15/09/2026
ถอดรหัส BAM: เมื่อวิกฤตอสังหาฯ กลายเป็นขุมทรัพย์ของ “นักฟื้นชีพสินทรัพย์”
หากคุณเปิดพาดหัวข่าวเศรษฐกิจในช่วงนี้ ภาพจำของ “อสังหาริมทรัพย์ไทย” มักเต็มไปด้วยคำว่า ชะลอตัว ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง หนี้ครัวเรือนสูง จนดูเหมือนตลาดกำลังเข้าสู่ทางตัน
แต่มุมมองจาก ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอของ BAM (บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)) กลับชี้ให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม และถ่ายทอดมุมมองดังกล่าวผ่านเวทีเสวนา “Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC” บนเวที TNN Future Forum
ดร.รักษ์ ย้ำชัดว่า “ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้หายไปไหน... แต่มันแค่กำลัง ‘เปลี่ยนรูป’ (Market Transformation)”
ในมุมมองการลงทุน นี่คือประโยคที่เปลี่ยนสถานะของ BAM จาก “ผู้เก็บหนี้ตามวัฏจักร” ไปสู่ “แพลตฟอร์มฟื้นฟูสภาพคล่องเชิงโครงสร้าง” (Resolution Platform) และนี่คือเบื้องหลังสตอรี่การเติบโตที่ถูกขับเคลื่อนด้วย 4 เครื่องยนต์ใหม่
The Real Demand Disruption: เมื่อเค้กไม่ได้เล็กลง แต่เปลี่ยนสูตร
ทำไม BAM ถึงมองว่าตลาดยังไม่ตาย?
เพราะความต้องการมีอยู่จริง แต่เงื่อนไขเปลี่ยน: คนไทยยังอยากมีบ้าน แต่โมเดลเดิมแบบ “One Size Fits All” พังทลายลง โครงสร้างประชากรทั้งสังคมสูงวัย (Aging Society), กลุ่มฟรีแลนซ์/Gig Economy และ Gen Y/Z ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านมือหนึ่งราคาแพงตามเกณฑ์แบงก์แบบเดิมได้
เพราะความได้เปรียบของ AMC สภาวะที่แบงก์เข้มงวดปล่อยกู้จนเกิด NPL/NPA ไหลทะลักเข้าสู่ระบบ คือ “จังหวะการสะสมวัตถุดิบต้นทุนต่ำ” ที่ดีที่สุดของธุรกิจ AMC
เพราะ BAM จึงไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นสุสานของทรัพย์เสีย แต่ต้องการแปรรูปสินทรัพย์ เพื่อส่งกลับสู่ตลาดในราคาและเงื่อนไขที่เรียลดีมานด์ยุคใหม่จับต้องได้ ผ่าน 4 เครื่องยนต์สำคัญที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้โดยตรง
1⃣ การบริหาร NPL — เปลี่ยนหนี้เป็น Cash Collection ที่รวดเร็ว
✅เดิม: รอฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ ซึ่งกินเวลานาน 3–5 ปี เงินจม
✅ เปลี่ยนเป็น เจรจาปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก ให้ทางเลือกที่ลูกหนี้ผ่อนไหวและรักษาบ้านไว้ได้
✅ Investor Impact ปรับพอร์ตให้รับรู้กระแสเงินสดกลับมาเร็วขึ้น (Shorter Payback Period) ลดภาระต้นทุนทางกฎหมาย
2⃣ การยกระดับ NPA — กลยุทธ์ “ชุบชีวิต” ดึง Margin
➡️เดิม: ถือที่ดิน/บ้านรอผู้ซื้อตามสภาพ แข่งขันด้วยราคา
➡️ เปลี่ยนเป็น: คัดทรัพย์ทำเลเด่นมารีโนเวท ใส่แพ็กเกจราคาเข้าถึงง่าย และเปิดออปชันการผ่อนชำระแบบยืดหยุ่นสำหรับผู้ซื้อเรียลดีมานด์
➡️ Investor Impact: ดึงพรีเมียมจากมูลค่าทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) และเปลี่ยนสต็อกจม (Dead Inventory) ให้กลายเป็นยอดขายที่หมุนเวียนเร็ว
3⃣ JV AMC — ปลดล็อกเพดานการโตด้วย Capital-Light Model
✅ การร่วมทุนกับสถาบันการเงินในการบริหารหนี้
✅ Investor Impact: BAM ไม่ต้องแบกรับงบดุล (Balance Sheet) และภาระหนี้ D/E สูงเกินไป แต่ได้ Fee-based Income ค่าบริหาร และส่วนแบ่งกำไร เป็นโมเดลการสเกลพอร์ตที่ไม่ต้องพึ่งพาการเพิ่มทุนหนัก
4⃣ BAMX — การเปลี่ยนร่างสู่ PropTech & Data Platform
▶️ ใช้ Data Analytics และ AI มาประเมินมูลค่าทรัพย์ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ และทำ Personalized Matching
▶️ Investor Impact: หัวใจสำคัญของ AMC คือการลดระยะเวลาการถือครองทรัพย์ (Holding Period) ยิ่ง AI ช่วยจับคู่ทรัพย์กับคนซื้อได้เร็ว ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายยิ่งลดลง และดัน ROE ให้สูงขึ้น
คำว่า “ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศรษฐกิจ” ของ BAM ไม่ใช่แค่สโลแกนเพื่อสังคม แต่คือ กลยุทธ์ธุรกิจ ที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทย ด้วยมีบทบาทสำคัญคือ
📍หนี้เสียและทรัพย์หลุดในระบบยังมีมหาศาล BAM มีวัตถุดิบให้เลือกซื้อในราคาที่มีแต้มต่อสูง
📍การเปลี่ยนบทบาทเป็น Market Maker เชื่อมช่องว่างระหว่าง “แบงก์ที่ไม่กล้าปล่อยกู้” กับ “คนที่อยากมีบ้านแต่กู้ไม่ผ่าน”
📍คุณภาพของกำไรที่ยั่งยืนขึ้น หาก BAM ดัน JV AMC และ BAMX สำเร็จ การสร้างรายได้จะไม่ผูกติดอยู่กับการประมูลหนี้ก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่จะได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการหมุนเงินและความสามารถในการทำกำไรต่อทรัพย์ที่ดีขึ้น