ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่าง

ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน  ขายทุกอย่าง ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่าง, อสังหาริมทรัพย์, 422/5 ถนนบำรุงราษฎร์ ต. บึงกาฬ, Bung Kan.

31/01/2026
คนอื่นทำ 15 นาที 2 ชั่วโมงแล้ว เปลี่ยนหัวก๊อกน้ำ พอใส่คืนสายรั่วอีก
16/01/2026

คนอื่นทำ 15 นาที 2 ชั่วโมงแล้ว เปลี่ยนหัวก๊อกน้ำ พอใส่คืนสายรั่วอีก

จริง
21/12/2025

จริง

อวสานงานเลี้ยงสิ้นปี? พนักงานไม่อิน 90% ชี้ เหมือนบังคับให้ “สนุกตามหน้าที่” อยากได้โบนัส เงินสด หรือวันหยุดเพิ่มมากกว่า
งานเลี้ยงปลายปีของออฟฟิศเคยเป็นภาพจำของความสุขส่งท้ายปี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก อาหารบุฟเฟต์ ไฟสลัว บนเวทีมีดนตรีสด หรือดีเจเปิดเพลงฮิตดังไปทั่วฟลอร์ พนักงานใส่ชุดที่ดูดีที่สุดในรอบปีที่มาพร้อมรอยยิ้ม และกำลังเอนจอยไปกับเพื่อนร่วมงาน
แต่ในปีหลังๆ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป รอยยิ้มของพนักงานที่เห็นในงานเลี้ยง บางครั้งก็แยกไม่ออกว่า “สนุกจริง” หรือ “ยิ้มตามมารยาท” คำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในใจคนทำงานช่วงหลังมานี้ อาจไม่ใช่ว่า “ปีนี้จะจัดงานที่ไหน?” แต่คือ “ฉันจำเป็นต้องไปไหม?”
ผลสำรวจล่าสุดจาก Capital on Tap ซึ่งเป็นบริษัทด้านบัตรเครดิตในสหราชอาณาจักร อาจทำให้เจ้าหน้าที่ HR ของหลายๆ บริษัทต้องสะดุ้ง เมื่อพบว่า พนักงานยุคนี้ไม่ได้ตื่นเต้นกับปาร์ตี้บริษัทเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยเกือบ 9 ใน 10 ของพนักงานในสหราชอาณาจักร บอกว่า พวกเขาอยากได้สวัสดิการรูปแบบอื่นมากกว่าการต้องไปงานเลี้ยงปลายปีของบริษัท
สำหรับสวัสดิการที่พนักงานโหวตว่าอยากได้มากที่สุด ไม่ใช่อะไรหรูหรา แต่คือ เงินสด โดยตามผลสำรวจชี้ว่า พนักงานกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 50% เลือก “โบนัสแบบจ่ายตรง” ขณะที่พนักงานส่วนที่เหลือ เลือก “วันหยุดเพิ่ม” หรือ “บัตรของขวัญ” แทนการไปร่วมงานกินเลี้ยงบริษัท
ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนว่าคนทำงานไม่รักองค์กร แต่กำลังสื่อสารว่า ในยุคที่เวลาและพลังงานมีค่ามากขึ้น ความสนุกที่ต้องแลกกับค่ำคืนหลังเลิกงาน อาจไม่ใช่ดีลที่คุ้มอีกต่อไป
ข้อมูลยังเผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างช่วงวัยอย่างชัดเจน โดย มากกว่า 1 ใน 3 ของพนักงาน Gen Z กังวลว่าจะถูกตัดสินในแง่ลบ หากไม่เข้าร่วมกิจกรรมสังคมของบริษัท ขณะที่พนักงานรุ่น Baby Boomer มีความกังวลในประเด็นนี้เพียงราวๆ 30% เท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานมิลเลนเนียล (Gen Y) ระบุว่า พวกเขาจะเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทมากขึ้น หากจัดขึ้นในเวลางาน ไม่ใช่หลังเลิกงาน ภาพนี้สะท้อนว่า โมเดล “ดื่มหลังเลิกงาน” ที่เคยเป็นมาตรฐาน อาจไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแรงงานยุคใหม่อีกต่อไป
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1212947
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจWorklife

22/11/2025

ออนไลน์ได้แล้ว

น่าสนใจ
03/11/2025

น่าสนใจ

เต็นท์รถ ชื่อ ราชพฤกษ์ พี คาร์เซ็นเตอร์ บอกว่า ตอนนี้ขายรถ EV มือสองดีมาก โดยเฉพาะยี่ห้อ NETA มีเท่าไรก็ไม่พอขาย เพราะมันถูก
แล้วตอนนี้มีโซลูชั่นส์ของบริษัทที่ใช้อยู่ คือค่าไฟของบริษัทลดลงมาไม่ถึงพันบาท เหตุผลคือ ก็ติดโซล่าร์เซลล์เยอะอยู่ แต่ติดเป็น On Grid ตอนไหนไม่มีแดด หรือตอนกลางคืน ก็ไม่สามารถ Gen ไฟได้ ..
แต่ตอนนี้เค้ามีกล่องตัวนึง มาจากญี่ปุ่น คือนอกจากที่ตอนมีแดดจะใช้ไฟจากแผงโซลาร์แล้ว ก็ยังเอาไฟส่วนหนึ่งไปเก็บไว้ในรถไฟฟ้า และตอนกลางคืนหรือตอนไม่มีแดด ไอกล่องตัวนี้จะจัดการดึงไฟจากแบตรถไฟฟ้ามาจ่ายไฟในบริษัท
ตัวอย่างการใช้ไฟ อย่างรถเนต้าตัว 40kW ถ้าเปิดแอร์บ้านนึง 20000BTU กินไฟประมาณ 2 กิโลวัตต์ จะเปิดแอร์ได้ 20 ชั่วโมง!! พอมะ ... พูดง่ายๆ มันคือแบต โซลาร์เซลล์ที่วิ่งได้ หรือแม้แต่รถที่มีปัญหาวิ่งไม่ได้ ถ้าแบตยังใช้ได้ ก็ยังใช้โซลูชั่นส์นี้ได้ (แต่ส่วนมากเขาจะยกแบตไปใส่คันอื่น พูดไปตอนต้นคลิป)
เต็นท์บอกว่า โซลูชั่นส์นี้กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เดี๋ยวใส่คลิปไว้ใต้เม้นท์

31/10/2025

เจ้าบ้าน ทำสัญญากับ บริษัท M แห่งหนึ่ง
โดยเป็นสัญญาก่อสร้างบ้านพักอาศัย

ในสัญญา ไม่ได้ให้แบบบ้าน ไม่ให้ BOQ
และ มีการแบ่งงวดไม่ได้สัดส่วน
รวมถึงขัดต่อกฎหมาย ประกาศ สคบ 13 ข้อ
( คุ้นๆใช่มั้ย เออ คุ้นแหละ แอดก็คุ้น แต่พูดได้แค่นี้ )

-

เมื่อเริ่มลงมือสร้างบ้าน เจ้าบ้านจ่ายงวด 1 ตามสัญญา
แต่ เกิดปัญหาเมื่อต้องจ่ายงวดต่อๆไป

เพราะ เจ้าบ้าน กู้ธนาคารมาสร้างบ้าน
งวดของ ธนาคารนั้น ไม่ตรงกับงวดของ บริษัท M

-

เจ้าบ้าน ได้แจ้งกับ M เรื่องงวดที่ไม่ตรงกับธนาคารแล้ว
ทาง ผู้จัดการสาขาของ M แจ้งว่า ไม่เป็นไร
เพราะสุดท้ายแล้ว บริษัท ยังจะได้เงินครบตามสัญญา
โดยจะทำเรื่องขอ ให้บริษัท ช่วยออกเงินแต่ละงวดให้ก่อน

???????

ความจริงแล้ว การเบิกงวดของ M นั้น เป็นการเบิกที่ไม่ได้สัดส่วนกับงานอย่างมาก โดย
งวดที่ 1 จำนวน 15% นั้น ก็เบิกกินเปล่าแบบไม่มีเนื้องาน

รวมยอดเบิกงวด 1-5 เสร็จงานโครงสร้าง เบิกรวม 70% ทั้งๆที่มีเนื้องานแค่ 35-40%

การที่เจ้าบ้าน จ่ายเงินตามงวดธนาคารไป แท้จะน้อยกว่าสัญญา ก็ยังมากกว่าเนื้องานที่ได้รับ

แต่ด้วยความไม่รู้ เจ้าบ้านจึงยอมทำสัญญาที่เสียเปรียบนี้ และ ยังต้องมารู้สึกติดหนี้บุญคุณ บริษัท M ที่ออกค่างวดให้เจ้าบ้านก่อน

-

ปัญหา ก็เกิดที่งวด 5 อีก ( คุ้นอีกแล้วใช่มั้ย ก็นั่นแหละ พูดได้แค่นี้ และ ขอร้องว่ารู้ชื่อ ก็อย่าคอมเมนต์ )

บริษัท ทำงานถึงงวด 5 และ เบิกเงินเจ้าบ้านได้น้อยกว่าสัญญา แต่ ก็มากกว่างานที่ทำไป
แล้วก็เข้าสเตปเดิม ที่ทำกับหลังอื่นๆ เป็นร้อยหลัง คือ เริ่มหยุดงาน ล่าช้า ไม่มีช่างหน้างาน

เจ้าบ้านก็ตามงานที่ล่าช้า
และ บริษัท M ก็ได้ติบว่า จำเป็นต้องหยุดงาน เพราะเจ้าบ้านจ่ายเงินงวดไม่ครบถ้วน !!!!!!

< ไม่ครบตามสัญญา แต่ เงินที่ได้ไป ก็มากกว่าเนื้องานนั่นแหละ >

จากนั้น บริษัทออกหนังสือทวง ระบุว่า เจ้าบ้านผิดสัญญา และขอให้เจ้าบ้าน จ่ายเงินงวดให้ครบถ้วน โดยจ่ายอีกประมาณ 250,000 บาท จึงจะเริ่มทำงานต่อไป หากไม่จ่าย จะฟ้องเป็นคดี

-

เจ้าบ้านก็ติดต่อ ผจก สาขา ของ M
ว่านี่เกิดอะไรขึ้น ได้รับคำตอบว่า ก็บริษัทออกค่างวดให้ก่อนตามที่แจ้ง ดังนั้น ตอนนี้ เจ้าบ้านต้องจ่ายเงินให้ครบตามสัญญา แล้วจึงจะนำช่างเข้าทำงานต่อได้

เจ้าบ้านก็แย้งว่า งวดธนาคาร แต่ละงวด ได้เงิน มาน้อยกว่า งวดของ บริษัท M อยู่แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อ บริษัท M สร้างบ้านเสร็จ เบิกครบทุกงวด ก็จะได้เงินครบถ้วนตามสัญญา
ระหว่างก่อสร้างแต่ละงวด เจ้าบ้านก็ต้องเอาเงินจากธนาคารมา จะหาจากไหนมาให้ได้อีก เพราะงวดแรกก็เอาเงินส่วนตัวที่เตรียมไว้จ่ายให้หมดแล้ว

ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เจ้าบ้านก็คุยกับผู้จัดการสาขาเรียบร้อยตั้งแต่ต้น ทำไมมีปัญหา

ผู้จัดการ จึงแจ้งต่อเจ้าบ้านว่าช่วยต่อรองกับบริษัทให้

โดยให้เจ้าบ้านเซ็นสัญญา รับสภาพหนี้ ที่ติดค้างกับบริษัทอยู่ และจะจ่ายเงินให้ครบถ้วน เมื่อเซ็นสัญญาแล้ว ก็จะขอให้บริษัทนำคนมาทำงานให้

-

เจ้าบ้านยอมเซ็นสัญญา เพราะหวังว่าจะได้ทำงานต่อ และคิดว่าสุดท้ายแล้วเมื่อบ้านเสร็จก็จะจ่ายเงินครบถ้วน ด้วยเงินที่ได้จากธนาคาร

จึงเซ็นสัญญาไป

-

หลังเซ็นสัญญาก็ไม่มีการส่งคนเข้ามาทำงาน

เมื่อ เจ้าบ้าน ติดตามสอบถามเรื่องการทำงาน คราวนี้เป็นทนายใหญ่ ของบริษัท ตอบกลับมาว่า ตามสัญญาที่เซ็นใบนั้น เจ้าบ้านมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินให้ครบถ้วนก่อน “ ตามหนังสือสัญญายอมรับรับสภาพหนี้” บริษัทจึงจะเข้าไปทำงาน

หากไม่จ่ายเงินภายใน 30 วัน บริษัทจะฟ้องเจ้าของบ้านในฐานะที่ผิดสัญญา

-

เจ้าบ้านก็ไม่มีเงินอยู่แล้ว เมื่อครบ 30 วัน ก็ถูกบริษัท M ฟ้องบังคับตามหนังสือรับสภาพหนี้

เมื่อไปขึ้นศาล ก็แพ้คดี เพราะเป็นการฟ้องตามหนังสือที่เซ็นเอาไว้ว่าเจ้าบ้านเป็นผู้ติดหนี้บริษัท M แล้วไม่จ่ายเงิน

สุดท้ายเจ้าบ้าน ถูกทำเรื่องยึดบ้านและที่ดินที่ให้บริษัท M เข้ามาก่อสร้าง เอาไปขายทอดตลาด

-

เรื่องที่เล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของเคสเดียว แต่เป็นเรื่องของเจ้าบ้าน 4 หลัง ที่ทำกับบริษัท M โดยอาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย

และแอด เชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วจะมีจำนวนมากกว่านี้

-

ชาวบ้านทั้ง 4 ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากความไม่รู้ และการเซ็นสัญญาที่ถูกเอาเปรียบเป็นอย่างมาก

ทำให้ทั้งที่จ่ายเงินสร้างบ้าน และได้งานที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงมีการเบิกจ่ายเกินกว่าเนื้องานอย่างมาก สุดท้ายก็ยังถูกยึดบ้านและที่ดินนำไปขายทอดตลาดจนหมดเนื้อหมดตัว

-

แอดกำลังพยายามจะหาทางช่วยเจ้าบ้านกลุ่มนี้อยู่ แต่ต้องบอกว่ายากจริงๆ เพราะทั้งสี่คดีที่ทราบมา อยู่ในขั้นตอนของการบังคับคดีแล้ว

ซึ่งแปลว่าคดี จะรื้อขึ้นมาทำใหม่ได้ยากมาก

-

ที่มาเล่า นอกจากจะให้ทุกๆคนระมัดระวังตัวไว้ อย่าเสียรู้กับเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทแบบนี้

แอดยังอยากให้ ผู้เสียหายที่โดนแบบเดียวกัน ติดต่อแอดเข้ามา เพื่อรวบรวมจำนวนผู้เสียหายให้มากขึ้นกว่านี้ แล้วเราจะได้เข้าไปร้องขอความเป็นธรรมกับองค์กรและภาคส่วนต่างๆที่อาจจะช่วยได้

-

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก
ใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วอยากจะช่วยเจ้าของบ้าน
ทำได้ง่ายง่ายเพียงแค่แชร์ โพสต์นี้ออกไป

เพื่อการช่วยรวบรวมผู้เสียหายลักษณะเดียวกัน
และเพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดเป็นกระแสขึ้น

ขอขอบคุณทุกคนด้วยครับ

ต้องไปลอง
29/10/2025

ต้องไปลอง

24/10/2025

📣มีประโยชน์มาก! ประเภท ‘ที่ดิน’ ที่ควรรู้ รู้ไว้จะได้ไม่โดนหลอก

🗺️เจ้าของที่ดินต้องรู้! ประเภทของที่ดินแต่ละประเภท แบบไหนสามารถซื้อ-ขาย หรือโอนได้บ้าง และมีสิทธิในที่ดินที่มียังไง ตราครุฑด้านบนเอกสารก็สำคัญนะ สีครุฑก็สามารถใช้แยกประเภทของที่ดินได้ ใครมีที่ดินหรือกำลังจะ ซื้อ-ขาย โอน อย่าลืมเช็คเอกสารก่อนนะ~

📍ประเภทของที่ดิน
‣ น.ส. (ใบจอง) - ซื้อขาย โอน - ไม่ได้
‣ น.ส.3 - ซื้อขาย โอน - ได้
‣ น.ส.3 ก. - ซื้อขาย โอน - ได้
‣ โฉนดที่ดิน - ซื้อขาย โอน - ได้
‣ ส.ป.ก.4-01 - ซื้อขาย โอน - ไม่ได้
‣ สทก. - ซื้อขาย โอน - ไม่ได้
‣ ภ.บ.ท.5 - ซื้อขาย โอน - ไม่ได้

📌 สีครุฑในเอกสารที่ดิน
‣ ตราครุฑสีดำ - สามารถซื้อขาย จำนองได้ แต่ต้องมีการรังวัดที่ดิน
‣ ตราครุฑสีเขียว - สามารถซื้อขาย โอนได้ ขอออกโฉนดได้ทันที
‣ ตราครุฑสีแดง - เป็นเอกสารกรรมสิทธิที่ชัดเจนที่สุด สามารถซื้อขาย จำนองได้ ถูกต้องตามกฎหมาย
‣ ตราครุฑสีน้ำเงิน - เป็นเพียงการถือครองที่ดินเพื่อทำประโยชน์เท่านั้น ไม่สามารถขายหรือโอนได้ ยกว้นตกทอดทางมรดก

🎉 ตอนนี้เรามีกลุ่ม LINE OpenChat แล้วนะ เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน แจกโค้ดกันได้เลย มาอยู่ในกลุ่มจะอัพเดทไวกว่าจ้า
👩🏻‍💻 https://prott.pro/3Xzw94m

#ที่ดิน
#ซื้อขายที่ดิน
#โปรถังแตก

22/09/2025

หลังจากเข้ารับงานช่วยเหลือเจ้าบ้าน ในกรณีร้องเรียนบริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัดแล้ว
แอดก็ได้รับสัญญา และ เอกสารในการทำสัญญาก่อสร้าง จากเจ้าบ้านมาเกือบ 10 ราย

ส่วนใหญ่แล้ว มีข้อความตรงกัน จะแตกต่างกันในรายละเอียด ยอดเงิน เท่านั้น

และ เมื่อตรวจสอบเอกสารสัญญาแล้ว
พบว่ามีข้อที่มีพิรุจ หรือ อาจจะขัดต่อกฎหมายหลายอย่าง ดังนี้

1 ชื่อผู้ทำสัญญา ในฐานะผู้รับจ้าง คือ บริษัทโมเดิร์น เทจ
แต่ชื่อของผู้ลงนามในสัญญา เป็นชื่อบุคคลอื่น ซึ่ง ไม่ได้มีอำนาจลงนาม
และ ไม่ได้มีการประทับตราของนิติบุคคล ตามที่ระบุไว้ในหนังสือจดทะเบียน

ซึ่งทุกฉบับที่แอดได้รับมานั้น มีรูปแบบเดียวกันนี้ ทั้งหมด

-

2 สัญญาบางฉบับ มีการยกเลิกเนื่องจากเจ้าบ้านต้องการเปลี่ยนรูปแบบและเพิ่มค่าก่อสร้าง
แต่ชื่อของผู้ทำสัญญายกเลิก กลับเป็นชื่อคนอื่น ที่ไม่ใช่ บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด
และไม่ใช่ผู้ที่ลงนามในสัญญาฉบับเดิม

ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในการยืนยันความรับผิดชอบตามเอกสารได้

-

3 ชื่อบัญชีผู้รับเงิน ไม่ใช่บัญชีบริษัท และ ไม่ใช่บัญชีของกรรมการ
รวมถึงไม่ใช่บัญชีของผู้ลงนามในสัญญา

แต่มีการระบุในสัญญาว่า ถ้าไม่โอนเข้าบัญชีที่ระบุไว้
จะถือว่าไม่มีการจ่ายเงินชำระค่างวด

-

4 ไม่มีเอกสาร BOQ หรือ บัญชีแสดงปริมาณวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและราคา
ที่กฎหมายระบุให้ต้องมีในการทำสัญญา ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการคิดค่าใช้จ่าย และ งานเพิ่มลด

( ประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญาก่อสร้างอาคารพักอาศัย ข้อ 3 (3) )
-

5 เมื่อไม่มีเอกสาร BOQ ทำให้การแบ่งงวด ไม่ชัดเจน และ การแบ่งงวดตามสัญญา ไม่ได้สัดส่วน
ซึ่งเป็นการขัดต่อประกาศของคณะกรรมการควบคุมสัญญา

เมื่อพิจารณาการแบ่งงวด พบว่า มีงวดที่ไม่เหมาะสมหลายงวด เช่น
งวดที่ 1 เก็บเงิน 15% แต่ ไม่ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนใด
และงวดดังกล่าวนี้ ไม่ใช่แม้แต่จะเป็นเงินมัดจำ
โดยจะต้องจ่ายเมื่อเจ้าบ้านทำสัญญาทันที

งวดที่ 1-4 มีมูลค่ารวมเป็นจำนวน 70% โดยเนื้องานตามงวดนั้นจะแล้วเสร็จเพียงส่วนงานโครงสร้าง
ซึ่งมีมูลค่าของงานที่ทำไป ประมาณ 40% จึงเป็นการเบิกเงินเกินกว่างานที่ส่งถึงประมาณ 30%
ซึ่ง งวดที่ 4 และ 5 ซึ่งมีการเบิกเงินเกินงานไปมากนี้ มักจะเป็นงวดที่เกิดปัญหา
บริษัทโมเดิร์น เทจ จำกัด จะเริ่มทำงานล่าช้า และ ทำให้เกิดเป็นคดีความร้องเรียนกันในครั้งนี้กับเจ้าบ้านจำนวนมาก

งวดที่ 5-8 มีมูลค่ารวมเป็นจำนวน 30% แต่เนื้องานจริง เป็นงานส่วนที่มึมูลค่าสูงแทบทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็น งานไฟฟ้า งานกระเบื้อง งานสุขภัณฑ์ งานอลูมิเนียมกระจก งานประตูหน้าต่าง
งานฝ้า งานสี งานไฟฟ้าเมน และ อุปกรณ์ไฟฟ้า งานระบบบำบัด ซึ่งมูลค่ารวมทั้งสิ้นของงานดังกล่าว
มีมูลค่าประมาณ 60% หรือเป็นเท่าตัวของจำนวนเงินที่เหลือให้เบิก

การแบ่งงวดดังกล่าวนี้ จึงเป็นการแบ่งงวดที่ไม่เป็นธรรม ไม่ได้สัดส่วนและ ขัดต่อกฎหมาย

( ประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญาก่อสร้างอาคารพักอาศัย ข้อ 3 (4 ) )
-

6 ค่าปรับ และการกำหนดค่าปรับสูงสุด
ค่าปรับตามสัญญามีการกำหนดไว้ที่ประมาณ ล้านละ 100 บาท ต่อวัน
ในสัญญาประมาณ 5 ล้านบาท จะมีค่าปรับประมาณวันละ 500 บาท
หรือ เดือนละ 15,000 บาท โดยค่าปรับรวมแล้ว จะไม่สามารถปรับเกิน 1% ของค่าจ้าง
หรือ ต้องปรับไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่ง ตามกฎหมายไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวนี้
หากจะมีเทียบเคียง ก็กำหนดไว้ว่า หากค่าปรับเกิน 10% ของมูลค่าสัญญา ให้ยกเลิกสัญญาได้
ค่าปรับ จึงน่าจะปรับกันได้ถึง 10% ไม่ใช่ 1% ตามสัญญา

( ประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญาก่อสร้างอาคารพักอาศัย ข้อ 3 (11) (ข) )
-

7 การกำหนดคุณสมบัติของ ผู้ตรวจงาน หรือ ตัวแทนของเจ้าบ้าน
มีการกำหนดคุณสมบัติของตัวแทนเจ้าบ้านในการตรวจงานไว้เกินความจำเป็น

เช่น ในกรณีที่เจ้าบ้านต้องการมีผู้ดูแล ตรวจงานตามงวดต่างๆ
บริษัท ก็ได้กำหนดว่า เจ้าบ้านต้องจัดหาสถาปนิก หรือ วิศวกรระดับสามัญ
มาทำหน้าที่นี้เท่านั้น ทั้งที่กฎหมายระบุไว้ว่า สถาปนิก และ วิศวกรระดับภาคี
ก็ทำหน้าที่ในงานชนิดนี้ได้
และ ในกรณีการตรวจงานที่มีข้อโต้แย้งกันระหว่างเจ้าบ้าน กับ บริษัท โมเดิร์น เทจ
ผู้ที่เข้าตรวจงานดังกล่าวฝ่ายเจ้าบ้าน จะต้องเป็นวุฒิ วิศวกร เท่านั้น
ทั้งที่วิศวกรหน้างานของบริษัท ก็เป็นเพียงระดับภาคี

การกำหนดคุณสมบัติดังกล่าวนี้ เป็นการขัดต่อประกาศ
ที่ห้ามกำหนดข้อความที่เป็นภาระต่อเจ้าบ้านมากเกินไป
เพราะ ค่าจ้าง และ การหาบุคคลตามคุณสมบัตินี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากต่อเจ้าบ้าน
และ อาจจะทำให้เจ้าบ้านไม่ได้จ้างคนเข้ามาทำหน้าที่แทน

( ประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญาก่อสร้างอาคารพักอาศัย ข้อ 4 (4) )
-

8 สัญญา ไม่มีการระบุวันส่งงานที่แน่นอน
แม้สัญญาจะมีจำนวนวันในการส่งมอบงาน เช่น 450 วัน
แต่มีการกำหนดข้อยกเว้นให้ บริษัท โมเดิร์น เทจ สามารถขยายเวลาออกไปได้
จากเหตุเล็กน้อย เช่น ฝนตก ซึ่ง ไม่ใช่ภัยพิบัติ หรือ ภัยธรรมชาติ

จึงทำให้สัญญานี้ ขัดต่อประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญา

( ประกาศคณะกรรมการควบคุมสัญญาก่อสร้างอาคารพักอาศัย ข้อ 3 (6) )
-

9 สัญญาดังกล่าว แทบจะไม่ได้ระบุความผิดของฝ่ายบริษัทโมเดิร์น เทจ ที่จะให้เจ้าบ้านเลิกสัญญาได้
มีแต่การระบุความผิด ของเจ้าของบ้านไว้ เพื่อให้บริษัทยกเลิกสัญญา

-

นี่เป็นข้อสังเกตจากสัญญาของบริษัท โมเดิร์น เทจ ที่อาจจะเป็นจุดเริ่มของปัญหา
ทำให้เกิดการแจ้งความ ฟ้องร้อง และ ดำเนินคดี จากเจ้าบ้านเป็นจำนวนมาก

โพสต์ต่อไป จะเป็นการอธิบายข้อสัญญาที่มีปัญหา ลงในรายละเอียด
เพื่อให้เห็นว่า เจ้าบ้านเสียหายจากข้อสัญญาเหล่านี้ อย่างไร

และ โพสต์ถัดไปอีก จะให้คำแนะนำถึงวิธีแก้ไข ในกรณีนี้

-

คำเตือน ที่อยากขอให้จำไว้และทำทันทีใน คือ
ห้ามยกเลิกสัญญา โดยยังไม่มีการตกลงค่าเสียหายให้เสร็จสิ้น โดยเด็ดขาด
เพราะจะเป็นการทำให้เจ้าบ้าน เสียเปรียบในหลายกรณี

ติดตามโพสต์ซีรี่ย์นี้ให้จบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจทำนะครับ

-

สามารถศึกษา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ. ๒๕๕๙ ได้ที่คอมเมนต์นะครับ

ที่อยู่

422/5 ถนนบำรุงราษฎร์ ต. บึงกาฬ
B**g Kan
38000

เบอร์โทรศัพท์

+6642491831

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่างผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านเติมสุข บึงกาฬ ที่ดิน อาคาร บ้าน ขายทุกอย่าง:

แชร์