12/03/2026
Selected Dose # 06
ลมหายใจ ยกระดับชีวิต ?
หากใครรู้สึกสับสน ชีวิตดูไร้หนทาง ท่ามกลาง
สภาวะที่โลกรอบตัวหมุนเร็ว ข้อมูล ข่าวสาร
โซเชียลมีเดีย เคลื่อนที่รายล้อมทุกช่วงเวลา
ขณะที่เราทำได้เพียงเอาตัวรอดจาก
สถานการณ์เฉพาะหน้าไปวันวัน
แม้จะพยายามสรรหาทุกวิธี ในการจัดการ
ความสับสนวุ่นวาย จัดการสภาวะความรู้สึกที่
หลากหลาย ทั้งการลงทุนเทคคอร์ส อ่าน ดู สารพัด
วิธีฮาวทูต่างๆ แต่สุดท้ายยังคงรู้สึกเคว้งคว้าง
สมอง ร่างกาย ความคิด ปลิดปลิวไร้ทิศทาง
มากบ้าง น้อยบ้าง อยู่ดี
วันนี้ Selected by Oam ขอนำเสนอตัวช่วยที่เกิดและ
อยู่เคียงคู่เรามาทั้งชีวิต ไม่ต้องเสียเงินลงทุน ไม่ต้อง
นั่งหลับตาภาวนา หรือปลีกวิเวกไป ณ ที่แห่งใด
หากแต่เค้าพร้อมเสมอที่จะแก้ปัญหาข้างต้นให้แก่เรา
ในทุกที่ ทุกเวลา เพื่อนแท้ที่เราหลงลืมไปแล้วว่า
เรามีเค้าอยู่ เพื่อนที่ชื่อว่า " ลมหายใจ "
ลมหายใจมีดีขนาดไหน เราจะอาศัยประโยชน์จากเค้า
ได้อย่างไร Selected Dose # 06 มีคำตอบให้
เท้าความกันสักนิด ในส่วนข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายเราต้องการออกซิเจนเพื่อใช้ในกระบวนการระดับเซลล์
ที่เรียกว่าเมตาบอลิซึ่ม ในการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย
ขณะเดียวกันก็จะเกิดของเสียจากกระบวนการดังกล่าว
คือ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะต้องถูกลำเลียงออกมา
พระเอกคนสำคัญของการลำเลียงออกซิเจนเข้า
และนำคาร์บอนไดออกไซด์ออก ก็คือ กระบวนการ
หายใจของเรานี่เอง
เมื่อกระบวนการมีความสำคัญในระดับเป็นส่วนหนึ่ง
ของการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย อันหมายถึงหากไม่มี
พลังงานให้ร่างกาย ชีวิตก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้
การหายใจจึงถูกกำหนดให้เป็นกลไกอัตโนมัติ ที่มีศูนย์กลางควบคุมอยู่บริเวณก้านสมองของเรา พูดง่ายๆ ตราบใดที่ร่างกายยังเป็นปกติ การหายใจย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเอง โดยเราไม่ต้องพยายามที่จะหายใจแต่อย่างใด
ฟังแล้ว เราก็ไม่เห็นต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการนี้ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองอยู่แล้วก็ได้นี่นา
เข้าใจอย่างนั้นก็ไม่เรียกว่าผิด เพียงแต่ถ้าเรา
เรียนรู้ถึงกลไกที่สมบูรณ์ อย่างที่ควรจะเป็นของระบบ
การหายใจ แล้วจินตนาการตามว่า ถ้ากระบวนการสมบูรณ์ นอกจากการเผาผลาญ การสร้างพลังงานที่ดี
ต่อร่างกายจะเกิดเต็มประสิทธิภาพแล้ว การลำเลียง
ก๊าซของเสียไม่ให้สะสมในร่างกาย อันจะส่งผลต่อ
กลไกอื่น เช่น ฮอร์โมนต่างๆ ที่มีผลต่อระบบอื่น
ของร่างกาย ซึ่งมิใช่แค่ด้านกายภาพ แต่รวมไปถึง
ด้านจิตใจ ไม่นับรวมการทำงานของกล้ามเนื้อที่
เกี่ยวข้องกับการหายใจ ที่จะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
จึงเห็นได้ว่า มีความต่างอย่างยิ่ง ระหว่างแค่หายใจ
กับหายใจให้ร่างกายได้ประสิทธิภาพเต็มที่
แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้ประโยชน์จาก
การหายใจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ?
เรื่องนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่จะว่ายากก็ไม่เชิง
สิ่งสำคัญคือต้องพยายามสร้างความคุ้นชิน
ที่ควรจะเป็นแก่ร่างกายเราใหม่
เริ่มจากการจัดระเบียบร่างกายท่อนบน
ไม่ว่าเราจะยืน เดิน นั่ง นอน ต้องพยายามให้
ลำตัวเหยียดตรง ไม่โค้งงอ ในทุกโอกาสที่เป็นไปได้
(เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
อยู่ในสรีระที่พร้อมทำหน้าที่ได้ดีอยู่เสมอ)
จากนั้น เช็ควิธีหายใจเราว่า หายใจแบบตื้นสั้น
ใช้แค่กล้ามเนื้อทรวงอกยกกระเพื่อม หรือหายใจ
แบบลึกยาวจากช่องท้อง โดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม
(สังเกตจากลมหายใจ ว่าเป็นแบบสั่นถี่-ใช้ทรวงอก
หรือเป็นแบบลึกช้า-ใช้ช่องท้อง)
วิชาปราณต่างๆ ตลอดจนการรำไทเก็กที่เราเห็นกัน
ก็เป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมของชาวตะวันออกซึ่งเป็นไป
เพื่อให้ได้ลมหายใจแบบลึกช้า เนื่องจากลมหายใจ
ที่วิ่งไปได้ลึก เข้าและออกช้า จะลดอัตราการเต้น
ของหัวใจ ให้อยู่ระหว่าง 60-80 ครั้ง/นาที อันเป็นค่า
ที่ไม่ทำให้หัวใจต้องรับโหลดการทำงานหนักจนเกินไป
เมื่อหัวใจเต้นเหมาะสม ความดันโลหิต สภาพหลอดเลือด
ตลอดจนกระบวนการต่อมไร้ท่อต่างๆ จะทำงานตรง
ตามค่าที่ควรจะเป็น ร่างกายจะสมดุลย์ และนำมาสู่สุขภาพที่ดีโดยปริยาย
แล้วถ้าลมหายใจส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบลึกช้า
จะมีวิธีแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร ?
เบื้องต้น ท่าไม้ตายก้นหีบในกรณีที่เราเริ่มรู้สึกว่า
สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือสภาวะทางอารมณ์มีการ
เปลี่ยนแปลงไปในทางไม่สร้างสรรค์ ให้พยายาม
หายใจเข้า-ออก ให้ช้า ดึงลมหายใจให้เข้าลึก
และอยู่ในร่างกายนานที่สุด ทำเช่นนี้อย่างน้อย
สักห้าชุดการหายใจเข้า-ออก
จากนั้นค่อยพิจารณาความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
และจิตใจดูว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่
ส่วนการฝึกร่างกายเพื่อให้ชินกับลมหายใจแบบลึกช้า
(ใช้กล้ามเนื้อกระบังลม) เลือกกระทำด้วยวิธีหายใจ
ที่จำและทำง่ายที่สุด คือ วิธีการหายใจแบบกล่อง
4-4-4-4
กล่าวคือ หายใจเข้านับถึง4 จากนั้นกลั้นหายใจไว้
นับถึง4 ขณะที่หายใจออกก็นับถึง4 จากนั้นกลั้น
หายใจไว้ก็ให้นับถึง4 อีกเช่นเดียวกัน
ทำเช่นนี้วนไปสักห้าชุด อย่างน้อยสองครั้งต่อวัน
ตามช่วงเวลาที่เราสะดวก
อย่างไรก็ดี การเริ่มฝึกหายใจแบบกล่อง ควรเริ่มต้น
ด้วยการหายใจเข้า-ออกช้าๆ สี่ถึงห้ารอบเสียก่อน
เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว และลดโอกาสเกิดสภาวะมึน
ขณะฝึกการหายใจแบบกล่อง
การสร้างความคุ้นชินใหม่แก่ร่างกายตามวิธีข้างต้น นอกจากจะทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานอย่าง
เต็มประสิทธิภาพ สร้างสุขภาวะที่ดีแก่ร่างกายแล้ว
ยังส่งผลดีต่อบุคลิกภาพ (หลังตรง ไม่โค้งงอ) จิตใจ
(ปรับสภาวะอารมณ์ด้านลบ) ตลอดจนสร้างสมาธิ
และสติให้เกิดได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันอีกทางหนึ่งด้วย
จึงไม่เป็นการเกินจริงเลยกับคำกล่าวที่ว่า
ลมหายใจ ยกระดับชีวิตเราได้
พบกับ Selected Dose สิ่งดีๆที่เราคัดสรรแล้ว
ตอนต่อไปได้ที่
Selected by Oam
" Quality & Value Choice "