บริการด้าน อสังหาฯ by Tirawit

บริการด้าน อสังหาฯ by Tirawit มีบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโด?

🙏✨วันนี้ วันมาฆบูชา มีเหตุการณ์สำคัญได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อม ๆ กันถึง ๔ ประการ คือ🙏✨๑. วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ  ขึ้น ๑๕...
06/03/2023

🙏✨วันนี้ วันมาฆบูชา มีเหตุการณ์สำคัญได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อม ๆ กันถึง ๔ ประการ คือ🙏✨
๑. วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์
๒. มีพระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๓. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา ๖
๔. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"
เพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ ๔ ประการข้างต้น ทำให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต"

🌲ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา ณ.วัดใกล้บ้าน🌲

16/02/2023
 #ฝากปล่อยเช่าโกดังสินค้า #ให้เช่าโกดังสินค้า โกดัง office ให้เช่าสร้างใหม่  ขนาด 545 ตรม อยู่ซอยนวมินทร์ 111 แยก 7 -อยู...
03/07/2022

#ฝากปล่อยเช่าโกดังสินค้า
#ให้เช่าโกดังสินค้า

โกดัง office ให้เช่า
สร้างใหม่ ขนาด 545 ตรม อยู่ซอยนวมินทร์ 111 แยก 7

-อยู่ห่างจาก ถ.เกษตรนวมินทร์ 900 เมตร ห่างจาก ถ. นวมินทร์ 600 เมตร ใกล้ทางด่วนรามอินทรา อาจณรงค์ ใกล้ทางด่วนวงแหวน กาญจนา ไปมาสะดวก มีทางลัด ทางทะลุได้หลายทาง

✅รายละเอียดขนาดของอาคาร

-ที่จอดรถด้านหน้า 7 คัน ด้านข้างโกดังสามารถจอดมอเตอร์ไซด์ได้อีกมาก

-ภายในมี office ทำ 2 ชั้น ด้านบนดีไซน์ ทำช่องกระจก บานเต็มสลับช่อง สามารถมองเห็นภายนอกได้จากด้านบนออกมาได้

-ภายใน office ปูกระเบื้องลายหินอ่อน อย่างดี ด้านข้างมีห้องน้ำ ชาย 1 หญิง 1

-ไฟใช้ 3 เฟส ประตูด้านหน้าเป็น อัตโนมัติไฟฟ้า กว้าง 6 เมตรสูง 5 เมตร

-ความสูง 8-10 เมตร บนเพดานปูฉนวนกันความร้อนทั้งหมด ไม่มีเสากลาง

-เมทัลชีท ใช้ Bluescope Colorborn หนา 0.5

สถานที่ตั้ง พิกัด :

=============================

ค่าเช่าเดือนละ 89,000 บาท ค่าประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน สัญญาเช่า 3ปี

✅ ติดต่อสอบถาม คุณวิช (064-936-9146)
Line ID: ongchai4 หรือ กด Link
https://line.me/ti/p/34DNyMvTog

=============================

https://www.facebook.com/อสังหาฯน่าลงทุน-บ้าน-และ-คอนโด-มีเงินเหลือ-เช่าซื้อและ-ผ่อนตรงกับเจ้าของ-101739678382008/

#เช่าโกดัง
#โกดังให้เช่า
#โกดังนวมินทร์

 #ฝากปล่อยเช่าโกดังสินค้า #ให้เช่าโกดังสินค้า  ขนาด 500 ตรม. พร้อมลานจอดรถ ในพื้นที่ 1 ไร่ ในซอย ลาดพร้าว 101 แยก 42 ✅รา...
28/06/2022

#ฝากปล่อยเช่าโกดังสินค้า
#ให้เช่าโกดังสินค้า ขนาด 500 ตรม. พร้อมลานจอดรถ ในพื้นที่ 1 ไร่ ในซอย ลาดพร้าว 101 แยก 42

✅รายละเอียดขนาดของอาคาร
หน้ากว้าง 16xลึก24 ม. สูง 8เมตร

✅ระบบไฟฟ้า เป็นแบบอัตราปกติครับ แบบไฟบ้าน

✅รับน้ำหนักได้ กดเสา รับทั่วโกดัง

แบ่งส่วนของออฟฟิศ ให้เรียบร้อย มีแอร์ ห้องน้ำ ให้เป็นสัดส่วนแยกกับ ห้องน้ำ ทีมงาน ด้านหลัง
✅จำนวนห้องในอาคารได้แก่

📍ห้องน้ำ ในโกดัง 2 สำหรับส่วนสำนักงาน
📍ห้องน้ำด้านนอก 6ห้อง สำหรับทีมงาน และคนงาน

✅ ออฟฟิศ มี ส่วนหน้าชั้นล่าง 4x8m
📍ชั้นบน 5x8m
📍ห้องประชุม 4x4m
📍ห้องเก็บวัสดุ 4x4

สถานที่ตั้ง พิกัด : 13°47'17.1"N 100°38'10.9"E
https://goo.gl/maps/WSZXvBSzLUShxWwn6

=============================

ค่าเช่าเดือนละ 100,000 บาท ค่าประกัน 2 เดือน ล่วงหน้า 1 เดือน สัญญาเช่า 3ปี

✅ ติดต่อสอบถาม คุณวิช (064-936-9146)
Line ID: ongchai4 หรือ กด Link
https://line.me/ti/p/34DNyMvTog

=============================

https://www.facebook.com/อสังหาฯน่าลงทุน-บ้าน-และ-คอนโด-มีเงินเหลือ-เช่าซื้อและ-ผ่อนตรงกับเจ้าของ-101739678382008/

#โกดังโซนเทพทวี
#โกดังโซนคลองจั่น
#โกดังคลังสินค้า
#โกดังโซนลาดพร้าว101

 #ข่าวสารวงการอสังหาฯ #ธอส. ออกมาตรการช่วยลูกค้าเดิม
27/06/2022

#ข่าวสารวงการอสังหาฯ
#ธอส. ออกมาตรการช่วยลูกค้าเดิม

💯 มองหาเงินลงทุน ผ่อน 0 บาท 💯💯 รับเงินก้อน ผ่อน 0 บาท 💯💯 อยากปิดหนี้ปรึกษาได้ 💯💯 รวมหนี้ ปิดหนี้ ผ่อนทางเดียว 💯💯 บ้านและ...
22/06/2022

💯 มองหาเงินลงทุน ผ่อน 0 บาท 💯
💯 รับเงินก้อน ผ่อน 0 บาท 💯
💯 อยากปิดหนี้ปรึกษาได้ 💯
💯 รวมหนี้ ปิดหนี้ ผ่อนทางเดียว 💯
💯 บ้านและคอนโดเงินเหลือ 💯
💯 การันตี ดูแลให้ 5 ปี 💯

💥 #คอนโดทำเลย่านพระราม9 สนใจทำเลไหนทักมา มีกว่า 200 โครงการ

✅คอนโด บ้าน เงินก้อน ลงทุน
✅ได้คอนโด บ้าน แถมมีเงินก้อน
✅มีเงิน Cashback คืน 100,000-1,000,000 บาท
✅ภาระเยอะ รับปลดหนี้ รวมหนี้บัตร
✅ไม่ต้องควักเงินเอง
✅ดำเนินการฟรี ทุกขั้นตอน ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅ฟรีทุกอย่าง ดาวน์ โอน จอง มัดจำ

ที่ปรึกษาด้านอสังหาและสินเชื่อ(ฟรีทุกค่าใช้จ่าย)
ธิรวิช (วิช) 064-936-9146
Line : https://line.me/ti/p/34DNyMvTog

#สินเชื่อคอนโด #สินเชื่อบ้าน #คอนโดเงินเหลือ #บ้านเงินเหลือ #คอนโดปิดหนี้ #ปิดหนี้ #รวมหนี้ #ปิดภาระ #ผ่อนทางเดียว #คอนโดราคาส่ง #บ้านราคาส่ง #อสังหา #สินเชื่อเงินเหลือ #เงินก้อนปิดหนี้ #เงินเหลือปิดหนี้ #คอนโดดาวน์ฟรี #คอนโดฟรีดาวน์ #คอนโดและบ้านเงินเหลือ #ปิดหนี้รวมหนี้ #ติดแบล็กลิส #รับเงินก้อนผ่อน0% #สินเชื่อเพื่อการลงทุน #สินเชื่อเงินล้าน #เงินแสนปิดหนี้ #เงินล้านปิดหนี้ #บ้านฟรีดาวน์
#หาเงินก้อน #หาเงินลงทุน #เงินก้อนเพื่อการลงทุน

 #ธอส.เปิดให้ลูกค้าปรับเงินงวด ให้เหมาะกับรายได้นานถึง 3 ปีเต็ม #เหมาะกับลูกค้าเก่าที่ผ่อนมาแล้วเกิน3ปี และต้องเป็นไปตาม...
21/04/2022

#ธอส.เปิดให้ลูกค้าปรับเงินงวด ให้เหมาะกับรายได้นานถึง 3 ปีเต็ม

#เหมาะกับลูกค้าเก่าที่ผ่อนมาแล้วเกิน3ปี และต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

ธอส.เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับเงินงวดให้เหมาะสม กับความสามารถในการผ่อนชำระเป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่อง ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ Mobile Application : GHB ALL, www.ghbank.co.th

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยให้ลูกค้าปัจจุบันของธนาคารสามารถปรับเงินงวดให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงได้จัดทำโครงการ “ธอส. ปรับเงินงวด” (Amortization Management) เพื่อปรับเงินงวดให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองในปัจจุบันเป็นระยะเวลา 3 ปี

#โดยลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด อาทิ

1. #ไม่อยู่ในสถานะกฎหมาย
1. #ไม่อยู่ระหว่างใช้มาตรการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากโควิด-19 หรือมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ของธนาคาร
3. #อยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (MRR - 0.50 , MRR - 1.00% หรือ MRR เป็นต้น)
4. #เงินต้นคงเหลือไม่น้อยกว่า 100,000 บาท
5. #กู้มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และระยะเวลากู้คงเหลือไม่น้อยกว่า 10 ปี
6. #หากเข้าร่วมโครงการแล้วเงินงวดต้องลดลงต่ำกว่า 200 บาทต่อบัญชี เป็นต้น

ธนาคารจะคำนวณเงินงวดใหม่ในช่วง 3 ปีที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของลูกค้าที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน จำนวนเงินต้นคงเหลือ ณ ปัจจุบัน และระยะเวลาการผ่อนชำระที่เหลืออยู่ตามสัญญาเดิม ทำให้สามารถปรับเงินงวดให้ลูกค้าในระหว่างเข้าร่วมโครงการได้เพราะวงเงินกู้ที่นำมาคำนวณเงินงวดมีจำนวนน้อยลงกว่าวงเงินกู้ตอนทำสัญญาครั้งแรก และเป็นเงินงวดใหม่ที่ธนาคารได้คำนวณเผื่อกรณีอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นในอนาคต 1.00% ไว้แล้ว โดยลูกค้าไม่ต้องขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ

ทั้งนี้ แม้จะมีการปรับเงินงวด แต่ ธอส. ยังเปิดให้ลูกค้าสามารถชำระเงินงวดในจำนวนที่สูงกว่าเงินงวดใหม่ที่ธนาคารกำหนดได้ในระหว่างเข้าร่วมโครงการอีกด้วย โดยปัจจุบันมีลูกค้าของธนาคารที่มีคุณสมบัติที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ไม่น้อยกว่า 3 แสนบัญชี/ต่อเดือน เงินต้นคงเหลือรวมไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการและสามารถผ่อนชำระได้ดีตามจำนวนเงินงวดใหม่ และภายในเวลาที่ธนาคารกำหนด ลูกค้าจะยังถือว่ามีสถานะบัญชีปกติเช่นเดิม

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ธอส. ปรับเงินงวด” สามารถลงทะเบียนได้ผ่าน Mobile Application : GHB ALL หรือเว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ www.ghbank.co.th หรือ สาขาธนาคารทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน – 25 ธันวาคม 2565

โดยธนาคารจะนำรายชื่อลูกค้าที่ลงทะเบียนภายในวันที่ 25 ของแต่ละเดือน มาพิจารณาคุณสมบัติ และหากตรงตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะดำเนินการเปลี่ยนเงินงวดใหม่ให้ลูกค้าได้ในเดือนถัดไป และธนาคารจะทำการ Update ข้อมูลลูกค้าที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการภายในไม่เกินวันที่ 10 ของเดือน เป็นประจำทุกเดือน

ทั้งนี้​ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ที่ G H Bank Call Center โทร 02-645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th


Cr : กรุงเทพธุรกิจ
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์

 #แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะมี สถานี เพิ่มขึ้น อีก 17 สถานแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่...
20/04/2022

#แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ
แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะมี สถานี เพิ่มขึ้น อีก 17 สถาน

แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ

จาก #สถานีเตาปูน ไปยัง 17 สถานี ดังต่อไปนี้ ได้แก่

1. #สถานีรัฐสภา

2. #สถานีศรีย่าน

3. #สถานีวชิรพยาบาล

4. #สถานีบางขุนพรหม

5. #สถานีสามยอด

6. #สถานีหอสมุดแห่งชาติ

7. #สถานีผ่านฟ้า

8. #สถานีสะพานพุทธ

9. #สถานีสำเหร่

10. #สถานีวงเวียนใหญ่

11. #สถานีดาวคะนอง

12. #สถานีบางปะแก้ว

13. #สถานีบางปะกอก

14. #สถานีสะพานพระราม 9

15. #สถานีราษฎร์บูธณะ

16. #สถานีพระประแดง

17. #สถานีครุใน

จับตา! ธปท.แถลงผ่อนปรน LTV ซื้อบ้านวันนี้ หวังฟื้นเศรษฐกิจ       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีการแสข่าวว่า ธนาคารแห่งประ...
21/10/2021

จับตา! ธปท.แถลงผ่อนปรน LTV ซื้อบ้านวันนี้ หวังฟื้นเศรษฐกิจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดมีการแสข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะมีการแถลงข่าว Media Briefing เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 11.00 น.วันนี้

ทั้งนี้ มีข่าวจากวงในสถาบันการเงินว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ อาจมีการแถลงเพื่อผ่อนคลายเกณฑ์ มาตรการ LTV (Loan to Value Ratio) สำหรับที่อยู่อาศัย ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เพื่อหวังกระตุ้นให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยมากขึ้น อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดดีมานด์ในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ถูกผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ หรือโควิด -19

สำหรับปรับเกณฑ์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3ของธปท. หลังจากก่อนหน้านี้ปรับเกณฑ์ไปแล้ว 2ครั้งเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการผ่อนปรนครั้งนี้ คาดว่าจะผ่อนคลายเกณฑ์เป็นการชั่วคราวไปถึงสิ้นปี 2565

ซึ่งเกณฑ์ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน คือ กรณีผู้กู้ซื้อบ้านหลังแรก ที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งกู้ได้ 100% สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% ของมูลค่าบ้าน เพื่อใช้ในการตกแต่ง ซ่อมแซม หรือต่อเติม สำหรับการกู้บ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป กำหนดให้วางดาวน์น้อยลงจาก 20% เป็น 10% ของราคาบ้าน

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 กรณีผ่อนชำระมาแล้ว 2 ปี ให้วางเงินดาวน์ 10% แต่หากผ่อนยังไม่ถึง 2ปีให้มีการวางดาวน์ 20% สำหรับสัญญาที่ 3 ขึ้นไปให้วางดาวน์ที่ 30%

ขณะที่หากเป็นบ้านเกิน 10ล้านบาท สัญญาที่ 1 ให้มีการวางดาวน์ที่ 10% สัญญาที่สอง 20% และสัญญาที่ 3ขึ้นไปให้วางดาวน์ 30%

Cr : กรุงเทพธุรกิจ

เมื่อรัฐเตรียมเปิดทางต่างชาติซื้อบ้านในไทย มีประเด็นใดบ้างที่เราต้องกังวล?โดย ดำรงเกียรติ มาลาเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ...
21/09/2021

เมื่อรัฐเตรียมเปิดทางต่างชาติซื้อบ้านในไทย มีประเด็นใดบ้างที่เราต้องกังวล?
โดย ดำรงเกียรติ มาลา

เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ‘มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย’ เพื่อดึงดูดกลุ่มที่มีฐานะดีหรือมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ให้เข้ามาพำนักในไทย ซึ่งจะช่วยดึงกำลังซื้อ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

#สาระสำคัญของมาตรการนี้แบ่งออกเป็น 2 เรื่องหลัก คือ #การออกวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (Long-Term Resident Visa) กับ #การแก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ

#โดยการออกวีซ่าผู้พำนักระยะยาว เป็นการกำหนดวีซ่าประเภทใหม่เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง และต้องการเป็นผู้พำนักอาศัยในไทยระยะยาว 4 กลุ่ม ได้แก่

#กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizen) มีเงื่อนไขคือ ต้องลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ในพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์, มีรายได้เงินเดือนหรือเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 8 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา, มีทรัพย์สินขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

#กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy Pensioner) เงื่อนไขของกลุ่มนี้คือ ต้องลงทุนขั้นต่ำ 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐในไทย, มีเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ, ถ้าไม่ได้ลงทุนในไทย ต้องมีเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 8 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ

#กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand Professional) มีเงื่อนไขคือ ต้องมีรายได้ส่วนบุคคลปีละ 8 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปี หรือปีละ 4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป/ครอบครองทรัพย์สินทางปัญญา/ได้รับเงินทุน Series A1 และมีประสบการณ์ทำงาน 5 ปี

#กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-Skilled Professional) ได้สิทธิประโยชน์หลักเช่นเดียวกับประเภทอื่นๆ แต่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ในประเทศไทย อัตรา EEC

#สำหรับสิทธิประโยชน์จากการแก้ไขกฎระเบียบของไทยที่ชาวต่างชาติทั้ง 4 กลุ่มเป้าหมายจะได้รับจากมาตรการนี้ ประกอบด้วย

#สิทธิประโยชน์ วีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่ อายุ 10 ปี รวมถึงผู้ติดตาม หรือคู่สมรสและบุตร

#ยกเว้นไม่ต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทุก 90 วัน

#ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ

#สามารถถือครองห้องชุดและบ้านจัดสรรในโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่ที่กำหนด

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยดึงดูดชาวต่างชาติกลุ่มมั่งคั่งจำนวน 1 ล้านคน ให้ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอาศัยในประเทศไทยภายในระยะเวลา 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ. 2565-2569) ของการดำเนินมาตรการ

ทั้งนี้ สศช. คาดว่า หากเป็นไปตามเป้าหมายจะช่วยเพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ 1-2.5 แสนล้านบาท บนสมมติฐานการใช้จ่ายในประเทศเฉลี่ย 1 ล้านบาท/คน/ปี

นอกจากนี้ จะช่วยเพิ่มปริมาณเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจ 7.5 หมื่นล้านบาท/1.87 แสนล้านบาท ประเมินจากเงินลงทุนชาวต่างชาติมั่งคั่ง 1 หมื่นคน และชาวต่างชาติวัยเกษียณ 8 หมื่นคน

ขณะเดียวกัน จะช่วยเพิ่มรายได้ทางภาษี 2.5-6.25 หมื่นล้านบาท ประเมินจากผู้ถือวีซ่าในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 4 แสนคน

หากดูเผินๆ มาตรการดึงดูดชาวต่างชาตินี้เหมือนเป็นเพียงหนึ่งในแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล #แต่เรื่องนี้ก็ต้องกลายเป็นดราม่าระดับชาติ เมื่อมีคนจำนวนไม่น้อยในโลกโซเชียลหยิบยกเอาหนึ่งในคำสั่ง ครม. ภายใต้มาตรการนี้ ที่ระบุให้กระทรวงมหาดไทยไปศึกษาแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินในไทยของชาวต่างชาติมาถกเถียงกันว่า #เรื่องนี้อาจส่งผลให้เกิดการยึดครองอสังหาริมทรัพย์โดยทุนต่างชาติ จนทำให้คนไทยที่เป็นเจ้าของประเทศต้องกลายเป็นเพียงผู้เช่า

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายป้องกันไม่ให้คนต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยได้ในสัดส่วนที่สูงเกินไป เช่น ในคอนโดมิเนียม 1 อาคาร จะอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ไม่เกิน 49% จากจำนวนห้องทั้งหมด เพื่อป้องกันการกว้านซื้อคอนโดมิเนียมทั้งตึกโดยชาวต่างชาติ แล้วปล่อยให้คนไทยเช่าเพื่อทำกำไร

นอกจากนี้ ปัจจุบันไทยยังมีประมวลกฎหมายที่ดิน ห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้านและที่ดิน เพื่อป้องกันการยึดครองที่ดินโดยชาวต่างชาติ หากมีการแก้ไขกฎเกณฑ์เหล่านี้อาจทำให้ต่างชาติเข้ามาถือครองบ้านและที่ดินในไทย ซึ่งจะฉุดให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบ้านของคนไทยที่เป็นเรื่องยากอยู่แล้วให้ยิ่งยากขึ้นไปอีก

กระแสความกังวลที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยหลายคนหยิบยกเอาคำว่า ‘กฎหมายขายชาติ’ มาประณามมาตรการดังกล่าว ทีมข่าว THE STANDARD WEALTH จึงได้พูดคุยกับนักวิเคราะห์และผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ถึงข้อกังวลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียล เพื่อไขปมข้อสงสัยว่ากฎหมายใหม่นี้น่ากลัวสำหรับคนไทยจริงหรือไม่

สุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟีนิกซ์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า หากพิจารณารายละเอียดของมาตรการตามข้อมูลในรายงานข่าวที่ออกมาจะพบว่า #ภาครัฐได้วางเงื่อนไขของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาพำนักถาวรในไทยเอาไว้พอสมควร เช่น ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 8 หมื่นดอลลาร์ต่อปี ต้องลงทุนขั้นต่ำในอสังหาริมทรัพย์ 5 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 15 ล้านบาท หรือเป็นกลุ่มเกษียณอายุ

“ #ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ เราคงไม่ได้เห็นการเข้ามากวาดซื้อบ้านแบบถล่มทลายของต่างชาติในไทย สถิติของกรมที่ดินก็แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาจำนวนชาวต่างชาติที่ซื้อยูนิตที่อยู่อาศัยราคา 10-15 ล้านบาท มีไม่มาก ขณะเดียวกัน #เราก็ยังมีกฎหมายห้ามต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ไม่เกิน 49% ของยูนิตที่เปิดขายอยู่ นอกจากนี้ ต่างชาติยังมีสิทธิ์เพียงอยู่อาศัย ไม่สามารถประชุมลูกบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นภาพการยึดครองที่คนกังวลกันคงจะไม่เกิดขึ้น” สุรเชษฐกล่าว

สุรเชษฐกล่าวอีกว่า ที่จริงแล้วประเทศไทยเคยผ่อนปรนให้ต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้เกิน 49% ของยูนิตที่เปิดขายมาแล้วในช่วงระหว่างปี 2542-2547 ซึ่งผู้พัฒนาโครงการในช่วงนั้นส่วนใหญ่ยืนยันว่าถึงแม้จะเปิดให้ต่างชาติถือครองได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีมานด์ในตลาดสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ

“บางคนบอกว่าคอนโดมิเนียมหลายแห่งในตอนนี้มีแต่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าคอนโดมิเนียมในบางทำเลเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติจริง ทำให้มีสัดส่วนการพักอาศัยของต่างชาติสูง ถามว่ามีต่างชาติซื้อแล้วปล่อยเช่าให้คนชาติเดียวกันหรือไม่ ก็คงมี แต่ต้องไม่ลืมว่าต่างชาติจำนวนมากก็เป็นผู้เช่าจากเจ้าของคนไทย” สุรเชษฐกล่าว

กูรูด้านอสังหาฯ ยังมองด้วยว่า มาตรการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาพำนักในไทยจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากกว่า ขณะเดียวกันก็จะช่วยหมุนเฟืองตลาดอสังหาฯ ไทย ที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของคนท้องถิ่นที่หดหายไปจากภาวะวิกฤตโควิดและการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

“ถ้ารัฐผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้ต่างชาติซื้ออสังหาฯ ในไทยได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการจะมีช่องทางระบายยูนิตที่ค้างอยู่ในตลาดจำนวนมากเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่าเงื่อนไขต่างๆ ที่เราเสนอให้เขาดึงดูดเพียงพอหรือไม่ เพราะหลายประเทศก็มีนโยบายคล้ายๆ กัน บางประเทศเสนอสัญชาติให้เลยด้วยก็มี” สุรเชษฐกล่าว

ด้าน เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แม้ว่าภาครัฐจะปรับกฎเกณฑ์ให้ต่างชาติที่จะเข้ามาพำนักในไทยระยะยาวสามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้สะดวกขึ้น แต่ยังเชื่อว่าการเข้ามาซื้ออสังหาฯ ในไทยของชาวต่างชาติน่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เกิดอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนดันให้ราคาในตลาดเพิ่มสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น

“การจะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหรือที่พำนักในบั้นปลาย ผู้ซื้ออาจต้องคำนึงปัจจัยหลายด้าน เช่น เงื่อนไขที่ประเทศนั้นให้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น การรักษาพยาบาล ราคาและผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่ง Yield ในไทยช่วงนี้ก็ปรับลดลง หลายประเทศก็มีปัญหาโควิด ภาพการแห่เข้ามาของต่างชาติคงไม่เกิดขึ้น” เกวลินกล่าว

เกวลินกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่คนกังวลกันว่าคนไทยอาจเข้าถึงการมีบ้านได้ยากขึ้นจากนโยบายดังกล่าว โดยส่วนตัวยังมองว่าเรื่องนี้ยังไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากภาครัฐสามารถวางเงื่อนไขไม่ให้เปิดกว้างจนมากเกินไปได้ เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำของอสังหาฯ ที่ต่างชาติต้องซื้อ ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้ได้จากตัวอย่างในประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน

“ #คงต้องรอดูความชัดเจนของเงื่อนไขต่างๆ จากมาตรการนี้ไปก่อนว่าจะออกมาอย่างไร โดยโจทย์ของไทยคือต้องออกแบบเงื่อนไขไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย ขณะเดียวกันก็ต้องดึงดูดชาวต่างชาติให้มากพอที่เขาจะเข้ามา” เกวลินกล่าว

ขณะที่ กณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า การให้สิทธิในการซื้ออสังหาริมทรัพย์แก่ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาพำนักในไทยระยะยาวถึง 1 ล้านคน จะช่วยชดเชยกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ของคนไทยที่หายไปจากการแพร่ระบาดของโควิด และช่วยดูดซับสต๊อกที่อยู่อาศัยเหลือขายของไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ยังมีจำนวนสูงถึง 176,000 ยูนิต ตลาดอสังหาฯ ไทยจึงมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้มากจากมาตรการดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ด้วยการที่คนต่างชาติมีกำลังซื้อสูงกว่าคนไทย สะท้อนจากราคาซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังของชาวต่างชาติที่ 5.4 ล้านบาท/ยูนิต แพงกว่าคนไทยที่ 2.8 ล้านบาท/ยูนิต อยู่ถึง 116% ก็มีโอกาสที่จะส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยและราคาที่ดินในไทยปรับตัวสูงขึ้น จนอาจสร้างผลกระทบให้คนไทยส่วนหนึ่งไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้

แต่คงเป็นไปได้ยากที่จะแพงเหมือนฮ่องกง เนื่องจากราคาอสังหาฯ ที่แพงมากในฮ่องกงส่วนหนึ่งเป็นเพราะฮ่องกงมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ค่อนข้างเล็ก ราว 1,106 ตร.กม. ทำให้มีความหนาแน่นของประชากรสูงถึง 6,800 คนต่อตร.กม. ผิดกับกรุงเทพฯ ในปัจจุบันที่ยังมีความหนาแน่นต่ำกว่าที่ 3,600 คนต่อตร.กม.

นอกจากนี้ หากประเมินต่อไปว่ามาตรการดังกล่าวสามารถดึงชาวต่างชาติ 1 ล้านคน มาซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด ความหนาแน่นของประชากรกรุงเทพฯ ก็จะเพิ่มเป็น 4,300 คนต่อตร.กม. ซึ่งยังต่ำกว่าฮ่องกงค่อนข้างเยอะ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้ราคาที่อยู่อาศัยในไทยปรับตัวสูงขึ้นจนเกินไป ภาครัฐควรมีมาตรการควบคุมการซื้ออสังหาฯ ของชาวต่างชาติมาใช้ควบคู่กัน อาทิ การกำหนดให้ซื้ออสังหาฯ ได้บางประเภท บางระดับราคา หรือบางพื้นที่ รวมถึงการจำกัดเพดานของ Foreign Quota

ผุด  #ฟีดเดอร์ EVBus เชื่อมสายสีแดง นำร่องรังสิต-คลอง 7 เคลียร์ 1 เลนวิ่ง ชม.เร่งด่วนวันที่ 2 กันยายน 2564 - 12:22 น. เป...
03/09/2021

ผุด #ฟีดเดอร์ EVBus เชื่อมสายสีแดง นำร่องรังสิต-คลอง 7 เคลียร์ 1 เลนวิ่ง ชม.เร่งด่วน

วันที่ 2 กันยายน 2564 - 12:22 น.

เปิดพิมพ์เขียวระบบฟีดเดอร์รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง คมนาคม-จังหวัดปทุมธานีวางแผนนำรถเมล์ EV Bus วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารป้อนรถไฟฟ้าแบบไร้รอยต่อ 3 เส้นทาง นำร่องโครงการแรก “ #สถานีรถไฟฟ้ารังสิต-คลอง 7” จำนวน 8 สถานี

ไอเดียกระฉูดผ่าทางตันปัญหารถติด
แหง็ก ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า-เย็น ผุด “busway-เลนรถเมล์พิเศษ” วิ่งบนเลนสวนทาง 1 ช่องจราจร กรมทางหลวงเร่งเคลียร์ถนน-ปรับปรุงป้ายสัญญาณจราจรถนนรังสิต-นครนายกให้เสร็จภายใน 2 เดือน รองรับรถไฟฟ้าเปิดบริการเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้เปิดให้บริการโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) แบบเสมือนจริง (soft opening) ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 โดยไม่คิดค่าโดยสาร

#สีแดงเปิดเป็นทางการ พ.ย. 64

ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 3,073 คน เป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์โควิดซึ่งรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเดินทางหากไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาความตรงต่อเวลาอยู่ที่ 96.84% ความน่าเชื่อถือในการให้บริการ 99.35% อยู่ในระดับการให้บริการเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ รถไฟชานเมืองสายสีแดงมีกำหนดเปิดบริการเป็นทางการโดยเก็บค่าโดยสารภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ในระหว่างนี้เป็นช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปิดบริการเป็นทางการ โดยเฉพาะระบบเชื่อมต่อหรือระบบฟีดเดอร์ในการ “ขนคน-ขนของ” ที่จะต้องบูรณาการการทำงานให้สามารถเปิดบริการได้พร้อมกัน

ประกอบด้วยการพัฒนาสถานีเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าในระยะยาว

#สำหรับสถานีเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารมี 3 จุดหลักที่
#สถานีรังสิต
#สถานีตลิ่งชัน และ
#จุดจอดรถอโศก

#ส่วนสถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้ามี 3 จุด
#ที่สถานีเชียงรากน้อย
#สถานีวัดสุวรรณ และ
ัง

สำหรับโครงการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) คาดว่าการให้บริการในเส้นทางสายสถานีรถไฟฟ้ารังสิต-ธัญบุรีคลอง 7 จะสามารถเร่งรัดดำเนินการให้สามารถให้บริการได้ทันกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้

นำร่อง “ #สถานีรังสิต-คลอง 7”

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรังสิตมีจำนวน 3 เส้นทาง คือ 1. #ช่วงสถานีรังสิต-ธัญบุรีคลอง 7 ระยะทาง 19.3 กิโลเมตร
2. #ช่วงสถานีรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร และ
3. #ช่วงสถานีรังสิต-แยก คปอ. ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร

ความคืบหน้าล่าสุด ทางคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จ.ปทุมธานี (อจร.จังหวัดปทุมธานี) เห็นชอบแผนดำเนินการตามผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แล้ว ขั้นตอนต่อไปเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา ซึ่งคาดว่าการประชุม คจร.ต้องรอช่วงหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ทั้งนี้ เมื่อ คจร.พิจารณาเห็นชอบ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาเส้นทาง เงื่อนไข และลักษณะรถที่จะนำมาบริการ เพื่อออกใบอนุญาตเส้นทางสัมปทาน โดยทั้งหมดต้องเร่งรัดให้ทันกำหนดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564

แหล่งข่าวกล่าวว่า เบื้องต้นโครงการนำร่องสายแรกคัดเลือกเส้นทางที่ 1 ช่วงสถานีรังสิต-คลอง 7 สาเหตุเพราะในช่วงเวลาปกติพบว่าสภาพปัญหาจราจรบนถนนรังสิต-นครนายก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305) มีปริมาณการใช้รถติดขัดสะสมเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงเช้าการจราจรหนาแน่น ทำให้รถติดยาวไปถึงคลอง 4 ส่วนช่วงชั่วโมงเร่งด่วนรอบเย็นการจราจรติดขัดยาวไปถึงคลอง 7 การเริ่มนำร่องเส้นทางนี้เพราะมีความพร้อมที่สุด

โจทย์ 4 ข้อดึงคนใช้แมสทรานซิต

แหล่งข่าวกล่าวว่า ระบบฟีดเดอร์ในโครงการนำร่องนี้ มีโจทย์หลักคือทำให้คนหยุดใช้รถส่วนตัวแล้วหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะทำได้ต้องมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ มีความสะดวก โดยต้องมีการทำเชื่อมต่อการเดินทางจากบ้านหรือชุมชนไปยังสถานีรถไฟฟ้ารังสิต ผ่านบริการครอบคลุม 4 ด้าน

ได้แก่ 1.ต้องเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีแดงแบบไร้รอยต่อ 2.มีการเดินรถตามตารางเวลาแบบตรงต่อเวลา (on schedule services) 3.เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green transport) และ 4.ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบได้ (inclusive transport)

เนรมิต Busway 2 เดือนเสร็จ

สำหรับรูปแบบระบบฟีดเดอร์ที่วางแผนไว้ในเส้นทางช่วงสถานีรถไฟฟ้ารังสิต-คลอง 7 นั้น ทางจังหวัดปทุมธานีเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด โดยกำหนดเป็นรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมที่ออกแบบให้เป็นรถไฟฟ้ารางเบา (light rail) เนื่องจากต้องการเร่งรัดโครงการให้ทันกับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของรถไฟฟ้าสายสีแดง

เบื้องต้น ออกแบบให้รถเมล์วิ่งบนเส้นทางเฉพาะ (busway) กำหนดให้อยู่ชิดเกาะกลาง โดยในช่วงเร่งด่วนรอบเช้า จะวิ่งในช่องขวาสุดของเส้นทางขาออก และในช่วงเร่งด่วนเย็น จะวิ่งในช่องขวาสุดของเส้นทางขาเข้า โดยมอบหมายให้ทางจังหวัดปทุมธานีร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) เป็นผู้ปรับปรุงกายภาพของถนนรังสิต-นครนายก และติดตั้งป้ายสัญญาณไฟจราจร มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564

EV Bus “รังสิต-นครนายก”

#รายละเอียดโครงการ EV Bus ตัวรถเมล์มีความจุคนบนรถ 60-120 คน, กำหนดระยะเวลารับส่งต่อรอบ 20 นาที, ความถี่ในการรับส่งผู้โดยสารแบ่งเป็นช่วงเร่งด่วน 15 นาที/คัน กับช่วงนอกเวลาเร่งด่วน 30 นาที/คัน ส่วนเวลาให้บริการกำหนดไว้ตั้งแต่ 5.00-24.00 น. มีจำนวน 8 สถานี ประกอบด้วย
#สถานีรังสิต,
#ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต,
#คลอง 2,
#คลอง 3,
#คลอง 4,
#คลอง 4-5,
#คลอง 5-6 และ
#คลอง 7

แนวเส้นทาง เริ่มต้นที่สถานีรถไฟฟ้ารังสิต เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรังสิต-นครนายก วิ่งตรงไปขึ้นทางต่างระดับรังสิตมุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครนายก วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ และไปสิ้นสุดที่บริเวณคลอง 7 ธัญบุรี

อีก 2 เส้นทางรอเฟสต่อไป

ส่วนอีก 2 สายทางที่เหลือวางแผนดำเนินการในระยะถัดไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมและความพร้อมของจังหวัดปทุมธานีด้วย ได้แก่ เส้นทางช่วง “สถานีรังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต” ระยะทาง 10.3 กิโลเมตร แนวเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีรังสิต วิ่งไปตามถนนเลียบคลองเปรมประชากร ผ่านวัดเปรมประชากร วัดเวฬุวัน ไปสิ้นสุดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ในด้านสถานีมีจำนวนทั้งสิ้น 8 สถานี ประกอบด้วย สถานีรังสิต, โรงเรียนคลองเปรมประชากร, พฤกษาวิลล์, ซ.แม่เนื่อง ภู่เลี้ยง, ซ.บางพูด 2, เชียงราก, ซ.ร่วมใจอุทิศ และ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

และเส้นทางช่วง “สถานีรังสิต-แยก คปอ.” ระยะทาง 10.6 กิโลเมตร แนวเส้นทางเริ่มต้นจากสถานีรังสิตวิ่งไปตามถนนรังสิต-นครนายก ผ่านทางต่างระดับรังสิตเข้าสู่ถนนพหลโยธิน วิ่งตามทางมาเรื่อย ๆ จนสิ้นสุดที่แยก คปอ. ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตที่สถานีแยก คปอ.พอดี

ส่วนจำนวนสถานีตอนนี้วางไว้ 9 สถานีด้วยกัน อยู่ระหว่างการคัดเลือกพื้นที่เพื่อระบุตำแหน่งสถานีที่ชัดเจน

Cr:ประชาชาติธุรกิจ

M-Flow  #ระบบจ่ายค่าผ่านทางรูปแบบใหม่!!!ไม่ต้องชะลอ ไม่ต้องใช้บัตร ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง เตรียมลงทะเบียนเริ่มใช้งาน ตุลาคม 6...
23/08/2021

M-Flow #ระบบจ่ายค่าผ่านทางรูปแบบใหม่!!!
ไม่ต้องชะลอ ไม่ต้องใช้บัตร ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง เตรียมลงทะเบียนเริ่มใช้งาน ตุลาคม 64!!!

วันนี้เอาความคืบหน้าของ #ระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติไม่มีไม้กั้น (Multi-lane Free Flow) หรือ M-Flow

#เตรียมลงทะเบียน Online ตุลาคม 64 นี้ ผ่านเว็บไซต์

https://www.mflowthai.com

ซึ่งเป็นโครงการ ที่ รมต…. เค้าปั้นมาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งน่าจะเป็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอันชิ้นแรกของเค้าเลยมั้ง….

—————————
แล้ว M-Flow คืออะไร ทำงานอย่างไร ???

M-Flow คือระบบ ใช้ภาพถ่าย และ Ai ในการประมวลผลรูปภาพ ร่วมกับ Sensor ต่างๆ ในการตรวจจับรถที่ผ่านเข้าด่านเก็บค่าผ่านทาง

#ข้อดีของ M-Flow

- ไม่มีไม้กัน ผ่านด่านได้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

- ไม่ต้องมีบัตรติดที่รถ (เหมือน Easy pass/M pass)

- เป็นแบบใช้ก่อน จ่ายทีหลัง (Post Paid)

ซึ่งระบบนี้จะแก้ปัญหาหน้าด่านได้มาก ทำให้สามารถผ่านด่านได้เร็วกว่าปรกติถึง 5 เท่า!!!

—————————
ถ้าอยากใช้ M-Flow ทำยังไง??

ต้องเริ่มต้นจากการลงทะเบียนในระบบ M-Flow ทางเว็บไซต์โครงการ

https://www.mflowthai.com

ช่วงตุลาคม 64 นี้!!!

แล้วจะมี M-Flow ที่ด่านไหนบ้าง???

#โครงการจะแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ

- #มอเตอร์เวย์ สาย 9 (วงแหวนตะวันออก) เริ่มทดสอบให้บริการ ตุลาคม 64

- #ทางด่วนฉลองรัช เริ่มทดสอบให้บริการไตรมาส 1 ปี 65

- #มอเตอร์เวย์ สาย 7 (กรุงเทพ-ชลบุรี-อู่ตะเภา), ทางด่วน ฉลองรัช ระยะที่ 2 ,บูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (วงแหวนใต้) เริ่มทดสอบให้บริการไตรมาส 1 ปี 66

—————————
รูปแบบการเก็บค่าผ่านทางนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ ในต่างประเทศใช้มานานแล้ว เช่น SMART ของ สิงคโปร์ ระบบเก็บค่าผ่านทางของ Sewden และอีกหลายประเทศ

ซึ่งจริงๆจุดประสงค์หลังของระบบ เก็บค่าผ่านทางแบบนี้เหมาะกับการใช้เก็บค่าผ่านทางเข้าเขตเมืองชั้นใน อยากให้มาขยายผลใช้ในเขตเมืองชั้นใน เช่น เกาะรัตนโกสิน เพื่อลดการจราจรเข้าเมีองชั้นใน และส่งเสริมการใช้ขนส่งมวลชน

ลองดูตัวอย่างการใช้ด่านเก็บค่าผ่านทางเข้าเมืองชั้นในตามลิ้งค์ครับ

https://www.facebook.com/491766874595130/posts/885714725200341/?d=n

—————————
เรื่องนี้ยังต้องพิสูจน์อีกเยอะ เพราะ บ้านเรามีปัญหาเรื่องทะเบียนปลอม มีปัญหาการบังคับใช้กฏหมายจ่ายค่าผ่านทางเหมือนกับเรื่องค่าปรับความเร็ว….

ที่อยู่

Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66649369146

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริการด้าน อสังหาฯ by Tirawitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริการด้าน อสังหาฯ by Tirawit:

แชร์