ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่าง

ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน  ขายทุกอย่าง ร้านเติมสุข บึงกาฬ ซื้อมา ขายไป จำนอง ขายฝาก สินค้าออนไลน์ shopee ราคาถูกน่าใช้

อ่านสัญญาดีๆ นะครับ
12/08/2026

อ่านสัญญาดีๆ นะครับ

31/01/2026
คนอื่นทำ 15 นาที 2 ชั่วโมงแล้ว เปลี่ยนหัวก๊อกน้ำ พอใส่คืนสายรั่วอีก
16/01/2026

คนอื่นทำ 15 นาที 2 ชั่วโมงแล้ว เปลี่ยนหัวก๊อกน้ำ พอใส่คืนสายรั่วอีก

จริง
21/12/2025

จริง

อวสานงานเลี้ยงสิ้นปี? พนักงานไม่อิน 90% ชี้ เหมือนบังคับให้ “สนุกตามหน้าที่” อยากได้โบนัส เงินสด หรือวันหยุดเพิ่มมากกว่า
งานเลี้ยงปลายปีของออฟฟิศเคยเป็นภาพจำของความสุขส่งท้ายปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก อาหารบุฟเฟต์ ไฟสลัว บนเวทีมีดนตรีสด หรือดีเจเปิดเพลงฮิตดังไปทั่วฟลอร์ พนักงานใส่ชุดที่ดูดีที่สุดในรอบปีที่มาพร้อมรอยยิ้ม และกำลังเอนจอยไปกับเพื่อนร่วมงาน
แต่ในปีหลังๆ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป รอยยิ้มของพนักงานที่เห็นในงานเลี้ยง บางครั้งก็แยกไม่ออกว่า “สนุกจริง” หรือ “ยิ้มตามมารยาท” คำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในใจคนทำงานช่วงหลังมานี้ อาจไม่ใช่ว่า “ปีนี้จะจัดงานที่ไหน?” แต่คือ “ฉันจำเป็นต้องไปไหม?”
ผลสำรวจล่าสุดจาก Capital on Tap ซึ่งเป็นบริษัทด้านบัตรเครดิตในสหราชอาณาจักร อาจทำให้เจ้าหน้าที่ HR ของหลายๆ บริษัทต้องสะดุ้ง เมื่อพบว่า พนักงานยุคนี้ไม่ได้ตื่นเต้นกับปาร์ตี้บริษัทเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยเกือบ 9 ใน 10 ของพนักงานในสหราชอาณาจักร บอกว่า พวกเขาอยากได้สวัสดิการรูปแบบอื่นมากกว่าการต้องไปงานเลี้ยงปลายปีของบริษัท
สำหรับสวัสดิการที่พนักงานโหวตว่าอยากได้มากที่สุด ไม่ใช่อะไรหรูหรา แต่คือ เงินสด โดยตามผลสำรวจชี้ว่า พนักงานกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 50% เลือก “โบนัสแบบจ่ายตรง” ขณะที่พนักงานส่วนที่เหลือ เลือก “วันหยุดเพิ่ม” หรือ “บัตรของขวัญ” แทนการไปร่วมงานกินเลี้ยงบริษัท
ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนว่าคนทำงานไม่รักองค์กร แต่กำลังสื่อสารว่า ในยุคที่เวลาและพลังงานมีค่ามากขึ้น ความสนุกที่ต้องแลกกับค่ำคืนหลังเลิกงาน อาจไม่ใช่ดีลที่คุ้มอีกต่อไป
ข้อมูลยังเผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างช่วงวัยอย่างชัดเจน โดย มากกว่า 1 ใน 3 ของพนักงาน Gen Z กังวลว่าจะถูกตัดสินในแง่ลบ หากไม่เข้าร่วมกิจกรรมสังคมของบริษัท ขณะที่พนักงานรุ่น Baby Boomer มีความกังวลในประเด็นนี้เพียงราวๆ 30% เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานมิลเลนเนียล (Gen Y) ระบุว่า พวกเขาจะเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทมากขึ้น หากจัดขึ้นในเวลางาน ไม่ใช่หลังเลิกงาน ภาพนี้สะท้อนว่า โมเดล “ดื่มหลังเลิกงาน” ที่เคยเป็นมาตรฐาน อาจไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแรงงานยุคใหม่อีกต่อไป
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1212947
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจWorklife

22/11/2025

ออนไลน์ได้แล้ว

น่าสนใจ
03/11/2025

น่าสนใจ

เต็นท์รถ ชื่อ ราชพฤกษ์ พี คาร์เซ็นเตอร์ บอกว่า ตอนนี้ขายรถ EV มือสองดีมาก โดยเฉพาะยี่ห้อ NETA มีเท่าไรก็ไม่พอขาย เพราะมันถูก
แล้วตอนนี้มีโซลูชั่นส์ของบริษัทที่ใช้อยู่ คือค่าไฟของบริษัทลดลงมาไม่ถึงพันบาท เหตุผลคือ ก็ติดโซล่าร์เซลล์เยอะอยู่ แต่ติดเป็น On Grid ตอนไหนไม่มีแดด หรือตอนกลางคืน ก็ไม่สามารถ Gen ไฟได้ ..
แต่ตอนนี้เค้ามีกล่องตัวนึง มาจากญี่ปุ่น คือนอกจากที่ตอนมีแดดจะใช้ไฟจากแผงโซลาร์แล้ว ก็ยังเอาไฟส่วนหนึ่งไปเก็บไว้ในรถไฟฟ้า และตอนกลางคืนหรือตอนไม่มีแดด ไอกล่องตัวนี้จะจัดการดึงไฟจากแบตรถไฟฟ้ามาจ่ายไฟในบริษัท
ตัวอย่างการใช้ไฟ อย่างรถเนต้าตัว 40kW ถ้าเปิดแอร์บ้านนึง 20000BTU กินไฟประมาณ 2 กิโลวัตต์ จะเปิดแอร์ได้ 20 ชั่วโมง!! พอมะ ... พูดง่ายๆ มันคือแบต โซลาร์เซลล์ที่วิ่งได้ หรือแม้แต่รถที่มีปัญหาวิ่งไม่ได้ ถ้าแบตยังใช้ได้ ก็ยังใช้โซลูชั่นส์นี้ได้ (แต่ส่วนมากเขาจะยกแบตไปใส่คันอื่น พูดไปตอนต้นคลิป)
เต็นท์บอกว่า โซลูชั่นส์นี้กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เดี๋ยวใส่คลิปไว้ใต้เม้นท์

31/10/2025

เจ้าบ้าน ทำสัญญากับ บริษัท M แห่งหนึ่ง
โดยเป็นสัญญาก่อสร้างบ้านพักอาศัย

ในสัญญา ไม่ได้ให้แบบบ้าน ไม่ให้ BOQ
และ มีการแบ่งงวดไม่ได้สัดส่วน
รวมถึงขัดต่อกฎหมาย ประกาศ สคบ 13 ข้อ
( คุ้นๆใช่มั้ย เออ คุ้นแหละ แอดก็คุ้น แต่พูดได้แค่นี้ )

-

เมื่อเริ่มลงมือสร้างบ้าน เจ้าบ้านจ่ายงวด 1 ตามสัญญา
แต่ เกิดปัญหาเมื่อต้องจ่ายงวดต่อๆไป

เพราะ เจ้าบ้าน กู้ธนาคารมาสร้างบ้าน
งวดของ ธนาคารนั้น ไม่ตรงกับงวดของ บริษัท M

-

เจ้าบ้าน ได้แจ้งกับ M เรื่องงวดที่ไม่ตรงกับธนาคารแล้ว
ทาง ผู้จัดการสาขาของ M แจ้งว่า ไม่เป็นไร
เพราะสุดท้ายแล้ว บริษัท ยังจะได้เงินครบตามสัญญา
โดยจะทำเรื่องขอ ให้บริษัท ช่วยออกเงินแต่ละงวดให้ก่อน

???????

ความจริงแล้ว การเบิกงวดของ M นั้น เป็นการเบิกที่ไม่ได้สัดส่วนกับงานอย่างมาก โดย
งวดที่ 1 จำนวน 15% นั้น ก็เบิกกินเปล่าแบบไม่มีเนื้องาน

รวมยอดเบิกงวด 1-5 เสร็จงานโครงสร้าง เบิกรวม 70% ทั้งๆที่มีเนื้องานแค่ 35-40%

การที่เจ้าบ้าน จ่ายเงินตามงวดธนาคารไป แท้จะน้อยกว่าสัญญา ก็ยังมากกว่าเนื้องานที่ได้รับ

แต่ด้วยความไม่รู้ เจ้าบ้านจึงยอมทำสัญญาที่เสียเปรียบนี้ และ ยังต้องมารู้สึกติดหนี้บุญคุณ บริษัท M ที่ออกค่างวดให้เจ้าบ้านก่อน

-

ปัญหา ก็เกิดที่งวด 5 อีก ( คุ้นอีกแล้วใช่มั้ย ก็นั่นแหละ พูดได้แค่นี้ และ ขอร้องว่ารู้ชื่อ ก็อย่าคอมเมนต์ )

บริษัท ทำงานถึงงวด 5 และ เบิกเงินเจ้าบ้านได้น้อยกว่าสัญญา แต่ ก็มากกว่างานที่ทำไป
แล้วก็เข้าสเตปเดิม ที่ทำกับหลังอื่นๆ เป็นร้อยหลัง คือ เริ่มหยุดงาน ล่าช้า ไม่มีช่างหน้างาน

เจ้าบ้านก็ตามงานที่ล่าช้า
และ บริษัท M ก็ได้ติบว่า จำเป็นต้องหยุดงาน เพราะเจ้าบ้านจ่ายเงินงวดไม่ครบถ้วน !!!!!!

< ไม่ครบตามสัญญา แต่ เงินที่ได้ไป ก็มากกว่าเนื้องานนั่นแหละ >

จากนั้น บริษัทออกหนังสือทวง ระบุว่า เจ้าบ้านผิดสัญญา และขอให้เจ้าบ้าน จ่ายเงินงวดให้ครบถ้วน โดยจ่ายอีกประมาณ 250,000 บาท จึงจะเริ่มทำงานต่อไป หากไม่จ่าย จะฟ้องเป็นคดี

-

เจ้าบ้านก็ติดต่อ ผจก สาขา ของ M
ว่านี่เกิดอะไรขึ้น ได้รับคำตอบว่า ก็บริษัทออกค่างวดให้ก่อนตามที่แจ้ง ดังนั้น ตอนนี้ เจ้าบ้านต้องจ่ายเงินให้ครบตามสัญญา แล้วจึงจะนำช่างเข้าทำงานต่อได้

เจ้าบ้านก็แย้งว่า งวดธนาคาร แต่ละงวด ได้เงิน มาน้อยกว่า งวดของ บริษัท M อยู่แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อ บริษัท M สร้างบ้านเสร็จ เบิกครบทุกงวด ก็จะได้เงินครบถ้วนตามสัญญา
ระหว่างก่อสร้างแต่ละงวด เจ้าบ้านก็ต้องเอาเงินจากธนาคารมา จะหาจากไหนมาให้ได้อีก เพราะงวดแรกก็เอาเงินส่วนตัวที่เตรียมไว้จ่ายให้หมดแล้ว

ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เจ้าบ้านก็คุยกับผู้จัดการสาขาเรียบร้อยตั้งแต่ต้น ทำไมมีปัญหา

ผู้จัดการ จึงแจ้งต่อเจ้าบ้านว่าช่วยต่อรองกับบริษัทให้

โดยให้เจ้าบ้านเซ็นสัญญา รับสภาพหนี้ ที่ติดค้างกับบริษัทอยู่ และจะจ่ายเงินให้ครบถ้วน เมื่อเซ็นสัญญาแล้ว ก็จะขอให้บริษัทนำคนมาทำงานให้

-

เจ้าบ้านยอมเซ็นสัญญา เพราะหวังว่าจะได้ทำงานต่อ และคิดว่าสุดท้ายแล้วเมื่อบ้านเสร็จก็จะจ่ายเงินครบถ้วน ด้วยเงินที่ได้จากธนาคาร

จึงเซ็นสัญญาไป

-

หลังเซ็นสัญญาก็ไม่มีการส่งคนเข้ามาทำงาน

เมื่อ เจ้าบ้าน ติดตามสอบถามเรื่องการทำงาน คราวนี้เป็นทนายใหญ่ ของบริษัท ตอบกลับมาว่า ตามสัญญาที่เซ็นใบนั้น เจ้าบ้านมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินให้ครบถ้วนก่อน “ ตามหนังสือสัญญายอมรับรับสภาพหนี้” บริษัทจึงจะเข้าไปทำงาน

หากไม่จ่ายเงินภายใน 30 วัน บริษัทจะฟ้องเจ้าของบ้านในฐานะที่ผิดสัญญา

-

เจ้าบ้านก็ไม่มีเงินอยู่แล้ว เมื่อครบ 30 วัน ก็ถูกบริษัท M ฟ้องบังคับตามหนังสือรับสภาพหนี้

เมื่อไปขึ้นศาล ก็แพ้คดี เพราะเป็นการฟ้องตามหนังสือที่เซ็นเอาไว้ว่าเจ้าบ้านเป็นผู้ติดหนี้บริษัท M แล้วไม่จ่ายเงิน

สุดท้ายเจ้าบ้าน ถูกทำเรื่องยึดบ้านและที่ดินที่ให้บริษัท M เข้ามาก่อสร้าง เอาไปขายทอดตลาด

-

เรื่องที่เล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของเคสเดียว แต่เป็นเรื่องของเจ้าบ้าน 4 หลัง ที่ทำกับบริษัท M โดยอาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย

และแอด เชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วจะมีจำนวนมากกว่านี้

-

ชาวบ้านทั้ง 4 ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากความไม่รู้ และการเซ็นสัญญาที่ถูกเอาเปรียบเป็นอย่างมาก

ทำให้ทั้งที่จ่ายเงินสร้างบ้าน และได้งานที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงมีการเบิกจ่ายเกินกว่าเนื้องานอย่างมาก สุดท้ายก็ยังถูกยึดบ้านและที่ดินนำไปขายทอดตลาดจนหมดเนื้อหมดตัว

-

แอดกำลังพยายามจะหาทางช่วยเจ้าบ้านกลุ่มนี้อยู่ แต่ต้องบอกว่ายากจริงๆ เพราะทั้งสี่คดีที่ทราบมา อยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดีแล้ว

ซึ่งแปลว่าคดี จะรื้อขึ้นมาทำใหม่ได้ยากมาก

-

ที่มาเล่า นอกจากจะให้ทุกๆคนระมัดระวังตัวไว้ อย่าเสียรู้กับเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทแบบนี้

แอดยังอยากให้ ผู้เสียหายที่โดนแบบเดียวกัน ติดต่อแอดเข้ามา เพื่อรวบรวมจำนวนผู้เสียหายให้มากขึ้นกว่านี้ แล้วเราจะได้เข้าไปร้องขอความเป็นธรรมกับองค์กรและภาคส่วนต่างๆที่อาจจะช่วยได้

-

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก
ใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วอยากจะช่วยเจ้าของบ้าน
ทำได้ง่ายง่ายเพียงแค่แชร์ โพสต์นี้ออกไป

เพื่อการช่วยรวบรวมผู้เสียหายลักษณะเดียวกัน
และเพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดเป็นกระแสขึ้น

ขอขอบคุณทุกคนด้วยครับ

ที่อยู่

422/5 ถนนบำรุงราษฎร์ ต. บึงกาฬ
B**g Kan
38000

เวลาทำการ

จันทร์ 06:00 - 19:15
อังคาร 06:00 - 19:15
พุธ 06:00 - 19:15
พฤหัสบดี 06:00 - 19:15
ศุกร์ 06:00 - 19:15
เสาร์ 06:00 - 19:15
อาทิตย์ 06:00 - 19:15

เบอร์โทรศัพท์

+6642491831

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่างผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่าง:

ทางลัด

แชร์