Selected by Oam Quality & Value Choice

Selected Dose  # 06ลมหายใจ ยกระดับชีวิต ?หากใครรู้สึกสับสน ชีวิตดูไร้หนทาง ท่ามกลางสภาวะที่โลกรอบตัวหมุนเร็ว ข้อมูล ข่าว...
12/03/2026

Selected Dose # 06
ลมหายใจ ยกระดับชีวิต ?

หากใครรู้สึกสับสน ชีวิตดูไร้หนทาง ท่ามกลาง
สภาวะที่โลกรอบตัวหมุนเร็ว ข้อมูล ข่าวสาร
โซเชียลมีเดีย เคลื่อนที่รายล้อมทุกช่วงเวลา
ขณะที่เราทำได้เพียงเอาตัวรอดจาก
สถานการณ์เฉพาะหน้าไปวันวัน

แม้จะพยายามสรรหาทุกวิธี ในการจัดการ
ความสับสนวุ่นวาย จัดการสภาวะความรู้สึกที่
หลากหลาย ทั้งการลงทุนเทคคอร์ส อ่าน ดู สารพัด
วิธีฮาวทูต่างๆ แต่สุดท้ายยังคงรู้สึกเคว้งคว้าง
สมอง ร่างกาย ความคิด ปลิดปลิวไร้ทิศทาง
มากบ้าง น้อยบ้าง อยู่ดี

วันนี้ Selected by Oam ขอนำเสนอตัวช่วยที่เกิดและ
อยู่เคียงคู่เรามาทั้งชีวิต ไม่ต้องเสียเงินลงทุน ไม่ต้อง
นั่งหลับตาภาวนา หรือปลีกวิเวกไป ณ ที่แห่งใด
หากแต่เค้าพร้อมเสมอที่จะแก้ปัญหาข้างต้นให้แก่เรา
ในทุกที่ ทุกเวลา เพื่อนแท้ที่เราหลงลืมไปแล้วว่า
เรามีเค้าอยู่ เพื่อนที่ชื่อว่า " ลมหายใจ "

ลมหายใจมีดีขนาดไหน เราจะอาศัยประโยชน์จากเค้า
ได้อย่างไร Selected Dose # 06 มีคำตอบให้

เท้าความกันสักนิด ในส่วนข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายเราต้องการออกซิเจนเพื่อใช้ในกระบวนการระดับเซลล์
ที่เรียกว่าเมตาบอลิซึ่ม ในการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย
ขณะเดียวกันก็จะเกิดของเสียจากกระบวนการดังกล่าว
คือ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะต้องถูกลำเลียงออกมา

พระเอกคนสำคัญของการลำเลียงออกซิเจนเข้า
และนำคาร์บอนไดออกไซด์ออก ก็คือ กระบวนการ
หายใจของเรานี่เอง

เมื่อกระบวนการมีความสำคัญในระดับเป็นส่วนหนึ่ง
ของการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย อันหมายถึงหากไม่มี
พลังงานให้ร่างกาย ชีวิตก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้
การหายใจจึงถูกกำหนดให้เป็นกลไกอัตโนมัติ ที่มีศูนย์กลางควบคุมอยู่บริเวณก้านสมองของเรา พูดง่ายๆ ตราบใดที่ร่างกายยังเป็นปกติ การหายใจย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเอง โดยเราไม่ต้องพยายามที่จะหายใจแต่อย่างใด

ฟังแล้ว เราก็ไม่เห็นต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการนี้ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองอยู่แล้วก็ได้นี่นา

เข้าใจอย่างนั้นก็ไม่เรียกว่าผิด เพียงแต่ถ้าเรา
เรียนรู้ถึงกลไกที่สมบูรณ์ อย่างที่ควรจะเป็นของระบบ
การหายใจ แล้วจินตนาการตามว่า ถ้ากระบวนการสมบูรณ์ นอกจากการเผาผลาญ การสร้างพลังงานที่ดี
ต่อร่างกายจะเกิดเต็มประสิทธิภาพแล้ว การลำเลียง
ก๊าซของเสียไม่ให้สะสมในร่างกาย อันจะส่งผลต่อ
กลไกอื่น เช่น ฮอร์โมนต่างๆ ที่มีผลต่อระบบอื่น
ของร่างกาย ซึ่งมิใช่แค่ด้านกายภาพ แต่รวมไปถึง
ด้านจิตใจ ไม่นับรวมการทำงานของกล้ามเนื้อที่
เกี่ยวข้องกับการหายใจ ที่จะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

จึงเห็นได้ว่า มีความต่างอย่างยิ่ง ระหว่างแค่หายใจ
กับหายใจให้ร่างกายได้ประสิทธิภาพเต็มที่

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้ประโยชน์จาก
การหายใจอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ?

เรื่องนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย แต่จะว่ายากก็ไม่เชิง

สิ่งสำคัญคือต้องพยายามสร้างความคุ้นชิน
ที่ควรจะเป็นแก่ร่างกายเราใหม่

เริ่มจากการจัดระเบียบร่างกายท่อนบน
ไม่ว่าเราจะยืน เดิน นั่ง นอน ต้องพยายามให้
ลำตัวเหยียดตรง ไม่โค้งงอ ในทุกโอกาสที่เป็นไปได้
(เพื่อให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
อยู่ในสรีระที่พร้อมทำหน้าที่ได้ดีอยู่เสมอ)

จากนั้น เช็ควิธีหายใจเราว่า หายใจแบบตื้นสั้น
ใช้แค่กล้ามเนื้อทรวงอกยกกระเพื่อม หรือหายใจ
แบบลึกยาวจากช่องท้อง โดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม
(สังเกตจากลมหายใจ ว่าเป็นแบบสั่นถี่-ใช้ทรวงอก
หรือเป็นแบบลึกช้า-ใช้ช่องท้อง)

วิชาปราณต่างๆ ตลอดจนการรำไทเก็กที่เราเห็นกัน
ก็เป็นองค์ความรู้ดั้งเดิมของชาวตะวันออกซึ่งเป็นไป
เพื่อให้ได้ลมหายใจแบบลึกช้า เนื่องจากลมหายใจ
ที่วิ่งไปได้ลึก เข้าและออกช้า จะลดอัตราการเต้น
ของหัวใจ ให้อยู่ระหว่าง 60-80 ครั้ง/นาที อันเป็นค่า
ที่ไม่ทำให้หัวใจต้องรับโหลดการทำงานหนักจนเกินไป

เมื่อหัวใจเต้นเหมาะสม ความดันโลหิต สภาพหลอดเลือด
ตลอดจนกระบวนการต่อมไร้ท่อต่างๆ จะทำงานตรง
ตามค่าที่ควรจะเป็น ร่างกายจะสมดุลย์ และนำมาสู่สุขภาพที่ดีโดยปริยาย

แล้วถ้าลมหายใจส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบลึกช้า
จะมีวิธีแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร ?

เบื้องต้น ท่าไม้ตายก้นหีบในกรณีที่เราเริ่มรู้สึกว่า
สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือสภาวะทางอารมณ์มีการ
เปลี่ยนแปลงไปในทางไม่สร้างสรรค์ ให้พยายาม
หายใจเข้า-ออก ให้ช้า ดึงลมหายใจให้เข้าลึก
และอยู่ในร่างกายนานที่สุด ทำเช่นนี้อย่างน้อย
สักห้าชุดการหายใจเข้า-ออก

จากนั้นค่อยพิจารณาความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
และจิตใจดูว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่

ส่วนการฝึกร่างกายเพื่อให้ชินกับลมหายใจแบบลึกช้า
(ใช้กล้ามเนื้อกระบังลม) เลือกกระทำด้วยวิธีหายใจ
ที่จำและทำง่ายที่สุด คือ วิธีการหายใจแบบกล่อง
4-4-4-4

กล่าวคือ หายใจเข้านับถึง4 จากนั้นกลั้นหายใจไว้
นับถึง4 ขณะที่หายใจออกก็นับถึง4 จากนั้นกลั้น
หายใจไว้ก็ให้นับถึง4 อีกเช่นเดียวกัน

ทำเช่นนี้วนไปสักห้าชุด อย่างน้อยสองครั้งต่อวัน
ตามช่วงเวลาที่เราสะดวก

อย่างไรก็ดี การเริ่มฝึกหายใจแบบกล่อง ควรเริ่มต้น
ด้วยการหายใจเข้า-ออกช้าๆ สี่ถึงห้ารอบเสียก่อน
เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว และลดโอกาสเกิดสภาวะมึน
ขณะฝึกการหายใจแบบกล่อง

การสร้างความคุ้นชินใหม่แก่ร่างกายตามวิธีข้างต้น นอกจากจะทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานอย่าง
เต็มประสิทธิภาพ สร้างสุขภาวะที่ดีแก่ร่างกายแล้ว
ยังส่งผลดีต่อบุคลิกภาพ (หลังตรง ไม่โค้งงอ) จิตใจ
(ปรับสภาวะอารมณ์ด้านลบ) ตลอดจนสร้างสมาธิ
และสติให้เกิดได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันอีกทางหนึ่งด้วย

จึงไม่เป็นการเกินจริงเลยกับคำกล่าวที่ว่า
ลมหายใจ ยกระดับชีวิตเราได้

พบกับ Selected Dose สิ่งดีๆที่เราคัดสรรแล้ว
ตอนต่อไปได้ที่

Selected by Oam

" Quality & Value Choice "

Selected Dose  # 05เดินได้ เดินดี  มีอยู่จริง แค่สองเท้าขยับ ความอัศจรรย์ก็บังเกิดนี่ไม่ใช่โฆษณาหลอกลงทุน ไม่ใช่การขายฝั...
20/02/2026

Selected Dose # 05
เดินได้ เดินดี มีอยู่จริง
แค่สองเท้าขยับ ความอัศจรรย์ก็บังเกิด

นี่ไม่ใช่โฆษณาหลอกลงทุน ไม่ใช่การขายฝัน
หากแต่เป็นเรื่องจริงที่ผ่านการตรวจสอบ วิจัย
จากสถาบันด้านสุขภาพทั่วโลก จนเป็นที่ยอมรับว่า
การเดินเป็นการลงทุนด้านสุขภาพ ที่ต้นทุนต่ำ
เรียบง่าย แต่ให้ผลลัพธ์มหัศจรรย์มากมายแก่
ร่างกายเรา

การเดินมีดีอย่างไร ให้ผลลัพธ์ที่ว้าวขนาดไหน
มีข้อควรระวังจากการเดินหรือไม่ Selected by Oam
มีคำตอบให้คุณ

การเดินมีดีอย่างไร ?

เอาแบบสั้น จำง่าย ตามระยะเวลาที่เดิน

เดินเพียง1นาที เลือดไหลเวียนดีขึ้นทันที
ครบ 5 นาที อารมณ์เริ่มสดใส
เข้า 10 นาที ฮอร์โมนที่ทำให้เครียดลด
พอ 15 นาที ระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มสมดุล
อัพอีกเท่า 30 นาที ไขมันเริ่มถูกเผา
ถึง 45 นาที ความล้าในสมองค่อยๆหายไป
เต็ม 60 นาที Dopamineหลั่ง ความสุขบังเกิด

แล้วผลลัพธ์แบบนับก้าวการเดินละ
ว้าวขนาดไหน ?

หากจะเอาเป๊ะ นับก้าวการเดินผ่านแอปโทรศัพท์
หรือสมาร์ทวอช กำหนดก้าวขั้นต่ำเพียง 7,000 ก้าวต่อวัน
ก็เพียงพอให้เกิดความมหัศจรรย์แก่ร่างกายได้แล้ว

แบบมาตรฐาน คนทั่วไป แค่เน้นความสม่ำเสมอ
เดิน 7,000 ก้าว/วัน ตลอดทุกวันในสัปดาห์ ร่างกาย
จะเริ่มปรับความดันโลหิตให้เหมาะสม ตามกายภาพ
ภายในของแต่ละคน เมื่อระดับความดันฯ ไม่สูงหรือต่ำ ความแข็งแรงและการเผาผลาญที่ดีจะตามมาโดยปริยาย

ส่วนคนที่คิดว่าเดินทุกวันไม่ไหว สามารถอัพจำนวนก้าว
ในแต่ละวันแทนได้ โดยหากเดินขั้นต่ำ วันละ 10,000 ก้าว เพียงสามครั้งต่อสัปดาห์ และเดินให้เริ่มรู้สึกว่า หัวใจเต้น
เร็วขึ้น การเดินของเราก็จะเข้าเกณฑ์ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค ผลที่ได้ หัวใจ-ปอด จะทำงานดีกว่าเดิม
เมื่อสารอาหารและออกซิเจนไหลเวียนดี ร่างกายย่อมสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นแบบรู้สึกได้

และไม่ว่าเราจะเลือกวิธีเดินแบบเต่าหรือกระต่ายข้างต้น
ข่าวดี คือ ทั้งสองวิธีให้ผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาล
ในเลือดไม่ต่างกัน

โดยกรณีระดับน้ำตาลในเลือดยังปกติอยู่ ผลของการเดิน
จะลดโอกาสการเป็นเบาหวานในอนาคตได้อย่างมีนัยยะ

ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะเบาหวานอยู่แล้ว การเดินจะกระตุ้นการหลั่งและประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน
ส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นเป็นลำดับ

นอกจากนี้ การเดินยังเพิ่ม Cholesteral ตัวดี
คือ เจ้า HDL ที่จะช่วยกำจัดไขมันในหลอดเลือด
ขับออกทางน้ำดี ส่งผลให้ Cholesteral ตัวร้าย คือ
เจ้า LDL ลดลง

รวมถึงยังส่งผลดีเรื่องเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก
และรักษาน้ำหล่อลื่นในข้อต่อ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผู้มี
ภาวะน้ำหนักตัวเกิน ให้กลับมามีน้ำหนักที่เหมาะสม
พร้อมมีรูปร่างที่ดีขึ้นด้วย

ฟังผลดีจากการเดินมามากแล้ว แล้วผลเสียละ
มีบ้างมั้ย ?

มีครับ คือ เดินถึงระดับหนึ่งแล้วจะเหนื่อย ..........

จริงๆการเดินแทบจะเรียกว่ามีแต่ให้ประโยชน์
เพียงแต่ วัย เพศ สภาพร่างกายของแต่ละคน
ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การวางตารางการเดินของเรา
ไม่ว่าจะก้าวเร็วหรือช้า ก้าวสั้นหรือยาว เดินวันละมาก
หรือน้อย รวมไปถึงตั้งเป้าจะเดินกี่วันต่อสัปดาห์
ให้คำนึงถึงความพร้อมและสภาพร่างกายตนเอง
เป็นหลัก

เอาง่ายๆแค่ว่า ขอเพียงให้ได้เริ่มออกเดิน
จากนั้นก็คงความสม่ำสมอ จนการเดินเป็นส่วนหนึ่ง
ในกิจวัตรประจำวัน โดยระมัดระวังไม่ให้มีอาการ
บาดเจ็บแทรกเข้ามา เพียงเท่านี้ก็เตรียมรอรับ
ดอกผลด้านสุขภาพจากความตั้งใจและ
การลงแรงของเราได้ ในเวลาไม่นาน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
TNN Health
Siriraj ( Siph ) Hospital

พบกับ Selected Dose สิ่งดีๆที่เราตั้งใจคัดสรร
ตอนต่อไปได้ที่

Selected by Oam
"Quality & Value Choice"

Selected Dose  # 04ชาวพุทธมณฑล-นครปฐม เตรียมวางแผนชีวิตและการเดินทาง หลังเคาะเริ่มก่อสร้าง ส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้า บ...
16/02/2026

Selected Dose # 04
ชาวพุทธมณฑล-นครปฐม เตรียมวางแผนชีวิตและ
การเดินทาง หลังเคาะเริ่มก่อสร้าง ส่วนต่อขยาย
ทางคู่ขนานลอยฟ้า บรมราชชนนี (ระยะที่ 2) ปีนี้

หลังจากเป็นข่าวมาตั้งแต่ปี 2563 เกี่ยวกับโครงการ
ก่อสร้างส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้า บรมราชชนนี
ระยะที่ 2 จากแยกพุทธมณฑลสาย 2 ถึงแยกศาลายา
และระยะที่ 3 จากแยกศาลายา ถึงแยกต่างระดับ
นครชัยศรี ถนนเพชรเกษม

Selected by Oam ได้รับข้อมูลว่า ปัจจุบันมีการ
ทยอยลงนามระหว่างคู่สัญญากับกรมทางหลวง
ในโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางคู่ขนานลอยฟ้า บรมราชชนนี (ระยะที่ 2) เรียบร้อยแล้ว

และคาดว่า จะเริ่มลงมือก่อสร้างไม่นานหลังจากนี้
โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างราวสามปี
พร้อมเปิดใช้งานช่วงปี 2571 - 2572

ในระหว่างก่อสร้างจะมีการปิดช่องทางหลัก
ของถนนบรมราชชนนี ช่วงแยกพุทธมณฑลสาย 2
ถึงแยกศาลายา ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อการจราจร
ในละแวกดังกล่าวเป็นวงกว้าง

หนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ไม่มีค่าใช้จ่าย หากจำเป็น
ต้องผ่านเส้นทางในระหว่างการก่อสร้าง คงไม่พ้น
การตรวจสอบสภาพการจราจร พร้อมหาเส้นทาง
แนะนำผ่าน Google Map

โดยหากมีการแนะนำเส้นทางเลี่ยงการก่อสร้าง
ให้ไปใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์สายใหม่
บางใหญ่ - กาญจนบุรี หรือเส้น M81 นั้น

มีทริคง่ายๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการ
เสียเวลาหน้าด่านชำระเงินค่าผ่านทาง โดยให้เรา
ขับยานพาหนะผ่านช่องทาง M Flow ณ ด่านเก็บเงิน
ไปได้เลย เพียงแต่หลังถึงที่หมายแล้ว ควรทำการ
ชำระค่าผ่านทางย้อนหลังทันที เนื่องจากหากชำระ
เกิน 7 วันหลังใช้ทาง เราจะต้องเสียค่าผ่านทาง
พร้อมเงินเพิ่ม + เบี้ยปรับ สูงมาก

ส่วนช่องทางการชำระเงิน มีถึง 4 ช่องทาง ได้แก่
- mflowthai App
- Line OA
- Website mflowthai.com
- 7-11 Counter Service

ซึ่งจะใช้แค่ข้อมูลเลขทะเบียน ยานพาหนะ
ที่ใช้ทาง ประกอบการชำระค่าผ่านทาง
ย้อนหลัง เท่านั้น

โดยเราสามารถนำวิธีการเดียวกันนี้ ไปใช้กับ
ทุกด่านเก็บเงินค่าผ่านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
(มอเตอร์เวย์) ที่มีช่องทาง M Flow ได้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
กรมทางหลวง

พบกับ Selected Dose สิ่งดีๆ ที่เราคัดสรรแล้ว
ตอนต่อไปได้ที่


Selected by Oam
" Quality & Value Choice "

Selected Dose  # 03ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ทำไมจึงสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาประเทศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของ...
12/02/2026

Selected Dose # 03
ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ทำไมจึงสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาประเทศ

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เรามักจะได้ยินจากสื่อ
เกี่ยวกับการประกาศอันดับคะแนนทุจริตของประเทศไทย
จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ซึ่งคะแนนและอันดับของประเทศ มักจะไม่ดีในแต่ละปี (ปีล่าสุด
ได้คะแนน33เต็ม100 ได้อันดับ116จาก180ประเทศ)

หลายคนอาจจะชินกับผล แต่หากพิจารณาว่า
เราเป็นแค่ส่วนหนึ่งของคนบนโลก จากจำนวน
หลายพันล้าน โดยมีประเทศทั้งหมดอีกกว่า
สองร้อยประเทศ ก็พอจะเดาได้ว่า ดัชนีตัวนี้
มีความสำคัญอย่างไร ในสายตาคนทั้งโลก

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions
Index ; CPI) คืออะไร จัดทำโดยใคร วัดผล
แบบไหน จากอะไร และทำไมประเทศของเรา
แทบไม่สามารถเพิ่มคะแนนในการวัดผลได้เลย
มาครับ Selected by Oam จะเล่าให้ฟัง

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) คือ ดัชนีสะท้อน
ภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศต่างๆทั่วโลก

จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ
(Transparency International ; TI) ที่ก่อตั้งขึ้นใน
ประเทศเยอรมนี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ.1993)

จัดเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศ
ที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ แสวงหา
ความร่วมมือจากหน่วยงานทั่วโลก เพื่อสร้างความ
ตระหนักรู้ถึงผลเสียจากการทุจริต

การวัดผลจะประมวลจากฐานข้อมูลอันดับหรือ
ตัวชี้วัดของหน่วยงานทั่วโลก 13 แหล่งข้อมูล
(ข้อมูลของไทยไดัรับการจัดเก็บเพียง 9 แหล่งข้อมูล)

โดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน และคะแนน
จะถูกหักจากความโปร่งใสที่ลดลงของ
แต่ละประเทศ พร้อมนำมาจัดลำดับประเทศที่
โปร่งใสจากมากไปหาน้อยอีกชั้นหนึ่ง

9 จาก 13 แหล่งข้อมูล ที่ประเทศไทยได้รับ
การจัดเก็บ มีแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ

- Political and Economic Risk Consultancy
Asian Intelligence ; PERC
ประเมินโดยนักธุรกิจต่างประเทศ ให้คะแนนด้าน
คอร์รัปชั่นในประเทศที่ตนทำงานอยู่

- World Economic Forum Executive
Opinion Survey ; WEF
ประเมินโดยนักธุรกิจในประเทศ ในประเด็น
การให้สินบนในการดำเนินธุรกิจว่ามีมากน้อยเพียงใด

- World Justice Project Rule of Law Index
Expert Survey ; WJP
ประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ในด้านการใช้อำนาจ
หน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ละประเทศ

แค่แหล่งข้อมูลจากสามในเก้าแหล่ง มองอย่าง
เป็นกลาง ก็ไม่น่าแปลกใจสำหรับคะแนนและ
ลำดับของประเทศไทย ในการจัด CPI แต่ละปี
รวมถึงผลการจัดลำดับในปีล่าสุดนี้ ที่แม้เทียบกับ
ประเทศภายในอาเซียนด้วยกัน ก็อยู่อันดับท้ายๆ

อย่างไรก็ดี ในการให้คะแนนและจัดอันดับประเทศ
ต่างๆทั่วโลก ตามดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) จะมีคำแนะนำ
วิธีการเพิ่มคะแนน CPI แก่ประเทศที่ถูกประเมิน
โดยให้เพิ่มประสิทธิภาพความโปร่งใสของ
ประเทศตน ใน 6 หัวข้อหลัก ได้แก่

1. เสริมสร้างความเป็นอิสระของกระบวนการ
ยุติธรรม
2. สร้างหลักประกันการปฏิบัติหน้าที่ และระบบตรวจสอบ
การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม
3. ปรับปรุงและพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เข้าถึงง่าย
และให้องค์กรภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการ
ตรวจสอบการทุจริต
4. เพิ่มความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลของ
กระบวนการยุติธรรม
5. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานยุติธรรม
ทั้งหน่วยงานหลักและหน่วยงานรอง
6. เพิ่มความผิดเกี่ยวกับคดีทุจริตระหว่างประเทศ

แต่เมื่อนำสถิติคะแนนCPIย้อนหลัง20ปี ของประเทศไทย
มาวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่าช่วงคะแนนของเรา เป็นไป
ในทิศทางที่ลดลง อันหมายความว่า เราไม่สามารถ ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมภายใน ตามข้อแนะนำ
ในแต่ละปีได้เพียงพอ เป็นเหตุให้ อันดับประเทศตาม
ดัชนีการรับรู้การทุจริตตกต่ำลงเป็นลำดับ

สอดรับกับอัตราการเติบโตของ GDPไทย ย้อนหลัง
20 ปี ที่มีลักษณะการเติบโตแบบถดถอยเช่นเดียวกัน

จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของประเทศ มีความสัมพันธ์กัน
เนื่องจากคงไม่มีกลุ่มทุนปกติกลุ่มใด อยากลงทุน
ในประเทศที่มีการทุจริตสูงเป็นแน่

การที่จะทำให้ทั้งสองอย่างได้รับการพัฒนา
สามารถที่จะกลับมาอยู่ในหนทางที่ควรจะเป็น
จะเกิดขึ้นมิได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจ
จากทุกคนในประเทศ

และความร่วมมือเช่นว่าย่อมไม่อาจเกิดขึ้น
หากเราทั้งหลายไม่ยอมรับความเป็นจริง
ของสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว และยังคงดำรงค์อยู่
ในปัจจุบันเสียก่อน

ติดตาม Selected Dose ตอนต่อไปได้ที่


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
กิตติ สิงหาปัด
กรุงเทพธุรกิจ
TODAY Bizview

" Selected by Oam "
Quality & Value Choice

Selected Dose  # 02งูสวัด - ภัยเงียบวัยห้าสิบบวก แต่ลดเสี่ยงได้ด้วยวัคซีนเบาหวาน ความดัน หัวใจและไต สี่จตุรเทพปัญหาสุขภา...
09/02/2026

Selected Dose # 02

งูสวัด - ภัยเงียบวัยห้าสิบบวก แต่ลดเสี่ยงได้ด้วยวัคซีน

เบาหวาน ความดัน หัวใจและไต สี่จตุรเทพปัญหาสุขภาพ
ที่คนส่วนใหญ่เฝ้าระวังใส่ใจ แต่รู้หรือไม่ ไข้สุกใส
(หรืออีสุกอีใส ชื่อที่คุ้นเคย) ในวัยเยาว์ที่หลายท่าน
เคยเป็นกันมา อาจกลายเป็นวายร้าย ซุ่มจู่โจม
เราทั้งหลาย ในวันที่ร่างกายอ่อนแอ หรืออายุ
ห้าสิบปีขึ้นไปได้ ในนาม "งูสวัด"

งูสวัด คืออะไร ติดเชื้อแล้วร้ายแรงแค่ไหน
และเราจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้อย่างไร
วันนี้ Selected by Oam จะเล่าให้ฟัง

งูสวัด (Herpes Zoster/Shingles) คือ โรคที่เกิดจาก
การติดเชื้อ Varicella Zoster Virus (VZV) ซึ่งซ่อนอยู่
ในปมประสาทสำหรับผู้ที่เคยเป็นไข้สุกใสมาก่อน
เมื่อภูมิคุ้มกันลดต่ำลง VZV ที่หลบซ่อนอยู่ จะกำเริบ
ก่อให้เกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน ปวดแปลบ
ตามร่างกาย มีผื่นแดงบนผิวหนังเรียงกันเป็นกลุ่ม
ตามแนวเส้นประสาท มีตุ่มน้ำใส และอาจมีไข้ร่วมด้วย

หากงูสวัดไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย
และรุนแรง ดังนี้

- อาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังเป็นโรค
(Postherpetic Neuralgia-PHN) แม้ผื่นงูสวัด
จะหายไปแล้ว คนไข้จะยังคงมีอาการปวดแปลบ
ตามร่างกาย โดยความรุนแรงและยาวนานของ
อาการปวด จะแปรผันตามอายุที่มากขึ้น
ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

- งูสวัดขึ้นตา (Herpes Zoster Opthalmicus/
Ocular Shingles) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิด
ผื่นงูสวัดขึ้นรอบดวงตา ทำให้เกิดการระคายเคือง
และอาจมีภาวะร้ายแรงอื่นเกี่ยวกับดวงตาตามมาได้

อย่างไรก็ดี ความเชื่อว่าหากงูสวัดพันรอบตัว
จะถึงแก่ความตาย ไม่ใช่เรื่องจริง โดยผื่นงูสวัด
อาจขึ้นพร้อมกัน ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของ
ร่างกายได้ แต่คนไข้มักเสียชีวิตเนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ
และมีภาวะแทรกซ้อนอื่น

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีอาการ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส
โดยตรงกับคนไข้งูสวัด เฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยงสูง
(อายุมาก/ภูมิต่ำ/ทานยากดภูมิ)

นอกจากนี้ การป้องกัน ก็เป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ
ร่างกายทั่วไปให้สมบูรณ์ แข็งแรง ด้วยการหมั่นออก
กำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามไม่เครียดจนเกินไป

แต่หากอยากลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคงูสวัด
สามารถกระทำได้ด้วยการเข้ารับวัคซีน (Vaccine)
ซึ่งมีสองประเภทในปัจจุบัน ได้แก่

1. Zoster Vaccine Live (ZVL) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น
จำนวน 1 เข็ม มีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้
ประมาณ 70 %

2. Shingrix Vaccine (Recombinant Subunit Zoster
Vaccine - RZV) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ฉีดรวม 2 เข็ม
ตามระยะที่กำหนด มีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้
ประมาณ 97% เป็นเวลาสิบปีนับแต่ได้รับวัคซีนครบ

อย่างไรก็ดี ราคาของวัคซีนงูสวัดในปัจจุบัน ถือว่า
ยังค่อนข้างสูงอยู่ จึงแนะนำให้ท่าน
สอบถามเปรียบเทียบราคาวัคซีนแต่ละประเภท
จากสถานบริการสุขภาพหลากหลายแห่ง ก่อนการ
ตัดสินใจ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก โรงพยาบาลนนทเวช

พบกับ Selected Dose ตอนต่อไปได้ที่


" Selected by Oam "

Quality & Value Choice

Selected Dose  # 01Money Sense - เมื่อการเงิน เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนภูมิคุ้มกันทางการเงินเราอยู่ในระดับใด จะดีแค่ไหนถ...
03/02/2026

Selected Dose # 01

Money Sense - เมื่อการเงิน เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

ภูมิคุ้มกันทางการเงินเราอยู่ในระดับใด จะดีแค่ไหน
ถ้าสามารถตรวจสอบด้วยตัวเอง ได้ทันที โดยไม่ต้อง
ลงทุนใดๆ วันนี้ มีคำตอบให้คุณ

ในยุคที่ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
และในรูปแบบที่เราไม่อาจคาดเดาได้ อาทิ การแพร่
ระบาดของโควิด19 การเกิดแผ่นดินไหวจนรู้สึกได้
และสร้างความเสียหายถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจน
ความบ้าระห่ำของประเทศมหาอำนาจ อันนำไปสู่
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระเบียบโลกใหม่
ที่กำลังเกิดขึ้น

ภูมิคุ้มกันทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในการ
ผ่านพ้นความผันผวนและสร้างความมั่นคงแก่ตนเอง
Selected Dose ตอนปฐมฤกษ์ จาก Selected by Oam
ขอนำทุกท่านทำความรู้จัก Money Sense สิ่งดีๆ
จากรัฐบาลสิงคโปร์ เพื่อนร่วมอาเซียน ที่ผ่านการใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 (ค.ศ.2003) จนถึงปัจจุบัน

Money Sense คืออะไร มาครับ เราจะเล่าให้ฟัง

Money Sense เป็นโครงการให้ความรู้ทางการเงิน
ในระดับชาติของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะ
ด้านวิชาการ หากแต่มุ่งปลูกฝังให้เรื่องทางการเงิน
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ประถมฯ
มัธยมฯ มหาวิทยาลัย เข้าสู่ชีวิตการทำงานจนกระทั่ง
เกษียณ ริเริ่มโดยธนาคารกลางสิงค์โปร์ร่วมมือกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านแรงงานและการศึกษา
มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 (ค.ศ.2003)

Money Sense ทำให้การวางแผนทางการเงิน
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเป็นลำดับ ดังนี้

1. ช่วงอายุ 3-6 ปี (ก่อนเข้าระบบการศึกษา)
มุ่งเน้นเพียงสร้างทัศนคติ ไม่เน้นวิชาการ สอนให้
รู้จักแยกระหว่าง "ความต้องการ" และ "ความจำเป็น"
เพื่อสร้างความยับยั้งชั่งใจ ให้เด็กรู้จักการไตร่ตรอง
อีกครั้ง ก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยวิธีการสำคัญที่ใช้
ปลูกฝัง คือ การสอนให้ทำรายการของที่ต้องการซื้อ
จะต้องมีราคาสินค้ากำกับ ประกอบการตัดสินใจทุกครั้ง

2. ช่วงอายุ 7-12 ปี (ประถมฯ)
เมื่อถึงวัยเข้าสู่ระบบการศึกษา Money Sense ร่วมมือกับ
หน่วยงานด้านการศึกษาแทรกทักษะทางการเงินลงใน
หลักสูตร และโดยที่เด็กๆเริ่มได้ค่าขนมไปเรียน จึงจำเป็น
ที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเงินเบื้องต้น อาทิ
สอนให้รู้จักการออมเงินเพื่อใช้ซื้อของที่ต้องการ
สอนให้เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึง
สอนให้จัดสรรเงินค่าขนมที่ได้รับ เพื่อแบ่งเป็น
เงินเก็บกับเงินที่ใช้จ่ายได้ เป็นต้น

3. ช่วงอายุ 13-16 ปี (มัธยมฯก่อนเข้าสู่สายอาชีพ
หรือมหาวิทยาลัย)
เน้นเพิ่มทักษะวางแผนทางการเงินในระดับที่สูงขึ้น
เช่น การรู้จักความเสี่ยง เพื่อประกอบการลงทุนใน
สินทรัพย์ต่างๆ , การบริหารหนี้ที่ตนก่อด้วยความ
รับผิดชอบ รวมถึงให้รู้จักพลังของดอกเบี้ยทบต้น
โดยแทรกทักษะทางการเงินลงไปในเนื้อหาที่เรียน
อาทิ วิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น

4. อายุ 17 ปี ขึ้นไป (อาชีวะ/มหาวิทยาลัย
ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน)
จากทักษะที่สร้างมาเป็นลำดับ ในวัยนี้จึงส่งไม้ต่อให้ Institue for Financial Literacy (IFL) อันเป็นองค์กร
ความร่วมมือระหว่าง Money Sense และ Singapore
Polytechnic เพิ่มพูนทักษะทางการเงินให้เพียงพอ
มากที่สุดก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยจะเน้นไปที่การ
ทำความเข้าใจภาพรวมของระบบการเงิน , กองทุน
สำรองเลี้ยงชีพกลางภาคบังคับ (CPF) , ตลอดจน
ให้ตั้งเป้าหมายทางการเงิน ที่มีความชัดเจน มีกำหนด
เวลาเติบโตแน่ชัด และตรวจสอบวัดผลได้

ทักษะและวิธีการทั้งหลายตามแนวทางของ
Money Sense ไม่ใช่คัมภีร์หรือสูตรสำเร็จ ที่จะต้อง
ถือตามทั้งหมด หากแต่เราสามารถนำมาประยุกต์
ปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมหรือดัดแปลงให้เหมาะสมกับ
ข่วงวัยและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของเรา ตลอดจน
บุคคลรอบข้าง ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด
คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่ตนเองและ
ครอบครัว อันจะนำไปสู่ความแข็งแกร่งทางการเงิน
และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป

ท่านที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
www.moneysense.gov.sg

และขอขอบคุณแรงบันดาลใจดีๆจาก
ลงทุนแมน (เนื้อหาวันที่ 10 ม.ค.69)

พบกับ Selected Dose ตอนต่อไปได้ที่


"Selected by Oam"
Quality & Value Choice

ส่องนโยบายปากท้อง 3 พรรคใหญ่                      สาระที่ไม่ควรมองข้าม    ท่ามกลางสงครามข่าวสาร การแย่งชิงกระแสก่อนการเล...
30/01/2026

ส่องนโยบายปากท้อง 3 พรรคใหญ่
สาระที่ไม่ควรมองข้าม

ท่ามกลางสงครามข่าวสาร การแย่งชิงกระแส
ก่อนการเลือกตั้งส.ส.และการออกเสียงประชามติ
ในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่กำลังจะมาถึง

Selected by Oam ขอนำเสนอข้อมูลนโยบาย
ด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ของสามพรรคใหญ่แก่
ทุกท่าน ภายใต้ฝุ่นควันการเมืองในเวลานี้
(ขอขอบคุณข้อมูลหลักจาก TODAY Bizview
และเวทีดีเบตนโยบายด้านเศรษฐกิจจากการ
ติดตามประมวลผลของเรา)

สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย เราขอSpoilนโยบาย
เศรษฐกิจสามพรรคใหญ่ แบบสั้นๆจำง่าย ดังนี้

1. ภูมิใจไทย
ให้นึกถึงนโยบาย ศก.ยุคลุงตู่-สี่ยอดกุมาร
ที่จำแลงมาเป็น ยุคอนุทิน-เอกนิติและศุภจี
(จริงๆสี่คนเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยดันสีหศักดิ์
กับอรรถพล) มาต่อยอดเป็น "พลัส" ด้านต่างๆ

2. เพื่อไทย
เจ้าพ่อประชานิยมเหมือนเดิม เน้นแจก
ไม่ต่างจากยุคเศรษฐา-แพรทองธาร เพียงแต่
Fresh Up ด้วย "นโยบายเศรษฐีเงินล้าน
วันละเก้าคน"

3. ประชาชน
ธนาธร นักอุตสาหกรรม นโยบายเลยเน้น
ทางReal Sector มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คน ได้แก่ ไฟฟ้า
และการจัดการน้ำเสีย-ขยะ ภายใต้กรอบเวลา
ต่อเนื่อง 8 ปี พร้อม Boost Up SMEs

ส่วนท่านที่พอมีเวลา เราได้จำแนกนโยบายเด่น
ของแต่ละพรรค แบบรวบรัด ดังนี้

ภูมิใจไทย - พูดแล้วทำพลัส

- คนละครึ่ง เฟส2 , บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ที่จะปรับการลงทะเบียนให้ครอบคลุมมากขึ้น
- ลดรายจ่าย ค่าไฟไม่เกิน3บาท (ครัวเรือน
สองร้อยยูนิตแรก) , เพิ่มบัญชีออมทรัพย์ลดหย่อน
ภาษี , เดินหน้า "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" (คนจ่ายตรง
มีวินัย ลดดอกเบี้ยให้) , ค่ารถไฟฟ้า เหมาจ่ายหรือ
โซนนิ่ง ค่าโดยสาร20-40บาท
- มหภาค Made In Thailand SMEs พร้อมวงเงิน
สินเชื่อ , สร้างPlatform E-Commerce ของไทย
ตั้งเป้าเพิ่มงบลงทุนให้ได้30%ของจีดีพี ภายใน4ปี
พร้อมดันGDPโต3%ในกรอบเวลาเดียวกัน

เพื่อไทย - fresh up ประชานิยม

- เศรษฐีเงินล้านวันละ9คน
- ยิ่งกว่าพลัส ต่อยอดคนละครึ่ง เป็นรัฐจ่าย70
ประชาชนจ่าย30
- รถไฟฟ้า20บาทตลอดสาย , บ้านเพื่อคนไทย
- ล้างหนี้ห้ากลุ่ม อาทิ ล้างหนี้เสียเกินหนึ่งปีที่
ยอดต่ำกว่า200,000บาท ทั้งสถาบันการเงินรัฐและ
เอกชน โดยให้ชำระหนี้เพียงร้อยละสิบ(20,000)
ปิดหนี้ทันที ฯลฯ
- ประกันกำไรเกษตรกร

ประชาชน - เน้นปฏิรูปReal Sector
พร้อมboost up SMEs

- Mega Project สีส้ม (ต่อเนื่อง8ปี) ปฏิรูปพลังงาน
เปลี่ยนระบบจ่ายไฟเป็น smart grid เปลี่ยนมิเตอร์
ไฟบ้านเป็น smart meter เปิดไฟฟ้าเสรี หวังการ
ปรับเปลี่ยนไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง - พลาสติก
ปิโตรเคมี สายไฟ แปรรูปทองแดงและเซมิคอนดักเตอร์
พัฒนาอุตสาหกรรมกำจัดขยะและบำบัด
น้ำเสีย ให้กระจายครอบคลุมทั้งประเทศมากที่สุด
ภายในกรอบเวลาเดียวกับข้างต้น
- หวยใบเสร็จ เมื่อซื้อสินค้ากับร้านSMEs
ผู้ซื้อสะสม500บาท ได้หวยใบเสร็จเลขสามตัว1ใบ
ขณะฝั่งผู้ขายต้องสะสมยอดขาย5,000บาท จึงได้สิทธิ
หนึ่งใบ โดยเวลาออกสลาก-เลขรางวัลอิงกับ
สลากกินแบ่งรัฐบาล จำกัดรางวัลต่องวดที่
500ล้านบาท หวังจูงใจSMEsเข้าระบบภาษี
- อัพเกรดแอปเป๋าตังค์ ให้SMEsขอสินเชื่อได้
ภายใต้ฐานข้อมูลที่รัฐจัดเก็บ โดยมี บสย.คัำประกัน
แทนการที่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ
- อัดฉีดเงินเพื่อคนทุนน้อย วงเงิน250,000ล้านบาท
เป็นทุนหมุนเวียนและปรับปรุงกิจการSMEs

หวังว่าข้อมูลชุดนี้จะเป็นประโยชน์
ต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญของทุกท่าน ในวันอาทิตย์
ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้

Selected by Oam
"Quality & Value Choice"

หากวันนี้หนึ่งในเรื่องที่ต้องตัดสินใจในชีวิต เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่คุณยังไม่มั่นใจ ไม่ค่อยแน่ใจ หรือไม่รู้จะปรึ...
27/01/2026

หากวันนี้หนึ่งในเรื่องที่ต้องตัดสินใจ
ในชีวิต เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ที่คุณยังไม่มั่นใจ ไม่ค่อยแน่ใจ หรือไม่รู้จะ
ปรึกษาที่ไหน อาทิ
- สัญญาที่จะทำรอบคอบแค่ไหน
- อยากได้double check หรือ
second opinion ทางกฎหมาย ต้องทำยังไง
- จะต้องตัดสินใจแต่กลัวว่าจะมีปัญหา
ทางกฎหมายตามมาภายหลัง หรือไม่
- ข้อเสนอทางกฎหมายที่ได้รับมา มีข้อดี
ข้อเสีย อย่างไร ......... ฯลฯ

" Personal Legal Inspection " อีกหนึ่งบริการ
ที่คัดสรรและภูมิใจนำเสนอจาก Selected by Oam
(SBO) พร้อมเคียงข้างคุณทุกการตัดสินใจ

ทุกปัญหาหรือข้อติดขัดทางกฎหมายแพ่ง
ล้มละลาย ฟื้นฟูกิจการ หรือกฎหมายปกครอง
และรัฐธรรมนูญ Personal Legal Inspection
พร้อมตรวจสอบ ทำความเห็น และพิจารณา
นำเสนอทางออกแก่คุณ
หากแต่ เราขอสงวนสิทธิเรื่องทางอาญา
ที่จะไม่รับบริการ อันเนื่องมาแต่ปณิธานทาง
กฎหมายของเราเป็นการส่วนตัว

ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องตัดสินใจ
ทางกฎหมาย ในสาขาที่เราให้บริการ พร้อมร่วมมือ
ในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ปกปิด
ข้อเท็จจริง เชื่อมั่นในกระบวนการทำงาน
ร่วมกันเพื่อบรรลุ Ideal Solution สำหรับคุณ
ภายใต้ความมุ่งมั่น มาตรฐานวิชาชีพ การรักษา
ความลับและปกป้องความเป็นส่วนตัวจากเรา
Personal Legal Inspection หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
เราจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการคลี่คลายสถานการณ์
ดังกล่าวของคุณ

สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือ ปรึกษาเบื้องต้นได้ที่เพจ
Selected by Oam หรือโทร 081 817 3840

Selected by Oam

" Quality & Value Choice "

Legal Inspection #

17/01/2026

เพียง185,000 บาท รถเจ้าของเดียว

ขับดี ประหยัด(ดีเซล)

ประวัติครบ ดูแลมาแบบจัดเต็ม

ถ้าคุณหลงใหลในรถยนต์สไตล์ Hatchback อยากได้รถที่มีอัตราเร่งให้ใช้งานได้อย่างเพียงพอ Feeling ช่วงล่างมาในแนวหนึบ แน่น กระ...
17/01/2026

ถ้าคุณหลงใหลในรถยนต์สไตล์ Hatchback อยากได้รถที่มีอัตราเร่งให้ใช้งานได้อย่างเพียงพอ Feeling ช่วงล่างมาในแนวหนึบ แน่น กระชับแต่ไม่กระด้าง ความรู้สึกเมื่อเปิด/ปิดประตูรถ แน่นหนา ปลอดภัย พ่วงอัตราบริโภคน้ำมัน (ดีเซล) ระดับ 20 km/l ทั้งในและนอกเมือง

ในขณะเดียวกัน รับได้กับพื้นที่โดยสารตอนหลังที่
จะว่าแคบก็ไม่เต็มปาก นั่งสบาย เพียงแต่ไม่ได้รู้สึก
โปร่งมากนัก ทั้งช่างที่ดูแลไม่แพร่หลายเท่าเจ้าตลาด
แต่อะไหล่-ช่างสามารถหาได้ โดยไม่เบียดบังเวลาชีวิตและปัจจัยในกระเป๋าจนเกินไป

“Ford Focus Mk 2.75” ในราคา 185,000 บาท
อาจเป็นคำตอบ

ทำไม Selected by Oam (SBO) ถึงเลือกนำเสนอคันนี้
มาครับ เราจะเล่าให้ฟัง

จากประสบการณ์ สถิติและข้อมูลที่เก็บส่วนตัว
ได้บทสรุปว่า รถที่เราจะเลือก
1. ขายโดยเจ้าของเท่านั้น
2. เป็นรถมือเดียว เลขไมล์ไม่เยอะ เมื่อเทียบอายุรถ
3. ตัวถังสวยเดิมตามปี ไม่ชน/คว่ำ/น้ำท่วม สังเกตุทั้งจากสายตา เครื่องมือและการลองขับขี่ ประกอบกัน
4. ประวัติรถต้องครบ ตรวจได้ทั้งจากศูนย์บริการและเอกสาร เพราะจะได้ดูแลต่อถูกต้อง ลดค่าใช้จ่ายในการ Reset ตัวรถลง
5. สุดท้ายทดลองขับ เสียงเครื่องยนต์ การทำงานของเกียร์ ศูนย์รถ พวงมาลัย ช่วงล่าง ทุกอย่างสมบูรณ์
ในแบบของมือสอง และเป็น feeling ที่เราชอบ

Profile ทั่วไปของคันนี้
- รถเจ้าของเดียว ตั้งแต่ป้ายแดง ใช้งานปีละประมาณ 1.5 หมื่นกิโลเมตร พร้อมทะเบียน เลขมงคล
- เครื่องยนต์ดีเซล แรงบิดดีพร้อมความประหยัด และเป็นตัวสุดท้ายของโฉมนี้ Option เต็มที่สุด
- ประกันชั้น 1 มาตลอด คุ้มครองถึงมีนาคม 2569
ล่าสุดต่อภาษีประจำปี ถึงเมษายน 2570
- รถประวัติดี ไม่ชน ไม่น้ำท่วม ใช้งานกรุงเทพ
- คู่มือ Book Service กุญแจสำรองครบ
- เก็บประวัติทุกอย่าง ตั้งแต่ซื้อจนถึงปัจจุบัน (เป็นแฟ้มอย่างดี) เข้าศุนย์ฟอร์ด จนสามารถซื้อประกันคุณภาพตัวรถเพิ่มได้ จากนั้นดูแลต่อเนื่อง โดยช่าง
เฉพาะทางเท่านั้น
(จุดที่คนกลัวของรุ่นนี้ คือ เกียร์ ก็ได้ให้ช่างเขียวดูแลเรียบร้อย)

จุดเด่น
การดูแลและจัดเก็บประวัติรถของเจ้าของเดิม

ระบบและชิ้นส่วนหลักของตัวรถที่เสื่อมตามอายุและการใช้งาน เจ้าของได้ทำการเปลี่ยนตามรอบทั้งหมด อาทิ ยางแท่นเครื่อง-แท่นเกียร์ ช่วงล่างทั้งระบบ Timing Belt และอุปกรณ์ ไดร์ชาร์จ ยาง Yokohama ฟิล์มเซรามิค 3M และแบตเตอร์รี่ Puma เป็นต้น

ข้อสังเกต
คันนี้กระจกบานหน้า เคยถูกหินดีด ได้เปลี่ยนที่
Glasstechthailand ตั้งแต่ปี 2562 มีใบรับประกันเก็บไว้

SBO ตั้งใจคัดสรรสินค้าที่เจ้าของเดิม ผู้ขายใช้งานถนอม ประวัติครบชัดเจน มีการบำรุงรักษาต่อเนื่อง
โดยให้ราคาที่เหมาะสม ทั้งหวังส่งต่อแก่ผู้ซื้อที่เข้าใจ
และเชื่อในแนวทาง Win Win Win ทุกฝ่าย ภายใต้
ความจริงใจ บนฐานข้อมูลที่เป็นจริง

สนใจสามารถสอบถามข้อมูล นัดชมและทดลองขับ
ทางเพจ หรือที่ 081-817-3840

“ เพราะเราเชื่อว่า ทรัพย์มือสองที่ดีสามารถสร้าง
ความสุขให้แก่ทั้งผู้ส่งต่อและผู้รับได้ ” #รถมือสอง

ทุกคนครับในปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ในฐานะคนที่ชอบอ่าน อ่าน อ่านมันทุกอย่าง ได้ไปเจอบทความประทับใจจากเพจ  #วิเคราะห์บอล...
06/01/2026

ทุกคนครับในปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ในฐานะ
คนที่ชอบอ่าน อ่าน อ่านมันทุกอย่าง
ได้ไปเจอบทความประทับใจจากเพจ #วิเคราะห์บอลจริงจัง # ชื่อบทความ
“ประเทศที่ทำผิดแค่ไหน
ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”

อ่านจบ ทุกอย่างในบทความเหมือนถูกกลั่นออกมาจากความรู้สึกของเรา เกี่ยวกับความเป็นไปของประเทศ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขอบคุณเพจวิเคราะห์บอล
จริงจังจากใจ ที่ผลิตผลงานยอดเยี่ยมชิ้นนี้ออกมา

จุดดังกล่าวได้สร้างแรงบันดาลใจให้เรา ผู้ซึ่งไม่เคยมีบัญชี Social Media ใดๆมาก่อน ตัดสินใจลุกขึ้นมา
ทำอะไรสักอย่างที่เป็น Public มากขึ้น ในสิ่งที่เรารักและสามารถทำได้ อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจกับตนเองว่า
เราไม่จำเป็นต้องไหลตาม “สังคมศรีธนญชัย” ที่มุ่งเอาแต่ตัวเองรอด โดยไม่สนวิธีการและผลกระทบที่ตามมา

จึงเป็นที่มาของการสร้างพื้นที่ จาก Space เล็กๆ
ที่ทำเป็นการส่วนตัว ไปสู่Scale ที่เป็น Public มากขึ้น
ใช่ครับ สิ่งนั้นคือ การสร้างพื้นที่ร่วมกันเพื่อการแสวงหา แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ ที่ดำเนินการบนฐานข้อมูลที่เป็นจริง ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อกัน อันจะนำไปสู่ Deal ที่เหมาะสม Win-Win ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
มากที่สุด ในนามเพจ

จากนี้ จะทยอยแนะนำสิ่งต่างๆ
ที่ผ่านการคัดกรอง ประวัติ ข้อมูล ตลอดจนจุดแข็งและจุดอ่อนที่เราได้สัมผัสมา เพื่อนำเสนอเป็นทางเลือก
แก่ทุกคนต่อไป

เพราะเราเชื่อว่า ทรัพย์มือสองที่ดี ตลอดจนบริการ
ที่ผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบอย่างมีมาตรฐาน
สามารถสร้างความสุขให้แก่ทุกคนได้

ที่อยู่

37 Prachachuen Road , Bang Sue
Bangkok
10800

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Selected by Oamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์