ต้องมอบให้เจ้าหนี้แทบทั้งหมด คุณพร้อมรับผลแบบนี้หรือยัง?
-----------------------------------------------------
⭕ ทรัพย์สินที่คุณหวงแหน อาจเป็นแค่ตัวเลขในรายการขายทอดตลาด
บ้าน, ที่ดิน, รถยนต์, หุ้น หรือแม้กระทั่งบัญชีเงินฝากในธนาคาร ทั้งหมดนี้สามารถถูกยึด และขายทอดตลาดเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ได้ แม้แต่รายได้จากค่าเช่าบ้าน เจ้าหนี้ก็สามารถอายัดเงินค่าเช่าได้โดยตรง อย่ารอให้ทุกอย่างที่คุณสร้างมาหายไป เพราะความเพิกเฉย!
-----------------------------------------------------
⭕ ข้าราชการอาจไม่โดนยึดเงินเดือน แต่...ตำแหน่งคุณอาจหลุดลอย
แม้ข้าราชการจะไม่ได้ถูกอายัดเงินเดือนโดยตรง แต่ถ้าหนี้เกิน 1 ล้านบาทและถูกฟ้องล้มละลาย คุณอาจถูกให้ออกจากราชการทันที! ตำแหน่งที่คุณทำงานอย่างหนักเพื่อได้มา อาจหายไปเพียงเพราะหนี้ที่ไม่ได้แก้ไข

"หนี้ไม่ใช่จุดจบ ถ้าคุณพร้อมแก้ไข"

การเจรจาและขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้คดีไปถึงศาล สถาบันการเงินส่วนใหญ่พร้อมช่วยหาทางออก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องกล้าเริ่มแก้ไข!

"อย่าปล่อยให้หนี้ลากคุณลงเหว เพราะหนี้แก้ได้ แต่เวลาและชีวิตเอาคืนไม่ได้"

เริ่มวันนี้ หยุดการปล่อยปละละเลยหนี้สิน ติดต่อเจ้าหนี้ และทำแผนการเงินใหม่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า การจัดการหนี้คือการจัดการชีวิต!

💰 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เป็นธรรม !?-----------------------------------------------------"4 ล้านคนเลี้ยง 60 ล้านคน… นี...
23/12/2024

💰 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เป็นธรรม !?
-----------------------------------------------------
"4 ล้านคนเลี้ยง 60 ล้านคน… นี่คือความยุติธรรมของระบบภาษีไทย?"
-----------------------------------------------------
"เมื่อ 4 ล้านคนต้องแบกทั้งประเทศ
แล้วคนอีก 60 ล้านทำอะไรอยู่?"

🚨 ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายใหญ่ในระบบภาษี รายได้ส่วนใหญ่ของรัฐบาลมาจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จ่ายโดยคนเพียง 4 ล้านคน ในขณะที่คนส่วนใหญ่กว่า 60 ล้านคนไม่ได้มีส่วนร่วมในภาษีนี้เลย แล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหน?
-----------------------------------------------------
🎯 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แค่ 1% อาจพลิกเกมประเทศ

การเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% หรือ แม้กระทั่ง 15% อาจเป็นทางรอดที่รัฐบาลมองหา เพราะนี่คือภาษีที่คนไทยทุกคนต้องจ่ายผ่านการบริโภค แต่คำถามคือ… เราเตรียมพร้อมรับผลกระทบหรือยัง? ราคาสินค้าจะแพงขึ้น และคนรายได้น้อยอาจเดือดร้อนหนักที่สุด
-----------------------------------------------------
⚖️ ภาษีที่เป็นธรรม : ใช้มาก จ่ายมาก ทางเลือกใหม่ที่เราอาจต้องลอง

ผู้เสนอแนวคิดนี้มองว่า VAT อาจเป็นคำตอบที่แฟร์กว่า เพราะใครที่ใช้จ่ายมาก ก็จ่ายภาษีมากตามไปด้วย ระบบนี้อาจลดภาระของผู้มีรายได้ประจำ และกระจายภาษีให้ครอบคลุมทั่วถึงกว่าเดิม
-----------------------------------------------------
🔎 ทำไม? ไทยต้องกล้าขึ้น VAT

รู้หรือไม่? อัตรา VAT ของไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย หากปรับขึ้น เราอาจมีงบประมาณเพียงพอพัฒนาประเทศเหมือนพวกเขา แต่เราต้องไม่ลืมช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อไม่ให้คนรายได้น้อยต้องแบกภาระนี้เพียงลำพัง
-----------------------------------------------------
📊 ปฏิรูปภาษี = ปฏิรูปประเทศ

ประเทศไทยไม่ใช่แค่ต้องขึ้นภาษี แต่ต้องปฏิรูประบบภาษีทั้งหมดให้เป็นธรรม ผู้มีรายได้สูงต้องช่วยแบกรับมากขึ้น และคนรายได้น้อยต้องได้รับการปกป้อง ไม่เช่นนั้น เราอาจต้องถามว่า… "ประเทศไทยนี้เป็นของคน 4 ล้านคนเท่านั้นหรือ?
-----------------------------------------------------
"อย่าปล่อยให้คนกลุ่มเล็ก
ต้องแบกอนาคตของประเทศ"

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษี แต่คือเรื่องของความเท่าเทียม และความอยู่รอดของระบบเศรษฐกิจไทย ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคน

📌 VAT ใหม่ ทางออก หรือ ทางตัน?"ใครกำลังแบกประเทศไทย?4 ล้านคน หรือคนทั้งประเทศ?"-----------------------------------------...
23/12/2024

📌 VAT ใหม่ ทางออก หรือ ทางตัน?

"ใครกำลังแบกประเทศไทย?
4 ล้านคน หรือคนทั้งประเทศ?"
-----------------------------------------------------
🔴 VAT ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

🚨 แค่ 4 ล้านคน ต้องจ่ายเพื่อเลี้ยงทั้งประเทศ นี่คือความยุติธรรมจริงหรือ?

คุณรู้ไหมว่าประเทศไทยมีประชากรมากกว่า 64 ล้านคน แต่มีเพียง 4 ล้านคนเท่านั้น ที่จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา? นั่นหมายความว่า คนเพียง 6% ของประเทศต้องแบกภาระในการพัฒนาประเทศ และดูแลระบบสาธารณูปโภคให้กับทุกคน คำถามคือ… ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?
-----------------------------------------------------
🔴 ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้?
ความจริง คือ ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทย มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี หลายคนเป็นแรงงานรายวัน เกษตรกร หรือคนที่ประกอบอาชีพในเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งรายได้ไม่ถูกจัดเก็บโดยระบบภาษี และที่น่าตกใจกว่านั้น ยังมีคนบางกลุ่มที่หลุดรอดจากการเสียภาษี แม้ว่ารายได้จะเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

"ถ้าคุณใช้ถนน ใช้ไฟฟ้า หรือ รับการรักษาในโรงพยาบาล
คุณเคยคิดไหมว่าใครเป็นคนจ่าย?
-----------------------------------------------------
🔴 การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คือ ทางออกหรือทางตัน ?
รัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10-15% เพื่อแก้ปัญหารายได้ที่ไม่เพียงพอ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือราคาสินค้าและบริการจะพุ่งสูงขึ้น แล้วใครล่ะที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด? คนรายได้น้อยที่จะต้องจ่ายมากขึ้นทุกครั้งที่ซื้อของจำเป็น

"คุณพร้อมหรือยังที่จะจ่ายแพงขึ้น
แม้แค่การซื้อของในชีวิตประจำวัน?"
-----------------------------------------------------
🔴 ถ้าไม่เพิ่มภาษี เราจะอยู่ยังไง?
ประเทศไทยมีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย หรือ อินโดนีเซีย การเพิ่ม VAT อาจทำให้ประเทศไทยมีรายได้เพียงพอในการพัฒนาประเทศ แต่…ถ้ารัฐบาลไม่จัดการความไม่เป็นธรรมในระบบภาษีเสียก่อน มันอาจสร้างความเหลื่อมล้ำที่หนักกว่าเดิม

"ถ้าคุณจ่ายมากขึ้น แต่ประเทศไม่ดีขึ้น คุณจะยอมไหม?
-----------------------------------------------------
🔴 เราไม่ได้ต้องการแค่การขึ้นภาษี แต่ต้องการความเป็นธรรม
ปัญหาของประเทศไทย ไม่ใช่แค่การขาดรายได้ แต่คือความไม่สมดุลในระบบภาษี การที่คน 4 ล้านคนต้องแบกรับภาระของทั้งประเทศเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคิดถึงการปฏิรูประบบภาษี ที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

"ความยุติธรรมในภาษีไม่ใช่เรื่องของตัวเลข
แต่มันคือเรื่องของอนาคต
ที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน"
-----------------------------------------------------
🔴 คุณล่ะ คิดว่าใครควรแบกประเทศไทย?
บทความนี้ ไม่ได้ต้องการชี้นิ้ว หรือโทษใคร แต่ต้องการชวนให้เราทุกคน หันมาคิดถึงความเป็นธรรมในระบบภาษี ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีมุมมองที่แตกต่าง แชร์ความคิดเห็นของคุณกับเรา!

"ประเทศไทยเป็นของทุกคน
แล้วทำไมต้องให้บางคน
จ่ายมากกว่าคนอื่น?"

📦 SME รายเล็ก กำลังล้มทั้งยืน! 🚨-----------------------------------------------------"SME รายเล็ก กำลังล้มทั้งยืน! วิกฤต...
23/12/2024

📦 SME รายเล็ก กำลังล้มทั้งยืน! 🚨
-----------------------------------------------------
"SME รายเล็ก กำลังล้มทั้งยืน! วิกฤตหนี้เสียครั้งใหญ่ที่แบงค์ชาติต้องเตือน"

NPL พุ่ง! ธุรกิจรายเล็ก
กำลังถูกหลุมหนี้กลืนกิน !!
-----------------------------------------------------
เศรษฐกิจไทย กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อแบงค์ชาติออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักแน่นว่า หนี้เสีย (NPL) กำลังคุกคามธุรกิจ SME รายเล็ก ทั่วประเทศอย่างไม่เคยมีมาก่อน! ธุรกิจรายเล็กที่เคยเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ กำลังล้มละลายอย่างต่อเนื่อง คุณจะเป็นหนึ่งในผู้รอดหรือไม่?
-----------------------------------------------------
💼 SME รายเล็ก = รายต่อไปที่จะล้ม
เมื่อ.. หนี้เสีย SME พุ่งสูงถึง 6.89% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลายธุรกิจต้องดิ้นรนใช้ สินเชื่อส่วนบุคคล มาประคองกิจการ แต่นั่นคือดาบสองคม ที่ทำให้หนี้พอกพูนเกินกว่าจะจัดการได้

ไม่ใช่แค่ล้ม แต่คือการถูกกลืน
จนหายไปจากระบบเศรษฐกิจ"
-----------------------------------------------------
🕳️ หลุมรายได้ที่ SME ปีนไม่ขึ้น
คุณรู้ไหม? ในช่วงโควิด หนี้เสีย SME กลับไม่เพิ่มเพราะแบงค์ชาติอัดมาตรการช่วยเหลือ แต่วันนี้… เมื่อมาตรการหมดไป หลุมรายได้ ที่ SME เคยตกลงไป ยังคงหลอกหลอนธุรกิจรายเล็ก ทำให้รายได้ที่ฟื้นตัวได้เพียงเล็กน้อย ยังไม่เพียงพอสำหรับจ่ายหนี้ที่ก่อตัวเหมือนภูเขาไฟรอปะทุ
-----------------------------------------------------
📉 ธุรกิจรายเล็กกำลังหายไป ใครจะมาช่วยคุณ?
การแข่งขันในตลาดลดลง ธุรกิจใหญ่ยังพอไปต่อได้ แต่ SME รายจิ๋ว ที่สายป่านสั้น… ใกล้ถึงจุดจบเร็วขึ้นทุกวัน เมื่อเจอทั้ง หนี้เสียและรายได้ ที่ไม่พอใช้จ่าย นี่คือคำถามที่คุณต้องตอบตัวเอง

"ถ้าธุรกิจล้ม… ครอบครัวคุณจะรอดไหม?
-----------------------------------------------------
📊 อนาคตเศรษฐกิจไทย อยู่ในมือ SME รายเล็กที่กำลังจะล้ม
▸ หากเราปล่อยให้ SME รายเล็ก ล้มหายไป เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร?
▸ งานจะหายไปกี่ตำแหน่ง?
▸ คนจะตกงานกี่แสนคน?
▸ และใครจะเป็นรายต่อไป?

"ทุกครั้งที่ SME รายหนึ่งปิดตัวลง
เศรษฐกิจทั้งระบบก็ถูกบั่นทอนตามไปด้วย"

วันนี้ ธุรกิจ SMEรายเล็ก ต้องการความช่วยเหลือที่มากกว่าเดิม หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการ อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถิติเหล่านี้ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเปลี่ยนอนาคตของธุรกิจ และอนาคตของคุณไปตลอดกาล

"อย่ารอ...จนถึงวันที่ปัญหาหนัก
จนแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว"

🔎 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการรู้เร็ว ช่วยคุณรอดเร็วกว่าใคร

สมัครง่าย เอกสารไม่ยุ่งยาก อนุมัติไว ได้เงินชัวร์
22/12/2024

สมัครง่าย เอกสารไม่ยุ่งยาก อนุมัติไว ได้เงินชัวร์

ลองมาเช็กกันว่า 4 เช็กลิสต์ ✔️ที่เราควรเช็กตัวเองก่อนขอสินเชื่อมีอะไรบ้าง? 💰
22/12/2024

ลองมาเช็กกันว่า 4 เช็กลิสต์ ✔️
ที่เราควรเช็กตัวเองก่อนขอสินเชื่อมีอะไรบ้าง? 💰

โครงการสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ อนุมัติไว ได้เงินเร็ว ได้เงินชัวร์ วงเงินอนุมัติสูงสุด 5,000,000 บาท
22/12/2024

โครงการสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ
อนุมัติไว ได้เงินเร็ว ได้เงินชัวร์
วงเงินอนุมัติสูงสุด 5,000,000 บาท

UPDATE: ‘ไทยติดกับดักสังคมผู้สูงอายุ กฎหมายล้าหลัง คอร์รัปชัน GDP โตต่ำกว่าเพื่อนบ้าน’ จุดอ่อนที่บิ๊กเทคเลือกไปลงทุนเวีย...
22/12/2024

UPDATE: ‘ไทยติดกับดักสังคมผู้สูงอายุ กฎหมายล้าหลัง คอร์รัปชัน GDP โตต่ำกว่าเพื่อนบ้าน’ จุดอ่อนที่บิ๊กเทคเลือกไปลงทุนเวียดนาม-มาเลเซีย
สนั่น ประธานหอการค้า ประเมินผลงาน 90 วัน รัฐบาลแพทองธาร ‘สอบผ่าน’ แม้เจอโจทย์หิน ชี้ไทยยังเผชิญวิกฤตหนี้ กับดักสังคมผู้สูงอายุ กฎระเบียบที่ล้าหลัง คอร์รัปชัน GDP ไทยยังโตต่ำมาก มองปี 2568 เศรษฐกิจของไทยอาจไม่โดดเด่นไปมากกว่าปีนี้ คาด GDP ปีหน้าโตกรอบ 2.8-3.2% ชี้ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้อง สร้างจุดแข็งดึงดูดการลงทุน พัฒนาขีดความสามารถแข่งขัน รักษาเสถียรภาพการเมือง ห่วง FDI ไหลไปเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและมาเลเซีย
วันนี้ (16 ธันวาคม) สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ประเมินผลงาน 90 วันของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศแผน 11 นโยบาย เพื่อ ‘โอกาส’ ของคนไทย โดยแบ่งเป็น 5 นโยบายเร่งด่วนที่จะทำทันทีในปีหน้า ประกอบด้วย
1. โครงการ SML
2. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน
3. ดิจิทัลวอลเล็ต
4. การแก้หนี้ครัวเรือน
5. บ้านเพื่อคนไทย
ผนวกกับ 6 นโยบายเชิงโครงสร้างระยะยาว ประกอบด้วย
1. การจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง
2. การแก้ปัญหาหมอกควันและ PM2.5
3. ปัญหายาเสพติด
4. การทลายการผูกขาด
5. การแก้ปัญหาธุรกิจนอกระบบ
6. นโยบายการลงทุน
ส่วนนี้หอการค้าฯ เชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมา 90 วันถือว่า “สอบผ่านและได้คะแนนสูง”
ในฐานะภาคเอกชนก็เห็นถึงความพยายามและความตั้งใจของรัฐบาลแพทองธาร ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ตามที่ประกาศนโยบายก็ถือว่าเห็นถึงต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะไทยที่ติดกับดักหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ มีหลายเรื่องที่ทำสำเร็จเป็นรูปธรรม ที่เห็นชัดคือด้านการท่องเที่ยวและการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์
“ขอชื่นชมรัฐบาลที่พยายามผลักดันหลายมาตรการ เพื่อทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมาเติบโตได้โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกวีซ่าเข้าไทยกับหลายประเทศทั่วโลก การปรับขั้นตอนและอำนวยความสะดวกคนเข้าเมือง ขณะเดียวกันภายในประเทศก็มีการจัดบิ๊กอีเวนต์และเฟสติวัล ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเทศกาลสำคัญๆ ของประเทศ”
สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี จึงเห็นว่าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยแล้วกว่า 32 ล้านคน หากมีการวางแผนและเพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เช่น ในอนาคตจะจัดมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ควรต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทั่วโลกได้รับข่าวสาร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เชื่อว่าปีหน้ายอดนักท่องเที่ยวจะกลับมาแตะ 40 ล้านคนแน่นอน
ขณะเดียวกัน นโยบายการดึงดูดการลงทุนก็ถือว่ารัฐบาลมีความพยายามดึงบิ๊กคอร์ปเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการ Data Center, Cloud Service, อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน EV, อุตสาหกรรมใหม่ และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้มีตัวเลขคำขอการเข้ามาลงทุน ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีและมาถูกทาง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบางบริษัทมีแผนและการประกาศลงทุนในไทย แต่ตัวเลขการลงทุนจริงกลับเป็นการลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและมาเลเซีย
“ต้องยอมรับว่าเพื่อนบ้านมีข้อได้เปรียบที่อาจจะดึงดูดนักลงทุนไปได้มากกว่า อย่างเช่นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกไปลงทุนที่เวียดนาม มาเลเซีย จากปัจจัยหลักๆ คือไทยยังขาดแคลนคนที่มีทักษะป้อนตลาดอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งยังมีไม่มากพอ ติดกับดักสังคมผู้สูงอายุ กฎระเบียบที่ล้าหลัง ที่สำคัญคือเวียดนามมีการปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ราคาค่าไฟฟ้าไทยที่สูง เวียดนาม 2 บาท แต่ไทย 4 บาทกว่า และที่น่าห่วงคือนักลงทุนมองว่าในบรรดาเพื่อนบ้านอาเซียน GDP ไทยยังโตต่ำอยู่มาก สิ่งเหล่านี้คือจุดอ่อนที่ไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถแข่งขัน ต้องรักษาเสถียรภาพการเมืองให้ดี
“ดังนั้น เศรษฐกิจไทยในปี 2568 รัฐบาลต้องเร่งทำ 3 ข้อ คือ 1. ระยะสั้น ต้องวางนโยบายการลงทุนให้ชัดเจน จะทำอย่างไรที่จะสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นให้เกิดการลงทุนและกระจายรายได้ออกไปให้เร็วที่สุด 2. แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน 3. ช่วยเหลือภาค SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนให้มากขึ้น
“ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือธุรกิจใหญ่ ผมมองว่าปีนี้ภาคธุรกิจเหนื่อยเหมือนกันหมด โดยเฉพาะ SME ยิ่งเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้ สถาบันการเงินไม่ปล่อย กลุ่มเปราะบางลำบากมาก”
นอกจากนี้ เราต้องแยกออกเป็น 3 กลุ่มที่ต้องเร่งช่วยเหลือ คือ 1. รัฐบาลต้องหามาตรการจ่ายเป็นเงินสด ไม่ควรรอเพียงแค่มาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 2. รัฐบาลควรมีมาตรการอื่นๆ เพื่อเร่งกระตุ้นการจับจ่าย เช่น โครงการจ่ายคนละครึ่ง มาตรการนี้ถือว่าครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง 3. กลุ่มคนที่มีเงิน เช่น Easy e-Receipt คนมีเงินซื้อแล้วนำไปหักภาษี ตรงนี้จะกระตุ้นได้เร็วและตรงจุด
“หอการค้าฯ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า คือการเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน มาตรการส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในจังหวัดที่มีศักยภาพหรือจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้และความเจริญให้ทั่วถึง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น”
◼️ ปี 2568 เศรษฐกิจไทยอาจไม่โดดเด่น เห็นด้วยรัฐลดภาษีนิติบุคคล
สำหรับปี 2568 หอการค้าฯ ยังประเมินเบื้องต้นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอาจไม่โดดเด่นไปมากกว่าปีนี้มากนัก
“เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปัญหาสงครามในหลายภูมิภาค การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งยังขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีอิมแพ็กต์ต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ” สนั่นย้ำ
ดังนั้น เพื่อเป็นแรงส่งให้กับเศรษฐกิจในช่วงต้นปีแรกของปี 2568 เอกชนจึงอยากฝากให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ โดยภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นไปตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคี
โดยเฉพาะนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงรุก ซึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปีหน้าให้เติบโตได้ก้าวกระโดด ขณะเดียวกันโจทย์ใหญ่อย่างการแก้ไขปัญหาหนี้ก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และพิจารณามาตรการเฉพาะในหนี้แต่ละประเภท ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล สถาบันการเงิน หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน
สำหรับภาคการส่งออก ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลัก เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เม็ดพลาสติก และยางล้อ ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าและส่งออกกับสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องขอชื่นชมภาครัฐที่สามารถเจรจาความตกลงการค้าเสรีภายใต้ FTA-EFTA ระหว่างประเทศไทยและสมาคมการค้าเสรียุโรปได้สำเร็จ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการค้า
นอกจากนี้ ภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ เพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยดูแลการค้าให้เป็นธรรม ไม่เป็นตลาดที่ดัมป์สินค้าไร้คุณภาพ ซึ่งจะทำลายตลาดระยะยาวของประเทศ ทั้งนี้ หอการค้าฯ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า GDP ปี 2568 อาจเติบโตได้ในกรอบ 2.8-3.2%
สนั่นกล่าวอีกว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลควรลดภาษีนิติบุคคลให้ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ OECD ภายใต้แนวทางการดำเนินการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากบริษัทที่เข้าตามมาตรการต้องเสียภาษีขั้นต่ำในอัตรา 15% ตามหลักสากล และประกาศใช้กฎหมายไปแล้วกว่า 20-30 ประเทศ
ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลอันชอบธรรมที่เหมาะสมที่ไทยจะขยับภาษีนิติบุคคลจาก 20% เป็น 15% ซึ่งส่วนนี้จะได้ประโยชน์ ทั้งภาคธุรกิจภายในที่เสียภาษีต่ำจะจ้างงานเพิ่มขึ้นได้ และมีต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถควบคุมการขึ้นราคาสินค้าไม่ให้สูงจนเกินไป นอกจากจะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ ยังเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยเชื่อว่าเม็ดเงินที่หายไปจากการลดภาษีจะมีการลงทุนมากขึ้น หากไทยสามารถนำบริษัทที่อยู่นอกระบบภาษีเข้าสู่ระบบได้
ภาพ: Kanchisa Thitisukthanapong / Getty Images

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เรียกได้ว่าเป็นรายได้หลักของรัฐบาลเลย การที่รัฐสามารถเก็บ VAT ได้เพิ่มขึ้นรัฐก็จะมีรายได้มากขึ้...
22/12/2024

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เรียกได้ว่าเป็นรายได้หลักของรัฐบาลเลย การที่รัฐสามารถเก็บ VAT ได้เพิ่มขึ้นรัฐก็จะมีรายได้มากขึ้นด้วย
TODAY Bizview พาไปดูอัตราการเก็บ VAT ของต่างประเทศทั้งไกลและใกล้เทียบกับประเทศไทย ซึ่งจะเห็นว่าปัจจุบันไทยยังเก็บ VAT ในอัตราที่ต่ำอยู่

ใกล้ปิดปีแล้วถือเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยยังเหนื่อยเหมือนเดิม สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีนี้ SCB EIC ประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้ม...
22/12/2024

ใกล้ปิดปีแล้วถือเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยยังเหนื่อยเหมือนเดิม สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีนี้ SCB EIC ประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดีอาจขยายตัวได้ถึง 4% ตามแรงส่งการส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐที่โตต่อเนื่องจากไตรมาส 3 รวมถึงการท่องเที่ยวจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวได้ 2.7%
แต่ปีหน้าจะเจอแรงกดดันจาก Trump 2.0 โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง เพราะไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกขึ้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งกว่า 70% ของสินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ เป็นกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ จะตั้งเป้าลดการขาดดุลการค้าและต้องการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในประเทศแทน อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้ ปัญหา China’s overcapacity จะกดดันความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยทั้งตลาดในและนอกประเทศ ส่งผลให้การส่งออกไทยเริ่มชะลอตัว ซ้ำเติมภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่ยังไม่ฟื้นตัว ท่ามกลางแรงกระตุ้นการคลังที่จะออกมาเพิ่มเติมในปีหน้า
[ ปีหน้า ‘คนรายได้ต่ำ’ ยังเหนื่อยอยู่ เหนื่อยต่อ ]
สำหรับในพาร์ทการลงทุนภาคเอกชนจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปีหน้า แต่ฟื้นไม่แรงมากนักจากความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดและอุปสงค์ในประเทศซบเซา สอดคล้องกับผลสำรวจ SCB EIC Consumer survey 2024 ผู้บริโภคกว่า 60% มองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าแย่ลง โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้ต่ำ สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอและมีแนวโน้มปรับลดการใช้จ่ายลงเพราะไม่แน่ใจในภาวะเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคต
โดยเฉพาะความต้องการซื้อบ้านและรถในปีหน้า โดยมองว่าอุปสรรคสำคัญคือการขออนุมัติสินเชื่อ ปัจจัยราคา รายได้และภาระชำระหนี้
ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่า คุณภาพสินเชื่อรายย่อยทั้งระบบมีแนวโน้มจะปรับแย่ลง ท่ามกลางมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อรายย่อยของสถาบันการเงินที่จะยังเข้มงวดต่อเนื่อง จากข้อมูล NCB สะท้อนว่าคุณภาพสินเชื่อรายย่อยทั้งระบบมีแนวโน้มแย่ลงต่อเนื่อง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงน่าจะคลี่คลายได้ช้า ส่งผลกดดันการบริโภคในระยะข้างหน้า สำหรับมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนล่าสุด เน้นช่วยลูกหนี้รายย่อยกลุ่มเปราะบางได้มากขึ้นและยังมีโอกาสคืนหนี้ได้ สำหรับผลสำเร็จของมาตรการฯ ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของรายได้ลูกหนี้เป็นหลัก
โดย SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง 0.25% ในเดือน ก.พ. 2568 ไปอยู่ที่ 2% และคงไปตลอดช่วงที่เหลือของปี แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจยังไม่ได้มีปัจจัยกดดันชัดเจนที่ทำให้ กนง. ต้องเร่งปรับลดดอกเบี้ย แต่ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาก ทั้งจากความเปราะบางภายในและความท้าทายภายนอก นอกจากนี้ การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจะช่วยบรรเทาภาระหนี้ และลดผลกระทบภาวะการเงินตึงตัวต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้บ้าง
[ เศรษฐกิจไทยตกอยู่ใน ‘โลกสองใบ’ ]
ด้านความท้าทายภายนอกและความอ่อนแอภายในของประเทศไทยที่เห็นนี้ กำลังสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำลงในระยะสั้นและมีปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว ขณะที่แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยเปิดโอกาสให้คนสามารถเคลื่อนตัวขึ้นลงในโครงสร้างทางสังคมได้อย่างเสรี ข้อจำกัดเหล่านี้นำพาให้เศรษฐกิจไทยอยู่บนโลก ‘สองใบ’ ที่แตกต่างกันใน 3 มิติ คือ
- มิติ : อ่อน-แข็ง โลกสองใบของครัวเรือนฐานะการเงินอ่อนแอกับครัวเรือนฐานะการเงินเข้มแข็ง สะท้อนครัวเรือนไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงความมั่งคั่งรุนแรงมาก โดยครัวเรือนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอมีรายได้ไม่พอรายจ่าย และมีรายได้เข้ามาไม่สม่ำเสมอ เมื่อครัวเรือนที่มีฐานะการเงินอ่อนแอเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้ขาดรายได้ โลกของครัวเรือนกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากกว่าและฟื้นตัวช้ากว่าครัวเรือนที่มีฐานะการเงินเข้มแข็ง
- มิติ : เก่า-ใหม่ โลกสองใบของภาคการผลิตโลกเก่ากับโลกใหม่ ภาคการผลิตโลกเก่าไม่ได้เติบโตไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี หรือจะเผชิญความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ ขณะที่ภาคการผลิตโลกใหม่มีโอกาสเติบโตตามการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์และได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงน้อยกว่า
- มิติ : ใหญ่-เล็ก โลกสองใบของธุรกิจใหญ่กับธุรกิจเล็ก กำไรของธุรกิจขนาดเล็กมีความผันผวนมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ผ่านมารายได้ธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วง COVID-19 ไม่ได้ลดลงเลย และสามารถเติบโตได้เกือบ 10% หลังจากวิกฤตสิ้นสุดลง ในทางตรงข้ามรายได้ของธุรกิจขนาดเล็กหดตัวราว 2-3% ในช่วง COVID-19 และยังไม่ฟื้นตัว
ต้องมาตามกันต่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเป็นเช่นไร แต่หลายๆ ที่ก็มองเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘อ่อนแอ’ อยู่ ฉะนั้น คนไทยก็ต้องเหนื่อยแล้ว เหนื่อยอยู่ เหนื่อยต่อ

Address

191 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้นที่ 11, 12, 21 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
Kota Samarahan
10110

Telephone

+6082673373

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Joemobile co. posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share