Little Asset 🏢 ฝากขาย-ปล่อยเช่า อสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท

🏡 "ที่ดิน" ถือเป็นทรัพย์สินที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะทิศทางราคาที่ดิน มีแต่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีที่ดินบางประเภทที่หากซื้...
14/02/2025

🏡 "ที่ดิน" ถือเป็นทรัพย์สินที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะทิศทางราคาที่ดิน มีแต่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีที่ดินบางประเภทที่หากซื้อมาเพื่อจะสร้างบ้านแล้วอาจจะต้องไตร่ตรองให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับฮวงจุ้ยต่างๆ เพราะอาจส่งผลด้านลบต่อผู้อยู่อาศัยหรือผู้เป็นเจ้าของ

ซึ่งลักษณะที่ดินต้องห้ามที่ไม่ควรเลือกมาใช้สร้างบ้านมีอะไรบ้าง ข้อมูลจาก สมาคมธุรกิจสร้างบ้าน ระบุไว้ มีอยู่ 5 ลักษณะ ดังนี้


1️⃣ ที่ดินลักษณะผิดแปลก ผิดหลักฮวงจุ้ย

ที่ดินลักษณะที่ผิดฮวงจุ้ย ไม่ควรซื้อเด็ดขาด คือที่ดินรูปสามเหลี่ยมหรือชายธง เพราะเชื่อกันว่าหากอยู่อาศัยหรือทำมาหากินจะเกิดผลร้ายหรือพบแต่ความเสียหาย ผู้อยู่อาศัยหรือสมาชิกในบ้านจะเจ็บป่วยบ่อย มีปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง เงินทองฝืดเคือง ค้าขายมีแต่ขาดทุน

นอกจากนี้ ที่ดินที่ต่ำกว่าพื้นที่ด้านนอกหรือต่ำกว่าโดยรอบ ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นที่ดินต้องห้าม เพราะสิ่งต่างๆ จะไหลถ่ายเทเข้าสู่บ้านหมด อยู่แล้วไม่สงบสุข มีแต่ความหวาดระแวง

ส่วนที่ดินคล้ายรูปค้อนหรือมีดอีโต้ หรือรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ที่ดินลักษณะนี้ผู้อยู่อาศัยจะเจอแต่เคราะห์ร้าย เช่น ประสบอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาสุขภาพบ่อยครั้ง แต่หากวิเคราะห์ในเชิงเหตุและผลแล้ว ที่ดินลักษณะนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เพราะมีเหลี่ยมมุมที่ไม่เหมาะกับการออกแบบสร้างบ้าน

___________________________________________

2️⃣ ที่ดินที่มีประวัติไม่ชัดเจน

ก่อนที่จะซื้อที่ดินควรตรวจสอบประวัติความเป็นมาของที่ดินให้ดีเสียก่อน เช่น แต่เดิมเคยมีสิ่งปลูกสร้างหรือทำสิ่งใดมาก่อน ใครเป็นเจ้าของ หากพบว่าเป็นโรงฆ่าสัตว์ โรงพยาบาล สุสาน ศาสนสถาน ก็ควรเลี่ยงที่จะซื้อหาจับจอง เพราะเป็นแหล่งรวมพลังงานด้านลบมากมาย และยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกด้วย

นอกจากนี้ที่ดินที่ติดกับศาลเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ก็ไม่ควรซื้อเช่นกัน เพราะมีผลกระทบกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของสมาชิกในบ้าน ส่วนที่ดินตรงกับทางโค้ง ทางสามแพร่ง หรือถนนตรงเข้าสู่ตัวบ้าน ถือว่าอันตรายมาก ไม่เหมาะที่จะซื้อมาปลูกบ้านเด็ดขาด

___________________________________________

3️⃣ ที่ดินอ่อน หรือใกล้แม่น้ำ

หลายคนชอบที่ดินติดแม่น้ำ เพราะอยู่แล้วน่าจะสบาย มีแต่ความร่มรื่น แต่ความจริงแล้วควรศึกษาให้ดีเสียก่อน เพราะหากสร้างบ้านใกล้แม่น้ำ ตัวบ้านอาจถูกน้ำกัดเซาะจนพังได้ และที่ดินที่มีลักษณะเป็นพื้นดินนุ่ม ไม่แน่น ยุบยวบ ไม่เหมาะกับการปลูกสิ่งก่อสร้าง เพราะอาจเกิดการทรุดตัวของหน้าดินในอนาคตได้ และผิดหลักฮวงจุ้ยด้วย หากทำธุรกิจหรืออาศัยอยู่บนที่ดินที่ไม่แน่น ไม่แข็งแรง เชื่อว่าทำอะไรก็ไม่เจริญ รากชีวิตไม่มั่นคง

___________________________________________

4️⃣ ทางเข้าและทางออกไม่สะดวก

ที่ดินที่ไม่มีทางเข้าและออก มีลักษณะโดนที่ดินอื่นล้อมรอบ ไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ อาจมีปัญหาในอนาคต เช่น การแบ่งย่อยที่ดินแปลงใหญ่ให้เล็กลงเป็นหลายแปลงเพื่อมอบเป็นมรดก จะเกิดความไม่ลงตัว หรือเกิดปัญหาความวุ่นวายในการขอเส้นทางสัญจรเข้าออก

ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน ควรตรวจสอบตำแหน่งที่ดินเบื้องต้นได้โดยนำเลขที่โฉนด เข้าตรวจสอบที่กรมที่ดินเขตหรืออำเภอนั้น ๆ หากพบว่ามีเลขที่ที่ดินล้อมรอบแปลงที่ดินของเรา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นที่ดินไม่มีทางเข้า-ออก (ยกเว้นโฉนดที่ดินจัดสรร) สามารถยื่นขอตรวจระวางใหญ่เพื่อดูแปลงที่ดินนั้นทั้งหมดต่อไป

ทั้งนี้หากเป็นที่ดินตาบอด เจ้าของที่ดินแปลงนั้นก็มีสิทธิ์ฟ้องเจ้าของที่ดินแปลงที่ล้อมรอบได้ เพื่อขอเปิดทางไปสู่ทางสาธารณะ เรียกว่า “ทางจำเป็น” โดยควรตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีการจดทะเบียนภาระจำยอมให้หรือไม่ ทั้งนี้การสัญจร “ทางจำเป็น” ต้องเกิดความเสียหายต่อที่ดินแปลงล้อมรอบให้น้อยที่สุดและต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของที่ดินแปลงนั้น ๆ ด้วย

___________________________________________

5️⃣ เอกสารกฎหมายที่ดินต่าง ๆ

ก่อนซื้อที่ดินควรตรวจสอบที่ดินผืนนั้นให้ดีก่อนว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ควรมีเอกสารทางกฎหมายชัดเจน รายละเอียดประเภทสิทธิ์การถือครองต่าง ๆ ต้องดูอย่างละเอียด ตรวจสอบให้เข้าใจ เพราะที่ดินบางแห่งไม่สามารถถือครองได้หรือโอนต่อไม่ได้ เป็นที่ดินไม่มีโฉนด เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ทำประโยชน์ จัดสรรให้แก่เกษตรกรได้เอาไปทำประโยชน์ประกอบอาชีพ จึงไม่สามารถแบ่งแยกหรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นได้

นอกจากนี้ยังมีประเภทที่ดินที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ เช่น ที่ดินมีหลักฐานสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ลักษณะเป็นหนังสืออนุญาตให้ผู้ที่ได้เข้าไปบุกรุกทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นผู้มีสิทธิ์ทำกินชั่วคราวในที่ดินเท่านั้น จึงไม่สามารถนำมาขอออกโฉนดที่ดินได้ ก่อนซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านคุณภาพ สักหนึ่งหลัง ควรหาข้อมูลและพิจารณาให้ดี ๆ อย่างถ่องแท้ และดูถึงภูมิหลังความเป็นมาอย่างละเอียด รวมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ที่อยู่อาศัยว่าเป็นอย่างไร

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก ฐานเศรษฐกิจ


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

สรุปเอกสารกู้ซื้อบ้าน อาชีพไหนก็กู้ได้!หนึ่งในขั้นตอนสำคัญ ของการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเช...
13/02/2025

สรุปเอกสารกู้ซื้อบ้าน อาชีพไหนก็กู้ได้!
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญ ของการยื่นกู้หรือขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อต่างๆ ก็คือ การเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งจะช่วยในเรื่องของความรวดเร็วในการดำเนินการและการพิจารณาอนุมัติ

สำหรับผู้ซื้อบ้านมือใหม่ ลองมาดูกันว่าเอกสารการขอสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง

___________________________________________

🔷 แหล่งที่มาของบทความ จาก SUPALAI


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

อยากกู้ซื้อบ้านต้องรู้จักกับ ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน ว่าคืออะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับยื่นกู้ซื้อบ้าน หรือ...
10/02/2025

อยากกู้ซื้อบ้านต้องรู้จักกับ ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน ว่าคืออะไร เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับยื่นกู้ซื้อบ้าน หรือ คอนโด รวมไปถึงอสังหริมทรัพย์ต่างๆในประเทศไทย วันนี้จะมาเผยเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อบ้าน หรือ คอนโด ที่จะช่วยให้ได้ราคาประเมินสูงอีกด้วย

___________________________________________

ราคาประเมินบ้าน คืออะไร
ราคาประเมิน หรือ ราคาประเมินบ้าน คือ ราคากลางที่ถูกประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญได้ทำการประเมินออกมาว่าบ้านหลังนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ ซึ้งจะไม่ใช่ราคาขายที่ผู้ขายตั้งเอาไว้ หลายท่านจะสับสนกันว่า ราคาขาย คือ จำนวนเงินที่สามารถยื่นกู้ได้ แต่ความจริงแล้วการพิจารณาวงเงินสินเชื่อบ้านให้กับผู้กู้ ธนาคารจะพิจารณาจากราคาประเมินของบ้านหลังนั้นๆ



มือใหม่หัดกู้ต้องรู้ ราคาประเมิน ไม่ใช่ ราคาซื้อขาย บ้าน
เชื่อว่าหลายท่านไม่ทราบกันเลยว่าธนาคารจะให้วงเงินกู้ซื้อบ้านจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาขาย และโดยทั่วไปแล้วราคาประเมินบ้านมักจะต่ำกว่าราคาที่ขายจริงทั้งนี้จะต้องคำนวณจากวงเงินการกู้สูงสุดอีกด้วย เช่น กู้ได้สูงสุด 95% ส่วนจำนวนเงินส่วนต่างที่เหลือผู้ขอสินเชื่อจำเป็นจะต้องออกเอง ดังนั้น สิ่งสำคัญในการยื่นกู้บ้านก็คือจะต้องมีเงินก้อนเพื่อนำไว้เป็นส่วนต่างในการขอสินเชื่อนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น
ผู้ขาย ขายบ้าน ราคา 2,300,000 บาท

ธนาคารประเมินราคาบ้านอยู่ที่ 2,000,000 บาท

และปล่อยวงเงินกู้ให้ 95% เท่ากับว่า จะสามารถกู้ได้ 1,900,000 บาท

ดังนั้น ผู้ยื่นกู้จะต้องจ่ายส่วนต่างเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท

___________________________________________

ธนาคารประเมินราคาบ้านจากอะไร
สำหรับหลักเกณฑ์ที่ทางธนาคารจะใช้ในการประเมินราคาบ้านนั้นมีอยู่หลายปัจจัยเลยทีเดียวค่ะ โดยหลักๆแล้วจะมีอยู่ 3 หลักเกณฑ์ใหญ่ๆคือ

1.ราคาประเมินของกรมธนารักษ์
ราคาประเมินของกรมธนารักษ์ คือ ราคากลางที่ประเมินโดยกรมธนารักษ์ หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดินและอื่นๆ อีกมากมาย โดยกรมธนารักษ์ยังดำเนินการกำหนดราคาประเมินของอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งรวมถึงสิ่งปลูกสร้างด้วยเช่นกัน

2.ราคาตลาดและทำเลของทรัพย์
ราคาตลาดมีผลต่อการประเมินราคาของธนาคารอย่างแน่นอน โดยราคาตลาดหมายถึง ราคาของทรัพย์สินที่เป็นชนิดเดียวกันทั้งในละแวกหรือทำเลเดียวกัน

3.ปัจจัยเสริมอื่นๆ
ในการประเมินราคาบ้านธนาคารยังต้องใช้ปัจจัยเสริมอื่นๆอีกหลายประการเพื่อนำมาประเมินราคาบ้านให้กับผู้กู้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นหากอยากซื้อบ้าน ซื้อคอนโด แนะนำว่าต้องดูปัจจัยเหล่านี้ก่อนได้เลยค่ะ ยกตัวอย่างปัจจัยในการประเมินบ้าน

- ลักษณะของบ้าน
- ขนาดของบ้านและที่ดิน
- อายุของบ้าน
- โครงสร้างของบ้าน
- สภาพของบ้าน

___________________________________________

7 ปัจจัยส่งผลต่อราคาประเมินบ้าน อยากกู้ได้สูงต้องอ่าน

1. ที่ดินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ขนาดและลักษณะของที่ดินส่งผลต่อราคาประเมินอย่างแน่นอน โดยที่ดินที่มีแนวโน้มจะได้ราคาประเมินดีๆ นั้นจะมีลักษณะหน้ากว้าง เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส
2. สภาพของบ้านต้องพร้อมอยู่อาศัย สภาพของบ้านและที่ดินจะต้องอยู่ในสภาพใหม่พร้อมใช้งาน หากชำรุดต้องปรับปรุงก่อนยื่นกู้จะดีที่สุด
3. เดินทางสะดวกสบายการคมนาคมเข้าถึง เรื่องการคมนาคมถือเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมักจะมองข้ามไปแต่รู้หรือไม่ว่าถ้าอยากกู้ได้สูงๆควรหาบ้านที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีถนน ไม่มีสิ่งกีดขวางทางเข้าออกจากพื้นที่ สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ดี ยิ่งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือการขยายถนนราคาประเมินก็จะดียิ่งขึ้น
4. สาธารณูปโภคครบครัน บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าหากบ้านของท่านไม่มีน้ำหรือไฟเข้าถึง ธนาคารจะประเมินราคาให้ต่ำอย่างมาก ดังนั้นควรทำระบบน้ำประปาและไฟฟ้าให้เข้าถึงก็จะช่วยให้ราคาประเมินสูงขึ้นได้
5. ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมมากมาย อีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ท่านกู้ได้สูงก็คือสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน หรือที่ดินล้วนแล้วแต่มีผลต่อราคาประเมินทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ ชุมชน สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด ห้างสรรสินค้า หากบ้านมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนก็จะได้ราคาประเมินที่สูงกว่าบ้านที่ขาดจากสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
6. ทำเลและความนิยม เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ส่งผลต่อราคาประเมินอย่างมาก หากบ้านอยู่ในทำเลดีราคาประเมินซึ่งทำเลบ้านดีๆนั้นมักจะมีปัจจัยต่างๆอย่างครบถ้วนอย่างไรก็ตามราคาซื้อขายบ้านในย่านทำเลทองก็จะมีราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย
7. มีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยต่างๆ บ้านและที่ดินที่พื้นที่ประโยชน์ใช้สอยมักจะถูกนำมาประเมินด้วย เช่น สวน ไร่ สระน้ำ ลานจอดรถ เป็นต้น

___________________________________________

ดูราคาประเมินบ้านออนไลน์ได้ที่ไหน
ในปัจจุบันนี้ท่านสามารถเข้าไปดูราคาประเมินบ้านออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ซึ่งได้จัดทำไว้เพื่อบริการประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปดูราคากลางของทรัพย์ทั่วประเทศไทย โดยสามารถเลือกดูราคาประเมินได้ 3 ประเภท คือ

ที่ดินเปล่า
อาคารชุด เช่น อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม เป็นต้น
สิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ฯลฯ

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก SUNGATEWAY


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ระหว่างที่กำลังวางแผนอยากซื้อบ้านหรือเป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง เราคงต้องตัดสินใจตั้งแต่การเลือกทำเล เลือกโครงการ เลือกธนาค...
07/02/2025

ระหว่างที่กำลังวางแผนอยากซื้อบ้านหรือเป็นเจ้าของคอนโดสักห้อง เราคงต้องตัดสินใจตั้งแต่การเลือกทำเล เลือกโครงการ เลือกธนาคารยื่นสินเชื่อ จนถึงจำนวนเงินที่ต้องการยื่นสินเชื่อ ซึ่งวันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ทุกคนมาร่วมวงสนทนาในเรื่องจำนวนเงินกู้สินเชื่อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ลองชั่งใจระหว่าง ‘ยื่นกู้เกิน 100%’ หรือ ‘กู้น้อยที่สุด’ แบบไหนเหมาะสมกับแผนการเงิน และแผนการซื้ออสังหาฯ ของเพื่อน ๆ มากที่สุด

___________________________________________

กู้เกิน 100%

เป็นวิธีการกู้สินเชื่อบ้านใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีมาตรการ LTV รองรับเพื่อซัพพอร์ตกลุ่มคนที่อยากซื้อบ้านหลังแรก ซื้อคอนโดเพื่ออนาคต ซึ่งก็ก่อนจะไปดูกันที่ข้อดี-ข้อพึงระวังของการกู้สินเชื่อบ้านแบบ 100% เราลองมาดูมาตรการ LTV ปี 2566 กันให้เข้าใจกันก่อน

ตารางอัปเดต มาตรการ LTV หรือ Loan to Value Ratio
คืออัตราส่วนที่ธนาคารสามารถออกสินเชื่อได้เมื่อเทียบกับราคาบ้าน และจะเป็นการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำที่ผู้ขอสินเชื่อบ้านต้องจ่าย

ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท
- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 1 (หลังแรก)
กู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน (100%) และกู้เพิ่มได้อีก 10% สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย

- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 2
กู้ได้ 90% หากผ่อนสัญญาแรกแล้ว 2 ปีขึ้นไป หรือ กู้ได้ 80% หากผ่อนสัญญาแรกไม่ถึง 2 ปี

- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สัญญาที่ 3 ขึ้นไป
กู้ได้ 70%

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.bot.or.th/Thai/ConsumerInfo/Topics/Pages/LTV.asp
ข้อสรุปจากมาตรการ LTV คือ ผู้มีสิทธิ์กู้สินเชื่อบ้านแบบ กู้เต็ม100% + 10% ค่าตกแต่ง จะต้องซื้อบ้านหรือคอนโดในราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท และเป็นสัญญาหลังแรกเท่านั้น ทั้งนี้การพิจารณาวงเงินการให้สินเชื่อก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อด้วยเช่นกัน

___________________________________________

โดยข้อดีของการกู้เต็ม 100% + 10% คือ

- มีเงินก้อนเหลือพอสำหรับตกแต่ง: สามารถนำไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งจำเป็นเพื่อที่อยู่อาศัย
- ได้รับเงินก้อน: สามารถนำไปชำระหนี้ส่วนบุคคล หรือลดหย่อนภาระทางการเงินได้
- อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล: ถ้าเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่ออื่น ๆ แล้ว สินเชื่อบ้านและคอนโดมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

___________________________________________

และข้อพึงระวังของการกู้เต็ม 100% + 10% คือ

- ผ่อนหนี้ระยะยาว: แม้เงินส่วนที่กู้เกิน 100% สามารถนำไปลดหย่อนภาระทางการเงินระยะสั้นได้ แต่ทำให้เกิดภาระการผ่อนหนี้ระยะยาวมากขึ้นในแต่ละเดือน ดังนั้นการใช้วิธีกู้เหลือต้องคำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน

- ต้องเพิ่มวินัยการเงินสูง: อ้างอิงจากข้อแรก การกู้หนี้ระยะยาว หากขาดการวางแผนที่ดี ไม่มีเงินสำรอง เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ทำให้เราขาดรายได้ อาจส่งผลให้เราเสียเครดิต เนื่องจากขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ

- วงเงินกู้มาก ดอกเบี้ยมากตาม: อย่าลืมว่าการคำนวณดอกเบี้ยคิดจาก ‘วงเงินกู้’ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเงินต้นนั่นเอง ซึ่งหากเรากู้สินเชื่อบ้านเหลือมาในจำนวนมากก็จะถูกคำนวนดอกเบี้ยเข้าไปด้วยเช่นกัน
เป็นทางเลือกในการกู้สินเชื่อบ้านคอนโดสำหรับผู้ที่มีเงินก้อนสำรอง และต้องเป็นเงินที่ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจึงสามารถวางเงินดาวน์ได้จำนวนมาก เพื่อยื่นกู้สินเชื่อให้น้อยลง

___________________________________________

โดยข้อดีของการวางเงินดาวน์มาก:

- จำนวนดอกเบี้ยน้อยลง: เราพูดถึงกันที่จำนวนดอกเบี้ยที่จะถูกคิดตามอัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อ เมื่อเราวางเงินดาวน์จำนวนมาก เงินส่วนที่จะนำไปขอสินเชื่อจะลดลงทำให้ดอกเบี้ยลดลงตามเช่นกัน

- ระยะเวลาผ่อนสั้นลง: ในเมื่อวงเงินกู้ไม่มาก เราสามารถลดระยะเวลาในการผ่อนลงได้ ไม่จำเป็นต้อง 30 -40 ปี

- ดาวน์เยอะ มีสิทธิ์ผ่านฉลุย: เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มความมั่นใจให้กับธนาคารผู้ออกสินเชื่อ อาจมีผลต่อการพิจารณาการออกสินเชื่อง่ายขึ้นเช่นกัน

___________________________________________

และข้อพึงระวังของการวางเงินดาวน์มาก:

- เงินสำรอง หรือเงินลงทุนลดลง: การนำเงินสำรองก้อนใหญ่มาวางเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้านหรือคอนโด ต้องมองเผื่อถึงอนาคตยามฉุกเฉิน หรือประเมินความคุ้มค่าหากนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

- อัตราลดหย่อนภาษีลดลง: ในส่วนของบุคคลธรรมดาที่ยื่นภาษีประจำปี อาจมีผลกระทบเล็กน้อยต่ออัตราการลดหย่อยภาษี เพราะในแต่ละปีจะคำนวณจากดอกเบี้ยที่จ่ายตามจริง

___________________________________________

- กู้เกิน 100% เหมาะกับคนวัยเริ่มทำงานที่ต้องการซื้อบ้านซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัย พร้อมต้องการเงินเหลือสำหรับตกแต่ง ที่สำคัญต้องมีการวางแผนทางการเงินในระยะยาว

- กู้น้อย ดาวน์เยอะ เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีเงินสำรองก้อนใหญ่ ซื้อเพื่ออาศัยหรือปล่อยเช่า หรือกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้น ที่ต้องการผ่อนชำระในระยะเวลาที่สั้นลง

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ANANDA


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่...
06/02/2025

รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหนึ่งไปแล้ว โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกธนาคารได้เองตามแต่ว่าธนาคารใดจะให้ข้อเสนอที่น่าจูงใจมากกว่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีการรีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้าน ก็ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปีขึ้นไปหรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้บ้าน ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และภาระในการผ่อนได้

นอกจากนั้น ยังมีอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดภาระในการแบกรับอัตราดอกเบี้ยได้ คือ รีเทนชั่น (Retention) หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม โดยการพิจารณานั้นทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ที่ผ่านมา ข้อดีก็คือผู้กู้สินเชื่อบ้านสามารถดำเนินธุรกรรมกับธนาคารเดิมได้โดยไม่ต้องมีภาระในการจัดเตรียมเอกสารใหม่ เพื่อขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ทำให้การรีเทนชั่นใช้ระยะเวลาไม่นานในการพิจารณาอนุมัติการขอลดดอกเบี้ยบ้าน

___________________________________________

รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 อัปเดตประจำเดือน เมษายน จากหลากหลายธนาคาร มาเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่า รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ธนาคารไหนให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านต่ำที่สุด ถูกที่สุด และขอลดดอกเบี้ยบ้าน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้กู้สินเชื่อบ้าน คอนโดฯ ที่กำลังจะรีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่น พร้อมเครื่องมือคำนวณอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่จะช่วยให้การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยใหม่ของคุณง่ายขึ้น

___________________________________________

8 ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

1. ติดต่อกับธนาคารเดิมเพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้าน โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ บางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย
2. หลังจากได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้วก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่าการรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)
3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องมาประเมินบ้านหรือทรัพย์สินที่เราต้องการรีไฟแนนซ์
4. รอฟังผลการอนุมัติจากธนาคาร
5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่านัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน นำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)
6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญาและโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารมาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้
7. ไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารไปด้วย
8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้น

___________________________________________

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

- ลดดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยที่ถูกลงถือเป็นประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดที่สุดหากอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของธนาคารใหม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเก่า เช่น สัญญาเดิมมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 แต่สัญญาใหม่มีอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3.5 เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาก็จะลดลงตามไปด้วย

- หักเงินต้นได้มากขึ้น เมื่อภาระดอกเบี้ยน้อยลง ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปหักเงินต้นคงเหลือได้มากขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนต่อไปก็จะลดลงอีก เช่น ผู้ขอสินเชื่อผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 บาท ในสัญญาเดิมต้องหักดอกเบี้ย 12,000 บาท เหลือหักต้นเพียง 8,000 บาท แต่สัญญาใหม่หักดอกเบี้ย 7,000 บาท ก็จะเหลือหักต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาท เป็นต้น

- ค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง สัญญาใหม่จะเป็นไปตามการประเมินจากธนาคารและตามการตกลงของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่อนบ้านในสัญญาใหม่ของผู้ขอสินเชื่อลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยลดลงหรือการขยายระยะเวลาในสัญญาใหม่นานขึ้น เช่น สัญญาเก่าผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เหลือ 25 ปี สัญญาใหม่ที่ขยายเวลาเป็น 30 ปีทำให้เหลือผ่อนเพียงเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น

___________________________________________

🔷 อ่านต่อแบบละเอียดได้ที่ DD Property : https://bit.ly/3w70dKO


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

มองหาบ้านหรือคอนโดแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะดูแค่เรื่อง ทำเล ฟังก์ชั่น หรือราคาเท่านั้น แต่ทางที่ดีควรดูถึงชื่อของบริษัทที่เป็น...
05/02/2025

มองหาบ้านหรือคอนโดแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะดูแค่เรื่อง ทำเล ฟังก์ชั่น หรือราคาเท่านั้น แต่ทางที่ดีควรดูถึงชื่อของบริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการนั้นด้วย เพื่อใช้เป็นหนึ่งในข้อพิจารณาในการตัดสินใจซื้อ โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีการแสดงประวัติว่าเคยประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการใดมาบ้าง มีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ แต่ละปีมียอดขายและผลกำไรมากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ รวมถึงสะท้อนให้เห็นว่าเชี่ยวชาญบ้านหรือคอนโดประเภทใด ซึ่งวันนี้ Home Buyers ก็ได้รวบรวมรายชื่อ แบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ จากประสบการณ์ที่เราผ่านงานรีวิวโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก มาฝากกัน

___________________________________________

1. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SC ASSET หนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง เมื่อกล่าวถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ปัจจุบันได้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร มีโครงการพักอาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม รวมถึงธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ซี่งในปีที่ผ่านมา SC ASSET ได้รับรางวัล The Most Powerful Real Estate Brand ประจำปี 2022 ด้วยเหตุผลของการเป็นแบรนด์ที่มีการปรับตัวเติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการรับรู้ ภาพลักษณ์ และความพึงพอใจ ก่อให้เกิดการสร้างฐานลูกค้า Brand Royalty โดยหนึ่งใน Sub Brand บ้านเดี่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้ SC Asset มาอย่างต่อเนื่องก็คือ Bangkok Boulevard ซึ่งมีดีไซน์ใหม่ๆ ของทั้งตัวบ้านและส่วนกลางมาอัปเดตในตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่เสมอ

___________________________________________

2. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

แสนสิริ เป็นหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องยาวนาน เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2527 เป็นแบรนด์ที่ครองใจลูกค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนเปรียบเสมือนดาวค้างฟ้าแห่งแวดวงอสังหาฯ ที่ใครๆ ต้องรู้จัก ปัจจุบันมีโครงการมากมายครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และวิลล่าตากอากาศ โดยทุกการออกแบบล้วนได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘คุณ’ ที่เป็นองค์ประกอบสําคัญที่สุดของบ้าน ส่งผลให้ยอดขายของแสนสิริ ทำได้ดีต่อเนื่องทุกปี สำหรับ Sub Brand ของแสนสิริที่ตลาดคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน นาราสิริ, บุราสิริ, เศรษฐสิริ, อณาสิริ, สิริ เพลส รวมถึงคอนโด เดอะ ไลน์, เดอะ เบส, เดอะ มูฟ และ ดีคอนโด

___________________________________________

3. บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

Land and Houses หรือตัวย่อ LH เป็นบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในหลากหลายระดับราคาตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปจึงถึงร้อยล้าน ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน เริ่มดำเนินธุรกิจอสังหาฯ มาตั้งแต่ปี 2516 ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี มีการให้ความสำคัญทั้งกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงส่งมอบโครงการและบ้านคุณภาพแก่ผู้บริโภค รวมถึงการวิจัย การพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยี การก่อสร้าง การออกแบบ ตลอดจนการคัดเลือกวัสดุ และการบริการ เพื่อให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทุกโครงการจะมาพร้อมกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และระบบการจัดการส่วนกลางที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคเสมอมา ในส่วนของ Sub Brand จาก LH ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน ลดาวัลย์, นันทวัน, มัณฑนา, สีวลี และ ชัยพฤกษ์ รวมถึงกลุ่มคอนโดอย่าง เดอะ แบงค็อก, เดอะ รูม และ เดอะ คีย์

___________________________________________

4. บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน)

AP Thailand อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอยู่เสมอ จากรายได้ที่ติด Top 5 เป็นประจำมานานหลายปี โดยเอพีก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2534 มีโครงการทั้ง คอนโด ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว หลายร้อยโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงหัวเมืองใหญ่ตามต่างจังหวัด ซึ่งการออกแบบแต่ละโครงการจะเน้นสร้างพื้นที่ชีวิตซึ่งเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านกระบวนความคิดอันลึกซึ้งทุกขั้นตอน จากจุดเริ่มต้นของคำว่า “บ้าน” บวกกับ “พื้นที่” ให้ออกมาเป็น Space Maximize ที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อให้เกิด Space Privacy ขึ้น รวมถึงการรักษาความเป็นส่วนตัว Space Connect คอยเชื่อมโยงความอบอุ่นภายในบ้าน ที่สำคัญต้องอยู่ภายใต้ทำเลที่ดี โดยโครงการที่ผู้บริโภคทั่วไปคุ้นเคยกันดีก็ดังเช่นบ้าน บ้านกลางเมือง, The City, Centro, Pleno รวมถึงกลุ่มคอนโด The Address, Rhythm, Life และ Aspire

___________________________________________

5. บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

ศุภาลัย ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2532 ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีโครงการบ้านและคอนโดมากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยรวมไปถึงต่างประเทศ โดยหนึ่งในสิ่งที่ผู้บริโภคให้การยอมรับในแบรนด์ศุภาลัยก็คือขนาดพื้นที่ของบ้านหรือห้องชุดคอนโดซึ่งมีความกว้างขวางเมื่อเทียบกับราคา และการรับรู้แบรนด์แบบที่ใครๆ ก็คุ้นเคย เพราะเกือบทุกโครงการจะมีชื่อขึ้นต้นว่า 'ศุภาลัย...' ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ทาวน์โฮม หรือ คอนโด

___________________________________________

6. บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

MQDC บริษัทด้านอสังหาฯ ที่มาแรงในปีที่ผ่านมา โดยได้รับรางวัล Excellence in Green Development (แบรนด์ที่พัฒนามุ่งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม) เพราะการดำเนินงานอยู่ภายใต้พันธกิจ ‘For All Well - Being’ ที่เชื่อว่าสรรพสิ่งในโลกสามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนได้ ทุกโครงการของจึง MQDC ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดทางนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การออกแบบเพื่อรองรับทุกความต้องการ (Universal design) บ้านอัจฉริยะ (Smart Home Automation) การใช้วัสดุปลอดภัยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (Eco-materials) เป็นต้น เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยื่นจองเพื่อนมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐานดังกล่าวนี้เองทำให้เราได้รับรางวัลจากหลายสถาบันทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยโครงการใหญ่ในปัจจุบันของ MQDC ที่กำลังมีชื่อเสียงกว้างขวางก็คือ The Forestias โครงการอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของไทย รวมถึงคอนโดหรูตระกูล Whizdom ที่มักอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมือง

___________________________________________

7. บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน)

Q House ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2526 ถือเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่รองรับกลุ่มเป้าหมายทุกประเภท โดดเด่นด้วยกดีไซน์สวยโดดเด่น มีสเปซที่ลงตัว และมีฟังก์ชั่นอันกว้างขวาง ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับการส่งมอบความสุขที่ล้ำหน้ากว่าใคร ปัจจุบันมีโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงเป็นจำนวนมากอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นผู้นำด้านคุณภาพและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และการให้บริการได้เลย เพราะที่นี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพสังคมในโครงการ เน้นความร่มรื่น น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความสะดวก รวมถึงความปลอดภัยของลูกค้าก็มาเป็นอันดับต้นๆ โดยสำหรับ Sub Brand ของ Q House ที่เรารู้จักกันดีก็คือ ลัดดารมย์, พฤกษ์ภิรมณ์, วรารมณ์ และ Casa

___________________________________________

8. บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

Noble อีกหนึ่งแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานหลายสิบปี ซึ่งจุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดจากแนวคิดที่มุ่งมั่นในการ “สร้างบ้าน ให้เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตอีกระดับให้กับผู้อยู่อาศัย ก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่สิ่งใหม่อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทำให้ในปัจจุบันโนเบิลกลายผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบและแนวสูง โดยเฉพาะคอนโด ที่มีการพัฒนาโครงการในทำเลชั้นนำของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นจำนวนมาก ภายใน Sub Brand Noble... และ Nue...

___________________________________________

9. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)

Property Perfect คืออีกแบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันดี ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2528 ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาเกินกว่าร้อยโครงการ ไม่ว่าจะที่อยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม หรือ คอนโดมิเนียมตั้งแต่ระดับราคาไม่ถึงล้าน ไปจนถึงเกินกว่าร้อยล้าน บนทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด อีกทั้งยังขยายการลงทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่งทุกโครงการให้ความสำคัญกับการมอบบ้านที่มีความสุข และการอยู่อาศัยที่สมบรูณ์แบบ "HAPPY LIVING” หรือก็คือการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และผู้ถือหุ้น โดย Sub Brand ชื่อดังจาก Property Perfect ก็จะมี Perfect Masterpiece, Perfect Place, Lake Legend และ Modi Villa

___________________________________________

10. บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)

Ananda ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย โดยการมุ่งมั่นนำเสนอคำตอบของวิถีชีวิตคนเมืองรูปแบบใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้ปัจจุบัน "อนันดา" ได้สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย ที่มีความเพียบพร้อมทั้งด้านความทันสมัยและดีไซน์อาคารโดดเด่นกว่าใคร ในระดับราคาที่หลากหลาย เหมาะสมกับทุกคนอย่างแท้จริง สำหรับ Sub Brand คอนโดที่ผู้บริโภคคุ้นเคยก็ดังเช่น Ideo, Ashton, Elio และ Unio

___________________________________________

11. บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

AssetWise แบรนด์อสังหาฯ มาแรงที่แต่ละโครงการล้วนตั้งอยู่ในทำเลดี ไม่ว่าจะเป็นคอนโดแนวรถไฟฟ้าหรือใกล้มหาวิทยาลัย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 ภายใต้แนวคิด ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ…We Build Happiness ปัจจุบันมีโครงการทั้งแนวสูง - แนวราบ สร้างสรรค์และพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น ฟังก์ชั่น พื้นที่ใช้สอยที่คิดเผื่อรอบด้าน บริการที่เข้าใจและใส่ใจ และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อความสะดวกยิ่งกว่า รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางทีรองรับการใช้งานของคนทุกรุ่นทุกสไตล์ โดย Sub Brand คอนโดจาก AssetWise ที่มีชื่อเสียงนั้นได้แก่ Atmoz, Modiz และ Kave

___________________________________________

12. บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

Origin คือหนึ่งในแบรนด์อสังหาฯ ชั้นนำของเมืองไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 เน้นไปที่การพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ที่ให้ความสะดวกในการเดินทาง อันได้แก่ทำเลตามแนวรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงทำเลใกล้ทางด่วน เป็นต้น ซึ่งทุกโครงการมีแนวคิดการออกแบบและการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าสอดรับกับวิถีชีวิตขอคนเมือง ที่สำคัญวัสดุที่ต้องมีคุณภาพสูงคุ้มค่าคุ้มราคาด้วย ทำให้ทุกโครงการคือความคุ้มมาในราคาที่ลูกค้าจับต้องได้ทุกคน โดย Sub Brand ชื่อดังของ Origin นั้นได้แก่ Knightbridge, Hampton, Bromton, Park Origin และ The Origin นอกจากนี้ยังแยกบริษัทในเครือออกมาเป็น บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เพื่อเน้นธุรกิจบ้านจัดสรรแนวราบโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นที่จดจำในแบรนด์ Britania

___________________________________________

13. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน)

พฤกษา ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2536 เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และอาคารชุด ปัจจุบันมีโครงการทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และในต่างประเทศ ผ่านเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างที่ใช้ชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็ก สำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ (Pruksa Precast Concrete Factory) ที่ทันสมัยระดับโลก รวมถึงนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการก่อสร้าง เพื่อให้ทุกโครงการมีคุณภาพสูงสุด เหตุนี้เองทำให้ พฤกษา ได้รับรางวัลการันตีด้านคุณภาพในเวทีระดับโลกมากมาย กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์อสังหาฯ ที่ทุกคนไว้วางใจมาโดยตลอด โดยแบรนด์ดังที่ผู้บริโภคนั้นมีทั้ง บ้านพฤกษา, The Connect, The Plant, The Palm, ภัสสร, Plum Condo, Chapter และ The Privacy

___________________________________________

14. บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

SENA หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ให้ความใส่ใจและเห็นความสำคัญของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องการออกแบบ วัตถุดิบ โครงการ และส่วนกลาง เป็นต้น เพราะ SENA ถือว่าคุณค่าขององค์กรมาจาก ‘การพัฒนาสินค้าให้เกิดความภูมิใจสูงสุดต่อลูกค้า จึงจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ และความร่วมมือของพนักงานทุกฝ่ายทุกระดับชั้น’ ผ่านหลักคิด 4 ประการ หรือ Core Values ทั้งสี่ ได้แก่ การใส่ใจทุกรายละเอียด, เราทำอะไรจะต้องนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ, ไม่มีใครที่จะเติบโตไปได้ไกลด้วยตัวคนเดียว ที่สำคัญต้องไม่เพียงคิดถึงผลได้ระยะสั้น แต่จะคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวเสมอ สิ่งนี้เองทำให้บริษัทได้รับรางวัลเกียรติยศมาตลอด 30 ปี ซึ่งสำหรับแบรนด์บ้านและคอนโดจากเสนาที่ตลาดคุ้นเคยก็มีทั้ง เสนา วิลล์, เสนา วิลเลจ, เสนา พาร์ค แกรนด์, นิช, เสนาคิทท์ และ เฟล็กซี่

___________________________________________

15. บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

L.P.N. เริ่มต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2532 เป็นกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาที่พักอาศัยในเมืองที่บูรณาการอย่างครบถ้วนและครบวงจร ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ทำให้ แอล.พี.เอ็น.คือแบรนด์อสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในสังคมมากที่สุด ในปีที่ผ่านมาติดหนึ่งใน 10 อันดับอสังหาฯ ไทยรายได้สูงสุด ผ่านโครงการหลากหลายทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม มาพร้อมหัวใจหลัก ‘สร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ และส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยวิถีที่ยั่งยืนในราคาที่เหมาะสม’ โดยมีเรื่องงานบริหารนิติบุคคลหลังการขายเป็นที่ยอมรับในคุณภาพมาอย่างยาวนาน โดยปัจจุบันบ้านโครงการใหม่ๆ ของ L.P.N. จะใช้ชื่อตามด้วยเลข 168 เช่น Maison 168, Residence 168 และ Villa 168 นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มที่ตามด้วยเลข 24 อย่าง Venue 24 และ Haus 24 ส่วนแบรนด์ที่ตลาดคุ้นเคยมาตลอดจะขึ้นต้นด้วยชื่อ ลุมพินี...

___________________________________________

16. บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

Major Development เป็นหนึ่งในผู้นำและผู้เล่นรายสำคัญของตลาดอสังหาฯ ระดับ Luxury ที่ตอบสนองทุกรายละเอียดแห่งคุณค่าใหม่ของชีวิต ตามนิยามการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เข้าใจชีวิตที่แตกต่าง (Understanding Lifestyle), การใส่ใจในทุกรายละเอียด (Attention to Detail), สร้างคุณภาพ รักษามาตรฐานสูงสุด (Top-notch Quality Standard), คิด ดูแล เอาใจใส่ในจุดที่สำคัญของแต่ละคน เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม (Best Caring Service) และการอยู่อาศัยเพื่อชีวิตที่ยั่งยืน (Enduring Purpose) บวกกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคตทำให้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปไม่หยุดนิ่ง เพื่อมอบพื้นที่แห่งความสมบูรณ์แบบแก่ลูกค้าทุกคน โดยโครงการจาก Major ที่วงการอสังหาฯ คุ้นเคยก็เช่น M, Metris, Maestro และ Malton

___________________________________________

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ แบรนด์อสังหาฯ ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ที่เรารวบรวมข้อมูลมาฝากนี้ หลายแบรนด์คงเป็นที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ดังนั้นใครที่กำลังมองหาบ้านหรือคอนโดคุณภาพ ที่ไว้ใจได้ทั้งเรื่องการก่อสร้าง การส่งมอบ ความคุ้มค่า และบริการหลังการขาย ถ้าเจอแบรนด์อสังหาฯ เหล่านี้ ก็ทดไว้เป็นตัวเลือกได้เลย

___________________________________________

🔷 ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก HOME


#อสังหา #ซื้อบ้าน #ขายบ้าน #เช่าบ้าน #ฝากขาย #นายหน้า #บ้าน #คอนโด

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66969059995

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Little Assetผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Little Asset:

แชร์