25/03/2026
คำว่า “แข่งกันที่ราคา (Price War ง่ายกว่า)” ในบริบทอสังหาฯ หมายถึง 👇
🔥 อธิบายแบบเข้าใจง่าย
คือสถานการณ์ที่
👉 เจ้าของหลายห้องในโครงการเดียวกัน / โซนเดียวกัน
ต้อง “ลดราคาแข่งกัน” เพื่อให้ปล่อยเช่าได้
🏢 ตัวอย่างภาพจริง (Ratchada Case)
สมมุติในโครงการเดียวกันมี 20 ห้องปล่อยเช่า
ห้อง A ตั้ง 18,000
ห้อง B ตั้ง 17,500
ห้อง C ตั้ง 17,000
ห้อง D ตั้ง 16,500
👉 ลูกค้าเลือกห้อง “ที่คุ้มที่สุด”
สุดท้ายเจ้าของต้อง “ลดราคาตาม”
📉 ค่าเช่าจะ “ไหลลง” ตามการแข่งขัน
⚠️ ทำไม Ratchada เกิด Price War ง่าย
เพราะ:
1. Demand เป็น Mass Market
คนไทย / First Jobber
Budget จำกัด (15K–18K)
👉 ลูกค้าจะ “เปรียบเทียบราคาเยอะ”
2. Supply เยอะมาก
คอนโดจำนวนมากในโซนเดียวกัน
ห้อง layout คล้ายกัน
👉 แทบไม่มีความต่าง → แข่งที่ราคา
3. ไม่มี Pricing Power
ต่อให้ห้องสวย
👉 ก็ขึ้นราคาเกินตลาดไม่ได้
🧠 เปรียบเทียบกับ Rama 9 (ให้เห็นภาพชัด)
Rama 9
มี Expat / Corporate Tenant
Budget สูงกว่า (20K–30K+)
ยอมจ่ายเพื่อ Location + Convenience
👉 เจ้าของ “ไม่ต้องลดราคาแข่งหนัก”
👉 มี “Pricing Power” มากกว่า
🎯 สรุปแบบ Investor
Price War = ตลาดที่ “ใครถูกกว่าชนะ”
ซึ่งหมายความว่า:
Yield อาจดูโอเคตอนซื้อ
แต่ “ค่าเช่าในอนาคตมีโอกาสลด”
💡 Insight สำคัญ (เอาไปใช้ได้เลย)
เวลาเลือกลงทุน ให้ถามตัวเองว่า:
👉 “ตลาดนี้ แข่งกันที่ Value หรือ แข่งกันที่ราคา?”
ถ้าแข่งที่ราคา ❌ = เสี่ยงโดนกด Yield
ถ้าแข่งที่ Value ✅ = มีโอกาสดันค่าเช่าได้
Ascend Realty 🏢
CBD Investment Specialist
Investment-Driven Property Consultant
📞 โทร : 084-0865624
📲 Line :
ังหา #ลงทุนคอนโด ังหา
#อสังหาลงทุน