โอบอ้อม เพลส

โอบอ้อม เพลส โอบอ้อม เพลส .. เราบริการห้องพัก เฟอร?

สำนึกได้ด้วยตน
07/01/2026

สำนึกได้ด้วยตน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยพูดเรื่องเกี่ยวกับ Common Sense ก็ยังติดในใจถึงวันนี้

คือ แกไม่ได้ว่าอะไรผมนะ ว่าอีกคน ก็ อู้ว ๆ

เรามักเรียกมันว่า Common Sense หรือ "สามัญสำนึก" เพราะเราเชื่อว่ามันคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคน "ควรมีเหมือนกัน" แต่ในความเป็นจริงของปี 2026 เรากลับพบว่าสิ่งนี้กลายเป็น "ทักษะพิเศษ" ที่ไม่ใช่ทุกคนจะครอบครองครับ 555

​สามัญสำนึกไม่ใช่ความฉลาดที่วัดด้วยเกรดเฉลี่ย แต่มันคือ "ความเกรงใจ" ผสมกับ "การเอาใจเขามาใส่ใจเรา"

​คือการไม่เปิดลำโพงเสียงดังในที่สาธารณะ เพราะรู้ว่าคนอื่นต้องการความสงบ

​คือการรู้จักรอคิว เพราะรู้ว่าทุกคนมีเวลาที่มีค่าเท่ากัน

​คือการไม่คอมเมนต์ด่าทอใครเพียงเพื่อความสะใจ เพราะรู้ว่าหลังหน้าจอนั้นคือมนุษย์ที่มีความรู้สึก

​ดร. Jim Taylor เคยเขียนไว้ใน Psychology Today ว่า "Common Sense is no longer common"

เพราะเราอยู่ในยุคที่ "ความพึงพอใจส่วนตน" (Self-Gratification) พุ่งสูงขึ้นจนเบียดบังความตระหนักรู้ต่อส่วนรวม เราเสพติดความไว เสพติดการเอาชนะ จนลืมหยุดคิดสั้น ๆ ว่า "สิ่งที่เรากำลังจะทำ มันสร้างความเดือดร้อนให้ใครไหม?"

ถ้าคุณยังรู้สึก "จี๊ด" เวลาเห็นคนทำตัวไร้สามัญสำนึก นั่นเป็นสัญญาณที่ดีครับว่าคุณยังมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อยู่ แต่อย่าปล่อยให้ความโกรธมาทำร้ายใจเรา แค่เริ่มจากตัวเราเองก่อน...

​เพราะสามัญสำนึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการรู้ว่า "โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวเราเพียงคนเดียว"

​อ้างอิง

​Psychology Today. Common Sense Is Neither Common nor Sense. โดย Dr. Jim Taylor.

28/12/2025

คนที่ใครเตือนไม่ได้เลยก็คือคนมีกรรม
พศิน อินทรวงค์

ผู้ที่ไม่รับฟังคำตักเตือนเลย
ก็เหมือนคนมีกรรม
เป็นกรรมหนักทำให้เขาขาดซึ่งกัลยาณมิตร
คนเราทุกคนต้องมีกัลยาณมิตร
เพราะกัลยาณมิตร
คือทุกสิ่งอันนำไปสู่หนทางประเสริฐ
ในชีวิตของเรา
ควรมีกัลยาณมิตรไว้ข้างกาย
กัลยาณมิตรหมายถึง...
ผู้รอบรู้ทรงภูมิ มีคุณธรรม
และเป็นผู้มีความหวังดีต่อเรา
ไม่ใช่เพียงให้กำลังใจในยามท้อแท้เท่านั้น
แต่ยังต้องมองเห็นข้อบกพร่องของเรา
และมีความกล้าหาญที่จะตักเตือนเราด้วย
มีคนมากมายโชคร้ายมีกรรม
เพราะขาดกัลยาณมิตร
บางคนขาดกัลยาณมิตรเพราะไม่เคยพบผู้รู้
แต่บางคนก็ขาดกัลยาณมิตร
เพราะไม่ยอมฟังใคร ไม่ยอมให้ใครสอน
ขาดกัลยาณมิตรเพราะเป็นคนหลงตนเอง
ถือทิฐิมานะอัตตาเป็นใหญ่
โลกนี้ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง
ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง
เรารู้เฉพาะเรื่องที่เรารู้
และทำได้ดีเฉพาะเรื่องที่เราถนัด...
เป็นความจริงที่แสนตลก!
แผ่นฟ้ากว้างใหญ่...
ย่อมมองเห็นง่าย กว่าปลายจมูกของเราเสมอ...

***ติดต่อ พศิน อินทรวงค์***
วิทยากร/บรรยาย/หนังสือ/บทความ
https://www.facebook.com/talktopasin2013
***ติดตามช่องยูทูป***
พศิน อินทรวงค์ - Pasin Intarawong
https://www.youtube.com/channel/UCccGJ9suemcJiF6WQqxUuGQ

14/11/2025

ความงดงามของชีวิต
จะนำมาซึ่งความสุข ที่ยั่งยืน

อาจจะไม่ สุขเร็ว หรือสุขแบบฉาบฉวย
แต่ก็เป็นสุข ที่เจือปนด้วยร้อยยิ้ม
ที่อิ่มเอมใจ!!!!

ความงดงามในชีวิต
อาจจะไม่ได้สนใจยอดเงินในบัญชี
แต่สนใจที่ความอิ่มเอม ในจิตวิญญาณ
ของตัวเราเอง ^^

ถ้าตอนนี้ ยังสู้อยู่
ก็ขอให้สู้ ๆ ต่อไปนะ!!!

นะคนเก่ง

#หมวดร้อยยิ้มและความพากเพียร
#ข้าวปั้นสตอรี่ #หนังสือพัฒนาตนเอง
KowpanStory : ข้าวปั้นสตอรี่

I love myself
03/11/2025

I love myself

#การรักตัวเองเป็น

การรักตัวเองเป็น เป็นสิ่งสำคัญ

อย่างที่เรียกว่า "รักตัวเองอย่างถูกวิธี ชีวีเป็นสุข"

แนวทาง
1. ส่งความรัก และ ความรู้สึกดีๆ ให้ตัวเองอย่างน้อยวันละ 5 นาที (มากกว่านั้นยิ่งดีค่ะ)
- พร้อมกับการกอดตัวเอง (ท่า butterfly hug)
- และส่งกำลังใจให้ตัวเอง
ทั้งความรู้สึกและคำพูด
เช่น การบอก"รัก" และ "การบอกขอบคุณ" ตนเอง
- บรรยากาศควรเป็นที่สงบเงียบ มีเวลาอยู่กับตัวเองจริงๆ
- ทำทุกวัน

2.ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้จิตใจมีความสดชื่น มีความเข้มแข็งมากขึ้น
- การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้จิตใจแข็งแรง มั่นคงมากขึ้นด้วย
- จิตใจที่สดชื่น แข็งแรง จะช่วยให้ใจไม่ไหลไปจมกับอารมณ์ และ ความคิดมากเกินไป
เนื่องจากใจจะมีกำลังมากขึ้น
- การออกกำลังกายที่เพียงพอที่จะได้ผล คืออย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์

3. หมั่นรู้เท่าทันความคิดลบ ความคิดด่าทอ ความคิดตำหนิติเตียน ความคิดดูถูกตนเอง
- หลายครั้งคนที่ไม่พอใจเรามากที่สุด ไม่ใช่คนอื่น
แต่เป็นตัวเราเอง
เป็นความคิดเราเอง ที่คอยทับถมเราให้ยิ่งเจ็บช้ำเจ็บปวด
- ฝึกฝนหมั่นรู้เท่าทันความคิด จะทุกข์จากความคิดน้อยลงค่ะ

4. นำสิ่งผิดพลาดมาเรียนรู้
- เมื่อทำสิ่งผิดพลาดไป น้อมรับความผิดนั้น ด้วยความเข้าใจ และ นำมาเรียนรู้ และ แก้ไขต่อไป
- ไม่ควรหาข้อแก้ตัวให้ตนเอง เพราะ จะยิ่งทำให้ลึกๆ เราจะรู้สึกแย่กับตนเอง และ ยิ่งไม่เกิดผลดีในระยะต่อไปค่ะ

-----------------------------------------------------
#บทส่งท้าย

ในทุกวันเราสามารถโอบกอดตนเอง
ด้วยความรักความเมตตา
ด้วยความเข้าใจ

เมื่อเรารักและเมตตาตนเองได้
เราจะเดือดร้อนจาก ความรัก-ความชัง และ ถ้อยคำที่คนอื่นพูดถึงเราน้อยลงค่ะ :)

หมั่นทำทุกวัน
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
การรักตัวเองอย่างถูกวิธีก็เช่นกัน

เพราะ "การรักตัวเองอย่างถูกวิธี ชีวีเป็นสุข"

บทความโดย ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล

----------------------------------------------

เครดิตภาพ : Projecthappiness_org

เราเป็นคนแบบใด? เป็นมากกว่า1อย่างหรือไม่?
13/10/2025

เราเป็นคนแบบใด? เป็นมากกว่า1อย่างหรือไม่?

Introvert (อินโทรเวิร์ต) — คนเก็บตัว
Extrovert (เอ็กซ์โทรเวิร์ต) — คนชอบเข้าสังคม
Ambivert (แอมบิเวอร์ต) — คนกึ่งเก็บตัวกึ่งชอบสังคม
Optimist (ออปทิมิสต์) — คนมองโลกในแง่ดี
Pessimist (เพสซิมิสต์) — คนมองโลกในแง่ร้าย
Realist (เรียลลิสต์) — คนมองโลกตามความจริง
Perfectionist (เพอร์เฟ็กชันนิสต์) — คนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ
Workaholic (เวิร์คอะฮอลิก) — คนบ้างาน
Shopaholic (ช็อปอะฮอลิก) — คนติดช็อปปิ้ง
Foodie (ฟู้ดดี้) — คนรักอาหาร
Traveler (แทรฟเวอเลอร์) — คนชอบเดินทาง
Homebody (โฮมบอดี้) — คนชอบอยู่บ้าน
Dreamer (ดรีมเมอร์) — คนช่างฝัน
Thinker (ธิงเคอร์) — คนช่างคิด
Leader (ลีดเดอร์) — ผู้นำ
Follower (ฟอลโลเวอร์) — ผู้ตาม
Listener (ลิสเทนเนอร์) — คนช่างฟัง
Doer (ดูเออร์) — คนลงมือทำ

31/08/2025

ความเครียดจาก “เหตุการณ์ในชีวิต” ที่เราไม่ค่อยรู้ตัว 🌱
นักวิจัยชาวอเมริกัน โธมัส โฮล์มส์ (Thomas Holmes) และ ริชาร์ด เรห์ (Richard Rahe) เคยพัฒนาวิธีวัดความเครียดที่เรียกว่า Life Event ตั้งแต่ยุค 1950
หลักการคือ “ทุกเหตุการณ์สำคัญในชีวิต” จะถูกให้คะแนนตามระดับความเครียดที่ต้องใช้พลังงานไปกับการปรับตัว เช่น
การเสียชีวิตของคู่สมรส → 100 คะแนน
การหย่าร้าง → 73 คะแนน
การแต่งงาน → 50 คะแนน
การเปลี่ยนงาน → 36 คะแนน
📌 ถ้าภายใน 1 ปี คะแนนรวมจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิน 300 คะแนน จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจในปีถัดไป
========================
💍 เรื่องดี ๆ ก็สร้างความเครียดได้
========================
หลายครั้งสิ่งที่คนมองว่าเป็น “เรื่องดี” ก็สร้างความเครียดสูงเหมือนกัน เช่น
การแต่งงาน
การตั้งครรภ์
การเลื่อนตำแหน่ง
การย้ายบ้าน
สาเหตุคือ การเปลี่ยนแปลง = ต้องใช้พลังงานปรับตัว ถึงจะเป็นเรื่องดี แต่ร่างกายและจิตใจก็อาจทรุดโทรมได้เหมือนกัน
เช่น “โรคซึมเศร้าจากการย้ายบ้าน” หรือ “โรคซึมเศร้าหลังภารกิจสำเร็จ” (ภาวะซึมเศร้าหลังปลดเปลื้องความกดดัน)
========================
🩺 ตัวอย่างจากชีวิตจริง
========================
แพทย์ฝึกหัด เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เสี่ยงซึมเศร้ามากที่สุด เพราะต้องเปลี่ยนแผนกใหม่ทุก ๆ 1-2 เดือน → เจอแรงกดดันมหาศาลและต้องปรับตัวตลอดเวลา
แม้แต่การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากที่เครียด → ไปสู่ที่ผ่อนคลาย ก็อาจทำให้อาการบางอย่างแย่ลงได้ เพราะร่างกายยังไม่ทันปรับจังหวะชีวิต
========================
⚡ ความเครียดเล็ก ๆ น้อย ๆ (Daily Hassles)
========================
สิ่งที่อันตรายไม่แพ้กันคือ ความเครียดเล็ก ๆ ที่เจอทุกวัน เช่น
ห้องรก
ในรถไฟคนข้าง ๆ ฉีดน้ำหอมแรง
โพสต์บนโซเชียลที่ไม่ชอบ
สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สะสมไปเรื่อย ๆ คล้าย “ติดพิษในเกม RPG” → โดนทีละ 1 ดาเมจ จนกว่าจะรู้ตัว พลังชีวิตก็ลดไปเยอะแล้ว
ลาซารัส (Lazarus) นักวิจัยชื่อดังบอกว่า ความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพมากที่สุด คือ การสะสมของเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้
========================
🐟 “ก้างเล็ก ๆ” ในความสัมพันธ์
========================
ในชีวิตประจำวัน บางครั้งเรารู้สึกขัดใจเล็ก ๆ เช่น
“คำพูดแบบนั้นทำให้คาใจ”
“ท่าทีแบบนั้นไม่โอเคเลย”
สิ่งนี้เรียกว่า ก้างเล็ก ๆ ในการสื่อสาร เรามักจะเลือก “กลืนลงไป” เพราะไม่อยากมีปัญหากับคนใกล้ตัว แต่สิ่งที่ทำได้อย่างน้อยคือ ยอมรับความรู้สึกนั้น หรือจดบันทึกไว้ เพื่อไม่ให้มันสะสมกลายเป็นบาดแผลใหญ่
========================
✅ วิธีรับมือ
========================
สังเกตและจดบันทึก อะไรบ้างที่ทำให้เราเครียด
ยอมรับความรู้สึกเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น อย่าเพิกเฉย
พักให้พอ เพราะร่างกายมีขีดจำกัดในการทนต่อความเครียด (ประมาณ 3 เดือน)
เตือนตัวเองเสมอ ว่า แม้แต่ “เรื่องดี ๆ” ก็อาจเป็นความเครียดได้
========================
💡 สรุป
========================
ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องร้าย ๆ แต่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ
เรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน อันตรายยิ่งกว่าเรื่องใหญ่ที่มาเป็นครั้งคราว
การรับรู้และยอมรับความเครียด คือก้าวแรกในการป้องกันไม่ให้สุขภาพกายใจพัง
จากหนังสือ : ไม่อยากชีวิตพัง ต้องฟังจิตแพทย์ 📖
#อ่านเถอะวัยรุ่น #ไม่อยากชีวิตพังต้องฟังจิตแพทย์

03/08/2025

อัปเดท

03.08.2568

บำรุงรักษาดีกว่าปล่อยพัง แอร์สะอาด ดีต่อสุขภาพมั่นใจได้ หากอยู่กับเรา #ล้างแอร์ 03.08.2568
03/08/2025

บำรุงรักษาดีกว่าปล่อยพัง แอร์สะอาด ดีต่อสุขภาพ

มั่นใจได้ หากอยู่กับเรา

#ล้างแอร์

03.08.2568

08/07/2025

มารยาทขั้นพื้นฐาน ที่ไม่ต้องรอให้ใครมาสอน

1. อย่าทำตัวเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น โดยเฉพาะการส่งเสียงดัง มันไม่ได้ทำให้คุณโดดเด่น แต่มันยิ่งทำให้คุณดูไม่มีมารยาท

2. อย่าไปไหนก็ตาม ในสิ่งที่เขาไม่ได้ชวน ถ้าชวนคืออยากให้ไป ไม่ชวนคือเขามีเหตุผลที่ไม่อยากให้ไป

3. ถ้ามีใครเลี้ยงข้าว หรือซื้อของให้ แล้วให้เราเป็นคนเลือก จงเลือกเมนูหรือสิ่งของที่ราคาถูกที่สุด แล้วยื่นให้เขาเป็นคนสั่งเมนูที่เหลือเอง

4. การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ
โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนนัด คุณต้องมาก่อนเวลา และการรักษาเครดิตที่ดีเยี่ยมในตัวคุณคือการ ไม่เทการนัดหมายใคร

5. มารยาทที่สำคัญ คือการแต่งกาย แต่งกายให้เกียรติผู้คนอื่น สถานที่ที่ไป นอกจากนี้มันคือการให้เกียรติตัวของคุณเองในการเข้าสังคม

6. ถ้าคุณจะยืมสิ่งของใดก็ตามจากคนอื่น จงรักษาสิ่งๆนั้นให้ดีและสภาพเหมือนเดิมให้มากที่สุด
ดูแลให้ดี ให้มากกว่าเป็นของตัวเอง

7. ไม่ทักทายใครด้วยคำพูดเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก ทำให้คนอื่นดูไม่มั่นใจ ทำไมอ้วนขึ้นจัง ดำขึ้นไหม หน้าทำไมมีสิวเยอะจัง
นอกจากคุณไม่ให้เกียรติคนอื่นแล้ว คุณยังไม่ให้เกียรติตัวเอง

8. คำถามที่ไม่ควรถาม เมื่อเราไม่ได้สนิทกับเขามากพอ ได้เงินเดือนเท่าไร เมื่อไหร่จะมีบ้าน มีรถ เมื่อไหร่จะแต่งงาน เพราะมันคือเรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนตัวคือไม่ต้องถาม

9. อย่าตำหนิใครในที่แจ้งทีมีคนอื่นอยู่ด้วย ให้รู้สึกอาย แต่ถ้าจะชมใคร จงชมต่อผู้หน้าคนอื่น ยิ่งมากยิ่งดี

10. จงอย่าเอานิสัยที่บ้าน มาใช้ร่วมกับสังคมคนอื่น เช่น ชอบอารมณ์เสีย หงุดหงิด พูดจาไม่ดีใส่คนอื่น
เพราะคนอื่นไม่ใช่คนในครอบครัวที่จะรับคุณได้ทุกอย่าง

11. ถ้ามีใครมานั่งรอคุณ คุณต้องยิ่งรู้สึกเกรงใจกับเขามากขึ้นไปกว่าเดิม

12. ไปบ้านคนอื่น ไปที่ของคนอื่น
สิ่งที่ต้องมีคือ ความสะอาด ก่อนคุณจะกลับ

13. รู้จักขอโทษ เมื่อคุณทำผิดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่
รู้จักขอบคุณ เมื่อมีใครให้สิ่งของ ให้โอกาส กับคุณ

14. อย่าแนะนำใคร ในสิ่งที่เขาไม่ถาม ไม่ได้ขอความช่วยเหลือ

15. จงเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี
พูดที่ไม่ทำร้ายใคร และจงเป็นผู้รับฟังโดยไม่พูดแทรก รวมถึงเป็นผู้รับฟังถึงแม้เรื่องนั้นเราจะไม่อยากฟัง หรือไม่เกี่ยวกับเราก็ตาม

มารยาท กับ เสน่ห์ เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กัน ถ้าคุณมีมารยาท คุณจะมีเสน่ห์ไปในตัว ทุกคนชอบคนมีมารยาทที่ดูมีเสน่ห์เสมอ

ท้ายที่สุดมารยาทพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครสอน
มันเป็นสิ่งพื้นฐานที่คุณควรรู้ได้ด้วยตัวเอง .

#บทความเพจการเดินทาง

27/06/2025

#ความหมายของกัลยาณมิตร

แม้จะรายล้อมด้วยผู้คนมากมาย
แต่บางครั้ง เรากลับรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มั่นคง
สับสนในคุณค่าและความหมายของตนเอง

นั่นอาจเป็นเพราะเรายังขาดกัลยาณมิตร
ผู้ที่พระพุทธเจ้ากล่าวถึง
ว่าพึงมี 7 คุณลักษณะเช่นนี้

อยู่ใกล้แล้วใจสบาย
มีความมั่นคง ปลอดภัย
ทำให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น
พูดแต่คำที่ควร พูดเมื่อควร
รับฟังแม้ต่างมุม
มีปัญญา มองได้ลึก
และไม่พาใจเราเสื่อมถอย

แน่นอน ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนี้
เป็นผู้หาได้ยาก
ดังนั้นการได้พบกัลยาณมิตรสักคน
หรือได้เป็นกัลยาณมิตรให้ใครสักคน
จึงเป็นสิ่งที่มีความหมายและคุณค่ายิ่ง

02/05/2025

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมพ่อแม่เราจึงเลี้ยงเรามาแบบนี้

มิใช่ทุกคนที่เติบโตมากับพ่อแม่ที่อบอุ่น คุยได้ทุกเรื่อง ไม่ใช้ความรุนแรง ... หากใครเติบโตมาท่ามกลางความรัก ความอบอบอุ่น ความเข้าใจย่อมเป็นเรื่องดีต่อใจ ดีต่อการเติบโต ดีต่อตัวตนของเด็กคนหนึ่ง ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ชัดว่าอิทธิพลของการเลี้ยงลูกที่ดีนั้นส่งผลดีต่อเด็กคนหนึ่งมาแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ มิใช่ทุกคนเติบโตมาเช่นนั้น

ยามที่่มีคนถามว่า อายุเท่านี้แล้ว มีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง

หลายคนอาจตอบกลับไปว่า แค่มีชีวิตอยู่มาจนโตได้ก็บุญแล้ว 555 นี่ก็ไม่รู้จะมีอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ใช้ชีวิตยากโพด ปัจจุบันนี่ 555 ... หลายคนบอกว่า โตมาอย่างสาสม หากมองย้อนไปในวัยเด็กก็ผ่านอะไรมาเยอะ

เราพบว่า พ่อแม่ไทยจำนวนไม่น้อยนั้นก็ไม่เบา

บางบ้าน เลี้ยงแบบมินิมอล รักแบบไม่บอกรัก เดาเอาเอง พูดกับลูกน้อยมากจนถึงไม่พูดด้วย ไม่เคยชม เดี๋๋ยวเหลิง แต่พอทำผิดคือ ด่าฉ่ำ ตีฉ่ำ มีปัญหาไม่เคยชี้แนะ แต่พอปัญหาใหญ่ค่อยออกมาทำหน้าที่พ่อแม่ บ้างไม่มีเวลาให้ ต้องทำงานหาเงิน

บางบ้านคือ เป็นจอมบงการ บังคับฉ่ำ บังคับทุกเรื่อง ต้องทำเช่นนี้ เรียนอันนี้ ต้องโตมาแบบนี้ แบบที่พ่อแม่ approved แล้วว่าดี นอกจากนี้ไม่อนุญาต ลูกเป็นเช่นไรไม่รู้ แต่ทำตามพ่อแม่แล้วดีเอง ไม่ต้องคิด มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว อย่างอื่นทำแทนหมด เด็กหลายคนก็โอเค ดี ไม่ต้องคิดมาก ทำได้ ทำตามแล้วพ่อแม่ก็ดูโอเค แต่หลายคนมิได้เป็นเช่นนั้น ทำตามที่พ่อแม่ต้องการไม่ได้ หรือทำได้แต่ทำแบบทุกข์ทรมาน ... ไม่ทำตาม ฟาด ตี ดุด่า ด้อยค่า gaslighting (ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีนิยามคำว่า gaslighting มาเสียด้วยซ้ำ)

บางบ้าน คือ เลี้ยมาแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เลี้ยงแบบไม่เลี้ยง ส่งลูกให้คนอื่นเลี้ยง บางบ้านเลี้ยงด้วยลำแข้ง ตีด้วยอุปกรณ์ทุกอย่างที่หยิบหาคว้าได้ ก้านมะยม เข็มขัด ตะหลิว ไม้เมตร ไม้แขวนเสื้อ ครีเอติวิตี้มีมากในด้านอุปกรณ์การตีเด็ก ... แต่พอโตขึ้นมาคือ ทวงบุญคุณฉ่ำ ๆ อีกเสียด้วย รุ่นนี้ไม่ธรรมดา ต้องเริ่ดแค่ไหนจึงเรียกร้องบุญคุณได้ทั้งที่เลี้ยงมาแบบไม่ดูดำดูดี

พ่อแม่ในแบบที่ดีที่สุด ยันโหดที่สุด
โลกแห่งความเป็นจริงมันก็เช่นนี้

เอาล่ะ ก่อนที่จะด่าคนเป็นพ่อแม่กัน อยากให้ทุกคนลองมองในมุมของพ่อแม่บ้าง

พ่อแม่ทุกคนมีวิถีการเลี้ยงลูกของตนเอง แน่นอนว่า พ่อหมอมักจะพูดเสมอว่า การเลี้ยงลูกนั้นไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่การปรับให้เหมาะสมกับหน้างานเท่านั้น แต่บางทีก็อยากจะถอนคำพูดแล้วบอกว่า บางอย่างก็ผิดนะคะ 555 เราก็มนุษย์อ่ะเนาะ เวลาเห็นขู่เด็กหนัก ๆ เห็นวิธีการเลี้ยงที่แบบว่า "อิหยังนิ" มันก็อดไม่ได้เนาะ

พ่อแม่ทุกคนมีวิถีการเลี้ยงลูกของตนเอง เพราะทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาต่างกัน เราเติบโตมาต่างกัน ในสังคมและผู้คนที่ต่างกัน และในยามที่เรามีลูก ณ อายุหนึ่งนั้นมีความจำเป็นมากมาย บางคนต้องทำงานที่ไกลบ้าน ไม่งั้นอดตายทั้งบ้าน บางคนก็เติบโตมาด้วยความเชื่อและวัฒนธรรมที่เชื่อว่า ชมไม่ได้ กอดลูกเมื่อโตแล้วมันเขินอาย ไม่ควรแสดงออกเช่นนั้น

การแสดงความรักคือประดักประเดิด และแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนรู้วิธีการเป็นพ่อแม่ที่ดีมาก่อน และลูกเราก็อาจไม่ได้อ่อนโยนกับเราเช่นกัน (จึงมักมีคำพูดว่า บางทีก็น่าเอาขี้เถ้ายัดปาก) และลูกในแต่ละวัยนั้นก็มีความแตกต่างกัน ... ดังนั้นเราแต่ละคนจึงตอบสนองต่อลูกไม่เหมือนกัน วิถีการเลี้ยงลูกจึงมีได้หลายหมื่นแสนล้านรูปแบบ ดีหรือไม่ ผลผลิตของพ่อแม่จะตอบคำถามนั้น …

เราก็ควรทำความเข้าใจรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายเราเช่นกัน สังคม ความเชื่อ เรื่องราวที่พบเจอของแต่ละคนต่างกัน เขาจึงเลี้ยงลูกเช่นนั้น

ในฐานะของเราที่อ่านบทความนี้อยู่ มีลูกแล้วก็ดี ยังไม่มีลูกก็ดี จงตอบคำถามว่า ที่ผ่านมาเราโอเคไหม วิธีที่พ่อแม่ของเราที่เลี้ยงเรามานั้นดีไหมต่อใจเรา ต่อร่างกายเรา ต่อเราในวันนี้ มีปมอะไรที่พ่อแม่ผูกมาให้ตั้งแต่เด็ก มีบาดแผลอะไรจากพ่อแม่บ้างในใจเรา หรือมันดีเยี่ยมแล้ว มีพ่อแม่เลี้ยงเราแบบนั้นจึงมีเราเปนเราในวันนี้ ...

ดีเก็บไว้ ใช้ต่อ ไม่ดี เราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่แบบนั้นให้ลูกของเรา

แต่จงพึงระวังให้ดี ... บางอย่างที่เราคิดว่ามันดี ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ อาจไม่ดีต่อรุ่นลูกของเราก็ได้นะ

แม้คุณจะมาจากครอบครัวที่ไม่ดี แต่ครอบครัวที่ดีมาเกิดจากคุณได้

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

เลี้ยงลูกเชิงบวก อ่าน "อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน"

สั่งหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและการเลี้ยงลูกของหมอวินทั้ง 5 เล่ม
รวมถึง นิทานชุด ‘เด็กชายช่างสงสัย’ ได้ที่

อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
และ https://tamjaimorbooks.page365.net/

A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก
(ปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดี แก้ปัญหากินยาก)
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. สู่วิถีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ฉบับชีวิตจริง *** เล่มใหม่ 2568
Survival Guide to Breastfeeding
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)
F. นิทานชุด มิน เด็กชายช่างสงสัย (3 เล่ม - เสียงอะไรน่ะ, แปรงฟัน แปรงฟัน, ก็ผมไม่อยากนอนนี่นา)

ที่อยู่

355/19 ซ. มณีวรรณ2 ถ. จิระ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. บุรีรัมย์
Buriram
31000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โอบอ้อม เพลสผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์