Property Mentor ข้อมูลข่าวสารเพื่อคนซื้อบ้านและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลข่าวสารเพื่อคนซื้อบ้าน และผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ถอดรหัส BAM: เมื่อวิกฤตอสังหาฯ กลายเป็นขุมทรัพย์ของ “นักฟื้นชีพสินทรัพย์”หากคุณเปิดพาดหัวข่าวเศรษฐกิจในช่วงนี้ ภาพจำของ ...
15/09/2026

ถอดรหัส BAM: เมื่อวิกฤตอสังหาฯ กลายเป็นขุมทรัพย์ของ “นักฟื้นชีพสินทรัพย์”

หากคุณเปิดพาดหัวข่าวเศรษฐกิจในช่วงนี้ ภาพจำของ “อสังหาริมทรัพย์ไทย” มักเต็มไปด้วยคำว่า ชะลอตัว ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง หนี้ครัวเรือนสูง จนดูเหมือนตลาดกำลังเข้าสู่ทางตัน
แต่มุมมองจาก ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอของ BAM (บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)) กลับชี้ให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม และถ่ายทอดมุมมองดังกล่าวผ่านเวทีเสวนา “Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC” บนเวที TNN Future Forum

ดร.รักษ์ ย้ำชัดว่า “ตลาดอสังหาฯ ไม่ได้หายไปไหน... แต่มันแค่กำลัง ‘เปลี่ยนรูป’ (Market Transformation)”

ในมุมมองการลงทุน นี่คือประโยคที่เปลี่ยนสถานะของ BAM จาก “ผู้เก็บหนี้ตามวัฏจักร” ไปสู่ “แพลตฟอร์มฟื้นฟูสภาพคล่องเชิงโครงสร้าง” (Resolution Platform) และนี่คือเบื้องหลังสตอรี่การเติบโตที่ถูกขับเคลื่อนด้วย 4 เครื่องยนต์ใหม่

The Real Demand Disruption: เมื่อเค้กไม่ได้เล็กลง แต่เปลี่ยนสูตร

ทำไม BAM ถึงมองว่าตลาดยังไม่ตาย?

เพราะความต้องการมีอยู่จริง แต่เงื่อนไขเปลี่ยน: คนไทยยังอยากมีบ้าน แต่โมเดลเดิมแบบ “One Size Fits All” พังทลายลง โครงสร้างประชากรทั้งสังคมสูงวัย (Aging Society), กลุ่มฟรีแลนซ์/Gig Economy และ Gen Y/Z ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านมือหนึ่งราคาแพงตามเกณฑ์แบงก์แบบเดิมได้

เพราะความได้เปรียบของ AMC สภาวะที่แบงก์เข้มงวดปล่อยกู้จนเกิด NPL/NPA ไหลทะลักเข้าสู่ระบบ คือ “จังหวะการสะสมวัตถุดิบต้นทุนต่ำ” ที่ดีที่สุดของธุรกิจ AMC

เพราะ BAM จึงไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นสุสานของทรัพย์เสีย แต่ต้องการแปรรูปสินทรัพย์ เพื่อส่งกลับสู่ตลาดในราคาและเงื่อนไขที่เรียลดีมานด์ยุคใหม่จับต้องได้ ผ่าน 4 เครื่องยนต์สำคัญที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้โดยตรง

1⃣ การบริหาร NPL — เปลี่ยนหนี้เป็น Cash Collection ที่รวดเร็ว
✅เดิม: รอฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ ซึ่งกินเวลานาน 3–5 ปี เงินจม
✅ เปลี่ยนเป็น เจรจาปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก ให้ทางเลือกที่ลูกหนี้ผ่อนไหวและรักษาบ้านไว้ได้
✅ Investor Impact ปรับพอร์ตให้รับรู้กระแสเงินสดกลับมาเร็วขึ้น (Shorter Payback Period) ลดภาระต้นทุนทางกฎหมาย

2⃣ การยกระดับ NPA — กลยุทธ์ “ชุบชีวิต” ดึง Margin
➡️เดิม: ถือที่ดิน/บ้านรอผู้ซื้อตามสภาพ แข่งขันด้วยราคา
➡️ เปลี่ยนเป็น: คัดทรัพย์ทำเลเด่นมารีโนเวท ใส่แพ็กเกจราคาเข้าถึงง่าย และเปิดออปชันการผ่อนชำระแบบยืดหยุ่นสำหรับผู้ซื้อเรียลดีมานด์
➡️ Investor Impact: ดึงพรีเมียมจากมูลค่าทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) และเปลี่ยนสต็อกจม (Dead Inventory) ให้กลายเป็นยอดขายที่หมุนเวียนเร็ว

3⃣ JV AMC — ปลดล็อกเพดานการโตด้วย Capital-Light Model
✅ การร่วมทุนกับสถาบันการเงินในการบริหารหนี้
✅ Investor Impact: BAM ไม่ต้องแบกรับงบดุล (Balance Sheet) และภาระหนี้ D/E สูงเกินไป แต่ได้ Fee-based Income ค่าบริหาร และส่วนแบ่งกำไร เป็นโมเดลการสเกลพอร์ตที่ไม่ต้องพึ่งพาการเพิ่มทุนหนัก

4⃣ BAMX — การเปลี่ยนร่างสู่ PropTech & Data Platform
▶️ ใช้ Data Analytics และ AI มาประเมินมูลค่าทรัพย์ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ซื้อ และทำ Personalized Matching
▶️ Investor Impact: หัวใจสำคัญของ AMC คือการลดระยะเวลาการถือครองทรัพย์ (Holding Period) ยิ่ง AI ช่วยจับคู่ทรัพย์กับคนซื้อได้เร็ว ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายยิ่งลดลง และดัน ROE ให้สูงขึ้น

คำว่า “ฟื้นคน ฟื้นทรัพย์ ฟื้นเศรษฐกิจ” ของ BAM ไม่ใช่แค่สโลแกนเพื่อสังคม แต่คือ กลยุทธ์ธุรกิจ ที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทย ด้วยมีบทบาทสำคัญคือ
📍หนี้เสียและทรัพย์หลุดในระบบยังมีมหาศาล BAM มีวัตถุดิบให้เลือกซื้อในราคาที่มีแต้มต่อสูง
📍การเปลี่ยนบทบาทเป็น Market Maker เชื่อมช่องว่างระหว่าง “แบงก์ที่ไม่กล้าปล่อยกู้” กับ “คนที่อยากมีบ้านแต่กู้ไม่ผ่าน”
📍คุณภาพของกำไรที่ยั่งยืนขึ้น หาก BAM ดัน JV AMC และ BAMX สำเร็จ การสร้างรายได้จะไม่ผูกติดอยู่กับการประมูลหนี้ก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่จะได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพการหมุนเงินและความสามารถในการทำกำไรต่อทรัพย์ที่ดีขึ้น

สร้างบ้านยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เลือกแบบที่ชอบ แต่ต้องซื้อความมั่นใจที่จับต้องได้ "กองทุนประกันผู้บริโภค" เปลี่ยนความเสี่ยงของ...
13/09/2026

สร้างบ้านยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เลือกแบบที่ชอบ แต่ต้องซื้อความมั่นใจที่จับต้องได้ "กองทุนประกันผู้บริโภค" เปลี่ยนความเสี่ยงของคนที่กำลังวางแผนบ้านให้กลายเป็นความอุ่นใจ

การสร้างบ้านสักหลังบนที่ดินของตัวเองมักเป็นหนึ่งในเป้าหมายใหญ่ที่สุดของชีวิต แต่ในโลกความเป็นจริงใครที่เคยผ่านประสบการณ์นี้ต่างรู้ดีว่า สิ่งที่ยากกว่าการเดินเลือกแบบบ้าน หรือการคุมงบประมาณในกระดาษ คือความกังวลใจตลอดระยะเวลาก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหางบบานปลาย วัสดุไม่ตรงสเปก ผู้รับเหมาทิ้งงาน ไปจนถึงคำถามคาใจว่า “บ้านที่ทุ่มเทเงินเก็บทั้งชีวิต จะสร้างเสร็จและส่งมอบได้จริงหรือไม่”

โจทย์ใหญ่เรื่องความเชื่อมั่นนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมรับสร้างบ้านต้องปรับตัว

"กองทุนประกันผู้บริโภค เป็นแนวคิดเพื่อแก้ Pain Point ในอดีตที่วิธีการทำงานของเราจะออกไปในลักษณะเชิงรับในอดีตเมื่อเกิดข่าวเกี่ยวกับผู้รับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาที่สร้างปัญหา เราก็พยายามสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากบริษัทสมาชิกสมาคม แต่ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสมาชิกหรือไม่ก็ตาม ภาพลักษณ์ของธุรกิจรับสร้างบ้านโดยรวมก็ได้รับผลกระทบอยู่ดี

แม้ว่าปัจจุบันจำนวนข้อร้องเรียนบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมจะลดลงไปมาก เนื่องจากสมาคมมีกระบวนการคัดกรองสมาชิกที่เข้มงวด แต่ถ้าเราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นก็ควรต้องมีเครื่องมือที่มากกว่าการคัดกรองสมาชิกเพียงอย่างเดียว จึงเกิดแนวคิดตั้ง กองทุนประกันผู้บริโภคขึ้นมา" นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านกล่าว

ยกระดับความเชื่อมั่นด้วยกองทุนประกันผู้บริโภค
ในจัดงาน "รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026" ที่จัดโดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ภายใต้แนวคิด “ที่เดียวจบ ครบเรื่องสร้างบ้าน” ระหว่างวันที่ 16 – 20 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี ไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่เพียงการรวบรวมแบบบ้านมาประชันกัน หรือการเสนอโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้า แต่คือการเปิดตัว "กองทุนประกันผู้บริโภค" เพื่อสร้างหลักประกันที่เป็นรูปธรรมในการตัดสินใจซื้อ

นายอนันต์กร ชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายของกองทุนประกันผู้บริโภคว่า สมาคมต้องการให้งานปีนี้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคเดินเข้ามาเปรียบเทียบข้อมูลและวางแผนสร้างบ้านได้อย่างสบายใจที่สุด กองทุนประกันผู้บริโภคจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความมั่นใจให้กับผู้ที่จองและเซ็นสัญญากับบริษัทสมาชิกภายในงาน จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองทันทีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2571

หากเกิดเหตุสุดวิสัยจากความผิดพลาดของบริษัทสมาชิกจนไม่สามารถสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ และผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสมาคม ผู้บริโภคจะได้รับเงินเยียวยาตามความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อ 1 บริษัทสมาชิก ภายใน 30 วัน กองทุนนี้จะช่วยปลดล็อกความกังวลให้การตัดสินใจสร้างบ้านกับบริษัทสมาชิกมาตรฐาน 32 บริษัทที่มีหลักประกันรองรับอย่างชัดเจน

เทรนด์แบบบ้านเน้นดีไซน์ เทคโนโลยี่ ประหยัดพลังงาน สุขภาพ

นอกจากระบบป้องกันความเสี่ยงที่สมาคมนำมาใช้ภายในงานแล้ว ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่พื้นที่ใช้สอย แต่ต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการประหยัดพลังงานในระยะยาว งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026 จึงรวบรวมแบบบ้านใหม่ประจำปี 2026 ไว้กว่า 1,000 แบบ ครอบคลุมตั้งแต่บ้านระดับราคาเริ่มต้น 1 ล้านบาท ไปจนถึงคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมการนำเสนอนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน ระบบ Smart Home เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัย และวัสดุก่อสร้างมาตรฐานจากผู้ผลิตชั้นนำ

นอกจากนี้ เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการติดต่อหลายฝ่าย ภายในงานจึงจัดทีมสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาเรื่องผังบ้านและงบประมาณ พร้อมข้อเสนอสินเชื่ออัตราพิเศษจากพันธมิตรสถาบันการเงินที่พร้อมพิจารณาเบื้องต้นในงาน ที่สำคัญ ผู้ที่จองปลูกสร้างบ้านภายในงานยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทองคำทุกวัน รวมมูลค่าเงินราวัลสูงถึง 450,000 บาท พร้อมโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เฉพาะจากแต่ละบริษัทที่มาร่วมงาน ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ราคาบ้านในงานจะยังคงเป็นราคาเดิม

"เราคาดหวังว่า ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านในช่วงนี้จะได้รับประโยชน์จากงานค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกยังสามารถตรึงราคาไว้ได้ ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้บ้านในระดับราคาเดิม หรืออาจได้รับราคาพิเศษภายในงาน" นายอนันต์กรกล่าว

เป้าหมาย 3,000 ล้านพิสูจน์กำลังซื้อและความเชื่อมั่น

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านตั้งเป้ายอดขายรวมสำหรับงานนี้ไว้ที่ 3,000 ล้านบาท เป็นยอดขายภายในงาน 2,000 ล้านบาท และยอดขายต่อเนื่องหลังจบงานอีก 1,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่เป้าหมายทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงกำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ "ราคาถูกที่สุด" อีกต่อไป แต่มองหาความคุ้มค่าระยะยาว ความปลอดภัยของเงินที่จ่ายและความมั่นใจว่าจะได้บ้านจริงตามสัญญา

งานรับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026 ที่จะจัดขี้นในวันที่ 16-20 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี จึงเป็นจังหวะสำคัญของผู้ที่มีที่ดินหรือกำลังวางแผนสร้างบ้าน ที่จะได้เข้ามาเก็บข้อมูล เปรียบเทียบมาตรฐาน ราคา และวางแผนอย่างเป็นระบบก่อนลงมือสร้างจริง พร้อมหลักประกันว่า จะได้บ้านตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ตรงตามความตั้งใจของผู้จัดงานที่ต้องการให้เป็นงาน "ที่เดียวจบ ครบเรื่องสร้างบ้าน"

สำหรับผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ลงทะเบียนฟรีวันนี้ เพื่อความสะดวกในการเข้างาน และไม่พลาดข่าวสารและสิทธิประโยชน์ก่อนใคร ที่ลิงก์นี้: https://www.hba-th.org/home_expo_2026
#อสังหาริมทรัพย์ #ซื้อบ้าน #ซื้อคอนโด #สร้างบ้าน #รับสร้างบ้าน

บ้านใกล้งานเพื่อคนกรุง ภารกิจท้าทายของผู้ว่าฯชัชชาติสำหรับคนทำงานในเมืองหลวง ความฝันที่จะมี บ้านใกล้งาน เป็นของตัวเองกลา...
12/09/2026

บ้านใกล้งานเพื่อคนกรุง ภารกิจท้าทายของผู้ว่าฯชัชชาติ

สำหรับคนทำงานในเมืองหลวง ความฝันที่จะมี บ้านใกล้งาน เป็นของตัวเองกลายเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความสามารถในการซื้อมันลดน้อยลงจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ปัญหาหนี้ที่ทับถม ไปจนถึงราคาที่อยู่อาศัยที่แพงขึ้นทุกวัน แน่นอนว่า เมื่อดีมานด์ในตลาดอ่อนแรงผลกระทบย่อมส่งตรงไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน ขณะที่หน่วยงานที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงอย่างกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีแนวนโยบายที่สนับสนุน Home ownership ของคนกรุงอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

จนล่าสุดในช่วงปลายๆ วาระแรกของผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ได้มีแนวคิดที่จะสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยได้ตั้งหน่วยสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยขึ้นมา เพื่อหาแนวทางที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีคุณภาพ และสอดคล้องกับชีวิตจริง โดยเริ่มนำร่องที่ข้าราชการ และบุคลากรของกทม.เอง พร้อมกับการดึงผู้ประกอบการภาคอสังหาฯมาร่วมโครงการ BKK Housing Matching และจัดงาน BKK Housing Expo เป็นการเปิดพื้นที่ให้ดีมานด์กับซัพพลายได้มาเจอกัน และเมื่อนายชัชชาติ ได้เข้ามาเป็นผู้ว่าฯในวาระที่ 2 ก็ยังคงเดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง

ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายของผู้ว่าฯชัชชาติ ตลอด 4 ปี ของการทำงานในวาระที่่ 2 ว่าจะบรรลุผลเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด
อ่านรายละเอียด...https://thaipropertymentor.com/archives/38127
#อสังหาริมทรัพย์ #ซื้อบ้าน #ซื้อคอนโด #บ้านใกล้งาน #กทม

ตลาดบ้านมือสอง ...ไม่สนใจไม่ได้จริงๆ เพราะกำลังเปลี่ยนบทบาท จาก “ตลาดทางเลือก” สู่คู่แข่งสำคัญของตลาดบ้านใหม่ เมื่อการโอ...
09/09/2026

ตลาดบ้านมือสอง ...ไม่สนใจไม่ได้จริงๆ เพราะกำลังเปลี่ยนบทบาท จาก “ตลาดทางเลือก” สู่คู่แข่งสำคัญของตลาดบ้านใหม่ เมื่อการโอนฯเพิ่มขึ้นถึง 24.0%

🏠🏢จากข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยโดยข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC แสดงให้เห็นว่า ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายสะสม 195,941 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีมูลค่ารวมสูงถึง 941,218 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 24.9% นั่นหมายความว่าอุปทานไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะในเชิงปริมาณ แต่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่กลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน

ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดเมื่อพิจารณาตามระดับราคา ที่อยู่อาศัยมือสองราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นฐานใหญ่ของตลาด มีจำนวนประกาศขายลดลง 9.9% เหลือ 46,151 หน่วย และมูลค่าลดลง 7.0% ขณะที่สินค้าราคา 7.51–10 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19.4% และสินค้าราคามากกว่า 10 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 32.4% โดยมูลค่ากลุ่มมากกว่า 10 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 39.6%

✅ดังนั้น ภาพของ “บ้านมือสอง = บ้านราคาถูก” กำลังไม่เพียงพอที่จะอธิบายตลาดอีกต่อไป

จาก Supply ที่เพิ่มขึ้น สู่ Demand ที่กลับเข้ามาจริง สัญญาณที่สำคัญกว่าจำนวนประกาศขาย คือ การโอนกรรมสิทธิ์ ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ 62,343 หน่วย เพิ่มขึ้น 24.0% YoY และมีมูลค่าการโอน 124,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% จาก 50,292 หน่วย มูลค่า 101,304 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขนี้ทำให้ภาพตลาดแตกต่างจากการมองเฉพาะ Supply เพราะอุปทานประกาศขายเพิ่มขึ้นเพียง 6.1% แต่จำนวนการโอนเพิ่มขึ้นถึง 24.0% จึงเป็นสัญญาณว่า บ้านมือสองไม่ได้เพียงถูกนำออกมาประกาศขายมากขึ้น แต่มีผู้ซื้อเข้าสู่ตลาดและเกิดธุรกรรมจริงเพิ่มขึ้นด้วย

✅ทำไมบ้านมือสองจึงน่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ “ราคาและทำเล”

ตลาดการโอนสะท้อนชัดว่า Demand จริงไม่ได้กระจายเท่ากันทุกระดับราคา แต่มีความแข็งแรงในช่วง 1.51–5.00 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วงราคา 2.01–3.00 ล้านบาท ซึ่งจำนวนโอนเพิ่มขึ้น 29.7% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 29.9%

🎯ขณะเดียวกัน บ้านมือสองราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทยังมีการโอนถึง 21,706 หน่วย หรือ 34.8% ของจำนวนการโอนทั้งหมด แม้ Supply ประกาศขายในกลุ่มนี้กำลังลดลง จึงเกิดภาพที่น่าสนใจว่า ตลาดระดับล่างมี Supply ลดลง แต่ยังมี Demand จำนวนมาก ขณะที่ตลาดระดับกลางกำลังขยายตัวอย่างแข็งแรง ซึ่งทำให้บ้านมือสองมีบทบาทในการเติมช่องว่างด้านความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของครัวเรือนมากขึ้น

สภาวะดังกล่าวมีความสำคัญเมื่อเทียบกับตลาดบ้านใหม่ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และราคาพัฒนาโครงการใหม่ ขณะที่ “บ้านมือสอง” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบ้านราคาถูกที่สุด แต่หมายถึงการที่ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทำเลเดิมหรือทำเลเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแล้ว ในระดับราคาที่อาจเข้าถึงได้มากกว่าการซื้อโครงการใหม่ในพื้นที่เดียวกัน

📍“คอนโดมือสอง” เป็นตลาดที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ อีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนมากคืออาคารชุด

ด้าน Supply จำนวนอาคารชุดมือสองประกาศขายเพิ่มขึ้น 25.2% เป็น 49,199 หน่วย ขณะที่มูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้นถึง 67.8% เป็น 285,129 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของที่อยู่อาศัยประเภทอื่นอย่างชัดเจน

แต่ที่สำคัญคือ Demand เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดมือสองเพิ่มขึ้นถึง 39.4% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 41.0% ขณะที่บ้านเดี่ยวซึ่งยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด เติบโต 16.8% ในด้านจำนวนหน่วยและ 18.9% ในด้านมูลค่า

📍อาจสรุปได้ว่า “คอนโดมือสอง” กำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวสูงที่สุด

สำหรับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย นี่เป็นทางเลือกในการเข้าสู่ทำเลเมืองโดยไม่จำเป็นต้องซื้อโครงการเปิดใหม่ ส่วนสำหรับนักลงทุน หมายถึงการมีสินทรัพย์จำนวนมากขึ้นให้เลือกเปรียบเทียบทั้งราคา ทำเล สภาพอาคาร และศักยภาพการปล่อยเช่า

🎯กรุงเทพฯ ยังเป็นหัวใจ แต่โอกาสใหม่กำลังกระจายออกต่างจังหวัด ตลาดบ้านมือสองยังมีลักษณะ “กระจุกตัว” สูง

กรุงเทพฯ–ปริมณฑลมีอุปทานประกาศขายถึง 94,587 หน่วย หรือ 48.3% ของประเทศ แต่มูลค่าสูงถึง 673,655 ล้านบาท หรือ 71.6% ของมูลค่าประกาศขายทั้งหมด ในด้านธุรกรรมจริง กรุงเทพฯ–ปริมณฑลมีการโอน 26,388 หน่วย หรือ 42.3% ของประเทศ มูลค่า 59,003 ล้านบาท หรือ 47.4% โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 35.0% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 29.4% YoY

หากลงไปถึงระดับจังหวัด กรุงเทพมหานครยิ่งโดดเด่น โดย Supply ประกาศขายเพิ่มขึ้น 29.4% และมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 51.8% ขณะที่ราคาประกาศเฉลี่ยเพิ่มจาก 8.0 ล้านบาทเป็น 9.4 ล้านบาทต่อหน่วย แต่สิ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามคือ ตลาดเติบโตใหม่ในต่างจังหวัด
นครราชสีมามี Supply เพิ่มขึ้นถึง 59.7% และมูลค่าเพิ่ม 91.1% ขณะที่ระยองเพิ่มขึ้น 40.0% และ 36.1% ตามลำดับ

🎯ด้านการโอนกรรมสิทธิ์ กรุงเทพมหานครยังนำด้วยการโอน 13,910 หน่วย เพิ่ม 38.7% แต่ปทุมธานีเพิ่ม 38.9% สมุทรปราการ 33.7% ระยอง 25.5% นครราชสีมา 21.3% และขอนแก่น 22.0%

ภาพดังกล่าวบอกว่า ตลาดบ้านมือสองในอนาคตอาจไม่ได้อยู่เพียงพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ แต่จะค่อย ๆ กลายเป็นขยายไปตามการขยายตัวของเมือง การจ้างงาน โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการย้ายถิ่นฐานโอกาสลงทุนจึงไม่ได้อยู่ที่ “ซื้อบ้านเก่าราคาถูก” เท่านั้น

🎯จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ Developer: บ้านมือสองกำลังกลายเป็น “คู่แข่งทางราคาและทำเล”

ประเด็นนี้น่าจะเป็นสาระสำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
ที่ผ่านมา Developer มักประเมินการแข่งขันจาก “โครงการใหม่กับโครงการใหม่” ใน Catchment Area เดียวกัน แต่เมื่อบ้านมือสองมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์ตลาดในอนาคตอาจต้องเปลี่ยนไป

เพราะในมุมของผู้ซื้อ บ้านใหม่ราคา 4 ล้านบาทไม่ได้แข่งขันเฉพาะกับโครงการใหม่ราคา 4 ล้านบาทอีกต่อไป แต่อาจแข่งขันกับคอนโดมือสองราคา 3 ล้านบาท บ้านมือสองราคา 3.5 ล้านบาท หรือทรัพย์ของสถาบันการเงินในทำเลเดียวกันด้วย

ตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2569 กำลังส่งสัญญาณว่า ตลาดบ้านมือสองของไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดรองอีกต่อไป เมื่อจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 24.0% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 22.9% ขณะที่อาคารชุดเติบโตเด่น กลุ่มราคา 1.51–5 ล้านบาทมี Demand แข็งแรง และกรุงเทพฯ–ปริมณฑลยังเป็นศูนย์กลางของธุรกรรม

🔺วันนี้สำหรับ Developer คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า“ปีหน้าควรเปิดโครงการใหม่ที่ไหน”
แต่อาจรวมถึง “ในเมืองมีสินทรัพย์เดิมอะไรบ้าง ที่สามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากที่ดินเปล่า” และอนาคตอสังหาฯ ไม่ได้มีเพียงการสร้างเพิ่ม แต่รวมถึงการนำสินทรัพย์เดิมกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ที่สร้างกำไรที่มากกว่า

Wellness Real Estate พลิกเกมอสังหาฯ สู่ Longevity Livingธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ...
08/09/2026

Wellness Real Estate พลิกเกมอสังหาฯ สู่ Longevity Living

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อภาพของการแข่งขัน ลด แลก แจก แถม คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแต่ยังขายได้แค่ครึ่ง และบ้านจัดสรรหรูหราที่ปิดการขายไม่ลง อาจไม่ได้เกิดจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงจนสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อเพียงเท่านั้น แต่เบื้องลึกคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรศาสตร์ครั้งใหญ่ เมื่อประชากรไทยกำลังลดจาก 67 ล้านคน เหลือ 60 ล้านคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขนาดครอบครัวหดเล็กลงเหลือเพียง 1-2 คน อัตราการเกิดลดลง ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุพุ่งทะยาน

คำถามที่ท้าทายผู้ประกอบการทุกคนในวันนี้คือ เมื่อบ้านหลังใหญ่ๆ แบบเดิมเริ่มไม่เป็นที่ต้องการ เพราะจำนวนคนอยู่อาศัยลดลง ขณะที่คนรุ่นใหม่มีเงื่อนไขการซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม และ เทรนด์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเอาตัวรอดอย่างไร? หนึ่งในคำตอบที่กำลังเปลี่ยนจากทางเลือกเป็นทางรอดของธุรกิจคือการเปลี่ยนผ่านสู่ Wellness Real Estate และ Longevity Living ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ขายเพียงแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่ขายคุณภาพชีวิตและช่วงเวลาสุขภาพดีของมนุษย์
อ่านรายละเอียด...https://thaipropertymentor.com/archives/38074
#อสังหาริมทรัพย์ #ซื้อบ้าน #ซื้อคอนโด

ก้าวสู่ปีที่ 73 กับการยกระดับองค์กรสู่ "Beyond Housing Bank" เพื่อนคู่คิดทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน กับธนาคารอาคารสงเคราะห์...
06/09/2026

ก้าวสู่ปีที่ 73 กับการยกระดับองค์กรสู่ "Beyond Housing Bank" เพื่อนคู่คิดทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน กับธนาคารอาคารสงเคราะห์

ตลอดเส้นทางกว่า 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2496 ภาพจำของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คือเสาหลักที่ช่วยสานฝันให้คนไทยนับล้านได้มี “บ้าน” เป็นของตัวเองโดยดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส. กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “ธอส. 73 ปี Beyond” เพื่อยกระดับสู่การเป็น “Beyond Housing Bank” ซึ่งสะท้อนเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเพียงผู้ปล่อยสินเชื่อ แต่คือการเป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่จะคอยดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน โดยนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยมาผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการ เพื่อสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

และเพื่อเป็นการส่งมอบคำขอบคุณแทนความผูกพันตลอด 73 ปี ดร.มหัทธนะ และ ธอส. ได้เปิดตัวแคมเปญผลิตภัณฑ์ทางการเงินชุดใหญ่ครอบคลุมทุกมิติตลอดเดือนเกิด ดังนี้

🎯 ปลดล็อกทุกความกังวลเรื่องบ้าน ด้วยสินเชื่อ “Worry Free”

สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านแต่ยังลังเลกับภาระค่าใช้จ่าย ธอส. ส่งแคมเปญ สินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond ภายใต้คอนเซปต์ Worry Free มอบอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 0.73% ต่อปี พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายเริ่มต้นให้อย่างเต็มที่ ทั้งฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน และฟรีค่าธรรมเนียมจดจำนอง ช่วยลดต้นทุนก้อนแรก เพื่อให้การมีบ้านหลังแรกเป็นเรื่องที่ง่ายและสบายใจที่สุด

🎯 ทางเลือกการออมที่มั่นคงและคุ้มค่า ลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน

สำหรับสายวางแผนการเงิน ธอส. จัดเต็มผลิตภัณฑ์เงินฝากและสลากออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า:
✅สลากออมทรัพย์ ธอส. 73 ปี Beyond: ออมมั่นคง หน่วยละ 1,000,000 บาท อายุสลาก 2 ปี รับอัตราดอกเบี้ยหน้าสลากเน้น ๆ 1.20% ต่อปี (จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน) พร้อมโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่ 3,000,000 บาท ในทุก ๆ งวด ที่พิเศษไปกว่านั้นคือผู้ฝากสามารถเลือกหมวดสลากได้เองตามใจชอบ และสำหรับ 730 รายแรกที่ซื้อตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป รับฟรีทันที สลากออมทรัพย์ชุดทองกวาวมั่งมี 2 มูลค่า 3,000 บาท
✅เงินฝากออมทรัพย์เจ้าสัว: สิทธิพิเศษระดับพรีเมียมเฉพาะกลุ่มลูกค้า G H BANK CROWN รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% ต่อปี พร้อมรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 500 บาท เมื่อเปิดบัญชีหรือฝากเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด

🎯มหกรรมประมูลบ้านมือสอง ลดแรง สะเทือนวงการ สูงสุด 50%

วันที่ 19 กันยายน 2569 ปักหมุดรอได้เลยกับงานประมูลบ้านมือสองครั้งใหญ่ ธอส. คัดสรรบ้านและทรัพย์มือสองสภาพดี บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศกว่า 12,000 รายการ ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมจัดโปรโมชันลดราคาสูงสุดถึง 50% ควบคู่ไปกับสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี เปิดประตูให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านทำเลดีในราคาสบายกระเป๋า

🎯ชำระดีมีคืน: คำขอบคุณจากใจถึงลูกค้าวินัยเยี่ยม

ธอส. ตอกย้ำว่าความมีวินัยทางการเงินสมควรได้รับการยกย่อง จึงจัดทำโครงการ “73 ปี ธอส. ชำระดีมีคืน” มอบเงินคืน 0.73% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ชำระตลอดทั้งปี 2568 ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อที่ผูกพันและกู้เงินกับ ธอส. มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี มีประวัติผ่อนชำระดีสม่ำเสมอติดต่อกัน 48 เดือน (ถึงสิงหาคม 2569) และไม่เคยมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) โดยเงินที่ได้รับคืนนี้จะนำไปตัดชำระเงินกู้ให้อัตโนมัติในงวดเดือนกันยายน 2569 ทันที เพื่อแบ่งเบาภาระและคืนความสุขให้กับลูกค้า

📍ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ไปด้วยกัน
ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจจริงของ ธอส. ที่นำโดย ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ และทีมงานทุกคน ในการมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและร่วมเคียงข้างสร้างอนาคตให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

ถอดรหัสอนาคต Hospitality จากห้องพักสู่ ‘เดสติเนชัน’ และขุมทรัพย์ใหม่ของอสังหาฯ โรงแรมในปัจจุบัน ธุรกิจโรงแรมและการบริการ...
05/09/2026

ถอดรหัสอนาคต Hospitality จากห้องพักสู่ ‘เดสติเนชัน’ และขุมทรัพย์ใหม่ของอสังหาฯ โรงแรม

ในปัจจุบัน ธุรกิจโรงแรมและการบริการระดับพรีเมียมถึงอัลตร้าลักซ์ชัวรีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็น "สถานที่พักแรม" อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น "Lifestyle, Experiential & Investment Destination" ที่มุ่งตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โรงแรมต้องตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ สุขภาวะ และความคุ้มค่าในการลงทุน

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 2 บริษัทใหญ่ ชี้ชัดว่าโอกาสทางธุรกิจของโรงแรมยุคใหม่อยู่ตรงไหน

📍หมดยุคสปาขนาดเล็ก: เมื่อ "Wellness Ecosystem" กลายเป็นแกนหลัก เจาะขุมทรัพย์มิลเลนเนียล

จากงานสัมมนาธุรกิจบริการระดับสากล BEING Thailand 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต ได้ฉายภาพชัดเจนว่า ธุรกิจเวลเนสในโรงแรมไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจระยะยาว โดยผู้พัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์กำลังขยายพื้นที่ด้านเวลเนสจากเดิมเพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตร สู่พื้นที่ระดับ “หลายพันตารางเมตร” เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ไร้รอยต่อ ทั้งการฟื้นฟูร่างกาย โภชนาการ การออกกำลังกาย และพื้นที่พบปะสังสรรค์ (Social Wellness)

สอดรับกับแนวคิดจาก BEING 2026 ที่ชี้ว่าผู้บริโภคยุคนี้ (โดยเฉพาะมิลเลนเนียล) ยินดีจ่ายเงินให้กับ "ประสบการณ์ชีวิตและคุณค่าทางอารมณ์" (Experiential Hospitality) มากกว่าความหรูหราแบบดั้งเดิม

ในระดับโครงการมิกซ์ยูส (AWC Aquatique) เวลเนสถูกนำมารวมเป็นหนึ่งในแกนของ Integrated Destination ในระดับโรงแรมอัลตร้าลักซ์ชัวรีระดับโลก The Lake Como EDITION ของแสนสิริ มีโปรแกรมสุขภาพระดับพรีเมียมอย่าง The Longevity Suite เป็นจุดขายสำคัญสำหรับแขกระดับไฮเอนด์

📍เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาแบบ Standalone โรงแรมเดี่ยวเริ่มมีข้อจำกัด โครงการยุคใหม่มักพัฒนาแบบ Integrated Destination เช่นโครงการ Aquatique ของ AWC ที่รวบรวมโรงแรม สวนน้ำ แหล่งบันเทิง ร้านค้า และเวลเนสไว้ด้วยกัน ด้วยการจับมือกับพันธมิตรคอนเทนต์ระดับโลก กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ที่ผนึกกำลังกับ Universal Destinations & Experiences วางแผนเปิดตัวโรงแรมระดับลักชัวรีธีม DreamWorks Animation แห่งแรกในไทย จำนวน 300 ห้อง พร้อมสวนน้ำขนาดใหญ่ทั้งในร่มและกลางแจ้งริมหาดพัทยา ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2576

คล้ายคลึงกับ The Lake Como EDITION ที่สร้าง Ecosystem ภายในตัวครบครัน ทั้ง Beach Club, Floating Pool, ร้านอาหารมิชลิน และสถาปัตยกรรมระดับประวัติศาสตร์ ช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน และเพิ่มระยะเวลาการเข้าพัก โดย บมจ. แสนสิริ ขยายการลงทุนผ่านกองทุน Sansiri Capital ด้วยงบกว่า 8,000 ล้านบาท ปิดดีลถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ในโรงแรม "The Lake Como EDITION" แลนด์มาร์กระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี ริมทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี จากกลุ่ม Bain Capital และ Omnam Group

4 การเปลี่ยนสู่โอกาสใหม่ในธุรกิจโรงแรม

1⃣ Wellness คือ New Luxury เปลี่ยนสปาธรรมดาให้เป็นระบบนิเวศสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อรองรับดีมานด์มิลเลนเนียลที่ใส่ใจสุขภาวะ

2⃣ พลังแห่งความบันเทิงและเรื่องราว (IP-Driven) ใช้จุดเด่นของแบรนด์ระดับโลกหรือคาแรกเตอร์ยอดนิยมมาสร้างประสบการณ์เข้าพักที่หาจากที่อื่นไม่ได้

3⃣ Integrated Lifestyle Hub เชื่อมต่อโรงแรม เข้ากับสวนน้ำ รีเทล ร้านอาหาร และเวลเนส เพื่อเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อหัวและสร้างการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

4⃣ บริหารพอร์ตลงทุนเชิงรุก สำหรับกลุ่มทุน การเข้าซื้อสินทรัพย์ระดับ Trophy Asset บนทำเลศักยภาพสูงระดับโลกที่ซัพพลายจำกัด เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

"ดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไร"... แต่ความสนุกเกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรม! ไขปมทางวิศวกรรม ทำไมพื้นชั่วคราวกลางคอนเสิร์ตอัสนี-วสัน...
03/09/2026

"ดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไร"... แต่ความสนุกเกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรม! ไขปมทางวิศวกรรม ทำไมพื้นชั่วคราวกลางคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ถึง "ยุบตัว"?

เหตุการณ์พื้นที่นั่งชมคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ ยุบตัวลงมาเมื่อคืนวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา กลายเป็นภาพที่ทำเอาหลายคนใจหายวาบ แม้เบื้องต้นจะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจนทุกคนต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่คำถามตัวโตๆ ที่ตามมาทันทีคือ โครงสร้างที่รองรับคนนับร้อยนับพันยุบตัวลงมาได้อย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า "พื้นอาคารทรุด" แต่ในความเป็นจริง ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า พื้นถาวรของอาคารไม่ได้พังลงไปแม้แต่น้อย แต่ส่วนที่ยุบตัวคือ "พื้นที่นั่งยกระดับชั่วคราว" ซึ่งเป็นโครงเหล็กหรือนั่งร้านที่นำมาประกอบติดตั้งเฉพาะกิจ เพื่อให้ผู้ชมมองเห็นเวทีได้ชัดเจนขึ้น

เมื่อเป็นเพียง "โครงสร้างชั่วคราว" ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ฐานรากของตึก แต่มันซ่อนอยู่ใน 3 ปมวิศวกรรมสำคัญ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการยุบตัวครั้งนี้:

1. นั่งร้านไม่สมบูรณ์: ขาดค้ำยัน จุดยึดหลุด หรือฐานทรุด
การที่นั่งร้านเหล็กจะยืนหยัดรับน้ำหนักได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ "จำนวนเสา" เท่านั้น แต่อยู่ที่ความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนและการติดตั้ง

ชิ้นส่วนเหล็กต้องตรง ไม่งอหรือเป็นสนิม

จุดยึดระหว่างขากับคานต้องล็อกแน่นครบทุกจุด

ฐานรองด้านล่างต้องมีแผ่นรองรับเฉพาะ (Jack Base) เพื่อกระจายน้ำหนัก

ที่สำคัญที่สุดคือ "ค้ำยันยึดโยงแนวทแยง" หากช่างติดตั้งใส่อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ครบ เมื่อมีน้ำหนักกดทับ โครงสร้างจะเสียเสถียรภาพ เกิดการเซ เอียง และพับยุบตัวลงมาทันที

2. กับดักน้ำหนักคน: ไม่ใช่แค่นั่งนิ่ง แต่มี "แรงเต้นเข้าจังหวะ"
ตามกฎกระทรวงฯ ปี 2566 โครงสร้างประเภทอัฒจันทร์จัดอยู่ในกลุ่มอาคารชุมนุม ต้องออกแบบให้รับน้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) ไม่น้อยกว่า 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งตัวเลขนี้ดูเหมือนจะเพียงพอหากทุกคน "นั่งนิ่งๆ"

แต่ในโลกความเป็นจริงของคอนเสิร์ต คนดูไม่ได้อยู่นิ่ง มีทั้งการลุกขึ้นกระโดด เต้น และโยกตัวตามเสียงเพลงพร้อมๆ กัน เมื่อคนนับร้อยขยับตัวในจังหวะเดียวกัน จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การสั่นพ้อง (Resonance)" คือความถี่ของแรงจากการเต้นไปตรงกับความถี่ธรรมชาติของโครงสร้างนั่งร้าน ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงมหาศาลและโครงสร้างสั่นไหวอย่างรุนแรง หากคำนวณเผื่อไว้แค่คนนั่ง แต่ไม่เผื่อแรงไดนามิกจากการโยก นั่งร้านก็ยากจะต้านทานไหว

3. เรื่องของกฎหมาย: ถึงเกณฑ์ต้องมี "วิศวกรคุม" หรือไม่?
ตามกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมปี 2565 ระบุชัดเจนว่า อัฒจันทร์ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป จัดเป็นงานวิศวกรรมควบคุม
นั่นหมายความว่า ตั้งแต่ขั้นตอนการคำนวณออกแบบ การลงนามรับรอง ไปจนถึงการลงพื้นที่ควบคุมการประกอบติดตั้งหน้างาน จะต้องมี "วิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต" คอยตรวจเช็กทุกจุดอย่างเข้มงวด จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างทั่วไปประกอบตามความคุ้นเคยไม่ได้เด็ดขาด

บทเรียนที่โชคดีไม่มีน้ำตา

เหตุการณ์นี้นับเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่สำหรับผู้จัดงานอีเวนต์และคอนเสิร์ตในบ้านเรา แม้ครั้งนี้เราจะรอดพ้นความสูญเสียมาได้เพราะ "โชคช่วย" แต่ความปลอดภัยของผู้ชมไม่ควรต้องฝากไว้กับโชคชะตา

โครงสร้างชั่วคราวอาจรื้อถอนได้ง่าย แต่มาตรฐานความปลอดภัยต้องมั่นคงถาวร การคำนวณน้ำหนักเผื่อแรงเหวี่ยง การใช้อุปกรณ์ที่สมบูรณ์ และการมีวิศวกรควบคุมตามหลักวิชาชีพอย่างถูกต้องคือกุญแจดอกเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ความสนุกในค่ำคืน ต้องกลายเป็นฝันร้ายซ้ำสองในอนาคต
#คอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ #พื้นยุบตัว #วิศวกรรมโครงสร้าง

ขอบคุณภาพคอนเสิร์ตจากฐานเศรษฐกิจ

มีบ้านได้ เงินเก็บก็ยังอยู่! ส่องทางเลือกใหม่จาก SCxแบงก์กรุงเทพ ใช้เงินฝากค้ำสินเชื่อ ตอบโจทย์คนไม่อยากทิ้งดอกเบี้ยเคยไ...
02/09/2026

มีบ้านได้ เงินเก็บก็ยังอยู่! ส่องทางเลือกใหม่จาก SCxแบงก์กรุงเทพ ใช้เงินฝากค้ำสินเชื่อ ตอบโจทย์คนไม่อยากทิ้งดอกเบี้ย

เคยไหม... อยากซื้อบ้านหรือคอนโด แต่ติดตรงที่ต้องถอน “เงินเก็บก้อนใหญ่” ออกมาใช้ ทั้งเสียดายผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สั่งสมมา หรือหากจะยื่นกู้แบบปกติก็มีภาระค่าจดจำนองและขั้นตอนเอกสารที่จุกจิก

ล่าสุด เอสซี แอสเสท (SC) ได้จับมือกับ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เปิดตัวโซลูชั่นทางการเงินรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน” เพื่อที่อยู่อาศัย ชูคอนเซ็ปต์เข้าใจง่าย “บ้านและคอนโดก็ได้ เงินฝากก็อยู่” เพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงิน

ไม่ต้องจ่ายเงินสด ไม่ต้องจดจำนอง

โมเดลนี้เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านและคอนโด สามารถนำ “สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ” มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้โดยตรง โดยไม่ต้องถอนเงินสดออกมาจ่ายค่าที่อยู่อาศัย และไม่ต้องนำสินทรัพย์อื่นมายื่นเพิ่มเติม จึงตัดภาระค่าธรรมเนียมการจดจำนองออกไปได้ทั้งหมด ที่สำคัญ เงินฝากในบัญชีก็ยังคงได้รับผลตอบแทนและดอกเบี้ยตามปกติ ทำให้เงินก้อนของคุณยังทำงานต่อไปได้แบบไม่สะดุด

แคมเปญนี้ครอบคลุมตั้งแต่การซื้อที่อยู่อาศัย การปลูกสร้าง ไปจนถึงการต่อเติมและตกแต่ง ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าเงินฝากค้ำประกัน ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี โดยมีจุดเด่นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่:

อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Low Cost): คิดอัตราดอกเบี้ยอิงกับประเภทเงินฝาก โดยบวกเพิ่มเพียง 1.50% สำหรับบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ และบวกเพิ่ม 1.75% สำหรับบัญชีเงินฝากประจำ

เงินฝากยังสร้างผลตอบแทน (Deposit & Earn): ได้ทั้งที่อยู่อาศัย และเงินฝากยังคงทำกำไรต่อไปตามปกติ

ใช้ง่าย ไม่ต้องจดจำนอง (Asset Friendly): ใช้เพียงบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน ไม่ยุ่งยากเรื่องการประเมินหรือวางหลักทรัพย์อื่น

ความยืดหยุ่นสูง (Full Flexibility): จัดการภาระหนี้ได้คล่องตัว สามารถโปะ ปิดยอด หรือลดหนี้เมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนด

ทางด้านผู้บริหารจาก SC มองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินและการสร้างผลตอบแทนระยะยาวมากขึ้น โซลูชั่นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยซื้อบ้าน แต่ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษา “เงินสำรองฉุกเฉิน” และ “เงินออมเพื่อการเกษียณ” ให้อยู่ครบ พร้อมเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินให้กับผู้ซื้อได้อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจในสินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกันสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อ ตลอดจนโครงการบ้านและคอนโดที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://sc.scasset.com/Hj5R
#อสังหาริมทรัพย์ #ซื้อบ้าน #ซื้อคอนโด

10 อันดับ ต่างชาติที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมูลค่าสูงสุดในครึ่งแรกของปี 2569 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานตัวเลขการโอนก...
28/08/2026

10 อันดับ ต่างชาติที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมูลค่าสูงสุดในครึ่งแรกของปี 2569

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พบว่ากำลังซื้อจากต่างชาติมีการหดตัวลง โดยมีชาวต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 6,533 หน่วย ซึ่งลดลง -8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และคิดเป็นมูลค่ารวม 28,267 ล้านบาท หรือลดลง -1.5% YoY

สัญชาติจีนครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการโอนสูงสุดถึง 6,874 ล้านบาท ตามมาด้วยสัญชาติรัสเซียในอันดับที่ 2 มูลค่า 3,603 ล้านบาท สัญชาติพม่าอันดับที่ 3 มูลค่า 2,457 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกาในอันดับที่ 4 มูลค่า 1,668 ล้านบาท

ในลำดับถัดมาคือไต้หวันอันดับที่ 5 มูลค่า 1,465 ล้านบาท ฝรั่งเศสอันดับที่ 6 มูลค่า 1,211 ล้านบาท สหราชอาณาจักรในอันดับที่ 7 มูลค่า 1,116 ล้านบาท และเยอรมันในอันดับที่ 8 มูลค่า 954 ล้านบาท

ส่วนสองอันดับสุดท้ายในกลุ่มท็อปเทน ได้แก่ ออสเตรเลียในอันดับที่ 9 มูลค่า 814 ล้านบาท และอินเดียในอันดับที่ 10 มูลค่า 810 ล้านบาท

Top 3 ต่างชาติลงทุนในจังหวัดไหนบ้าง

จีน (China) มีอัตราการเติบโตลดลง -27.7% YoY โดยยังคงเป็นผู้ซื้อหลักในตลาดกรุงเทพฯ และชลบุรี โดยมีการซื้อห้องชุดในกรุงเทพฯ ไปกว่า 4,434 ล้านบาท และในชลบุรี 1,150 ล้านบาท ซึ่งเน้นทำเลธุรกิจและการลงทุนระยะยาว

รัสเซีย (Russia) มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นถึง +75.9% YoY โดยเป็นผู้ซื้อหลักในจังหวัดภูเก็ตด้วยมูลค่าสูงถึง 2,127 ล้านบาท รวมถึงในจังหวัดชลบุรีอีก 1,139 ล้านบาท

พม่า (Myanmar) มีอัตราการเติบโตลดลง -16.2% YoY แต่ยังคงเป็นผู้ซื้อหลักอันดับ 2 ในกรุงเทพฯ โดยมีการซื้อไปถึง 2,260 ล้านบาท ซึ่งเน้นการย้ายถิ่นฐานเพื่อความมั่นคง การศึกษา และการแพทย์

3 ทำเลฮิตของนักลงทุนต่างชาติ

สำหรับการเจาะลึก 3 ทำเลหลักของนักลงทุนต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (H1/2569) มีรายละเอียดของแต่ละทำเลดังนี้

กรุงเทพมหานคร มีอัตราการเติบโตลดลง -10.2% YoY โดยมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ชาวจีน มูลค่า 4,435 ล้านบาท ชาวพม่า มูลค่า 2,260 ล้านบาท และชาวไต้หวัน มูลค่า 1,196 ล้านบาท

ชลบุรี มีอัตราการเติบโตลดลง -7.5% YoY โดยมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ชาวจีน มูลค่า 1,150 ล้านบาท ชาวรัสเซีย มูลค่า 1,139 ล้านบาท และชาวเยอรมัน มูลค่า 387 ล้านบาท

ภูเก็ต มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นถึง +75.4% YoY โดยมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ชาวรัสเซีย มูลค่า 2,127 ล้านบาท ชาวจีน มูลค่า 487 ล้านบาท และชาวฝรั่งเศส มูลค่า 184 ล้านบาท
#อสังหาริมทรัพย์ #ต่างชาติ #ลงทุนอสังหา

ที่อยู่

890/397 ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66899677035

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Property Mentorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Property Mentor:

ทางลัด

แชร์