Healthydd รับบริหารงานขายโครงการอสังหาริมทร? รับสมัครเจ้าหน้าที่ Confirm Order และตัวแทนจำหน่าย

13/04/2022
18/02/2022

ปลูกต้นอะไรดี ?
ที่ระบบรากจะไม่ทำลายโครงสร้าง
เพราะไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในอาคารลักษณะไหน ๆ ต้นไม้ก็ยังคงเป็นองค์ประกอบที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่การจะปลูกต้นไม้ใกล้อาคารก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะไหนจะมีเรื่องระบบรากที่อาจทำลายโครงสร้างจนเกิดความวุ่นวาย ปวดหัวตามมา ใครที่กำลังหาพันธุ์พืชฟอร์มสวยยอดฮิตที่เป็นมิตรกับอาคาร วันนี้ Dsign Something มี Plants List ดีๆ มาฝากกัน
| พุดกังหัน
หากกลัวไม้ใหญ่จะดูแลยาก อาจจะลองลดสเปคลงมาเป็นไม้พุ่มขนาดกลางอย่างต้นพุดกังหัน ต้นไม้ฟอร์มสวยที่มีใบเป็นลักษณะเฉพาะ ด้วยโคนใบแคบแหลม ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมันเงา ออกดอกเป็นช่อสีขาว สามารถนำไปออกแบบสวนได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสวนโมเดิร์น สวนยุโรป หรือบรรยากาศแบบสวนเมืองร้อน แต่อาจจะไม่เพียงพอกับการเป็นไม้ให้ร่มเงา
| จิกน้ำ
จิกน้ำเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่ผลัดใบ สูงได้ถึง 5 – 18 เมตร ทรงต้นและพุ่มใบแผ่กว้าง เหมาะให้ร่มเงาหรือใช้เป็นไม้ประธานริมน้ำ สามารถปลูกใกล้อาคารได้แต่ต้องมีระยะปลูกที่เหมาะสมประมาณ 3 – 6 เมตร ดอกมีกลิ่นหอม ส่วนผลที่หล่นจากต้นลงพื้นดินสามารถงอกเป็นต้นใหม่ได้ ควรรีบถอนออกก่อนที่รากจะฝังลึกกลายเป็นต้นใหม่
| หลิว
หลิวเป็นไม้ยืนต้นที่ปลูกเป็นต้นไม้ประธานก็ได้ หรือปลูกเป็นฉากหลังก็ดี และด้วยขนาดลำต้นที่ไม่ใหญ่มากจึงสามารถปลูกในสวนที่มีขนาดจำกัดหรือปลูกใกล้อาคารได้ โดยมีระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4–8 เมตร ฟอร์มเฉพาะตัวและเส้นสายของใบที่พลิ้วไหว ช่วยลดทอนความแข็งขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมได้ดี
| ปีบ
สำหรับใครที่ชอบไม้ใหญ่มีดอก ต้นปีปอาจเป็นทางออกที่ดี เพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และยังให้ร่มเงา ถึงต้นปีปจะมีรากที่แผ่กิ่งก้าน แต่ไม่ใช่ระดับที่น่ากลัวสำหรับอาคาร สามารถแก้ไขได้ด้วยการหมั่นตัดแต่งกิ่ง แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คือใบและดอกร่วงง่าย ต้องค่อยเก็บกวาดและทำความสะอาดอยู่เสมอ
| น้ำเต้าต้น
ถ้าพูดถึงต้นไม้ฟอร์มสวย แน่นอนต้องมี น้ำเต้าต้น ซึ่งเป็นไม้ต้นสูง 3 – 8 เมตร ทรงพุ่มกลม กิ่งก้านแผ่กว้าง นิยมปลูกเป็นไม้ประธาน สร้างจุดเด่นด้วยลักษณะของต้นและผลที่แปลกตา เจริญเติบโตช้า นิยมปลูกกันในสวนบนอาคารสูง
| เสี้ยวป่า
ต้นเสี้ยวป่า หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ ชงโค จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่สูงได้ถึง 10 เมตร ทรงพุ่มกลมเตี้ย แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มเตี้ย สามารถปลูกเป็นไม้ประธานใกล้อาคารได้ และปลูกได้ทุกทิศรอบตัวอาคาร แต่แนะนำให้ปลูกในจุดที่สามารถดูแล ตัดแต่งกิ่งก้านได้สะดวก
| ซิลเวอร์โอ๊ค
ใครชอบต้นไม้ใหญ่ ฟอร์มสวย ต้องไม่พลาดที่จะมีซิลเวอร์โอ๊คอยู่ในลิสต์ เพราะเป็นไม้ยืนต้นทรงสูงที่ไปได้ไกลถึง 20-30 เมตร และยังเลี้ยงง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม จะร้อนหรือว่าหนาวก็สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้สบาย ๆ แถมยังเป็นไม้ผลัดใบที่มีใบร่วงหล่นน้อย เหมาะสำหรับปลูกใกล้อาคาร หรือจะปลูกริมรั้วก็เหมาะไม่แพ้กัน
| ล่ำซำ
ต้นล่ำซำก็เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ประธานที่นิยมปลูกใกล้อาคาร ด้วยความที่ฟอร์มและใบสวย และที่สำคัญรากอยู่ในลักษณะแนวดิ่งที่ไม่แผ่ออกไปรบกวนโครงสร้างอาคาร แต่หากต้องการปลูก ควรเว้นระยะจากโครงสร้างอาคารประมาณ 4-5 เมตร นอกจากนั้น ต้นไม้ชนิดนี้ยังถือว่าแข็งแรง ทนแล้ง และไม่ค่อยมีโรคภัย หรือแมลงรบกวนอีกด้วย
| หมากเม่า
อีกหนึ่งต้นที่เราชอบ เหมาะจะเป็นไม้ประธานและสามารถปลูกใกล้ตัวบ้านได้ คือ ต้นหมากเม่า เพราะมีฟอร์มต้นสวยงามและมีใบหนาทึบสร้างร่มเงาได้ดี และเป็นอีกหนึ่งต้นที่ทนทานต่อโรครวมถึงแมลงสูง
ติดตามข่าวสารการออกแบบและสถาปัตยกรรมจาก Dsign Something ได้ที่
IG >> https://bit.ly/DSS_IG
Pinterest >> https://bit.ly/DSS_Pinterest
YouTube >> https://bit.ly/DSS_YT
LINE OFFICIAL >> https://bit.ly/DSS_add_friend

ขาย-เช่าตึกแถวริมถนนใหญ่สุวินทวงศ์ 5คูหา เหมาะทำการค้าสอบถาม Tel. 085-350-8888
17/02/2022

ขาย-เช่าตึกแถวริมถนนใหญ่สุวินทวงศ์ 5คูหา เหมาะทำการค้า
สอบถาม Tel. 085-350-8888

25/11/2021

5 ขั้นตอน
แก้นิสัยคนขี้โมโหให้กลายเป็นคนใจเย็น(กว่าเดิม)
พศิน อินทรวงค์

1. ระงับคำพูดและการกระทำในยามที่โกรธ
คือหากรู้สึกว่า อารมณ์กำลังพลุ่งพล่าน
ให้สงบนิ่งไว้ จำไว้เสมอว่า...
ความคิดใดๆคำพูดใดๆการกระทำใดๆ
หากมีขึ้นในยามโกรธ
มักเป็นไปในทางทำลายรุนแรง
อาจสะใจชั่วครู่ แต่สุดท้ายจะไม่เป็นผลดี
กฏเหล็กเบื้องต้นที่ต้องทำให้ได้คือ...
เราจะไม่พูดหรือทำอะไรเด็ดขาดในยามที่โกรธ
รอให้ใจเย็นก่อน หายโกรธก่อนแล้วค่อยว่ากัน



2. พิจารณาโทษของความโกรธ
และประโยชน์ของความเมตตา
คือให้ย้อนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา
ว่าเราเสียอะไรไปบ้างเพราะความโกรธ
ทำใครเสียใจกี่คน ทำลายโอกาสไปเท่าไหร่
ทำลายความสัมพันธ์ไปอย่างไร
สิ่งเหล่านี้ให้น้อมมาคิดบ่อยๆ คิดซ้ำให้มากๆ
พิจารณาจนใจยอมรับ หมดข้ออ้าง
อยากปรับปรุงตนเองด้วยความเต็มใจ
เพราะมั่นใจแล้วว่า ความโกรธไม่ใช่ของดี
แต่เป็นสิ่งที่ทำลายความสุขและความเจริญ
ทั้งของเรา คนที่เรารัก และคนที่รักเรา
ไม่มีใครได้อะไรเลยจากความโกรธ
ธรรมชาติคนเราไม่ชอบให้ใครมาสั่ง
ตราบที่เรายังไม่ตกผลึก
ยอมจำนนด้วยตนเองว่า
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนตนเอง
ใครจะพูดใครจะบอกจะสอน
ก็ยากยิ่งที่คนเราจะเปลี่ยนแปลง
เช่นนี้แล้ว เราจึงต้องทำตัวเป็นครูของตัวเอง
เพื่อสั่งสอนตนเอง
ให้เห็นพิษภัยของความโกรธเกลียดอารมณ์ทำลาย

3. สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆให้ผู้อื่นจนเป็นนิสัย
คือให้รู้จักชื่นชม ให้กำลังใจผู้คนบ่อยๆ
เมื่อทำให้เขามีความสุขแล้ว
ให้เรารู้จักเอาใจไปสัมผัสความรู้สึกนั้น
เรียกว่า ให้ใจเราดื่มด่ำ
กับความรู้สึกที่เย็นใจอยู่เสมอ
เราอาจจะลองเปรียบเทียบกันดูก็ได้
ว่าอารมณ์ลักษณะนี้ กับอารมณ์ในยามที่โกรธ
แบบไหนดีกว่ากัน
ถ้าใจเราคุ้นกับความรู้สึกที่ดี
มันจะค่อยๆเบื่อหน่าย
ความโกรธเกลียดชิงชังไปทีละน้อย
ในข้อนี้เป็นการแก้กิเลสด้วยกุศลฝ่ายตรงข้าม
ถ้าความโกรธเป็นด้านมืด
ในที่นี้ด้านสว่างก็คือความเมตตา
เราอาจขับไล่ความมืดไม่ได้
แต่ถ้าเราจุดไฟได้ ความมืดจะหายไป
และความสว่างจะเข้ามาแทนที่
ภาษาธรรมเรียกสิ่งนี้ว่า การทวนกระแสกิเลส
คือใช้ธรรมคู่ตรงข้ามมาจัดการกิเลสให้เบาบาง

4. ฝึกมองความรู้สึกด้วยใจที่เป็นกลาง
ในข้อนี้คือธรรมะชั้นลึก เป็นการเจริญสติ
คือเราฝึกมองดูอารมณ์ต่างๆของเรา
ด้วยใจที่เป็นกลาง
เหมือนความคิดความรู้สึกนั้นไม่ใช่เรา
ดีใจก็ไม่เข้าไป เสียใจก็ไม่เข้าไป
คนชื่นชมก็วางไว้ คนนินทาก็วางไว้
ฝึกให้เห็นว่าอารมณ์ความคิดเหล่านี้
หากใจเราเข้าไปยึด
สุดท้ายก็ไม่ดีทั้งนั้น
เพราะยึดข้างหนึ่ง อีกข้างก็จะตามมาด้วย
เหมือนในกำเหรียญไว้ในมือ
ก็จะได้ทั้งหัวทั้งก้อยมาในคราเดียว
รักสุขก็จะได้ทุกข์เป็นของแถมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในข้อนี้หากฝึกบ่อยๆ นอกจากความโกรธแล้ว
ยังช่วยกำจัดลดทอนพลังความคิดด้านลบได้ทั้งหมด
เช่นความเศร้าความเหงาความเบื่อต่างๆ
จิตใจจะเป็นกลาง หนักแน่นมากขึ้น

5. รู้จักอยู่ รู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตน
คือให้รู้จักสังเกตตัวเอง
หากเราโกรธใครบ่อยๆ
เวลาอยู่ใกล้ก็ให้ระวัง
บางครั้ง กับคนบางคน
ให้สังเกตดูเถิดว่า เราก็โกรธเขา
โกรธคนๆนี้ จนกลายเป็นความเคยชิน
เพียงเห็นหน้ายังไม่ทันทำอะไร
ใจก็วูบๆไหวๆ ความหงุดหงิดก็เริ่มเข้ามา
ตรงนี้ควรหลีกเลี่ยงการปะทะ
ทั้งนี้ในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ
เช่นเป็นคนในครอบครัว เป็นสามีภรรยา
เป็นลูก เป็นเจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนฝูง
อย่างนี้ก็ให้ยกเอาสิ่งที่เขาทำขัดใจเรา
มาเป็นเครื่องมือในการฝึกใจของเรา ฝึกอภัย
ดีกว่าปล่อยใจของเราให้ตกต่ำไป
เพราะมัวแต่ทะเลาะกับเขา
ให้เอาความขัดแย้ง
นั้นมาบ่มเพาะความรัก เมตตา
ขอให้เรารับทราบไว้ว่า โดยมากแล้ว
หากไม่ลงรอยกันแต่มีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน
ตัดกันไม่ขาด แยกกันไม่ขาด
สิ่งนี้มักเกิดจากมีบุญกรรมสัมพันธ์ร่วมกันมานาน
กลายเป็นแรงกรรมผูกพัน ผูกรั้งไม่ให้ไปไหน
อย่างนี้ยิ่งต้องรู้จักระวัง ระงับ สำรวม
อย่าไปสร้างกรรมให้กันและกันเพิ่มขึ้น


***ฝากไว้ให้คิดเพื่อประโยชน์ของตนเอง***
การเป็นคนโกรธง่าย ไม่มีอะไรดี
มีแต่เสียประโยชน์ เสียทั้งสุขภาพกายใจ
ทำลายความสัมพันธ์ ทำลายหน้าที่การงาน
ทำลายบารมีในตน
กลายเป็นคนที่สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น
และตนเองก็หาความสุขได้ยาก
5 ข้อนี้ ฝึกแรกๆจะทำได้ยาก
แต่ขอให้อดทนฝึกทำทุกข้ออย่างสม่ำเสมอ
สำคัญคือต้องมีกำลังใจ และวินัย
ฝึกแรกๆอย่าปล่อยใจ
ตามความเคยชินของตัวเอง
สุดท้ายแล้วเราต้องมีความเข้าใจว่า
การลดมานะอัตตาของตน
ลดความโกรธเกลียดของตน
เราไม่ได้ทำเพื่อใคร
แต่เราทำเพื่อยกระดับจิตใจของตนเอง
เพื่อความสุขของเราเอง
จริงอยู่สิ่งนี้ไม่ใช่ของง่าย แต่ถ้าทำได้
วันหนึ่ง รู้จะสัมผัสถึงความเบาใจของชีวิต
มีชีวิตที่เบาขึ้น สบายขึ้น
ถึงวันนั้นเราจะยินดี และรู้สึกขอบคุณตนเอง
รู้สึกภูมิใจว่า เราสามารถข้ามผ่านตัวตนเก่าๆ
ไปสู่ตัวตนใหม่ที่ดีกว่าเดิม
และสิ่งนี้คือการมอบความรัก
และความเมตตาให้ตนเองอย่างแท้จริง...

***ติดต่อ พศิน อินทรวงค์***
วิทยากร/บรรยาย/หนังสือ/บทความ
https://www.facebook.com/talktopasin2013
***ติดตามช่องยูทูป***
พศิน อินทรวงค์ - Pasin Intarawong
https://www.youtube.com/channel/UCccGJ9suemcJiF6WQqxUuGQ

17/09/2021

※ ลาภของชีวิต ๘ ประการ ※
๑. มีความเข้มแข็งพอ
ที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับใครๆ

๒. มีความอดทนพอ
ที่จะให้อภัยต่อการล่วงเกินของผู้อื่นได้

๓. มีความเพียรเป็นไปติดต่อพอ
ที่จะยังกิจให้สำเร็จตามประสงค์ได้

๔. มีคุณงามความดีพอ
ที่ใครๆ จะเคารพนับถือได้

๕. มีความสงบใจพอ
ที่จะหาความสุขด้วยตนเอง
โดยไม่ต้องหาความสุขจากภายนอกได้

๖. มีปัญญาพอ ที่จะเป็นที่พึ่ง
ของผู้ที่ทุกข์เข้ามาปรึกษาได้

๗. มีความเสียสละพอ
ที่จะสละความสุขส่วนตน
เพื่อความสุขของผู้อื่นได้

๘. มีทรัพย์พอ ที่จะสงเคราะห์
เอื้อเฟื้อญาติมิตร หรือผู้ตกทุกข์ได้
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ.
การให้ธรรมทานชนะซึ่งการให้ทั้งปวง
๑ แชร์ เท่ากับ ๑ ธรรมทาน / ขออนุโมทนา
www.facebook.com/Sommanas.co.th

11/09/2021

มนุษย์ไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีเสมอไป
มีช่วงรุ่งเรืองและมีช่วงตกต่ำเป็นธรรมดา

แต่สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ
ในช่วงที่เราไม่ได้รุ่งเรืองหรือเฟื่องฟู
หรือที่คนโบราณเรียกว่ากำลังดวงตก
ช่วงนี้แหละ คือ ช่วงที่เป็นสาระสำคัญที่สุดของชีวิต

เพราะมันจะบีบบังคับให้เราต้องคิดใหม่
บีบให้เราต้องทำอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่ทำอะไรแบบเดิมๆ
ซึ่งอาจจะรู้สึกว่า เป็นช่วงที่ทรมานและยาวนานมากในชีวิต

ถ้าเราไม่เคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้
ถ้าเราไม่มีวินัยในการคิดอย่างยาวนานเพียงพอ
เราก็จะไปข้างหน้าต่อไม่ได้
นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญกว่าช่วงเฟื่องฟูเสียอีก

ฉะนั้น เมื่อเจอกับความทุกข์หรือดวงตก
แม้จะไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล
ไปแก้ดวง ไปให้พระประพรมน้ำมนต์
หรือไปบนบานศาลกล่าวในที่ต่างๆ
มันอาจจะช่วยเราให้สบายใจได้ชั่วครั้งชั่วคราว

แต่ถ้าเราอยู่กับความทุกข์นั้นได้นานเพียงพอ
ก็ให้ลองสังเกตมัน โอบกอดมันไว้
แล้วใช้มันผลิตปัญญาใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
แล้วเราก็จะผ่านมันไปได้ในที่สุด
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ.
การให้ธรรมทานชนะซึ่งการให้ทั้งปวง
๑ แชร์ เท่ากับ ๑ ธรรมทาน / ขออนุโมทนา
www.facebook.com/Sommanas.co.th

04/09/2021

เราหลายๆ คนในนั้น เดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว
เมื่อย้อนมองกลับไปในอดีต มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นในชีวิต

เรื่องบางเรื่อง หากย้อนเวลากลับไปได้
เราคงไม่เลือกทำอย่างนั้น อย่างนี้

คนบางคนก็เช่นกัน หากย้อนเวลากลับไปได้เรา
คงเลือกที่จะไม่รู้จักหรือทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้

ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไหน แต่อดีตก็ได้ผ่านมาแล้วค่อนชีวิต
เราเดินทางมาอยู่ในจุดที่เข้าใกล้เลข 3 4 5 ...

ชีวิตคนเรามี 10 ปี อยู่ 7 ครั้ง
ตอนนี้เราใช้ไปเท่าไหร่แล้วและเหลืออีกเท่าไหร่กันเชียว

เก็บอดีตมาสอนใจ ทำทุกวันนี้ให้มีความหมายมากขึ้น
หากคุณอายุมากขึ้น อยากจะเตือนใจสักนิดว่า

- ครอบครัว คนที่เรารักและรักเรานั้นสำคัญที่สุด
อย่าลืมดูแล และให้เวลาเขาเหล่านั้นให้ดีที่สุด

- อย่าทุ่มเทให้คนรักจนละเลยเรื่องอื่นๆ
เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องนี้

- อย่าก้มหน้าอยู่กับจอมากไป
เพราะโลกนี้สวยงามเกินกว่าที่คุณจะมัวก้มหน้า

- อย่าเก็บการกระทำของคนอื่นมาใส่ใจ
ปล่อยวาง ให้อภัย ใจเราจักเบา

- อย่าปล่อยให้ชีวิตเลื่อนลอยโดยไม่ศึกษาพระธรรม
ที่พึ่งทางจิตใจที่จะนำพาเราเดินสู่ทางสายกลาง
ทุกข์-สุขก็แค่ผ่านมาและผ่านไป

- อย่าลืมดูแลสุขภาพและการเงินของตัวเอง
เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวินาทีต่อไป

- จงอย่าเชื่อมั่นคำว่า 'ตลอดไป'
เพราะมันคือมิตรแท้ของความเปลี่ยนแปลง

- จงแยกให้ออกระหว่างคนดีที่น่าคบ
กับคนไม่ดีที่ไม่ควรคบ หรือน่าเข้าใกล้
นามบุญ / เห็นทุกข์เห็นธรรม

สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ.
การให้ธรรมทานชนะซึ่งการให้ทั้งปวง
๑ แชร์ เท่ากับ ๑ ธรรมทาน / ขออนุโมทนา
www.facebook.com/Sommanas.co.th

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66969978798

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Healthyddผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Healthydd:

แชร์